เข้าสู่ระบบนิตยาร้องไห้เบา ๆ ก่อนจะปาดน้ำตาทิ้ง เธอจะไม่อ่อนแอเด็ดขาด รอให้อิฐกับแพรวพรรณแต่งงานกัน เธอก็จะไปจากเขา ผู้ชายใจร้ายที่เกลียดเธอจับใจ
“พี่พริกขา นี่เพื่อนของแพรวเองค่ะ ชื่อนิตค่ะ น่ารักไหมล่ะ” แพรวพรรณแนะนำเพื่อนรักให้พี่ชายคนเดียวได้รู้จัก หลังจากที่เขาเรียนจบกลับมาจากต่างประเทศ
พฤทธิ์ถึงกับตกตะลึงพรึงเพริดเมื่อได้เห็นเพื่อนของน้องสาว นิตยาสบตากับพี่ชายเพื่อนแล้วสะเทิ้นอาย หัวใจของเธอเต้นรุนแรง เพราะไม่เคยเกิดความรู้สึกแบบนี้กับผู้ชายคนไหนมาก่อน
“ฮันแน่! พี่พริก มองเพื่อนแพรวตาเป็นมันเลยนะคะ คนนี้โสดนะจะบอกให้” แพรวพรรณกระแทกไหล่พี่ชายก่อนจะกระซิบบอก แต่นิตยายังได้ยิน เธอค้อนเพื่อน อยากจะหยิกให้เนื้อเขียวนัก
“จีบได้นะคะ ยังไม่มีแฟนจริง ๆ” แพรวพรรณยังพูดแล้วอมยิ้ม นิตยาก้มงุดเขินอายกับสายตาของพฤทธิ์
หลังจากนั้นพฤทธิ์ก็ได้เจอกับนิตยาบ่อยขึ้น ด้วยการเป็นแม่สื่อแม่ชักของน้องสาวอย่างแพรวพรรณ
อิฐซึ่งเป็นคู่หมั้นของแพรวพรรณกลับมาจากต่างประเทศ แพรวพรรณจึงได้แนะนำคู่หมั้นหนุ่มให้เพื่อนสาวได้รู้จัก
อิฐกับแพรวพรรณหมั้นกันแต่เด็ก ชายหนุ่มหมั้นเพราะผู้ใหญ่ เมื่อเจริญวัยขึ้นเขาก็ยังเอ็นดูเธอแต่ความรู้สึกที่มีให้เหมือนเธอเป็นน้องสาวมากกว่า ไม่เหมือนแพรวพรรณที่ยิ่งโตขึ้น ยิ่งตกหลุมรักคู่หมั้นตัวเองเข้าเต็มเปา มีผู้ชายมาจีบก็ไม่เคยสน รักเดียวใจเดียวกับอิฐมาโดยตลอด
แต่การแนะนำให้คู่หมั้นได้รู้จักกับเพื่อนรัก นั่นทำให้ความสัมพันธ์สั่นคลอนลงในเวลาต่อมา
“พี่อิฐชอบนิตเหรอคะ พี่ไปกอดจูบกับเพื่อนของแพรว ทั้ง ๆ ที่เป็นคู่หมั้นของแพรว” แพรวพรรณพูดแล้วร้องไห้เสียงสะท้าน ผิดหวังที่เพื่อนและคู่หมั้นแทงข้างหลังแบบนี้
“แพรว ฟังนิตก่อนนะ” อิฐมาปล้ำจูบเธอเอง แม้เธอจะพยายามหลบหน้าหลบตาเขาเท่าไหร่ หลังจากที่เขาสารภาพว่ารักเธอและจะไปถอนหมั้นกับแพรวพรรณ เธอก็ตกใจปฏิเสธเขาไป แล้วพยายามหลบเลี่ยง แต่แพรวพรรณยังชวนเธอไปโน่นไปนี่ ทำให้ต้องเจอกับอิฐ จึงเกิดเรื่องขึ้น
“ไม่ฟัง คนอื่นว่าเธอบ้าผู้ชาย ทำให้ผู้ชายมีปัญหาทะเลาะกัน ฉันไม่เคยสนใจคำพูดไร้สาระพวกนั้น ยังดึงดันที่จะคบเธอต่อไป แต่ดูเธอทำสิ หน้าด้านไร้ยางอาย แย่งคู่หมั้นของเพื่อนได้อย่างไม่สะทกสะท้าน”
“แพรว...” นิตยาตัวเย็นเยียบ ปวดหนึบหน้าชา ยิ่งเห็นสายตาของพฤทธิ์ยิ่งทำให้หัวใจของเธอเจ็บแปลบมากขึ้นไปอีก เขาคงเห็นว่าเธอกอดจูบกับอิฐเหมือนแพรวพรรณ ทั้ง ๆ ที่เธอไม่ได้ยินยอมพร้อมใจ
ผู้ชายที่น่ารัก อ่อนโยน เอาใจเก่ง บัดนี้ใบหน้าบึ้งตึง สายตาดูถูกเหยียดหยาม เย็นชารังเกียจ ทำเธอสะท้านในอก
“ต่อจากนี้ไป ฉันกับเธอเราขาดกัน ฉันไม่อยากเป็นเพื่อนกับผู้หญิงไร้ยางอายอย่างเธออีก!”
นิตยาผวาตื่นจากที่นอนเหงื่อโซมกาย เธอปาดเหงื่อที่ไหลท่วมใบหน้า เสียงเคาะประตูของมารดาเลี้ยงทำให้เธอสำนึกว่าวันนี้เป็นวันหมั้นของเธอกับพฤทธิ์ หัวใจดวงน้อยเต้นถี่แรง แม้เขาจะเกลียดเธอ แต่เธอก็รักเขา แค่ได้แอบรักเขาแค่นี้ก็ดีที่สุดแล้ว สำหรับคนไร้ค่าไร้ความหมายอย่างเธอ
“หนูนิตตื่นหรือยังจ๊ะ”
“ตื่นแล้วค่ะน้ากิ่ง” เธอเดินไปเปิดประตูห้อง มารดาเลี้ยงมองมาอย่างเอ็นดู
“ทำไมหน้าตาไม่สดชื่นเลยจ๊ะ มีอะไรไม่สบายใจบอกน้าได้นะ”
“หนูนิตแค่ยังไม่อยากหมั้นไม่อยากแต่งงานเลยค่ะ ไม่อยากไปอยู่บ้านคนอื่น เดี๋ยวจะทนคิดถึงน้ากิ่งไม่ไหว” คนขี้อ้อนโอบกอดซบหน้าที่อ้อมอกที่แสนอบอุ่น เธอแอบน้ำตาซึม คงมีแค่กิ่งกาญจน์เท่านั้นที่รักเธอจากใจ
“จ้า... แม่คนปากหวาน” กิ่งกาญจน์ลูบศีรษะของลูกเลี้ยงไปมาด้วยความรักใคร่
“หนูนิตเป็นคนดี ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ ไปอยู่ที่ไหนก็ต้องมีคนรักจ้ะ” กิ่งกาญจน์กุมใบหน้าสวยหวานของเด็กสาวเอาไว้
“พี่พริกเขา...” นิตยาอ้ำอึ้ง อยากเล่าปัญหาให้มารดาเลี้ยงฟัง แต่กลัวท่านไม่สบายใจ
“มีอะไรเล่าให้น้าฟังได้นะ”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ”
“งั้นไปอาบน้ำได้แล้วจ้ะ เดี๋ยวต้องแต่งตัวแต่งหน้าอีก เดี๋ยวไม่ทันฤกษ์หมั้นนะจ๊ะ”
“ค่ะน้ากิ่ง”
“แล้วก็ยิ้มหวาน ๆ จ้ะคนดีของน้า วันนี้เป็นวันดี ห้ามหน้างอนะ”
“ค่ะ”
“น้ารู้ว่าหนูนิตเป็นคนเข้มแข็ง เอาความดีชนะใจเขาให้ได้นะจ๊ะ”
“น้ากิ่งหมายความว่ายังไงคะ”
“แม้คุณแม่จะตอบตกลงเรื่องที่ตาพริกพาผู้ใหญ่มาสู่ขอ ไม่ถามหนูนิตสักคำ แต่หนูนิตก็มีใจให้เขาใช่ไหมจ๊ะ ไม่อย่างนั้นคงหาทางปฏิเสธไปแล้ว”
“คือว่านิต...” คนถามมองอย่างรู้ทัน คนตอบหน้าแดงน้อย ๆ
“เอาเถอะ น้าเป็นกำลังใจให้เสมอ น้ารักหนูนิตนะคะคนดี มีปัญหาอะไรสามารถคุยกับน้าได้ทุกเรื่อง ได้ตลอดเวลา น้ายินดีรับฟัง”
“หนูนิตขอบคุณน้ากิ่งมากนะคะ” เธอกราบที่อกมารดาเลี้ยง กอดท่านอีกครั้ง ด้วยความรักสุดหัวใจ กิ่งกาญจน์ยิ้มกว้าง ลูบศีรษะลูกเลี้ยงไปมาอย่างแสนรัก
นิตยานั่งมองตัวเองหน้ากระจกเงาบานใหญ่ในห้องแต่งตัว ผู้หญิงตรงหน้าที่เธอเห็นดูแปลกตาไปจากทุกวัน ผิวหน้าเนียนละเอียดถูกตบแต่งอย่างประณีต ผมนุ่มสลวยถูกเกล้าขึ้นไปกลางกระหม่อม ทำให้มองเห็นลำคอระหงได้อย่างชัดเจน ชุดไทยที่สวมใส่เป็นชุดไทยประยุกต์มิดชิด แต่เน้นทรวดทรงองค์เอวอรชรอ้อนแอ้น มีสัดส่วนยวนตา
ในขณะที่สามีหนุ่มยังโหมสะโพกเข้าหาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย คนแข็งแรงไม่มีท่าทีว่าจะหยุดพัก จนกว่าเธอจะมีความสุขอย่างที่สุดเธอคิดอย่างเลื่อนลอย จิกมือกับแขนของเขาเมื่อถูกฟอนเฟ้นเต้าอวบหนักหน่วงเขาสับสะโพก โหมกายอีกไม่กี่ครั้ง ก่อนกระตุกร่าง ปลดปล่อยธารรักในร่างเธอจนหมดสิ้นร่างน้อยกระตุกเกร็งสะท้าน โดนสวมกอดแนบแน่นรัดรึง เสียงหวีดร้องและเสียงครวญครางแหบพร่ายาวเหยียด จนวินาทีสุดท้ายของเกมรักพฤทธิ์กอดหอมเมียรักอย่างแสนคิดถึง ดึงเธอมากอดแนบอก“พี่รักหนูนิตนะครับ ต่อจากนี้ไปเราจะไม่แยกจากกันอีกแล้ว”“หนูนิตก็รักพี่พริกค่ะ” เธอกอดตอบ ซบอกเขาอย่างน่ารัก“อุ๊ย!” เธออุทานเมื่อสามีเข้ามาสวมกอดทางด้านหลัง ขณะกำลังนั่งปอกมะม่วงเพื่อรับประทานกับน้ำปลาหวานเขาหอมแก้มนวลเสียฟอดใหญ่ ก่อนจะนอนหนุนตักเธอ นิตยามองตาปริบ ๆ วันนี้เขาดูอารมณ์ดีผิดปกติหลังจากมื้อเช้าเขาเข้าไร่และกลับมารับประทานอาหารกลางวัน ตอนบ่ายเธอก็พาเสื่อมาปูนั่งเล่นรอเขาไปสั่งงานลูกน้อง เพื่อมารับประทานมะม่วงน้ำปลาหวานด้วยกัน และเธอก็คิดว่าจะทำมะขามแช่อิ่มด้วย“คิดถึงเมีย”“ปากหวานนะคะ”“ก็คิดถึงจริง ๆ นี่นา”“ค
“ขอให้ลูกทั้งสองมีความสุขมาก ๆ นะ หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกัน มีเรื่องอะไรสงสัยก็ถามไถ่กันให้เข้าใจ อย่าคิดไปเองคนเดียว อยู่ด้วยกันเป็นผัวเมียกันต้องเข้าใจกัน คนเราก็เหมือนลิ้นกับฟันนั่นแหละ ย่อมมีกระทบกระทั่งกันบ้างเป็นธรรมดา หากคนหนึ่งร้อน คนหนึ่งก็ควรจะใจเย็น ถ้าร้อนทั้งสองคนก็มีแต่จะทำให้เรื่องราวลุกลามใหญ่โต ความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจกันเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิตคู่ หากไม่เข้าใจกันแล้วก็ยากที่จะอยู่ร่วมกันได้”“ขอบคุณน้ากิ่งกับทุกสิ่งทุกอย่างที่น้ากิ่งทำให้นิตมาโดยตลอดนะคะ” นิตยาโผเข้ากอดมารดาเลี้ยงก่อนจะร้องไห้สะอึกสะอื้น ซาบซึ้งในความเมตตากรุณานั้น“วันนี้วันดี น้าจะไม่บอกว่าห้ามร้องไห้ ถ้าร้องแล้วมีความสุขก็ร้องได้จ้ะ หนูนิตเป็นคนเข้มแข็ง ทุกอย่างต้องผ่านพ้นไปได้ด้วยดีนะจ๊ะคนดีของน้า เชื่อน้าสิ” กิ่งกาญจน์กอดลูกเลี้ยง กระซิบบอกอย่างแสนรักหลังจากอวยพรคู่สามีภรรยาที่ต้องเข้าหอกันใหม่ ผู้ใหญ่ก็ออกไปจากห้องหอ ปล่อยให้ทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกันตามลำพังให้หายคิดถึง“คิดถึงใจแทบขาด” สิ้นคำพูดนั้น เขาก็บดจูบเธอจนแทบขาดใจ มือหนาเลื่อนไปนวดเฟ้นเต้าทรวงอวบอิ่ม สะกิดยอดถันจนแข็งเ
นิตยาร้องครางไม่เป็นส่ำ สมองของเธอหมุนคว้างเหมือนลูกข่าง รับรู้เพียงความเสียวซ่านที่แล่นไปทั่วร่าง รอบกายดูพลิกคว่ำพลิกหงายไปหมด ความกระสันเสียวเข้าเล่นงานเธออย่างหนักมันสุดแสนหฤหรรษ์ ร่างกายของเธอทรยศกับความรู้สึกเหลือเกิน มันเต้นเร่าไปกับสัมผัสและการปลุกเร้าที่ถาโถมเข้าหาอย่างรุนแรงเขากระแทกกระทั้นร่างน้อยจนจมเตียง เสียงเตียงลั่นพอ ๆ กับเสียงหอบหายใจสะท้าน สะท้อนอารมณ์คุกรุ่นยิ่งกว่าพายุโหมกระหน่ำหยาดเหงื่อไหลโซมไปทั่วกาย เขาขยับสะโพกสอบกระแทกหนักหน่วง อัดเธอติดกับเตียงครั้งแล้วครั้งเล่าเธอร้องครวญครางแทบขาดใจ ถึงจุดสุดยอดครั้งแล้วครั้งเล่าร่างน้อยเกร็งกระตุก ตอดรัดแก่นกายของเขารอบทิศทางหยาดน้ำหวานไหลซึมทะลักล้น เธอเสียวซ่านมีความสุข ร่างกายกระสันเสียว สมองโล่ง เลือดลมสูบฉีดรุนแรงในขณะที่เขาครางลั่นปลดปล่อยหมดสิ้นในกายสาวพฤทธิ์ซวนซบกับซอกคอชื้นเหงื่ออย่างมีความสุข เขาหอมแก้มเธออย่างแสนรัก กอดรัดอย่างหวงแหน ไม่อยากให้เธอหนีหายไปไหนอีก เขาคงทนไม่ได้พฤทธิ์ปลุกเร้าอารมณ์สาวไม่หยุดหย่อน ความโหยหาทำให้เขาคลุกเคล้าร่างน้อยแนบเตียงไม่ยอมห่างตื่นเช้ามา เขาควานมื
“ครับ หิวมาก ๆ เลย” เขาลูบท้องไปมา“เดี๋ยวให้แม่บ้านทำให้กินนะคะ นิตต้องกลับแล้วค่ะ บอกคุณย่าว่าจะไม่กลับดึกมาก”“พี่อยากกินฝีมือนิตนี่ครับ ไม่อยากกินฝีมือคนอื่น กินกับข้าวที่คนอื่นทำ พี่คลื่นไส้อาเจียนทุกทีเลย” เธอค้อนเขา รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้พี่พริกของเธอ สตรอว์เบอร์รีเก่งเหลือเกินนะนิตยาจัดการทำกับข้าวให้สามี จริง ๆ ครอบครัวของเธออนุญาตให้มาดูแลพฤทธิ์ แต่ไม่ให้ค้างคืน เธอก็อยากดูแลเขาเหมือนกัน ไม่ได้เห็นหน้าหลายวัน อย่าว่าแต่เขาเลยที่คิดถึงเธอ จนต้องไปปีนระเบียงบ้าน เธอก็คิดถึงเขาแทบขาดใจเหมือนกันคนรับประทานอาหารยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ในที่สุดก็ได้กินฝีมือของเมียรักเสียที แต่ไม่อยากให้เมียกลับ จะทำอย่างไรดีนะคิดสิคิด!ไอ้พริก มึงรีบคิดเดี๋ยวนี้!แล้วสมองก็สั่งการว่า…“โอ๊ย!”“พี่พริกเป็นอะไรคะ”“พี่ปวดท้องน่ะจ้ะ สงสัยโรคกระเพาะจะกำเริบ ตอนหนูนิตไม่อยู่ พี่กินไม่ได้นอนไม่หลับ ไม่มีใครทำอาหารถูกใจเท่าเมียอีกแล้ว”อือ... โรคสตรอว์เบอร์รีของเจ้านายกำเริบ สุทธิศักดิ์เกาหัวไปมา ความรักทำให้คนเป็นไปได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ เขามาคอยยืนรอเรียกรับใช้อยู่ ได้ยินเข้าก็แทบมอบรางวัลตุ๊กตาทองฝังเพชรให้
“ไอ้ศักดิ์”“ครับคุณพริก”“ไปบอกเมียฉันว่า ฉันเจ็บหนัก อยากเห็นหน้าเขาเป็นครั้งสุดท้าย”“ครับคุณพริก”สุทธิศักดิ์กะพริบตาปริบ ๆแหม... อยากเห็นหน้าเมียเป็นครั้งสุดท้าย!!!“จะไปเยี่ยมนายพริกก็ไปเถอะ” เลอยศพูดเสียงขรึมแอบซ่อนยิ้มเจ้าเล่ห์เอาไว้ เขานึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนเย็น สาวใช้มีท่าทีพิรุธ กำอะไรสักอย่างแน่น พอเขาถามก็พยายามจะบ่ายเบี่ยง แต่สุดท้ายก็ต้องเอาจดหมายของอีตาลูกเขยที่ทนคิดถึงเมียไม่ไหวให้เขาอ่าน เขาอ่านแล้วคิดแผนการนี้ขึ้นมา บอกให้สาวใช้คนดังกล่าวไปบอกไอ้ศักดิ์ว่าจดหมายนั้นเอาไปให้ถึงมือนิตยาเรียบร้อยแล้ว มันจะได้ตายใจ มาเจอลูกปืนตอนตีสอง แล้วก็มาจริง ๆเขาก็แค่บอกให้นุชาออดอ้อนพี่สาวพาไปนอนด้วย นิตยาก็ยอมไปนอนห้องน้องเสร็จโจร!!!“ค่ะคุณพ่อ” เพราะนึกเป็นห่วงเขาอยู่เหมือนกัน ถึงไม่ยอมใจอ่อนก็ใช่อยากจะให้เขาเป็นอะไรเธอเดินทางไปเยี่ยมพฤทธิ์ที่โรงพยาบาล พอเห็นว่าเธอมาเขาก็ร้องโอดโอย รำพึงรำพันว่าหลายวันมานี้กินไม่ได้นอนไม่หลับสุทธิศักดิ์มองเจ้านายตาปริบ ๆ เจ้านายของเขาเล่นใหญ่ ใจอ้อนเมียจริง ๆ เลย“โอ๊ย! หนูนิตจ๋า พี่เจ็บปวดไปหมดทั้งตัวเลย มดคันไฟกัดจนบวมไปหมดแล้ว ตอนหนูนิต
“คุณนิตเป็นลูกสาวคุณเลอยศนะครับ คุณเลอยศยิงปืนแม่นใคร ๆ ก็รู้กิตติศัพท์ ตอนนั้นคุณพริกเข้าทางคุณย่ารุ้ง คุณเลอยศเลยไม่อยากยุ่ง แต่ตอนนี้ลูกเสือหนีกลับถ้ำไปแล้วนะครับ”“นายว่าเมียฉันเป็นลูกเสือเหรอ เป็นนางกวางน้อยต่างหากล่ะ”“ครับ”“พ่อกับผัวแกว่าเมียฉันจะเห็นว่าใครสำคัญกว่ากันวะไอ้ศักดิ์”“ก็ต้องพะ... ผัวสิครับคุณพริก” พวกอารมณ์แปรปรวนเมียทิ้งเป็นแบบนี้ทุกคนหรือเปล่านะสุทธิศักดิ์มองตาปริบ ๆ ถ้าตอบว่าพ่อสำคัญกว่าโดนจระเข้ฟาดหางแน่ ๆ แต่ถ้าบอกว่าผัวสำคัญกว่าเจ้านายจะได้อารมณ์ดีขึ้น แต่เขาคิดว่าคนที่สำคัญในเวลานี้เป็นคุณย่ารุ้งลดาเสียมากกว่า เพราะสิทธิ์ขาดเบ็ดเสร็จอยู่กับท่าน“พูดจาดี เดี๋ยวขึ้นเงินเดือนให้”“คุณพริกจะไปตอนไหนครับ”“สักตีสองรับรองว่านอนหลับหมดบ้าน”“ครับคุณพริก”สุทธิศักดิ์มองเจ้านายตาปริบ ๆ เจ้านายอาจจะทำสำเร็จก็เป็นได้“นายไปเตรียมตัวแล้วกัน นอนให้อิ่มก่อน อย่าลืมตั้งนาฬิกาปลุกด้วยนะ”ตีสองของคืนนั้น...สุทธิศักดิ์มองตัวเองและเจ้านายหนุ่มแอบเข้ามาในบ้านของเลอยศ อย่างกับโจรห้าร้อยมาปล้นตอนเจ้าของบ้านกำลังหลับสบายเดี๋ยวนะ!เมื่อกี้เจ้านายบอกว่ามาแค่เห็นหน้







