Masukแต่ภาพเธอวันนี้ทำให้ความรู้สึกดี ๆ ของผมค่อนข้างติดลบ ท่าทางใสซื่อที่เคยเห็นมาตลอดกับเวลานี้ที่นั่งให้ผู้ชายโอบไหล่อย่างไม่แคร์สายตาใคร
เห็นแล้วหงุดหงิด เสียแรงนึกเอ็นดู
ผมวอร์มร่างกายก่อนจะใส่หูฟังและวิ่งตามกลุ่มคนที่กำลังวิ่งรอบอ่างเก็บน้ำโดยไม่ได้หันมาใส่ใจรุ่นน้องวัยใส ที่ริรักตั้งแต่นมยังไม่ตั้งเต้า ไม่สิ นมตั้งเต้าแล้วแหละ เด็กเดี๋ยวนี้มอสามก็เป็นสาวแล้วสินะ
แม้จะบอกกับตัวเองว่าอย่าสนใจแต่ผมก็แอบเหลือบมองสองคนนั้นอยู่ไกล ๆ เห็นว่าเธอยกอะไรในมือให้ผู้ชายคนนั้นดู ผู้ชายคนนั้นน่าจะเรียนมหาลัยที่นี่เพราะผมเห็นคนเดินมาทักทายไม่ขาด
มือที่โอบไหล่แสดงความหวงอย่างไม่ปิดบัง มันไม่กลัวคุกเหรอวะ ผมแค่นยิ้มต่ำกว่าสิบแปดยังไงก็ยังคุก
จากนั้นผมก็วิ่งต่อไป พยายามไม่สนใจ ใช้เวลาวิ่งเกือบชั่วโมงก่อนจะเดินกลับไปยังรถของตัวเอง แต่แล้วขาของผมต้องชะงัก เมื่อมีใครคนหนึ่งยืนรอข้างรถผม
“พี่เหนือคะ” เธอหันซ้ายหันขวาราวกับกลัวว่าใครจะเห็น จากนั้นก็ยื่นกล่องเล็ก ๆ ให้ผม
“สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะคะ”
“พี่มีแฟนแล้ว ไม่รับของคนอื่น” ผมไม่ได้ยื่นมือรับของขวัญกล่องเล็ก ๆ นั่น ในเมื่อเธอก็มีแฟนและผมก็อยู่ในสถานะที่คนอื่นรับรู้ว่ามีแฟนจะปฏิเสธของคงไม่เป็นไร
“เอ่อ...ขอโทษค่ะ” เธอชะงักมือและเงยหน้ามองผม หัวใจของผมดันกระตุกไหวเมื่อเห็นน้ำตาของเธอเอ่อคล้ายจะล้นออกมา มือผมก็ดึงกล่องนั้นกลับมาไว้ในมือของผมเอง
“พี่รับไว้เพราะเห็นแก่ที่พี่เคยช่วยเราแล้วกัน” ใจอ่อนจนได้
“ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณมากค่ะ หนูไปก่อนนะคะ”
เมื่อก้าวขึ้นรถแล้วผมก็โยนกล่องนั้นเก็บไว้ในช่องเก็บของตรงคอนโซลหน้ารถไม่อยากเปิดดูว่าข้างในมันคืออะไร แต่ก็อดไม่ได้ที่จะอ่านการ์ดที่เธอแนบมาให้
“ขอบคุณที่ช่วยหนูวันนั้นนะคะ เมลดา แซ่ตั้ง” อ๋อที่เธอทำดีด้วย ที่เธอคล้ายจะให้ความสนิทสนมในยามที่เจอกันที่คลินิกที่แท้ทั้งหมดที่เธอแสดงแค่อยากจะขอบคุณวันที่ผมแบกเธอไปห้องพยาบาลสินะ
แค่ผู้มีพระคุณ! แม่ง!
สัปดาห์สอบปลายภาค ข่าวใหญ่ของวันนี้คงไม่มีอะไรดังไปมากกว่าการที่พี่เหนือกับพี่ฟ้าไม่ได้เป็นแฟนกันจริง ๆ ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาคือเป็นแฟนกันหลอก ๆ เมื่อวานนี้กลางดึกพี่ฟ้ากับพี่มีรินประกาศคบหากัน
ข่าวนี้ทำให้หัวใจฉันลิงโลด อย่างที่เคยบอกไว้ว่าจะจีบเขาเมื่อเขาโสด ถึงเวลาแล้วสินะ ในเมื่อเขาโสดแล้ว ถึงเวลาที่ฉันจะได้จีบเขาแล้วสิ
ภารกิจหลังสอบเสร็จของฉันคือสารภาพความในใจกับเขา ไม่ใช่แค่ฉันแน่นอนที่อยากสารภาพความในใจกับเขา อย่างน้อยต้องมีผู้หญิงอีกหลายสิบคนแน่ที่รอคอยโอกาสนี้ โอกาสที่เขาโสด
“แกแน่ใจเหรอเมล” ลิลินถามอย่างไม่แน่ใจ
“แกล่ะไม่สารภาพเหรอ” ฉันเอ่ยถามลิลินซึ่งก็เคยบอกว่าชอบพี่เหนือเหมือนกัน
“ฉันว่าฉันไม่ได้ชอบพี่เหนือว่ะ ฉันแค่ปลื้มยกให้แกก็แล้วกันนะ สู้ ๆ นะเพื่อน” คำตอบของลิลินทำฉันยิ้มแก้มปริ ราวกับว่าถ้าลิลินยกให้ฉันแล้วพี่เหนือจะเป็นของฉันทันทีอย่างนั้นแหละ
ความโชคดีของฉันอีกอย่างคือการสอบของฉันกับพี่เหนือตรงกันคือสอบวันอังคารกับพฤหัสฯ ฉันนับคืนนับวันรอให้การสอบผ่านพ้นไปโดยเร็ว
วันพฤหัสบดี บ่ายสามโมงเย็น ฉันออกจากห้องสอบมาแล้ว ยืนชะเง้อคอรอคนที่ตัวเองตัดสินใจส่งข้อความไปทางไอจีตั้งแต่เมื่อวันที่เขาโสดว่าจะขอคุยด้วยสักห้านาที
ฉันนั่งเปิดอ่านดูทุกวันว่าเขาอ่านหรือยัง จนกระทั่งวันนี้ก่อนเข้าห้องสอบวิชาสุดท้ายเขาก็ตอบมาพร้อมกับบอกว่าให้รอแถวที่จอดรถเอกชนข้างโรงเรียน นักเรียนไม่สามารถเอารถเข้ามาในโรงเรียนได้ซึ่งทำให้นักเรียนบางคนที่ขับรถมาเรียนต้องจอดรถไว้ที่จอดรถเอกชนซึ่งอยู่รั้วติดกับโรงเรียน
สำนักงานของที่จอดรถเป็นคาเฟขนาดใหญ่ ซึ่งฉันก็เลือกนั่งรอเขาอยู่ตรงนี้ตามที่เขาสั่ง เกือบบ่ายสี่โมงฉันเห็นเขายืนอยู่หน้าคาเฟเขากำลังคุยกับรุ่นพี่
“พี่แซน ดาวมอสี่นี่นา” ฉันใจแป้วหนักกว่าเดิม ขนาดพี่แซนยังเดินคอตกกลับไปแล้วฉันละ แต่ถ้าไม่สารภาพวันนี้ก็ไม่รู้จะได้สารภาพอีกเมื่อไหร่ เดี๋ยวนี้คลินิกเขาก็ไม่ไปแล้ว วันนี้ก็เป็นวันที่เขามาเรียนเป็นวันสุดท้าย
ถ้าไม่ใช่วันนี้ก็ไม่มีโอกาสอีกแล้ว เมื่อพี่แซนเดินจากไปแล้วฉันก็รีบลุกขึ้นเดินตรงไปยังหน้าร้านที่เขายืนอยู่
“พี่เหนือ” เมื่อเห็นว่าเป็นฉันเขาก็ออกคำสั่ง
“ไปคุยกันที่รถ” 8888 ป้ายทะเบียนจำง่ายและจอดอยู่ในตำแหน่งใกล้ที่สุด
ปึก! เสียงปิดประตูรถของเขาทำฉันสะดุ้ง
“มีอะไรจะคุยกับพี่”
“หนูชื่อเมล เมลดา” ฉันแนะนำตัวเพราะไม่แน่ใจว่าเขาจะจำได้หรือเปล่า ถึงเราจะเจอกันที่คลินิกเกือบทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่วันวาเลนไทน์ฉันไม่ได้เจอเขาที่คลินิกอีกเลย
แต่เป็นหลานชายก็ดี เรื่องการสืบสกุลก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป หวังว่าหลานคนที่สองจะเป็นผู้หญิงน่ารักตะมุตะมิ “น้องเอื้อไปโรงเรียนก็ดีแล้วนะครับ ใบจะได้ไม่เหนื่อย” อินน์ว่าทั้งยังกุมมือเมียรัก ผู้เป็นป้ารีบสนับสนุน คนท้องต้องพักผ่อนเยอะ ๆ “ต่อไปต้องให้น้องเอื้อมานอนห้องย่าตลอดเลยนะเดี๋ยวทับท้องหนูใบ” อินน์ฟังเจ้าป้าแล้วได้แต่แอบเบะปากน้อย ๆ เพราะก่อนหน้านี้ลูกชายของเขาก็นอนกับเจ้าคุณย่าตั้งแต่ได้สองขวบแล้ว เรียกได้ว่าหลงหลานเอื้อหนักมาก เพราะอย่างนั้นอินน์กับใบบุญญาจึงมีเวลาทำลูกได้ทุกคืน พ่อคนน้ำยาดีในท้องแรกเริ่มไม่มั่นใจเมื่อคนที่สองไม่มาสักที ทั้งสามมาถึงคุ้มอินทฐานนท์เพียงแค่นั่งรถจากโรงเรียนนานาชาติ ‘ฐานนท์’ เพียงสามนาที เจ้าประกายแก้วรัตนาเทกโอเวอร์โรงเรียนนานาชาติที่อยู่ใกล้บ้านทันทีที่อินน์แต่งงาน ต้องเรียกว่าวางแผนไว้เนิ่น ๆ ปากบอกว่าไม่เคยเห่อหลานแต่การกระทำของเจ้าประกายแก้วรัตนานั้นสวนทางกับคำพูดทุกอย่าง เพราะอย่างนี้อินน์มักจะกระซิบใบบุญญาว่าอย่าเชื่อเจ้าป้าการละคร เมื่อถึงบ้านเจ้าป้าการละครต้องรีบกดโทรศัพท์ต่อสาย
“ครั้งหน้าไม่มีแล้วนะคะ ใบไม่อยากให้คุณอินน์เล่นอีก” ใบบุญญาว่าเธอไม่ชอบเลย ตีกอล์ฟก็ตีกอล์ฟสิทำไมต้องมีติดปลายไม้อะไรนั่น “พี่ไม่อยากเล่นหรอก กลัวแต่พ่อ ๆ ของใบนั่นแหละจะไม่ยอมรามือ” อินน์แค่กังวลใจว่าเดี๋ยวเหล่าพ่อ ๆ ของใบบุญญาจะนัดกันมาหลายคนกว่าเดิม จากที่ตีกันแค่สี่ห้าคน ไม่รู้จะใหญ่ขึ้นกว่าเดิมหรือเปล่า เขาแกล้งแพ้ เหล่าพ่อ ๆ ก็ได้ใจ พอเขาเอาจริงก็อยากจะเอาคืนอยากแก้มืออีก “จริงด้วยค่ะ ข้อเสียของโชติภิวรรธคือชอบเอาชนะ รู้ไหมว่าลุงรองพ่อหมอธาร์อะ แกล้งเป็นเกย์เพื่ออยู่ใกล้ป้าศิตาตั้งสามปี คิดดูแล้วกันว่าน่ากลัวขนาดไหน” ใบบุญญานินทาผู้เป็นลุง หารู้ไม่ว่าพ่อของตัวเองก็เคยเสนอตัวเป็นคนเลี้ยงดูแม่เบลตั้งแต่เป็นนางร้าย “น่ากลัว ดีแล้วที่ใบเปลี่ยนมาใช้ ‘อินทฐานนท์’” เจ้าของนามสกุลยิ้มแฉ่ง ดีใจที่เมียรักยอมมาใช้นามสกุลของเขา ทั้งยังตั้งท้องลูกชายให้เขาอีกด้วย “แน่นอนสิ ใบรักคุณอินน์ แค่เปลี่ยนนามสกุลเรื่องเล็กมากเลย ใบเคยมีเพื่อนที่เขายอมเปลี่ยนศาสนาตามแฟน เพื่อนใบบอกว่ากว่าจะได้เจอคนที่รักเราและเรารักเขามันยากมากเลย แค่เปลี่ยนศาสนาเป็นเรื่องเล็กม
“คราวที่แล้วอินน์ตีได้ดีกว่านี้นะ กูนี่โคตรอายแพ้แบบหมดรูป ปล่อยให้มันยืนดูแล้วยืนดูอีก พอยิ่งกดดันกูยิ่งตีไม่ลง Over par ตลอด” “มึงอ่อนไงภาส มันไม่ได้เก่งหรอก” เป็นรามที่พูดขึ้น “ไอ้ต้นมึงอย่าว่ามัน มึงได้ที่สอง เรื่องทับถมไอ้ภาสปล่อยเป็นหน้าที่กูเอง” เป็นลักษณ์หรือรองผู้ได้อันดับหนึ่งของวันนี้ รับหน้าที่ทับถมคนอื่น “เก่งตายแหละมึง เล่นสนามที่ตัวเองตีทุกอาทิตย์ไม่ได้ที่หนึ่งจะเรียกว่าอะไร อ่อนด้อยเหรอวะเล็ก” รามว่าลักษณ์ทั้งยังหันไปถามความเห็นจากน้องชายคนเล็กของบ้านอย่างวิศรุต “พอ ๆ พวกมึง หรือว่าอินน์มันแกล้งแพ้หรือเปล่าวะ ฝีมือไม่น่าเปลี่ยนไปเยอะขนาดนี้นะ” ภาสยังไม่ค่อยเชื่อใจลูกเขยคราวที่แล้วเล่นอย่างเทพ แต่รอบนี้นึกว่าเพิ่งหัดเล่น “มันจะแกล้งอะไรเนียนขนาดนั้น” ลักษณ์ว่า “ใช่ พวกเราเล่นดีจนมันเกร็งแหละ ว่าไหม” รามออกความเห็น คนที่เหลือขี้เกียจคิดมาก ก็เลยพยักหน้าเห็นด้วย ดีแล้วที่ชนะ ปกติไปเล่นกับใครก็แพ้ทุกที เห็นทีพวกเขาต้องบินมาตีกอล์ฟกับอินน์บ่อย ๆ “ครั้งหน้าเราเล่นพนันด้วยไหม กินเงินลูกเขยเฮียให้เรียบเลย” วิศรุตเ
“โห ชมใบขนาดนี้ใบจะลอยแล้วคุณอินน์” “ดีใจ ที่โลกนี้มีใบของพี่” อินน์พึมพำก่อนจะหลับไป ใบบุญญาหัวเราะกับเจ้าบ่าวที่บอกว่าเตรียมคืนเข้าหอมาอย่างดี จุดจบของสายหื่นคือแพ้ท้องแทนเมีย หลังจากงานแต่งงาน เพียงแค่สัปดาห์เดียวก็ถึงเวลาการเปิด ‘ฐานนท์พาร์ค’ ศูนย์การค้ากึ่งสวน เมื่อคุณมาเที่ยวที่นี่จะได้บรรยากาศนั่งกินข้าวหรือช็อปปิงอยู่ในทุ่งดอกไม้ ความงดงามของที่นี่ทำให้มีที่ถ่ายรูปลงโซเชียลหลายร้อยมุม นอกจากนี้ฐานนท์พาร์คยังมีการจัดสวนใหม่ทุก ๆ สามเดือน ทำให้มุมการถ่ายรูปถูกปรับเปลี่ยนไปทุกสามเดือน สายอินฟลูเอนเซอร์จึงมาได้บ่อยเท่าที่ต้องการ คลินิกของอยากพักใจถูกดูแลโดยตระการเป็นหลัก เพราะคุณหมอใบบุญญาช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเพราะต้องดูแลคนแพ้ท้องอย่างคุณอินน์ “แพ้ท้องอะไรวะ ได้กลิ่นเมียแล้วหาย” ตระการบ่นกับมนทนา โดยที่มีใบบุญญาฟังอยู่ไม่ไกล “ติดเมียแหละดูออก วันหลังไม่ต้องอ้างแพ้ท้องนะ บอกว่าติดเมียก็ไม่มีใครว่าหรอก” มนทนาหันไปบอกคนผัวติด ใบบุญญานั่งยิ้มกริ่มกับคำแดกดันของเพื่อน “อิจฉาเหรอ ไม่ดีนะ ความอิจฉาจะทำให้เราจิตใจไม่สงบ เห็นใคร
“บาปกรรม มีแต่คนเขามาบริจาคให้โรงพยาบาล นี่ตัวเองมาโกง จิตใจทำด้วยอะไร” เมื่อมีคนหนึ่งจุดไฟ คนที่เหลือก็เริ่มกระพือไฟให้โหมมากกว่าเดิม เมื่อถึงช่วงเวลาโยนช่อดอกไม้ ผู้คนหน้าเวทีมากมายทั้งชายหญิง งานแต่งของใบบุญญากับอินน์รวมคนทุกสายงานอาชีพไว้ที่นี่จริง ๆ คนไข้ตั้งแต่รุ่นแรกของคลินิกอยากพักใจที่ปัจจุบันผันตัวเองมาเป็นเจ้าหน้าที่ด้านจิตวิทยาหรือบางท่านก็รับทำฮอตไลน์สายด่วนถ้าไม่สะดวกเดินทางมาที่คลินิก เป็นงานการกุศลจากคนที่เคยได้รับความช่วยเหลือ ‘ลองเป็นผู้ให้ดูค่ะ แล้วคุณจะรู้ว่าความสุขที่ใจเป็นอย่างไร ล้านคำพูดก็ไม่อาจอธิบายความรู้สึกอิ่มใจนั้นได้’ นั่นเป็นคำพูดของใบบุญญาที่เคยพูดไว้เมื่อครั้งที่เธอขึ้นไปพูดในงานแถลงข่าวของโชติภิวรรธ เมื่อครั้งเปิดคลินิกอยากพักใจที่สาขากรุงเทพ “พร้อมกันหรือยังครับ เรากำลังจะโยนช่อดอกไม้” เสียงพิธีกรถามขึ้น ทุกคนในงานต่างตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าพร้อม “แต่ทุกท่านไม่ต้องลุกจากที่นั่งครับ” เสียงของพิธีกรทำทุกคนในงานต่างตื่นเต้นกับการโยนช่อดอกไม้แสนพิเศษของวันนี้ “ดอกทิวลิปที่อยู่ในมือของทุกคนคือคำตอ
ตอนพิเศษ 1 งานแต่งงานยิ่งใหญ่ ธีมงานแต่งสีชมพูซึ่งเป็นสีโปรดของว่าที่เจ้าสาว โชติภิวรรธต่างออกแบบและแต่งกายด้วยชุดสีชมพูกันทั้งตระกูลไม่เว้นแม้แต่ผู้ชาย “กูรู้สึกแปลก ๆ ไงก็ไม่รู้” ไธม์บ่นกับชุดสูทสีชมพูของผู้ชายทั้งตระกูล ไอ้วัย ๆ อย่างพวกเขามันก็ไม่เท่าไหร่ แต่รุ่นพ่อนี่สิใส่กันทุกคน “ทำไมวะ” ธาร์ถามน้องชายฝาแฝดอย่างสงสัย “พ่อเรากับลุงต้นยังพอได้นะสูทสีชมพู แต่อาเล็ก[1]นี่สิหน้าอย่างโหดใส่สูทสีชมพู” ธาร์มองตามไธม์ที่พูดถึงผู้เป็นอาได้แต่ยิ้ม “มึงก็ว่าอาเล็กเค้า ออกจะหล่อเข้ม เวลามีปัญหาเรื่องโดนฟ้องก็ได้อาเล็กแหละช่วย” ธาร์ว่าน้องชายฝาแฝด เรื่องปากดีต้องยกให้มัน “เออ ไม่ว่าอาเล็กก็ได้ เปลี่ยนไปนินทาเมียดีกว่า ดีใจกว่าเจ้าสาวก็คงเมีย ๆ พวกเรานี่แหละ” ไธม์ทำปากยื่นไปทางศรีภรรยาที่กำลังเม้ามอยกันอย่างสนุกสนาน ทิ้งลูกทิ้งผัวกันเลยทีเดียว “แกก็ชอบว่าป้ากล้วยนาน ๆ เขาจะได้เจอกัน” อย่างที่รู้กันว่า ‘ป้ากล้วย’ ของเหนือคือเมียของอาไธม์ในปัจจุบัน วันนี้ทั้งสายน้ำ กล้วยและอิงเพื่อนของสายน้ำก็ได้มาร่วมงานแต่งของใบบุญญากับอินน์เช่น
“หนาวไหมครับ” เขาถาม เปลือกตาฉันมีสำลีเย็นปิดไว้อยู่ ฉันพยักหน้ารัว ๆ ไม่ได้ตอบสิ่งใด เพียงไม่นานผ้าห่มผืนนุ่มก็ถูกห่มทั่วร่างจากนั้นเขาก็จัดการเช็ดหน้าฉันต่ออย่างเบามือ“เดี๋ยวต่อไปพี่พนักงานจะมาดูแลต่อนะครับ”“ค่ะ” หัวใจคล้ายวูบโหวงแสนเสียดาย แต่ใจหนึ่งก็หายตื่นเต้น“เดี๋ยวเริ่มขั้นตอนต่อจากน้อง
“ได้จองไว้ไหมคะ” ฉันกับลิลินกำลังจะส่ายหน้า“สองคนนี้มากับผมครับ” เสียงคุ้นเคยที่พูดอยู่ข้างหลังทำให้ฉันต้องหันกลับไปแต่เจอเพียงแผ่นอกกว้าง ฉันเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของแผ่นอกก็เจอใบหน้าหล่อเหลาแสนคุ้นเคยกลิ่นหอมอ่อนจากพี่เหนือนี่เขาคงอาบน้ำมาแล้วสินะ“นั่งกับพวกพี่ได้” พี่เหนือบอกส่วนเพื่อนเขาอีกคนคือ
‘ไปแล้วนะ’ เสียงลุงอัครเดชที่มาบอกลาในจังหวะที่ฉันกรวดน้ำใต้ต้นไม้ใหญ่“โชคดีนะคะ ลุงอัครเดช” ฉันหวังว่าผลบุญครั้งนี้จะส่งผลให้ลุงแกไปสู่ที่ชอบ ๆ เถอะ“มาทำบุญเหรอ”“ว้าย! ผี”“พี่ไม่ใช่ผี” คนตรงหน้าฉันเอ่ยแย้ง เมื่อได้สติฉันก็ลุกขึ้นยืนเพื่อเอาที่กรวดน้ำไปวางตรงจุดที่วัดกำหนดให้“ไปก่อนนะน้อง” พี่
“ชื่ออะไร!” ฉันถามอย่างฉุนเฉียว“อัครเดช เอกสกุลมหาไพศาล”“ชื่อกับนามสกุลก็เหมือนเป็นคนรวย ทำไมญาติไม่ได้ทำให้เหรอ” ฉันอดถามไม่ได้“ญาติไม่เหลือแล้ว” ผีไร้ญาติและน่าจะขาดมิตรด้วยตอบเสียงแผ่ว“เดี๋ยวทำให้ แต่หนูไม่ทำให้ฟรีนะรู้ใช่ไหม ข้าวของสมัยนี้แพง แค่ทำสังฆทานทีหนึ่งก็เกือบพันแล้ว” ฉันขู่ ให้ฉัน







