เข้าสู่ระบบในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน
“ทางขวาคันเร่ง ทางซ้ายเบรกค่ะ”
น่านฟ้าบอกฉันและงอตัวเป็นกุ้ง ในขณะที่ตอนนี้ฉันกล้าเหยียบคันเร่งแค่สี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น
“ถ้าพี่ลูกศรขับรถเร็วแค่นี้ ฟ้าว่าฟ้าคงไปเกิดใหม่ก่อนถึงกรุงเทพพอดี”
“พี่...พี่”
ฉันเอ่ยได้แค่นั้น ในใจมีแต่ภาพอุบัติเหตุ เสียงรถแหกโค้ง ตอนนี้มือฉันกำเกร็ง สายตาจ้องมองตรง ลำคอเกร็ง ดูกระจกซ้ายขวาและกระจกหลัง ด้วยความกังวล
“ฟ้าจะชวนพี่คุย พี่จะได้หายกลัว”
“ไม่ได้ๆ พี่จะคิดคำถามเอง”
แม้ว่าฉันจะเข้าตาจน แต่ฉันต้องได้อะไรจากสถานการณ์นี้
“ค่ะ ว่ามาเลย”
เสียงน่านฟ้ากัดฟันกรอดส่งตอบฉันมา ทำให้ฉันเป็นห่วงนักร้องหน้าสวยคนนี้
“ใครส่งฟ้ามา งานซีเอสอาร์นี้ เป็นของบริษัทเฮียธนู ไม่สิ เฮียธนูแค่ดูแลอยู่ รู้ได้ไงว่าพี่อยู่ไหน?”
น่านฟ้าส่งเสียงปวดท้องแทนคำตอบ เธอเองก็ต้องการใครสักคน มาหันเหไปสนใจเรื่องอื่นแทนอาการปวดท้องในตอนนี้
“กลุ่มไลน์ค่ะ”
เธอตอบเพียงแค่นั้น ทำให้ฉันยิ่งสงสัย คนอย่างแม่ใหญ่ จะเป็นโจรกระจอกที่โพสต์เรื่องแบบนี้ให้น่านฟ้ารู้ได้ไง ฉันนิ่งคิด ในขณะที่อาการกลัวลดระดับลง
“พี่ไม่เชื่อ”
แต่อีกฝ่ายเอ่ยทั้งที่ยังก้มหน้าว่า
“กลุ่มชื่อว่า ‘สาวเลสแห่งประเทศไทย’ ค่ะ”
เสียงลอดออกมาเบาๆ นั้น ทำให้ฉันเปิดตาโต หันไปมองหน้าเธอ
“หา?”
“พี่ลูกศรคงไม่ทราบ ว่าพี่พึ่งถูกโหวตจากคนในกลุ่มให้เป็นสาวหน้าฟัดเบอร์ต้นๆ ของกลุ่มค่ะ”
ฉันยกมือเกาหัวแกรกๆ งุนงงกับชื่อเสียงที่ตนไม่รู้มาก่อนว่ามีคนตั้งให้ด้วย
“ก็จะมีคนๆ หนึ่ง โพสต์รูปพี่ลูกศรบ่อยๆ แทบทุกอิริยาบถ ทั้งชุดทำงาน ชุดลำลอง หรือชุดว่ายน้ำ”
เธอเงียบไป หันมามองฉัน สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนเอ่ยต่อ
“อย่ามองฟ้าแบบนั้นค่ะ พี่เป็นคนโพสต์ลงโซเชียลเอง แสดงว่าพี่ยอมให้คนอื่นเห็นได้”
“แต่จะเอารูปพี่ไปโหวต โดยไม่ถามพี่ก่อนนี่นะ?”
ฉันเริ่มสนิทกับน่านฟ้าขึ้นทุกที จนแทบตะโกนคุยกัน เมื่อเรื่องที่คุย ออกจะมีอรรถรสขนาดนี้
“แล้ว เขาเมนต์ว่าไงบ้าง?”
“มีแต่ผู้หญิงค่ะ ในกลุ่ม”
“ฟ้าตอบไม่ตรงคำถาม”
ฉันประท้วง ทำให้เธอเงยหน้ามองฉัน ทำสีหน้ากังวล แต่ก็ยอมเอ่ยความในใจ
“น่าฟัด อยากได้เป็นผัว หรือไม่ก็...”
“หรือไม่ก็?”
“จะยอมเลิกคุยกับทุกคน เพื่อได้นั่งตักพี่ครั้งเดียว”
ฉันอ้าปากค้าง จ้องมองน่านฟ้าที่เงยหน้าขึ้นยิ้ม ลืมกลัวถนน ลืมกลัวการขับรถซะสนิท
“ว่าแต่ คนที่โพสต์เป็นใคร?”
ฉันสืบต่อ ไม่ยอมให้เธอว่าง จนกลับไปจดจ่อกับอาการปวดท้อง
“เธอเป็นคนในบ้านพี่นั่นแหละค่ะ แต่ฟ้าขอไม่เอ่ยชื่อ”
“อาฮะ แต่ต่อให้รู้ พี่ก็ไม่โกรธหรอก มีแต่จะปูนบำเหน็จให้”
“คำโบราณจัง”
ฉันทัดผมไว้ข้างหู เผลอเป็นตัวของตัวเองทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าเธอ อาจเพราะความสบายใจที่มีเธออยู่ข้างๆ หรือเพราะรู้สึกเข้ากันได้อย่างสนิทใจ
“พี่ชอบอ่านหนังสือเก่าๆ น่ะ”
“ฟ้าก็ชอบคนยุคเก่า”
เธอไม่เคยยอมแพ้สินะ น่านฟ้า ฉันคิด
“เราห่างกันแค่สองปีเอง”
ฉันบอกด้วยหน้าแดงระเรื่อ ที่โดนเด็กเต๊าะเข้าให้ นี่แปลว่าเราใจตรงกันหรือเปล่านะ?
“พี่ลูกศรดูเป็นผู้ใหญ่กว่าฟ้าเยอะเลยนะคะ”
“พี่ต้องใส่สูททุกวัน เพราะเรื่องงานน่ะ ต้องดูเนี้ยบ แต่เวลาใส่ชุดลำลองแบบนี้ รับรองฟ้าจะสับสนว่านี่ใช่เด็กม.ปลายหรือเปล่า?”
ฉันหัวเราะต่อ สังเกตตัวเองว่า ผู้หญิงคนนี้ทำให้ฉันสบายใจ จนสามารถหัวเราะตอนที่ฉันกำลังกลัวสุดขีดได้
“แล้วฟ้าบอกสาววายคนนั้นหรือเปล่า ว่าตัวเองก็ติดชาร์ตกับเขาด้วย”
“ไม่ได้บอกค่ะ แต่เอ๊ะ! พี่ลูกศรทราบได้ไงว่าฟ้าติดชาร์ตกับเขาด้วย?”
“ตอนแรกพี่ก็ไม่แน่ใจ แต่เรดาร์พวกสาววายคงจะทำงานได้ดี แล้วสวยขนาดนี้ จะไม่โดนโหวตได้ไง?”
“ฟ้าน่ะ เจนภาพจากเอไอขึ้นมา ให้ขี้เหร่หน่อย แล้วก็วนไปเวียนมาอยู่ในกลุ่มนั้นแหละค่ะ”
“แสดงว่า ฟ้ารู้จักพี่มาก่อน ที่พี่จะมาคุยกับค่ายเอ็นแชนทิงมิวสิคสินะ”
“ใช่ค่ะ”
เธอตอบพร้อมโบกมือพัดให้หน้าตัวเอง ซึ่งตอนนี้แดงจัดเหมือนลูกมะเขือเทศ แค่นี้ฉันก็รู้ว่ามีคนเสียอาการแล้วหนึ่ง
“เขินทำไม พี่หน้าเหมือนรักแรกของฟ้าหรือคะ?”
เธอหัวเราะแทนคำตอบ ทั้งที่ตัวยังงอเหมือนเดิม เธอนิ่งไปครู่ใหญ่ ก่อนขอฉัน
“ฟ้ารู้ตั้งนานแล้วว่าพี่จะมาทำงานที่ค่ายเรา พี่ตรงสเปกฟ้า ฟ้าก็เลย...รอ”
เราเงียบไปชั่วครู่ ก่อนน่านฟ้าจะเอ่ยต่อ
“สัญญากับฟ้าก่อน ว่าพี่จะไม่ลงโทษสาววายที่แอบโพสต์รูปพี่ลูกศร เพราะเธอ ทำให้ฟ้ารอเจอพี่ ไม่ไปเซ็นกับค่ายอื่นนะคะ”
“จริงเหรอที่ฟ้า บอกว่ารอพี่?”
เธอไม่ตอบ แล้วฉันจะรู้ได้ไงว่าความจริงคืออะไร
“ฟ้าอยากทำความรู้จักกับพี่ ก็แค่นั้น”
เธอตอบไม่ตรงคำถาม ทิ้งปริศนาไว้ให้ฉัน แล้วไม่พูดอะไรต่อ จนเราเดินทางมาถึงร้านสะดวกซื้อ แบรนด์แนวหน้าของไทย ฉันจอดรถเพื่อซื้อยาให้น่านฟ้า ไม่นานอาการของเธอก็ทุเลา จนสามารถขับรถได้
ฉันรู้สึกเพลียที่ตื่นตั้งแต่เช้า เดินอยู่หลายชั่วโมง แล้วล้าจากการเกร็งเนื้อเกร็งตัวตอนขับรถ ในระหว่างนั่งรถจึงผล็อยหลับไป
ตื่นขึ้นมาอีกที ก็พบอาคารสูงหลายชั้นหนาตา และรู้ว่าเราอยู่ในเขตปริมณฑลเข้าให้แล้ว ในหัวฉันยังติดใจเรื่องกลุ่มไลน์อยู่ และฉันจะไม่ปล่อยโอกาสนี้ไปแน่ๆ
“ขอยืมหน่อยนะคะ”
ฉันหยิบมือถือน่านฟ้า เซลฟี่กับเธอ ก่อนขอให้เธอโพสต์ลงกลุ่ม แค่นี้คนก็จะจิ้นเราสองคน ฉันเองก็จะได้เดินเกมรุก และถือเป็นการโปรโมทนักร้องในค่ายไปพร้อมๆ กัน พวกแม่ๆ กับป๊าจะได้เลิกเอาฉันไปเร่ขายกับตระกูลอื่นสักที
เพราะนี่คือรสนิยมทางเพศของฉัน!
ในมุมมองของโดนัท เมื่อ 15 ปีก่อน อาจเพราะส่วนลึกในใจ ฉันไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง ฉันยังจำภาพที่พ่อทำเหมือนฉันเป็นขยะชิ้นหนึ่งได้ติดตา ฉันคิดอยู่นานว่าถ้าอยากพาพี่นานาไปเที่ยวที่ไหนสักแห่ง ฉันควรทำอย่างไรดี ในหัววางแผนอย่างแยบยล โอเค ก็แค่ชวนไปตรงๆ ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น พี่นานามีแต่คนรายล้อม แต่สองสามวันหลังมานี้ เธอให้เวลาส้มเปรี้ยวเป็นพิเศษ จนฉันออกจะรู้สึกหวงอยู่บ้าง ฉันยืนหลังตรง บอกตัวเองให้เอาจริง สูดลมหายใจแรงๆ เรียกความกล้าออกมา เดินไปประชิดตัวพี่นานา ที่อยู่ท่ามกลางเด็กๆ ในบ้าน “ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหมคะ?” ในหัวฉันว่างเปล่า มีแต่ความกล้าที่ส่งไปยังพี่นานาเท่านั้น แต่เธอเคยบอกชอบฉัน ฉันชวนเธอก็น่าจะไปสิ หรือเธอจะเปลี่ยนใจเมื่อได้รู้จักกับฉันเข้าแล้ว “ได้สิ” พี่นานายังรักษารอยยิ้มอ่อนโยนมาไว้ให้ฉันเสมอ เธอเดินนำฉันมาใต้ต้นห
ในมุมมองของโดนัท เมื่อ 15 ปีก่อน ปกติส้มเปรี้ยวจะมีแม่มาเยี่ยมทุกสุดสัปดาห์ ชุดธรรมดาๆ ถูกเปลี่ยนใหม่เป็นชุดหลากสีสัน แม้เธอจะมีแค่ตัวที่กลางเก่ากลางใหม่ แต่เธอก็ตั้งใจเปลี่ยนเสมือนว่าเป็นวันพิเศษ ส้มเปรี้ยวนั่งอยู่ที่บันไดหน้าบ้าน เท้าคางมองต้นไม้ใบหญ้าอย่างเดียวดาย เสียงรถยนต์ผ่านมา ทำให้ส้มเปรี้ยวชะเง้อมองที่มาของเสียง แต่ไม่มีวี่แววของแม่เธอเลย ผู้มาเยือน แท้จริงแล้วคือครูดอกปีบ เดินมาพร้อมกับแม่บ้านและพี่ๆ ในบ้านสุขใจ พวกเขาถืออาหารสดจำนวนมาก ในฐานะที่พวกเรายังเด็กเกินไปสำหรับหน้าที่นี้ จึงได้แต่มองเท่านั้น “ว้า” ส้มเปรี้ยวถอนหายใจ ครูดอกปีบมองอาการนั้น แล้วทำหน้าเรียบเฉย ก่อนเดินเข้าครัวไป พี่นานาเดินผ่านส้มเปรี้ยว เธอยังคงฝังใจเรื่องแม่ของส้มเปรี้ยว และดูท่าทางจะไม่หายอิจฉาง่ายๆ แม้จะได้เคล็ดวิชาจากฉันมาแล้ว “พี่นานาชอบสร
ในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน น่านฟ้าแน่นิ่งจนฉันใจหาย ฉันเขย่าตัวเธอครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เธอไม่มีปฏิกิริยาเลยแม้แต่น้อย น้ำตาฉันไหลลงสู่ใบหน้าของเธอ ในที่สุดน่านฟ้าก็สำลักออกมา เธอใช้เวลาสักพักกว่าจะรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น “ฟ้า” ฉันเรียกเธอเสียงแผ่ว ใบหน้าแสดงความกังวล น้ำตาของฉันยังหยดลงเรื่อยๆ บนใบหน้าของเธอ น่านฟ้าที่รู้ตัวกอดฉันแน่น “ฟ้าเป็นไงบ้าง?” เธอรู้ตัวอย่างเต็มที่แล้ว ก่อนเอ่ยประโยคนี้ออกมา “เวรกรรมมีจริง ฟ้าเคยทำคนตาย แล้วตอนนี้ฟ้าก็เกือบตาย เพื่อชดใช้ความผิดนั้น” “หมายความว่ายังไง แต่ตอนนี้ฟ้าต้องไปโรงพยาบาลก่อน” ก่อนหน้านั้น ฉันเรียกรถฉุกเฉินมา เบอร์ 1669 รถฉุกเฉินพาเราไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ตอนลงจากรถฉุกเฉิน มีผู้คนจดจำเธอได้ หลายคนจึงยกกล้องมือถือ ไลฟ์น่านฟ้าที่ถูกเข็นเข้าห
ในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน ฉันกดปุ่มโทรศัพท์เครื่องโบราณ เรียกเลขาเข้ามาหา ด้วยความรู้สึกน้อยใจที่แม้แต่โทรศัพท์เครื่องใหม่ เราก็ไม่มีปัญญาจะเปลี่ยน “คุณไนฟ์ คุณพร้อมทำงานหนัก เพื่อทำให้ค่ายเพลงเราไปรอดไหม?” เธอมองฉันด้วยแววตาส่องประกาย ก่อนยกกำปั้นขึ้น แล้วตะโกนเสียงดัง “พร้อมค่ะ บอส!” “ดีมาก ถ้าอย่างนั้นเราจะประชุมทุกวันจันทร์ เพื่อวางแผนว่า อาทิตย์นี้จะดีกว่าอาทิตย์ที่แล้วยังไง” “แต่..เรามีกันแค่สี่คน” “ลูกศรไว้ใจคุณไนฟ์นะคะ” ฉันประกาศ จ้องเธอด้วยดวงตานิ่ง “ค่ะ คุณลูกศร” เธอเสียงอ่อนลง เมื่อไม่รู้ว่าแผนของฉันคืออะไร “คุณไนฟ์ จะต้องไปคุมการผลิตเอ็มวีตัวใหม่กับน่านฟ้า แต่ในฐานะเลขา แค่ส่งตารางงานมาให้ลูกศรก็พอ” เธอกลืนน้ำล
ในมุมมองของโดนัท เมื่อ 15 ปีก่อน ฉันเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่อยู่ๆ ฉันก็เห็น แหยร้องไห้กับครูดอกปีบใต้ต้นหูกวาง ไม่ไกลจากบ้านสุขใจ ครูลูบหลังแหย เช็ดน้ำตา และจัดผมให้แหยอย่างอ่อนโยน “ไม่ยักรู้ ว่าครูมีมุมแบบนี้ด้วย เห็นปกติเอาแต่ทำหน้ายักษ์” ส้มเปรี้ยวเอ่ย ตอนมองภาพนั้น และพวกเราได้แต่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับแหย โดยไม่มีใครได้รับคำตอบ เพราะแหยมีโลกส่วนตัวสูงมาก เวลาผ่านไปอีกหลายวัน แหยเดินเข้ามาหาเราสองคน “เราขอนั่งด้วยคนได้ไหม?” ฉันกับพี่นานาเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนหันมามองหน้ากันอย่างประหลาดใจ “ได้สิ แหย” ฉันตอบรับ แต่จู่ๆ ก้อนข้าวที่เดินตามมา ก็นั่งลงเยื้องกับฉัน แล้วทำสิ่งที่ไม่มีใครเคยทำ “ทะเลอยากเป็นเพื่อนกับทุกคนน่ะ” ก้อนข้าวเรียกแหยว่า ‘ทะเล&rsquo
ในมุมมองของโดนัท เมื่อ 15 ปีก่อน เวลาเที่ยงคืนเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนหลับไปหมดแล้ว แต่กลับเป็นเวลาแห่งภารกิจของฉันกับพี่สาวคนสวย เธอขยี้ตา เดินโซเซเข้ามาหาฉัน ที่หยิบขนมเข้าปากอยู่ในห้องนั่งเล่น ขอบอกเลยว่า ตั้งแต่เมื่อวาน เหล่าขนมได้รับการปกป้องจากชนส่วนใหญ่ในบ้านสุขใจ “มีอะไรเหรอ?” พี่นานาหาวหวอด ก่อนรู้ตัวว่าเสียกิริยา เลยยกมือปิดปากตัวเอง “พี่เคยบอกว่าพี่ชอบโดนัท จำได้ไหม?” “พี่จำได้” ฉันยิ้มเขินอาย ส่วนเธอก็ยิ้มตอบ เราเงียบในช่วงเวลาอันแสน







