Share

บทที่ 5

last update publish date: 2026-07-28 19:26:29

บทที่ 5

เฮียธงเดินผิวปากมากถึงยังรั้วบ้านของตัวเอง ลูกน้องที่กำลังปิ้งย่างของกินต่าง ๆ ก็ถึงกลับหันไปมองเป็นสายตาเดียวกัน เพราะไม่เคยเห็นเขาอารมณ์ดีในยามเย็นแบบนี้มาก่อน

ปกติไม่เอ่ยปากด่าบักต้องน้องชาย ก็ตะโกนสั่งงานลูกน้องเสียงดังลั่นจนคนในหมู่บ้านชินชากันไปแล้ว

“เป็นหยังน้อ คือมาอารมณ์ดีแท้ลูกพี่กู” ลูกน้องเอ่ยแซว

(เป็นอะไรนะ ทำไมอารมณ์ดีจังลูกพี่กู)

“เป็นหยัง กูอารมณ์ดีนำผู้อื่นบ่ได้ติ?” เขาเลิกคิ้ว

(ทำไม กูอารมณ์ดีเหมือนคนอื่นไม่ได้เหรอ)

“มันกะได้ตั๋วเนาะ กะแค่มันบ่แม่นแนวซื่อ ๆ ดอกหัวหน้า”

(มันก็ได้อยู่แล้ว ก็แค่มันไม่ปกติเฉย ๆ หัวหน้า)

เฮียธงไหวไหล่ไม่ได้ตอบว่าเขาไปเจออะไรมาถึงได้อารมณ์จนชวนแปลกตาขนาดนี้ ทว่าเมื่อได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์ท่อดังของน้องชายตัวดี รอยยิ้มของเขาก็หายวับไปกับตาพร้อมยืนเท้าเอวรอด่าบักต้องอย่างเต็มที่

ถึงแม้ว่าวันนี้เขาจะสั่งให้มันไปช่วยงานที่นา แต่ก็ไม่วายที่มันจะแอบออกไปแว้นรถกับเพื่อนในเวลาที่แดดลงหัวแทบจนไหม้เกรียม

“ไปไสมา”

(ไปไหนมา)

“เฮ็ดนาตั๋วเนาะ ไสล่ะผู้สาว” ต้องชะเง้อหา

“เฮ็ดนาแม่มึงติ กูฮู้เด้อบักสัส“ เฮียธงว่าพลางทิ้งตัวนั่งลงที่แคร่ไม้ไผ่หน้าบ้าน ก่อนจะเปิดขวดเหล้าขาวกระดก

(ทำนาแม่มึงเหรอ กูรู้นะไอ้สัส)

แม้ว่าคำก่นด่าของเฮียธงจะจริงจังมากแค่ไหน ทว่าน้องชายตัวดีก็ราวกับไม่รู้สึกอะไรแถมยังหัวเราะออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย ก่อนจะมานั่งเบียดกับพี่ชายพร้อมแยกขวดเหล้าไปกอด

“หืม อย่าว่า ๆ ข่อยฮู้เด้อมื้อนี้อีส้มจี๊ดมันมาหาเจ้าแม่นบ่” ต้องเดาะลิ้น พร้อมยื่นหน้ามากวน

(หืม อย่าพูดเลย ผมรู้นะว่าวันนี้อีส้มจี๊ดมาหาพี่ใช่ไหม)

“มันบ่แม่นเรื่องของเด็กน้อย” เฮียธงผลักหัวน้องชายออกไปไกล ๆ

(มันไม่ใช่เรื่องของเด็กน้อย)

ยิ่งทำให้ต้องระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังมากขึ้น พร้อมทั้งเสียงแซวที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัว ถึงแม้จะรู้ว่าพี่ชายไม่มีทางจริงจังกับแค่ผู้หญิงที่เอาไว้ระบายอารมณ์ก็ตาม

แต่นิสัยที่ชอบล่อตีนมันก็อดที่จะหยอกล้อไม่ได้

“บ่เอาเด้อพี่ใภ้คืออีส้มจี๊ด ข่อยย่านลูกเจ้าออกมาคือแม่มัน“

(ไม่เอานะพี่สะใภ้เป็นอีส้มจี๊ด ผมกลัวลูกพี่ออกมาแล้วเป็นเหมือนแม่มัน)

“เซา ๆ กูกะย่านคือกัน เอาไว้กินเล่นซื่อ ๆ ดอกวะ”

(หยุด ๆ กูก็กลัวเหมือน เอาไว้กินเล่นเฉยๆ )

เฮียธงส่ายหน้ารัว เขาไม่เคยคิดจะเอาเด็กในสต๊อกมาเป็นคู่ครองในชีวิตจริง ๆ เลยสักคน แม้ว่าผู้หญิงคนนั้นจะดีพร้อมแค่ไหน แต่สุดท้ายก็เป็นเพียงแค่ของเล่นในยามเบื่อเท่านั้น

และคนอย่างเฮียธงไม่มีเวลามากพอที่จะไปคิดถึงความรัก แค่น้องชายเขายังดูแลไม่ได้ จะเอาอะไรไปดูแลลูกสาวคนอื่นให้ดี มันไม่ใช่แค่เรื่องเงินที่ทำให้อยู่สบาย แต่ขึ้นชื่อว่าความรักมันก็ต้องมากับการเอาใจใส่

ซึ่งเขาไม่อาจทำให้ได้มากขนาดนั้น ซื้อกินเอาแบบนี้ง่ายกว่าตั้งเยอะ

เน้นถูกใจ สุขอนามัยเอาไว้ก่อน

อย่างวันนี้เขาก็จ้างเด็กเอนเตอร์เทนเข้ามาจากในเมือง เพราะถ้าหากหาตามหมู่บ้านมีหวังได้เจอแต่สาวน้อยหน้าสว่าง ไม่มีอกตูม ไม่มีตูดให้นัว แบบนี้มันจะไปตื่นเต้นอะไรกัน

การลงทุนแบบนี้ไม่มีความเสี่ยงถ้าหากว่ายังใช้ชีวิตครองโสด และนั่นเป็นอีกเหตุผลที่เฮียธงไม่อยากมีเมีย!

“ป๊าด เอื้อยคือผู้งามแท้” แม้จะเอ่ยปากชม ทว่าสายตาของต้องกลับจ้องมองไปที่หน้าอกใหญ่ของหญิงสาวที่มันแทบจะทะลักออกมาทิ่มหน้าเขาอยู่แล้ว

(โห่ พี่ทำไมสวยจัง)

“ปากหวานเหมือนพี่ชายเลยนะเนี่ย”

“บ่ได้หวานซ่ำปากเด้อครับ อันนี้กะหว๊านหวาน” ต้องว่าพลางชี้ลงไปที่เป้ากางเกงพร้อมรอยยิ้มหวาน

(ไม่ได้หวานแค่ปากนะครับ อันนี้ก็หว๊านหวาน)

เพี๊ยะ!!

เฮียธงตบฉาดใหญ่ไปที่กลางหัวของน้องชาย เพิ่งอายุแค่ยี่สิบแต่กลับทะลึ่งเกินหน้าเกินตา

“โอ๊ย อ้ายธง!!”

(โอ๊ย พี่ธง!!)

“หาเว้าไปเรื่อยเด้อ สิเถือกเตะปาก” เขาว่าพลางกระดกเหล้าต่อ

(พูดไปเรื่อย จะถูกเตะปาก)

“เว้าหยอกค้าบบบ ขอโทษเด้อครับเอื้อย” ต้องยกมือไหว้สาว ๆ ปลก ๆ

(พูดเล่นค้าบบ ขอโทษนะครับพี่)

หญิงสาวที่มาเอนเตอร์เทนเพียงแค่หยักหน้าตอบรับและแอบหัวเราะคิกเพียงเท่านั้น ก่อนที่วงเหล้าจะดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ โดยที่เปิดเพลงเสียงดังไม่เกรงใจชาวบ้านที่ป่านนี้เข้านอนกันไปหมดแล้ว

จะว่าเป็นการไร้มารยาทก็จริง แต่มันกลับเป็นความเคยชินของคนในหมู่บ้านเสียมากกว่า ต่อให้ตำรวจมาลงหรือให้ผู้ใหญ่บ้านมาตักเตือน แต่เฮียธงก็ทำเหมือนหูทวนลมไปถึงครึ่งคืนอยู่ดี

คนในหมู่บ้านไม่คิดเอาเรื่อง ทว่าสำหรับคนที่เพิ่งกลับมาอยู่บ้านได้แค่วันเดียวเจอแบบนี้เข้าไปก็ถึงกลับทนไม่ไหว

“บ้าเอ้ย! ดึกดื่นป่านนี้แล้วใครยังเปิดเพลงเสียงดังอยู่ได้!”

ข้าวโพดเด้งตัวขึ้นจากเตียงนอนหลังจากที่เอาหมอนปิดหูกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่หลายชั่วโมง ตั้งแต่เด็กจนโตเธอไม่เคยพบเคยเห็นว่าบ้านนอกในยามค่ำคืนจะส่งเสียงดังได้มากขนาดนี้ เพราะเพียงแค่หนึ่งทุ่มทุกบ้านก็ปิดไฟนอนกันหมดแล้ว

ยกเว้นเสียแต่โรงสีข้าวของตาลุงนั่นที่ถัดจากบ้านเธอไปเพียงแค่สามหลัง!

ใครขายที่ดินให้มาสร้างบ้านอยู่ตรงนี้นะ ถ้ารวยกว่านี้แม่จะซื้อคืนเอาไว้ทำเป็นที่เลี้ยงควายเลยคอยดูเถอะ!

“อีหล่า สิไปไสลูก มันค่ำแล้วเด้” พ่อที่ลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำ เห็นว่าเธอกำลังจะเดินออกไปนอกบ้าน

(จะไปไหนลูก มันดึกดื่นแล้วนะ)

“พ่อไม่หนวกหูเหรอ มันเปิดเพลงเสียงดังหนูจะไปบอกให้เบา ๆ กันหน่อย“

”โอ้ย ๆ บ่มีประโยชน์ดอก เฮียธงเพิ่นกะเป็นจังซี่ล่ะ อย่าไปยุ่งนำเขาเลย“

(โอ๊ย ๆ ไม่มีประโยชน์หรอก เฮียธงเขาก็เป็นแบบนี้แหละ อย่าไปยุ่งกับเขาเลย)

“อะไรกัน” เธอพึมพำพลางขมวดคิ้ว “ไม่รู้แหละพ่อ ใครไม่กล้าพูดเดี๋ยวเจอหนูเอง“

“ข้าวโพดลูก ข้าวโพด…”

เธอไม่ฟังแต่เปลี่ยนเป็นการเร่งฝีเท้าเดินไปให้ถึงยังหน้าโรงสีข้าวซึ่งเป็นบ้านของเฮียธง แม้ว่าหมาแถวนั้นจะหอนตามหลังมาเรื่อย ๆ ทว่าความกลัวของเธอมันไม่มากพอเท่ากับความหงุดหงิดที่ทำให้เธอนอนไม่ได้

อีกทั้งคำพูดของเขาเมื่อตอนเย็นมันก็ยังติดอยู่ในหัวของเธอ งานนี้มีแต่พังกับพัง!

ก็ให้มันรู้กันไปว่าเธอก็ไม่ใช่คนยอมใครง่าย ๆ เหมือนกัน โดยเฉพาะตาลุงที่เอาอำนาจมาใช้ในทางผิด

“นี่ลุง! จะเปิดเพลงแหกปากกันอีกนานไหม ห๊ะ! ชาวบ้านไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันเนี่ย เกรงใจเป็นไหม“

ข้าวโพดยืนตะโกนฉอด ๆ อยู่ด้านนอกรั้ว แม้มันจะถูกเปิดเอาไว้ราวกับเป็นการเชิญชวนก็ตาม

ทุกสายตากันมามองที่เธอพร้อมกัน ทุกคนเงียบแต่ก็ปล่อยให้เพลงที่เปิดดังดำเนินต่อไป ทุกคนในวงเหล้างงงวยกับการกระทำของเธอยังไม่พอ ยังต้องมาหาคำตอบอีกว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใครกัน

ถึงได้ใจกล้ามาตะโกนด่าหน้าบ้านเฮียธง

“ไผวะ” ลูกน้องกระซิบถาม

(ใครวะ)

“บ่ต้องสนใจ ซ่ำผีปอบผีบ้านิ“ เฮียธงปรายสายตามองหญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าประตูรั้วปาดเดียวก็รู้ว่าเธอคือลูกสาวยายอ้อย

(ไม่ต้องสนใจ แค่ผีปอบผีบ้า)

”ไปสา สิเฮ็ดให้อยู่ดอกมื้ออื่น“ เขาปัดมือไล่เธอ

(ไปซะ จะทำบุญให้พรุ่งนี้)

ข้าวโพดอ้าปากค้าง มือเรียวทั้งสองกำชายเสื้อชุดนอนแน่น นี่เขายังหาว่าเธอเป็นผีไม่เลิกเหรอ!!

”หน็อย! อีตาบ้า คนไร้มารยาทเบาเสียงหน่อยสิโว๊ย อีกอย่างนะฉันเป็นคนไม่ใช่ผี!!“

“แล้วเธอมีมารยาทมากเหรอ มายืนแหกปากอยู่หน้าบ้านคนอื่นเนี่ย” เฮียธงเลิกคิ้ว ขณะที่กำลังเดินเข้าไปหาเธอด้วยท่าทางมึนเมา

“อี๋ แหวะ! ออกไปห่าง ๆ ฉันเลยนะ เหม็นกลิ่นเหล้า”

เธอผลักอกชายหนุ่มออกห่างเพราะฤทธิ์ของสี่สิบดีดรีนั้นมันรุนแรงเกินกว่าที่จะรับไหว ทั้งอีกฝ่ายยังดูน่ากลัวราวกับคนเมาที่ไร้สติ

แต่แทนที่เขาจะถอยห่างกลับยังยืนอยู่ที่เดิมพลางแค่นหัวเราะเบา ๆ

"นี่ไปเป็นดาราไม่กี่ปี ก็กลายเป็นวัวลืมตีน ลืมว่าบ้านเกิดตัวเองเป็นยังไงเหรอ"

"พูดอะไร ฉันไม่เคยลืมว่าฉันเป็นใคร" สายตาของเธอแข็งกร้าว "แต่อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง ฉันมาก็เพื่อขอให้คุณลดเสียเพลงลงหน่อย มันรบกวนการนอนของฉัน"

เธอพยายามพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงปกติ เพราะไม่อยากจะมีปัญหากับคนเมาเท่าไหร่นัก แต่ก็ยังมีความหวังเล็ก ๆ ว่าเขาจะรับฟังและเห็นใจเธอบ้าง

ทว่ามันก็ไม่เป็นผล...

"ทำไมคนอื่นไม่เห็นเดือดร้อนล่ะ?"

เธอชะงักนิ่ง เห็นได้ชัดว่าอีตานี่กัดไม่ปล่อยแน่นอน

"ก็เพราะคนอื่นไม่กล้ามีปัญหากับคุณไง แต่ฉันกล้า หึ! มีดีกว่าคนอื่นยังไงถึงคิดว่าตัวเองมีอำนาจ" เธอเบ้ปากพลางมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า อย่างที่เขาเคยทำกับเธอ

"เอาสิ ถ้าคิดว่าทำอะไรคนอย่างเธอทำอะไรฉันได้ก็ลองดู" เฮียธงไหวไหล่เล็กน้อยก่อนจะเดินกลับเข้าไปนั่งที่วงเหล้าของเขาเหมือนเดิม ราวกับว่าสิ่งที่เธอได้พูดไปทั้งหมดเมื่อครู่ไม่ได้มีความหมายอะไรกับเขาสักนิด

เธอก็พอจะเข้าใจว่าที่นี่เธอไม่ได้มีอำนาจเหนือกว่าเขาที่คนทั้งหมู่บ้านต่างก็เกรงใจ ไม่เว้นแม้แต่คนเฒ่าคนแก่เพราะไม่ว่าจะทำอะไรเฮียธงก็เอาแต่เงินฟาดหัวจนเคยตัวกันไปหมด

ถ้าหากเธอจะทำเธอก็ทำได้ แต่เธอไม่ใช่คนเห็นแก่ตัวอย่างเขาสักหน่อย!

"ฝากไว้ก่อนเถอะ อีตาลุงบ้า!!!" เธอตะโกนลั่นก่อนจะเดินกลับบ้านไปอย่างหัวเสีย

"ครับ ไม่ต้องมาเอาคืนเองนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าทำบุญไปให้"

เขาระเบิดเสียงหัวเราะตามหลังมา ข้าวโพดทำได้เพียงเก็บความแค้นนั้นไว้ในใจเพื่อหวังว่าสักวันเธอจะทำอะไรกับคนเห็นแก่ตัวอย่างเขาได้บ้าง และถ้าหากถึงวันนั้นรับรองว่าเธอจะจัดการคืนอย่างสาสมที่กล้ามาหาว่าเธอนั้นเป็นผีปอบ!

เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็นผู้ชายที่ปากปีจอได้ขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 11

    บทที่ 11"ยายอ้อย เอ็มร้อยห้าขวด!" เสียงโหวกเหวกของเฮียธงดังขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่แดดร้อนจัดจนหลายคนต้องหาที่หลบเพื่อพักจากงานกลางแจ้ง เฮียธงเองก็เช่นกันถึงจะรวยมีเงินมากมายแต่สำหรับเขางานก็คือส่วนสำคัญในชีวิตที่เขาขาดไม่ได้ส่วนที่หลบแดดที่ใกล้มากที่สุดในตอนนี้ก็คือร้านขายของยายอ้อย ถึงแม้จะถัดไปอีกสามหลังก็จะถึงบ้านเขาแล้วก็ตาม"ซื้อน่อยแท้ คนไปไสเบิ่ด" ยายอ้อยยื่นถุงใส่ขวดเครื่องดื่มชูกำลังให้พร้อมเอ่ยถาม(ซื้อน้อยจัง คนไปไหนหมด) "ในเมืองมีงานกะเลยให้สุมรถสไลด์ไปซอย เหลือซ่ำนี้ล่ะ" เขาว่าพร้อมชะเง้อหาใครบางคน(ในเมืองมีงานก็เลยให้พวกรถสไลด์ไปช่วย เหลือแค่นี้แหละ)ยายอ้อยเห็นถึงความผิดปกติก็รับรู้ได้ทันทีว่าเขามาหาลูกสาวของเธอ ทว่าในตอนที่อากาศร้อนแบบนี้ข้าวโพดไม่มีทางโผล่ออกมาให้เขาได้เห็นตัวง่าย ๆ อีกอย่างแผลของเธอก็ยังไม่ดีขึ้น จะเดินจะเหินอะไรก็เป็นไปได้ยากยายอ้อยระบายยิ้มก่อนจะเอ่ยบอก "บ่ต้องไปแนมหามันดอก มันนอนเว่น คำแพงเอาข้าวเอาน้ำมาส่งตอนเซ่ากะบ่เห็นลงมาเลยเด้" (ไม่ต้องไปมองหาหรอก มันนอนกลางวัน คำแพงเอาข้าวเอาน้ำมาให้ตอนเช้ายังไม่เห็นลงมาเลย)เฮียธงที่โดนจับได้ก็ถึงกลั

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 10

    บทที่ 10เป็นครั้งแรกที่ข้าวโพดรู้สึกว่านอนเต็มอิ่มที่สุดตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ เธออาจจะหลับใหลไปเพราะฤทธิ์ยาก็จริงทว่าเมื่อคืนไม่มีเสียงดังรบกวนการพักผ่อนของเธอเลยสักนิด ยิ่งทำให้เธอพักผ่อนได้สบายใจมากกว่าเดิมวันนี้เธอไม่ต้องลงไปช่วยแม่ขายของที่หน้าร้านเพราะแม่อยากให้เธอรักษาตัวให้ดีขึ้น ยิ่งขาของเธอเป็นส่วนที่เจ็บมากที่สุดก็ไม่อยากให้เดินไปไหนมาไหนจนมันช้ำระบมกว่าเดิม ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะเธอจะได้ไม่ต้องเจอหน้าใครบางคนที่ตอนนี้เธอเกลียดชังเขาเข้าไส้แม้แต่เสียงที่ทำให้รำคาญหูก็ไม่ต้องการได้ยิน เหอะ! ยิ่งนึกถึงก็ยิ่งโมโห ถ้าหากเธอหายดีเมื่อไหร่รับรองว่าเฮียธงได้รับการเอาคืนอย่างสาสมแน่!ระหว่างที่เธอกำลังนึกแผนจัดการกับเฮียธงอยู่นั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ข้าวโพดปรายสายตามองเล็กน้อยก่อนจะเห็นว่าเป็นชื่อเพื่อนสนิทในวงการตั้งแต่เกิดเรื่องเธอก็ยังไม่ได้รับการติดต่อจากใครเลยสักคน นี่คงจะเป็นสายแรกจากคนเมืองกรุงที่ให้ความเป็นห่วงกับเธอมากที่สุด"ว่าไงยัยนีน่า"'เป็นยังไงบ้าง ยัยเมเปิ้ลเล่นงานแกหนักขนาดนี้เลยเหรอ' น้ำเสียงของอีกฝ่ายดูวิตกอย่างเห็นได้ชัดทุกคนในค่ายก็รู้ดีว่าเมเปิ้

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 9

    บทที่ 9รถกระบะยกสูงของเฮียธงจอดนิ่งสนิทที่หน้าร้านขายของประจำหมู่บ้าน ยายอ้อยรีบวิ่งออกมาทันทีเมื่อรู้ว่านั่นคือเฮียธงกับลูกสาวของเธอ คำแพงเอาเรื่องที่ข้าวโพดเกิดอุบัติเหตุมาบอกให้แม่ของเธอรู้ก่อนแล้ว และไม่ลืมที่จะแอบฟ้องด้วยว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็เป็นเพราะเฮียธง ถ้าหากเขาใจเย็นกับเธออีกสักหน่อย ข้าวโพดก็ไม่ต้องกลายเป็นมัมมี่แบบนี้"เป็นจั่งได๋แนหล่า เจ็บหลายบ่" แม่ว่าพลางลูบศีรษะลูกสาวอย่างเป็นห่วง(เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บมากไหม)เฮียธงที่เดินตามมาที่หลังเขาก็แสดงสีหน้ารู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยที่เป็นต้นเหตุในครั้งนี้ แต่กระนั้นก็ไม่มีใครกล้าต่อว่าเขาได้เท่ากับเธอเลยสักคน"ขอโทษเด้อแม่ใหญ่อ้อย ข่อยบ่คึดว่ามันสิปานนี้" เขายกมือไหว้ขอโทษอย่างจริงใจ(ขอโทษนะยายอ้อย ผมไม่คิดว่าจะเป็นหนักขนาดนี้)หญิงสาวปรายสายตามองเขาอย่างไม่สบอารมณ์มากนัก ความไม่ได้ตั้งใจของเขามันพรากโอกาสการทำงานหลาย ๆ อย่างของเธอไป โดยที่ไม่รู้เลยว่าจะหายดีพร้อมทำงานอีกเมื่อไหร่"หนูเข้าห้องก่อนนะแม่" เธอว่าเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินหายเข้าไปด้านหลังร้านเฮียธงมองตามเธอไปจนสุดสายตา ก่อนจะหันกลับมายื่นเงินก้อนเดิมให้กับแม่ของ

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 8

    บทที่ 8เสียงพูดคุยกันเจื้อยแจ้วของผู้คนดังเข้ามาในโสตประสาทของหญิงสาวที่เพิ่งฟื้นตัวขึ้น ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรและสลบเหมือดไปเมื่อไหร่ทว่าสิ่งที่เธอจำได้เป็นอย่างดีนั้นก็คือคนที่ทำให้เธอต้องตกมาอยู่ในสภาพแบบนี้!ผ้าพันแผลสีขาวแปะติดอยู่กับบริเวณที่เธอเจ็บแสบตามร่างกาย ถึงแม้จะมีพอมีแรงขยับร่างกายแต่มันก็สร้างความปวดร้าวจากความระบมช้ำอยู่ดีสภาพนางเอกเบอร์หนึ่งในตอนนี้แทบจะดูไม่ได้ เธอไม่ต่างอะไรจากมันมี่เลยสักนิด และแน่นอนว่าเธอจะไม่มีทางให้อภัยคนอย่างตาลุงนั่นเด็ดขาด มิหนำซ้ำยังต้องโดนมากกว่านี้ข้อหาทำให้เธอต้องเสียโฉมคอยดูเลยว่าคนอย่างข้าวโพดทำอะไรกับแค่ตาลุงขี้เมาได้บ้าง"อะ โอ๊ย..." แต่เพียงแค่หยัดกายลุกขึ้นจากเตียงคนไข้ เธอก็แทบจะทรุดลงนอนที่เดิมแล้ว"จะไปไหน" เสียงทุ้มที่คุ้นเคยเอ่ยถาม ข้าวโพดรีบหันขวับไปยังข้างเตียงที่ตอนนี้มีเฮียธงนั่งเฝ้าดูอาการของเธอตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่ทราบได้แต่เธอไม่ต้องการเห็นหน้าเขา และไม่ต้องการให้มารับผิดชอบหรือแสดงความเป็นห่วงในสิ่งที่ตัวเองทำลงไปอย่างสิ้นคิด เหอะ!"นี่คุณ จะมาแกล้งอะไรฉันอีกล่ะ แค่นี้สภาพฉันยังน่าเกลียดไม่

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 7

    บทที่ 7"นี่ พูดดี ๆ นะ คิดเหรอว่าฉันจะไม่กล้าทำอะไรผู้หญิงอย่างเธอ" เฮียธงชี้หน้าเธอพร้อมกับสายตาที่แข็งกร้าว ความโกรธจัดที่ทำให้เลือดแทบจะขึ้นหน้านั้นไม่ได้ทำให้หญิงสาวสะเทือนเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังกล้ายิ้มเย้ยหยันราวกับเป็นการท้าทายทั้งสองผู้ร่วมชะตาอย่างคำแพงและต้องจิกเกร็งเท้าจนตะคริวแทบจะกิน นี่มันไฟกับน้ำมันมาเจอกันชัด ๆ "แล้วจะทำอะไรล่ะ?" เธอเลิกคิ้ว "จะจับฉันโยนลงไปในบ่อโคลนเหรอ" เธอปรายสายตาไปยังบ่อโคลนที่ตอนนี้มีควายตัวเล็กกำลังนอนเกลือกกลิ้งไปมาอย่างสบายใจ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าตอนนี้กำลังพูดท้าทายกับใครอยู่ คนอย่างเฮียธงยอมได้ทุกอย่างยกเว้นเวลาที่โดนพูดจาท้าทายเพราะมันดูเหมือนเป็นการเหยียดหยามศักดิ์ศรีและความกล้าของเขา แค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างเธอทำไมเขาถึงจะไม่กล้าทำ มันง่ายนิดเดียวที่จะทำให้เธอลงไปอยู่กับควายในบ่อโคลนนั้น การที่เธอแต่งตัวแบบนี้มาก็อาจจะแปลว่าเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนี้อยู่แล้วสินะ...เฮียธงขัดใจใครไม่เป็นเสียด้วยสิเขาสะบัดผ้าขาวม้าที่อยู่บนบ่าออกก่อนจะสาวเท้ามุ่งตรงมาหาหญิงสาวที่ยังคงยืนเชิดหน้าชูตาอยู่ราวกับที่นี่เป็นวิมานเก่าของเธอเสียอย่างนั้น แต่

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 6

    บทที่ 6เช้านี้ไม่ค่อยสดใสเท่าไหร่นักสำหรับข้าวโพดที่ได้นอนเวลาตีสามตรงเป๊ะ นั่นก็เพราะกว่าวงเหล้าของเฮียธงจะเลิกก็ปาเข้าไปตีสามครึ่ง เธอทนฟังจนสลบไสลไปเองกระทั่งแม่เข้ามาปลุกในตอนหกโมงตรงให้ไปช่วยเปิดร้าน เพราะว่าเช้านี้แม่จะไปทำบุญกับเหล่าป้า ๆ ยาย ๆ ที่วัดซึ่งไม่ไกลจากตัวบ้านมากนัก และในเช้าที่วุ่นวายแบบนี้หน้าร้านของเธอก็ต้องทำงานแข่งกับเวลาจนไม่มีเวลาให้พักข้าวโพดที่ไม่ค่อยรู้เรื่องราคาของในร้านมากนักก็ขายผิดถูกไปบ้าง คนที่เข้าใจก็ปล่อยผ่าน ทว่าก็มีบางคนที่ไม่พอใจพร้อมสบถด่า ยอมรับตามตรงว่าเธอก็เสียความรู้สึกไม่น้อย แน่นอนสิ มีคนรักก็ต้องมีคนเกลียดเป็นธรรมดา และเธอก็มองเห็นสายตาเกลียดชังนั้นอย่างชัดเจน“อันนี้เท่าได๋เกาะจ้า” เสียงหวานของหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้น เธอสวมเสื้อยืดธรรมดากับผ้าถุงเพียงเท่านั้น ทว่าความสวยสง่ากลับทะลุเสื้อผ้าที่เธอใส่อย่างน่าแปลก(อันนี้เท่าไหร่เหรอจ๊ะ)“สามสิบบาทจ้ะ ใส่ถุงไหม” เธอยิ้ม“บ่เป็นหยังจ้า” หญิงสาวรับของกลับมา ทว่าสีหน้ากลับดูเหมือนมีคำถาม “เอ่อ… อันนี้ข้าวโพดแม่นบ่?”(เอ่อ… นี่ข้าวโพดใช่ไหม?)ข้าวโพดเหลือบตามองคนตรงหน้าอีกครั้ง เธอไม่ได้สงสั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status