เข้าสู่ระบบอ่างออนเซ็นพวยพุ่งด้วยไอร้อนสีขาวจาง ๆ ภายในกระแสธารมีร่างกายของชายหญิงกอดก่ายกันในน้ำอย่างสนุกสนาน ทั้งสองหยอกล้อกันด้วยการจับโน่น จับนี่ไปเรื่อยเปื่อย
"อันนี้นุ่มจังเหมือนเต้าหู้ยักษ์" มือหนาเอื้อมกอบกุมทรวงอกอิ่มใต้น้ำ นวด ๆ ขยำ ๆ จนเจ้าของเต้าหู้ถึงกับสั่นสะท้านหน้าขา
"พี่คีจับอยู่คนเดียวเลย ให้เหนือจับบ้าง" สาวอวบทำใจห้าวหาญลุกขึ้นแล้วคร่อมลงบนตัก ดวงตาคมเบิกกว้างตั้งรับกับการรุกฆาตของเมียไม่ทัน
"หนุนน้อยหิวเหรอ" ภาคีช้อนสะโพกเหนือฟ้าให้เบื้องล่างเสียดสีกันไปมา
"พี่คี หยุดนะคะ เหนือแค่จะนั่งเฉย ๆ ไม่ได้จะ อื้อ" มือที่สั่นและเตรียมผลักอกห้าม กลับต้องจับบ่าสองข้าง เพราะอาวุธใต้น้ำของเขากำลังเสยตัวไปมาระหว่างรอยแยกกลางลำตัวของเธอ
"ก็ยอมรับความจริงกับพี่มาก่อน ว่าเหนืออยากได้พี่ใจจะขาด ใช่ก่อ" เขาให้โอกาสอีกครั้ง ถ้าเหนือฟ้ายังอ้ำอึ้งเขาก็จะแกล้งด้วยการหยุดแหย่เธอทันที
ความจริงแล้วภาคีไม่ได้ต้องการโอ้อวดสถานะของตัวเอง แต่หลังจากที่เขาซุ่มให้นักสืบของเดอะเซฟเฟอะซิกซ์ตามสืบเรื่องราวความบาดหมางของตระกูลดาลัลอยู่นาน ทำให้พบว่าลูกสาวสุดที่รักกำลังยืนอยู่ท่ามกลางดงอสรพิษและเขาต้องการให้มาสฝึกฝนตัวเองเพื่อปกป้องนิ่มฟ้าได้ทั้งตอนนี้และในอนาคตและนี่ก็เป็นโอกาสทองที่เขาจะต้องรีบไขว่คว้าเอาไว้ และประกาศศักดาให้พวกตีสองหน้ารู้ว่านิ่มฟ้า กฤตกล้าธนาดรคือบุตรสาวของภาคี หนึ่งในทายาทผู้ถือหุ้นส่วนของบริษัทยักษ์ใหญ่ และเป็นหลานสาวของหม่อมเจ้าภูวสิน หรือที่ทุกคนเรียกกว่ามาเฟียผู้คุมอาณาจักรควาย เขาอยากให้กลุ่มคนที่คิดจะทำร้ายมาสกับนิ่มฟ้ารับรู้ว่าต้นตระกูลของเขาแม้ไม่ได้ร่ำรวยเทียบเท่าครอบครัวดาลัล แต่ก็ไม่น้อยหน้าไปกว่าใครช่วงเวลาห้าโมงเย็นบริเวณหน้าบริษัทตึกดำสูงระฟ้ารถลีมูซีนสีขาวติดฟิล์มดำแปะโลโก้ของ Z6 ทะยานเข้ามาจอดหน้าพรมสีแดงที่ปูทอดยาวเข้าไปในตึก ภาคีกระชับสูทสีดำสนิททั้งตัวก้าวขาลงมาจากรถโดยมีทีมบอดี้การ์ดประจำตัวของพี่ชายคนสนิทอย่างซุสคอยดูแลวันนี้เขาสลัดมาดจากพ่อเลี้ยงบ้านไร่คุมควายหลายพันตัวเป็นประธานบริษัทมาดขรึม ผมหยิกหยองของเขาถูกเซ็ตเสยไปด้านหลังเป
เนื่องจากเดือนนี้มีจำนวนวันพระค่อนข้างมากรีสอร์ตประจำไร่จึงมีแพกเกจสำหรับลูกค้าสายบุญ วันนี้นับเป็นวันแรกของเดือนที่เป็นวันพระใหญ่ เหนือฟ้าจึงจัดให้มีการทำบุญโดยการนิมนต์พระสงฆ์มาจากวัดโดยที่ลูกค้าไม่ต้องเดินทางไปเองหลังจากที่หลวงพ่อรุ่นตาห้ารูปบิณฑบาตร ณ จุดที่ลูกวัดขับรถมาส่งบริเวณหน้าคาเฟของไร่เรียบร้อย เดือนเพ็ญก็ไหว้วานให้อินเหลาพาหลวงตาทั้งหลายไปส่งหน้าบ้านของภาคีก่อนเดินทางกลับวัดตามที่นัดแนะไว้กับเจ้านายของเธอกริ๊ง!เหนือฟ้าผุดลุกขึ้นจากเตียงนอนแล้วกดรับสายที่ผู้จัดการไร่โทรเข้ามา "ว่าไงคะพี่เดือน อุ๊ย เหนือลืมเลยค่ะว่าวันนี้ทำบุญ" สาวอวบรีบตะกุยผ้าลงจากเตียงแล้วตบก้นสามีที่ยังนอนคว่ำหน้าอยู่บนหมอน "พี่คีคะลงไปตักบาตรกันค่ะ" เธอบอกแล้วหยิบทิชชูเปียกมาซับหน้าซับตาส่งผลให้รอยขีดเขียนบนใบหน้าเปื้อนจนเคลือบดำไปทั่วหลังจากที่แม่บ้านลูกเจ็ดทำให้ตัวเองสดชื่นพอประมาณ เธอจึงเดินไปกดเปิดสวิตซ์ไฟห้องของลูกทุกคนแล้วตะโกนเรียกให้เด็ก ๆ ลงไปทำบุญด้วยกัน "ตื่นเร็วค่ะลงไปตักบาตกับแม่ก่อน"เธอบอกแล้วรีบสับขาลงบันไดเพื่อหอบหิ้วข้าวของไปรอรถพระที่กำลังเดิน
เดือนแรกของการเข้าเรียนอนุบาลหนึ่งผ่านพ้นไปอย่างราบรื่นแม้ตอนแรกสามแฝดจะร้องไห้โยเย แต่พอได้เพื่อนที่โรงเรียนหนูน้อยก็เริ่มคุยมีเรื่องเล่าหลังเลิกเรียนทุกวันแต่สุดสัปดาห์นี้ชั้นเรียนอนุบาลประกาศหยุดเรียนยาวเนื่องจากที่โรงเรียนถูกใช้เป็นสนามสอบวิชาการอีกทั้งยังเป็นวันหยุดยาวเนื่องจากติดช่วงวันแรงงานแห่งชาติและวันฉัตรมงคลพอดี ถึงแม้วันนี้สามแฝดจะไม่มีเรียนแต่ก็ยังมีการบ้านที่ต้องทำส่งครูตอนเปิดเรียน โชคดีที่ได้นิ่มฟ้ากับน่านฟ้าคอยสอน ทำให้หมูยอ แป้งจี่ น้ำเงี้ยวทำเสร็จตั้งแต่เลิกเรียน"วันหยุดทั้งทีป้อก็อยากหยุดแล้วทำอะไรกับแม่บ้าง" ภาคีบอกแล้วเดินเข้ามากอดเหนือฟ้าที่กำลังยืนหวีผมอยู่หน้ากระจก"ทำกิจกรรมเสียเหงื่อเหรอคะ" เธอรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร เพราะตั้งแต่วันนั้นที่กลับจากสวนดอกไม้ตีนเขา หลังจากขับรถพวกเด็ก ๆ กลับบ้านเขาก็มีงานเข้ามากะทันหัน แล้วจากนั้นก็มีภารกิจเข้าไม่เว้นแต่ละวันทำให้ไม่มีเวลาได้จู๋จี๋กันเท่าไร"อื้อ" เขาพูดเสียงอู้ขณะระดมจูบไปทั่วแผ่นหลังเปลือยของเธอที่ยังอยู่ในชุดผ้าขนหนูผืนสั้น"คืนพรุ่งนี้เหนือจะจัดให้ดุเด็ดเผ็ดมันเลย" ครั้งน
บริเวณเกือบสุดเขตของไร่พิทักษ์มหิงสาเต็มด้วยคนงานที่กำลังทำแปลงปลูกดอกไม้หลากหลายชนิด แต่ส่วนตีนเขานั่นเว้นที่ว่างไว้เพื่อรอติดตั้งหุ่นไฟเบอร์กลาสตัวใหญ่ยักษ์ ก่อนเดินทางมากับภาคีเหนือฟ้าเปลี่ยนเป็นชุดเอี๊ยมกระโปรงเสื้อแขนยาวและหมวกปีกกว้างซึ่งเข้าคู่กับสามีที่อยู่ในชุดเอี๊ยมกางเกงยีน ส่วนมะต๋าวเป็นชุดหม้อฮ่อมสวมหมวกสานไม้ไผ่พร้อมกับสนับเข่า"พี่คีกำลังจะทำอะไรเหรอคะ ไหนว่าตรงนี้จะปลูกอ้อยไข่ปลาเพิ่มไม่ใช่เหรอ" เธอจำได้ว่าเห็นเขาประชุมร่วมกับเดือนเพ็ญและหัวหน้าคุมสวนแต่ละเขตว่าจะลงอ้อยเพิ่ม แต่แล้วทำไมกลายเป็นแปลงปลูกดอกไม้ไปได้"จำได้ไหมพี่เคยบอกว่าพี่ซื้อไร่ที่ลำพูนเพื่อไถ่ควายจำนวนหนึ่งไว้ที่นั่นแล้วตั้งชื่อว่า 'ไร่เหนือหัวใจ" เพื่อเป็นสัญลักษณ์ความคิดถึงของพี่ที่มีต่อเหนือ ตอนนี้พี่ขายไร่ที่นั่นแล้วและก็ทยอยลำเลียงควายทั้งหมดมาอยู่ที่พิทักษ์มหิงสา และตั้งชื่อตรงนี้ว่า 'สวนดอกไม้เหนือหัวใจภาคี' แล้วก็ตรงบริเวณลานโล่งนั่นพี่ปล่อยว่างไว้พี่จะเอาหุ่นไฟเบอร์กลาสลูกของเราทั้งเจ็ดคนมาตั้งเรียงกัน น่าจะช่วยคลายเหงาเหนือได้บ้างไม่มากก็น้อย" ภาคีอธิบายขณะคอย
กลับมาจากสิงห์บุรีได้เพียงไม่กี่วัน บทใหม่ของชีวิตคือการปล่อยแฝดสามไปเรียนรู้โลกภายนอกก็ได้เริ่มขึ้น แม้ภาคีมักจะบ่นพึมพำว่าลูกคอยป่วนจนปวดหัว แต่พอเอาเข้าจริง ๆ เขากลับทำใจไม่ได้ วันนี้เขาไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะขับรถไปส่งลูก คนขับรถของพ่อตาที่มากินนอนอยู่ไร่ของเขาเกือบสองเดือนแล้วจึงอาสาขับรถจี๊ปไปส่งด้วยตนเอง โดยที่เขานั่งอยู่ด้านหน้าคนขับและชำเลืองมองเหนือฟ้ากำลังแนะนำเรื่องการไปโรงเรียนให้แฝดสามฟังอย่างสนุกสนาน ผิดกับเขาที่รู้สึกหมดอาลัยตายอยากจนกระเดือกกาแฟถ้วยโปรดไม่ลง"ถึงโรงเรียนแล้วครับคุณแฝดสามทั้งหลาย" คนขับรถตะโกนบอกเมื่อเลี้ยวรถเข้าผ่านประตูโรงเรียนอนุบาลเวหะชลการ"ฮึกฮึก ดอไม่ไป๋เฮียน" หมูยอเริ่มฟูมฟาย"ไม่ไปเรียนไม่ได้นะจ๊ะ ไม่เรียนก็ไม่มีวิชาป้องกันตัว เดี๋ยวจะถูกพวกภูติผีปีศาจหลอกกินตับได้นะครับป้อหมอยอ" เหนือฟ้าพยายามบอกให้ลูกชายเข้าใจ"ฉี่ก็โตย ฮึก....ฮือ" แป้งจี่เห็นหมูยอร้อง เธอก็อดไม่ได้ที่จะร้องตามมีเพียงน้ำเงี้ยวคนเดียวที่ยังเก็บอาการพยายามอดทนไม่ปล่อยให้ความรู้สึกนำทางก่อนหน้าที่"โอ๊ะโอ๋" มะต๋าวยื่นมือไปจับแก้มพี่ทั้งสองคน
น่าเสียดายที่บะแต๋ง มาสและบรูซไม่สามารถเดินทางมาด้วยกันได้ เนื่องจากทั้งสามต่างมีภารกิจของตัวเอง บะแต๋งต้องไปเดินสายโชว์ตัวประกวดควายงาม ภาคีจึงส่งปู่กับย่าไปดูแลหลานชาย ขณะที่มาสมีสอบออนไลน์และต้องเดินทางไปดูงานที่โรงแรมแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดให้บริการในแถบแสกนดิเนเวียทั้งหมดเป็นเวลาสองเดือน ส่วนบรูซติดถ่ายแบบและเรียนหนังสือ"ดีนะตี้น่านบ่ต้องไปทำภารกิจอะไร" นิ่มฟ้าบ่นพึมพำเอนหลังพิงโซฟาในรถบ้านราคาแพงที่มาสลงทุนซื้อให้ครอบครัวเธอ"ตอนแรกก็เกือบจะบ่ได้มา เพราะว่าอ้ายตั้งโอ๋ชวนไปเรียนขี่ม้ายิงปืนโตยกั๋น" น่านฟ้าบอกขณะนั่งอุ้มแป้งจี่ที่หลับซุกอกพี่เสมือนว่าตนยังเป็นเด็กทารก"อะหยังอ้ายน่านเติงบ่ไป" น้ำเงี้ยวถาม "กิ๋นข้าวเกียกก่อ" เด็กหญิงหยิบข้าวเกรียบจ่อปากพี่"ขอบคุณครับ" น่านฟ้ารับของกินจากมือน้องแล้วยัดทีเดียวหมดทั้งคำก่อนจะพูดต่อ "ก็อ้ายกั๋วแป้งจี่งอแงน่ะสิ" เพราะว่าแป้งจี่ติดน่านฟ้ามากเนื่องจากตนเป็นพี่เลี้ยงประจำตัวน้อง ทุกวันนี้ไม่ใช่พ่อที่เป็นคนกล่อมน้องหลับแต่เป็นเขาที่รับหน้าที่ส่งน้องเข้านอน ขณะที่หมูยอกับน้ำเงี้ยวอ้อนทุกคนไม่เลือกหน้า"ควา







