เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 1

เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 1

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-02-14
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
10
1 Peringkat. 1 Ulasan
91Bab
3.9KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ชะตาพลิกผันให้เจ๊ใหญ่หงทายาทมาเฟียยุค2000 ต้องไปเกิดใหม่ที่มิติใกล้ล่มสลาย ซึ่งทุกอย่างถูกวัดด้วยความแข็งแกร่ง ทั้งพลังปราณ พลังธาตุ ทั้งนางยังมีภารกิจสำคัญที่ต้องรับผิดชอบ ทว่าเมื่อลืมตาตื่นความทรงจำกลับเลือนราง นางกลายเป็นก้อนแป้งน้อยโดยสมบูรณ์! ผักก็ต้องปลูก มารก็ต้องกำจัด ความทรงจำยังเลือนรางอีก สวรรค์ท่านกลั่นแกล้งข้าหรือไร? ดีที่ทุกครั้งเมื่อนางเลื่อนระดับพลัง ความทรงจำที่เคยเลือนรางจะค่อย ๆ แจ่มชัดขึ้นมา ยิ่งเมื่อระดับพลังสูงขึ้นนางจึงได้รู้ว่า แท้จริงแล้วในอดีตนางไม่ได้เป็นเพียงเจ๊ใหญ่หงเท่านั้น แต่กลับมีอีกตัวตนหนึ่งที่ยิ่งใหญ่และสูงส่งมากกว่า!

Lihat lebih banyak

Bab 1

ตอนที่ 1

ท่ามกลางเสียงร้องไห้ดังระงม และผู้คนนับพันที่มาร่วมไว้อาลัยให้กับการสูญเสียบุคคลที่ยิ่งใหญ่มากอำนาจอันดับต้น ๆ ของวงการมาเฟียแห่งแดนมาเก๊า

ร่างโปร่งแสงยืนมองภาพเบื้องหน้าด้วยความสงบ เธอกวาดตาไปยังบุคคลที่รู้จักก่อนมองไปยังกรอบรูปภาพขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ อันเป็นภาพของผู้เสียชีวิต

รูปภาพนั้นสะท้อนภาพใบหน้าของหญิงสาวผู้งดงาม ดวงตากลมโตนัยน์ตาดำขลับมองตรงไปเบื้องหน้าอย่างไม่เกรงกลัวและอนาทรต่อสิ่งใด ทำให้คนที่พบเห็นยำเกรงและเคารพ แม้ว่านั่นจะเป็นเพียงภาพที่ตั้งอยู่ก็ตาม

หญิงสาวเข้าไปใกล้ภาพนั้นเรื่อย ๆ จนยืนชิดกับกรอบรูปหากไม่มีใครเห็นเธอสักคน เพราะคนที่เสียชีวิตและเจ้าของรูปภาพที่ตั้งอยู่คือตัวเธอเอง... เว่ยซือหง ทายาทอันดับสองของตระกูลเว่ย ตระกูลมาเฟียเก่าแก่ของแดนมังกร

จากบุคคลสำคัญของวงการมาเฟีย เจ๊ใหญ่ตระกูลเว่ยที่ขยับตัวทำอะไรมีแต่คนให้ความสนใจ กลับกลายเป็นดวงวิญญาณธรรมดา แม้ยืนตรงหน้าก็ไร้ผู้คนมองเห็น

‘หึ! ร่ำรวยมากอำนาจแล้วอย่างไร สุดท้ายก็ตายอยู่ดีไม่ใช่หรือ?’ เว่ยซือหงคิดพลางยกยิ้มหยันให้กับสัจธรรมชีวิตที่เธอกำลังเผชิญ

หญิงสาวส่ายหน้าไปมาพลางมองคนที่มาแสดงความอาลัยต่อเธอคนแล้วคนเล่าด้วยแววตาเฉยเมย กระทั่งสั่นไหวเมื่อตรงหน้าคือคนสำคัญในชีวิต

เว่ยซือหงมองภาพครอบครัวที่กอดกันร้องไห้นั้นด้วยความเศร้าและเสียใจ ถ้าเลือกได้เธอก็ไม่ได้อยากจากไปโดยไม่ทันร่ำลาด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์แบบนี้ ทว่าขึ้นชื่อว่าอุบัติเหตุใช่สิ่งที่จะห้ามไม่ให้เกิดขึ้นได้ ต่อให้ระมัดระวังมากแค่ไหน สุดท้ายถ้ามันจะเกิด มันก็เกิดอยู่ดี เจ๊ใหญ่ตระกูลเว่ยจึงจากไปด้วยประการฉะนี้

คำอำลาจากปากของคนในครอบครัวทำเจ๊ใหญ่น้ำตานองหน้า แม้เป็นเพียงวิญญาณก็สามารถร่ำไห้ได้ ความเศร้าโศกอาดูรที่ไม่สามารถมีชีวิตอยู่กับคนเหล่านั้นได้อีกต่อไปทำหญิงสาวเสียใจสุดพรรณนา

มีพบก็ต้องมีจาก เกิด แก่ เจ็บ ตาย ล้วนเป็นของคู่กัน ถึงตัวจากไปแต่ใจผูกพัน เรายังอยู่ในห้วงความทรงจำของคนเป็นเสมอ เว่ยซือหงเข้าใจดี

ร่างโปร่งแสงแย้มยิ้มบางพร้อมพิธีศพประจำตระกูลสิ้นสุดลง  

“โชคดีนะทุกคน ฉันก็คงไปตามทางของฉันเหมือนกัน”

แต่... เป็นวิญญาณแล้วต้องไปไหนอะ? ไหนยมทูตขาวดำ? ไหนแม่น้ำลืมเลือน? ไหนน้ำแกงยายเมิ่ง? ไม่เห็นมี!  

ขณะที่หญิงสาวขบคิดด้วยความมึนงง จู่ ๆ ชั้นบรรยากาศโดยรอบก็หมุนวนดูดดวงวิญญาณของเธอเข้าไป กระทั่งแรงดูดของชั้นบรรยากาศหายไปหญิงสาวจึงลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง

“ที่ไหนวะเนี่ย!” เสียงอุทานที่ออกมาจากริมฝีปากสวยได้รูปดังขึ้น เมื่อจู่ ๆ ก็มาโผล่ยังสถานที่ว่างเปล่า ทุกอย่างล้วนขาวโพลน ไม่มีผู้คน ไร้สิ่งก่อสร้าง

กลุ่มหมอกสีขาวยังลอยเอื่อย ก้มมองเท้าตัวเองพบว่าตัวเธอกำลังลอยเช่นกัน หากกลับสัมผัสได้ว่ายืนอยู่ ความรู้ย้อนแย้งนี้คืออะไร?

ความคิดภายในหัวหมุนวน เชื่อว่าคำถามยอดฮิตของเหล่าดวงวิญญาณคงเป็นประโยคที่ว่า ‘ตายแล้วไปไหน’ แน่ เพราะเธอก็ถามตัวเองแบบนี้เช่นเดียวกัน!

คิดไปก็ไม่ได้คำตอบ เว่ยซือหงตัดสินใจเดินไปข้างหน้า โดยระหว่างเดินก็สอดส่ายสายตามองรอบตัวเองไปด้วย น่าแปลกที่เดินมาร่วม 2 ชั่วโมง เธอก็ยังไม่เห็นจุดสิ้นสุดของสถานที่นี้เสียที กลับกันกลุ่มหมอกที่แน่นขนัดในตอนแรกกลับจางลงเรื่อย ๆ พร้อมอากาศบริสุทธิ์

“เดี๋ยวนะ อากาศบริสุทธิ์อย่างนั้นเหรอ?”

“เป็นวิญญาณหายใจได้ด้วย?”

“หรือที่นี่จะเป็นสวรรค์? เป็นไปไม่ได้หรอก”  

เจ๊ใหญ่แห่งวงการมาเฟียอย่างเธอ แม้ไม่ได้เข่นฆ่าคนไปทั่ว ใช่ว่ามือจะไม่เปื้อนเลือด แน่ละ ในเมื่อศัตรูบางคนมันต้องการเอาชีวิตเธอ เธอก็ต้องเอาชีวิตมันคืนสิ จะให้เป็นนางเอกยอมคนมองโลกในแง่ดี ทั้งที่สถานะของตัวเองและตระกูลเป็นมาเฟียก็ไม่ใช่เรื่อง ในเมื่อศัตรูหันปืนใส่เธอก่อน เธอก็ต้องหันปืนใส่มันกลับสิถึงจะถูก

เว่ยซือหงสะบัดศีรษะขับไล่ความคิดไร้สาระออกไป ก่อนพิจารณาสถานที่ที่เธออยู่ตอนนี้อีกครั้ง หญิงสาวยกมือกอดอก ก่อนแขนขวายกขึ้นตั้งฉากแล้วทำมือคล้ายป้องปาก แต่ที่จริงใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้สลับไปมาเพื่อเกลี่ยริมฝีปากตนเอง

อันเป็นท่าประจำเวลาที่เว่ยซือหงใช้ความคิดมาก ๆ  

“แม้เราจะไม่ได้ฆ่าคนไปทั่วเป็นผักปลา แต่มือเราก็เปื้อนเลือดเพราะเข่นฆ่าศัตรู ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่เราจะได้ขึ้นสวรรค์ หากสถานที่นี้ก็ไม่ใช่นรก… สรุปที่แห่งนี้คืออะไรกันแน่” หญิงสาวครุ่นคิดก่อนแววตาสะท้อนความไม่เชื่อออกมา

“เป็นไปไม่ได้หรอกมั้ง จะเป็นไปได้เหรอที่มันจะเหมือนนิยายแนวทะลุมิติอะไรเทือกนั้น ที่พอตายวิญญาณก็ถูกพามายังมิติของเหล่าเทพเซียน... บ้าบอไปกันใหญ่แล้วยายหง นี่มันบ้ามาก เป็นไปไม่ได้หรอก”

“เป็นไปได้สิ” ขณะที่หญิงสาวตบตีกับความคิดตัวเองอยู่นั้น เสียงทุ้มเจือแววอ่อนโยนของชายวัยกลางคนก็ดังขึ้นเบื้องหลัง

เว่ยซือหงสะดุ้งก่อนหันกลับมามองข้างหลังของตนอย่างว่องไว สายตาหญิงสาวสำรวจคนที่จู่ ๆ ก็โผล่มาอย่างไม่เก็บกิริยา ดวงตาหงกวาดมองขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่หลายรอบ ใบหน้าสวยฉายแววฉงน แววตาเจือความสงสัยเด่นชัด

บุรุษวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้ สวมชุดจีนโบราณค่อนข้างจะ... คร่ำครึไปหน่อยหรือไม่ แต่งองค์ทรงเครื่องตั้งแต่หัวจรดเท้า อาภรณ์หรูหราสีทองปักด้วยดิ้นทอง เอาจริงดิ?

คนที่ถูกมองสำรวจนอกจากจะไม่ว่าอันใดแล้ว ยังยิ้มและมองหญิงสาวด้วยสายตาอ่อนโยนเจือเอ็นดู จนทำให้เว่ยซือหงทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย หญิงสาวยิ้มแห้งที่เผลอเสียมารยาท

“ขอโทษค่ะ คุณเป็นใครคะ” พอรวบรวมสติได้ก็ถามทันที

“เจ้ากำลังคิดถึงสิ่งใดอยู่เล่า” ไม่ตอบแต่ถามกลับ

“เทพเซียน?” เอียงคอถามอย่างไม่มั่นใจ หากบุรุษตรงหน้ากลับยกยิ้มและพยักหน้าตอบรับคำพูดของเธอ ดวงตาหงเบิกกว้างอ้าปากค้าง แม้ไม่อยากเชื่อ แต่ตอนนี้ไม่เชื่อไม่ได้แล้ว

ถ้าคนตรงหน้าไม่ใช่เทพเซียนจะเป็นใครไปได้อีก!

“เจ้าคงสงสัยว่าเจ้ามาทำอันใดที่นี่ และสถานที่แห่งนี้คือที่ใด มาเถิด ตามข้ามาแล้วข้าจะเล่าให้ฟัง”

เว่ยซือหงลังเลเล็กน้อยแต่แล้วความอยากรู้อยากเห็นก็เอาชนะความลังเล หญิงสาวเดินตามบุรุษชุดจีนโบราณผู้ที่อ้างตนว่าเป็นเทพเซียนไปต้อย ๆ จนไปหยุดที่เก๋งริมน้ำที่จู่ ๆ ก็โผล่ขึ้นมา  

คล้ายบุรุษชุดจีนโบราณรับรู้ความคลางแคลงใจของหญิงสาว จึงวาดมือเบา ๆ พลันนั้นโต๊ะตรงหน้าก็มีกาน้ำชา ถ้วยชา รวมถึงกระดานหมากที่มักเห็นในซีรีส์จีนโบราณบ่อย ๆ ปรากฏขึ้น ดวงตาหญิงสาวแทบถลนจ้องมองสิ่งที่ปรากฏและบุรุษตรงหน้าไม่กะพริบตา ปากก็อ้าค้างเสียกิริยาความเป็นเจ๊ใหญ่ไปโดยปริยาย

“ทีนี้เชื่อข้าหรือยังเล่า”

“เชื่อแล้วค่ะท่านเทพ” หลักฐานชัดเจนเพียงนี้ไม่เชื่อได้หรือ พร้อมเรียกคนตรงหน้าว่าท่านเทพอย่างไม่กระดากปาก

ชักไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ที่มาเจอเทพเซียนแทนที่จะเป็นยมทูตขาวดำแบบนี้

แต่เอาเถอะ เธอจะมองว่ามันโชคดีไปก่อนแล้วกัน คิดง่าย ๆ มองง่าย ๆ จะได้ไม่ปวดหัวทีหลัง...   

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

Som Parichat
Som Parichat
รอเล่ม3ค่า
2025-12-12 13:10:31
0
0
91 Bab
ตอนที่ 1
ท่ามกลางเสียงร้องไห้ดังระงม และผู้คนนับพันที่มาร่วมไว้อาลัยให้กับการสูญเสียบุคคลที่ยิ่งใหญ่มากอำนาจอันดับต้น ๆ ของวงการมาเฟียแห่งแดนมาเก๊าร่างโปร่งแสงยืนมองภาพเบื้องหน้าด้วยความสงบ เธอกวาดตาไปยังบุคคลที่รู้จักก่อนมองไปยังกรอบรูปภาพขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ อันเป็นภาพของผู้เสียชีวิตรูปภาพนั้นสะท้อนภาพใบหน้าของหญิงสาวผู้งดงาม ดวงตากลมโตนัยน์ตาดำขลับมองตรงไปเบื้องหน้าอย่างไม่เกรงกลัวและอนาทรต่อสิ่งใด ทำให้คนที่พบเห็นยำเกรงและเคารพ แม้ว่านั่นจะเป็นเพียงภาพที่ตั้งอยู่ก็ตามหญิงสาวเข้าไปใกล้ภาพนั้นเรื่อย ๆ จนยืนชิดกับกรอบรูปหากไม่มีใครเห็นเธอสักคน เพราะคนที่เสียชีวิตและเจ้าของรูปภาพที่ตั้งอยู่คือตัวเธอเอง... เว่ยซือหง ทายาทอันดับสองของตระกูลเว่ย ตระกูลมาเฟียเก่าแก่ของแดนมังกรจากบุคคลสำคัญของวงการมาเฟีย เจ๊ใหญ่ตระกูลเว่ยที่ขยับตัวทำอะไรมีแต่คนให้ความสนใจ กลับกลายเป็นดวงวิญญาณธรรมดา แม้ยืนตรงหน้าก็ไร้ผู้คนมองเห็น‘หึ! ร่ำรวยมากอำนาจแล้วอย่างไร สุดท้ายก็ตายอยู่ดีไม่ใช่หรือ?’ เว่ยซือหงคิดพลางยกยิ้มหยันให้กับสัจธรรมชีวิตที่เธอกำลังเผชิญหญิงสาวส่ายหน้าไปมาพลางมองคนที่มาแสดงความอาลัยต่อเธอคนแล้วคนเล
Baca selengkapnya
ตอนที่ 2
“ก่อนอื่นข้าต้องตอบข้อสงสัยของเจ้าก่อน ที่เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรก็เป็นข้าที่ดึงดวงจิตของเจ้าเข้ามาเด็กน้อย และสถานที่นี้เรียกว่ามิติอนุบาลดวงวิญญาณ”“ดึงมาทำไมคะ คงไม่ใช่เพราะอยากให้ฉันพักผ่อนหลังความตายอยู่ที่นี่แบบสบาย ๆ ใช่ไหม? แล้วมิติอนุบาลดวงวิญญาณมีไว้เพื่ออะไรคะ”“ประการแรกเจ้าเข้าใจถูกแล้ว ข้าไม่ปล่อยเจ้านอนสบายอยู่ที่นี่แน่ ๆ ส่วนประการที่สอง...”“ถ้ามันตอบยากไม่ต้องตอบก็ได้ค่ะ” เว่ยซือหงกล่าวเมื่อเห็นท่านเทพตรงหน้าไม่พูดต่อ จากที่คิดว่าตัวเองโชคดีที่เจอเทพตอนนี้หญิงสาวไม่รู้สึกดีใจเลยสักนิด ทั้งยังสังหรณ์ใจในบางอย่าง“เพ้ย ได้อย่างไรเล่า ถามมาแล้วก็ต้องตอบสิ มิติอนุบาลวิญญาณ มีไว้เพื่อรองรับเหล่าดวงวิญญาณที่มีชะตายิ่งใหญ่ ไม่อาจเข้าสู่วัฏสงสารจนกว่าจะบรรลุเงื่อนไขพิเศษ หรือก็คือข้า”หญิงสาวคิดเล็กน้อยพลางว่า “หมายความว่าไม่ได้มีแค่ฉันที่มาที่นี่ใช่ไหมคะ เงื่อนไขที่ว่าคือท่าน อย่าบอกนะว่ามายื่นข้อเสนอ”แปะ แปะ แปะ“ฮ่าฮ่าฮ่า ถูกต้อง เจ้าเข้าใจถูกแล้ว ฉลาดจริง ๆ คิดไม่ผิดที่พาเจ้ามา”คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน จากที่ฟังเธอพอเข้าใจอยู่บ้าง แต่ไม่มั่นใจเล็กน้อย “สรุปคือที่นี่มี
Baca selengkapnya
ตอนที่ 3
“ท่านเทพบอกว่ามิติโลกที่ฉันกำลังจะไปเกี่ยวกับพลังปราณพลังธาตุ เช่นนั้นฉันคงมีพลังไม่อ่อนด้อยใช่ไหมคะ”“แน่นอน ในเมื่อเราส่งเจ้าไปเกิดจะมีพลังธรรมดาสามัญได้อย่างไร ที่สำคัญเราจะให้พรเจ้าไปด้วย” ท่านเทพพูดอย่างใจดี“แล้วที่บอกว่าความชั่วร้ายกำลังกัดกินผืนแผ่นดิน กัดกินมิติคืออะไรคะ ใช่มารหรือปีศาจที่ฉันเคยอ่านเจอในนิยายหรือเปล่า”ท่านเทพชะงักไปซึ่งหญิงสาวที่มองอยู่ตลอดจับสังเกตได้พอดี ดวงตากลมโตมองกดดันให้คนที่เป็นเทพตอบคำถาม “เว่ยซือหงแม้เราจะส่งเจ้าไปเกิดก็ใช่ว่าจะบอกทุกอย่างแก่เจ้าได้”“แค่ตอบมาว่าสิ่งเหนือธรรมชาติที่ฉันต้องไปรับมือด้วยเป็นอะไร มันไม่ได้ยากเลยไม่ใช่เหรอคะ หากท่านไม่บอกฉันก็ไม่รู้ว่าเป้าหมายที่แท้จริงคืออะไร ไม่เคยได้ยินเหรอคะ รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง”เฮ้อ! ท่านเทพถอนหายใจพลางคิด นางช่างคิดอ่านรอบคอบโดยแท้ เอาเถอะ เช่นไร บอกไปก็มิได้มีอันใดเปลี่ยนแปลง คิดได้ดังนั้นท่านเทพจึงตอบออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ“พวกมาร เจ้าจงระวังตัวให้ดี หากยังไม่แข็งแกร่งมากพออย่าได้สืบหาและต่อกรกับพวกมันเด็ดขาด เพราะครานี้ต่อให้เจ้าตายข้าก็ไม่อาจดึงดวงจิตของเ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 4
ในพิภพผู้ฝึกปราณ ถูกแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ดินแดน ได้แก่ ดินแดนเบื้องล่าง ดินแดนเบื้องบน และดินแดนเทพอันเป็นดินแดนในตำนานที่เหล่าผู้ฝึกปราณอยากไปเยือนให้ได้สักครั้งกล่าวถึงดินแดนเบื้องล่าง ถูกเรียกว่าทวีปนภาคราม แบ่งพื้นที่ปกครองเป็น 8 แคว้นย่อยด้วยระบบราชวงศ์ ได้แก่ แคว้นโจว แคว้นฉี แคว้นฮั่น แคว้นเป่ย แคว้นเซี่ย แคว้นหนาน แคว้นปิง และแคว้นสือโดยมีป่าบรรพกาลตั้งอยู่ระหว่างกลาง ล้อมรอบด้วยแคว้นทั้งแปด สิ่งที่กั้นอาณาเขตการแบ่งแคว้น หากไม่เป็นทางน้ำก็เป็นหุบเขานอกจากนี้ยังมี 4 สำนักใหญ่ที่เปิดสอนการฝึกปราณเป็นหลัก ได้แก่ สำนักพยัคฆ์ทมิฬ สำนักหงส์เพลิง สำนักมังกรดำ และสำนักหมื่นบุปผาทั้งนี้ยังมีหอเทพโอสถที่มีอำนาจเหนือราชวงศ์ ขึ้นตรงต่อดินแดนเบื้องบนเป็นหลัก เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางถ่วงดุลอำนาจของทวีปนภาคราม คอยสอดส่องดูแลปกครองอยู่เบื้องหลังราชวงศ์อีกทีปัจจุบันพิภพผู้ฝึกปราณมีอายุมากกว่าพันปีแล้ว เดิมทีเป็นพิภพที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ ทว่าราว 500 ปีก่อน ได้เกิดสงครามเทพ-มารขึ้น ทำให้ทั้งสามดินแดนได้รับผลกระทบ เส้นปราณวิญญาณอ่อนแอลง ทำให้ยากต่อการดูดซับเป็นอุปสรรคในการเลื่อนขั้นป
Baca selengkapnya
ตอนที่ 5
ณ ทิศอุดรของเมืองหลวงอันเป็นทิศตั้งของจวนตระกูลเว่ย ในขณะที่ผู้คนทั่วแคว้นกำลังหมอบกราบตื่นตะลึงกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น บรรยากาศหนักอึ้งที่เคยมีภายในจวนแม่ทัพพลันมลายหายไปสิ้นเมื่อทารกน้อยแผดร้องเสียงจ้าดังออกมา บ่งบอกว่าการรอคอยแสนทรมานของผู้เป็นสามีจบลงแล้ว จบลงพร้อมชีวิตน้อย ๆ ที่ลืมตาดูโลก“ยินดีกับท่านแม่ทัพด้วยเจ้าค่ะ นี่เป็นคุณหนูน้อยบุตรีของท่านเจ้าค่ะ คุณหนูช่างน่าเอ็นดูยิ่งนัก ทั้งยังร่างกายแข็งแรงด้วยเจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพหายห่วงได้” หมอตำแยชื่อดังที่มาทำคลอดให้ฮูหยินจวนแม่ทัพกล่าวแสดงความยินดีด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มก่อนส่งทารกน้อยให้ผู้เป็นบิดาอุ้ม“ขอบคุณท่านหมอมาก แล้วฮูหยินของข้าเล่า”“ฮูหยินปลอดภัยดีเจ้าค่ะ แต่ตอนนี้ยังอ่อนเพลียอยู่มาก อีกสักครู่ท่านแม่ทัพค่อยเข้าไปหาฮูหยินพร้อมคุณหนูน้อยนะเจ้าคะ”“อืม เข้าใจแล้ว”เมื่อได้รับคำยืนยันว่าภรรยารักของตนปลอดภัยสบายดี แม่ทัพใหญ่จึงโล่งอก ก้มหน้ามองบุตรีตัวน้อย พลันได้สบกับดวงตากลมโตใสกระจ่างคู่นั้น น้ำตาที่ไม่เคยคิดว่าจะไหลพลันไหลออกมา“ลูกพ่อ นับจากนี้เจ้าชื่อซือหง ซือที่มาจากชื่อของพ่อ หงมาจากชื่อของแม่เจ้า นามซือหง แซ่เว่ย ดีใจ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 6
เช้าวันใหม่มาถึง สี่ผู้อาวุโสมาเยือนหน้าเรือนเว่ยซือซานอย่างรวดเร็ว ยิ่งทราบข่าวว่าหลานน้อยเป็นทารกเพศหญิงต่างก็อยากเห็นหน้าหลานไว ๆ ทั้งยังไม่ลืมเตรียมของรับขวัญหลานมาด้วยเช่นกัน“คารวะท่านพ่อท่านแม่ขอรับ พวกท่านมากันเร็วไปหน่อยหรือไม่” เว่ยซือซานเร่งเข้าคารวะทั้งสี่ อันประกอบไปด้วยบิดามารดาเขา และบิดามารดาของภรรยา“เร็วอะไรกัน นี่ช้าไปด้วยซ้ำ ไหน หลานแม่อยู่ไหน พาแม่ไปดูก้อนแป้งน้อยเร็ว ๆ” หลินซือเหยา ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลเว่ยเอ่ยกับบุตรชาย“ถูกของพี่ซือเหยา นี่ไม่ช้าเลย ลูกเขย เจ้ารีบพาพวกเราไปหาหลานน้อยเร็ว ๆ เถอะ คนแก่ตื่นเต้นจะแย่แล้ว” กู้เยว่ หรือฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลหลิวมารดาหลิวลี่หงเอ่ยกับบุตรเขยด้วยท่าทางตื่นเต้นและเร่งเร้าสุดกำลัง“ใช่ ๆ มัวชักช้าทำไมอาซานรีบพาพวกเราไปสิ”“ใช่ ตาแก่เว่ยพูดถูก ไป ๆ พาพวกเราไปหาหลานน้อย”สองเสียงชราตามมาติด ๆ โดยเว่ยซือหลิว หรือนายท่านใหญ่ตระกูลเว่ย และหลิวห้าว นายท่านใหญ่ตระกูลหลิวบิดาหลิวลี่หงนั่นเองเว่ยซือซานหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก เมื่อเห็นปฏิกิริยาของผู้อาวุโสทั้งสี่ที่อยากเห็นหน้าหลานน้อยโดยไว ลางสังหรณ์ร้องเตือนว่า เขากำลังจะถูกแย่งลู
Baca selengkapnya
ตอนที่ 7
7 ปีผันผ่านอย่างรวดเร็วราวสายน้ำไหล ทารกน้อยผู้เปรียบดั่งแก้วตาดวงใจของคนทั้งตระกูลได้เติบโตมาเป็นอย่างดี นางได้รับความรักจนล้นปรี่เพราะเป็นน้องสาว ลูกสาว และหลานสาวเพียงคนเดียวของตระกูลเว่ยเว่ยซือหงเปรียบเสมือนศูนย์รวมความรักของคนในตระกูล ด้วยความน่ารักน่าเอ็นดูทั้งยังรู้ความ นอกจากได้รับความรักจากทุกคนอย่างเต็มที่แล้ว นางยังถูกตามใจค่อนข้างมาก กระนั้นเด็กน้อยแก้มกลมก็ไม่ได้กลายเป็นเด็กเกเรแต่อย่างใดวันนี้เป็นวันที่สมาชิกทั้งเจ็ดของตระกูลเว่ยรวมตัวกันที่เรือนหลักเพื่อรับอาหารพร้อมกันอันประกอบไปด้วยท่านปู่เว่ยซือหลิว อายุ 57 ปี ท่านย่าหลินซือเหยา อายุ 52 ปี ท่านพ่อเว่ยซือซาน อายุ 35 ปี ท่านแม่หลิวลี่หง อายุ 33 ปี พี่ใหญ่เว่ยซือหลางอายุ 17 ปี พี่รองเว่ยซือเหลียง อายุ 14 ปี และก้อนแป้งน้อยเว่ยซือหง ที่พรุ่งนี้ก็มีอายุครบ 7 หนาวแล้วบรรยากาศที่ควรจะเต็มไปด้วยความชื่นมื่น กลับมีความเสียใจและรู้สึกผิดอยู่เจือจาง ยิ่งมองเด็กน้อยอันเป็นที่รักของพวกเขา ความรู้สึกผิดยิ่งพุ่งทะยานตระกูลเว่ยเป็นตระกูลแม่ทัพที่มีประวัติยาวนานมานับร้อย ๆ ปี ทรัพย์สมบัติที่ตระกูลสะสมมาเนิ่นนานสืบทอดกันจากรุ่นสู
Baca selengkapnya
ตอนที่ 8
น้ำเสียงก้อนแป้งน้อยทั้งเศร้าและเห็นใจในเวลาเดียวกัน ปรารถนาแรงกล้าที่สุดของนางตอนนี้คือไม่ต้องการให้บิดาหรือคนในครอบครัวเข้าป่า นางไม่อยากให้พวกเขาได้รับอันตรายหากท่านพ่อหรือคนในครอบครัวได้รับบาดเจ็บเพราะต้องการให้นางได้กินผักสด นางคงเสียใจและรู้สึกผิดมากแน่ ไม่มีทางเสียหรอก อย่างไรนางก็ไม่ยอมให้ครอบครัวต้องลำบากเพราะความอยากกินของนาง! ด้านผู้ใหญ่ที่นั่งล้อมโต๊ะอาหารอยู่พลันเอ็นดูเจ้าตัวน้อย มีความสุขและเสียใจไปพร้อม ๆ กันที่ไม่สามารถหาผักสดมาให้นางกินได้ ทั้ง ๆ ที่พรุ่งนี้ก็เป็นวันเกิดอายุครบ 7 หนาวของนางแท้ ๆ “ได้หรือไม่เจ้าคะท่านพ่อ ห้ามเข้าป่าอีกได้หรือไม่ พวกท่านด้วยนะเจ้าคะห้ามเข้าป่า อาหงรู้ ในป่านั้นอันตรายมาก ไม่ดี ไม่ดี!” หัวกลม ๆ ส่ายไปมาจนก้อนซาลาเปาที่ผูกไว้บนหัวสั่นตาม ใบหน้าน่ารักจริงจังจนคนมองอยู่อดแย้มยิ้มออกมาด้วยความรักและเอ็นดูไม่ได้“ได้ ๆ พ่อรับปากเจ้า พวกเจ้าด้วยใช่หรือไม่” เว่ยซือซานรับปากบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนก่อนใช้เสียงเข้มพูดกับบุตรชาย“ขอรับ” เว่ยซือหลางเว่ยซือเหลียงรับคำพร้อมกันเมื่อเห็นว่าทุกคนรับปาก เจ้าตัวน้อยก็ยิ้มออกมาด้วยความยินดี ราวกับมี
Baca selengkapnya
ตอนที่ 9
กลางดึกก้อนแป้งน้อยเว่ยซือหงนอนพลิกตัวไปมา ท่าทางกระสับกระส่ายไม่สบาย จนหลิงจูสาวใช้คนสนิทที่หลิวลี่หงมอบให้มาดูแลก้อนแป้งน้อย เร่งรีบออกไปแจ้งข่าวนายหญิงกับนายท่านของตนเอง“มีอะไรหลิงจู เหตุใดจึงมาดึกดื่นค่อนคืนเช่นนี้”“แย่แล้วเจ้าค่ะฮูหยิน คุณหนูเป็นอะไรไม่รู้เจ้าค่ะ นอนดิ้นไปมา ทั้งยังตัวร้อนมากด้วย ปลุกเท่าไหร่ก็ปลุกไม่ตื่นเจ้าค่ะ” หลิงจูกล่าวบอกท่าทางร้อนรน เป็นห่วงเจ้านายตัวน้อยยิ่งนักหลิวลี่หงฟังแล้วชะงักก่อนหันไปมองหน้าสามีแล้วเร่งรีบไปเรือนนอนของบุตรสาวทันทียังไม่ทันจะได้เข้าไปในห้องบุตรสาว เว่ยซือซานและหลิวลี่หงพลันสัมผัสได้ถึงพลังปราณที่เอ่อล้นออกมาจากภายใน สามีภรรยามองหน้ากันด้วยไม่อยากเชื่อ“จะเป็นไปได้อย่างไรเจ้าคะท่านพี่ หงเอ๋อร์เพิ่งจะเจ็ดหนาวเท่านั้นเองนะเจ้าคะ พลังปราณของลูกจะตื่นขึ้นได้เช่นไร” หลิวลี่หงพูดด้วยใบหน้ากลัดกลุ้มยิ่ง ด้วยปกติพลังจะตื่นก็ต่อเมื่ออายุ 9 หนาว “พี่ก็ไม่รู้เช่นกัน เรารีบเข้าไปดูลูกกันก่อนเถอะ” เว่ยซือซานเป็นห่วงบุตรสาวที่พลังปราณตื่นก่อนกำหนด ขณะเดียวกันบอกพ่อบ้านอวิ๋นให้ไปตามบิดาของตนมาโดยเร็วสามีภรรยาเร่งเข้าไปในห้องนอนบุตรสาวตัวน้อยอ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 10
ในระหว่างที่ด้านนอกกำลังวุ่นวาย ตัวต้นเหตุอย่างเว่ยซือหงนั้นไม่ได้รับรู้เลยแม้แต่น้อย ตอนนี้นางกำลังมึนงงสับสนและหวาดกลัวเล็กน้อย ดวงตากลมโตกวาดมองไปทั่วบริเวณกว้างใหญ่ไพศาลที่นางยืนอยู่ในขณะนี้ด้วยความสนใจ ข้อความมากมายลอยขึ้นมาให้เห็นทันทีที่สายตากวาดผ่านจนลายตาไปหมดทำไมที่นี่มีแต่สีเขียว พืชพรรณมากมาย ทั้งอากาศยังบริสุทธิ์ ครอบครัวของนางเล่าอยู่ที่ใด? “ท่านพ่อ ท่านแม่เจ้าคะ”“ท่านปู่ ท่านย่า”“พี่ใหญ่ พี่รอง”เสียงเล็กเอ่ยเรียกคนในครอบครัวหากไม่มีสักคนที่จะตอบรับ ใจที่ชื้นเพราะสถานที่งดงามแป้วลงอีกครั้ง ดวงตากลมโตรื้นไปด้วยม่านน้ำตา ปากเล็กเบะออกอย่างน่าสงสาร คิดว่าอีกไม่นานต้องร้องไห้แน่ ก่อนที่เจ้าตัวกลมจะคิดมากและร่ำไห้ น้ำเสียงคุ้นเคยที่มาหานางตอนเป็นทารกก็ดังขึ้นเสียก่อน“เสี่ยวหงเอ๋อร์”“ท่านตา!”เจ้าตัวกลมร้องเรียกท่านตาที่ชอบโผล่มาตอนกลางคืนและหายไปตอนกลางวันอย่างรวดเร็ว ก่อนเท้าเล็ก ๆ จะวิ่งพรวดไปกอดต้นขาชราเอาไว้ นานแล้วที่ไม่ได้เจอกัน แต่นางจำท่านตาใจดีที่ชอบนำผลน้ำนมมาให้นางดื่มได้! “ท่านตา! อาหงคิดว่าไม่มีใครอยู่ที่นี่แล้วเสียอีก เมื่อครู่อาหงกลัวมาก หากท่านตาไม่อ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status