LOGIN6.มีธุระอะไร
วัดใจเอาล้วน ๆ เขาก็คงจะบอกว่าไม่รู้จักเธอ มาริษาเดาว่าธีร์ทาวัตคงพูดมาแบบนั้น เพราะเธอกับเขาเพิ่งเจอกันแค่ครั้งเดียว แถมเจอกันในระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งเขาก็คงจะลืมหน้าเธอไปแล้วก็เป็นได้
แต่เมื่อกระดาษเล็ก ๆ ถูกยื่นมาตรงหน้า รับกระดาษมาแล้วก้มอ่านมันคือที่อยู่ของธีร์ทาวัตเธอดีใจจนยิ้มออกมา รีบกล่าวขอบคุณแล้วเดินออกจากบริษัททันที
มาริษาเรียกรถรับจ้างให้ไปส่งตามที่อยู่ บ้านของเขาใหญ่โตเหมือนคฤหาสน์ สวนหย่อมกว้างขวางจนต้องนั่งรถเข้าไปกว่าจะถึงตัวบ้าน เพราะถ้าเดินไปก็คงใช้เวลานาน
พอมาถึงหน้าประตูแม่บ้านอายุราวสี่สิบปลายยืนรอรับ มาริษาถูกสั่งให้เดินตามเข้าไปในห้องห้องหนึ่งแล้วนั่งรอที่โซฟาอย่างเงียบ ๆ
ผ่านไปราวสิบนาทีประตูก็ถูกเปิดออก ตามมาด้วยร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำกางเกงสแล็กรีดจนเนี้ยบไร้รอยยับ
เสียงฝีก้าวของธีร์ทาวัตทำให้มาริษาหัวใจเต้นตุบ ๆ เขาเดินมานั่งตรงข้ามในท่าไขว่ห้างปรายตามองเธอ
"มีคนบอกว่าคุณอยากพบผม"
"ค่ะ"
"มีธุระอะไร"
"หนูมีเรื่องรบกวนเสี่ย อยากให้เสี่ยช่วยบางอย่างค่ะ"
"เสี่ย ?"
หัวเราะในลำคอเพราะถูกเรียกด้วยสรรพนามที่ไม่ชอบใจนัก และในทุกครั้งที่เธอเรียกแบบนี้จะรู้สึกเหมือนอายุเพิ่มขึ้นมาอีกสิบปี มองเห็นภาพตัวเองนั่งพุงยื่นใส่เสื้อลายสีฉูดฉาดคล้องทองคำเส้นเท่านิ้วก้อย ซึ่งมันดูต่างจากรูปลักษณ์ของเขาโดยสิ้นเชิง
ไม่รู้ล่ะ มาริษาเจอเขาที่ไนต์คลับในนามของลูกค้า ถ้าเป็นใครก็เรียกเสี่ยไว้ก่อน ไม่คิดว่าเขาจะไม่ชอบใจคำนี้
"เสี่ยคะ เมื่อวานนี้น้องชายของหนู"
"ถ้าเรียกเสี่ยอีกคำเดียวก็ออกไปครับ"
ยังพูดไม่ทันจบเขาก็พูดขัดเสียก่อน เธอก้มหน้าลงจนคางชิดอกถอนหายใจเบา ๆ เพื่อรวบรวมความกล้าแล้วพูดใหม่
"คุณธีร์ หนูเรียกว่าคุณธีร์ได้ใช่มั้ยคะ" เธอเหลือบตามองเห็นว่าธีร์ทาวัตไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ จึงรีบเข้าเรื่อง
"เมื่อวานนี้น้องชายของหนูถูกคนของเสี่ยเสรีทำร้าย เป็นเพราะคืนนั้นหนูไม่ยอม"
"แล้วเกี่ยวอะไรกับผม"
อึ้งเพราะไม่คาดคิดว่าเขาจะเย็นชาได้ขนาดนี้ ธีร์ทาวัตพูดปัดไปเหมือนว่าไม่อยากฟังที่เธอเล่าแล้ว
"ไม่เกี่ยวค่ะ แต่หนูกับน้องกำลังเดือดร้อนพวกเราไม่มีที่พึ่ง น้องชายของหนูยังต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ต่ออีกสักปีสองปีเพื่อเรียนให้จบ"
"ย้ายที่เรียนก็ได้นี่"
"เพื่อให้ได้สอบเข้ามหา’ลัยนี้น้องชายของหนูตั้งใจมาก หนูไม่อยากเป็นต้นเหตุทำลายความฝันของเตวิช วันนั้นหนูเห็นว่าเสี่ยเสรีเหมือนจะเกรงใจคุณธีร์ ถ้าคุณช่วยพูดกับเสี่ยเสรีให้บางที..."
"ถ้าผมเข้าไปยุ่งแน่นอนว่าผมจะมีศัตรูเพิ่มมันคุ้มกันเหรอ ผมจะได้อะไรเป็นสิ่งตอบแทน"
"ตอนนี้หนูยังไม่มีอะไรตอบแทนค่ะ แต่ถ้าหนูได้ทำงานแล้วหนูจะมีค่าตอบแทนเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้"
ธีร์ทาวัตแทบขำลั่นแต่ก็เก็บอาการเอาไว้ได้อย่างแยบยล เขาเป็นผู้มีอิทธิพลระดับยอดพีระมิดแต่ผู้หญิงคนนี้เห็นเขาเป็นพวกจิ๊กโก๋คุมซอยหรือยังไง ถึงจะเอาเงินแค่ไม่กี่บาทมาแลกเปลี่ยนเป็นค่าคุ้มครอง พูดจาแบบนี้จะดูถูกเขาเกินไปไหม
"ผมไม่สนใจเศษเงินแค่นั้นหรอก แต่ถ้าคุณหาให้ได้ถึงสิบล้านก็ค่อยมาว่ากัน"
"สิบล้าน !"
แน่นอนว่ามาริษาไม่มีเงินมากมายขนาดนั้น ถึงแม้ในอนาคตจะมีงานทำแต่เงินสิบล้านไม่แน่ว่าเธออาจต้องอดออมจนแก่หงำเหงือก บางทีเขาก็ดูเหมือนกำลังกลั่นแกล้งเธออยู่ แต่บางครั้งเขาก็ดูเหมือนไม่อยากช่วยเหลือเลยบอกปัดไปให้สิ้นเรื่อง
"หนูไม่มีมากขนาดนั้นหรอกค่ะ แต่ถ้าคุณรอได้ถึงยี่สิบปีบางทีหนูอาจจะหามาให้ได้ บางทีนะคะ ไม่ได้กำหนดตายตัวว่าพอถึงเวลานั้นแล้วจะมีให้จริง ๆ"
เกิดมาก็เห็นพ่อกับแม่ทำงานงก ๆ แต่ไม่เคยเห็นว่ามีเก็บถึงสิบล้านสักที มาริษาไม่กล้ากำหนดเวลาที่ชัดเจนให้เขาหรอก
หรือจะให้เตวิชย้ายที่เรียน ถ้าเป็นแบบนั้นน้องคงจะเสียใจมาก ด้วยความเป็นห่วงพี่สาวเขาจะยอมอย่างไม่มีเงื่อนไข มาริษาไม่อยากให้น้องต้องเสียสละอนาคตเพื่อเธอ
"ถ้าจะให้ช่วยจริง ๆ ก็พอมีทางอยู่บ้าง"
"ยังไงคะ"
"เป็นเด็กผมใครจะกล้ายุ่ง"
"อะ...อะไรนะคะ"
เธอถามกลับเสียงสั่น สองมือที่กุมอยู่หน้าตักบีบกันแน่น ดวงตาของมาริษาสั่นระริก รู้สึกว่าตัวเองกำลังหนีเสือปะจรเข้ เป็นเด็กเลี้ยงกับนางบำเรอมันต่างกันตรงไหน แค่ยุคสมัยที่แตกต่างก็เลยใช้คำที่ต่างกัน
"ผมไม่มีรสนิยมทางเพศรุนแรง เป็นเด็กผมคุณจะมีทุกอย่างที่อยากได้"
"คนอย่างคุณธีร์จะชี้เอาใครก็ได้ทำไมต้องเป็นหนู"
"ไม่รู้สิ ไม่เคยรู้สึกว่าอยากได้ผู้หญิงคนไหนรุนแรงเท่านี้มาก่อน"
ไหนบอกว่าไม่มีรสนิยมทางเพศซาดิสต์ไง เท่านี้มาริษาก็กลัวจนตัวสั่น เธอมองเขาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ พอเจอกับรอยยิ้มมุมปากก็ก้มหน้าหลบตาทันที
"ขอคิดดูก่อนค่ะ"
"คิดเร็วหน่อยก็แล้วกัน ผมว่าเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่คุณเป็นคนกำหนด เผื่อผมเปลี่ยนใจก็ไม่รับประกันนะว่าคุณกับน้องจะปลอดภัย"
"งั้น หนู...เอ่อ ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม"
"อืม"
"คุณเลี้ยงเด็กไว้กี่คน ในอนาคตหนูจะโดนเด็กของคุณตามมาตบตีแย่งคุณหรือเปล่า แต่งงานหรือยัง มีแฟนที่เป็นตัวจริงอยู่แล้วไหม"
ธีร์ทาวัตยิ้มมุมปาก รู้สึกว่าคำถามของเธอน่าเอ็นดูเสียเหลือเกิน
"ไม่มี"
"ไม่มี ! สักคนก็ไม่มีเหรอคะ" มาริษาถามกลับพร้อมทั้งเบิกตาโต
"สักคนก็ไม่มี"
"แล้วหนูต้องอยู่กับคุณนานเท่าไร"
"จนกว่าจะเบื่อ"
จนกว่าเขาจะเบื่อ ทำไมคำคำนี้ถึงรู้สึกว่ามันลดทอนศักดิ์ศรีแปลก ๆ สีหน้าของมาริษาเริ่มไม่ค่อยดี
"หนูต้องการเวลาคิดก่อน"
"ไม่บังคับ"
เธอลุกขึ้นยืนยกมือไหว้ก่อนจะเดินออกห้องไป แต่แล้วก็เดินกลับมาใหม่พร้อมกับยื่นมือถือมาให้เขา
"ขอเบอร์โทร.คุณธีร์ไว้ได้มั้ยคะ"
เขารับโทรศัพท์ราคาถูกนั้นมาแล้วกดเบอร์โทร.บันทึกให้ก่อนส่งคืน พอบันทึกเบอร์มือถือปุ๊บข้อมูลที่เชื่อมต่อช่องทางแชทก็เด้งขึ้นมาให้เพิ่มเพื่อนทันที มาริษารับมือถือมากุมไว้แนบอกก้มศีรษะลงเล็กน้อยเป็นการขอบคุณแล้วหมุนตัวจากไป
7.กดดันหลังจากมาริษาออกไปแล้วชยินที่ยืนรอหน้าประตูก็เดินเข้ามาในห้อง เห็นว่าใบหน้าของเจ้านายหนุ่มประดับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ สร้างความประหลาดใจให้เป็นอย่างยิ่งเขาไม่ค่อยเห็นเจ้านายยิ้ม นานแล้วที่ธีร์ทาวัตไม่ยิ้มเลย หลายปีที่ผ่านมามักจะทำหน้าเคร่งขรึมอยู่ตลอดเวลา หากเดาไม่ผิดสาเหตุทั้งหมดคงเป็นเพราะผู้หญิงที่เดินออกไปเมื่อครู่ แต่ถึงธีร์ทาวัตจะยิ้มได้ชยินกลับรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าใดนัก"คุณธีร์อารมณ์ดีอะไรเหรอครับ""เปล่านี่""เธอมาหาคุณธีร์เพราะเรื่องเสี่ยเสรีเหรอครับ""อืม ส่งคนไปตามดูหน่อย""ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นให้จัดการได้เลยไหมครับ""ดูอย่างเดียวก็พอ ถ้าไม่หนักหนาก็ไม่ต้องช่วยอะไรทั้งนั้น""คุณธีร์กำลังกดดันเธออยู่เหรอครับ เอ่อ...ขอโทษครับผมปากมากเกินไป"พอเห็นสายตาดุดันที่มองมาชยินจำต้องหยุดคำพูดของตัวเองไว้เพียงเท่านั้นแล้วถอยกลับไปยืนประสานมือก้มหน้าที่มุมห้องมองดูควันอ้อยอิ่งที่ธีร์ทาวัตกำลังพ่นออกจากปากบุหรี่มวนนั้นถูกบดลงกับที่เขี่ยบุหรี่จนควันมอด หลับตาลงช้า ๆ เอนศีรษะหนุนพ
6.มีธุระอะไรวัดใจเอาล้วน ๆ เขาก็คงจะบอกว่าไม่รู้จักเธอ มาริษาเดาว่าธีร์ทาวัตคงพูดมาแบบนั้น เพราะเธอกับเขาเพิ่งเจอกันแค่ครั้งเดียว แถมเจอกันในระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งเขาก็คงจะลืมหน้าเธอไปแล้วก็เป็นได้ แต่เมื่อกระดาษเล็ก ๆ ถูกยื่นมาตรงหน้า รับกระดาษมาแล้วก้มอ่านมันคือที่อยู่ของธีร์ทาวัตเธอดีใจจนยิ้มออกมา รีบกล่าวขอบคุณแล้วเดินออกจากบริษัททันทีมาริษาเรียกรถรับจ้างให้ไปส่งตามที่อยู่ บ้านของเขาใหญ่โตเหมือนคฤหาสน์ สวนหย่อมกว้างขวางจนต้องนั่งรถเข้าไปกว่าจะถึงตัวบ้าน เพราะถ้าเดินไปก็คงใช้เวลานาน พอมาถึงหน้าประตูแม่บ้านอายุราวสี่สิบปลายยืนรอรับ มาริษาถูกสั่งให้เดินตามเข้าไปในห้องห้องหนึ่งแล้วนั่งรอที่โซฟาอย่างเงียบ ๆ ผ่านไปราวสิบนาทีประตูก็ถูกเปิดออก ตามมาด้วยร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำกางเกงสแล็กรีดจนเนี้ยบไร้รอยยับเสียงฝีก้าวของธีร์ทาวัตทำให้มาริษาหัวใจเต้นตุบ ๆ เขาเดินมานั่งตรงข้ามในท่าไขว่ห้างปรายตามองเธอ"มีคนบอกว่าคุณอยากพบผม""ค่ะ""มีธุระอะไร""หนูมีเรื่องรบกวนเสี่ย อยากให้เสี่ยช่วยบางอย่างค่ะ""เสี่ย ?"หัวเราะในลำคอเพราะถูกเรียกด้วยสรรพนามที่ไม่ชอบใจนัก และในทุกครั้งที่เธอเรียกแบบน
5. แจ้งความยัง"ไอ้บ้าเอ๊ย ! แม่ง ! มันชั่วขนาดนี้เรากลับเอาเรื่องมันไม่ได้เลย แล้วพี่เสร็จมันรึยัง"มาริษาส่ายหน้า น้ำตาร่วงกราว"ดีแล้ว ยังปลอดภัยอยู่ก็ดีแล้ว งั้นพี่กลับไปอยู่กับพ่อแม่ชั่วคราว""แล้วเตจะอยู่ยังไง""เตโตแล้วพี่มิ้งค์"โตที่ไหนกัน ในบางเรื่องเตวิชยังทำตัวเหมือนเด็กอยู่เลย ใจจริงมาริษาไม่อยากหนี ถ้าหนีครั้งนี้ก็คงต้องหนีไปตลอดชีวิต อีกอย่างกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัดจะมั่นใจได้อย่างไรว่าพ่อแม่จะปลอดภัยแล้วเตวิชจะไม่ต้องออกหน้าแทนจนโดนรุมยำเละอีก เสี่ยเสรีมันไม่ใช่คนชั่วธรรมดา แต่เป็นคนชั่วที่มีอำนาจในมือ"รอให้หายก่อนเตจะไปเอาคืนพวกเหี้ยนั่น""ไม่ได้ ! สู้อิทธิพลมันไม่ไหวหรอก ขืนไปยุ่งกับพวกมันจะตายเปล่า""แล้วจะให้ทำไง เจ็บตัวฟรีงี้เหรอ ถ้ามันราวีไม่เลิกพี่มิ้งค์จะใช้ชีวิตต่อไปยังไง เตเคยได้ยินเพื่อนที่ม. เล่าว่าไอ้เสี่ยนี่มันวิตถาร""แต่ถ้ามันไม่เห็นพี่มันต้องยกพวกมารุมเตอีกแน่""เราไปแจ้งความดีไหม"มาริษากลั้นเสียงสะอื้นจนจุกในอก เมื่ออาทิตย์ที่แล้วมีเด็กเอ็นในร้านถูกเสี่ยเสรีทำร้ายร่างกายขณะร่วมรักเจ็บหนักถึงขั้นกระดูกร้าวแต่เอาเรื่องเสี่ยเสรีไม่ได้ คดีไม่คืบแถมย
4. ขอโทษ"ขับเร็ว ๆ""โอ๊ย จะเร่งอะไรนักหนา พี่มิ้งค์ไม่เห็นเหรอว่าเตบิดสุดแล้ว หนีเจ้าหนี้มาเหรอถามจริง"หลังจากกลับถึงบ้านมาริษาก็รีบลงกลอนประตูและหน้าต่าง เตวิชมองพี่สาวไปด้วยซดน้ำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไปด้วย ปกติพี่สาวกลับมาถึงบ้านมักชอบมาแย่งของกินน้องเป็นประจำแต่วันนี้รู้สึกว่าเธอมีอาการแปลกไปอย่างเห็นได้ชัด"ถามว่าเป็นอะไรก็ไม่ตอบ ตกลงพี่มิ้งค์ติดหนี้รายวันจริงปะ""คนอย่างพี่ไม่มีเจ้าหนี้""อ้าว ก็เห็นผู้หญิงสมัยนี้ชอบใช้แบรนด์เนมกัน เผื่อพี่มิ้งค์ไปกู้เงินมาซื้อพวกกระเป๋าหรู กำไล สร้อยคอ เอ๊ะ...หรือกู้มาผ่อนมือถือรุ่นล่าสุด""แล้วเห็นเคยมีของแบบนั้นป้ะล่ะ""ไม่อะ ซอมซ่อแล้วยังจ๊นจน"สำรวจจนแน่ใจแล้วว่าล็อกทุกจุดอย่างแน่นหนาไม่น่าจะมีใครเข้ามาได้แน่ ๆ มาริษาก็เข้าไปที่ห้องนอนของตนเอง คืนนี้เธอหลับ ๆ ตื่น ๆ เพราะกังวลและหวาดระแวง กระทั่งสาย ๆ หลังจากตื่นนอนเดินงัวเงียออกจากห้องเห็นเตวิชกำลังเสียบกาน้ำร้อนเตรียมต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอีก "ใจคอจะกินแต่มาม่าแต่เช้าเลยเหรอ""เช้าที่ไหนสิบโมงละ แล้วนี่ไม่ไปทำงานเหรอ อ๋อลืมไปพี่มิ้งค์เข้างานห้าโมงเย็น""ห้าโมงเย็นก็ไม่ไป"เตวิชเบ้ปาก ห
"หนูขอโทษค่ะเสี่ย"ได้ยินสรรพนามที่หญิงสาวเรียกตนธีร์ทาวัตรู้สึกแก่ขึ้นมาทันที เพิ่งผ่านวันเกิดปีที่สามสิบมาเมื่อวาน หากถามว่าแก่ไหมก็ไม่ เพราะหน้าของเขาดูเด็กกว่าอายุ อาจเป็นเพราะลักษณะการแต่งตัวที่เนี้ยบและเน้นไปทางโทนสีดำก็เลยทำให้เจ้าของร่างดูน่าเกรงขาม แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องเรียกท่านสิไม่ใช่เสี่ย เด็กคนนี้มีตาแต่ไม่มีแววเลยจริง"ชื่ออะไร""หนูชื่อมาริษาค่ะ""ชื่อเล่นล่ะ""มิ้งค์ค่ะ"คนตอบเสียงสั่น ไม่รู้ว่าหนีจากห้องเชือดของเสี่ยเสรีมาได้แต่จะมาตายที่ห้องนี้อีกไหม เขาเป็นมาเฟียรึเปล่า ถ้าเป็นจะเอาเธอไปควักลูกตาค้าอวัยวะหรือว่าตัดแขนตัดขาส่งเร่ร่อนเป็นขอทานไหม มาริษาเริ่มคิดหนัก สิ่งที่ผู้จัดการร้านบอกเสี่ยเสรีเธอได้ยินชัดทุกคำ ถ้าคนระดับเสี่ยเสรีลามปามเขาไม่ได้แล้วคนระดับชั้นใต้ดินอย่างเธอจะรอดเหรอ"มานี่"ธีร์ทาวัตกวักมือเรียกให้เดินเข้าไปหา มาริษาพรูหายใจเบา ๆ สองมือขยุ้มชายกระโปรงแน่นสืบเท้าเข้าหาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ทว่าเขากลับดึงเธอล้มลงบนโซฟาแล้วกดไหล่เธอไว้แต่ไม่ได้ทำสิ่งอื่นใดนอกเหนือจากเอาแต่จดจ้องใบหน้างามอย่างพิจารณา"สะ...เสี่ยคะหนูขอโทษที่ล่วงเกินค่ะ"มาริษาไม่กล้าขยับต
2คนนี้ลามปามไม่ได้มาริษาไม่ได้รู้สึกเบาใจเลยสักนิดแต่ก็ต้องจำใจรับเอาถังน้ำแข็งและบรั่นดีที่มีคนเตรียมไว้ให้เดินไปห้อง VIP03 เมื่อเปิดประตูเข้าไปอุณหภูมิข้างในเย็นเฉียบจนขนลุก โซฟามีชายวัยกลางคนหัวล้านพุงยุ้ยนั่งอยู่ เขามองเธอตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามาในห้องจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ละสายตาขนลุก!มาริษาอุทานในใจอย่างหวาดหวั่น พยายามยิ้มให้เสี่ยเสรีอย่างเป็นมิตรทั้งที่ในใจขัดแย้งกัน เธอมั่นใจว่าแต่งตัวมาเซฟที่สุดแล้ว ถึงชุดมันจะรัดรูปแต่ก็เปิดไม่มากแต่เสี่ยบ้ากามนี่ยังมีความสามารถอ่านกินได้อีก"สวัสดีค่ะ"เสี่ยซาดิสต์มองไม่เลิก มองตั้งแต่ขาขาว ๆ ไล่ขึ้นจนถึงสะโพกผาย วันนี้มาริษาสวมชุดเดรสสั้นสีโรสโกลด์ประดับกลิตเตอร์ ยามขยับตัวแลดูระยิบระยับขับให้เรือนร่างบอบบางนั้นดูสวยหวานขึ้นไปอีกเธอเดินไปหยุดอยู่ใกล้โต๊ะกระจก วางถาดน้ำแข็งและบรั่นดีที่ยกมาอย่างเบามือ จากนั้นคีบน้ำแข็งใส่แก้วชงเหล้าตามที่เคยได้รับการสอนมา พอยื่นให้เสี่ยเสรีก็รวบมือเธอไว้อย่างรวดเร็ว มาริษาชักมือกลับทันทีดีที่แก้วไม่ตกแตกเสี่ยเสรีวางแก้วเหล้าแล้วมองเธอด้วยความขุ่นเคือง ในไนต์คลับแห่งนี้ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนปฏิบัติต่อเข





![คลั่งรักสาวขัด[ดอ]ดอก](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

