แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: ฟลัตเตอร์
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-28 19:26:08

บทที่ 4

“ป๊าดด นี่บ่สาวข้าวโพด คืองามแท้ลูกหล่า”

(ป๊าดด นี่เหรอข้าวโพด ทำไมสวยจังเลยลูกสาว)

เสียงของเหล่าป้า ๆ ที่มาใช้บริการร้านขายของชำในยามเย็นเอ่ยทักถึงความสวยสง่า วันนี้ที่ร้านคึกคักมากเป็นพิเศษเพราะชาวบ้านบางส่วนก็รับรู้ถึงการกลับมาของเธอ

หญิงสาวที่นั่งเฝ้าหน้าเคาน์เตอร์คิดเงินก็อดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่ได้ ทุกคนที่นี่ไม่ได้เข้ามาวุ่นวายมากไปเกินขอบเขตแต่นั่นก็เพราะพ่อของเธอพูดดักทางเอาไว้เสียก่อนแล้ว

“เก่งหลายเนาะ เป็นฮอดดาราดัง นางเอกเด้นินางเอกของข่อย”

(เก่งมากเลยนะ เป็นถึงดาราดัง นางเอกนะเนี่ยนางเอกของฉัน)

ยายอีกคนที่นั่งอยู่ข้างกันก็พูดขึ้นอย่างภูมิใจ ถึงจะไม่ได้เป็นญาติมิตรกัน ทว่าเพียงแค่อยู่ในหมู่บ้านนี้ก็ถือว่าได้รับอิทธิพลจากความดังของเธอไปด้วย

ที่เขาว่ากันว่า ความหวังของหมู่บ้าน อย่างไรล่ะ

“สุมเจ้ากะใจดีกับลูกข่อยแนเด้อ อย่าไปหาเว้าอีหยังกระทบจิตใจมัน”

(พวกเธอก็ใจดีกับลูกฉันหน่อยนะ อย่าไปพูดอะไรกระทบจิตใจมัน)

แม่เสริมขึ้น สีหน้าดูไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่นัก เพราะกลัวว่าชาวบ้านจะนินทาเธอไปในทางเสียหายหนักไปกว่าเดิม เรื่องใส่สีตีไข่มีให้เห็นอยู่ทั่ว ซึ่งข้าวโพดเองก็ไม่ต้องการให้ใครเข้าใจเธอผิดไปมากกว่านี้

หากเดินมาถามความจริงกันตรง ๆ เธอก็พร้อมจะตอบทุกคำถามโดยที่สนใจว่าคนเหล่านั้นจะเชื่อหรือไม่

“โอ๊ย เรื่องข่าวนั่นบ่ ข่อยบ่เซื่อดอกว่าข้าวโพดมันสิเป็นเมียน้อยไผได้“

(โอ๊ย เรื่องข่าวนั้นเหรอ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าข้าวโพดมันจะเป็นเมียน้อยใครได้)

”แมน เห็นมันแต่น้อย ๆ เรื่องบ่แมนแนวนี่บ่เคยเห็นจากมันจั๊กเถือ“

(ใช่ เห็นมันตั้งแต่เด็กเรื่องไม่ดีแบบนี้ไม่เคยเห็นจากมันเลยสักครั้ง)

“บ่ต้องห่วงเด้อหล่า ยายสิคอยเว้าให้คั่นผู้ได๋มันมาว่าใส่”

(ไม่ต้องห่วงนะลูก ยายจะคอยพูดให้ถ้าใครมันมาว่าใส่)

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะยาย ข้าวโพดห้ามปากใครไม่ได้อยู่แล้ว“ เธอตอบพลางแค่นหัวเราะในลำคอ

แม้ความจริงจะแสนเจ็บปวด แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เธอรู้ว่ายังมีใครที่คอยอยู่ข้าง ๆ และให้กำลังใจบ้าง

เพราะฉะนั้นคนที่คิดไม่ดีกับเธอตั้งแต่แรก ตอนนี้ไม่มีผลอะไรต่อตัวของเธอเลยสักนิด ถ้าหากว่าฝ่ายนั้นจะใส่ความเพิ่ม

“แม่ใหญ่อ้อย ซื้อเหล้าแน”

(ยายอ้อย ซื้อเหล้าหน่อย)

ขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอย่างออกรสออกชาติ เสียงทุ้มของชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นทำเอาสะดุ้งกันสุดตัว ไม่เว้นแม้แต่ข้าวโพดที่เกือบจะหัวใจวายเพราะไม่เคยเห็นใครเสียงดังไร้มารยาทแบบนี้มาก่อน

คนแก่นั่งกันอยู่หัวโด่ไม่เกรงใจกันบ้างรึไง!

“โอ๊ย ห่ามึงกูตื่นเบิ่ดบักธง!”

(โอ๊ย ไอ้ห่ากูตกใจหมดไอ้ธง!)

“ซ่ำนี่กะตื่นติยาย” เฮียธงระเบิดเสียงหัวเราะ

(แค่นี้ก็ตกใจเหรอยาย)

“ข้าวโพด คิดเงินให้เฮียธงเพิ่นแน เหล้าขาวใหญ่สาม น้ำแข็งสอง”

(ข้าวโพด คิดเงินให้เฮียธงเขาหน่อย เหล้าขาวขวดใหญ่สาม น้ำแข็งสอง)

หญิงสาวเหลือบสายตาขึ้นมองคนที่มาใหม่ และดูเหมือนว่าเขาเองก็กำลังมองมาที่ตัวเธออย่างสงสัยเช่นเดียวกัน สองสายตาประสานเข้าหากันอย่างไม่ได้ตั้งใจ ทว่าราวต้องมนต์สะกดที่ทำให้ชายหนุ่มถึงต้องหยุดชะงัก

“ห้าร้อย รวมกับหนี้เก่าที่ติดไว้ด้วย” เธอยิ้มใส่เขาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหุบยิ้มทำใบหน้านิ่งเฉย

ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนที่เพียงแค่ได้มองครั้งแรกก็รู้สึกไม่ถูกชะตาเข้าแล้ว…!

เขาขมวดคิ้วมองเธอ ก่อนกระตุกยิ้ม

”ไผนิยายอ้อย ลูกน้องใหม่บ่“

(ใครเนี่ยยายอ้อย ลูกน้องใหม่เหรอ)

“ฮ่วย หาเว้าน้อ ลูกสาวข่อยเด้นิ งามบ่” แม่ว่าพลางเดินเข้ามาแตะไหล่ทั้งสองข้างของเธอเบา ๆ ราวกับจะพรีเซนต์ความสวยงามระดับนางเอกเบอร์หนึ่ง

(เห้ย พูดไปเรื่อย ลูกสาวฉันนะ สวยไหม)

เฮียธงมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า สีหน้าเขาเหมือนกำลังประเมินอะไรบางอย่างแต่สุดท้ายก็แค่นหัวเราะออกมาราวกับเป็นการหักหน้าเธอเต็ม ๆ

“ก็สวย แต่ท่าจะสติไม่มีไปหน่อย แต่งตัวไม่ดูสถานที่บ้างเลย แม่ไฮโซ“

เขาเท้าแขนทั้งสองข้างลงบนโต๊ะคิดเงิน สายตายังคงจดจ้องไปกับชุดเดรสสีแดงของหญิงสาว หากคนอื่นมาเห็นเข้าคงต้องคิดว่าเธอเพี้ยนไปแล้วแน่ ๆ ที่แต่งตัวเหมือนกับจะไปเดินแคทวอร์ค

ทั้งที่ที่นี่ก็มีแค่ทุ่งนากับบ่อโคลนที่พร้อมจะให้เธอไปเกลือกกลิ้งกับควายน้อย หากว่ามันไล่ขวิดขึ้นมาสักวัน!

“เริ่มมาปากก็ไม่เป็นมงคลละ” เธอพึมพำพร้อมเบ้ปากไปทางอื่น

“หาซิ่นให้ลูกเจ้าใส่แนเป็นหยัง ไทบ้านอื่นมาเห็นเขาสิหาว่าเป็นสุมเฮ็ดโตแปลกแยก คือผีปอบ”

(หาผ้าถุงให้ลูกยายใส่หน่อย คนอื่นมาเห็นเข้าจะหาว่าเป็นพวกแปลกแยก เหมือนผีปอบ)

“ว๊าย! นี่ลุง ว่าใครเป็นปอบย๊ะ!?”

“ลุง!?”

“ใช่ ฉันแต่งตัวของฉันแบบนี้แล้วมันจะทำไม คนที่มีปัญหากับฉันตอนนี้ก็มีแค่ลุงคนเดียวนั่นแหละ ฉันน่ะเป็นถึงดาราเลยนะ!”

“ดารา? แล้วมานั่งคิดเงินอยู่ตรงนี้ทำไม ไม่ไปแสดงหนังเหรอ หรือที่จริงตอนนี้ก็กำลังแสดงอยู่“

หน็อย! อีตาลุงที่มันมายืนว่าคนอื่นฉอด ๆ แบบนี้เป็นใครกันแน่ ถึงได้ดูรังเกียจในการที่เธอไปโด่งดังอยู่ที่เมืองกรุงขนาดนั้นกันนะ

“นี่ลุงเป็นใคร ห๊ะ! มายืนว่าฉันทำไม“

“เซา ๆ อย่าไปเถียงนำเพิ่นเลย เฮียธงกะกลับไปโลด สิมายืนว่าให้มันถอนหงอกหยังนิ” แม่เข้ามาห้ามศึก

(หยุด ๆ อย่าไปเถียงกับเขาเลย เฮียธงก็กลับบ้านไปเลย จะมายืนให้มันถอนหงอกทำไม)

“ฮ่วย! แม่ใหญ่ ผมข่อยบ่หงอกจั๊กเส้น บ่คือเจ้าเด่”

(โอ๊ย! ยาย ผมไม่มีหงอกสักเส้น ไม่เหมือนยายหรอกนะ)

“นี่! อย่ามาว่าแม่ฉันนะ” เธอถลึงตาใส่

“ไม่ได้ว่าครับ แค่เว้าหยอกซื่อ ๆ เข้าใจไหมครับ เว้าหยอก“

”หน็อย!“

เฮียธงวางแบงค์พันลงบนโต๊ะพร้อมกับยักคิ้วเป็นการยียวน ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปจากร้านค้าของเธอโดยที่ไม่เอาเงินทอน ไม่เพียงเท่านั้นเขายังผิวปากอย่างสบายใจที่ได้ปะทะฝีปากกับเธอเมื่อครู่

เห็นว่าการกลับบ้านของเธอในคราวนี้จะได้มีศัตรูเพิ่มมาเป็นตาลุงปากหมาแล้วสินะ!

ใหญ่มาจากไหน ยัยข้าวโพดไม่สนหรอกย่ะ แต่มาว่ากันเป็นผีปอบแบบนี้ยอมไม่ได้ เชอะ!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 11

    บทที่ 11"ยายอ้อย เอ็มร้อยห้าขวด!" เสียงโหวกเหวกของเฮียธงดังขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่แดดร้อนจัดจนหลายคนต้องหาที่หลบเพื่อพักจากงานกลางแจ้ง เฮียธงเองก็เช่นกันถึงจะรวยมีเงินมากมายแต่สำหรับเขางานก็คือส่วนสำคัญในชีวิตที่เขาขาดไม่ได้ส่วนที่หลบแดดที่ใกล้มากที่สุดในตอนนี้ก็คือร้านขายของยายอ้อย ถึงแม้จะถัดไปอีกสามหลังก็จะถึงบ้านเขาแล้วก็ตาม"ซื้อน่อยแท้ คนไปไสเบิ่ด" ยายอ้อยยื่นถุงใส่ขวดเครื่องดื่มชูกำลังให้พร้อมเอ่ยถาม(ซื้อน้อยจัง คนไปไหนหมด) "ในเมืองมีงานกะเลยให้สุมรถสไลด์ไปซอย เหลือซ่ำนี้ล่ะ" เขาว่าพร้อมชะเง้อหาใครบางคน(ในเมืองมีงานก็เลยให้พวกรถสไลด์ไปช่วย เหลือแค่นี้แหละ)ยายอ้อยเห็นถึงความผิดปกติก็รับรู้ได้ทันทีว่าเขามาหาลูกสาวของเธอ ทว่าในตอนที่อากาศร้อนแบบนี้ข้าวโพดไม่มีทางโผล่ออกมาให้เขาได้เห็นตัวง่าย ๆ อีกอย่างแผลของเธอก็ยังไม่ดีขึ้น จะเดินจะเหินอะไรก็เป็นไปได้ยากยายอ้อยระบายยิ้มก่อนจะเอ่ยบอก "บ่ต้องไปแนมหามันดอก มันนอนเว่น คำแพงเอาข้าวเอาน้ำมาส่งตอนเซ่ากะบ่เห็นลงมาเลยเด้" (ไม่ต้องไปมองหาหรอก มันนอนกลางวัน คำแพงเอาข้าวเอาน้ำมาให้ตอนเช้ายังไม่เห็นลงมาเลย)เฮียธงที่โดนจับได้ก็ถึงกลั

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 10

    บทที่ 10เป็นครั้งแรกที่ข้าวโพดรู้สึกว่านอนเต็มอิ่มที่สุดตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ เธออาจจะหลับใหลไปเพราะฤทธิ์ยาก็จริงทว่าเมื่อคืนไม่มีเสียงดังรบกวนการพักผ่อนของเธอเลยสักนิด ยิ่งทำให้เธอพักผ่อนได้สบายใจมากกว่าเดิมวันนี้เธอไม่ต้องลงไปช่วยแม่ขายของที่หน้าร้านเพราะแม่อยากให้เธอรักษาตัวให้ดีขึ้น ยิ่งขาของเธอเป็นส่วนที่เจ็บมากที่สุดก็ไม่อยากให้เดินไปไหนมาไหนจนมันช้ำระบมกว่าเดิม ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะเธอจะได้ไม่ต้องเจอหน้าใครบางคนที่ตอนนี้เธอเกลียดชังเขาเข้าไส้แม้แต่เสียงที่ทำให้รำคาญหูก็ไม่ต้องการได้ยิน เหอะ! ยิ่งนึกถึงก็ยิ่งโมโห ถ้าหากเธอหายดีเมื่อไหร่รับรองว่าเฮียธงได้รับการเอาคืนอย่างสาสมแน่!ระหว่างที่เธอกำลังนึกแผนจัดการกับเฮียธงอยู่นั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ข้าวโพดปรายสายตามองเล็กน้อยก่อนจะเห็นว่าเป็นชื่อเพื่อนสนิทในวงการตั้งแต่เกิดเรื่องเธอก็ยังไม่ได้รับการติดต่อจากใครเลยสักคน นี่คงจะเป็นสายแรกจากคนเมืองกรุงที่ให้ความเป็นห่วงกับเธอมากที่สุด"ว่าไงยัยนีน่า"'เป็นยังไงบ้าง ยัยเมเปิ้ลเล่นงานแกหนักขนาดนี้เลยเหรอ' น้ำเสียงของอีกฝ่ายดูวิตกอย่างเห็นได้ชัดทุกคนในค่ายก็รู้ดีว่าเมเปิ้

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 9

    บทที่ 9รถกระบะยกสูงของเฮียธงจอดนิ่งสนิทที่หน้าร้านขายของประจำหมู่บ้าน ยายอ้อยรีบวิ่งออกมาทันทีเมื่อรู้ว่านั่นคือเฮียธงกับลูกสาวของเธอ คำแพงเอาเรื่องที่ข้าวโพดเกิดอุบัติเหตุมาบอกให้แม่ของเธอรู้ก่อนแล้ว และไม่ลืมที่จะแอบฟ้องด้วยว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็เป็นเพราะเฮียธง ถ้าหากเขาใจเย็นกับเธออีกสักหน่อย ข้าวโพดก็ไม่ต้องกลายเป็นมัมมี่แบบนี้"เป็นจั่งได๋แนหล่า เจ็บหลายบ่" แม่ว่าพลางลูบศีรษะลูกสาวอย่างเป็นห่วง(เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บมากไหม)เฮียธงที่เดินตามมาที่หลังเขาก็แสดงสีหน้ารู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยที่เป็นต้นเหตุในครั้งนี้ แต่กระนั้นก็ไม่มีใครกล้าต่อว่าเขาได้เท่ากับเธอเลยสักคน"ขอโทษเด้อแม่ใหญ่อ้อย ข่อยบ่คึดว่ามันสิปานนี้" เขายกมือไหว้ขอโทษอย่างจริงใจ(ขอโทษนะยายอ้อย ผมไม่คิดว่าจะเป็นหนักขนาดนี้)หญิงสาวปรายสายตามองเขาอย่างไม่สบอารมณ์มากนัก ความไม่ได้ตั้งใจของเขามันพรากโอกาสการทำงานหลาย ๆ อย่างของเธอไป โดยที่ไม่รู้เลยว่าจะหายดีพร้อมทำงานอีกเมื่อไหร่"หนูเข้าห้องก่อนนะแม่" เธอว่าเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินหายเข้าไปด้านหลังร้านเฮียธงมองตามเธอไปจนสุดสายตา ก่อนจะหันกลับมายื่นเงินก้อนเดิมให้กับแม่ของ

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 8

    บทที่ 8เสียงพูดคุยกันเจื้อยแจ้วของผู้คนดังเข้ามาในโสตประสาทของหญิงสาวที่เพิ่งฟื้นตัวขึ้น ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรและสลบเหมือดไปเมื่อไหร่ทว่าสิ่งที่เธอจำได้เป็นอย่างดีนั้นก็คือคนที่ทำให้เธอต้องตกมาอยู่ในสภาพแบบนี้!ผ้าพันแผลสีขาวแปะติดอยู่กับบริเวณที่เธอเจ็บแสบตามร่างกาย ถึงแม้จะมีพอมีแรงขยับร่างกายแต่มันก็สร้างความปวดร้าวจากความระบมช้ำอยู่ดีสภาพนางเอกเบอร์หนึ่งในตอนนี้แทบจะดูไม่ได้ เธอไม่ต่างอะไรจากมันมี่เลยสักนิด และแน่นอนว่าเธอจะไม่มีทางให้อภัยคนอย่างตาลุงนั่นเด็ดขาด มิหนำซ้ำยังต้องโดนมากกว่านี้ข้อหาทำให้เธอต้องเสียโฉมคอยดูเลยว่าคนอย่างข้าวโพดทำอะไรกับแค่ตาลุงขี้เมาได้บ้าง"อะ โอ๊ย..." แต่เพียงแค่หยัดกายลุกขึ้นจากเตียงคนไข้ เธอก็แทบจะทรุดลงนอนที่เดิมแล้ว"จะไปไหน" เสียงทุ้มที่คุ้นเคยเอ่ยถาม ข้าวโพดรีบหันขวับไปยังข้างเตียงที่ตอนนี้มีเฮียธงนั่งเฝ้าดูอาการของเธอตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่ทราบได้แต่เธอไม่ต้องการเห็นหน้าเขา และไม่ต้องการให้มารับผิดชอบหรือแสดงความเป็นห่วงในสิ่งที่ตัวเองทำลงไปอย่างสิ้นคิด เหอะ!"นี่คุณ จะมาแกล้งอะไรฉันอีกล่ะ แค่นี้สภาพฉันยังน่าเกลียดไม่

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 7

    บทที่ 7"นี่ พูดดี ๆ นะ คิดเหรอว่าฉันจะไม่กล้าทำอะไรผู้หญิงอย่างเธอ" เฮียธงชี้หน้าเธอพร้อมกับสายตาที่แข็งกร้าว ความโกรธจัดที่ทำให้เลือดแทบจะขึ้นหน้านั้นไม่ได้ทำให้หญิงสาวสะเทือนเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังกล้ายิ้มเย้ยหยันราวกับเป็นการท้าทายทั้งสองผู้ร่วมชะตาอย่างคำแพงและต้องจิกเกร็งเท้าจนตะคริวแทบจะกิน นี่มันไฟกับน้ำมันมาเจอกันชัด ๆ "แล้วจะทำอะไรล่ะ?" เธอเลิกคิ้ว "จะจับฉันโยนลงไปในบ่อโคลนเหรอ" เธอปรายสายตาไปยังบ่อโคลนที่ตอนนี้มีควายตัวเล็กกำลังนอนเกลือกกลิ้งไปมาอย่างสบายใจ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าตอนนี้กำลังพูดท้าทายกับใครอยู่ คนอย่างเฮียธงยอมได้ทุกอย่างยกเว้นเวลาที่โดนพูดจาท้าทายเพราะมันดูเหมือนเป็นการเหยียดหยามศักดิ์ศรีและความกล้าของเขา แค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อย่างเธอทำไมเขาถึงจะไม่กล้าทำ มันง่ายนิดเดียวที่จะทำให้เธอลงไปอยู่กับควายในบ่อโคลนนั้น การที่เธอแต่งตัวแบบนี้มาก็อาจจะแปลว่าเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนี้อยู่แล้วสินะ...เฮียธงขัดใจใครไม่เป็นเสียด้วยสิเขาสะบัดผ้าขาวม้าที่อยู่บนบ่าออกก่อนจะสาวเท้ามุ่งตรงมาหาหญิงสาวที่ยังคงยืนเชิดหน้าชูตาอยู่ราวกับที่นี่เป็นวิมานเก่าของเธอเสียอย่างนั้น แต่

  • เฮียธง ไหนว่าจะเลิกเจ้าชู้!   บทที่ 6

    บทที่ 6เช้านี้ไม่ค่อยสดใสเท่าไหร่นักสำหรับข้าวโพดที่ได้นอนเวลาตีสามตรงเป๊ะ นั่นก็เพราะกว่าวงเหล้าของเฮียธงจะเลิกก็ปาเข้าไปตีสามครึ่ง เธอทนฟังจนสลบไสลไปเองกระทั่งแม่เข้ามาปลุกในตอนหกโมงตรงให้ไปช่วยเปิดร้าน เพราะว่าเช้านี้แม่จะไปทำบุญกับเหล่าป้า ๆ ยาย ๆ ที่วัดซึ่งไม่ไกลจากตัวบ้านมากนัก และในเช้าที่วุ่นวายแบบนี้หน้าร้านของเธอก็ต้องทำงานแข่งกับเวลาจนไม่มีเวลาให้พักข้าวโพดที่ไม่ค่อยรู้เรื่องราคาของในร้านมากนักก็ขายผิดถูกไปบ้าง คนที่เข้าใจก็ปล่อยผ่าน ทว่าก็มีบางคนที่ไม่พอใจพร้อมสบถด่า ยอมรับตามตรงว่าเธอก็เสียความรู้สึกไม่น้อย แน่นอนสิ มีคนรักก็ต้องมีคนเกลียดเป็นธรรมดา และเธอก็มองเห็นสายตาเกลียดชังนั้นอย่างชัดเจน“อันนี้เท่าได๋เกาะจ้า” เสียงหวานของหญิงสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้น เธอสวมเสื้อยืดธรรมดากับผ้าถุงเพียงเท่านั้น ทว่าความสวยสง่ากลับทะลุเสื้อผ้าที่เธอใส่อย่างน่าแปลก(อันนี้เท่าไหร่เหรอจ๊ะ)“สามสิบบาทจ้ะ ใส่ถุงไหม” เธอยิ้ม“บ่เป็นหยังจ้า” หญิงสาวรับของกลับมา ทว่าสีหน้ากลับดูเหมือนมีคำถาม “เอ่อ… อันนี้ข้าวโพดแม่นบ่?”(เอ่อ… นี่ข้าวโพดใช่ไหม?)ข้าวโพดเหลือบตามองคนตรงหน้าอีกครั้ง เธอไม่ได้สงสั

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status