LOGIN“มันโชคดีมากเลยนะคะที่เจอคนใจดีๆ อย่างพี่สอง”
“น้องปิ่นครับ คือพี่หนึ่งชวนไปรับประทานอาหารเย็นด้วยกันวันนี้น่ะครับ” เขาเอ่ยชวนหญิงสาวตรงหน้า
“ได้สิคะ” เธอรับคำยิ้มหวานให้เขา
“งั้นเลิกงานแล้วพี่มารับนะครับ”
“สักหกโมงเย็นนะคะ วันนี้พี่ชายของปิ่นอยู่กันครบเลย ออกจากโรงพยาบาลก่อนเวลาได้ค่ะ” ส่วนใหญ่จะออกเวรตอนทุ่มหนึ่ง แต่หากมีเคสด่วนๆ ก็อาจจะเลทเป็นสองถึงสามทุ่ม เพราะเวลานั้นลูกค้าเลิกงานก็จะ พาสัตว์มารักษาหรือฉีดวัคซีน หมอสัตว์ก็เหมือนหมอคน ถ้ามีอะไรร้ายแรง ก็ต้องรีบมาดูเหมือนกัน
“ชิมเค้กช็อกโกแลตของพี่หรือยังครับ” เขาเอ่ยถาม
“ยังเลยค่ะ ชิมแล้วจะบอกนะคะว่าอร่อยหรือเปล่า” เธอดักคอเพราะเขาต้องถามว่าอร่อยไหม
“ถ้าอร่อยอย่าลืมคิดถึงคนทำนะครับ”
“ค่ะ” ปิ่นแก้วรับคำอย่างขวยเขิน ตฤณยิ้มให้หญิงสาวก่อนจะเอ่ยขอตัว พอเธอเดินเข้าห้องทำงานก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เข้ามาเลยค่ะ” เธอเอ่ยอนุญาตก่อนจะเห็นตฤณหิ้วของเข้ามาในห้อง
“มีอะไรหรือคะพี่สอง”
“คือพี่ทำข้าวกล่องมาให้น่ะครับ” เขายื่นข้าวกล่องให้หญิงสาวตรงหน้า ยิ้มหวานให้เธอตลอดเวลา
“ขอบคุณค่ะ”
“พี่ทำเองกับมือเลยนะครับ ต้องรับประทานให้หมดด้วยนะครับ” คนพูดยิ้มหวานแล้วเอ่ยขอตัวเพราะต้องไปส่งดอกไม้ให้ลูกค้าต่อ
ปิ่นแก้วหน้าแดงเมื่อได้สบสายตาหวานเชื่อมคู่นั้น พอเขาออกไปจากห้องแล้วเธอก็เปิดข้าวกล่องของเขาออกดู ด้านในเป็นข้าวไรซ์เบอรี่ที่เธอชอบรับประทาน มีผักที่ตกแต่งอยู่บนข้าวเรียงกันเป็นคำว่า LOVE คนมองถึงกับยิ้มเขินกับข้าวกล่องน่ากินนั้น เธอมองกับข้าวเป็นอกไก่อบน้ำผึ้งกลิ่นหอมกรุ่น มีไข่ดาวรูปหัวใจและผลไม้หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ พอดีคำอยู่อีกด้าน
“น่ากินจัง” เธอร้องเบาๆ เสียงไลน์ดังขึ้นกดอ่านข้อความก็มาจากคนที่นำข้าวกล่องมาฝากเธอ
-รับประทานให้อร่อยนะครับ อย่าลืมที่นัดกันไว้เย็นนี้นะครับ-
-ค่ะ- เธอตอบกลับไปก่อนจะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ความรู้สึกซู่ซ่าในหัวใจกลับมาอีกครั้ง
ตอนเย็นตฤณมารับหญิงสาวไปรับประทานอาหารเย็นที่บ้าน เขายกมือไหว้สัตวแพทย์หนุ่มทั้งสามซึ่งเป็นพี่ชายของปิ่นแก้ว คล้ายจะขออนุญาตพาน้องสาวของอีกฝ่ายไปรับประทานอาหาร
“พี่หนึ่งอยากเจอปิ่นครับ”
“อยากเจอปิ่นเหรอคะ”
“ครับ วันก่อนบอกพี่ว่ายังคุยกับปิ่นไม่จุใจเลย ลงครัวเร่งมือทำอาหาร ไว้รอแล้วครับ”
“พี่สองไปส่งดอกไม้มาเหรอคะ”
“ครับ วันนี้มีคนสั่งดอกไม้เยอะเป็นพิเศษ เพราะว่าเป็นวันดีครับมี งานแต่งหลายงาน พี่กับพี่หนึ่งเลยไปจัดดอกไม้ให้ตั้งแต่เมื่อวาน บางงานเขาก็มีคนจัดอยู่แล้วแต่มาสั่งดอกไม้กับเราครับ”
“เหนื่อยไหมคะ” เธอเอ่ยถามสีหน้าของตฤณยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เขาดูมีความสุขกับการทำงาน
“ไม่เลยครับ เห็นคนรับดอกไม้มีความสุข พี่ก็มีความสุขตามไปด้วย”
เธอเหลือบมองผู้ชายตัวโตท่าทีอบอุ่นที่ขับรถส่งดอกไม้ไปทั่ว แล้วเผลอยิ้ม
ตฤณเป็นผู้ชายตัวสูงกระฉับกระเฉง เขาเป็นคนแข็งแรง สดชื่น สดใส ยิ้มง่าย ใจดี อบอุ่น ใบหน้าของเขาอ่อนโยน ผิวของเขาเป็นสีแทนแต่เรียบตึงสะอาดสะอ้านสุขภาพดี ใบหน้าเรียว ปากกว้างหยักหนา คิ้วเข้ม จมูกโด่ง เป็นสัน หน้าผากกว้างและผมของเขาดกหนาสีดำสนิท
“พี่สองรู้ได้ยังไงคะว่าปิ่นชอบดอกกุหลาบสีขาว” จู่ๆ เธอก็ถามขึ้น
“น้องปิ่นเคยได้ยินไหมครับว่าเราจะรู้ทุกเรื่องของคนที่เราแอบชอบ”
เขาพูดอ้อมๆ แต่คนฟังใจเต้นแรง
“เอ่อ... ค่ะ” คราวนี้ปิ่นแก้วอึกอักหน้าแดงเสออกไปมองนอกรถ ตฤณเหลือบไปมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ก่อนจะยิ้มตามแล้วตั้งใจขับรถ
“มากันแล้วเหรอจ๊ะ พี่จัดโต๊ะเสร็จพอดีเลย” ติยากรออกมาต้อนรับ คนทั้งสองด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ
“สวัสดีค่ะพี่หนึ่ง”
“สวัสดีจ้ะ มาดื่มน้ำเย็นๆ ให้ชื่นใจก่อน” น้ำสมุนไพรเย็นสดชื่นถูกเสิร์ฟมาตรงหน้า ปิ่นแก้วรับมาดื่มแล้วเอ่ยชม
“หอมเย็นชื่นใจจังเลยค่ะ ปิ่นชอบรับประทานน้ำอัญชันผสมมะนาว แบบนี้ค่ะ” เธอพูดอย่างแปลกใจไม่น้อย เพราะไม่คิดว่าจะได้ดื่มน้ำสมุนไพรที่ตัวเองชอบ เนื่องจากไม่ค่อยมีใครเขาทำขายกัน ถ้าอยากจะทำก็ทำรับประทานเอง
“น้องชายของพี่บอกว่าปิ่นชอบ”
“พี่สองน่ะเหรอคะ” เธอหันไปมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ใกล้ๆ อย่างแปลกใจ เขายิ้มเขินก่อนจะอาสาเข้าไปหยิบจานชามมาจัดโต๊ะอาหาร
“วันนี้มีของโปรดของปิ่นด้วยนะ”
“ของโปรดของปิ่นเหรอคะ” เธอมองอาหารบนโต๊ะอย่างแปลกใจเมื่อเห็นซี่โครงหมูทอดกระเทียมพริกไทยดำ
“จริงด้วยค่ะ รู้ได้ไงคะว่าปิ่นชอบรับประทานซี่โครงหมูทอดกระเทียมพริกไทยดำ”
“คนโน้นเขารู้ได้ไงต้องถามเขานะ” คนที่ถือจานออกมาจากห้องครัวยิ้มไม่หุบ
“พี่สองรู้ได้ยังไงคะว่าปิ่นชอบรับประทานเมนูซี่โครงหมูทอดกระเทียมพริกไทยดำ”
“พี่บอกไปในรถแล้วนี่ครับ”
“เอ่อ... ค่ะ” ปิ่นแก้วรับคำแล้วมีท่าทีขัดเขิน นึกถึงประโยคที่เขาบอกว่า เราจะสนใจและรู้เรื่องของคนที่แอบชอบเกือบทุกอย่าง
“กินเยอะๆ นะจ๊ะ สองเขาเข้าครัวปรุงด้วยตัวเองก่อนไปรับปิ่นเลยนะ”
“พี่หนึ่ง ฮือๆๆ” ตุ๊กตาร้องไห้ออกมาร่างสั่นสะท้านอยู่ในอ้อมแขนของติยากร เธอรู้สึกว่าอ้อมแขนนี้อบอุ่นที่สุดเหมือนทุกครั้งที่เธอต้องการมัน แต่ถ้าเธอรู้จักรักตัวเองและกอดตัวเองได้ ยืนด้วยลำแข้งของตัวเองเธอก็น่าจะมีความรู้สึกอบอุ่นมากกว่านี้เป็นร้อยเท่าพันเท่าไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์ด้วยซ้ำที่ตุ๊กตายอมล่าถอยไปเอง แต่เธอกลับได้พี่สาวเพิ่มมาอีกคน ปิ่นแก้วเป็นพี่สาวอีกคนที่น่ารัก อีกฝ่ายไม่ได้มาแย่งตฤณหรือติยากรไปจากเธอ แต่กลับมาเติมเต็มในสิ่งที่เธอขาดหาย นั่นก็คือมิตรภาพดีๆ ที่หายากยิ่งในสังคมปัจจุบันปิ่นแก้วสอนให้เธอได้เรียนรู้คุณค่าของชีวิต สอนให้เธอได้รู้จักตัวเองว่าชอบอะไร สอนการบ้านให้อย่างไม่เกี่ยงงอน เธอกลับไปเรียนอีกครั้ง คิดว่าจะพยายามตั้งใจเรียนให้สำเร็จในครั้งนี้ แม้บิดามารดาจะยังคงบ้างาน แต่เธอก็คิดไปว่าพวกท่านมีความสุขกับการทำงาน เธอนึกย้อนไปถึงอดีต ถึงแม้เธอปรารถนาเวลาและอ้อมแขนของพวกท่านเพียงใด แต่สิ่งหนึ่งที่พวกท่านทำคือไม่เคยให้เธอลำบากเลย ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน บ้านช่องห้องหอที่อยู่อาศัยที่ไม่ให้น้อยหน้าใคร และเงินฝากในบัญชีที่พวกท่านฝากเอาไว้ให้ทุกเดือนเพราะไม่อยากให้เธอขัดส
ในเมื่อต้องเป็นแฟนกับตฤณ ตุ๊กตาคิดว่าต้องเอาใจตฤณให้เขาพึงพอใจมากที่สุด แต่เธอเองก็มีข้อแม้เช่นเดียวกัน“ในระหว่างนี้เธอห้ามยุ่งกับพี่สองเด็ดขาด ทำได้ไหม” ตุ๊กตาพูดขึ้น“ได้ พี่จะไม่ยุ่งกับพี่สองและเธอเด็ดขาด” ความใจเด็ดของอีกฝ่ายทำให้ตุ๊กตาอึ้งไป ถ้าเป็นเธอจะไม่ยอมยกสามีให้ใครหรอก วูบหนึ่งตุ๊กตาอยากถามว่าปิ่นแก้วกำลังคิดอะไรอยู่ แต่เธอก็เลือกที่จะไม่พูดไม่ถามออกไปหลังจากที่ตกลงกันเช่นนั้น ปิ่นแก้วแฟร์ๆ ว่าตัวเองมาทีหลัง ก็อยากให้ตุ๊กตาได้ลองคบกับตฤณดูเพื่อพิสูจน์ให้รู้ว่าถึงจะมาก่อนหรือมาหลัง สำคัญที่สุดคือจิตใจของคน และเพื่อเป็นการทดสอบความรักของตฤณที่มีให้เธอว่าเขาจะหวั่นไหวไปกับผู้หญิงคนอื่นไหม และอยากจบปัญหาทุกอย่างเธอจึงตัดสินใจเด็ดขาดปิ่นแก้วไม่ได้หวั่นไหวและมั่นใจว่าสามีไม่ใช่คนเจ้าชู้ เธอคิดว่าเขาเป็นคนดี แต่ถ้าครั้งนี้เธอคิดผิด ก็จะยอมรับในสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจ เพราะถ้าไม่ทำแบบนี้ ตุ๊กตาก็จะเข้ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตของเธอไม่จบไม่สิ้นปิ่นแก้วย้ายกลับไปอยู่กับพี่ชายทั้งสามที่บ้าน ตุ๊กตาย้ายเข้ามานอนที่บ้านของตฤณอย่างเป็นทางการ เธอพยายามเอาอกเอาใจและเข้าหาเขาแต่โดนปฏิเสธ ตุ๊
“ค่ะ พี่หนึ่งได้ช่วยเลี้ยงแน่ๆ เลยค่ะ เพราะว่าปิ่นไม่มีพ่อแม่ มีแต่พี่ชาย ให้พวกพี่ชายเลี้ยง ถ้าลูกเป็นหญิงสงสัยได้กลายเป็นทอมแน่ๆ เลยค่ะ”ติยากรหัวเราะเบาๆ กับประโยคของน้องสะใภ้“เป็นเพศอะไรก็ช่าง แต่ให้ดูแลตัวเองได้ รับผิดชอบตัวเอง ไม่เป็นภาระสังคมพี่ก็ว่าดีแล้วนะ ถ้าเลี้ยงลูกแล้วนิสัยเหมือนตุ๊กตาก็ไม่ไหว พ่อแม่เขาตามใจลูกแต่ไม่มีเวลาให้ ให้แต่เงินทอง ตุ๊กตาเลยเป็นเด็กมีปัญหาเพราะถูกตามใจ อยากได้อะไรก็ต้องได้ ทำร้ายคนอื่นยังไม่ผิด พ่อแม่คอยปกป้องออกรับแทนเสียทุกอย่าง”“เราก็ต้องทำให้เขารู้สิคะว่าการจะให้คนอื่นยอมเขาทุกอย่างมันเป็นไปไม่ได้ เหมือนที่เขาเองก็ไม่มีทางยอมทำตามความต้องการของคนอื่นไปเสียทั้งหมดหรอกค่ะ”“เราสองคนน่ะ กลับมาเหนื่อยๆ ไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะ เราเองก็กำลังท้องกำลังไส้ ไม่ต้องคิดมากหรอก พี่จะคอยรับมือตุ๊กตาให้เอง”“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ตฤณดึงมือภรรยาขึ้นจากโซฟาที่นั่งคุยกันอยู่“จ้ะ ตามสบายเถอะ”“ฤทัยฝากของกินมาให้พี่เยอะแยะเลยนะครับ ฝากความคิดถึงมาให้ พี่หนึ่งด้วย”“ขอบใจมากจ้ะ เดี๋ยวพี่จะฝากขนมไปให้ฤทัยด้วย เขามีน้ำใจกับพี่เสมอ วันนี้พี่อยากนั่งดูซีรีส์น่ะจ้
“ปิ่นก็เข้าใจค่ะ มันผ่านไปแล้ว ตอนนั้นพี่สองอาจจะมีเหตุผลและอยากช่วย เลยต้องฝืนใจตบปากรับคำออกไปแบบนั้น แต่ตอนนี้ปิ่นเป็นภรรยาของพี่ ปิ่นจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือพี่ค่ะ จะยืนอยู่เคียงข้างพี่สอง ไม่ซ้ำเติมไม่ตำหนิ แต่จะช่วยแก้ปัญหา”“นายโชคดีมากนะที่ได้น้องปิ่นเป็นภรรยา น่ารักและเฉลียวฉลาดแบบนี้สิถึงจะเหมาะกับคนที่จะเป็นแม่ของลูกนาย นายเลือกไม่ผิดจริงๆ” ณฤทัยตบไหล่เพื่อนขณะเอ่ยชม“แต่เขาร้ายมากนะน้องปิ่น ระวังตัวให้ดีแล้วกัน เขาเคยเอาหมามุ่ยไปใส่ในเสื้อผ้าของเพื่อนอีกคน ทำเอาเพื่อนคนนั้นอับอายไปทั่วเพราะนั่งรถเมล์ กลับบ้านแล้วนั่งคันไปหมด ดีนะพวกพี่ขับรถไปช่วยได้ทัน พาไปส่งโรงพยาบาล ไม่งั้นไม่รู้จะเป็นยังไง”“ร้ายจังเลยนะคะ” ปิ่นแก้วถึงกับคราง“ตุ๊กตาชอบแกล้งคนอื่น สมัยก่อนไม่มีเพื่อนเลย มีแต่สองนี่แหละที่ไม่เคยรังเกียจ พี่หนึ่งอีกคนมั้ง เพราะสองคนนี้เป็นคนดี ถ้าเป็นพี่ล่ะนะเละไปแล้ว” ณฤทัยไม่ใช่คนยอมคน“ปิ่นไม่กลัวหรอกนะ จริงๆ แล้วตุ๊กตาเขาก็น่าสงสารอยู่นะคะ เป็นเด็กขาดความอบอุ่น”“ตรงนั้นก็เข้าใจ แต่เขาร้ายมากนะ คนที่จะต้องรับผิดชอบชีวิตเขาและเผลอๆ ต้องพาไปบำบัดอาการเอาแต่ใจคือพ่อแ
“เดี๋ยวพี่จัดของอร่อยๆ ให้นะ ที่นี่มีสลัดเยอะแยะเลย น้ำสลัดพี่ทำเอง กินแล้วไม่อ้วนไม่เลี่ยน รับรองว่าไม่ทำให้คนท้องคลื่นไส้แน่ๆ”“ตุ๊กตาอยากกินสเต๊กปลา” ตุ๊กตาพูดจาทะลุกลางปล้องขึ้นมาเพื่อเรียกร้องความสนใจ“รู้แล้ว เดี๋ยวจะให้คนทำให้” ณฤทัยหุบยิ้มรับคำอืออา ใบหน้าเรียบเฉย ก่อนจะหันมายิ้มให้เพื่อนรัก“สองอยากกินอะไรสั่งเต็มที่เลยนะ เดี๋ยวจะฝากสลัดไข่กุ้งไปให้พี่หนึ่งด้วย พี่หนึ่งชอบกิน เราจำได้”“ดีจังนะคะ ทำตัวเป็นโรงทานเที่ยวแจกอาหารไปทั่ว ขายแบบนี้ได้กำไรบ้างไหมคะ สงสัยจะขาดทุนย่อยยับ”“เขาเรียกน้ำใจ ไม่ใช่เรียกทำทาน”“งั้นตุ๊กตาขอไปให้คนรับใช้ที่บ้านบ้างสิคะ” ตุ๊กตาประชดกลับ“คงไม่ได้หรอกจ้ะ ของกินอร่อยๆ ฉันให้สำหรับเพื่อนฉันเท่านั้น คนอื่นฉันไม่ให้จ้ะ ถ้าอยากได้ก็ซื้อสิจ๊ะ บ้านรวยมีเงินไม่ใช่เหรอ” ณฤทัยพูดตอกกลับก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีไป“นี่ กลับมาก่อนนะ!” ตุ๊กตากระชากเสียงทำท่าจะเดินตามไป ปิ่นแก้วได้แต่มองตาปริบๆ ก่อนหน้านี้ก็ว่าตุ๊กตาดูแปลกๆ ตอนนี้รู้แล้วว่านิสัยทั้งแปลกทั้งไม่มีมารยาทและหยาบคายที่สุด“คนมองกันใหญ่แล้วตุ๊กตา นั่งลงเถอะ” ตฤณรีบปรามเอาไว้“พี่สองดูเพื่อนพี่สิคะ มา
“อ้าว.. พี่ไม่เห็นรู้เลย” ตฤณใบหน้าเหลอหลา ตุ๊กตาเคยแกล้งเพื่อนผู้หญิงของเขาให้อับอายและมีเรื่องราวกันมาแล้ว เธอค่อนข้างแสบ เขาจึงคิดว่าการอยู่ห่างๆ จากเธอเป็นการดีที่สุด คนเราคุยกันได้ รู้จักกันได้ แต่ไม่จำเป็นต้องสนิทกันมาก บางครั้งการอยู่ห่างๆ กันก็ยังจะรักษามิตรภาพกันได้มากกว่าการอยู่ใกล้ชิดกัน“เดี๋ยวพี่หนึ่งก็คงจะบอกค่ะ แล้วพี่สองมาทำอะไรคะนี่”“พี่พาภรรยามาตรวจครับ”“ภรรยาเหรอคะ” หญิงสาวกัดปากตัวเองเบาๆ เธอแอบชอบตฤณมานาน ไม่คิดเลยว่าเขาจะชิงตัดหน้าแต่งงานไปเสียก่อน ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีท่าทีสนใจผู้หญิงคนไหนมาก่อน แม้แต่ยายมะปราง เพื่อนของตฤณที่โดนเธอแกล้งอย่างเจ็บแสบเมื่อหลายปีก่อน ยายนั่นแอบชอบตฤณ แต่ตฤณไม่ได้คิดเกินเลย เธอจึงช่วยสั่งสอนก็เท่านั้นเอง“พี่สอง” คนที่ออกมาจากห้องตรวจยิ้มหน้าบาน ก่อนจะมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ใกล้สามีด้วยความสงสัย“นี่เหรอคะภรรยาพี่สอง”“ใครเหรอคะพี่สอง” ปิ่นแก้วเอ่ยถาม“ตุ๊กตาครับ เป็นเพื่อนบ้านของพี่กับพี่หนึ่ง น้องเขาไปเรียนหลายปีเพิ่งกลับมา”“อ้อค่ะ” ปิ่นแก้วรับคำหันไปยิ้ม อีกฝ่ายก็ยิ้มตอบกลับมา แต่สีหน้า แววตาท่าทีดูแปลกๆ ของอีกฝ่ายทำให้ปิ่นแก้วต้องข







