Share

ตอนที่ 17

last update Tanggal publikasi: 2025-02-13 23:51:29

รุ่งเช้าต้นยามเฉิน(07.00-08.59น.) หลังทุกคนรับอาหารเช้าเสร็จแล้ว จึงมารวมตัวกันที่เรือนหลักในห้องตำราประจำตระกูล

“เอาละ หงเอ๋อร์หลานรู้หรือไม่ว่าทำไมเราถึงมารวมตัวกันที่นี่” เว่ยซือหลิวถามหลานสาว

“เพราะพลังปราณของอาหงเจ้าค่ะท่านปู่” เจ้าตัวน้อยตอบเสียงดังฟังชัด

“ถูกต้อง ที่ทุกคนมารวมตัวกันที่นี่เพื่อหารือกับการที่พลังปราณของเจ้าตื่นก่อนกำหนด” เจ้าตัวน้อยฟังท่านปู่ของนางอย่างตั้งใจ

“ตอนแรกพวกเราตั้งใจจะเก็บเป็นความลับไว้ก่อน แต่มันทำไม่ได้แล้ว เพราะการที่พลังปราณของเจ้าตื่นก่อนกำหนดปะทุรุนแรงเกินไป ทำให้ตระกูลใหญ่ที่คานอำนาจรวมถึงราชวงศ์ได้ล่วงรู้ถึงเรื่องนี้แล้ว หงเอ๋อร์ รู้ใช่หรือไม่ว่าเรื่องนี้รุนแรงและน่าตื่นตะลึงแค่ไหน”

“อาหงรู้เจ้าค่ะท่านปู่ ในเมื่อพวกเขารู้แล้วเราก็ไม่ต้องปิดหรอกเจ้าค่ะ”

“จริงอยู่ที่ไม่ต้องปิด แต่ลูกรักเจ้าฟังพ่อนะ ถึงพวกเขาจะรู้ว่าพลังปราณของเจ้าตื่นขึ้น ก็ใช่ว่าจะรู้รายละเอียดทั้งหมด ดังนั้นเราต้องปกปิดเอาไว้บ้าง”

“พ่อของลูกพูดถูก ความจริงเราตั้งใจจะเปิดเผยพลังธาตุของลูกแค่บางส่วนเท่านั้น แต่เราอยากถามความคิดเห็นของลูกก่อน ว่าลูกอยากเปิดเผยพลังธาตุใด เราจึงได้พาลูกมาปรึกษาหารือที่นี่ แต่...”

“แต่อะไรหรือเจ้าคะท่านแม่”

“แต่เพราะว่าเมื่อคืนเจ้าตื่นมาก็มีพลังปราณระดับเริ่มต้นขั้นต่ำ ทำให้เราทุกคนมีความคิดเห็นเหมือนกันว่า จะไม่เปิดเผยเรื่องระดับพลังของเจ้า แค่พลังปราณตื่นก่อนกำหนดก็น่าตกตะลึงมากพอแล้ว หากคนอื่นรู้เข้าว่าเจ้ามีพลังระดับเริ่มต้นขั้นต่ำ ยุทธภพได้วุ่นวายแน่” เว่ยซือหลางพูดกับน้องสาวแทนมารดา

เว่ยซือเหลียงจึงเอ่ยขึ้นบ้าง “ถูกของพี่ใหญ่ อาหง เรื่องที่พลังปราณตื่นก่อนกำหนดเช่นเจ้านั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เราไม่รู้ว่าคลื่นใต้น้ำที่หลบในเงามืดมีกี่มากน้อย พวกเราจึงต้องหาทางป้องกันเพื่อให้เจ้าหลีกเลี่ยงกับอันตรายให้มากที่สุด”  

“หลานรัก การที่พลังปราณของหลานตื่นก็ดี เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ด้านพลังธาตุก็ดี แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ที่ทุกคนลงความเห็นให้ปกปิดพลังของหลานเอาไว้ ไม่ใช่เพราะอิจฉาหลาน พวกเราทุกคนเป็นห่วงเจ้า ดังนั้นหลานรักของย่า เจ้าอย่าได้น้อยอกน้อยใจไปเลยนะ” ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวเมื่อหลานรักของนางนิ่งฟังอย่างเงียบ ๆ เร่งอธิบายกลัวเจ้าตัวน้อยจะเข้าใจผิด

แต่พอทุุกคนได้ยินคำตอบของเทพธิดาตัวน้อยประจำจวนพลันยิ้มออกมาด้วยความโล่งอกและเอ็นดู ดีใจที่เจ้าตัวเข้าใจอะไรได้ง่ายดาย

“อาหงไม่ได้น้อยใจเจ้าค่ะ อาหงแค่กำลังคิดว่าจะเปิดเผยว่าตนเองมีพลังธาตุธาตุใดดี”

“เอาละหลานปู่ เจ้าบอกปู่มาสิว่า เจ้าเลือกจะเปิดเผยธาตุใดเพราะเหตุใด”

เว่ยซือหงครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนพูดด้วยดวงตาเป็นประกาย “อาหงจะเปิดเผยสามธาตุเจ้าค่ะ ธาตุไฟ ธาตุพฤกษา และธาตุแสง”

“หนึ่งธาตุธรรมดา สองธาตุพิเศษ เหตุผลเล่า”

“เพราะอาหงต้องการเป็นนักปรุงโอสถและนักอักขระเจ้าค่ะท่านพ่อ รวมถึงเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาหงก็คือ อาหงจะปลูกผัก!”

สมาชิกตระกูลเว่ยต่างตกใจกับความต้องการของนาง ดีใจที่นางรักความก้าวหน้าและแข็งแกร่ง แต่การฝึกฝนที่มากกว่าสองสายไม่เคยปรากฏมาก่อน ทุกคนจึงจะอธิบายให้นางเข้าใจถึงความยากลำบากการฝึกฝนแต่ละสาย แต่ถูกเว่ยซือหงพูดขึ้นมาเสียก่อนราวกับรู้ว่าสมาชิกในตระกูลกำลังคิดสิ่งใด

“อาหงรู้ว่าทุกคนเป็นห่วงเจ้าค่ะ อาหงรู้ว่าการฝึกฝนนั้นยากจะประสบผลสำเร็จโดยง่าย และไม่มีใครฝึกมากกว่าหนึ่งสายมาก่อน ทว่าอาหงอยากให้ทุกคนเชื่อใจว่าอาหงฝึกได้จริง ๆ”

“...”

“เชื่ออาหงเถอะนะเจ้าคะทุกคน อาหงฝึกได้แน่นอน อาหงอยากแข็งแกร่งด้านพลังยุทธ์เหมือนท่านปู่ท่านพ่อพี่ใหญ่พี่รอง อยากมีคนนับหน้าถือตาเช่นท่านย่าและท่านแม่ในฐานะนักอักขระและนักปรุงยา”

เจ้าตัวน้อยไม่พูดเปล่าแต่ยังแสดงสีหน้าออดอ้อนจนคนอื่น ๆ ใจเหลวไปตาม ๆ กัน อยากกล่าวห้ามก็พูดไม่ออกแล้วตอนนี้ ฮูหยินผู้เฒ่าอยากจะกล่าวอะไรบางอย่างแต่พอนึกถึงความพิเศษที่มากด้วยพรสวรรค์ของหลานสาวจึงเก็บวาจาไป

ขนาดร่ำเรียนเขียนอ่านอาหงยังอ่านได้ตั้งแต่สามขวบ หากนางบอกว่าสามารถฝึกมากกว่าหนึ่งสายได้คงได้กระมัง เช่นไรตอนนี้นางก็อายุยังน้อย ให้นางได้เรียนรู้ด้วยตนเองไปก่อน หากนางฝึกไม่ได้จริงค่อยเคี่ยวเข็ญให้นางฝึกสายเดียวที่นางมีพรสวรรค์ที่สุดแล้วกัน เฮ้อ!

ทว่าสามีอย่างผู้เฒ่าเว่ยซือหลิวหาได้คิดเหมือนภรรยาคู่ชีวิตของตนไม่ เขามั่นใจและมีความเชื่อถือในตัวหลานสาวยิ่งว่านางสามารถฝึกฝนได้จริง ๆ ทั้งยังเชี่ยวชาญมากด้วย

สมาชิกหลักตระกูลเว่ยมีด้วยกันเจ็ดคนรวมเขาด้วย ผู้ชายสี่คนของตระกูลต่างพากันทุ่มเทฝึกยุทธ์กันหมด ภรรยาของเขาเป็นนักอักขระ ลูกสะใภ้เป็นนักปรุงยา หากมีอัจฉริยะเพิ่มขึ้นในตระกูลไม่ว่าจะด้านใด ก็ส่งผลดีต่อตระกูลเว่ยของเขาทั้งนั้น อีกอย่างเจ้าตัวน้อยที่กำลังส่งสายตาวิบวับออดอ้อนก็น่ารักไม่หยอก ไหนเลยจะใจแข็งห้ามนางได้

“เอาละ เช่นนั้นตกลงตามนี้ ปู่จะเอาใจช่วยนะอาหง หลานสามารถมาฝึกพลังยุทธ์กับปู่ พ่อและพี่ใหญ่พี่รองของหลานได้ ส่วนด้านอักขระและโอสถนั้น หากหลานมีข้อสงสัยและไม่เข้าใจ สามารถปรึกษาท่านย่าและแม่ของหลานได้ เข้าใจหรือไม่ ไม่ว่าหลานจะเลือกทางใดพวกเราทุกคนจะสนับสนุนหลานต่อไป” เมื่อผู้เฒ่าเว่ยซือหลิวพูดเช่นนี้จึงไม่มีใครกล่าวอะไรออกมาอีก ต่างคนต่างใช้ความคิด

คิดหนักหน่อยคงเป็นแม่สามีกับลูกสะใภ้ เพราะการจะเป็นนักอักขระและนักปรุงยานั้นล้วนฝึกฝนได้ยากทั้งสิ้น พวกนางอยู่มาเกือบครึ่งค่อนชีวิต ยังเป็นได้แค่นักอักขระขั้นกลางและนักปรุงยาขั้นกลาง

เอาเถอะในเมื่อตัดสินใจแล้วมีแต่ต้องสนับสนุน  

“อาหง ถึงหลานจะตัดสินใจเช่นนั้นแต่เราจะยังไม่เปิดเผยเส้นทางฝึกฝนที่หลานเลือกตกลงหรือไม่”

“เจ้าค่ะท่านย่า”

“หงเอ๋อร์ นับจากวันนี้ไปลูกจะตกเป็นเป้าสายตาของทุกคน อำนาจทุกฝ่ายจะจับจ้องมาที่เจ้า ดังนั้นหากจะทำอะไรหลานต้องคิดให้รอบคอบ”

“อาหงเข้าใจแล้วเจ้าค่ะท่านปู่” เจ้าตัวยิ้มแย้มรับคำ ดีใจที่ทุกคนไม่ห้ามที่นางเลือกฝึกฝนทั้งสามสายวิชา

“อาหงยื่นแหวนมาย่าจะให้กำไลปกปิดระดับพลังเจ้า” ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าว ด้วยนักอักขระระดับกลางที่มีลมปราณระดับปราชญ์ขั้นต่ำ นางจึงลงอักขระปกปิดให้หลานสาวด้วยตนเอง

“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านย่า” อาหงรับมาแล้วกล่าวสิ่งที่ทำให้สมาชิกตระกูลตกตะลึงอีกครั้ง “หลานจะเก็บรักษากำไลที่ท่านย่าให้ไว้อย่างดี เพราะหลานมีแหวนปกปิดพลังอยู่แล้ว”

สิ้นคำก็อวดแหวนหยกลงอักขระระดับเทพให้ทุกคนดู

“หลานได้มาจากไหน! ย่าจำได้ว่าย่าไม่เคยให้”

“ท่านตาเทพให้มาเจ้าค่ะ”  

ถึงจะยังไม่บอกเรื่องมิติเพราะต้องการเก็บเป็นความลับไว้ก่อน เพื่อที่ตัวนางจะได้มีสถานที่สำหรับหลบซ่อนเวลาไม่อยากเรียนศาสตร์ศิลป์สตรีอย่างไรเล่า!

สมาชิกตระกูลเว่ยอยากถามถึงที่มาของแหวนหยกปกปิดพลังมากกว่านี้ แต่ก็จนใจ เพราะเจ้าตัวน้อยที่ชอบทำให้คนอื่นตกอกตกใจจงใจเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากตอบคำถาม

“วันนี้วันเกิดอาหง ทั้งยังเป็นวันเดียวกับเทศกาลหยวนเซียว ขออาหงไปเดินตลาดนะเจ้าคะ”  

หลังออดอ้อนและพูดคุยทำความเข้าใจกันอยู่นานทุกคนก็พยักหน้าตกปากรับคำให้นางไปเดินตลาดโดยมีพี่ชายทั้งสองและสาวใช้คนสนิทไปด้วย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 1   ตอนที่ 91 จบ

    ส่วนกลุ่มคนที่มาจากขุมอำนาจหรือจวนขุนนางต่าง ๆ มีความต้องการผลผลิตปราณจำนวนมาก ต่างตรงไปที่ชั้นสองของร้าน แล้วแจ้งชนิดและจำนวนผักที่ต้องการเสร็จ คนของตระกูลเว่ยที่มีหน้าที่รับผิดชอบในส่วนนี้ จะนำผลผลิตออกมาจากแหวนมิติตามจำนวนที่ลูกค้าต้องการ หลังตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อย ทำการจ่ายเงินเป็นอันจบการซื้อขายงานในส่วนนี้ถูกดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ขุมอำนาจต่าง ๆ ต่างชื่นชอบการจัดการด้วยวิธีนี้เช่นกัน ไม่จำเป็นต้องยื้อแย่งกับคนทั่วไป เพราะผลผลิตปราณถูกคนตระกูลเว่ยเตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว โดยผักผลไม้ปราณในร้านค้าตระกูลเว่ยมีราคาดังนี้ผักกาดขาว ผักบุ้ง กวางตุ้ง คะน้า ถั่วฝักยาว พริกชั่งละ 1 ตำลึงทองหัวไชเท้า แครอท แตงกวา ฟักทอง ฟักเขียว ชั่งละ 5 ตำลึงทอง มะเขือเทศ บัวหิมะ ชั่งละ 10 ตำลึงทองกล้วยชนิดต่าง ๆ ขายที่หวีละ 1 ตำลึงทอง แต่ละหวีมีถึงสิบลูกแตงโมขายผลละ 3 ตำลึงทอง ส้ม ผิงกั่ว(แอปเปิล) สับปะรด ชั่งละ 10 ตำลึงทององุ่น เฉ่าเหมย(สตรอว์เบอร์รี) และผลไม้ตระกูลเหมยทั้งหมดชั่งละ 20 ตำลึงทองลูกท้อ ทับทิม ลูกพลับจัดเป็นผลไม้มงคลขายชั่งละ 30 ตำลึงทองส่วนข้าว มันฝรั่งและมันเทศนั้นมีความต้องกา

  • เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 1   ตอนที่ 90

    ร้านค้าตระกูลเว่ย “สวรรค์ พวกเขาปลูกผักปราณได้จริง ๆ”“เจ้าดูแสงสีเขียวระยิบระยับนั่นสิ นี่มันผักปราณระดับสูง”“ตระกูลเว่ยจะเก่งกาจเกินไปแล้ว”หน้าร้านตระกูลเว่ยมีแต่เสียงพูดคุยหลายช่วงอายุทั้งชายหญิง ดังสลับกันไปมา เรื่องที่ตระกูลเว่ยจะเปิดขายผักปราณสร้างความแตกตื่นไปทั้งยุทธภพ จะเห็นได้ว่าแคว้นโจวมีคนเข้าออกค่อนข้างมาก ทั้งผู้ฝึกยุทธ์อิสระ คนจากสำนักศึกษาต่าง ๆ เหล่าบัณฑิต และคนจากดินแดนเบื้องบน ที่ยืนปลดปล่อยพลังความแข็งแกร่งออกมาจาง ๆ เพียงเท่านั้นก็สร้างความอึดอัดให้คนของดินแดนเบื้องล่างได้แล้ว“ไม่คิดว่าข่าวที่คนของเราส่งไปจะเป็นเรื่องจริง”“ถ้าไม่เห็นผักปราณจำนวนมากที่อยู่ในร้านรอขายข้าก็ไม่อยากเชื่อเช่นกันขอรับคุณชาย”“ถึงลมปราณดินแดนเบื้องล่างจะขาดแคลนทว่าก็ไม่อาจดูเบาพวกเขาได้เช่นกันขอรับคุณชาย”“ไม่ถูกต้อง คนที่เราไม่อาจดูเบาคือตระกูลเว่ยเจ้าของผักปราณระดับสูงมากมายนี้ต่างหาก...”คุณชายของกลุ่มวิเคราะห์ออกมา พลางมองผักปราณระดับสูงที่ถูกจัดเตรียมไว้บนชั้นวางของ และอยู่ในตะกร้าแบ่งแยกเป็นชนิดต่าง ๆ ชัดเจน ง่ายต่อการเลือกหา ทั้งยังสะดวกต่อการซื้อขายราคาบนป้ายไม้ที่เด่นหราอยู

  • เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 1   ตอนที่ 89

    อย่างไรก็ตามทัณฑ์สวรรค์มีเพียงสามสายเท่านั้น ทั้งยังทำอันใดกับหินแร่นิฬกาลไม่ได้ สมกับเป็นวัตถุดิบไร้ระดับ สมบัติประเมินค่าไม่ได้เช่นนี้ นางอยากครอบครองให้มากสักหน่อย ขนาดทัณฑ์สวรรค์ที่เป็นดังตำนานเล่าขาน ยังไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนให้มันได้เลย เป็นเช่นนี้จะไม่ให้นางโลภอยากได้เพิ่มได้อย่างไรเล่า!ตัวหินแร่นิฬกาลลอยนิ่งอยู่เช่นนั้นอย่างองอาจราวกับกำลังเยาะเย้ยสายฟ้าจากสวรรค์ ก่อนที่มันจะค่อย ๆ เลือนรางหายไปอันที่จริงหินแร่นิฬกาลยังอยู่ที่เดิม เพียงแต่มันหลบซ่อนตัวเองด้วยอักขระพรางตา จึงไม่มีใครมองเห็น นอกจากเว่ยซือหงเท่านั้น ซึ่งนับเป็นข้อดีอย่างมาก เพราะถ้ามีคนต้องการทำลายไร่ของนางขึ้นมา ก็จะทำได้ยาก เนื่องจากหาตาค่ายกลไม่เจอกระบวนการทุกอย่างเสร็จสิ้นลงไปแล้ว เว่ยซือหงยืนมองผลงานนี้ของตนด้วยความภาคภูมิใจท่ามกลางสายตาแตกตื่นของคนงานทั้งหมดรวมถึงครอบครัวตนเองด้วยแน่นอนว่าเหตุการณ์ที่เกิดในไร่ตระกูลเว่ยเช่นนี้ คนอื่น ๆ ต่างก็รับรู้แล้วเช่นกัน ม่านพลังสีทองที่ครอบคลุมทั่วไร่ตระกูลเว่ยมันชัดเจนเกินไป ราวกับเป็นพื้นที่ที่ตัดขาดจากโลกภายนอกนอกจากเหตุการณ์ในวันนี้จะสร้างความแตกตื่นให้ผู้ค

  • เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 1   ตอนที่ 88

    การจะปลูกผักปราณนั้นใช่ว่าเพียงพูดออกมาแล้วจะทำได้เลยทันที ตระกูลเว่ยต้องเตรียมตัวหลายอย่าง จนเมื่อทุกอย่างพร้อมสรรพ พวกเขาจึงพากันไปที่ไร่ตระกูลเว่ยประตูจวนที่ปิดมานานหลายวันของตระกูลเว่ยถึงได้เปิดออก รถม้าประจำตระกูลทั้งสองคัน เคลื่อนออกจากประตูจวนท่ามกลางสายตาของชาวเมือง และเหล่าขุนนางที่คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของพวกเขาเมื่อถึงไร่ตระกูลเว่ย คนงานทั้งหมดทั้งแรงงานที่เป็นชาวบ้าน บ่าวตระกูลเว่ย รวมถึงทหารที่คอยดูแลความปลอดภัย และความเรียบร้อยของไร่ถูกเรียกมารวมตัวกันที่จุดเดียวพวกเขาทั้งงุนงงและสับสนว่าเจ้านายเรียกรวมตัวด้วยเหตุใด บ้างกังวลกลัวจะถูกเลิกจ้าง ยิ่งบรรดาเจ้านายไม่ปริปาก ความคิดพลันล่องลอยไปไกลมากกว่าเดิม ก่อนทุกคนจะแตกตื่นไปมากกว่านี้ พ่อบ้านอวิ๋นจึงเข้ามาไขข้อข้องใจเสียก่อน“ไม่ต้องแตกตื่น เจ้านายของพวกเราไม่ได้คิดจะเลิกจ้างพวกเจ้า ที่เรียกมารวมตัวกันเพราะจะมีการปรับเปลี่ยนไร่ตระกูลเว่ย การให้พวกเจ้าอยู่รวมกันเป็นจุดเดียวจะทำให้ปลอดภัยและดูแลง่ายกว่าเดิม”คนงานที่เป็นชาวบ้านต่างพากันโล่งใจ หม้อข้าวของตนยังอยู่ ยังไม่ได้ถูกทุบแต่อย่างใด ทว่าความสงสัยใคร่รู้ก็กลับมาอีก

  • เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 1   ตอนที่ 87

    “ทุกคนเจ้าคะ อาหงมีเรื่องจะคุยด้วยเจ้าค่ะ” “ว่าเช่นไรลูกรัก มีเรื่องอะไรจะคุยกับพวกเราหรือ” เว่ยซือซานถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“เราเลิกขายผักกันเถอะเจ้าค่ะ”“เลิกขายผัก? เลิกแล้วผักที่ปลูกอยู่พันหมู่จะทำอย่างไร” ถึงจะแปลกใจที่เว่ยซือหงเอ่ยเรื่องการยกเลิกกิจการที่กำลังรุ่งเรืองในตอนนี้ แต่พวกเขาไม่ได้แตกตื่น เรื่องราวที่ผ่านมาได้สอนพวกเขาแล้ว ว่าเจ้าตัวน้อยเป็นคนมีเหตุผลเพียงใด การเอ่ยว่าจะไม่ขายผักแล้ว ไม่ใช่คำพูดที่เอ่ยออกมาเพราะต้องการล้อเล่นแน่“ไม่ต้องทำอันใดเลยเจ้าค่ะ แค่เปลี่ยนจากผักธรรมดาพวกนั้นเป็นผักปราณให้หมด”“เจ้าหมายความว่าอยากปลูกผักผลไม้ปราณแทนการปลูกผักธรรมดาหรือ”“เจ้าค่ะท่านแม่”สมาชิกในตระกูลเว่ยนิ่งคิด ความต้องการของบุตรสาวใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ด้วยน้ำพลังปราณที่เจ้าตัวมี การเปลี่ยนจากผักธรรมดาเป็นผักปราณนั้นทำได้ง่ายราวพลิกฝ่ามือ ไม่ใช่ว่าทุกวันนี้พวกตนก็กินผักผลไม้ปราณและเห็ดปราณ ที่ปลูกอยู่หลังเรือนของเว่ยซือหงหรอกหรือหลินซือเหยาถอนหายใจมองหลานสาวพลางว่า “บอกเหตุผลให้ย่าและพวกเราทุกคนฟังได้หรือไม่ ว่าเหตุใดจึงอยากปลูกและขายผักปราณ”ซึ่งคำถามของฮูหยินผู้เฒ่

  • เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 1   ตอนที่ 86

    ช่วงนี้เว่ยซือหงไม่ได้เคลื่อนไหวหรือทำอะไรเป็นพิเศษ นางทุ่มเวลาทั้งหมดให้ครอบครัว ทดแทนที่ตนหายไปตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือน คนในตระกูลก็พอใจมากที่เจ้าตัวน้อยใช้ชีวิตสมกับที่เป็นเด็กเสียทีทว่าเป็นคนตระกูลใหญ่ ทั้งยังเป็นสตรี สิ่งที่ควรเรียนยังต้องเรียน นางจึงถูกท่านย่าคุมเข้มเรื่องศาสตร์ทั้งสี่เป็นประจำ ถึงจะไม่ค่อยชอบแต่เว่ยซือหงก็เข้าใจและทำได้ดี ทั้งนี้ยังต้องออกไปร่วมงานเลี้ยงกับท่านย่าหรือท่านแม่ยังจวนอื่น ๆ ตามบัตรเชิญที่ถูกส่งมาเป็นครั้งคราว เจ้าตัวน้อยเลยไม่รู้สึกเบื่อนักการออกไปพบปะผู้คนและเจอเพื่อนบ้างนับเป็นเรื่องดี เช่นวันนี้ที่นางมาเดินเที่ยวตลาดกับหลินหว่าน เด็กสาวจากตระกูลหลินที่เพิ่งทำความรู้จักกันไปเมื่อครั้งงานเลี้ยงต้อนรับคณะทูตที่ผ่านมานั่นเอง“เจ้าว่าปิ่นอันนี้สวยหรือไม่” หลินหว่านเอ่ยถามสหายพร้อมยื่นปิ่นดอกหมู่ตาน(โบตั๋น) ให้ดูเว่ยซือหงดูแล้วทั้งตัวรูปปิ่นและขนาดที่ไม่ใหญ่มากเกินไป เหมาะกับเด็ก ๆ อย่างพวกหน้า ก็พยักหน้ารับตอบคำทันทีเช่นกัน “สวยมาก เหมาะกับเจ้า”“จริงหรือ”“จริง”“เช่นนั้นข้าเอาอันนี้เจ้าค่ะ” คุณหนูตระกูลหลินส่งปิ่นให้สาวใช้ที่ติดตามมานำไปคิดเงิน“

  • เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 1   ตอนที่ 14

    “โอ้โห! สวยมาก สวยมาก ๆ อาหงชอบที่สุด” สถานที่งดงาม อากาศบริสุทธิ์ พืชพรรณอุดมสมบูรณ์ ไม่มีอะไรงดงามและน่าอิจฉาไปมากกว่านี้แล้ว เจ้าตัวน้อยยิ้มไม่หุบ เดินไปมองทางนั้นทีทางนี้ที ก่อนตัดใจเข้าไปสำรวจในเรือนบ้างภายในเรือนมีห้องโถงโล่งกว้างและโต๊ะน้ำชาสำหรับรับแขก เดินลึกเข้าไปอีกหน่อยจะมีทางแยกสองทาง

  • เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 1   ตอนที่ 13

    “นี่บ้านของอาหงที่ท่านตาบอกเหรอ?” แม้สงสัยหากแววตากลับเป็นประกายชอบใจ“งดงามมาก!”“เอ๊ะ! เมื่อครู่อาหงหายตัวได้เหรอ? หมายความว่าถ้าอาหงอยู่ในมิติอาหงจะหายตัวไปที่ไหนก็ได้ใช่ไหม?” คิดแล้วพลันทดลองดูนางก็ได้คำตอบ นางสามารถหายตัวไปโผล่ยังสถานที่ที่นางต้องการภายในมิติได้จริงสะดวกสบายมาก!ขาน้อย ๆ ของอ

  • เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 1   ตอนที่ 12

    เด็กหญิงตัวน้อยสูดอากาศเข้าปอดเรียกความมั่นใจให้ตัวเอง แล้ววิ่งออกจากใต้ต้นไม้ใหญ่ที่นางและท่านตานั่งสนทนากันทันที เป้าหมายแรกที่นางสนใจคือทุ่งหญ้าโล่งกว้างเต็มไปด้วยสีเขียวระยิบระยับ ยามลมพัดโชยยอดหญ้าพลันพลิ้วไหวไปตามลม ทั้งดูอ่อนนุ่มและงดงาม“โอ้โห...”ปากเล็กอ้ากว้างยกมือสองข้างประกบแก้มตัวเองไ

  • เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 1   ตอนที่ 11

    เสียงการเลื่อนระดับสามครั้งติดต่อกันดังในห้วงจิต เว่ยซือหงลืมตาขึ้น ดวงตาทอประกายยินดี นางเลื่อนขั้นพลังถึงสามขั้นรวด! ตอนนี้พลังปราณของนางอยู่ที่ พลังปราณระดับเริ่มต้นขั้นสูง!แม้แต่เทพโชคชะตายังอดอึ้งไม่ได้ ทั้งที่รู้ว่าอัตราการดูดซับของนางรวดเร็วเหนือผู้ใด การเลื่อนระดับขั้นพลังของนางยังไม่มีกา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status