Masukวันต่อมา
ร้านเค้กเลิฟเลิฟ “นี่พี่สี่...พี่จะตามรังควานหนูไปถึงไหนกันเนี่ย คนอะไรตีมึนเก่งสุดๆ ไปเลย” ฉันพูดพลางนั่งส่ายหน้าอย่างเอือมๆ แล้วตักเค้กสุดแสนอร่อยเข้าปาก “ก็เฮียบอกแล้วว่าอยากได้หนูมาเป็นเมียไง หนูนั่นแหละตีมึนสุดๆ ไปเลย สวยก็สวยดันใจร้ายชะมัด” พี่สี่พูดพลางหยิบแก้วกาแฟเย็นมาดื่ม “ถ้ายอมเป็นเมียเฮียนะ...จะพามากินของอร่อยๆ แบบนี้ทุกวันเลย และจะพาไปซื้อเสื้อผ้าสวยๆ กระเป๋าสวยๆ แบบไม่มีจำกัดเลยแหละ” “อย่าเอาของพวกนี้มาล่อหนูเลยน่า...มันไม่ได้ผลหรอก” ฉันเบ้ปากใส่พี่สี่ แล้วตักเค้กกินต่ออย่างเอร็ดอร่อย “หนูขอถามอะไรหน่อยสิ...” “ได้ครับ...ถามมาเลย” “ทำไมพี่ถึงอยากมีเมีย และทำไมถึงต้องเป็นหนู ขอความจริงนะพี่ ตอบมาตามจริงเลยนะ” ฉันวางช้อนลงบนจานเค้กแล้วตั้งหน้าตั้งตารอฟังในสิ่งที่พี่สี่จะพูด “คือ...ถ้าให้พูดก็ป๊าเฮียน่ะแกอยากจะอุ้มหลานไง เลยบังคับให้เฮียมีเมียสักทีจะได้มีหลานให้แกอุ้มไวๆ” “แล้วยังไงต่อ...” “ป๊าบอกว่าถ้าภายในเดือนนี้เฮียยังหาเมียไม่ได้จะให้ไปแต่งงานกับยัยหมูดาวลูกสาวของเพื่อนป๊าน่ะ” “ก็แต่งไปสิพี่ ไม่เห็นต้องมาลำบากวิ่งตามหนูแบบนี้เลย” ฉันไม่เข้าใจจริงๆ พี่สี่ก็น่าจะยอมแต่งกับผู้หญิงคนนั้นไปเสียสิ “หนูจะให้เฮียแต่งงานกับช้างน้ำเรอะ!! ไม่ได้จะบูลลี่นะแต่ยัยนั่นซกมกยืนหนึ่ง ถ้าเอามาเป็นเมียเฮียคงจะอกแตกตายวันละหลายๆ รอบแน่ๆ” “น่ารักปุ๊กปิ๊กดีออก พี่สี่ไม่รู้อะไรเสียแล้วผู้หญิงอ้วนน่ะกอดอุ่นจะตายไป หนูก็ว่าจะลองไว้หุ่นแบบนั้นบ้าง” “ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นเฮียขอบาย...แต่ถ้าเป็นหนูตะไคร้เฮียอ้าแขนรับเลย หุ่นแบบไหนก็จะเอาทำเมียถ้าเป็นหนู” พี่สี่ยกยิ้มกว้างจนตาหยีใส่ฉัน ให้ตายสิ มันช่างเป็นยิ้มที่ดูน่ารักเสียจริง เดี๋ยว!! อย่าให้รอยยิ้มนั่นมันครอบงำเธอนะตะไคร้ “อย่ามาทำเป็นพูดเลย ชิ!” ฉันทำหน้ายู่ใส่เขา “เป็นเมียเฮีย จะเอาเท่าไหร่...?” “ห๊ะ!!! ขอกันดื้อๆ แบบนี้เลยเหรอ อาเหี้ย” “อาเฮียจ้ะอีหนู ไม่ใช่อาเหี้ย...” “ขอโทษที พอดีหนูขึ้นเสียงสูงไปหน่อย ว่าแต่...มาขอกันแบบนี้ก็ได้เรอะ บ้าไปหรือเปล่า” “อื้ม ก็เฮียขี้เกียจไปหาแล้วอะ จะมีเมียสักคนแม่งช่างยากเย็น พอเจอคนที่ถูกใจก็ดันใจดำชะมัด” “หนูไม่ได้ใจดำสักหน่อย ถ้าแค่จ้างไปเล่นละครตบตาว่าเป็นเมียหนูโอเค แต่ถ้าจะให้เป็นเมียจริงๆ ไม่ไหวอะ เหี้ยดีเกินไป” “เอ่อ...เฮียว้อย! ไม่ใช่เหี้ย ถ้าเรียกแบบนั้นอีกทีจะจับจูบปากเลยนะครับคนสวยของเฮีย...” “แฮ่ ขอโทษค่ะ อา...เฮียสี่” “หนูจะเอาค่าจ้างเท่าไหร่ล่ะ...??” “ห้าล้านบาทขาดตัว!!” “หะ...หา ห้าล้านบาท!! นี่มันเป็นกีทองคำเรอะหนู” “โห...แร๊งงง!! ไหนว่ารวยไงเล่า” “เออ รวยน่ะใช่ แต่อยากจะรู้ว่าจ่ายค่าจ้างห้าล้านบาทนี่คือทำอะไรได้บ้างในระหว่างที่มาแกล้งเป็นเมียปลอมๆ” “นอนจับมือ...มากสุดได้แค่นี้” “.....” พี่สี่ถึงกับหน้าเหวอเล็กน้อยก่อนจะนั่งนิ่งนึกคิดอะไรบางอย่างอยู่ ที่จริงฉันก็พูดไปอย่างนั้นแหละให้เอาจริงๆ ก็ไม่เอาหรอก ไว้ใจได้ที่ไหนผู้ชายแบบพี่สี่เนี่ย มือไวจะตายไปแถมยังลวนลามเก่งที่หนึ่ง เงินห้าล้านได้มาก็คงจะไม่คุ้ม “โอเค...เอาเลขบัญชีมา” “เฮ้ยพี่สี่หนูล้อเล่น” ฉันต้องตกใจออกมาในทันทีที่พี่สี่มันบ้ายอตามฉัน ที่บอกว่าขอค่าจ้างห้าล้านบาทในการไปเป็นเมียปลอมๆ หลอกตาป๊าของเขา “เฮียไม่ล้อเล่น...เฮียเอาจริงๆ เร็วๆ ขอเลขบัญชีหน่อยเดี๋ยวจะรีบขับรถไปธนาคารแล้วโอนให้เลย” เขามีหน้าตาที่จริงจัง “ไม่เอา...หนูบอกว่าแค่พูดเล่นไงเล่า โถ่...” ฉันรีบปฏิเสธเสียงแข็ง คนแค่แหย่เล่นๆ ดันคิดจริงจังเสียอย่างนั้น “ตะไคร้อย่าใจร้ายสิ” เขาทำเป็นตีหน้าเศร้าใส่ “หนูไม่ได้ใจร้ายสักหน่อย ก็บอกว่าแหย่เล่นเฉยๆ หนูยังไม่พร้อมจะเป็นเมียให้ใครหรอก อายุแค่ยี่สิบสองเอง หนูยังอยากทำอะไรอีกหลายๆ อย่างที่ยังไม่เคยทำ” ฉันพูดพลางทำหน้านิ่งๆ แล้วยกแก้วนมสดขึ้นมาดื่ม “ใจอ่อนหน่อยไม่ได้เหรอ” “ไม่ได้...ไม่อ่อนให้ใครทั้งนั้นแหละ” “ไม่ใช่เพราะว่ามีคนที่หนูแอบชอบเขาอยู่เหรอ” อยู่ๆ พี่สี่ก็พูดขึ้นมาแล้วจ้องมองตาเขม็งใส่ฉัน “ชะ...ชอบใคร ไม่มีสักหน่อย” “ไม่มี...แต่ท่าทางเลิ่กลั่กเชียว” “ที่จริงก็มีแหละ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องบอกนี่นา” “แอบชอบรุ่นพี่ที่โรงเรียนอยู่ใช่มะ” “พะ...พี่รู้ได้ยังไง คะ...ใครบอก” ฉันแทบจะนั่งไม่ติดโต๊ะแล้วในตอนนี้ มันรนจนทำอะไรไม่ถูก “น้ำหนึ่งบอก” พี่สี่มีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมานิดๆ “น้ำหนึ่งนังเพื่อนไม่รักดี...ทำไมต้องเอาความลับฉันไปบอกไอ้พี่สี่ด้วยนะ น่าขายหน้าชะมัดเลยวุ้ย” ฉันนั่งก้มหน้างุดแล้วบ่นพึมพำเบาๆ ออกมา เพราะกลัวพี่สี่จะได้ยิน “เฮียไปบอกไอ้หนุ่มนั่นแล้วแหละ...ว่าตะไคร้คือผู้หญิงที่เฮียจีบอยู่ ห้ามมายุ่งเด็ดขาด!” “หา!! พี่สี่...พี่จะบ้าเรอะ พี่บอมเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหนูคือใคร เพราะหนูไม่เคยบอกพี่เขาไง” ฉันขึงตาใส่พี่สี่แล้วแว้ดใส่เขา “ก็ชอบมันไม่ใช่เหรอ...” “แค่แอบชอบไง...แอบชอบน่ะเข้าใจมั้ย แล้วทีนี้หนูจะทำยังไงดีเนี่ย จากที่ไม่รู้เขาคงจะรู้แล้วแหละ” ฉันยกมือขึ้นกุมขมับ “รู้แล้วจะทำอะไรได้...หนูคือผู้หญิงของเฮีย จบนะครับ” ว่าจบพี่สี่ก็ประทับจูบลงที่หน้าผากฉันหนึ่งที แล้วยกแก้วกาแฟขึ้นมาดื่มต่ออย่างสบายอกสบายใจ นี่มันเป็นเวรกรรมแต่ชาติปางไหนที่ฉันได้ไปทำมาหรือเปล่านะ ชาตินี้ถึงได้มาพบเจอกับไอ้พี่สี่จอมเจ้าเล่ห์นี่ เกิดมาก็พึ่งเคยเจอผู้ชายที่รุกหนักรุกเก่งขนาดนี้ หน้าตาก็หล่อดีออก ผู้หญิงน่าจะเข้าหาไม่ขาดสายนะตามจริง แต่ทำไมถึงยังโสดอยู่?เฮียสี่คลานมาเรื่อยๆ จนหยุดอยู่ตรงหน้าพี่บอม ก่อนจะยกมือขึ้นแล้วประกบเข้าหากัน “เฮียอย่าทำนะ! พี่บอมหนูขอร้องพี่อย่าทำแบบนี้เลยนะ พี่ตั้งสติดีๆ ก่อนนะคะ เมื่อก่อนพี่บอมไม่ใช่คนแบบนี้เลยนะ” ฉันพยายามพูดหว่านล้อม “หึ! กูเป็นแบบนี้ก็เพราะมึงนั่นแหละ...ถ้ามึงเลือกกูตั้งแต่แรก กูก็คงจะไม่ต้องมาลงแรงทำเรื่องเหี้ยๆ แบบนี้หรอก” เขาใช้ปลายกระบอกปืนจ่อไปที่หัวเฮียสี่ “จะบอกอะไรให้นะ...กูจ้างคนไประเบิดโรงงานมึงเองแหละ เพราะกูอยากให้มึงตายแบบไม่เหลือซาก แต่มึงแม่งเสือกดวงดีรอดมาได้” “ไอ้ชั่ว! มึงแม่งสารเลว” ฉันเผลอปากด่ามันออกไปทำให้มันโมโหและจะง้างมือตบฉัน “ขอร้อง...ทำกูแทน” เฮียสี่พูดขึ้นแล้วยกมือไหว้ไอ้พี่บอม “ได้ดิไอ้สัส!” เพียะ! พี่บอมมันใช้ปลายกระบอกปืนตบเข้าที่หน้าเฮียสี่อย่างแรงจนมีเลือดซึมออกมาที่มุมปากก่อนจะเอาปืนกดจ่อไปที่หัวของเฮีย “ยอมเจ็บแทนเมียเลยเหรอวะ ปลื้มใจว่ะ ฮ่า ฮ่า” เพียะ! เพียะ! พี่บอมใช้ปลายกระบอกปืนตบเข้าที่หน้าเฮียสี่ซ้ำอีกสองครั้ง คราวนี้ทำให้คิ้วเฮียแตกและมีเลือดไหลออกมา “พี่บอมหยุดได้แล้ว! ขอร้องหยุดเถอะ ฮือๆ” ฉันร้องไห้ออกมา ตอนนี้สงสารเฮียสี่แท
Chapter 12 (The end) เมื่อเสร็จกิจเราสองคนก็พากันเดินจูงมือออกมาจากห้องของน้ำหนึ่งก่อนจะชะงักไปเมื่อเห็นว่าเจ้าของห้องต้องมานั่งหน้าจ๋อยรออยู่ข้างนอก “อุ๊ย! ตกใจหมดเลย มึงมานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้เนี่ย” “เหรอ...ก็มานั่งรอคุณสองคนเสร็จกิจเนี่ยแหละค่ะ ไม่ทราบว่าไปอดอยากปากแห้งกันมาจากไหนเหรอคะ” น้ำหนึ่งพูดประชดประชันใส่ “กินกันอิ่มแล้วเนอะ ขออนุญาตเข้าห้องนะคะ บาย” พูดจบมันก็เปิดประตูเดินเข้าไปเลย “เอ้า...ก็ไหนบอกจะไปทำธุระไง” ฉันยืนงง “เรากลับบ้านกันดีกว่าครับ ป่านนี้ลูกๆ คงตื่นแล้วแหละ” เฮียสี่จูงมือฉันเดินไปทันที คฤหาสน์เสี่ยสาม ขับรถเข้ามาจอดฉันสังเกตว่ามันดูเงียบแปลกๆ เงียบแบบผิดปกติ ลุงคนขับรถก็ไม่เห็นออกมา ป้าแม่บ้านก็ไม่เห็นออกมารับเหมือนเคยเช่นกัน “เฮีย ทำไมมันดูเงียบผิดปกติอะ” ฉันถามพลางเปิดประตูแล้วลงมาจากรถ “ป้าแม่บ้านก็ไม่เห็น” “นั่นสิ คงจะเล่นอยู่กับลูกๆ เราอยู่ข้างในแหละมั้ง เราเข้าไปหาลูกกันเถอะครับ” เฮียสี่จูงมือฉันเดินเข้าไป เมื่อเดินเข้าไปฉันก็ได้ยินเสียงสะอึกสะอื้นของลูกๆ และเสียงร้องโวยวายของป้าแม่บ้าน เฮียสี่ปล่อยมือฉันออกก่อน แล้วรีบวิ่งไปดู ฉั
ภายในห้องนอนน้ำหนึ่ง (NC18+) เฮียสี่อุ้มฉันเข้ามาในห้องนอนของน้ำหนึ่งแล้ววางฉันลงบนเตียงก่อนประกบจูบอย่างดูดดื่ม มือก็อยู่ไม่สุขล้วงเข้าไปปลดตะขอบราแล้วดึงออกมากองไว้ที่พื้น ลิ้นสอดแทรกลิ้นแล้วตวัดพันกันพัลวันอยู่ภายในโพรงปาก ตอนนี้เราทั้งคู่ต่างต้องการกันและกันมาก สัมผัสที่โหยหามาสามปีมันกำลังจะเติมเต็มในอีกไม่ช้า “อื้อ...เฮีย ให้หนูทำให้เฮียนะ” “หือ...ปกติไม่เคยเห็นจะอยากทำให้เลยนิครับ” “ก็ตอนนี้อะไรๆ มันก็เปลี่ยนไปหมดแล้ว หนูแค่อยากจะทำหน้าที่เมียที่ดีบ้าง รวมไปถึงเรื่องบนเตียง” “ตามใจหนูเลยครับ” เฮียสี่ยกยิ้มก่อนจะผละตัวออกไปนอนแผ่ “ปราณีเฮียด้วยนะครับ” “บ้า! หนูไม่ใช่คนรุนแรงเหมือนเฮียสักหน่อย นอนเฉยๆ ไปเลยค่ะ แล้วก็ระวังจะหลงหนูจนหัวปักหัวปำด้วยนะคะ” พูดจบฉันก็ขึ้นไปคร่อมอยู่บนตัวเฮียสี่แล้วถอดเสื้อผ้าตัวเองออกอย่างช้าๆ จนหมด ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อเขาทีละเม็ดจนหมดเผยให้เห็นกล้ามหน้าท้องแน่นๆ ผิวขาวและเนียนมากๆ ฉันโน้มหน้าลงไปจูบปากเฮียสี่ก่อนแล้วค่อยๆ เลื่อนมาพรมจูบตามใบหน้าหล่อจนทั่วก็เปลี่ยนมาซุกไซ้ตามซอกคอแล้ว ดูดแรงๆ จนเป็นรอยเหมือนที่เขาเคยทำกับฉ
กริ๊ง กริ๊ง เสียงกริ่งดังขึ้นน่าจะเป็นคนมาส่งขนมแหละ “เสียงกริ่งห้องมึงเชยมากเลยน้ำหนึ่ง” “ก็มันเป็นแบบนี้อยู่แล้ว...มึงจะให้กูเปลี่ยนเป็นเสียงสามช่ามั้ยล่ะ หรือหมอลำแบบโจ๊ะๆ ดี” “ก็ดีนะเวลาเดินไปเปิดประตูจะได้เต้นไปด้วย มึงนั่งรอนี่แหละเดี๋ยวกูลุกไปเปิดเอง” ฉันบอกกับน้ำหนึ่งก่อนจะลุกแล้วเดินไปเปิดประตู “ฮะ...เฮีย!” นี่ไม่ใช่คนส่งขนมแต่เป็นเฮียสี่ “กลับไปคุยกันที่บ้านก่อน” “เดี๋ยวค่อยกลับ หนูยังกินไม่เสร็จ” ฉันเดินกลับมานั่งลงแล้วตักข้าวกินต่อ “มึงเป็นคนบอกใช่มั้ย” หันไปถามน้ำหนึ่ง “เออ...กูอยากให้คุยกันไง” น้ำหนึ่งมันยอมรับว่าเป็นคนบอกเฮียสี่เองว่าฉันอยู่ที่คอนโดมัน “กลับบ้านไปคุยกันก่อนนะครับ” เฮียสี่เดินมาลงข้างๆ ฉันแล้วโอบเอวไว้ “หนูกำลังเข้าใจผิด...แบบผิดมากๆ เลยตอนนี้” “หนูเข้าใจถูกแล้ว” “เข้าใจผิด!” “เข้า...ใจ...ถูก!!” “เอ้อ...กูลืมเลยว่าต้องออกไปทำธุระข้างนอกสักพักใหญ่ๆ เลยอะ ช่วยเฝ้าห้องให้กูแป๊บนะเพื่อนรัก ขอบใจมาก” น้ำหนึ่งมันรีบเดินพรวดออกไปแล้วกดล็อกห้องก่อนจะปิดประตูลง “เดี๋ยวสิ นี่มึงจะไปไหนวะ กูไปด้วยสิ” ฉันลุกขึ้นพรวดเช่นกันแล้วเตรียมจะเดินตา
ลูก!! นี่เฮียสี่พูดว่าลูก!! “ใช่...อีกอย่างก็คิดถึงพี่สี่แหละเลยมาหาตามที่อยู่ที่พี่ให้” “อื้ม...แล้วนี่กินอะไรกันมาหรือยัง แล้วเงินพอใช้มั้ย” เงินพอใช้ไหมอย่างนั้นเหรอ!! ฉันไม่อยากจะมายืนเป็นก้างขวางคอและไม่อยากทนฟังเลยเดินเข้าไปแย่งตัวน้องหนึ่งมาจากเฮียสี่ “ตามสบายนะคะ” พูดจบก็เดินออกมาทันทีแล้วพาลูกๆ เข้าไปนอนในห้อง นี่อย่าบอกนะว่าสามปีที่ผ่านมาเฮียสี่ไม่ได้ไปติดอยู่ในเรือ แต่ไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้นและมีลูกด้วยกัน ไม่น่าจะใช่หรอกมั้ง...อย่าคิดมากสิตะไคร้เอ๊ย ….. “นี่ก็ผ่านมาเกือบชั่วโมงแล้วทำไมอีเฮียมันยังไม่ขึ้นตามฉันมาอีกนะ ขอแอบลงไปดูหน่อยดีกว่า” ว่าจบฉันก็เดินลงมาข้างล่างคนเดียวปล่อยให้ลูกๆ นอนหลับอยู่ในห้องไปก่อน เดินไปดูในห้องรับแขกก็ไม่มี “ป้าคะ...เฮียสี่ไปไหนเหรอ” ฉันถามป้าแม่บ้านที่เดินผ่านมาพอดี “ไม่ได้บอกนะคะ แต่ป้าเห็นไปกับผู้หญิงคนนั้นและก็เด็กค่ะ ออกไปได้สักพักแล้วนะคะ” “ไปได้สักพักแล้วเหรอคะ!” “ใช่ค่ะ...คุณสี่ก็ไม่ได้บอกคุณตะไคร้เหรอคะ” “เปล่าค่ะ ขอบคุณป้ามากๆ นะคะ” ฉันรีบเดินขึ้นไปข้างบนอย่างรวดเร็วก่อนจะเข้าไปในห้องหยิบโทรศัพท์มือถือมาแล้
เราเดินกันไปเรื่อยๆ จนมานั่งพักอยู่ที่โต๊ะไม้ ตะไคร้ให้ผมและลูกๆ นั่งรอ ส่วนเธอเดินไปซื้อน้ำกับกาแฟให้ผม “ป่าป๊า...” น้องหนึ่งเรียกผม “ครับผม...” ผมขานรับแล้วยิ้มให้ลูกสาว “พาหนึ่นไปดูเจื๋อหน่อยได้มั้ยคะ หม่าม้าไม่ยอมพาไปดูเพราะหม่าม้าบอกว่ามันน่ากลัวค่ะ” “ใช่ๆ ฉองก็อยากดูเจื๋อ ป่าป๊าพาไปดูหน่อยได้มั้ย” เจ้าแฝดพากันพูดออดอ้อนจะให้ผมพาไปดูเสือโดยให้แอบพาไปตอนนี้เพราะตะไคร้ไม่อยู่ คือเธอห้ามไม่ให้พาลูกไปเพราะมันเป็นเสือที่อยู่นอกกรงให้คนได้เข้าไปถ่ายรูปกันโดยมีเจ้าหน้าที่คอยคุมอยู่ด้วย เอาไงดีนะผมยิ่งแพ้ความออดอ้อนอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเมียหรือลูกผมก็แพ้... . . “เดี๋ยวยิ้มกันหน่อยนะครับรูปจะได้ออกมาดูดี” เจ้าหน้าที่สั่งให้ผมกับลูกๆ ยิ้ม แล้วกดถ่ายรูปให้ “เรียบร้อยครับ จับเล่นได้ตามสบายเลยน้องไม่กัดหรอกครับถ้าเราไม่ไปทำอะไรให้เค้ากลัวหรือตกใจ ว่าแต่เด็กๆ น่ารักมากเลยนะครับไม่มีกลัวเลยสักนิด” เจ้าหน้าที่พูดแล้วยิ้มให้ “ขอบคุณครับผม” ใช่ครับ ผมพาลูกมาดูเสือตามที่ร้องขอ ดูชนิดที่ว่าแบบใกล้ชิดสุดๆ และลูกๆ ก็ไม่มีกลัวเลยสักนิด จับและลูบเจ้าเสือเหมือนกับเป็นแมวไปเลย ฮ่าๆ เจ้
ภายในก็ไม่มีอะไรมากนัก เป็นบ้านโล่งๆ มีสองห้องนอนหนึ่งห้องน้ำและห้องครัวเล็กๆ อยู่หลังบ้าน ฉันถึงกับต้องอมยิ้มออกมาเมื่อเห็นรูปวัยละอ่อนของตัวเองแปะติดรอบผนังภายในเต็มไปหมด มองดูอย่างตื่นตาตื่นใจเพราะบางรูปก็ไม่เคยเห็นมาก่อนว่าพ่อกับแม่ไปแอบถ่ายมาตอนไหน “นี่พ่อกับแม่เล่นเอารูปเรามาติดเยอะแยะขนาดน
ผมก็ยังไม่วายที่จะพูดแหย่ตะไคร้ให้เธอเขินอายเล่นๆ เพราะผมชอบมองหน้าเธอเวลามันแดงก่ำ ดูน่ารักมากๆ “ไม่ต้องเลย...เดี๋ยวจะโดน!” พูดจบเธอก็รีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปแล้วปิดประตูล็อกกลอนแบบแน่นหนา “จริงๆ เลย เมียใครวะเนี่ย” ผมยิ้มออกมาอย่างเอ็นดูเธอแล้วล้มตัวลงนอนบนที่นอน ..... 21:00น. ป๊ากับม้าผมติ
“ว่าแต่ดาด้าคนสวยหลับแล้วเหรอ...?” ไอ้มาร์คมันถามตะไคร้ก่อนจะชะเง้อมองไปบนเตียง “หลับหรือซ้อมตายวะนั่น” “มึงไม่ต้องมาพูดเลย ขึ้นไปนอนบนเตียงมึงอะ” ผมไล่ให้ไอ้มาร์คขึ้นไปนอนบนเตียงแทน แล้วให้ตะไคร้นอนข้างล่างกับผม “เชี่ย! มึงจะบ้าเหรอวะไอ้สี่! กูไม่ขึ้น...จะนอนข้างล่าง” ไอ้มาร์คมันปฏิเสธที่จะขึ้
“ทำไมต้องห้าม...ในเมื่อคนที่โดนกระทำไม่ใช่เมียเฮีย” กรี๊ด!!! พี่หมวยนางร้องกรี๊ดออกมาอย่างกับคนบ้าเสียสติ จนน้ำหนึ่งกับรุ่นน้องต้องช่วยกันลากนางออกไปให้ร้องกรี๊ดที่อื่น “เฮ้อ...เรามานอนกันต่อดีกว่า ง่วงมาก” เฮียสี่ล้มตัวลงนอนพลางดึงฉันลงไปด้วย “สบายใจยังครับ” “สบายใจอะไรของเฮีย หนูไม่ได้มีอ







