เข้าสู่ระบบข้อสงสัยก่อตัวในหัวใจ แกล้งทดสอบโยนไปให้เผยท่า แฟนเก่าหวนกลับมาท้าสายตา ต้องแสดงบทรักบ้า...ให้สมจริง
ความเงียบในร้านกาแฟระหว่างคินน์กับนอร์ธดำเนินไปพักใหญ่ มีเพียงเสียงหลอดดูดน้ำแข็งกระทบแก้วพลาสติก คินน์จ้องมองแผ่นแปะแก้ปวดภาษาญี่ปุ่นในมือสลับกับใบหน้าเรียบเฉยของคนตรงหน้า ความสงสัยตีตื้นขึ้นมาในอกจนเขาตัดสินใจว่า... ต้องลองโยนหินถามทางดูสักหน่อย
"มึง... เล่นเกมป่าววะ" คินน์โพล่งขึ้นมาลอยๆ พยายามปรับน้ำเสียงให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด
นอร์ธที่กำลังเลื่อนดูหน้าฟีดในโทรศัพท์ชะงักไปเล็กน้อย ปลายนิ้วของเขาหยุดนิ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาคินน์ "เกมอะไร"
"ก็พวกบอร์ดเกมออนไลน์ไง... แบบที่ต้องสร้างอวาตาร์เข้าไปคุยกัน สร้างเมืองด้วยกันอะไรแบบนั้น" คินน์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้ม คอยสังเกตปฏิกิริยา
ลูกกระเดือกของนอร์ธขยับขึ้นลงจังหวะที่เขากลืนน้ำลาย ชายหนุ่มละสายตาจากคินน์ หันไปมองแก้วอเมริกาโน่ของตัวเอง "ไร้สาระ กูเรียนวิศวะนะ เวลาจะนอนยังแทบไม่มี จะเอาเวลาที่ไหนไปเล่นเกมปัญญาอ่อนแบบนั้น"
"เหรอ..." คินน์ลากเสียงยาว ลอบสังเกตเห็นว่ามือหนาที่วางอยู่บนโต๊ะนั้นกำเข้าหากันหลวมๆ "กูเล่นมาสามปีแล้ว มีเพื่อนในเกมคนนึง... โคตรกวนตีนเลย ปากหมา แต่ก็... เป็นผู้ฟังที่ดี"
ประโยคสุดท้ายคินน์แผ่วเสียงลง นอร์ธหยิบแก้วกาแฟขึ้นดูดรวดเดียวจนพร่องไปครึ่งแก้ว ก่อนจะกระแทกแก้วลงบนโต๊ะเบาๆ
"โลกออนไลน์มันก็แค่โลกสมมติ มึงอย่าไปอินมาก" นอร์ธพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความตึงเครียด "คนที่มึงคุยด้วย เขาอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่มึงคิดก็ได้... ลุกได้แล้ว กูมีเรียนบ่าย"
นอร์ธคว้ากระเป๋าของคินน์ไปถือไว้หน้าตาเฉยแล้วเดินนำออกจากร้านไป คินน์รีบสาวเท้าตาม แผ่นหลังกว้างในชุดเสื้อช็อปนั้นดูแข็งแกร่งและเข้าถึงยาก แต่ทำไมคำพูดเมื่อกี้... ถึงฟังดูเหมือนเขากำลัง 'เตือน' หรือ 'ปกป้อง' ใครอยู่กันแน่
...
แดดตอนเที่ยงวันร้อนระอุจนอากาศเต้นระริก คินน์เดินตามหลังนอร์ธไปตามทางเดินเชื่อมระหว่างตึกที่ทอดยาวไปยังลานจอดรถ เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่านอร์ธเดินเบี่ยงตัวมาอยู่ฝั่งขวามือ ฝั่งที่มีแดดส่องลงมาเต็มๆ เพื่อให้ร่มเงาจากตัวเขาและเงาของหลังคาทางเดิน บังแดดให้คินน์ที่เดินอยู่ฝั่งซ้ายได้พอดี
หมอนี่... ใส่ใจรายละเอียดขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
แต่ความรู้สึกอบอุ่นในใจเกิดขึ้นได้เพียงเสี้ยววินาที ฝีเท้าของทั้งคู่ก็ต้องหยุดชะงัก
ที่ข้างรถยุโรปสีขาวของคินน์ ร่างคุ้นตาในชุดนักศึกษาสะอาดสะอ้านกำลังยืนพิงประตูรถอยู่ เต้กอดอก แสยะยิ้มมุมปากเมื่อเห็นคินน์เดินมาพร้อมกับนอร์ธ
"บังเอิญอีกแล้วนะคินน์" เต้พูดขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "หรือว่าจงใจเดินอ้อมมาทางนี้เพื่อให้พี่เห็น"
คินน์กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความรู้สึกสะอิดสะเอียนตีตื้นขึ้นมาที่คอหอย "กูจะมาเอารถ ถอยไป"
เต้ไม่ขยับ แถมยังก้าวเข้ามาขวางหน้าคินน์ สายตาเหยียดหยามตวัดไปมองนอร์ธตั้งแต่หัวจรดเท้า "จ้างมาเท่าไหร่ล่ะไอ้หน้าโหดเนี่ย? คิดว่าพี่ดูไม่ออกเหรอว่าเราแกล้งทำเพื่อประชดพี่ คินน์ไม่ชอบคนเถื่อนๆ สกปรกๆ แบบนี้หรอก คินน์น่ะ... ชอบคนดูแลเอาใจใส่ พูดจาเพราะๆ แบบพี่ไม่ใช่เหรอ"
คำพูดของเต้เหมือนมีดที่กรีดลงบนแผลเป็นในใจคินน์ ภาพในอดีตตอนที่เต้ทำทีเป็นแสนดีแต่ลับหลังกลับเอาเขาไปพูดจาเสียๆ หายๆ ลอยเข้ามาในหัว คินน์เริ่มหายใจเร็วขึ้น ริมฝีปากบางสั่นระริก เขากำลังจะอ้าปากเถียง แต่กล่องเสียงกลับตีบตัน
จู่ๆ เงาดำร่างใหญ่ก็ขยับเข้ามาบังหน้าเขาไว้
นอร์ธก้าวขึ้นมายืนขวางระหว่างคินน์กับเต้ กลิ่นมินต์เย็นๆ ผสมคราบน้ำมันเครื่องลอยมากระทบจมูกคินน์อีกครั้ง มันกลายเป็นกลิ่นที่ทำให้เขารู้สึก 'ปลอดภัย' อย่างประหลาด
"มึงเป็นเหี้ยอะไรนักหนา" น้ำเสียงของนอร์ธไม่ได้ตะคอก ไม่ได้ดัง แต่เย็นเยียบจนน่าขนลุก ดวงตาดุดันจ้องกดลงมาที่เต้ราวกับสัตว์นักล่ามองเหยื่อ
"มึงนั่นแหละเสือกอะไร! เป็นแค่ของเล่นที่คินน์จ้างมา อย่ามาทำตัวกร่าง!" เต้เชิดหน้าขึ้นพยายามสู้สายตา แม้จะแอบก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวก็ตาม
นอร์ธไม่ตอบโต้ด้วยคำด่าทอ เขาทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด
ร่างสูงใหญ่หมุนตัวกลับมาหาคินน์ มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับเครื่องมือช่างยกขึ้น ประคองใบหน้าของคินน์ไว้อย่างทะนุถนอม นิ้วโป้งของนอร์ธเกลี่ยเบาๆ ที่พวงแก้มขาวที่กำลังซีดเผือด ก่อนที่นอร์ธจะโน้มใบหน้าลงมา
ริมฝีปากอุ่นจัดประทับลงบนหน้าผากเนียนของคินน์... นุ่มนวล แผ่วเบา แต่เนิ่นนานพอที่จะทำให้โลกทั้งใบของคินน์หยุดหมุน
หัวใจของคินน์เต้นกระหน่ำจนแทบจะทะลุออกมานอกอก สัมผัสนี้มันไม่ใช่การแสดงเพื่อประชด มันเต็มไปด้วยความหวงแหนและปกป้องอย่างปิดไม่มิด
นอร์ธถอนริมฝีปากออก ชายตามองเต้ที่ยืนอ้าปากค้างหน้าเสียอยู่ด้านหลัง
"ใครบอกว่ากูดูแลแฟนกูไม่ได้?" นอร์ธเหยียดยิ้มเย็นชา "คินน์รำคาญคนพูดมาก... ถอยไปซะ ก่อนที่กูจะลืมตัวว่าใส่ชุดนักศึกษาอยู่ แล้วเผลอเอาประแจในกระเป๋าไปงัดปากหมาๆ ของมึง"
แววตาเอาจริงของนอร์ธทำเอาเต้หน้าถอดสี แฟนเก่าจอมตื๊อสบถคำหยาบออกมาเบาๆ ก่อนจะรีบเดินจ้ำอ้าวหนีไปอีกทาง ไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับมามอง
เมื่อสถานการณ์สงบลง นอร์ธปล่อยมือจากใบหน้าคินน์ทันที เขากระแอมเบาๆ หันหน้าหนีไปอีกทาง ซ่อนใบหูที่เริ่มขึ้นสีแดงจางๆ ไว้ใต้เส้นผมที่ยุ่งเหยิง "กู... กูแค่แสดงให้มันดูสมจริง มึงอย่าคิดมาก"
คินน์ยืนอึ้ง สัมผัสอุ่นๆ ที่หน้าผากยังคงชัดเจน มันเหมือน... เหมือนความรู้สึกตอนที่เขาอ่านข้อความปลอบโยนจาก 'N' ในคืนที่เขาร้องไห้หนักที่สุดไม่มีผิด
ความสงสัยที่ถูกกดไว้เมื่อครู่ปะทุขึ้นมาจนถึงขีดสุด
ต้องรู้ให้ได้... ตอนนี้ เดี๋ยวนี้!
คินน์ล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงอย่างรวดเร็ว ปลดล็อกหน้าจอแล้วกดเข้าแอปพลิเคชันแชท นอร์ธที่เห็นคินน์เงียบไปจึงหันกลับมามอง พร้อมกับคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน
"ทำอะไร..." นอร์ธถาม ยังไม่ทันขาดคำ
นิ้วของคินน์กดส่งข้อความหาแอคเคาท์ 'N'
Kinn: N... กูว่ากูใจเต้นกับไอ้เถื่อนนี่ว่ะ ทำไงดี
ครืดดดด... ครืดดดด...
ทันทีที่ข้อความถูกส่งออกไป โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ของนอร์ธก็สั่นครืนขึ้นมาอย่างรุนแรงในความเงียบ!
บรรยากาศรอบตัวหยุดนิ่งราวกับถูกแช่แข็ง
นอร์ธเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย มือหนากระตุกและขยับไปตะปบที่กระเป๋ากางเกงตัวเองโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะชะงักค้างอยู่ท่านั้น
คินน์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากจอโทรศัพท์ สายตาของเขามองตรงไปยังกระเป๋ากางเกงที่สั่นเมื่อครู่ สลับกับใบหน้าของนอร์ธที่ตอนนี้ดูกลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา
ดวงตาของคินน์สั่นไหว ริมฝีปากบางขยับเอ่ยเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจนในความเงียบ
"...มึงใช่ไหม?"
หมาจนตรอกบุกถิ่นหวังหมิ่นเกียร์ พาพรรคพวกมาเหี้ยมหวังเหยียบย่ำ เลือดวิศวะเดือดพล่านต้านระยำ ขอเอาตัวเข้าค้ำ...ปกป้องหัวใจเสียงไม้เบสบอลเหล็กฟาดเข้ากับถังขยะใบใหญ่ดังก้องกังวานไปทั่วลานเกียร์ที่เคยเงียบสงบในยามวิกาล สะท้อนกลับไปกลับมาเหมือนเสียงกลองรบที่ตีรัวประกาศศึกคินน์ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ด้านหลังแผ่นหลังกว้างของนอร์ธ มือเรียวที่เพิ่งสอดประสานกันเมื่อครู่กำชายเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มของคนตรงหน้าไว้แน่นจนข้อศอกขาวซีด ลมหายใจที่เพิ่งกลับมาเป็นปกติเริ่มหอบถี่อีกครั้งเมื่อเห็น 'เต้' แฟนเก่าที่เขาเคยคิดว่าแสนดี บัดนี้ยืนหน้าดำหน้าแดงด้วยความเคียดแค้น พร้อมกับกลุ่มอันธพาลรับจ้างนับสิบคนที่ถืออาวุธครบมือ"มึงเก่งนักใช่ไหมไอ้นอร์ธ! เก่งนักใช่ไหมที่แฉกูกลางไลฟ์สด!" เต้แผดเสียงลั่น ชี้ปลายไม้เบสบอลมาทางช็อปวิศวะ "มึงทำชีวิตกูพัง! วันนี้กูจะเอาเลือดหัวมึงออกล้างตีนกูให้ได้ มึงออกมา!"ความเงียบที่น่าอึดอัดปกคลุมช็อปวิศวะไปชั่วอึดใจคินน์เงยหน้ามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของนอร์ธ สันกรามคมกริบขบเข้าหากันจนนูนเป็นสัน เส้นเลือดที่ลำคอเต้นตุบๆ ตามแรงอารมณ์ที่เดือดพล่าน นัยน์ตาสีเข้มที่เคยมองเขาด้วยความอ
ความจริงที่ถูกซ่อนจะสะท้อนผ่านหน้าจอ คนลวงต้องทนท้อถูกแฉกลับจนดับสูญ จับมือกันฟันฝ่าคำนินทาที่เพิ่มพูน ประกาศรักให้สมบูรณ์กลางโลกโซเชียลแคมเสียงเครื่องยนต์ของบิ๊กไบค์คันโตคำรามก้องฝ่าความมืดยามค่ำคืน คินน์ซ้อนท้ายนอร์ธโดยมีเสื้อช็อปสีน้ำเงินเข้มตัวใหญ่คลุมทับร่างเพื่อกันลม สองแขนเรียวกอดรัดรอบเอวสอบของหนุ่มวิศวะแน่น ใบหน้าซบลงกับแผ่นหลังกว้างที่แผ่ความอบอุ่นมาให้ตลอดทางจากคนที่เคยเอาแต่หนีและซ่อนตัวร้องไห้ ตอนนี้หัวใจของเดือนสถาปัตย์กลับเต้นด้วยจังหวะที่มั่นคงขึ้น... เพราะเขารู้แล้วว่าเขาไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับความโหดร้ายนี้เพียงลำพังรถมอเตอร์ไซค์เลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าช็อปคณะวิศวกรรมศาสตร์ บรรยากาศที่นี่คึกคักผิดกับเวลาสองทุ่ม แก๊งเสื้อช็อปนับสิบชีวิตยืนออหน้าคอมพิวเตอร์เกมมิ่งสเปกเทพที่ถูกยกมาตั้งไว้กลางโต๊ะประชุมช่าง โดยมี 'แจ็ค' รับบทเป็นโปรแกรมเมอร์หัวโจกกำลังรัวแป้นคีย์บอร์ดอย่างเมามัน"มาแล้วเหรอวะไอ้พระเอก! กูเซตระบบรอเรียบร้อยแล้ว!" แจ็คหันมาตะโกนเรียกทันทีที่นอร์ธจูงมือคินน์เดินเข้ามาในช็อป "กูเชื่อมต่อจอขึ้นโปรเจกเตอร์ให้ด้วย จะได้เห็นคอมเมนต์ชัดๆ เอาแอคเคาท์ IG ของคิน
เมื่อโลกทั้งใบโหดร้ายและมืดมิด ขอแค่สิทธิ์โอบกอดไว้ไม่ยอมหนี น้ำตาเปื้อนสองแก้มไม่หลีกลี้ กอดดวงนี้ให้รู้ว่า...ยังมีกูลมพัดแรงบนชั้นดาดฟ้าร้างหอบเอาความเย็นเยียบมากระทบผิว แต่คินน์กลับรู้สึกหนาวเหน็บจากข้างในมากกว่า เขานั่งขดตัวอยู่มุมกำแพง ปล่อยให้น้ำตาแห่งความหวาดกลัวไหลอาบแก้ม พร้อมกับเอ่ยปากไล่ผู้ชายคนเดียวที่พยายามเดินเข้ามาหา"มึงคิดว่ากูตามหามึงแทบพลิกแผ่นดิน... เพื่อมาฟังคำบอกเลิกปัญญาอ่อนนี่เหรอคินน์"คำตวาดของนอร์ธไม่ได้ทำให้คินน์กลัว แต่มันทำให้เขายิ่งสะอื้นหนักขึ้น ร่างโปร่งหลับตาปี๋ เตรียมใจรับความโกรธเกรี้ยว หรือไม่ก็นอร์ธที่หันหลังเดินจากไป ทิ้งเขาไว้กับความมืดมิดเหมือนที่คนอื่นๆ เคยทำแต่ทว่า... สิ่งที่ตามมากลับไม่ใช่เสียงฝีเท้าที่เดินห่างออกไปสวบ...นอร์ธทิ้งตัวลงคุกเข่าบนพื้นซีเมนต์สากๆ ตรงหน้าคินน์อีกครั้ง โดยไม่สนว่ากางเกงยีนส์ตัวเก่งจะเปื้อนฝุ่นหนาแค่ไหน ชายหนุ่มร่างใหญ่ไม่ได้พูดพร่ำทำเพลง เขาขยับตัวเข้าประชิด สอดท่อนแขนแข็งแรงที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเข้าใต้รอยพับเข่าและแผ่นหลังที่กำลังสั่นเทา ก่อนจะออกแรงดึงรั้งร่างของเดือนสถาปัตย์เข้ามากระแทกอกกว้างอย่างจัง!"
คำลวงสาดซัดดั่งพายุคลั่ง แผลเก่าตอกย้ำจนใจพังต้องหนีหาย ปิดกั้นทุกทางหลบซ่อนตัวคล้ายคนตาย พลิกแผ่นดินแทบมลาย...ตามหาหัวใจที่หลุดลอยติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันต่างๆ ในโทรศัพท์ของทุกคนในสตูดิโอสถาปัตย์ดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน ราวกับมีใครมากดปุ่มระเบิดเวลาคินน์นั่งตัวแข็งทื่ออยู่ที่โต๊ะดราฟต์ไฟ ดวงตากลมโตจ้องค้างอยู่ที่หน้าจอโทรศัพท์ของมิกซ์ ตัวอักษรในแคปชั่นเพจแฉรายวันมหาลัยพร่ามัวไปหมด เสียงซุบซิบนินทาที่เคยดังแว่วๆ ตอนนี้เริ่มขยายวงกว้างและพุ่งเป้ามาที่เขาโดยตรง"เฮ้ย... ในเพจบอกว่าคินน์แอบคบซ้อนตั้งแต่วันปฐมนิเทศเลยว่ะ" "จริงดิ? มิน่าล่ะ พอเลิกกับพี่เต้ปุ๊บก็เปิดตัวคบเด็กช่างปั๊บ ไวไปป่าววะ" "ดูหน้าใสๆ ไม่น่าเชื่อเลยเนอะว่าจะเป็นคนแบบนี้ สงสารพี่เต้ว่ะ โดนสวมเขามาตั้งสามปี"เสียงกระซิบกระซาบจากโต๊ะรอบๆ แม้จะพยายามกดให้เบา แต่มันกลับดังก้องอยู่ในโสตประสาทของคินน์ชัดเจนทุกถ้อยคำภาพในอดีตเมื่อสามปีก่อนตีรวนขึ้นมาเป็นฉากๆ... วันที่เต้แอบไปมีคนอื่น แต่กลับจัดฉากโยนความผิดให้คินน์เป็นคนงี่เง่า วันที่เพื่อนหลายคนตีตัวออกห่างเพราะเชื่อคำโกหกของเต้ วันที่เขาต้องฝืนย
ลายเส้นสลักรักซ่อนไว้เนิ่นนาน ก่อนโลกออนไลน์จะเชื่อมใจสอง ความลับเปิดเผยหมดสิ้นไร้กรงทอง ถึงเวลาเดินหน้ารุก...ไม่กั๊กใจ08:00 น. หน้าห้องพักคอนโดของคินน์ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นตรงเวลาเป๊ะราวกับตั้งนาฬิกาปลุก ทำเอาคนที่นั่งตาค้างอยู่บนโซฟามาทั้งคืนสะดุ้งสุดตัว คินน์ในสภาพสวมเสื้อยืดตัวย้วยกับกางเกงขาสั้น ใต้ตาคล้ำเป็นหมีแพนด้า ยันตัวลุกขึ้นยืนด้วยขาสั่นๆ ในมือของเขากำ 'สมุดสเก็ตช์ปกดำ' ของนอร์ธไว้แน่นจนข้อนิ้วซีดขาวเขาเดินไปที่ประตู สูดหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนจะกระชากบานประตูเปิดออกร่างสูงใหญ่ในชุดนักศึกษาที่ไม่ค่อยเรียบร้อยนักยืนอยู่ตรงหน้า นอร์ธพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นลวกๆ มือข้างหนึ่งถือแก้วอเมริกาโน่เย็น ส่วนอีกข้างถือถุงแซนด์วิชแฮมชีสแบบไม่ใส่มายองเนส กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นผสมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ลอยมาปะทะจมูกคินน์"ตื่นเช้าเหมือนกะ..." นอร์ธกำลังจะเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้มมุมปาก แต่เสียงของเขาก็ขาดหายไปเมื่อสายตาเลื่อนลงมาเห็น 'วัตถุพยาน' ในมือของคินน์บรรยากาศหน้าประตูห้องชะงักกึกไปชั่วอึดใจคินน์เชิดหน้าขึ้น พยายามทำใจดีสู้เสือ ชูสมุดสเก็
จับมือกันอยู่ดีๆ เพื่อนดันเห็น เกิดอาการซ่อนเร้นจนสับสน แก้ตัวน้ำขุ่นๆ ชวนขบขันกันทุกคน ยิ่งดิ้นรนยิ่งโดนแซว... แฟนวิศวะแสงแฟลชจากกล้องโทรศัพท์มือถือของแจ็คสว่างวาบเข้าตา คินน์สะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อต ร่างโปร่งกระชากมือตัวเองออกจากการเกาะกุมของนอร์ธอย่างรวดเร็วชนิดที่ว่าถ้าเกิดประกายไฟได้คงเกิดไปแล้ว!"ชะ... เชี่ย! ไม่ใช่นะเว้ย! พวกมึงเข้าใจผิดแล้ว!"คินน์แหกปากลั่นถนนเจริญกรุง ใบหน้าขาวเนียนที่เพิ่งซับสีเลือดจากความเขินเมื่อครู่ ตอนนี้แดงเถือกลามไปถึงยันคอหอย สมองของเดือนสถาปัตย์ผู้ชาญฉลาดประมวลผลหาทางรอดอย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่แก๊งเสื้อช็อปนับสิบชีวิตยืนอ้าปากค้าง สลับกับมองหน้านอร์ธและคินน์ไปมา"เข้าใจผิดอะไรวะคินน์! เมื่อกี้กูเห็นเต็มสองตาว่าไอ้นอร์ธมันจับมือมึงเดินยิ้มหน้าบานออกมาจากซอย!" แจ็คตะโกนกลับ มือยังคงถือโทรศัพท์ถ่ายคลิปไม่ยอมลดลง "นี่มึงสองคนไม่ได้แค่เล่นละครตบตาแฟนเก่าตามที่ข่าวลือในมอเขาว่ากันเหรอวะ! มึงคบกันจริงดิ!""บ้า! คบจริงที่ไหนเล่า! กู... กู..." คินน์ละล่ำละลัก สายตาล่อกแล่กมองซ้ายมองขวา ก่อนจะโพล่งประโยคแรกที่แล่นเข้ามาในหัวออกไป "กูสะดุดล้ม! เออ! ถนนมัน
พวงกุญแจสื่อรักทักให้สืบ แอบกระคืบตามติดประชิดร่าง แกล้งปลอมตัวพรางหน้าหลบตามทาง ความลับบางเริ่มกระจ่างกลางสายตาแสงแดดรำไรยามบ่ายส่องลอดใบไม้ลงมาตกกระทบบนพื้นคอนกรีตหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์คินน์ยืนหลบอยู่หลังต้นตีนเป็ดน้ำขนาดใหญ่ สภาพของเดือนคณะสถาปัตย์ผู้หล่อเนี้ยบในวันนี้ ถูกแทนที่ด้วยเสื้อฮู้ด
โทรศัพท์สั่นระรัวตัวแทบแข็ง ต้องรีบแสร้งตีหน้าตายซ่อนความลับ รอดตัวไปแบบฉิวเฉียดหวุดหวิดนัก แต่ความรักที่ปิดไว้...สั่นยิ่งกว่าอากาศยามบ่ายที่ร้อนอบอ้าวดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะสายตาของคินน์จับจ้องไปที่กระเป๋ากางเกงยีนส์ของนอร์ธที่เพิ่งหยุดสั่นไปเมื่อเสี้ยววินาทีที่แล้ว สลับกับมองใบหน้าคมคายท
สายเรียกเข้าขัดจังหวะกระชากอารมณ์ รักที่บ่มแทบระเบิดเกิดความหวง คว้ามือถือตอกกลับไปไม่อำพราง ลบทุกภาพคนหลอกลวง...ทวงสิทธิ์แฟน(จริง)เสียงสั่นของโทรศัพท์มือถือที่ดังแทรกขึ้นมาในซอยแคบๆ ราวกับเสียงไซเรนเตือนภัยสลายบรรยากาศโรแมนติกที่กำลังก่อตัวขึ้นจนแตกกระจายคินน์ยืนตัวแข็งทื่อ แผ่นหลังยังคงแ
ความลับพังทลายเมื่อสบตา สติหลุดลนลานต้องหนีหน้า ตามง้อขอโทษที่หลอกมา เพราะความรักที่ซ่อนไว้...มันใหญ่เกิน ความเงียบในร้าน 'Book & Bean' อื้ออึงจนแทบจะกลายเป็นเสียงวิ้งในโสตประสาทคินน์นั่งแปะอยู่บนพื้นท่ามกลางกองหนังสือที่หล่นกระจาย ดวงตากลมโตสั่นระริกขณะจ้องมองใบหน้าของนอร์ธที่อยู่หลังเคาน์เต







