Home / โรแมนติก / แต่งงานกันไหม? ยัยเพื่อนซี้ / ตอนที่ 2 : จีบเพื่อนสนิท (1)

Share

ตอนที่ 2 : จีบเพื่อนสนิท (1)

last update publish date: 2026-10-24 02:31:58

บทที่ 1

: เอพริล

เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้น ฉันกำลังนั่งอยู่ในห้องนอนเพื่อเขียนแผนอนาคตหลังจากเรียนจบอยู่

“ฉันควรเริ่มจากตรงไหนก่อนดีล่ะ เฮ้อ” ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“พี่เอพริล  พ่อให้มาตามลงไปข้างล่างอ่า” จู่ ๆ ยัยน้องสาวตัวแสบอายุ 13 ที่ใส่แว่นหนาเตอะก็วิ่งพรวดเข้ามาในห้องของฉันโดยไม่เคาะประตูก่อน

“นี่ยัยแจน ช่วยเคาะก่อนเข้ามาหน่อยได้ไหมคะ?คุณน้องสาว” ฉันพูดด้วยเสียงประชดประชัน

“ทำไมฉันต้องเคาะด้วย หรือว่าพี่ซ่อนผู้ชายไว้อ่อ แล้วพี่กลัวฉันเข้ามาเห็นล่ะสิ ฮ่า ๆ ๆ”

“ยัยน้องสาวตัวแสบ” พูดจบฉันก็ลุกขึ้นจากเตียงเพื่อไปดึงหูข้างซ้ายของยัยแจนหนึ่งที และฉันก็รีบวิ่งลงไปหาพ่อที่ห้องนั่งเล่น

          

“พ่อให้ยัยแจนไปตามหนูมา พ่อมีอะไรหรือเปล่าคะ?” ฉันถามพ่อขึ้น

“นั่งก่อนสิลูก พ่อจะถามว่า ตอนนี้หนูก็เรียนจบแล้ว หนูวางแผนอะไรไว้หรือยัง?”

“อ่อ หนูวางไว้บ้างแล้วค่ะพ่อ แต่มันก็ไม่ง่ายที่จะทำเลยค่ะ” ฉันพูดด้วยสีหน้าที่สลดลง

“งั้นลองบอกพ่อมาก่อนสิ ว่าหนูอยากทำอะไร”

“หนูอยากเปิดร้านกาแฟเป็นของตัวเองค่ะพ่อ แต่มันต้องใช้เงินมาก และก็ต้องมีความรู้ด้วย ตอนนี้หนูยังไม่มีทั้งเงินลงทุน และก็ไม่มีความรู้เรื่องร้านกาแฟเลยค่ะ”

“ไม่ต้องห่วงเลยลูก” แม่ที่กำลังทำอาหารอยู่ในครัว ก็เดินเข้ามาร่วมวงสนทนาของพวกเราด้วย “เรื่องเงินลงทุน พ่อกับแม่มีเงินเก็บไว้ให้หนูอยู่แล้ว ส่วนเรื่องความรู้ของร้านกาแฟ ลูกชายของเพื่อนแม่เขาเป็นเจ้าของร้านกาแฟเหมือนกัน ระหว่างหนูกำลังหาทำเลร้าน หนูลองไปเป็นเด็กฝึกงานที่ร้านของพี่เขา    ดีไหมลูก” แม่เสนอไอเดียขึ้นมา

“ดีเลยค่ะแม่ หนูจะได้ไม่ต้องเสียเงินไปเรียนด้วย แถมยังได้เงินอีก อิอิ” ฉันยิ้มออกมาด้วยความสุข “ว่าแต่หนูจะเริ่มงานได้เร็วที่สุดเมื่อไหร่คะแม่” ฉันถามแม่ขึ้น ด้วยความที่ใจร้อนเพราะไฟแห่งความมุ่งมั่นของฉันกำลังพุ่งแรงแล้วตอนนี้

“วันนี้เลยก็ได้นะลูก หนูพร้อมไหมล่ะ?”

“พร้อมค่ะ หนูพร้อมแล้วค่ะ”

“งั้นเดี๋ยวแม่ส่งโลเคชั่นให้หนูในไลน์นะ แล้วเดี๋ยวแม่จะบอกเพื่อนแม่ให้บอกลูกชายเขาไว้ว่า วันนี้ลูกสาวคนสวยของแม่จะไปฝึกงานที่ร้านพี่เขา”

“ได้เลยคร้าแม่ ว่าแต่พี่เขาชื่ออะไรหรอคะ?”

“พี่เขาชื่อเอดีนจ้าลูก พี่เขาหล่อมากเลยนะลูก” แม่พูดด้วยสีหน้าที่ปลื้มปลิ่ม อย่าบอกนะว่าแม่กำลังคิดจะจับคู่ให้ฉันกับพี่เขา

“นำเสนอเก่งนะคะแม่ ฮ่า ๆ ๆ” ฉันหัวเราะออกมาด้วยความรู้ทันแม่ “งั้นเดี๋ยวหนูรีบแต่งตัวไปร้านกาแฟของพี่เขาเลยนะคะ”

“โอเคจ้าลูก”

พูดคุยกับพ่อกับแม่จบ ฉันก็รีบวิ่งขึ้นไปแต่งตัวอย่างว่องไว และวิ่งลงมาคว้ากุญแจรถยนต์เพื่อจะขับไปตามโลเคชั่นที่แม่ส่งมาให้

ระหว่างที่ฉันกำลังจะเลี้ยวรถออกจากหน้าบ้านนั้น

เอี๊ยดดดดดดดดดดดดดดดดดด

“ว้ายยยยยยยยยยยยยยยยยย” ฉันร้องออกมาพร้อมกับรีบเบรกกะทันหันทันที เมื่อจู่ ๆ มอเตอร์ไซค์  สีน้ำเงินดันขับมาขว้างหน้าของฉัน และฉันก็รู้ทันทีว่านี่เป็นมอเตอร์ไซค์ของใคร

“นี่ไอ้เกอร์ แกขับรถมาขว้างฉันทำไมเนี่ย ฉันจะรีบไปทำธุระ” ฉันเปิดกระจกด่าไอ้เกอร์ด้วยความโมโหทันที

ไอ้เกอร์ลงจากรถมอเตอร์ไซค์ของเขา และเดินมาเปิดประตูรถของฉันออก

“นี่แกจะทำอะไรของแกเนี่ย ฉันจะรีบไปทำธุระ”

“อ่าให้” จู่ ๆ มันก็ยื่นดอกกุหลาบสีแดงสด 2 ดอกมาให้ฉัน

“นี่แกทำอะไรของแกอีกเนี่ย เมื่อวานฉันก็งงจะแย่อยู่แล้ว วันนี้แกยังจะทำให้ฉันงงอะไรอีก” ฉันเอามือขึ้นกุมขมับด้วยความกลุ้มใจกับไอ้เพื่อนบ้าคนนี้ซะเหลือเกิน นี่มันเป็นอะไรของมันอีกว่ะเนี่ย

“ฉันเอามาให้แกไง นี่เป็นดอกกุหลาบ 2 ดอก ซึ่งมีความหมายว่าแกกับฉัน เราจะตกอยู่ในห้วง แห่งความรักอย่างมีความสุขไง” เขาพูดด้วยใบหน้าที่ยิ้มหวานฉ่ำ ในขณะที่ฉันยังงงว่าไอบ้านี่มันประสาทกลับไปแล้วใช่ไหมเนี่ย!

“จูนสมองหน่อยนะแก เผื่อช่วงนี้สมองของแกมันจะผิดปกติ” ฉันพูดขึ้น พร้อมกับมองหน้าไอ้เกอร์ด้วยความงุนงง “นี่ถ้าแกไม่ใช่เพื่อนสนิทของฉัน ฉันก็คงคิดว่าแกกำลังจะจีบฉันอยู่แน่ ๆ”

“ก็ฉันกำลังจีบแกอยู่ไง”

“โอ้ยยยย ไอ้เกอร์ สมองของแกคงมีปัญหาแล้ว  จริง ๆ ฉันจะรีบไปทำธุระ ฉันไปก่อนนะ” พูดจบ ฉันก็เตรียมจะชิ่งหนีขึ้นรถทันที แต่ไอ้เกอร์ดันคว้าข้อมือของฉันไว้ได้ทัน

“แกจะรีบไปไหน ให้ฉันไปส่งไหม?”

“ถ้าแกไปส่ง แล้วตอนกลับฉันจะกลับอย่างไงล่ะ ให้ฉันเอารถฉันไปนี่แหละ เดี๋ยวเผื่อฉันทำธุระนาน อาจจะกลับเย็น ๆ ค่ำ ๆ เลยนู้นแหละ”

“ไม่เป็นไร ฉันรอแกได้”

โอ้ยยยยยยยยยย ไอ้บ้า แกจะมาบ้าอะไรตอนนี้ฟ่ะเนี่ย แต่ตอนนี้ฉันจะบ้าก่อนแกแล้ว

“ไม่เป็นไรหรอกแก ฉันอยากไปเองมากกว่า” ฉันพยายามพูดด้วยความใจเย็น ทั้งที่ในใจลึก ๆ ตอนนี้ ฉันอยากจะควักสมองของไอ้เกอร์ไปให้หมอเช็คสักที

“แกเปลี่ยนไปอ่า เมื่อก่อนแกก็ให้ฉันไปรับไปส่ง แต่ทำไมตอนนี้ฉันไปไม่ได้แล้วอ่า”

โอ้ยยยยยยยยยยยยยย ฉันอยากตาย ฉันจะบ้าจริง ๆ แล้วนะเว้ย

“ไอ้เกอร์ นี่แกเหงาใช่ไหม? หรือว่าแกโดนเหล่าสาว ๆ ในสต๊อกของแกทิ้งมา แกถึงได้พูดจางงไปหมดแบบนี้”

“ฉันไม่ได้โดนทิ้งหรอก แต่ฉันบอกเลิกผู้หญิงพวกนั้นหมดแล้ว เพราะฉันสัญญาว่าจะรักแกแค่คนเดียว”

“ไอ้เกอร์ ไอ้บ้า ฉันจะบ้าตายกับแกแล้วนะ ความรักไม่ใช่ไม้ขีดไฟนะ จุดปุ้ปจะได้ติดปั้ป แล้วสิ่งที่แกกำลังทำอยู่ตอนนี้มันจะทำให้ฉันอึดอัด กลับไปเช็คสมองของแกก่อน ไว้สมองของแกคิดทบทวนเรื่องพวกนี้ได้แล้ว ฉันถึงจะกลับมาคุยกับแก แต่ถ้าแกยังบ้าแบบนี้ ฉันขอบายนะ” พูดจบฉันก็รีบสตาร์ทรถออกไปอย่างว่องไว เดี๋ยวเผื่อมันเกิดบ้าขึ้นมาพร้อมกับสรรหาคำพูดน้ำเน่าขึ้นมาพูดกับฉันอีก ฉันคงรู้สึกอยากจะอ้วกแตกแล้ว

: ไทเกอร์

“ทำไมจีบเพื่อนสนิทมันถึงได้ยากเย็นขนาดนี้ว่ะ”

_______________________________________________________________

ฝากกดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ^^

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แต่งงานกันไหม? ยัยเพื่อนซี้   ตอนที่ 18 : ความโกรธ ความหึงหวง (2)

    “ไอ้เกอร์” ฉันจับใบหน้าของมันให้มามองที่ฉัน“ก็แก” แล้วในที่สุดมันก็ยอมพูดจนได้ “แกแต่งตัวแบบนี้ ผู้ชายมันถึงได้ทำแบบนั้นกับแกไง”“เดี๋ยวก่อนนะ แกพยายามจะบอกว่า ไอ้เหตุการณ์บ้า ๆ ที่เกิดขึ้นในงานปาร์ตี้เมื่อกี้ เกิดขึ้นเพราะฉัน” ฉันตวาดใส่ไอ้เกอร์ด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธ“ก็ถ้าแกไม่แต่งตัวยั่วคนอื่นแบบนั้น มันก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอก” ไอ้เกอร์พูดด้วยเสียงเรียบเฉย นั้นยิ่งทำให้ฉันโกรธขึ้นไปอีก“ฉันขอพูดอะไรหน่อยนะ ทำไมเวลาผู้หญิงแต่งตัวไม่เรียบร้อย แล้วมีผู้ชายมาลวนลาม ทำไมความผิดถึงกลายเป็นของฝ่ายผู้หญิงฝ่ายเดียว ทั้ง ๆ ที่ผู้หญิงก็มีสิทธิและเสรีภาพในการแต่งตัวอย่างไงก็ได้ แต่ทำไมไม่มีใครคิดจะโทษว่าเป็นเพราะผู้ชายนั้นสารเลวเอง ถ้าผู้ชายเหล่านั้นไม่ได้มีจิตใจที่สกปรก ต่อให้ผู้หญิงจะแต่งตัวแบบไหน พวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปลวนลาม ผู้หญิงอย่างเราก็มีสิทธิ์ในการเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบไหนก็ได้ ทำไมผู้ชายถึงเอาแต่มาโทษผู้หญิงอย่างเรา” พูดจบฉันก็เดินเปิดประตูรั้ว และเดินเข้าบ้านไปทันทีฉันได้ยินเสียงของไอ้เกอร์เรียกตามหลังมา แต่ความโกรธของฉันตอนนี้ทำให้ฉันไม่อยากหันกลับไปมองหน้ามัน

  • แต่งงานกันไหม? ยัยเพื่อนซี้   ตอนที่ 17 : ความโกรธ ความหึงหวง (1)

    บทที่ 5เอพริล :ฉันเดินไปอยู่ในงาน แต่ก็ยังไม่มีหนุ่ม ๆ เข้ามาจีบสักคน คงจะเป็นเพราะไอ้เกอร์ตัวแสบจริง ๆ ด้วย “ฮึ่ม เอาไงดีหว่า” ฉันคิดไปไปคิดมาก็หันไปเห็นไอ้เกอร์กำลังยืนจีบสาวอยู่ “ทำไมแกไปจีบคนอื่นได้ แต่ฉันไม่สามารถจีบคนอื่นได้ล่ะ เอ๊ะ!! ใช่ ถ้าผู้ชายไม่เดินเข้ามาจีบฉัน งั้นฉันก็จะเป็นฝ่ายเข้าไปจีบเขาแทน”เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉันก็สอดส่องสายตาไปรอบ ๆ งานเพื่อหาเป้าหมายที่จะหล่อ และดูดี “ใครดีนร้า” ฉันบ่นกับตัวพึมพำ และมองหาเป้าหมายไปด้วยและในที่สุด สายตาของฉันก็ไปสะดุดเข้ากับผู้ชายตัวสูง ผมสีน้ำตาลอ่อน ที่อยู่ในเสื้อสูทเปิดอกเล็กน้อย ช่างดูเซ็กซี่เหลือเกิน“นั้นไง พ่อหนุ่มคณะวิศวะคนนั้นแหละที่เหมาะเป็นเป้าหมายของฉันที่สุด” เมื่อบ่นกับตัวเองเสร็จ ฉันก็คว้าแก้วน้ำส้มแล้วเดินเข้าไปหาเขาทันที แต่จะให้ได้เดินเข้าไปจีบเขาตรง ๆ เลยก็จะดูอ่อยเกินไป ดังนั้น ฉันจึง“อุ้ย! ขอโทษนะคะ เอพริลไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ค่ะ” แล้วก็เป็นไปตามแผนนางร้ายในละคร เมื่อฉันทำเป็นแกล้งเดินสะดุดขาตัวเองเพื่อทำน้ำส้มกระเด็นจากแก้ว จนไปโดนเสื้อสูทของเขา“ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” เขาถามขึ้น พร้อ

  • แต่งงานกันไหม? ยัยเพื่อนซี้   ตอนที่ 16 : ดอกกุหลาบสื่อรัก (4)

    “สวัสดีครับคุณไทเกอร์ วันนี้ผมจะขอมารับเอพริลไปที่ร้านกับผมนะครับ” พี่เอดีนพูดกับไอ้เกอร์ด้วยความสุภาพ สายตาที่มองกลับไปหาไอ้เกอร์ด้วยความนิ่ง และคำพูดที่เรียบเฉียบ ไม่รู้ว่าเป็นการขออนุญาตหรือเป็น คำบอกกล่าวกันแน่ แต่ที่รู้ ๆ ตอนนี้คือสายตาของไอ้เกอร์ที่มองไปที่พี่เอดีนเริ่มจะไม่โอเคซะแล้ว“เอ่อ คือว่าพี่เอดีน พอดีว่าไหน ๆ ไทเกอร์ก็มารับเอพริลที่บ้านประจำอยู่แล้ว ก็ให้เอพริลไปกับไทเกอร์เหมือนเดิมจะดีกว่านะคะ” ฉันพูดขึ้นบ้าง เพราะลองถ้าฉันบอกว่าไปกับพี่เอดีนสิ มีหวังไอ้เกอร์งอนฉันแน่ เอาว่ะ พี่เอดีนเป็นผู้ใหญ่กว่า เขาคงจะเข้าใจฉันนะ“งั้นตั้งแต่พรุ่งนี้ไป พี่ขอเป็นคนมารับส่งน้องเอพริลเองทุกวันนะครับ” พี่เอดีนหันหน้ามาพูดกับฉัน“ไม่ได้” แล้วไอ้เกอร์ก็ขัดพี่เอดีนขึ้นมาทันควันพ่อ แม่ เห็นสถานการณ์ตรงนี้ไม่ดี จึงดึงผมเปียของยัยแจนให้ออกไปจากห้องอาหารนี้ด้วยกันทันที“คุณพาเอพริลซ้อนมอเตอร์ไซค์ทุกวันแบบนี้มันอันตรายนะ สู้ให้น้องเอพริลไปรถยนต์กับผมดีกว่าเพราะปลอดภัยกว่าเยอะ” เหตุผลที่พี่เอดีนพูดขึ้น ทำให้ไทเกอร์เงียบไปครู่หนึ่ง“แต่ผมก็พาเอพริลซ้อนมอเตอร์ไซค์มาตั้งแต่สมัยเรียนเป็นสิบ ๆ

  • แต่งงานกันไหม? ยัยเพื่อนซี้   ตอนที่ 15 : ดอกกุหลาบสื่อรัก (3)

    “ใช่ค่ะ เอพริลเป็นแฟนของพี่เอดีนเองค่ะ” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับขยับตัวเข้าไปชิดกับพี่เอดีนให้แนบแน่นกว่าเดิม จนยัยฟางทนไม่ไหว และพุ่งมากระชากตัวฉันออกจากพี่เอดีนทันที“โอ้ยยยย” ฉันล้มลงกระแทกกับพื้นอย่างแรง“น้องเอพริล เป็นอะไรไหมครับ?” พี่เอดีนค่อย ๆ พยุงร่างของฉันขึ้นจากพื้น และหันไปต่อว่ายัยคุณฟางทันที “นี่มันจะเกินไปแล้วนะ กลับไปได้แล้วฟาง ผมไม่อยากให้คุณมาวุ่นวายกับแฟนของผมอีก”“ไม่ค่ะ ฟางไม่กลับ และฟางก็ไม่มีทางเชื่อด้วยว่าพี่เอดีนคบกับยัยเด็กคนนี้ ฟางมาเฝ้าพี่เอดีนออกจะบ่อย เพิ่งจะมาเห็นยัยเด็กผู้หญิงคนนี้ก็วันนี้นี่เอง” ยัยคุณฟางพูดขึ้นด้วยที่เสียงอันแหลมจนทะลุแก้วหู“กลับไปได้แล้วฟาง แล้วก็เลิกมาวุ่นวายกับที่นี่อีก แล้วอีกอย่าง อย่ามาทำกริยาแบบนี้กับแฟนของผมอีก ผมไม่ชอบ” พี่เอดีนพูดตอบกลับไปด้วยเสียงแข็งกร้าว จนทำให้ดวงตาของยัยคุณฟางเริ่มเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา“เอดีนใจร้ายกับฟางมากไปแล้วนะคะ ฟางจะไม่ยอมแค่นี้แน่นอนค่ะ” เธอตอบกลับด้วยเสียงที่สั่นคลอ และในที่สุดน้ำตาของเธอก็ไหลออกมาจนได้ยัยคุณฟางเดินออกไปจากร้านด้วยความว่องไว พร้อมกับปาดน้ำตาออกเพื่อไม่ให้ใครเห็นถึงความอ่อนแอหน้าตาก็ส

  • แต่งงานกันไหม? ยัยเพื่อนซี้   ตอนที่ 14 : ดอกกุหลาบสื่อรัก (2)

    ผู้หญิงสาวสาว หุ่นผอมเพรียวเดินเข้ามาในร้าน ดวงตาสีน้ำตาล จมูกที่คมสัน พร้อมกับผมสีดำสนิทและตรงยาวสลวยงดงาม เดินเข้ามาสู่ในร้าน พนักงานทุกคนรีบวิ่งหน้าตาตื่นไปตอนรับเธอทันที ฉันยืนมองผู้หญิงคนนั้นด้วยความมึนงงไปพักใหญ่“สวัสดีค่ะ คุณฟาง เชิญนั่งก่อนค่ะ” พี่น้ำส้ม ยกมือไหว้ พร้อมกับเชิญให้ผู้หญิงคนสวยที่ชื่อฟางนั่งลงกับเก้าอี้“ชาเนส 1 แก้ว” เธอสั่งเมนูด้วยเสียงเรียบเฉียบ ท่านั่ง และสายตาที่มองไปรอบ ๆ ร้านของเธอช่างดูเป็นผู้หญิงที่มีอำนาจในอายุน้อยเหลือเกิน“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” พี่น้ำส้มรับเมนูด้วยตัวเอง และรีบนำไปส่งให้พี่แอมป์ที่เป็นบาริสต้า“และนั้นใคร พนักงานใหม่หรอ?” ผู้หญิงคนสวยที่ชื่อฟางคนนั้นถามพี่น้ำส้มขึ้น พร้อมกับมองหน้ามาที่ฉัน แต่สายตาที่เธอส่งมานั้น ช่างไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย“ใช่ค่ะคุณฟาง น้องเป็นคนรู้จักของคุณเอดีน และกำลังฝึกงานอยู่ที่นี่ค่ะ” พี่น้ำส้มตอบกลับด้วยความนอบน้อม ในขณะที่ผู้หญิงคนนั้นกลับมองมาที่ฉันด้วยสายตาที่เหยียดฉันดูออกนะ ว่าคุณไม่ชอบฉันได้แต่คิดโมโหในใจ ว่าทำไมฉันต้องมายืนให้ผู้หญิงคนนี้มองเหยียดด้วยความดูถูกด้วยนะ ฉันเป็นเด็กฝึกงานแล้วมันไปหนักศีรษ

  • แต่งงานกันไหม? ยัยเพื่อนซี้   ตอนที่ 13 : ดอกกุหลาบสื่อรัก (1)

    บทที่ 4เอพริล :เช้าตรู่ของวันใหม่เริ่มต้นขึ้น ร่างกายของฉันยังคงพลิกไปมาบนที่นอนสีชมพู ดวงตาของฉันยังคงปิดอยู่ แต่แสงแดดที่ส่องทะลุผ้าม่านเข้ามากระทบกับดวงตาที่ปิดอยู่ของฉัน ทำให้ฉันรู้สึกนอนหลับไม่สนิทแต่ เอ๊ะ!!ไทเกอร์ :วันนี้ผมมาถึงบ้านของเอพริลแต่เช้า แม่ของเอพริลเลยเชิญให้ผมมารอในห้องรับแขก แต่ผ่านไปสักพักผมรู้สึกอยากแกล้งเอพริลขึ้นมา จึงตั้งใจจะไปปลุกเธอที่ห้องนอนซะหน่อย เนื่องจากว่า แม่ของเอพริลไว้ใจผมมาก จึงทำให้ผมสามารถเข้ามาป่วนเอพริลถึงบนห้องได้เป็นประจำผมค่อย ๆ เปิดประตูห้องของเอพริลเข้ามาอย่างเบามือ เห็นร่างบอบบางกำลังพลิกตัวหนีแสงแดดที่กำลังทะลุผ่านผ้าม่านเข้ามากระทบกับใบหน้าของเธอ ผมค่อย ๆ เดินอย่างเบา ๆ เพื่อไปยืนบังแสงแดดตรงนั้น ผมใช้ลำตัวของผมกำบังไม่ให้แสงแดดส่องทะลุไปกระทบกับใบหน้าของเธอได้ ร่างบางหยุดพลิกตัวไปมา และหลับต่ออีกครั้งผมยืนกำบังแสงแดดอยู่ตรงนั้นเป็นเวลาสักพัก ผมไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว ผมรู้เพียงแต่ว่า การได้ยืนมองความไร้เดียงสาของเธออยู่ตรงนี้อย่างเงียบ ๆ มันทำให้ผมรู้สึกสบายใจมีคนกล่าวว่า จงเลือกคนที่ทำให้คุณหัวใจของคุณสงบ มากกว่า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status