แชร์

5. แจ้งความยัง

last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-16 10:06:35

5. แจ้งความยัง

"ไอ้บ้าเอ๊ย ! แม่ง ! มันชั่วขนาดนี้เรากลับเอาเรื่องมันไม่ได้เลย แล้วพี่เสร็จมันรึยัง"

มาริษาส่ายหน้า น้ำตาร่วงกราว

"ดีแล้ว ยังปลอดภัยอยู่ก็ดีแล้ว งั้นพี่กลับไปอยู่กับพ่อแม่ชั่วคราว"

"แล้วเตจะอยู่ยังไง"

"เตโตแล้วพี่มิ้งค์"

โตที่ไหนกัน ในบางเรื่องเตวิชยังทำตัวเหมือนเด็กอยู่เลย ใจจริงมาริษาไม่อยากหนี ถ้าหนีครั้งนี้ก็คงต้องหนีไปตลอดชีวิต อีกอย่างกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัดจะมั่นใจได้อย่างไรว่าพ่อแม่จะปลอดภัยแล้วเตวิชจะไม่ต้องออกหน้าแทนจนโดนรุมยำเละอีก เสี่ยเสรีมันไม่ใช่คนชั่วธรรมดา แต่เป็นคนชั่วที่มีอำนาจในมือ

"รอให้หายก่อนเตจะไปเอาคืนพวกเหี้ยนั่น"

"ไม่ได้ ! สู้อิทธิพลมันไม่ไหวหรอก ขืนไปยุ่งกับพวกมันจะตายเปล่า"

"แล้วจะให้ทำไง เจ็บตัวฟรีงี้เหรอ ถ้ามันราวีไม่เลิกพี่มิ้งค์จะใช้ชีวิตต่อไปยังไง เตเคยได้ยินเพื่อนที่ม. เล่าว่าไอ้เสี่ยนี่มันวิตถาร"

"แต่ถ้ามันไม่เห็นพี่มันต้องยกพวกมารุมเตอีกแน่"

"เราไปแจ้งความดีไหม"

มาริษากลั้นเสียงสะอื้นจนจุกในอก เมื่ออาทิตย์ที่แล้วมีเด็กเอ็นในร้านถูกเสี่ยเสรีทำร้ายร่างกายขณะร่วมรักเจ็บหนักถึงขั้นกระดูกร้าวแต่เอาเรื่องเสี่ยเสรีไม่ได้ คดีไม่คืบแถมยังถูกจับข้อหาค้าประเวณีอีกต่างหาก ส่วนเสี่ยเสรีจ่ายค่าปรับนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ออกมาเดินลอยหน้าลอยตา ซ้ำร้ายกว่านั้นผู้หญิงที่ไปแจ้งความถูกอุ้มไปทำร้ายจนสะบักสะบอมอีกรอบ

"พี่ต้องหาคนช่วย"

"ใครจะช่วยเราได้"

"พี่รู้ว่าเสี่ยเสรีกลัวใคร"

"พูดบ้า ๆ ไม่รู้เหรอว่าเสี่ยเสรีใหญ่แค่ไหน พวกอันธพาลแถวนี้ก็คนของมันทั้งนั้น"

"ตอนนี้อย่าเพิ่งคิดอะไรมากเลยเตพักผ่อนก่อนเถอะ"

เตวิชหลับไม่ลงจริง ๆ มาริษาคือพี่สาวคนเดียวของเขาจะไม่ให้ห่วงได้ยังไง

"ห้ามกลับไปนอนบ้านนะคืนนี้ มันไม่ปลอดภัยแล้ว"

"อื้ม ตอนนี้มีที่นึงต้องไป เดี๋ยวกลับมานอนเฝ้าที่โรงฯบาลนี่แหละ"

"จะไปไหน ถ้าเจอพวกมันข้างนอกล่ะ"

"พี่ต้องไป"

"พี่มิ้งค์!"

มาริษาหันหลังเดินออกมาจากห้องผู้ป่วย ระหว่างที่นั่งอยู่บนรถเมล์ก็เปิดมือถือเสิร์ชหาข้อมูลของธีร์ทาวัตไปด้วย เธออยากรู้ว่าเขาทำงานอยู่ที่ไหนและจะหาวิธีเจอเขาได้อย่างไร ที่ต้องรีบเพราะต้องแข่งกับเวลา ตอนนี้ยังไม่ถึงห้าโมงเย็นแต่อีกไม่นานฟ้าก็จะเริ่มมืด ถ้าถึงเวลานั้นมาริษาก็หวาดกลัวอยู่เหมือนกัน เผื่อบังเอิญดวงซวยแล้วไปเจอคนของเสี่ยเสรีเข้ามีหวังถูกลากไปแน่ ๆ

เธอนั่งรถมาหยุดอยู่หน้าบริษัทยักษ์ใหญ่ แหงนมองป้ายชื่อบริษัทด้วยใจสั่นเทา ก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าเดินฉับ ๆ ไปข้างหน้า เมื่อเข้าไปภายในบริษัทมองเห็นจุดประชาสัมพันธ์ก็เดินตรงเข้าหาทันที  

"ฉันมาหาคุณธีร์ทาวัตค่ะ"

"ได้นัดไว้รึเปล่าคะ"

"ไม่ได้นัดค่ะ"

สาวประชาสัมพันธ์มองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แววตาที่มองมาแฝงความประหลาดใจอยู่ลึก ๆ ปกติคนที่มาขอพบถ้าไม่ใช่นัดเอาไว้ก็มักจะเป็นนักธุรกิจหรือคนในแวดวงเดียวกัน

"ถ้าไม่ได้นัดคุณธีร์ไม่อนุญาตให้เข้าพบค่ะ สะดวกมาติดต่อใหม่วันหลังหรือจองคิวนัดพบไว้ก่อนไหมคะ"

"แต่ฉันมีเรื่องสำคัญจริง ๆ ค่ะ ต้องทำยังไงถึงจะได้เจอคุณธีร์วันนี้คะ"

สาวประชาสัมพันธ์ลังเล หันกลับไปมองเพื่อนข้าง ๆ คล้ายอยากถามว่าควรเอาอย่างไรดี

"นะคะ ลองโทร.หาคุณธีร์ให้หน่อยได้มั้ยคะ ฉันมีเรื่องด่วนจริง ๆ ต้องคุยกับคุณธีร์แบบส่วนตัวมาก ๆ ความจริงแล้วฉันกับคุณธีร์เราสนิทกันในระดับที่อธิบายยากค่ะ คงเข้าใจใช่ไหมคะ"

พอได้ฟังดังนั้น พนักงานประชาสัมพันธ์ก็กระซิบกระซาบกันเบา ๆ หารือกันว่าควรโทร.หรือไม่โทร.หาดี อีกคนบอกว่าอย่าโทร.ไปเพราะไม่รู้ว่าธีร์ทาวัตอยากเจอมาริษารึเปล่า สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่าลองโทร.ถามธีร์ทาวัตดูก่อน ถ้ามาริษารู้จักธีร์ทาวัตจริง ๆ และมีเรื่องสำคัญพวกเธอจะซวยเอาได้

ทว่าโทร.ไปก็ไม่มีคนรับสาย มาริษามองโทรศัพท์ใจสั่น หลังจากที่สาวประชาสัมพันธ์วางโทรศัพท์ลงแล้วก็เงยหน้าขึ้นมาพูดกับเธอ

"คุณธีร์น่าจะไม่ได้อยู่ชั้นผู้บริหารค่ะ เอ๊ะ...หรือว่าคุณธีร์จะออกไปแล้ว" ประโยคหลังหันไปถามเพื่อนร่วมงาน

"ปกติคุณธีร์ชอบออกไปช่วงบ่ายสามนี่เกือบห้าโมงเย็นแล้ว"

ความสิ้นหวังฉายชัดในแววตาของมาริษา หากไม่ได้เจอธีร์ทาวัตวันนี้ทั้งน้องชายและตัวเธอเองต้องแย่แน่ เธอไม่สามารถทำอย่างอื่นได้นอกจากขอให้หญิงสาวทั้งสองช่วยเหลือ

"ลองโทร.ให้ใหม่อีกสักรอบได้มั้ยคะ"

พวกเธอลองโทร.ไปเบอร์ส่วนตัวของเขาอีกครั้งอย่างไม่ค่อยเต็มใจ ครั้งนี้รอสายไม่นานก็มีเสียงตอบกลับมาจึงใช้มือป้องปากถามมาริษาเบา ๆ

"ใครมาขอพบนะคะ"

"มาริษาค่ะ"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เหนือการควบคุมของใจ   54.อยากรู้เหรอคะ (จบ)

    เสถียรได้รับอนุญาตให้กลับบ้านในอีกสองวันต่อมา ยังเป็นธีร์ทาวัตที่รับกลับจากโรงพยาบาล ในตอนหัวค่ำยุพินได้ทำกับข้าวมื้อใหญ่เพื่อเป็นการเลี้ยงขอบคุณ บรรยากาศในบ้านเป็นไปด้วยความอบอุ่น หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้วทั้งคู่ก็เดินออกมาหย่อยที่สวนหลังบ้าน "ขอบคุณนะคะ""ไม่เป็นไร วันนั้นจำได้ไหมว่ามีอีกเรื่องที่ผมยังไม่ได้คำตอบ""เรื่องอะไรคะ""คุณทำยังไงให้ผมเลิกละเมอ""อยากรู้เหรอคะ"รอยยิ้มหวานล้ำประดับบนใบหน้า มาริษาก้าวเข้ามาใกล้เขาหนึ่งก้าว"ถ้าอยากรู้จะบอกให้ก็ได้ แต่คุณต้องหลับตาก่อน"ชายหนุ่มปิดเปลือกตาลงช้าๆ ชั่วครู่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากอ้อมกอด ฝ่ามือเล็กตบที่แผ่นหลังของเขาเบาๆ หลังจากหยุดมือมาริษเขย่งปลายเท้าจุมพิตที่หน้าผากแผ่วเบา"ลืมตาค่ะ""ทำแบบนี้เหรอ""แค่ทำแบบนี้เองคุณก็เลิกละเมอแล้วหลับต่อตลอดทั้งคืนเลย เก่งใช่มั้ยคะ""เก่ง""คงต้องจดลิขสิทธิ์แล้วค่ะ คิดค่าบริการครั้งละล้านไปเลยจะได้รวยไวๆ"มาริษาส่งเ

  • เหนือการควบคุมของใจ   53.ลองคบกันดูก็ได้ค่ะ

    น้ำฝนหนึ่งในพนักงานของแผนกเอ่ยขึ้น มาริษายิ้มเจื่อนๆ ก่อนหย่อนก้นลงที่เก้าของตนเอง เธอกับเขาไม่เกี่ยวข้องกันสักหน่อย คิดแล้วปวดหัวตุบๆ ทีนี้จะแก้ต่างอย่างไรดีหลังเลิกงานเขาไม่ได้ตื้อจะไปส่งเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว เพราะรู้ว่าถึงจะเสนอไปมาริษาก็คงไม่เต็มใจจะนั่งรถเขาอยู่ดี ดังนั้นธีร์ทาวัตจึงตรงไปหาเสถียรและยุพินที่บ้าน แต่ก็ไม่ได้ไปทุกวันเพราะยังมีความเกรงใจผู้ใหญ่ทั้งสองอยู่ อาจจะเว้นสองวันหรือสามวันไปที วันนี้ก็เช่นกัน มาริษากลับถึงบ้านเห็นรถหรูจอดอยู่ เธอกอดอกยืนมองพร้อมกับบ่นพึมพำ"มาอีกแล้วเหรอ ข้าวบ้านตัวเองไม่มีกินรึไง"ยังไม่ทันจะได้เปิดประตูเข้าบ้าน ธีร์ทาวัตก็แบกเสถียรขึ้นหลังวิ่งพรวดออกมา มาริษายืนมองภาพนั้นด้วยความตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ยุพินร้องไห้โหตามหลังมาติดๆ พอเห็นหน้าลูกสาวก็หยุดเขย่าไหล่ทั้งสองข้างพูดไม่ได้ศัพท์"มิ้งค์พ่อเป็นอะไรไม่รู้ รีบไปล็อกประตูบ้านเร็ว คุณธีร์กำลังจะพาพ่อไปโรงพยาบาล"ไม่มีเวลาให้คิดนาน มาริษ

  • เหนือการควบคุมของใจ   52.ฝากขอบคุณคุณธีร์ด้วย

    ผู้เป็นพ่อเดินมาดู เห็นหนุ่มสาวกอดกันอยู่ก็หยุดมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอยออกไปเงียบๆ โดยที่ไม่ทักท้วง นั่นเป็นเพราะสังเกตุอยู่นานแล้วว่าลูกสาวของตนกับชายหนุ่มจะต้องมีอะไรแน่ๆ ถึงจะอยากรู้แต่ไม่อยากคาดคั้น เสถียรเป็นพ่อที่ให้อิสระลูกพอสมควร บางครั้งดุบ้างอบรมบ้างแต่ทุกอย่างยังคงอยู่ในขอบเขตของความเป็นห่วงเป็นใย"พี่เถียรลูกอยู่ในสวนรึเปล่า"ยุพินที่เห็นว่าลูกสาวหายไปนานจึงอยากเดินมาตาม ยังไม่ทันถึงสวนก็ถูกสามีดึงให้ถอยออกไปก่อน"พี่จะลากฉันออกมาทำไม ตกลงลูกอยู่ในสวนไหม""อืม อย่าไปยุ่งกับลูกเลย""เอ้า!"มาริษาขืนตัวออก เขายอมปล่อยเธอออกจากอ้อมกอดโดยง่าย "อย่าทำแบบนี้อีกนะคะ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน รักษาระยะห่างไว้ในฐานะนายจ้างกับลูกจ้างดีกว่า""เข้าใจแล้ว แต่...กอดในฐานะนายจ้างกับลูกจ้างไม่ได้เหรอ"มีนายจ้างกับลูกจ้างที่ไหนเขากอดกัน มาริษาสะบัดหน้าเดินหนีเข้าบ้านไม่อยากต่อปากต่อคำกับเขาอีก เขาเดินตามเธอเข้ามาข้างใน เสถียรกับยุพินก

  • เหนือการควบคุมของใจ   51.ผมรอได้

    เขาดึงเอกสารที่เธอกำลังกรอกข้อมูลอยู่มาแล้วบอกให้เธอไปนั่งกินข้าวที่โต๊ะข้างๆ หลังจากนั้นธีร์ทาวัตก็ทำการคีย์ข้อมูลเข้าในระบบ มาริษามองด้วยแววตาประหลาดใจ เขาพิมพ์ข้อมูลได้รวดเร็วมากไม่ถึงยี่สิบนาทีก็เกือบเสร็จ"กินข้าว"เขาหันมาสั่งอีกครั้ง เธอจึงเปิดข้าวกล่องออกดู อาหารข้างในเป็นข้าวหมูทอดกระเทียมง่ายๆ กลิ่นหอมโชยเข้าจมูกจนต้องปิดฝากล่องไว้ตามเดิม"สั่งของที่มีกลิ่นแรงขนาดนี้มาให้ถ้าเพื่อนร่วมงานกลับมาแล้วได้กลิ่นต้องถูกมองแรงแน่ๆ""งั้นเอาไปกินในห้องผมมั้ยละ""ไม่เอาค่ะ หนูรู้กาลเทศะ"พลั้งปากแทนตัวเองว่าหนูอีกจนได้ มาริษาเม้มปากกลอกตาไปมา เขาไม่ได้พูดอะไรแค่อมยิ้มน้อยๆ"จะเอาไปกินในห้องพักเบรกพนักงานค่ะ คุณก็เลิกทำงานแทนเถอะเดี๋ยวคนอื่นกลับมาแล้วจะเห็นเข้า""ไปเถอะจะเสร็จละ ไม่มีใครเห็นหรอก"มาริษาพยักหน้าเบาๆ แล้วลุกขึ้นยืน ก่อนไปเธอยังไม่เลิกมองเขา ที่มองนานๆ เพราะไม่เคยเห็นเขาในมุมนี้มาก่อน ภาพที่เห็นจนชินตาเมื่อก่อนคือเขานั่งไขว่ห้างวางมาดสูบบุหรี่จิบบรั่นดี ทำหน้าหยิ่งๆ เชิดๆ จนใครเห็นต้อง

  • เหนือการควบคุมของใจ   50.เอางานมานี่

    "ไม่ได้มาส่งค่ะแค่จะมาปิดประตูรั้ว" เขายังไม่ทันได้เอ่ยถามมาริษาก็รีบบอกอย่างร้อนตัว"อ๋อ งั้นผมกลับแล้ว""เดี๋ยวค่ะ ฉันได้ยินคุณพูดกับพ่อของฉัน เหตุการณ์ครั้งนั้นสำหรับเด็กเจ็ดแปดขวบคงจะน่ากลัวมาก เอ่อ...บางคืนคุณชอบฝันร้ายแล้วละเมอบ่อยๆ ที่แท้คงเป็นเพราะเรื่องนี้สินะคะ""ผมละเมอเหรอ" เขาขมวดคิ้วแน่น"ค่ะ ชอบละเมอพูดว่าช่วยด้วย ช่วยด้วย แต่พักหลังมาอาการนั้นก็หายไปแล้วเพราะว่าหนู เอ่อ..."เผลอใช้สรรพนามเดิมที่เคยแทนตัวเอง ดีที่ยั้งปากทัน"คุณทำยังไงผมถึงเลิกฝันร้าย"มาริษาก้มหน้าเอาไว้ ไม่อยากให้เขาเห็นพวงแก้วที่กำลังแดงก่ำ ถ้าพูดออกไปก็เหมือนเป็นการทบทวนเรื่องเก่าคราวหลัง"ไม่บอกค่ะ คุณกลับไปได้แล้ว""เดี๋ยววันหลังผมถามใหม่ ถามจนกว่าคุณจะตอบ รู้ไหมตอนที่ผมบอกพ่อของคุณว่าไม่กลัวที่จริงผมกลัวมากนะ ในชีวิตของผมมีเรื่องให้กลัวอยู่สองเรื่อง เรื่องแรกผมกลัวพ่อผมจะหายไป เรื่องที่สองผมกลัวคุณจะหายไปเหมือนพ่อของผม ดีจริงๆ ที่คุณยังอยู่ตรงนี้ ดีใจที่ได้พบกันอีก ผมไม่ได้อยากบีบให้คุ

  • เหนือการควบคุมของใจ   49.ตอนนั้นยังเด็กมาก

    อีกไม่กี่นาทีจะเลิกงานแล้ว หลังห้าโมงเย็นมาริษารีบไปแตะบัตรเลิกงาน เดินออกมาหน้าบริษัทหันกลับไปมองว่ามีคนตามมาหรือไม่ กลัวว่าธีร์ทาวัตจะขับรถตามก่อกวนอีก แต่ไม่เห็นแม้แต่เงาของเขาจึงถอนหายใจอย่างโล่งๆพอเมื่อกลับถึงบ้านวินาทีแรกที่ก้าวขาเข้าไปเสียงหัวเราะของเสถียรดังลั่น คล้ายว่าผู้เป็นพ่อกำลังพูดคุยอยู่กับใครบางคน และดูเหมือนจะพูดคุยกันถูกคอทีเดียว เธอคิดไปว่าบางทีเพื่อนพ่ออาจจะมาที่บ้าน จึงเข้าไปเพื่อทักทายสวัสดีแต่ทว่าเมื่อเห็นหน้าแขกผู้มาเยือนชัดๆ มาริษาถึงกับอ้าปากค้าง"คุณธีร์! คุณมาอยู่นี่ได้ไง"เขายิ้มตาหยีแล้วหันไปหัวเราะขำขันเรื่องที่คุยค้างไว้กับเสถียรต่อ ซึ่งนั่นก็หนีไม่พ้นเรื่องของมาริษา พ่อเล่าเป็นฉากๆ ตั้งแต่เด็กยันโตอย่างภาคภูมิใจ เล่าตั้งแต่ตอนเป็นเด็กหกล้มตะครุบขี้วัวไปจนถึงตอนเรียนจบรับปริญญา ซึ่งบางเรื่องไม่ต้องเล่าก็ได้ แค่นี้มาริษาก็อายจะแย่อยู่แล้ว"นี่ไงลูกสาวผมที่เล่าให้ฟัง เรียนจบแล้วกลับมาทำงานที่บ้าน เหมือนจะทำงานที่บริษัทของคุณด้วย

  • เหนือการควบคุมของใจ   39.สีหน้าไม่ค่อยดี

    ในเช้าวันรุ่งขึ้นก็เหมือนกับทุกวัน ในช่วงเวลาอาหารเช้ามาริษานั่งทานเงียบ ๆ ส่วนธีร์ทาวัตลงมาชั้นล่างก็นั่งจิบกาแฟด้วยกันครู่หนึ่ง เห็นว่าเธอสวมใส่ชุดยูนิฟอร์มของร้านจิวเวลรีก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมายเพราะคิดว่าคงไม่กล้าไปไหนแน่ ๆ รอให้เคลียร์ทุกอย่างเสร็จทั้งเธอและเขาใจเย็นกว่านี้เมื่อถึงตอนนั้นค่อยค

  • เหนือการควบคุมของใจ   27. ในนี้เลย

    "บอกแล้วว่าให้อาบอีกรอบ""ตัวหนูไม่ได้สกปรกสักหน่อย"เธอทำหน้าบึ้ง ใช้สองแขนกอดตัวเองไว้เพราะรู้สึกว่าชุดนอนผ้าซาตินที่สวมอยู่แนบเนื้อเกินไป แต่ก็ไม่รอดพ้นสายตาของเขา ยอดอกที่ชูชันมองผ่าน ๆ ยังสะดุดตาชายหนุ่มยกยิ้ม ซุกจมูกลงกับซอกคอ มาริษาหลับตาแหงนหน้าขึ้น สองแขนที่เคยกอดอก

  • เหนือการควบคุมของใจ   26.อาบด้วยกันไหม

    "พักเที่ยงแล้วมิ้งค์ไปกินข้าวเถอะ"เมษาหนึ่งในพนักงานพูดขึ้น มาริษายิ้มรับแล้วถามกลับ"แล้วคนอื่นไม่ไปกินข้าวเหรอคะ""ต้องสลับกันเบรก แต่เห็นจอมขวัญบอกว่าจะไดเอตส่วนเฟิร์นเตรียมของกินมาแล้ว""งั้นมิ้งค์ไปก่อนนะคะ"เดินออกมาจนเกือบจะถึงศูนย์อาหาร คิดขึ้นได้ว่าลืม

  • เหนือการควบคุมของใจ   24.มีร้านประจำ

    เธอหลุบมองพื้นไม่กล้าสบตาเพราะเขาเดาได้ถูกต้อง กำลังคิดแบบที่เขาว่ามาจริง ๆ หากไม่มีเสี่ยเสรีเธอก็อาจจะไป"ในเมื่ออยากรู้มากผมก็จะบอกให้" เอียงหน้ามากระซิบข้างหู ทั้ง ๆ ที่ในห้องนี้มีกันอยู่แค่สองคน "ยัง ยังอยู่ดีด้วยเพราะฉะนั้นเลิกฝันซะ คราวนี้ควรจะดีใจหรือเสียใจที่เสี่ยเสรียังไม่ตายดีล่ะ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status