เข้าสู่ระบบ“ข้าเองจะรับอันซื่อเป็นลูกก็ย่อมได้ ครอบครัวของเราไม่มีอันใดขัดข้อง แต่ต้องถามความเห็นของอันซื่อก่อน เขาจะอยู่เป็นครอบครัวเดียวกันหรือไม่”
“ข้าเองก็ไม่เหลือใครแล้ว หากว่าท่านอาไม่รังเกียจข้าเองก็ยินดีขอรับ เพียงแต่ว่าข้ามีเรื่องอยากจะขอร้องท่านอาขอรับ”
“เรื่องอันใดรึ หากไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดีข้าย่อมรับปากเจ้า”
“ข้าอยากเปลี่ยนมาใช้แซ่เสิ่นขอรับ ท่านอาเองก็คงเข้าใจดีถึงเหตุผลของข้า”
“ตกลง เช่นนั้นต่อไปนี้เจ้าก็คือเสิ่นเยว่อัน เอาไว้ข้าจะไปแจ้งหัวหน้าหมู่บ้าน เอาไว้เราเดินทางกลับบ้านเกิดพวกเราค่อยไปจัดการกับทะเบียนบ้านของเจ้าก็แล้วกัน ส่วนเย่อันซื่อ ชื่อนี้ของเจ้าก็เก็บเอาไว้ในใจส่วนลึก ๆ ก็พอ ต่อไปใช้ชีวิตให้ดีในฐานะพี่ใหญ่เข้าใจหรือไม่ พวกเราไปกันเถอะ เย็นนี้ค่อยมายกน้ำชา เชิญพวกเจ้าด้วยนะ เย็นนี้ข้าจะจัดพิธีรับลูกบุญธรรม”
“ตกลง พวกเราต้องมาอยู่แล้ว เอาล่ะพวกเด็ก ๆ ไปได้แล้ว พวกเราจะออกเดินทางกันแล้ว”
“ท่านพ่อ เมื่อสักครู่พวกท่านคุยเรื่องอันใดกันหรือเจ้าคะ เหตุใดพี่ชายอันซื่อถึงได้ร้องไห้เล่า ท่านรังแกเขารึ”
“อิงอิงลูกคิดมากไปแล้ว ใครจะไปรังแกเขากันล่ะ เอาล่ะไม่ต้องถามมากแล้วรีบ ๆ เดินเถอะประเดี๋ยวจะกลับมืดค่ำท่านแม่ของเจ้าจะเป็นห่วงเอา”
เย่อันซื่อเข้าใจดีว่าเสิ่นเทียนหยางเข้าใจความหมายในคำพูดของเขา เขาจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนชื่อแซ่เพื่อกลับไปแก้แค้นคนเหล่านั้น ตอนนี้เย่ขุยรับตำแหน่งต่อจากท่านปู่ ในเมื่อเป็นเช่นนี้เขามีเพียงทางนี้ที่จะสามารถใช้ตัวตนของเสิ่นเยว่อันเท่านั้นเข้าไปจัดการกับคนเหล่านี้ได้ ดังโบราณว่าเอาไว้ สิบปีแก้แค้นไม่สาย
คนกลุ่มใหญ่เดินเข้ามาในป่าลึก เสิ่นเทียนหยางนำทางทุกคนเดินอ้อมไปด้านหลังบ้านพักจนมาสุดแนวป่า จากนั้นก็พาทุกคนเดินขึ้นไปบนสันเขาเพื่อไปยังที่ราบที่อยู่ด้านล่างสันเขาอีกด้าน สถานที่แห่งนี้เป็นเขาที่บังเอิญค้นพบโดยบังเอิญ ที่ราบเชิงสันเขานี้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด เขาไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดป่าที่พวกเขาอาศัยอยู่ถึงได้มีเพียงไก่ฟ้าและกระต่ายป่า เพราะว่าสัตว์ป่าขนาดใหญ่จะมารวมตัวกันอยู่ในที่ราบแห่งนี้นี่เอง
การที่พวกเขาจะล่าสัตว์ขนาดใหญ่เช่นหมูป่า กวางป่า แพะป่า ย่อมเป็นเรื่องปกติ ดูเหมือนว่าการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ก็ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายเสมอไป
“ท่านพ่อ ท่านกับพวกท่านอาไปล่าสัตว์เถอะเจ้าค่ะ ส่วนข้ากับพวกพี่ชายจะแยกไปอีกทางหนึ่ง รับรองได้ว่าพวกเราจะดูแลตัวเองให้ดี พวกเราจะไปขุดผักป่าและของป่าอื่น ๆ ไม่อยู่เกะกะพวกท่าน”
“ตกลง เช่นนั้นพวกเจ้าอย่าได้เดินไปไกลนัก เข้าใจหรือไม่ แถวนี้มีสัตว์ป่ามากมาย อันตรายยิ่งนัก”
“ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ”
“พวกเราเองก็ไปกันเถอะ เทียนหยาง”
“ตกลง”
ตอนที่ 14 ปัญหาใหญ่
ดูเหมือนว่าตอนนี้ปัญหาเรื่องอาหารของพวกชาวบ้านจะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป แต่สิ่งที่เป็นปัญหาใหญ่สำหรับชาวบ้านก็คือเครื่องปรุง โดยเฉพาะเกลือ ตอนนี้เมืองเป่ยโจวไม่สามารถเข้าไปได้ เกลือเป็นสิ่งที่ชาวบ้านใช้ถนอมอาหารและปรุงอาหาร ที่สำคัญเกลือยังขึ้นอยู่กับการควบคุมของราชสำนัก มีการกำหนดราคาและปริมาณในการขายในแต่ละครั้ง
เมื่อวานพวกเขาล่าหมูป่าได้สองตัว หลังจากจัดการทำความสะอาดแล้วแบ่งเนื้อหมูที่ล่ามาได้สี่ครอบครัว ครอบครัวละครึ่งตัว นอกจากหมูป่าแล้วยังมีไก่ฟ้ากระต่ายป่าอีกหลายตัว การหาอาหารของพวกชาวบ้านนั้น จะใช้วิธีรวมกลุ่มกับครอบครัวที่สนิทสนมกันดีและไปมาหาสู่กันอยู่ตลอด ส่วนครอบครัวของใครที่ไม่มีผู้ชายเข้ากลุ่มล่าสัตว์ ทางหัวหน้าหมู่บ้านจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ รวมถึงพวกของเสิ่นเทียนหยางด้วย ในหมู่บ้านมีครอบครัวของแม่หม้ายเฉียนกับแม่หม้ายหลี่ สามีของคนทั้งสองคนเสียชีวิตไปเมื่อสองปีที่แล้ว
ครอบครัวของทั้งสองคนมีลูกที่ยังเป็นเด็กเล็ก ๆ อายุสี่หรือห้าขวบ มันเป็นเรื่องยากที่แม่หม้ายทั้งสองคนจะเลี้ยงลูกด้วยตัวคนเดียวในสถานการณ์เช่นนี้ ชาวบ้านเองก็ไม่ได้ดูดายทั้งสองครอบครัวนี้ พวกเขาแบ่งปันอาหารตามความสามารถของตัวเอง แต่ก็มีหลายครอบครัวเช่นเดียวกันที่ไม่เคยแบ่งปันอาหารและไม่เต็มใจที่จะแบ่งปันอาหารกับทั้งสองครอบครัวนี้ เช่นบ้านใหญ่เสิ่นและเหล่าบรรดาครอบครัวสหายของเสิ่นหงอัน
“ท่านแม่ ท่านพ่อไปที่ใดเจ้าคะ”
“ท่านพ่อของเจ้าไปหาหัวหน้าหมู่บ้านแล้ว เพื่อพูดคุยเรื่องรับอันซื่อเป็นลูกบุญธรรม เดิมทีเมื่อวานพ่อของเจ้ายังต้องการจัดงานเลียงเล็ก ๆ เพื่อรับอันซื่อ แต่ทว่ากลับจากล่าสัตว์มืดค่ำจนเกินไป วันนี้พ่อเจ้าก็เลยไปแจ้งหัวหน้าหมู่บ้านน่ะ ยังมีเรื่องที่อันซื่อจะเปลี่ยนชื่อแซ่ ต่อไปนี้ ฉีเอ๋อร์ เจ้าคือพี่รอง เทียนเอ๋อร์ เจ้าเป็นพี่สาม ส่วนลูก อิงอิง เจ้าก็เป็นน้องสี่เล็กสุดของบ้านไป พี่อันซื่อของพวกเจ้าต่อไปจะมีชื่อใหม่ว่าเสิ่นเยว่อัน พวกเจ้าต้องเรียกเขาว่าพี่ใหญ่ เข้าใจหรือไม่”
“เข้าใจขอรับ ในที่สุดข้าก็ไม่ต้องแบกคำว่าพี่ใหญ่เอาไว้อีกต่อไปแล้ว ดีจริง ๆ”
“ก็มีแค่ข้าไม่ใช่รึที่ยังคงเป็นน้องเล็กของบ้าน เช่นนี้หากข้าอยากเป็นพี่สาวจะทำเยี่ยงไรเล่า ท่านแม่ ข้าว่าท่านมีน้องให้ข้าเถอะเจ้าค่ะ ข้าไม่อยากเป็นน้องเล็ก”
“เจ้าลูกคนนี้นี่ เจ้าพูดจาเลอะเทอะอันใดกัน เจ้าไม่ดูบ้างว่าตอนนี้พวกเราอยู่ที่ใด ยังจะอยากเป็นพี่สาวอันใดกัน ไป ๆ พวกเจ้าจะไปไหนก็ไปกันเถอะ ไม่ใช่ว่าพวกเจ้าพี่น้องชักชวนกันไปหาของป่ารึ”
“เจ้าค่ะ เจ้าค่ะ ไปแล้ว ไปตอนนี้เลย ข้าก็แค่พูด ไม่เห็นท่านแม่จะต้องโกรธเลยนี่เจ้าคะ พี่ใหญ่ พี่รอง พี่สาม ไปกันเถอะ ไปเรียกพี่ชายบ้านไป๋ บ้านฟู่ แล้วก็ลูกพี่ลูกน้องด้วยนะเจ้าคะ วันนี้พวกเราจะเข้าป่ากัน”
“ตกลง ข้าจะไปเรียกพวกเขาเอง พี่ใหญ่เอาตะกร้าของข้าไปให้ด้วยนะขอรับ” เยว่เทียน
“ท่านแม่บุญธรรม ข้าไปก่อนนะขอรับ”
“อันเอ๋อร์ เจ้าเรียกท่านแม่เถอะ อย่าได้เรียกแม่บุญธรรม เจ้าจงจำเอาไว้ว่าตอนนี้เจ้าคือเสิ่นเยว่อันลูกชายของข้า เข้าใจหรือไม่ การกระทำเช่นนี้ก็เพื่อตัวเจ้าในวันข้างหน้า”
“ขอรับท่านแม่ ข้าทราบแล้ว ขอบคุณท่านแม่มากขอรับ”
“เป็นเช่นนั้นก็ดีแล้วเจ้าค่ะ ตอนนี้ไม่ใช่ว่าพวกเรามีความสุขดีหรือเจ้าคะ ตอนนี้ท่านพ่อมีอายุไขที่ยืนยาว ยังสามารถอยู่กับพวกเราได้อีกร้อยปี”“ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพราะการกลับมาของลูกหรือ หากลูกไม่กลับมาครอบครัวของพวกเราก็คงไม่สามารถมีวันนี้ได้”“ท่านพ่อ นี่ท่านพ่อรู้หรือเจ้าคะ ตลอดเวลาท่านพ่อรู้ว่า ..”“ไม่เพียงแค่พ่อเท่านั้นที่รู้ แม่ของลูกเองก็รู้เช่นกัน รู้เรื่องของลูก แต่เรื่องของพ่อนางไม่รู้หรอก เจ้าอย่าได้ไปบอกนางเชียวนะ”“เหตุใดถึงได้เป็นเช่นนี้เล่าเจ้าคะ”“ตอนที่ลูกเกิดมา แม่กับพ่อได้พาลูกไปไหว้พระที่วัดบนเขา นักพรตเต๋าชราทำนายเอาไว้ว่า ลูกสาวของเจ้าเป็นคนมีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ ชีวิตครอบครัวของพวกเจ้าล้วนแต่ต้องพึ่งพานาง แต่เป็นเพราะเคราะห์กรรมเก่าของนาง ทำให้นางต้องพบเจอกับภัยพิบัติจนถึงแก่ชีวิต แต่นักพรตชราได้บอกกับพวกเราต่อไปว่า พวกเจ้าไม่ต้องตกใจ ไม่ต้องเสียใจ หลังจากนั้นจะดีเอง เก่าไม่ไปใหม่ไม่มา และที่กลับมาก็คือลูกสาวที่แท้จริงของพวกเจ้า นางเพียงแค่หลงทางไปเท่านั้น” “เช่นนั้นแล้ว เช่นนั้นแล้ว ข้าไม่ได้ทะลุมิติมาเกิดใหม่ ข้าไม่ได้มายึดเอาร่างกายของผู้อื่น ไม่ได้ยืมร่างคืนชีพ แต่
วันเวลาแห่งความสุขนั้นมักผ่านไปเร็วเสมอ จากเสิ่นอิงอิงหญิงสาวในยุคปัจจุบันที่ได้ทะลุมิติมาอยู่ในโลกโบราณแห่งนี้เป็นเวลาแปดปีแล้ว ตลอดเวลาแปดปีที่ผ่านมานั้นได้ผ่านเรื่องราวมากมาย จากชีวิตที่ยากลำบากเกือบเอาชีวิตไม่รอดหลายครั้ง แต่เพราะเสิ่นอิงอิงได้เดินทางข้ามเวลามาพร้อมกับมิติวิเศษ ถือว่าเป็นพรจากพระเจ้าและเป็นตัวช่วยให้อยู่รอดได้อย่างไร้กังวลในยุคโบราณที่กำลังประสบกับปัญหาภัยแล้ง หลังจากนั้นเดินทางไปจนถึงเมืองเป่ยโจวพร้อมกับชาวบ้านหมู่บ้านเสิ่นเจียชุน พวกเขาหวังว่าจะสามารถผ่านเข้าเมืองไปได้ แต่ทว่าเจ้าเมืองกลับปิดประตูเมืองไม่ยอมให้ผู้อพยพเข้าไปในเมืองได้แม้แต่คนเดียว นอกจากจะไม่เปิดประตูเมืองแล้วเขายังยักยอกเสบียงอาหารที่ทางการส่งมาช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ของประชาชน นอกจากจะยักยอกเสบียงแล้วเขายังสั่งให้ทหารรักษาเมืองลงมือสังหารผู้ลี้ภัยที่หน้าประตูเมือง เสิ่นอิงอิงคิดว่าตัวเองมีโอกาสได้มาเกิดใหม่แล้วแต่จะต้องมาหิวตายอีกครั้งหลังจากเกิดมาได้ไม่นาน ถึงแม้ว่าจะไม่อดตายเพราะนางมีมิติวิเศษ แต่ถ้าหากให้คนอื่นรู้ว่านางมีอาหารอยู่ในมือ ครอบครัวของนางและตัวนางเองก็จะต้องถูกผู้ลี้ภัยหรืออาจจะเ
“พวกเจ้าไปอาบน้ำอาบท่าได้แล้ว จะได้มากินข้าว” มู่หลิวอิงเห็นว่าใกล้จะได้เวลาอาหารแล้วจึงได้มาเร่งลูก ๆ ของนาง“ขอรับท่านแม่ แต่ว่าไม่รอท่านพ่อก่อนหรือขอรับ” เยว่อวี้“ท่านพ่อของพวกเจ้าจวนจะกลับมาถึงบ้านแล้ว รีบไปอาบน้ำเร็วเข้า”“ขอรับท่านแม่” เมื่อลูกชายทั้งหกคนต่างแยกย้ายไปอาบน้ำที่เรือนนอนของตัวเอง ส่วนลูกสาวของนางนั้นไปเก็บผลไม้ที่สวน ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมานางรู้ดีว่าหากไม่มีลูกสาวชีวิตของครอบครัวจะไม่มีทางดีขึ้นแน่นอน เสียดายที่นางมีลูกสาวเพียงคนเดียวเท่านั้น ส่วนลูกชายนั้นนางกลับคิดว่าพวกเขามีมากเกินไปจนน่าปวดหัว ถึงแม้ว่าแต่ละคนจะเป็นเด็กดีรู้ความและไม่เคยทำให้นางกับสามีลำบากใจเลยสักครั้ง ก่อนเวลาอาหารเย็นเล็กน้อยหนานกงเทียนหยางก็กลับมาถึงบ้าน เมื่อเขากลับมาถึงก็พบว่าวันนี้ลูก ๆ ของเขากลับบ้านกันครบทุกคนแล้ว นานมากแล้วที่ครอบครัวไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเช่นนี้ ตอนนี้ก็ขาดแค่ท่านพ่อกับท่านแม่ของเขาเท่านั้น ไม่รู้ว่าตาเฒ่านั่นพาท่านแม่ของเขาไปที่ใดและตอนนี้เดินทางไปถึงไหนกันแล้ว เมื่อไหร่จะกลับมา “ท่านพ่อ รีบไปล้างมือเถอะเจ้าค่ะ จะได้กินข้าว”“ตกลง รอพ่อไม่นาน”“พี่สาวไฉ่
“แล้วเจ้าคิดว่าจะมีผู้ใดที่มีความสามารถเหนือเจ้า ร่ำรวยเหนือเจ้ารึ ในเป่ยฉีนี้ เจ้าไม่คิดบ้างว่าตอนนี้เจ้ามีฐานะอันใด เหตุใดเจ้าไม่คิดว่าแค่เขาเป็นคนดีก็พอแล้ว ในชีวิตนี้ของเจ้าไม่ขาดแคลนอันใด หรือเจ้าอยากได้สามีเป็นคนเลวทรามอย่างนั้นรึ” เสี่ยวมาว“เจ้าเห็นข้าเป็นคนโง่เขลาถึงเพียงนั้นรึเสี่ยวมาว นี่เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าข้าอยากมีสามีเป็นคนเลวทราม เหตุใดข้าถึงไม่เป็นคนเลวทรามเองเสียเล่า แบบนี้เจ้าว่าดีหรือไม่”“ข้าจะไปรู้กับเจ้ารึ ข้ายังหาภรรยาไม่ได้เลย ใครจะสนกันล่ะว่าเจ้าจะเป็นคนเลวทรามหรือไม่ ข้าจะนอนไม่คุยกับเจ้าแล้ว”“ข้าก็จะไปเล่นกับเด็กในหมู่บ้าน ข้าไม่อยากรับฟังปัญหาสามีภรรยาของเจ้า” ต้าเฮย“ข้าจะไปหาสมบัติมาเก็บเอาไว้ให้เสี่ยวจื้อกับเสี่ยวจ้าน ข้าไม่มีเวลามานั่งฟังปัญหาของเจ้าเช่นเดียวกัน” เสี่ยวจิน“นี่ พวกเจ้า พวกเจ้า ให้ตายสิ เจ้าพวกนี้นี่”มู่หลิวอิงได้ยินลูกสาวพูดคุยกับเหล่าสหาย นางอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเสียงดัง พ่อสามีกับสามีของนางหวงลูกสาวและหลานสาวมาก เกรงว่าในตอนที่ลูกสาวต้องออกเรือนจริง ๆ ตาเฒ่าสองคนนี้คงไม่อยู่เฉย ๆ แน่ ดูท่าแล้วเส้นทางของลูกเขยในอนาคตของนางคงไม่
“พี่รองท่านไปกับต้าเฮยเถอะ พี่สาม พี่ใหญ่ พวกท่านไปรายงานให้ท่านปู่กับท่านพ่อทราบ ส่วนข้าจะรอเก็บ มดปลวกที่ยังเล็ดลอดเข้ามา”“ตกลง”หลังจากเกิดเหตุการณ์เสนาบดีซ้ายเหวินเฟยหลางสมคบคิดกับต่างแคว้น วันเวลาก็ผ่านไปแล้วนับสองเดือน และเหล่าพี่ชายก็ได้เดินทางไปรับตำแหน่งตามหน้าที่ของพวกเขา ถึงแม้ว่าบ้านจะดูเงียบเหงาไปบ้างแต่เพราะมีน้องชายฝาแฝดอยู่และทั้งสองยังคอยสร้างรอยยิ้มให้กับครอบครัว มู่หลิวอิงคิดถึงลูก ๆ ของนางมาก ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเติบโตและมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ แต่คนเป็นแม่เช่นนางก็อดเป็นห่วงพวกเขาไม่ได้ หนานกงเทียนหยางเองทำได้เพียงแค่ปลอบใจภรรยาเท่านั้น ตอนนี้ใกล้จะเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว อิงอิงคิดว่าจะทำกุนเชียงกับเบคอนให้มากหน่อย นางต้องการส่งอาหารแห้งเหล่านี้ไปให้พี่ชายทั้งสี่คน แม้ว่าหนานกงเยว่เทียนจะไปประจำอยู่ที่ชายแดนในเวลาที่บ้านเมืองสงบสุขเช่นนี้ แต่เขาไม่ได้กลับบ้านมาบ่อยนัก ที่ชายแดนทหารยังคงมีการฝึกฝนและเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ ต่างแคว้นในตอนนี้แม้ว่าพวกเขาจะไม่กล้ารุกรานเป่ยฉีแต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่มีความคิดเลยเสียทีเดียว พวกเขาเพียงแค่รอดูท่าทีเท่านั้น ตอนนี้น
นอกจากนี้ไท่จื่อเฟยก็ได้ให้กำเนิดบุตรชายให้กับองค์รัชทายาทแล้วถึงสองคน และตอนนี้ไท่จื่อเฟยก็กำลังตั้งครรภ์อยู่ ทำให้เสนาบดีฝ่ายซ้ายไม่พอใจเป็นอย่างมาก อำนาจในมือของเขาแต่เดิมทีได้ควบคุมกรมคลังรวมไปถึงกรมวานิชย์หลวง เดิมทีเขาได้ส่วนแบ่งจากการนำเข้าเกลือจากต่างแคว้นมากกว่าครึ่งเพราะเป็นเกลือคุณภาพต่ำแทบจะไม่มีราคาค่างวดอันใดเลยถูกเหมือนให้เปล่า แต่พอเอาเข้ามาขายในแคว้นเป่ยฉีเกลือกลับเป็นสิ่งที่มีราคาแพงมากและเป็นของหายาก แต่แล้วเงินทองและความมั่งคั่งที่เขาสมควรจะได้นั้นต้องมาพังทลายลงเพราะหลานสาวของชินอ๋อง อ้อ มันก็เป็นหลานสาวของฮ่องเต้ด้วยนั่นล่ะ วันดีคืนดีก็สามารถผลิตเกลือได้เอง โดยวิธีทำเกลือเหล่านั้นล้วนแต่เป็นจวิ้นจู่เป็นคนคิดค้น นังเด็กน่าตายคนนี้ก็จะเก็บเอาไว้ไม่ได้ วันนี้เขาส่งข่าวไปให้แคว้นไห่หนาน ส่งกำลังทหารมามากกว่าหนึ่งหมื่นนาย เดิมทีกำลังทหารที่ไห่หนานส่งมานั้นได้ปลอมตัวปะปนมากับชาวบ้านที่มาทำการค้าเป็นเวลาหลายปีแล้วโดยที่ไม่มีผู้ใดระแคะระคายเลย การตัดสินใจปลงพระชนม์ฮ่องเต้วันนี้ถือว่าเป็นการเดิมพันชีวิตของเขา การเดินทางมาร่วมพีธีล่าสัตว์ในครั้งนี้ เขาเดินทางมาเพียงลำพัง







