Share

บทที่ 12

last update publish date: 2026-05-20 03:36:37

เสียงหัวเราะดังขึ้นทันที ชายผู้นั้นหน้าแดงจัด

“เจ้า… หญิงไร้ยางอาย!”

เวินซูฉีเดินเข้าไปใกล้ สีหน้ายังคงสงบ “แล้วอย่างไร”

ชายคนนั้นชะงัก เวินซูฉีมองเขาตรง ๆ“ข้าปีนเตียงราชครูแล้วไปหนักหัวเจ้าหรือ” คนทั้งตลาดเงียบกริบ ชิงเอ๋อร์แทบหยุดหายใจ คุณหนู! พูดออกมาตรง ๆ เช่นนี้เลยหรือ! เวินซูฉียกยิ้ม

“หรือเจ้ากำลังอิจฉา เพราะแม้แต่ปีนเตียงยังไม่มีใครเอา”

“เจ้า!” เสียงหัวเราะรอบด้านดังสนั่น ชายผู้นั้นอับอายจนหน้าเขียว รีบเดินหนีทันที เวินซูฉีสะบัดแขนเสื้ออย่างไม่ใส่ใจ

“ไร้สาระ” นางหันกลับไปเลือกซื้อของต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่บนชั้นสองของโรงเตี๊ยมฝั่งตรงข้าม หยางเซียวหานที่เห็นทุกอย่างเต็มตา กลับนิ่งไปนาน

โม่เฉินอ้าปากค้าง “…นายท่าน คุณหนูสามนาง…”

หยางเซียวหานมองหญิงสาวในชุดฟ้าเบื้องล่าง ท่ามกลางคำดูถูกและสายตาเหยียดหยาม นางกลับยืนตรง ไม่หลบ ไม่ร้องไห้ และไม่หวาดกลัวราวกับคำพูดของคนทั้งเมืองทำอะไรนางไม่ได้เลย บุรุษผู้เย็นชาหรี่ตาลงช้า ๆ เวินซูฉีผู้นี้…แตกต่างจากข่าวลือมากเกินไปแล้วจริง ๆ

ตอนที่ 5  คุณหนูสามเปลี่ยนไป

หลังจากเหตุการณ์กลางตลาดซีหลัว ชื่อของเวินซูฉีก็ยิ่งโด่งดังทั่วเมืองหลวง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเพราะข่าวฉาวเรื่องปีนเตียงราชครู หากเป็นเพราะ

“นางกล้าด่าคนกลางตลาดโดยไม่สะทกสะท้าน!”

“ได้ยินว่ามีคนถูกนางย้อนจนหน้าชา!”

“เวินซูฉีคนเดิมจะกล้าพูดจาคมคายเช่นนั้นได้อย่างไร”

จากที่เคยถูกมองเป็นเพียงหญิงโง่เขลา ตอนนี้ผู้คนเริ่มรู้สึกว่า “คุณหนูสามแห่งจวนเวิน” ดูแปลกไป และคนที่รู้สึกชัดที่สุด ก็คือคนในจวนเวินเอง

เช้าวันนั้น ภายในเรือนครัวด้านหลังจวน บ่าวสาวหลายคนกำลังนั่งเด็ดผักและเตรียมอาหารเช้า แต่แทนที่จะคุยเรื่องงาน ทุกคนกลับกำลังซุบซิบกันอย่างออกรส

“พวกเจ้าได้ยินหรือยัง เมื่อวานคุณหนูสามทำคนทั้งตลาดเงียบกริบเลยนะ”

“จริงหรือ ข้านึกว่านางจะร้องไห้หนีกลับจวนเสียอีก”

“ร้องไห้อะไรเล่า ข้าได้ยินว่ามีนักเลงปากดีคนหนึ่งถูกนางย้อนจนแทบมุดดินหนี”

สาวใช้คนหนึ่งเบะปาก “จะเก่งขึ้นแค่ไหนก็ยังเป็นหญิงไร้ยางอายอยู่ดี”

อีกคนรีบพยักหน้า “ถูกต้อง ข้าไม่เชื่อหรอกว่านางจะเปลี่ยนไปจริง ๆ” ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

“ไม่เชื่อเรื่องใดหรือ”

ทุกคนสะดุ้งเฮือก หันกลับไปก็พบว่าเวินซูฉีกำลังยืนอยู่หน้าประตูเรือนครัว หญิงสาวสวมชุดสีเขียวอ่อนเรียบง่าย เส้นผมรวบหลวม ๆ มีเพียงปิ่นหยกขาวปักไว้ ดวงหน้างดงามสงบนิ่งจนมองไม่ออกว่านางได้ยินมานานเพียงใด บ่าวทุกคนหน้าซีด รีบคุกเข่าลง

“คะ… คารวะคุณหนูสาม!”

เวินซูฉีเดินเข้ามาช้า ๆ สายตาของนางกวาดผ่านอาหารบนโต๊ะ ก่อนหยุดที่หม้อโจ๊กด้านหน้า

“โจ๊กนี่ของใคร”

แม่ครัวรีบตอบเสียงสั่น “ของ… ของเรือนใหญ่เจ้าค่ะ”

เวินซูฉีพยักหน้า “แล้วของเรือนหลานเยว่เล่า”

ทุกคนเงียบ ชิงเอ๋อร์ที่เดินตามมาด้านหลังเริ่มโมโห “ถามพวกเจ้าก็ตอบสิ!”

แม่ครัวรีบก้มหน้า

“เรือนหลานเยว่… ไม่มีรายการอาหารพิเศษเจ้าค่ะ”

เวินซูฉีเลิกคิ้ว “ไม่มีรึ?”

“เจ้าค่ะ ปกติคุณหนูสามไม่ค่อยลงมาทาน บางวันก็สั่งแค่หมั่นโถวสองลูก…”

ชิงเอ๋อร์กัดฟันแน่น “โกหก! พวกเจ้าหักเงินค่าอาหารเรือนพวกเรามาตลอด!”

บรรยากาศเงียบกริบทันที แม่ครัวรีบส่ายหน้า “บ่าวไม่กล้าเจ้าค่ะ!”

เวินซูฉีมองทุกคนเงียบ ๆ แม้เจ้าของร่างเดิมจะเป็นบุตรสาวภรรยาเอก แต่กลับถูกกดขี่แม้กระทั่งเรื่องอาหาร น่าสมเพชจริง ๆ เวินซูฉีหยิบช้อนขึ้นคนโจ๊กในหม้อเบา ๆ

“ต่อจากนี้ เรือนหลานเยว่จะได้อาหารเท่ากับเรือนคุณหนูใหญ่”

แม่ครัวเบิกตา “แต่ว่า…”

“หากมีปัญหา ให้ไปบอกฮูหยินรองว่าข้าเป็นคนสั่ง”

น้ำเสียงของนางราบเรียบ แต่กดดันจนไม่มีใครกล้าเถียง เวินซูฉีวางช้อนลง ก่อนหันกลับไปมองสาวใช้คนหนึ่งที่ก่อนหน้านี้พูดว่านาง “ไม่เปลี่ยนจริง”

“เจ้า”

สาวใช้นั้นตัวสั่น “คะ… คุณหนู”

“เมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไรนะ”

หญิงสาวหน้าซีดทันที “บ่าว… บ่าวผิดแล้วเจ้าค่ะ!”

เวินซูฉีมองนางอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นกลับยิ้มบาง “ครั้งนี้ข้าจะปล่อยไป”

ทุกคนชะงัก หากเป็นเมื่อก่อน คุณหนูสามคงตบปากนางไปแล้ว แต่เวินซูฉีพูดต่อ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เวิ่นซูฉี หญิงร้ายแห่งราชสำนัก   บทที่ 203

    เวินซูฉีมองมือของตนเอง “แต่ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่า การเปลี่ยนชะตาไม่ใช่เพียงการทำลายศัตรู”“แล้วคืออะไร”“คือการเลือกว่าจะใช้ชีวิตที่เหลืออย่างไร”นางหันกลับมามองเขา “ข้าเลือกไม่อยู่กับความแค้น เลือกไม่ปล่อยให้อดีตตัดสินว่าข้าควรเป็นคนเช่นใด และเลือกอยู่กับคนที่ข้ารัก”แววตาของหยางเซียวหานอ่อนลงทันที“ข้าดีใจที่เจ้ากล่าวเช่นนี้”“ท่านเคยกลัวว่าข้าจะจากไปหรือ”เขาไม่ลังเล “กลัวสิ”“แม้ผ่านมาหลายปีแล้วหรือ”“ความกลัวบางอย่างไม่หายไปง่าย ๆ”เวินซูฉีมองเขาด้วยความเข้าใจ หลังจากวันที่นางเกือบตาย หยางเซียวหานไม่เคยลืมความรู้สึกสูญเสีย แม้เขาจะเรียนรู้ที่จะไม่ควบคุมนางมากเกินไป แต่ทุกครั้งที่นางออกจากเมืองหรือไปยังสถานที่เสี่ยง เขายังคงเงียบผิดปกติและรออยู่จนกว่านางจะกลับ นางจึงยกมือแตะแก้มเขา“ข้าจะไม่จากไปง่าย ๆ”“เจ้าสัญญาแล้ว”“ข้าจำได้”“เจ้าบอกว่าจะอยู่กับข้าจนผมขาว”เวินซูฉีมองเส้นผมของเขา ก่อนพบเส้นสีเงินเล็ก ๆ บริเวณขมับ“ท่านเริ่มมีผมขาวแล้ว”หยางเซียวหานชะงัก “ตรงไหน”นางยื่นมือไปแตะ “ตรงนี้”เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย เวินซูฉีหัวเราะ“ท่านกลัวแก่หรือ”“ไม่”“เช่นนั้นเหตุใดทำหน้าเช่นนี้”“ข้

  • เวิ่นซูฉี หญิงร้ายแห่งราชสำนัก   บทที่ 202

    “เช่นนั้นช่วงเช้าพักเสียบ้าง”“ข้ากำลังอ่านจดหมาย มิได้ทำงานหนัก”หยางเซียวหานเหลือบมองจดหมายบนโต๊ะ“เมืองเหนือมีเรื่องใด”“สถานพยาบาลแห่งใหม่เปิดสอนได้แล้ว เด็กสาวในเมืองนั้นจะมีโอกาสเรียนรู้วิชาแพทย์มากขึ้น”เวินซูฉียิ้ม “เมื่อก่อนสตรีจำนวนมากไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะอ่านตำรา แต่ตอนนี้พวกนางกำลังจะได้เรียนในสิ่งที่ต้องการ”หยางเซียวหานรินชาให้นาง “นี่คือสิ่งที่เจ้าสร้างขึ้น”“ไม่ใช่ข้าคนเดียว”“แต่หากไม่มีเจ้า เรื่องนี้คงไม่เกิด”เวินซูฉีมองไออุ่นที่ลอยขึ้นจากถ้วยชา“ข้าเพียงไม่อยากให้หญิงสาวคนอื่นต้องใช้ชีวิตอย่างที่ข้าเคยเผชิญ”หยางเซียวหานนั่งลงข้างนาง “เจ้าทำสำเร็จแล้ว”นางเงยหน้ามองเขา “ยังไม่ทั้งหมด”“เจ้าจะเปลี่ยนคนทั้งแผ่นดินหรือ”“หากเปลี่ยนได้ก็ดี”เขาหัวเราะเบา ๆ “สมกับเป็นเจ้า”เวินซูฉีเองก็ยิ้มตาม ลมพัดกลีบดอกเหมยตกลงบนโต๊ะหนึ่งกลีบ นางยื่นมือไปรับไว้ แล้วความทรงจำมากมายก็ไหลย้อนกลับมาในใจ ครั้งหนึ่ง นางเคยตื่นขึ้นมาในชีวิตที่เต็มไปด้วยข้อกล่าวหาชื่อเวินซูฉีในวันนั้นคือสัญลักษณ์ของความไร้ยางอาย ผู้คนหัวเราะเยาะนาง มองว่านางเป็นหญิงร้ายผู้คิดปีนขึ้นสู่ที่สูงด้วยเล่ห์เหลี่ยม แ

  • เวิ่นซูฉี หญิงร้ายแห่งราชสำนัก   บทที่ 201

    “ต่อให้วันหนึ่งข้าไม่มีตำแหน่ง ไม่มีอำนาจ และไม่เหลือสิ่งใด”“ท่านยังมีข้า”นางตอบโดยไม่ลังเล หยางเซียวหานกอดนางแน่นขึ้น“ใช่” เขากล่าว “เพียงมีเจ้า ข้าก็ไม่ต้องการสิ่งใดอีก”เวินซูฉีเงยหน้าขึ้นมองเขา “อย่าพูดเช่นนั้น ท่านยังต้องทำงานเพื่อแผ่นดิน”“ตอนนี้ยังพูดเรื่องงานอีกหรือ”“ข้าเพียงเตือนว่าท่านยังเป็นราชครู”“คืนนี้ข้าเป็นเพียงสามีของเจ้า”เวินซูฉีเลิกคิ้ว “แล้วท่านสามีต้องการสิ่งใด”หยางเซียวหานก้มลงจนหน้าผากแตะกับหน้าผากนาง “ขอจูบเจ้าได้หรือไม่”นางมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบเสียงเบา“ได้”เขาจึงประทับริมฝีปากลงมาอย่างอ่อนโยน จุมพิตนั้นไม่มีความรีบร้อน ไม่มีความหวาดกลัว และไม่มีความรู้สึกว่าทั้งสองอาจต้องจากกันในวันรุ่งขึ้น มันเป็นเพียงจุมพิตของสามีภรรยาคู่หนึ่ง ในคืนธรรมดาใต้ต้นเหมยที่กำลังผลิบาน เต็มไปด้วยความรัก ความเชื่อใจ และคำสัญญาว่าจะใช้ชีวิตที่เหลือร่วมกัน เมื่อทั้งสองแยกออกจากกัน เวินซูฉียังคงยืนอยู่ในอ้อมแขนเขา“กลับเข้าเรือนเถิด” หยางเซียวหานกล่าว“ท่านเริ่มเป็นห่วงว่าข้าจะหนาวอีกแล้วหรือ”“ใช่”“เมื่อครู่ยังพูดเสียซาบซึ้ง ตอนนี้กลับมาเป็นราชครูขี้กังวลเหมือนเดิม”“

  • เวิ่นซูฉี หญิงร้ายแห่งราชสำนัก   บทที่ 200

    เวินซูฉีหลุบตาลงชั่วครู่ เพื่อซ่อนความร้อนที่ขึ้นมาบริเวณขอบตา แต่หยางเซียวหานยังคงเห็น เขายกมือขึ้นแตะข้างแก้มนางอย่างอ่อนโยน“เมื่อก่อนข้าไม่เคยกลัวความตาย” เขากล่าว “แต่หลังจากมีเจ้า ข้ากลับกลัว”“เพราะเหตุใด”“เพราะข้ายังอยากใช้ชีวิตกับเจ้าอีกนาน”คำตอบเรียบง่ายนั้นบาดลึกเข้าไปในหัวใจของนาง“ข้าอยากเห็นดอกไม้ในสวนนี้บานทุกปี” เขากล่าวต่อ “อยากเถียงกับเจ้าเรื่องงานราชการ อยากถูกเจ้าตำหนิว่าเป็นคนหวงเกินไป อยากกินอาหารที่เจ้าตักให้ และอยากตื่นขึ้นมาเห็นเจ้าอยู่ข้างกายทุกเช้า”หยางเซียวหานหยุดไปชั่วครู่ ราวกับกำลังรวบรวมทุกความรู้สึกที่เก็บไว้ในใจมานาน“ข้าไม่ได้รักเจ้าเพราะเจ้าช่วยชีวิตฝ่าบาท ไม่ได้รักเพราะเจ้าฉลาดหรือกล้าหาญ ไม่ได้รักเพราะคนทั้งเมืองยอมรับเจ้า”เขามองนางด้วยสายตาที่มั่นคงที่สุด “ข้ารักเจ้าเพราะเจ้าเป็นเวินซูฉี”คำพูดนั้นทำให้เวินซูฉีไม่อาจซ่อนน้ำตาได้อีก หยดน้ำใสเอ่อขึ้นตรงขอบตา ก่อนจะไหลลงข้างแก้มช้า ๆ หยางเซียวหานใช้นิ้วเช็ดให้นางทันที“เหตุใดจึงร้องไห้”“เพราะท่านพูดมากเกินไป”“ข้าพูดผิดหรือ”“ไม่ผิด” นางส่ายหน้า “แต่ข้าไม่เคยคิดว่าท่านจะพูดคำเหล่านี้ได้”“ข้าเอ

  • เวิ่นซูฉี หญิงร้ายแห่งราชสำนัก   บทที่ 199

    “ข้าเพียงถามว่า หากเกิดโรคระบาดแล้วงบไม่พอรักษา เขาจะรับผิดชอบหรือไม่”เวินซูฉีหัวเราะ “นั่นเรียกว่ากดดัน”“ข้าพูดความจริง”“ได้ ข้าไม่เถียงกับท่าน”หยางเซียวหานมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถาม “เจ้าดีใจหรือไม่”“ดีใจสิ คนยากจนจะได้รับการรักษามากขึ้น”“เช่นนั้นก็ดี”เวินซูฉีสังเกตเห็นว่าเขาดูเงียบผิดปกติ แม้ปกติหยางเซียวหานจะพูดน้อย แต่คืนนี้คล้ายมีสิ่งใดอยู่ในใจ นางจึงถามตรง ๆ“ท่านมีเรื่องจะพูดกับข้าหรือ”เขาชะงักเล็กน้อย “เหตุใดจึงถาม”“ท่านมองข้ามาหลายครั้งแล้ว”“ข้ามองเจ้าไม่ได้หรือ”“ได้ แต่สายตาของท่านวันนี้ไม่เหมือนทุกวัน”หยางเซียวหานเงียบไป เวินซูฉีจึงหันมาเผชิญหน้าเขาเต็มตัว“เกิดเรื่องใดขึ้น”“ไม่มีเรื่องร้าย”“เช่นนั้นเหตุใดจึงลังเล”เขามองนางนิ่งอยู่นาน ก่อนก้มลงมองมือที่กุมกันอยู่“ข้าเพียงนึกถึงเรื่องหนึ่ง”“เรื่องใด”“ข้าไม่เคยบอกรักเจ้าอย่างที่ควรจะพูด”เวินซูฉีชะงัก “ท่านบอกแล้ว”“ไม่เหมือนกัน”“แตกต่างอย่างไร”หยางเซียวหานเงยหน้าขึ้นมองนาง“ทุกครั้งที่ข้าบอกรักเจ้า มักเป็นเวลาที่เกิดอันตราย หรือหลังจากเกือบสูญเสียเจ้าไป”เขากล่าวช้า ๆ “ครั้งแรก ข้าพูดขณะเจ้าหมดสติ ไม่รู

  • เวิ่นซูฉี หญิงร้ายแห่งราชสำนัก   บทที่ 198

    “เซียวหาน”“อืม”“ขอบคุณ”เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย “เรื่องใด”“ทุกเรื่อง”“ข้าไม่ต้องการคำขอบคุณจากเจ้า”“เช่นนั้นต้องการอะไร”หยางเซียวหานมองนางนิ่ง ก่อนตอบ “ต้องการให้เจ้าอยู่กับข้าเช่นนี้”เวินซูฉียิ้ม “ข้าจะอยู่”เขายื่นมือออกมา นางวางมือลงบนฝ่ามือนั้นอย่างคุ้นเคย ทั้งสองเดินกลับเรือนเคียงกัน แสงอาทิตย์ยามบ่ายทอดเงาของพวกเขาลงบนทางหินเป็นเงาสองสายที่เชื่อมต่อกัน เวินซูฉีมองเงานั้นแล้วรู้สึกสงบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนนางไม่ได้กลัวว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไร ไม่ได้คิดว่าจะต้องต่อสู้กับผู้ใด และไม่ได้รู้สึกว่าความสุขตรงหน้าจะถูกพรากไปทุกเมื่อเหมือนแต่ก่อนเพราะนางเข้าใจแล้วว่า ความสงบไม่ได้หมายถึงชีวิตจะไม่มีพายุอีกเลย หากหมายถึงการมีที่ยืนมั่นคงแม้พายุจะหวนกลับมา นางมีบ้าน มีคนที่รัก มีงานที่มีความหมาย และมีหัวใจที่ไม่ต้องหลบซ่อนความรู้สึกอีกต่อไปเวินซูฉีเคยมีชีวิตอยู่เพื่อเอาตัวรอด เคยใช้ความแค้นเป็นแรงผลักดัน และเคยคิดว่าความอ่อนโยนคือจุดอ่อน แต่วันนี้นางสามารถยืนใต้ดอกเหมยที่ผลิบาน ยิ้มให้เด็กคนหนึ่ง และเดินจับมือสามีกลับบ้านโดยไม่ต้องสวมเกราะป้องกันหัวใจนี่คือความสงบที่นางแลกมาด้วยทุกสิ

  • เวิ่นซูฉี หญิงร้ายแห่งราชสำนัก   บทที่ 5

    เวินซูฉียกคางขึ้น “ข้าความจำดี ไม่ต้องให้ท่านเตือน”สายตาของทั้งสองปะทะกันกลางลาน คนหนึ่งเย็นชาเหมือนหิมะ อีกคนดื้อรั้นเหมือนไฟที่เพิ่งลุกขึ้น หยางเซียวหานหันหลังเดินจากไป แต่ก่อนออกจากลาน เขาหยุดเท้า แล้วเอ่ยโดยไม่หันกลับมา“โม่เฉิน” เงาดำขานรับจากมุมกำแพง“ขอรับ”“จับตาดูจวนเวินไว้”เวินซูฉีได้ยิน

  • เวิ่นซูฉี หญิงร้ายแห่งราชสำนัก   บทที่ 4

    คำพูดนั้นทำให้หัวใจของร่างนี้เจ็บแปลบขึ้นมา ไม่ใช่ความรู้สึกของเวินซูฉีคนใหม่ แต่เป็นความเจ็บปวดที่หลงเหลือจากเจ้าของร่างเดิม นางนิ่งไปเล็กน้อยก่อนยิ้มเย็น“ท่านพ่อพูดราวกับชื่อเสียงของจวนเวินสูงส่งนัก”“เจ้า!” เวินหลี่เฉิงยกมือขึ้นหมายจะตบหน้านางชิงเอ๋อร์ร้องลั่น “คุณหนู!”แต่ฝ่ามือนั้นยังไม่ทันฟา

  • เวิ่นซูฉี หญิงร้ายแห่งราชสำนัก   บทที่ 3

    นางพูดไม่จบ แต่เวินซูฉีเข้าใจดี ในยุคนี้ ชื่อเสียงของหญิงสาวเปราะบางยิ่งกว่าแก้วบาง ๆ เพียงแค่มีรอยร้าวเล็กน้อย ก็อาจแตกละเอียดจนไม่มีวันประกอบกลับเป็นเดิม ยิ่งเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเสียงฉาวโฉ่อยู่แล้ว เรื่องนี้ย่อมกลายเป็นเชื้อไฟชั้นดี เวินซูฉีหัวเราะเบา ๆ“กลัวไปก็ไม่มีประโยชน์”“คุณหนู…”“หากพวกเข

  • เวิ่นซูฉี หญิงร้ายแห่งราชสำนัก   บทที่ 2

    “คุณ… คุณหนู!” เวลานั้นนางแทบเป็นลม เวินซูฉีจำได้ทันทีจากความทรงจำ สาวใช้คนนี้ชื่อ “ชิงเอ๋อร์” เป็นคนเดียวในจวนที่จริงใจกับเจ้าของร่าง ชิงเอ๋อร์รีบคุกเข่า“บ่าวผิดเองเจ้าค่ะ บ่าวดูแลคุณหนูไม่ดี…” เวินซูฉีรีบเข้าไปพยุงนางขึ้น“ลุกเถอะ ไม่เกี่ยวกับเจ้า”ชิงเอ๋อร์ชะงัก คุณหนู… พูดกับนางดี ๆ เช่นนั้นรึ?

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status