LOGINใครจะไปคิดว่าคุณหญิงพิสมัยจะให้เด็กในปกครองที่ดูแลรับเลี้ยงมา ต้องแต่งงานและมีลูกกับหลานชายที่เป็นผู้สืบทอดมรดกเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลแบบนี้ได้ ทั้งที่ก็รู้ดีว่าธามธาราไม่ชอบวิธีคลุมถุงชน ไม่ชอบให้ใครต้องมาบังคับชีวิต แต่สุดท้ายไม่มีใครขัดความประสงค์ของคุณหญิงพิสมัยได้เลยสักอย่าง ประมุขใหญ่ของบ้านจึงต้องให้หลานชายได้ลงเอยกับหลานสาวสุดที่รักที่นางเลี้ยงดูมา
เขมิกาหญิงสาวที่น่ารักและแสนซื่อกตัญญูกับนางมากที่สุด แต่คุณย่าพิสมัยคงจะลืมคิดไปว่าถ้าสิ้นใบบุญหนึ่งเดียวที่มีอยู่ ไม่ว่าหญิงสาวจะกำลังตั้งครรภ์ลูกของเขาอยู่หรือไม่ ธามธาราก็ไม่มีทางจะลงเอยกับเขมิกาได้ ความทุกข์ทั้งหมดคงจะตกอยู่ที่เขมิกามากกว่าใคร เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าหญิงสาวแอบหลงรักธามธารามาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ถ้าไม่รักไม่ชอบเขมิกาก็คงจะไม่ยอมทำตามที่คุณหญิงพิสมัยร้องขอมาแบบนั้นหรอก ไม่มีใครจะเอาทั้งชีวิตและความสุขของตัวเองมาผูกติดกับผู้ชายที่ตัวเองไม่ได้รักไม่ได้ชอบไปตลอดชีวิตให้มีแต่ความทุกข์ใจอย่างตอนนี้ที่กำลังเผชิญอยู่ เวลาล่วงเลยผ่านจนแขกที่มาร่วมงานกลับจนหมด คุณกฤษณะเรียกลูกชายไปพูดคุยด้วยเป็นการส่วนตัว ทำให้ในเวลานี้ทั้งสองพ่อลูกยืนเผชิญหน้ากันเป็นครั้งแรกในรอบสามเดือน ด้วยหน้าที่การงานที่ธามธาราต้องรับผิดชอบ ทำให้เขาไม่ได้มีเวลาจะกลับมาพบเจอหน้าครอบครัวเลยแม้แต่น้อย “แกทำอะไรของแกนะธาม รู้ทั้งรู้ว่าไม่ควรพาคนอื่นมาร่วมงานแบบนี้ด้วยแต่แกก็พาเขามา” “มะลิไม่ใช่คนอื่นนะครับพ่อ จริง ๆ แล้วผมกับเขาควรจะได้ลงเอยกันตั้งแต่แรกแล้วนะครับ” “แต่แกก็เลือกทำตามใจย่าของแกแล้วไม่ใช่เหรอธาม แกมีเมียและตอนนี้เมียก็กำลังมีลูกใกล้คลอดแล้วด้วย” ทำเอาธามธาราต้องหันไปมองจ้องหน้าบิดาด้วยความไม่พอใจอีกครั้งจนได้ “ผมก็แค่ทำเพื่อความสบายใจของคุณย่านะครับพ่อ ถ้าไม่ใช่เพราะคุณย่าร้องขอ ผมไม่มีทางทำเรื่องบ้า ๆ แบบนั้นได้หรอก คุณย่าอยากให้ผมแต่งงานกับเขาผมก็แต่ง คุณย่าอยากให้ผมมีหลานให้ผมก็มีแล้ว จะมาอะไรกับผมนักหนาอีก ตอนนี้คุณย่าก็ไม่อยู่แล้วผมขอชีวิตผมคืนไม่ได้เหรอครับพ่อ?” “แกขอชีวิตของแกคืน แต่แกคงลืมไปแล้วไหมธามว่าแกก็ได้ทำลายชีวิตของเขมิกาเขาไปแล้วเช่นกัน ถ้าเป็นลูกผู้ชายมากพอแกไม่ควรเห็นแก่ตัวแบบนี้นะ” “แต่ผมคุยกับเขมิการู้เรื่องแล้วนะครับพ่อ ผมกับเขาเราตกลงกันแล้วกับอนาคตและชีวิตหลังจากนี้” “ตกลงว่ายังไง ไหนแกลองบอกให้ฉันฟังทีสิ” คุณกฤษณะยืนกอดอกจับจ้องมองหน้าลูกชายคนเดียว รอฟังคำอธิบายในสิ่งที่ลูกชายกำลังจะพูดด้วยใจจดจ่อ ธามธาราจ้องมองหน้าบิดา พร้อมกับหันหน้าไปมองเขมิกาอีกครั้ง หญิงสาวกำลังยืนพูดคุยกับมารดาของเขาอยู่ไม่ไกลจากตรงที่เขายืนเท่าไหร่นัก “ลูกคลอดผมจะให้เขาเอาเด็กไว้กับเรา ส่วนเขาก็จะไปมีชีวิตใหม่ตามทางที่เขาเลือก” “อะไรนะ แล้วยายเข็มก็ยอมงั้นเหรอ?” “ไม่รู้ครับ เขายังไม่ตกลงหรอกนะพ่อ แต่ผมคิดว่าเขาคงไม่มีปัญหาอะไร ในเมื่อตอนนี้คุณย่าก็ไม่อยู่แล้ว เขมิกาเองก็คงไม่อยากจะมีบ่วงผูกคอตัวเองแบบนี้นักหรอกครับ เขาแค่ขัดใจใครไม่ได้ก็เลยเออออตามเหมือนกับผมนั่นล่ะ” “แกก็พูดง่ายสิ แกไม่ได้อุ้มท้อง แกไม่ได้ผูกพันกับลูกเหมือนอย่างที่แม่ลูกเขาผูกพันกัน นี่มันไม่ใช่ทางออกของปัญหานี้ ฉันไม่เห็นด้วยหรอกนะธาม” “แล้วพ่อจะให้ผมทำยังไง ผมไม่ได้รักเขา คนไม่ได้รักกันมันจะใช้ชีวิตอยู่กันไปให้มีความสุขได้ยังไงกันครับ?” “แต่สิ่งที่แกกำลังคิดจะทำมันก็ไม่ถูกเหมือนกันนะธาม แกไม่สงสารเขมิกาหรือไงธาม ยังไงเขมิกาก็ได้ขึ้นชื่อว่าลูกสะใภ้ของฉันแล้ว จะถูกต้องตามกฎหมายหรือเปล่าฉันไม่ได้สนใจหรอก แต่หลานของฉันที่กำลังจะเกิดมาต้องมีชีวิตที่มีทั้งแม่และพ่อ เขมิกาจะอยู่บ้านกับเราต่อไปไม่ว่าแกจะตัดสินใจยังไงก็ตาม แต่ฉันจะให้ทุกอย่างคงอยู่แบบนี้เหมือนเดิม” “ก็ถ้าพ่อจะพูดแบบนี้ แล้วชีวิตนี้ผมเลือกอะไรได้ล่ะ ถ้าทุกคนจะเลือกบงการชีวิตผมแบบนี้จะมาถามผมอีกทำไมว่าผมจะเอายังไงต่อ ในเมื่อสิ่งที่ผมพูด สิ่งที่ผมเสนอไปทุกคนก็ไม่เห็นด้วยอยู่ดี นึกว่าสิ้นคุณย่าไปแล้วชีวิตจะง่ายและดีกว่าเดิม เอาไปเอามามันก็ยังวนลูปเหมือนเดิมอยู่นั่นแหละ ใครจะทำยังไงก็เชิญเลยนะครับ แต่ผมก็จะทำในสิ่งที่ผมอยากจะทำอยู่ดี” ธามธาราเดินผ่านหน้าบิดาออกไปด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิดหัวเสีย คุณกฤษณะได้แต่จ้องมองตามแผ่นหลังของลูกชายพร้อมกับส่ายหน้าไปมาเบา ๆ กับพ่อและแม่ธามธาราเป็นคนหัวดื้อแบบนี้เป็นเรื่องปกติ แต่เขารักผู้เป็นย่ามากจนยอมทำตามคำขอร้องทุกอย่างแบบไม่ปฏิเสธ พอมาวันนี้ผู้เป็นย่าได้จากไปแล้วคงคิดว่าไม่ต้องเกรงใจหรือเกรงกลัวใครได้อีกสินะ จะสงสารก็แต่เขมิกาความสุขของหญิงสาวยังจะมีอยู่อีกไหมในชีวิตต่อจากนี้“พี่อ่ะพูดมาก อัยไม่อยากคุยแล้วนะ จะไปอาบน้ำแล้วค่ะ” ก่อนจะขยับกายเพื่อที่จะลุกหนีจากที่นอนอย่างที่ปากว่า ธีร์ธัชไม่ปล่อยเวลาผ่านให้ไปนาน เขารีบโน้มตัวเข้าหาเธออีกครั้ง ริมฝีปากสัมผัสประกบแนบชิดกันเต็มไปด้วยความรัก ก่อนที่ทั้งคู่จะเริ่มถลำลึกในความรู้สึกอย่างห้ามใจไม่ไหว เสียงครวญครางเริ่มดังประสานขึ้นอีกครั้ง แต่ในขณะที่ธีร์ธัชกำลังพาอัยวาเข้าใกล้ความสุขขึ้นเรื่อย ๆ อยู่ดี ๆ ก็มีเสียงก๊อกแก๊กที่ประตูดังขึ้นขัดจังหวะ “พี่ธีร์ลูกมา!” “แม่คะ พ่อคะ หนูหิวข้าวแล้ว” เสียงเล็ก ๆ ของลูกสาวที่วิ่งเข้ามาในห้องโดยไม่ทันตั้งตัว ทำเอาทั้งคู่หยุดชะงักด้วยความตกใจ อัยวารีบดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดตัวเองและเขาเอาไว้ทันที ธีร์ธัชรีบหันหน้าไปยิ้มแบบเขิน ๆ ให้ลูกสาว หนูน้อยอิงฟ้าวิ่งมาใกล้เตียงอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว พอมองเห็นพ่อกับแม่อยู่ในท่าทางที่ไม่ธรรมดา ก็ทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย “พ่อคะ พ่อนอนทับแม่ทำไมคะ?” อัยวาถึงกับอยากมุดเตียงหนี อายลูกน้อยที่ต้องมาเจอภาพแบบนี้เข้า “เอ่อ...พ่อกำลังหยอกเล่นกับแม่อยู่ลูก เดี๋ยวพ่อไปทำเบรคฟาสให้นะครับ” “แม่กับพ่อ ทำไมหน้าแดงจังคะ?” ธีร์ธัชและอัยวาก้มหน้
“อัย…คืนนี้ ฉันจะไม่ปล่อยเธอไปไหนอีกแล้ว” ฝ่ามือหนาใหญ่ลูบไล้เส้นผมอ่อนนุ่มของเธอเบา ๆ ก่อนจะขยับลงมาที่ใบหน้า ดวงตาของทั้งสองมองจ้องกันอย่างลึกซึ้ง เหมือนไม่มีอะไรบนโลกนี้สำคัญไปกว่าช่วงเวลานี้อีกต่อไปแล้ว อัยวารู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นแรงและอุ่นขึ้นทุกที เธอไม่เคยคิดว่าความรักจะกลับมาหาเธอได้ลึกซึ้งและแนบแน่นขนาดนี้อีกครั้ง ริมฝีปากของธีร์ธัชค่อย ๆ เลื่อนมาจูบที่ริมฝีปากของเธอเบา ๆ ช้า ๆ แต่อบอุ่นสุด ๆ เหมือนทุกจูบบอกเล่าความรู้สึกที่เขาเก็บไว้ในใจมาตลอด อัยวาไม่ถดถอยหนี แต่กลับตอบรับด้วยความนุ่มนวลและปลุกความปรารถนาในกายเขาในเวลาเดียวกัน ใบหน้าทั้งคู่แนบชิดกันมากขึ้นจนสัมผัสกันแทบทุกอณู ฝ่ามือของธีร์ธัชเริ่มสำรวจไปทั่วร่างกายของเธออย่างทะนุถนอม ใบหน้าเรียวเอนลงซบกับซอกคอของเขา กลิ่นตัวของเขายิ่งเร้าอารมณ์ “ฉันรักเธอนะอัย รักมากกว่าที่เคยพูดเมื่อก่อนนี้อีก” เสียงกระซิบเบา ๆ เสียงลมหายใจผสมผสานกันจนกลายเป็นบทเพลงแห่งความรัก อ้อมกอดของผู้ชายที่เธอเคยหวาดกลัว แต่วันนี้กลายเป็นคนที่ทำให้ใจเธอสงบและรู้สึกอบอุ่นมากเหลือเกิน เสื้อผ้าที่สวมใส่ติดกายถูกถอดออกช้า ๆ โดยมีมือของเขาคอย
“หวังว่าเธอจะไม่ปฏิเสธนะอัย ขอให้วันนี้เป็นวันที่เราได้เริ่มต้นใหม่ด้วยกันอย่างจริงจังอีกครั้งเถอะนะ ฉันจะไม่ทำให้เธอเสียใจอีก จะไม่ทำให้เธอร้องไห้ จะรักเธอให้มากและอยู่ดูแลกันไปจนแก่เฒ่าเหมือนอย่างที่เราเคยฝันเอาไว้” อัยวาพยักหน้ายิ้มทั้งน้ำตา เธอพูดอะไรไม่ออกเลยในเวลานี้ ทำได้เพียงแค่ยื่นมือซ้ายไปให้เขาแทนคำตอบ ธีร์ธัชยิ้มกว้างออกมาด้วยความความดีใจ ก่อนจะรีบหยิบแหวนที่อยู่ในกล่องออกมาอย่างรีบร้อน สวมใส่นิ้วของหญิงสาวด้วยมือที่สั่นเทา ดีใจและตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่แล้วเหมือนกัน แหวนขอแต่งงานที่พอดีกับนิ้วมือเรียวสวย ตอนนี้เขาจับจองเป็นเจ้าของเธอแล้วเรียบร้อย ริมฝีปากหนาจูบซับหลังมือของเธอเบา ๆ ก่อนจะมองจ้องหน้าสบตากันอีกครั้ง “ขอบคุณนะอัย ขอบคุณจริง ๆ” ฝ่ามือของอัยวายกขึ้นลูบสัมผัสแก้มสากเบา ๆ “ขอบคุณนะคะ ที่วันนี้คุณยังเลือกอัยเหมือนกัน” ก่อนที่คนทั้งคู่จะโผเข้ากอดกันและกัน เสียงคลื่นลูกเล็ก ๆ ซัดเข้าฝั่งรัว ๆ ราวกับกำลังปรบมือให้กับช่วงเวลาดี ๆ ของพวกเธอเลย ค่ำคืนของวันเดียวกันตอนนี้หนูน้อยอิงฟ้าหลับฝันดีไปแล้วเรียบร้อย ธีร์ธัชนั่งโอบกอดอัยวาไว้ในอ้อมแขน ความอบ
“อย่าดิ้นสิ นั่งอยู่ตรงนี้เลย ช่วยนั่งอยู่นาน ๆ ด้วย” “ทำไมคะ ทำไมต้องนั่งด้วย อัยไม่ใช่อิงฟ้านะ อายคนอื่นจะแย่ ปล่อยค่ะ ปล่อยเลย” สายตาคมมองไปด้านล่างของหญิงสาวกำลังนั่งทับอยู่ตอนนี้ อัยวารับรู้ได้ทันทีว่ามีบางสิ่งบางอย่างมันไม่ปกติเกิดขึ้น ก่อนที่คนทั้งคู่จะมองสบตากันและกัน “นี่คุณ...” “อืม...นั่นแหละ อย่าเพิ่งไปไหนเลย ช่วยนั่งอยู่ตรงนี้ก่อนเถอะนะอัย”ดวงตาคมมองจ้องหน้า อ้อนวอนขอร้องทำตาปริบ ๆ ให้ช่วยสงสาร “บ้า! คุณบ้าไปแล้วคุณธีร์” “บ้าอะไรล่ะ ใครบอกให้เธอเซ็กซี่ ใครบอกให้สวยน่าเอาขนาดนี้ ฉันอดอยากมานานแล้วไม่รู้หรือไง ฉันเหมือนเสือหิวที่พร้อมจะขย่ำเหยื่อตอนนี้ได้เลยนะอัย” อัยวาแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีให้ได้เลยในตอนนี้ อับอายและเขินกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเป็นอย่างมาก พยายามที่จะขยับตัวแต่อ้อมแขนเขาก็ยิ่งกอดรัดเธอเอาไว้แน่น “อย่าดิ้น บอกแล้วอย่าเพิ่งดิ้นอยู่เฉย ๆ นิ่ง ๆ ก่อนได้ไหมอัย” “แล้วมันต้องนานแค่ไหนคะ มันถึงจะเลิกเป็นแบบนี้” “เถอะหน่า นั่งอยู่ตรงนี้ก่อน เดี๋ยวจะพยายามให้มันสงบลง” แล้วเธอจะทำอะไรได้ นอกจากนั่งนิ่ง ๆ ไม่กล้าขยับ ยอมให้เขากอดและใกล้ชิดอย่างไม
อะแฮ่ม! เสียงกระแอมดังขึ้นเบา ๆ ทำให้อัยวาสะดุ้งจนหันไปมองหน้าธีร์ธัชพี่เดินมานั่งลงเคียงข้างกับเธอในเวลานี้ ใบหน้าหล่อเหลาส่งยิ้มให้ รูปร่างที่ล่ำบึกอวดโฉมให้ทุกคนได้มองเพราะเขาใส่กางเกงว่ายน้ำเพียงแค่ตัวเดียว “นั่งคิดอะไรอยู่ ไปเล่นน้ำด้วยกันไหม ลูกอยากไปเล่นน้ำอีกแล้ว” อัยวารีบส่ายหน้าปฏิเสธ “มันร้อน อัยขอนั่งดูอยู่ตรงนี้ดีกว่าค่ะ แค่นี้ก็เหนียวตัวจะแย่อยู่แล้ว” “ว้า...อุตส่าห์ใส่ชุดบิกินี่สวย ๆ เซ็กซี่ขยี้ใจขนาดนี้ ไม่ได้ใส่มาเล่นน้ำแสดงว่าตั้งใจใส่มายั่วฉันหรือไง?” เพียะ! เสียงฝ่ามือฟาดลงบนแขนเขาอย่างแรง พร้อมกับใบหน้าที่ต้องมองเขาด้วยความเขินอายนั้นอีกครั้ง “โอ้ย! โดนฟาดอีกแล้ว เขินหรือไงแซวแค่นี้เอง” “บ้า มาทะเลก็ต้องใส่บิกินี่ไหมคะ ถึงจะไม่เล่นน้ำแต่มันก็ร้อนไง อัยไม่ได้ใส่มายั่วใครทั้งนั้น” “หึหึ แต่ฉันชอบนะ แม่ของลูกสวย น่ารัก นมเป็นนม หุ่นเหมือนคนไม่เคยมีลูกเลยสักนิด น่าฟัดชะมัดเลย” “คุณธีร์! พูดอะไรคะ ไปเล่นกับลูกเลยนะ อัยอยากอยู่คนเดียว” อัยวารีบหันหน้าหนีไม่กล้ามองสบตากับเขาอีกเลย เพราะคำพูดของเขาทำให้แก้มนวลแดงปลั่งได้ไม่ยากเลยสักนิด ใบหน้าหล่อยื่นเข้าไป
วันนี้ธีร์ธัชชวนอัยวาและลูกสาวไปเที่ยวทะเลด้วยกันเป็นครอบครัวในครั้งแรก ทริปภายในประเทศทะเลแถบอันดามันทางภาคใต้สวยสะกดตาสะกดใจทุกคนอยู่ไม่น้อย สองพ่อลูกกำลังนั่งก่อปราสาททรายช่วยกันอยู่ใต้ต้นหูกวางริมหาด “อิงฟ้า ชอบทะเลที่นี่ไหมครับลูก?” ธีร์ธัชถามขึ้น ขณะช่วยลูกสาวตักทรายใส่แม่พิมพ์รูปสัตว์ต่าง ๆ เด็กหญิงพยักหน้ารับยิ้มแฉ่งให้กับผู้เป็นพ่อในทันที “ชอบมากค่ะพ่อ หนูอยากเล่นน้ำอีกด้วยนะคะ” “เพิ่งขึ้นมาเองนะลูกจะไปเล่นอีกแล้วเหรอ พ่อว่านั่งเล่นทรายตรงนี้ก็ดีแล้วนะครับ” ใบหน้าจิ้มลิ้มพยักหน้าให้กับผู้เป็นพ่ออีกครั้ง “พ่อคะ เมื่อไหร่พ่อกับแม่จะแต่งงานกันคะ?” เป็นคำถามที่ทำให้คนเป็นพ่อยากที่จะตอบคำถามนั้นของลูกสาวนัก เกือบปีที่ผ่านมาแม้จะสนิทสนมกับแม่ของลูกมากก็เถอะ แม้ว่าความสัมพันธ์จะดีวันดีคืน แต่สถานะที่อีกคนมอบให้มันก็ไม่ใกล้กับคำว่าอยากให้เป็นครอบครัวด้วยกันเลย ทุกวันนี้ยังคงทำหน้าที่เพียงพ่อและแม่ของลูกช่วยกันเหมือนเดิมทุกอย่าง อาจจะมีรู้สึกบ้างว่าอัยวาเปิดใจให้เขากว่าเมื่อก่อน เดินจับมือกันได้บ้าง เขานอนค้างที่บ้านเธอบ้าง บางครั้งเธอก็ไปค้างบ้านเขาบ้างก็แค่นั้น ไม่เคยมีสัม







