Share

บทที่ 11

last update Petsa ng paglalathala: 2026-05-20 03:36:12

“คุณหนูสามอยู่หรือไม่เจ้าคะ”

ชิงเอ๋อร์หน้าเปลี่ยนทันที “เป็นคนของคุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ”

เวินซูฉียกคิ้ว “เชิญเข้ามา”

ไม่นาน สาวใช้สองคนก็เดินเข้ามาพร้อมถาดผ้าไหมและกล่องเครื่องประดับ คนด้านหน้าคือ “หงซิ่ว” สาวใช้ข้างกายเวินเยว่หลัน นางยิ้มหวานพลางคำนับ

“คารวะคุณหนูสาม”

เวินซูฉีนั่งลงอย่างเกียจคร้าน “มีอะไร”

หงซิ่วยิ้มอ่อนโยน “คุณหนูใหญ่เป็นห่วงท่านเจ้าค่ะ จึงให้บ่าวนำผ้าไหมใหม่กับเครื่องประดับมาให้ หวังว่าคุณหนูสามจะสบายใจขึ้น”

ชิงเอ๋อร์แค่นเสียงในใจ สบายใจเช่นนั้นรึ? คงมาดูละครมากกว่า! เวินซูฉีมองของบนถาด ก่อนหัวเราะเบา ๆ

“พี่ใหญ่ใจกว้างจริง”

หงซิ่วยิ้ม “คุณหนูใหญ่บอกว่า ถึงคนทั้งเมืองจะเข้าใจผิด แต่นางยังเชื่อว่าคุณหนูสามเป็นคนดี”

เวินซูฉียกมุมปาก “เช่นนั้นหรือ”

“เจ้าค่ะ”

“แล้วนางยังพูดอะไรอีก”

หงซิ่วชะงักเล็กน้อย ก่อนตอบ “คุณหนูใหญ่บอกว่า หากท่านเสียใจมาก ก็อย่าออกไปไหนพักนี้จะดีกว่า เพราะคนด้านนอกพูดจาไม่น่าฟัง”

ชิงเอ๋อร์กำหมัดแน่น นี่มันจงใจซ้ำเติมชัด ๆ! แต่เวินซูฉีกลับหัวเราะ “พี่ใหญ่ช่างหวังดี”

หงซิ่วยิ้มทันที “คุณหนูสามเข้าใจก็ดีแล้วเจ้าค่ะ”

เวินซูฉีลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้ นางหยิบปิ่นทองบนถาดขึ้นมาดูเล่น ก่อนเอ่ยเบา ๆ “กลับไปบอกพี่ใหญ่ด้วย”

หงซิ่วรีบตอบ “เจ้าค่ะ”

เวินซูฉียิ้มงดงามราวกับไม่ใส่ใจความผิดปกติที่เกิดขึ้น “หากข้าจะออกไปไหน คนทั้งเมืองก็ไม่มีสิทธิ์มาห้าม”

หงซิ่วสีหน้าชะงักก่อนเวินซูฉีพูดต่อ “ส่วนข่าวลือ…”

นางโยนปิ่นกลับลงถาดเบา ๆ “พวกมันก็ได้แค่พูดลับหลัง” ดวงตาของนางค่อย ๆ เย็นลง “หากกล้ามาพูดต่อหน้าข้าเมื่อใด ข้าจะสอนให้รู้ว่าปากคนแตกได้เหมือนกัน”

หงซิ่วหน้าซีดทันที  ชิงเอ๋อร์แทบหลุดหัวเราะออกมา หลังจากคนของเวินเยว่หลันกลับไป ชิงเอ๋อร์ก็รีบพูด

“คุณหนู ท่านจะออกไปจริงหรือเจ้าคะ”

“จริงสิ”

“แต่ตอนนี้คนทั้งเมือง…”

“ยิ่งคนทั้งเมืองรอดูข้า ข้ายิ่งต้องออกไป” เวินซูฉีหรี่ตา “ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะคิดว่าข้ากลัว”

ชิงเอ๋อร์อ้าปากค้าง “แต่ถ้าคนพวกนั้นพูดไม่ดีใส่ท่าน…”

เวินซูฉีหัวเราะ “ข้าก็จะพูดกลับ” นางยืดตัวขึ้นช้า ๆ “ไปเตรียมรถม้า”

“จะ… จะไปที่ใดหรือเจ้าคะ”

“ข้าจะไปตลาด” ชิงเอ๋อร์แทบทรุด คุณหนูของนางบ้าจริง ๆ! ขณะเดียวกัน ภายในจวนราชครู โม่เฉินคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า

“นายท่าน คุณหนูสามออกจากจวนแล้วขอรับ”

หยางเซียวหานที่กำลังอ่านฎีกาชะงัก “ไปที่ใด”

“ตลาดซีหลัว”

คิ้วของเขาขมวดขึ้นทันที “นางยังกล้าออกไปอีกหรือ” โม่เฉินเองก็งุนงง

“ขอรับ คนทั้งเมืองกำลังพูดถึงนาง แต่คุณหนูสามกลับดูไม่ใส่ใจเลย”

หยางเซียวหานปิดฎีกาลงช้า ๆ ในความคิดของเขา เวินซูฉีควรซ่อนตัวอยู่ในเรือน ร้องไห้เสียใจ หรือไม่ก็คิดหาทางกอบกู้ชื่อเสียง แต่หญิงผู้นั้นกลับออกไปเดินตลาด? นางไม่กลัวเลยหรือ หรือเพราะนางไม่ได้สนใจจริง ๆ ความคิดนี้ทำให้เขาหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก โม่เฉินถามอย่างระวัง

“นายท่าน จะให้คนคุ้มกันนางลับ ๆ หรือไม่ขอรับ”

หยางเซียวหานเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบเสียงเรียบ “ให้คนตามไป”

โม่เฉินก้มหน้า “ขอรับ”

เขาลอบถอนหายใจในใจ นายท่านบอกว่าเกลียดคุณหนูสามนักหนา แต่กลับคอยจับตานางไม่หยุด แปลกจริง ๆ เวลาผ่านไปไม่นาน ตลาดซีหลัวที่คึกคักก็เริ่มเงียบลงทีละน้อย เมื่อรถม้าจวนเวินเคลื่อนเข้ามา ผู้คนหันมองทันที

“นั่นรถม้าจวนเวินไม่ใช่หรือ”

“หรือว่า…”

“เวินซูฉีมา?”

ม่านรถม้าถูกเปิดออก หญิงสาวในชุดฟ้าอ่อนก้าวลงมาอย่างสง่างาม ทันใดนั้น เสียงซุบซิบก็ดังขึ้นรอบด้าน

“นางยังกล้าออกมาอีก!”

“หน้าด้านจริง ๆ”

“หากเป็นข้า คงเอาผ้าคลุมหน้าไปทั้งชีวิต”

“ได้ยินว่าราชครูไม่แม้แต่จะชายตามองนาง”

“สมควรแล้ว!”

ชิงเอ๋อร์หน้าแดงด้วยความโกรธ “พวกเจ้า”

“ชิงเอ๋อร์” เวินซูฉีเรียกเบา ๆ สาวใช้ชะงัก เวินซูฉีปรายตามองผู้คนรอบด้าน ก่อนยิ้มบาง

“หมาเห่า เจ้ายังจะไปเห่ากลับอีกหรือ” เสียงรอบด้านเงียบลงทันที ชายคนหนึ่งหน้าแดงด้วยความโมโห

“เจ้าว่าใครเป็นหมา!”

เวินซูฉีหันไปมองเขาช้า ๆ “ข้าพูดชื่อเจ้าหรือ” ชายคนนั้นอึ้ง ผู้คนรอบข้างเริ่มกลั้นหัวเราะ เวินซูฉียิ้มเย็น

“แต่ถ้าเจ้ายอมรับเอง ข้าก็ไม่ขัด”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เวิ่นซูฉี หญิงร้ายแห่งราชสำนัก   บทที่ 203

    เวินซูฉีมองมือของตนเอง “แต่ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่า การเปลี่ยนชะตาไม่ใช่เพียงการทำลายศัตรู”“แล้วคืออะไร”“คือการเลือกว่าจะใช้ชีวิตที่เหลืออย่างไร”นางหันกลับมามองเขา “ข้าเลือกไม่อยู่กับความแค้น เลือกไม่ปล่อยให้อดีตตัดสินว่าข้าควรเป็นคนเช่นใด และเลือกอยู่กับคนที่ข้ารัก”แววตาของหยางเซียวหานอ่อนลงทันที“ข้าดีใจที่เจ้ากล่าวเช่นนี้”“ท่านเคยกลัวว่าข้าจะจากไปหรือ”เขาไม่ลังเล “กลัวสิ”“แม้ผ่านมาหลายปีแล้วหรือ”“ความกลัวบางอย่างไม่หายไปง่าย ๆ”เวินซูฉีมองเขาด้วยความเข้าใจ หลังจากวันที่นางเกือบตาย หยางเซียวหานไม่เคยลืมความรู้สึกสูญเสีย แม้เขาจะเรียนรู้ที่จะไม่ควบคุมนางมากเกินไป แต่ทุกครั้งที่นางออกจากเมืองหรือไปยังสถานที่เสี่ยง เขายังคงเงียบผิดปกติและรออยู่จนกว่านางจะกลับ นางจึงยกมือแตะแก้มเขา“ข้าจะไม่จากไปง่าย ๆ”“เจ้าสัญญาแล้ว”“ข้าจำได้”“เจ้าบอกว่าจะอยู่กับข้าจนผมขาว”เวินซูฉีมองเส้นผมของเขา ก่อนพบเส้นสีเงินเล็ก ๆ บริเวณขมับ“ท่านเริ่มมีผมขาวแล้ว”หยางเซียวหานชะงัก “ตรงไหน”นางยื่นมือไปแตะ “ตรงนี้”เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย เวินซูฉีหัวเราะ“ท่านกลัวแก่หรือ”“ไม่”“เช่นนั้นเหตุใดทำหน้าเช่นนี้”“ข้

  • เวิ่นซูฉี หญิงร้ายแห่งราชสำนัก   บทที่ 202

    “เช่นนั้นช่วงเช้าพักเสียบ้าง”“ข้ากำลังอ่านจดหมาย มิได้ทำงานหนัก”หยางเซียวหานเหลือบมองจดหมายบนโต๊ะ“เมืองเหนือมีเรื่องใด”“สถานพยาบาลแห่งใหม่เปิดสอนได้แล้ว เด็กสาวในเมืองนั้นจะมีโอกาสเรียนรู้วิชาแพทย์มากขึ้น”เวินซูฉียิ้ม “เมื่อก่อนสตรีจำนวนมากไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะอ่านตำรา แต่ตอนนี้พวกนางกำลังจะได้เรียนในสิ่งที่ต้องการ”หยางเซียวหานรินชาให้นาง “นี่คือสิ่งที่เจ้าสร้างขึ้น”“ไม่ใช่ข้าคนเดียว”“แต่หากไม่มีเจ้า เรื่องนี้คงไม่เกิด”เวินซูฉีมองไออุ่นที่ลอยขึ้นจากถ้วยชา“ข้าเพียงไม่อยากให้หญิงสาวคนอื่นต้องใช้ชีวิตอย่างที่ข้าเคยเผชิญ”หยางเซียวหานนั่งลงข้างนาง “เจ้าทำสำเร็จแล้ว”นางเงยหน้ามองเขา “ยังไม่ทั้งหมด”“เจ้าจะเปลี่ยนคนทั้งแผ่นดินหรือ”“หากเปลี่ยนได้ก็ดี”เขาหัวเราะเบา ๆ “สมกับเป็นเจ้า”เวินซูฉีเองก็ยิ้มตาม ลมพัดกลีบดอกเหมยตกลงบนโต๊ะหนึ่งกลีบ นางยื่นมือไปรับไว้ แล้วความทรงจำมากมายก็ไหลย้อนกลับมาในใจ ครั้งหนึ่ง นางเคยตื่นขึ้นมาในชีวิตที่เต็มไปด้วยข้อกล่าวหาชื่อเวินซูฉีในวันนั้นคือสัญลักษณ์ของความไร้ยางอาย ผู้คนหัวเราะเยาะนาง มองว่านางเป็นหญิงร้ายผู้คิดปีนขึ้นสู่ที่สูงด้วยเล่ห์เหลี่ยม แ

  • เวิ่นซูฉี หญิงร้ายแห่งราชสำนัก   บทที่ 201

    “ต่อให้วันหนึ่งข้าไม่มีตำแหน่ง ไม่มีอำนาจ และไม่เหลือสิ่งใด”“ท่านยังมีข้า”นางตอบโดยไม่ลังเล หยางเซียวหานกอดนางแน่นขึ้น“ใช่” เขากล่าว “เพียงมีเจ้า ข้าก็ไม่ต้องการสิ่งใดอีก”เวินซูฉีเงยหน้าขึ้นมองเขา “อย่าพูดเช่นนั้น ท่านยังต้องทำงานเพื่อแผ่นดิน”“ตอนนี้ยังพูดเรื่องงานอีกหรือ”“ข้าเพียงเตือนว่าท่านยังเป็นราชครู”“คืนนี้ข้าเป็นเพียงสามีของเจ้า”เวินซูฉีเลิกคิ้ว “แล้วท่านสามีต้องการสิ่งใด”หยางเซียวหานก้มลงจนหน้าผากแตะกับหน้าผากนาง “ขอจูบเจ้าได้หรือไม่”นางมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบเสียงเบา“ได้”เขาจึงประทับริมฝีปากลงมาอย่างอ่อนโยน จุมพิตนั้นไม่มีความรีบร้อน ไม่มีความหวาดกลัว และไม่มีความรู้สึกว่าทั้งสองอาจต้องจากกันในวันรุ่งขึ้น มันเป็นเพียงจุมพิตของสามีภรรยาคู่หนึ่ง ในคืนธรรมดาใต้ต้นเหมยที่กำลังผลิบาน เต็มไปด้วยความรัก ความเชื่อใจ และคำสัญญาว่าจะใช้ชีวิตที่เหลือร่วมกัน เมื่อทั้งสองแยกออกจากกัน เวินซูฉียังคงยืนอยู่ในอ้อมแขนเขา“กลับเข้าเรือนเถิด” หยางเซียวหานกล่าว“ท่านเริ่มเป็นห่วงว่าข้าจะหนาวอีกแล้วหรือ”“ใช่”“เมื่อครู่ยังพูดเสียซาบซึ้ง ตอนนี้กลับมาเป็นราชครูขี้กังวลเหมือนเดิม”“

  • เวิ่นซูฉี หญิงร้ายแห่งราชสำนัก   บทที่ 200

    เวินซูฉีหลุบตาลงชั่วครู่ เพื่อซ่อนความร้อนที่ขึ้นมาบริเวณขอบตา แต่หยางเซียวหานยังคงเห็น เขายกมือขึ้นแตะข้างแก้มนางอย่างอ่อนโยน“เมื่อก่อนข้าไม่เคยกลัวความตาย” เขากล่าว “แต่หลังจากมีเจ้า ข้ากลับกลัว”“เพราะเหตุใด”“เพราะข้ายังอยากใช้ชีวิตกับเจ้าอีกนาน”คำตอบเรียบง่ายนั้นบาดลึกเข้าไปในหัวใจของนาง“ข้าอยากเห็นดอกไม้ในสวนนี้บานทุกปี” เขากล่าวต่อ “อยากเถียงกับเจ้าเรื่องงานราชการ อยากถูกเจ้าตำหนิว่าเป็นคนหวงเกินไป อยากกินอาหารที่เจ้าตักให้ และอยากตื่นขึ้นมาเห็นเจ้าอยู่ข้างกายทุกเช้า”หยางเซียวหานหยุดไปชั่วครู่ ราวกับกำลังรวบรวมทุกความรู้สึกที่เก็บไว้ในใจมานาน“ข้าไม่ได้รักเจ้าเพราะเจ้าช่วยชีวิตฝ่าบาท ไม่ได้รักเพราะเจ้าฉลาดหรือกล้าหาญ ไม่ได้รักเพราะคนทั้งเมืองยอมรับเจ้า”เขามองนางด้วยสายตาที่มั่นคงที่สุด “ข้ารักเจ้าเพราะเจ้าเป็นเวินซูฉี”คำพูดนั้นทำให้เวินซูฉีไม่อาจซ่อนน้ำตาได้อีก หยดน้ำใสเอ่อขึ้นตรงขอบตา ก่อนจะไหลลงข้างแก้มช้า ๆ หยางเซียวหานใช้นิ้วเช็ดให้นางทันที“เหตุใดจึงร้องไห้”“เพราะท่านพูดมากเกินไป”“ข้าพูดผิดหรือ”“ไม่ผิด” นางส่ายหน้า “แต่ข้าไม่เคยคิดว่าท่านจะพูดคำเหล่านี้ได้”“ข้าเอ

  • เวิ่นซูฉี หญิงร้ายแห่งราชสำนัก   บทที่ 199

    “ข้าเพียงถามว่า หากเกิดโรคระบาดแล้วงบไม่พอรักษา เขาจะรับผิดชอบหรือไม่”เวินซูฉีหัวเราะ “นั่นเรียกว่ากดดัน”“ข้าพูดความจริง”“ได้ ข้าไม่เถียงกับท่าน”หยางเซียวหานมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถาม “เจ้าดีใจหรือไม่”“ดีใจสิ คนยากจนจะได้รับการรักษามากขึ้น”“เช่นนั้นก็ดี”เวินซูฉีสังเกตเห็นว่าเขาดูเงียบผิดปกติ แม้ปกติหยางเซียวหานจะพูดน้อย แต่คืนนี้คล้ายมีสิ่งใดอยู่ในใจ นางจึงถามตรง ๆ“ท่านมีเรื่องจะพูดกับข้าหรือ”เขาชะงักเล็กน้อย “เหตุใดจึงถาม”“ท่านมองข้ามาหลายครั้งแล้ว”“ข้ามองเจ้าไม่ได้หรือ”“ได้ แต่สายตาของท่านวันนี้ไม่เหมือนทุกวัน”หยางเซียวหานเงียบไป เวินซูฉีจึงหันมาเผชิญหน้าเขาเต็มตัว“เกิดเรื่องใดขึ้น”“ไม่มีเรื่องร้าย”“เช่นนั้นเหตุใดจึงลังเล”เขามองนางนิ่งอยู่นาน ก่อนก้มลงมองมือที่กุมกันอยู่“ข้าเพียงนึกถึงเรื่องหนึ่ง”“เรื่องใด”“ข้าไม่เคยบอกรักเจ้าอย่างที่ควรจะพูด”เวินซูฉีชะงัก “ท่านบอกแล้ว”“ไม่เหมือนกัน”“แตกต่างอย่างไร”หยางเซียวหานเงยหน้าขึ้นมองนาง“ทุกครั้งที่ข้าบอกรักเจ้า มักเป็นเวลาที่เกิดอันตราย หรือหลังจากเกือบสูญเสียเจ้าไป”เขากล่าวช้า ๆ “ครั้งแรก ข้าพูดขณะเจ้าหมดสติ ไม่รู

  • เวิ่นซูฉี หญิงร้ายแห่งราชสำนัก   บทที่ 198

    “เซียวหาน”“อืม”“ขอบคุณ”เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย “เรื่องใด”“ทุกเรื่อง”“ข้าไม่ต้องการคำขอบคุณจากเจ้า”“เช่นนั้นต้องการอะไร”หยางเซียวหานมองนางนิ่ง ก่อนตอบ “ต้องการให้เจ้าอยู่กับข้าเช่นนี้”เวินซูฉียิ้ม “ข้าจะอยู่”เขายื่นมือออกมา นางวางมือลงบนฝ่ามือนั้นอย่างคุ้นเคย ทั้งสองเดินกลับเรือนเคียงกัน แสงอาทิตย์ยามบ่ายทอดเงาของพวกเขาลงบนทางหินเป็นเงาสองสายที่เชื่อมต่อกัน เวินซูฉีมองเงานั้นแล้วรู้สึกสงบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนนางไม่ได้กลัวว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไร ไม่ได้คิดว่าจะต้องต่อสู้กับผู้ใด และไม่ได้รู้สึกว่าความสุขตรงหน้าจะถูกพรากไปทุกเมื่อเหมือนแต่ก่อนเพราะนางเข้าใจแล้วว่า ความสงบไม่ได้หมายถึงชีวิตจะไม่มีพายุอีกเลย หากหมายถึงการมีที่ยืนมั่นคงแม้พายุจะหวนกลับมา นางมีบ้าน มีคนที่รัก มีงานที่มีความหมาย และมีหัวใจที่ไม่ต้องหลบซ่อนความรู้สึกอีกต่อไปเวินซูฉีเคยมีชีวิตอยู่เพื่อเอาตัวรอด เคยใช้ความแค้นเป็นแรงผลักดัน และเคยคิดว่าความอ่อนโยนคือจุดอ่อน แต่วันนี้นางสามารถยืนใต้ดอกเหมยที่ผลิบาน ยิ้มให้เด็กคนหนึ่ง และเดินจับมือสามีกลับบ้านโดยไม่ต้องสวมเกราะป้องกันหัวใจนี่คือความสงบที่นางแลกมาด้วยทุกสิ

  • เวิ่นซูฉี หญิงร้ายแห่งราชสำนัก   บทที่ 3

    นางพูดไม่จบ แต่เวินซูฉีเข้าใจดี ในยุคนี้ ชื่อเสียงของหญิงสาวเปราะบางยิ่งกว่าแก้วบาง ๆ เพียงแค่มีรอยร้าวเล็กน้อย ก็อาจแตกละเอียดจนไม่มีวันประกอบกลับเป็นเดิม ยิ่งเจ้าของร่างเดิมมีชื่อเสียงฉาวโฉ่อยู่แล้ว เรื่องนี้ย่อมกลายเป็นเชื้อไฟชั้นดี เวินซูฉีหัวเราะเบา ๆ“กลัวไปก็ไม่มีประโยชน์”“คุณหนู…”“หากพวกเข

  • เวิ่นซูฉี หญิงร้ายแห่งราชสำนัก   บทที่ 2

    “คุณ… คุณหนู!” เวลานั้นนางแทบเป็นลม เวินซูฉีจำได้ทันทีจากความทรงจำ สาวใช้คนนี้ชื่อ “ชิงเอ๋อร์” เป็นคนเดียวในจวนที่จริงใจกับเจ้าของร่าง ชิงเอ๋อร์รีบคุกเข่า“บ่าวผิดเองเจ้าค่ะ บ่าวดูแลคุณหนูไม่ดี…” เวินซูฉีรีบเข้าไปพยุงนางขึ้น“ลุกเถอะ ไม่เกี่ยวกับเจ้า”ชิงเอ๋อร์ชะงัก คุณหนู… พูดกับนางดี ๆ เช่นนั้นรึ?

  • เวิ่นซูฉี หญิงร้ายแห่งราชสำนัก   บทที่ 1

    ตื่นในร่างคุณหนูสามเสียงฟ้าร้องดังสนั่นราวกับฉีกท้องนภาออกเป็นสองส่วน ความเจ็บปวดแล่นขึ้นมาจากท้ายทอย ก่อนที่หญิงสาวจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก กลิ่นไม้จันทน์หอมเย็นลอยอวลอยู่ในอากาศ ผ้าม่านสีดำปักดิ้นทองไหวเบา ๆ ตามแรงลมยามค่ำคืน เวินซูฉีขมวดคิ้ว“ที่นี่… ที่ไหน…” เสียงของนางแหบพร่าอย่างคนขาดน

  • เวิ่นซูฉี หญิงร้ายแห่งราชสำนัก   บทที่ 14

    รอยยิ้มของหลิวซื่อแข็งค้าง บรรยากาศเริ่มกดดันขึ้นเรื่อย ๆ ชิงเอ๋อร์มองคุณหนูของตนด้วยสายตาเป็นประกาย เมื่อก่อนคุณหนูสามไม่มีวันกล้าพูดเช่นนี้ แต่ตอนนี้…นางกลับกดดันฮูหยินรองจนพูดไม่ออก เวินซูฉีปิดสมุดบัญชีช้า ๆ“ข้าไม่สนว่าเมื่อก่อนเป็นอย่างไร” นางลุกขึ้นยืน “แต่ต่อจากนี้ เงินของเรือนหลานเยว่ ห้ามข

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status