ANMELDEN“ครับเฮีย เฮียมีอะไรครับ” หมีเอ่ยถามเจ้านาย
“ตรัยมันบอกเหนื่อย”
“เฮียเคยบอกไว้ว่า ร่างกายเสียเหงื่อต้องเติมเกลือ...เกลืออะไรวะ” หมีหันไปถามคู่หูนักเรียน กศน. ที่เรียนร่วมกันมาและเพิ่งสอบเสร็จหมาด ๆ อย่างยักษ์
“เกลือหิมาลำใย” ยักษ์เอ่ยตอบอย่างมั่นใจ
“ลูกพี่ มันไม่มี มีแต่เกลือปรุงทิพย์” นึกว่าจะประหลาดแค่สามคน นี่ลูกน้องคนอื่นก็เป็น เหนื่อยจนร่างกายต้องเติมเกลือปรุงทิพย์ ตอนเด็ก ๆ พวกนี้มันตั้งใจเรียนกันสักคนไหม
ไอ้พวกดึงค่าเฉลี่ยประเทศชาติ ตัวถ่วงการศึกษาไทย
“พอ ๆ ถ้าเป็นแบบนั้นผมคงต้องฟอกไตต่อ” ตรัยคุณต้องเบรกเอาไว้ก่อนที่เขาจะกลายเป็นเหยื่อมากกว่านี้ บรรยากาศแบบนี้สิ่งที่ควรเติมก็ต้องเติม ตรัยคุณหันไปส่งยิ้มให้เฮียชนก่อนจะเอ่ยในสิ่งที่ต้องการ
“เหนื่อยแบบนี้ เติมเหล้าดีกว่าเฮีย”
“ได้สิ” คำตอบของเฮียชนทำให้หมีใช้ข้อศอกสะกิดยักษ์ สองคู่หูมองสบตากันอย่างรู้ใจ ไอ้ที่สงสัยมานั่นไม่ผิดแน่ ทั้งที่สนควรกลับมาทำงานได้ตั้งแต่ช่วงแรก แต่ก็ยังหาข้ออ้างสารพัดเพื่อให้ตรัยคุณอยู่ต่อ ไหนจะชอบหาจังหวะเข้าใกล้และอยู่เพียงลำพัง ยิ่งดินเนอร์ใต้แสงเทียนวันนั้นยิ่งชัดเจน เจ้านายของตนกำลังมีโลกสีชมพู แต่ดูแล้วจะไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะตรัยคุณดูจะไม่รับรู้เลยว่ามีใครหมายปองอยู่
“แต่เราต้องทำตัวเป็นเพื่อนบ้านที่ดี ฉันเก็บไว้แค่นิดหน่อย ใครจะกินอะไรก็ไปเอาไว้ ที่เหลือเอาไปแจก”
“แจกหมดเหรอครับ” ตรัยคุณสงสัย
“ใช่ เผื่อฉันจะลงสมัคร สส. สมัยหน้า หาเสียงเอาไว้ก่อน ระดับนี้ไม่เป็นหรอก สจ.”
ตรัยคุณรับหน้าที่ขับรถกระบะ ด้านหลังบรรทุกชายฉกรรจ์ในชุดสูทนับสิบพร้อมข้าวของขับเข้าไปในชุมชน หากไม่รู้มาก่อนตรัยคุณคงคิดว่านี่เป็นฉากที่ชายชุดดำบุกไปเผาไล่ที่ชาวบ้าน มากกว่าการนำสิ่งของมาแจกจ่าย เมื่อมาถึงชุมชนตรัยคุณจึงได้เข้าใจ นอกจากจะเอาของที่มากมายเหลือกินเหลือใช้มาแบ่งปันชาวบ้านแล้ว เฮียชนยังตั้งใจจะมาสร้างศัตรูด้วยอีกทาง
“ยกลูกน้องมาหมดเลยนะครับ”
“เพื่อความเป็นอารยะ เรียกพวกเขาว่าเหล่าบอดี้การ์ด” เฮียชนบอกตรัยคุณ แล้วหันกลับไปสั่งการบอดี้การ์ดทั้งหลายให้ช่วยกันหยิบของแล้วตั้งแถว ในวันที่ลูกน้องแต่งตัวได้ถูกต้อง กลับเป็นพิสุทธิ์ชนเสียเองที่ใส่สลิมสูทกับรองเท้าคีบที่ถูกสลับมาจากที่วัด ขาไปใส่ชาแนลขากลับได้ชานอ้อยที่แท้ทรู
จากปากซอยเดินเรื่อยเข้าไปจนถึงด้านใน ตรัยคุณลอบมองหน้าเฮียชนอยู่บ่อยครั้ง จนกระทั่งถึงกลางซอย กลุ่มชายชุดดำข้าวของเต็มมือได้พบกับขบวนหาเสียงของ สจ.อรรถพล ที่ทุกคนในขบวนล้วนสวมทับด้วยแจ็กเกตสีขาว มองดูแล้วไม่ต่างจากฝ่ายอธรรมปะทะเข้ากับฝ่ายธรรมะ ทั้งสองฝ่ายประจันหน้ากันหากเกิดการปะทะขึ้นมาจะทำอย่างไร ตรัยคุณต้องเป็นลูกน้องเฮียชนร่วมตีกับเขา หรือเป็นหมวดตรัยเข้าระงับเหตุ
“อรรถพลเพื่อนรัก”
“นึกว่าใคร...พิสุทธิ์ชนเพื่อนรัก”
ทั้งสองคนเข้าสวมกอดกันด้วยรอยยิ้ม เป็นการแสดงที่สมจริงยิ่งกว่าฉากซีจีงบประมาณพันล้าน รอยยิ้มของเพื่อนรักช่างปลอมเปลือก เสียงปรบมือจากชาวบ้านที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ดังขึ้นทั้งบริเวณด้วยความยินดีที่ได้เห็นคนที่มีอิทธิพลในย่านนี้ทั้งคู่เป็นมิตรต่อกัน
“บอกคนของมึงหลบไป” อรรถพลที่ยังสวมกอดกับเฮียชนเอ่ยบอกด้วยริมฝีปากฉีกยิ้ม
“มึงใช้เมดัลลาออบลองกาตาคิดเหรอ ถึงบอกให้กูหลบ บอกคนของมึงหลีกทาง” เฮียชนตอบกลับด้วยรอยยิ้ม และการถูกต่อว่าทำให้อรรถพลรู้สึกขุ่นเคือง ก็สมองส่วนนั้นมันมีไว้ควบคุมการหายใจให้หายใจไปวัน ๆ มันมีไว้สำหรับคิดวิเคราะห์แยกแยะเสียเมื่อไหร่กัน
“เส้นประสาทคู่ที่ 3, 4, 6 ของมึงไม่ทำงานเหรอ ถึงไม่แหกตาดูว่ากูกำลังทำอะไร กูกำลังหาเสียงเพื่ออาสาเข้าไปดูแลประชาชน” อรรถพลผละออกจากเฮียชน ทั้งคู่ยังคงส่งยิ้มและจับมือกันไว้
“ก้านสมองมึงตายโดยสมบูรณ์แล้วเหรอ ถึงคิดไม่ได้ว่ากูเป็นประชาชน...งั้นมึงรับใช้กูก่อนเลยเพื่อนรัก”
อรรถพลบีบมือเฮียชนอย่างแรงด้วยความอัดอั้นที่ทำอะไรเพื่อนรักไม่ได้ ยิ่งต่อหน้าประชาชนที่เขาอยากได้คะแนนเสียงแบบนี้แล้วเขายิ่งต้องยอมถอยให้พิสุทธิ์ชน
“หลีกทาง”
อรรถพลมองเฮียชนตาขวาง เพราะกลายเป็นเขาเองที่สั่งให้ลูกน้องทั้งหมดหลีกทางให้ขบวนของอรรถพล กลุ่มคนเสื้อขาวที่ชูป้ายหาเสียงยกยิ้มอย่างมีชัย เดินฝ่ากลุ่มลูกน้องของเฮียชนไปพร้อมยิ้มเย้ยหยัน สร้างความไม่พอใจให้กับบอดี้การ์ดชุดดำไม่น้อย แต่ก็ไม่อาจขัดคำสั่งของเจ้านายจึงจำต้องยอมปล่อยไป
“มึง” อรรถพลที่รู้ทันถึงจุดประสงค์ของเฮียชนก็แสดงท่าทีก้าวร้าวออกมา ทำให้ตรัยคุณที่จับตามองอยู่ก้าวเข้าไปขวางเอาไว้ในทันที
“ท่าน สจ. อยากแลกกันตรงนี้เหรอครับ”
อรรถพลจำหน้าตรัยคุณได้ นี่คือคนข้างกายเพื่อนรักของเขาในวันทอดกฐินเมื่อหลายเดือนก่อน เมื่อก่อนที่เคยมีแค่หมีกับยักษ์ ตอนนี้กลับมีหนุ่มหล่อหน่วยก้านดีใกล้ชิดข้างกาย ทั้งแววตาที่เพื่อนรักมองลูกน้องคนนี้ช่างต่างไปจากคนอื่น ๆ อรรถพลยิ้มเจ้าเล่ห์ เพราะเขาเคยเป็นเพื่อนของพิสุทธิ์ชนมาก่อนย่อมรู้ว่าหนุ่มหล่อคนนี้มีความสำคัญอย่างไร
“ว้าว!”
“ครับเฮีย เฮียมีอะไรครับ” หมีเอ่ยถามเจ้านาย“ตรัยมันบอกเหนื่อย”“เฮียเคยบอกไว้ว่า ร่างกายเสียเหงื่อต้องเติมเกลือ...เกลืออะไรวะ” หมีหันไปถามคู่หูนักเรียน กศน. ที่เรียนร่วมกันมาและเพิ่งสอบเสร็จหมาด ๆ อย่างยักษ์“เกลือหิมาลำใย” ยักษ์เอ่ยตอบอย่างมั่นใจ“ลูกพี่ มันไม่มี มีแต่เกลือปรุงทิพย์” นึกว่าจะประหลาดแค่สามคน นี่ลูกน้องคนอื่นก็เป็น เหนื่อยจนร่างกายต้องเติมเกลือปรุงทิพย์ ตอนเด็ก ๆ พวกนี้มันตั้งใจเรียนกันสักคนไหมไอ้พวกดึงค่าเฉลี่ยประเทศชาติ ตัวถ่วงการศึกษาไทย“พอ ๆ ถ้าเป็นแบบนั้นผมคงต้องฟอกไตต่อ” ตรัยคุณต้องเบรกเอาไว้ก่อนที่เขาจะกลายเป็นเหยื่อมากกว่านี้ บรรยากาศแบบนี้สิ่งที่ควรเติมก็ต้องเติม ตรัยคุณหันไปส่งยิ้มให้เฮียชนก่อนจะเอ่ยในสิ่งที่ต้องการ“เหนื่อยแบบนี้ เติมเหล้าดีกว่าเฮีย”“ได้สิ” คำตอบของเฮียชนทำให้หมีใช้ข้อศอกสะกิดยักษ์ สองคู่หูมองสบตากันอย่างรู้ใจ ไอ้ที่สงสัยมานั่นไม่ผิดแน่ ทั้งที่สนควรกลับมาทำงานได้ตั้งแต่ช่วงแรก แต่ก็ยังหาข้ออ้างสารพัดเพื่อให้ตรัยคุณอยู่ต่อ ไหนจะชอบหาจังหวะเข้าใกล้และอยู่เพียงลำพัง ยิ่งดินเนอร์ใต้แส
“คงไม่หรอกมั้งครับ วันนี้เฮียไม่ได้มาเอง เพราะว่าไปวัด”“อ้อ จริงด้วย...วันครบรอบวันตายเจ๊นุช ถ้าอย่างนั้นตรัยเอานี่ไป ใช้เสร็จแล้วก็เอาไว้ด้านหน้าตลาดนั่นแหละเดี๋ยวฉันไปเอากลับมาเอง”ตรัยคุณมองรถเข็นที่มีเข่งใบใหญ่วางไว้ เธอบอกว่าให้เขาเข็นมันไปด้วยในตอนที่เดินเก็บค่าเช่าแผง สิ่งที่ตรัยคุณไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ทุกคนในตลาดล้วนจดจำได้ว่าวันนี้คือวันครบรอบการตายของนงนุช ต่างต้องการปลอบใจเฮียชนด้วยสิ่งที่ตัวเองพอจะมีและหาได้“ก็ว่าสิตอนออกมาไอ้พี่หมีมันบอกให้ขับกระบะมา”ตรัยคุณมองข้าวของมากมายในเข่ง ทั้งของสดของสุก ของคาวหวานมากมาย มีทั้งของที่ทำขึ้นมาเพื่อการนี้และของที่มีอยู่ในร้านของตัวเอง มูลค่าของมันไม่อาจทราบ แต่สิ่งที่ตรัยคุณรับรู้ได้ชัดเจนคือน้ำจิตน้ำใจที่พ่อค้าแม่ค้ามีต่อเจ้าของตลาด มันมากล้นจนเห็นได้ด้วยตาโดยไม่ต้องพูดอะไร“ทำไมมันสวนทางกับข้อร้องเรียน และข้อมูลที่จ่าบ๊วยส่งมาจากเบื้องบนวะ”นานวันเข้ายิ่งเห็นความผิดปกติ พิสุทธิ์ชนรู้ตัวตนของเขาจึงจัดฉากเรื่องเหล่านี้ขึ้นอย่างนั้นเหรอ แต่เขาจะทำไปเพื่ออะไร หากเป็นไปตามข้อมูลที่ได้มา หากเ
หลายเดือนที่ตรัยคุณแฝงตัวเข้ามาอยู่ในกลุ่มธุรกิจของเฮียชน ความใกล้ชิดของตรัยคุณกับทุกคนเรียกได้ว่าสนิทสนมคุ้นเคยกันเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังไม่สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปของรายได้ของเฮียชนอย่างแน่ชัด ข้อมูลที่ตรัยคุณมีล้วนเป็นข้อมูลผิวเผิน บ่อยครั้งที่พยายามเข้าใกล้คนสนิททั้งสองของพิสุทธิ์ชน ทั้งคู่ก็มักจะตีลังกาลอดรั้วหาช่องหลบเลี่ยงได้ทุกครั้งไป“พี่ตรัย วันนี้มาแทนเฮียชนเหรอ”“เออ”“นี่ค่าเช่าวิน ที่เหลือของไอ้โอม แม่มันป่วยหาไม่ทัน ฝากบอกเฮียด้วยอาจจะช้าหน่อย” ตั้มส่งถุงที่บรรจุเงินเอาไว้ให้ตรัยคุณ เรียกได้ว่าไม่จำเป็นต้องพูดอะไรให้มากความ ทุกคนก็เตรียมเงินเอาไว้ให้อย่างเรียบร้อย“แม่มันเป็นไรวะ”“เห็นว่าเป็นเนื้องอกต้องผ่าตัด บอกเฮียให้ด้วยนะพี่”“เออ”จากธุรกิจคมนาคมขนส่งสู่แหล่งการค้าชุมชนที่เรียกว่าตลาด ตรัยคุณนึกแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ เฮียชนผู้มักจะฟังไลฟ์โค้ช พยายามยกมาตรฐานลูกน้องให้เท่าทันอารยชนด้วยการพูดเพราะใส่สูท แรก ๆ ตรัยคุณก็ไม่ค่อยจะชิน แต่ต่อต้า
“หรือกูโดนหลอกวะ แล้วใครกันแน่ที่หลอกกู...แต่อยู่นี่ก็ไม่เคยเห็นใครจะพกปืนสักคน เห็นพกแต่มาม่ากับแหนมมาแกล้มเหล้า...พวกมันคงไม่ล้ำถึงขั้นดัดแปลงแหนมเป็นอาวุธ มาม่าเป็นระเบิดหรอกมั้ง”ตรัยคุณเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ ดึงตัวเองออกมาจากความกังวลและข้อสงสัยทั้งหมดในตอนนี้ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือเป็นไอ้ตรัย อดีตจิ๊กโก๋ส่งยาที่เข้ามาทำงานกับเฮียชน และตอนนี้ก็เป็นไอ้ตรัยคนขับรถไม่ใช่ร้อยตำรวจตรี ตรัยคุณตรัยคุณมาตามเวลานัดหมาย แต่ด้วยเวลานัดของตัวเองที่ต่างไปจากคนอื่น ทำให้ผู้หมวดสายลับก็ไม่ลืมที่จะระวังตัวเอง ทันทีที่เขาก้าวเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ก็พบได้ถึงความผิดปกติ บ้านที่เคยสว่างไสว ราวกับว่าถือหุ้น กฟผ. อยู่ 99% วันนี้กลับมืดสนิท ทั้งบ้านเงียบสนิทราวกับไร้ผู้คนอาศัย วันนี้ปืนพกคู่กายก็ไม่นำติดตัวมาด้วย เพราะที่ผ่านมาไม่มีใครพกอาวุธเลยสักคน หากเขาลุกมาเหน็บปืนก็คงกลายเป็นที่สงสัยตรัยคุณหยิบเอามีดพกที่ซ่อนไว้ในรองเท้าขึ้นมา ค่อย ๆ ย่างก้าวอย่างระมัดระวัง ทุกฝีก้าวในตอนนี้เต็มไปด้วยอันตราย ตรัยคุณเดินสำรวจไปโดยรอบนอกจากความมืดก็มีเพียงความเงียบ ในใจเริ่มเป็นกังวลนึกห่วงสอ
“เฮียนี่ร้ายมากนะครับ”“ฉันบอกแล้วไง เจ้ามือจะไม่จ่ายบิลไหนก็ได้แต่บิลนี้มันต้องจ่าย”“ยินดีด้วยครับ” นอกจากเรื่องเงินนี้สิ่งที่ตรัยคุณสังเกตได้คือความบาดหมางระหว่างสองคน อะไรกันคือต้นเหตุที่ทำให้ทั้งคู่กลายเป็นศัตรูกัน และสิ่งที่เฮียชนบอกว่าฝากไว้หลายอย่างมันคืออะไร จะเป็นของผิดกฎหมายหรือไม่“4 ล้าน”“อะไรครับ”“ฉันให้นาย 4 ล้าน ชอบ 4 นี่ งั้นเอาไป 4,444,444 บาท พรุ่งนี้โอนให้”โอ้โห...มิน่าล่ะใคร ๆ ถึงชอบเป็นโจร เป็นตำรวจมาหลายปีเงินเก็บไม่มีแถมเป็นหนี้สหกรณ์ เปลี่ยนวิถีมาเป็นโจรแค่ครึ่งปีมีเงินสี่ล้านในบัญชี หรือว่านี่จะเป็นสวรรค์ลิขิตเฮ้ย...ไม่ใช่สิ!!!!ตรัยคุณสะบัดหัวเบา ๆ ไล่ความคิดฟุ้งซ่านที่มีให้ออกไป แต่อยู่ ๆ มีเงินหลักล้านในชั่วพริบตามันก็น่าตกใจไม่ใช่น้อย หากเป็นใครก็ต้องตกใจไม่ใช่แค่เขาหรอก ตรัยคุณคิดเช่นนั้น“ไม่เป็นไรครับ เฮียเป็นคนซื้อ ผมไม่ได้ลงทุนอะไร”“แต่นายเป็นคนบอกตัวเลข ไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วกลับมาดินเนอร์กับฉัน ฉลองให้กับทรัพย์สินที่เราสองคนหามาร่วมกัน”“ผมฟังแล้วรู้สึกทะแม่ง ๆ นะครับ
“หึ ๆ” เสียงหัวเราะในลำคอทำให้ตรัยคุณต้องหันไปมองเฮียชนที่นั่งอยู่ ทำให้ได้เห็นแววตาและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ร้ายของเขาอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แววตาและรอยยิ้มแบบนี้ต่างไปจากเฮียชนที่เขาเคยเห็นโดยสิ้นเชิง แต่เพียงแค่ชั่วพริบตา ช่วงเวลาอันแสนสั้นจนตรัยคุณคิดว่าตัวเองนั้นตาฝาด รอยยิ้มนั้นก็เปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างพร้อมใบหน้าบานเป็นกระด้งอย่างที่เคยเป็น“ใครอยากเป็นเศรษฐี ฉันน่ะสิ ฉันน่ะสิ”“อารมณ์ดีอะไรขนาดนั้นครับ”เฮียชนลุกจากเก้าอี้เดินเข้ามาหาตรัยคุณ เข้าหมุนฟูลเทิร์นรอบตัวเองไปหนึ่งรอบ จากนั้นก็ดีดนิ้วหนึ่งครั้ง ปรากฏดอกกุหลาบขึ้นมาตรงหน้าของตรัยคุณ“อะไรครับ”“ดอกไม้ไง ให้นาย”“ให้ทำไมครับ”“นายรู้ไหม นายคือตัวเงินตัวทองของฉันจริง ๆ ฉันคิดไม่ผิดเลยที่เอานายมาไว้ใกล้ตัว”ตรัยคุณกำหมัดแน่น นี่เฮียชนกำลังหลอกด่าเขาอยู่แน่ ๆ
![ผมไม่ได้ยั่ว เสี่ยต่างหากที่ห้ามใจไม่ได้[Mpreg]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






