หน้าหลัก / LGBTQ+ / แผนรักนักวางแผน(Fall for Me?) / บทที่ 29 การจากลาอันแสนเศร้า

แชร์

บทที่ 29 การจากลาอันแสนเศร้า

ผู้เขียน: Me.Daisy
last update วันที่เผยแพร่: 2026-10-23 17:30:45

  ในมุมมองของโดนัท  เมื่อ 15 ปีก่อน

  ฉันพาพี่นานากลับบ้านสุขใจ  แต่ละก้าวที่เดิน  ฉันรู้ว่ามันคือก้าวสุดท้ายของเรา  ต่อไปนี้จะไม่มีนานากับโดนัท  จะเหลือแค่โดนัทที่ไปส่งรักณหทัย  คืนพ่อแม่เธอ

  ฉันร้องไห้ไปตลอดข้างทาง  ที่มีแต่เสียงแมลงดังแข่งกัน  จนปวดหัว  พี่นานาหลับปุ๋ยในขณะที่ฉันวางเธอลงบนโซฟา

  “โดนัทดูข่าวแล้วใช่ไหม?  เธอรู้ใช่ไหม  ว่าต้องคืนนานา  ไม่สิ  รักณหทัย  คืนให้ครอบครัวเธอ”

  “ค่ะ”

  ฉันเอ่ยพร้อมก้มลงมองเท้าสองข้างที่เปรอะโคลน  ก่อนทรุดตัวลงนั่งบนพื้น  แล้วร้องไห้ออกมาอย่างมากมาย  ทุกสิ่งรอบตัวดูหม่นหมองและว่างเปล่า

  ครูดอกปีบนั่งลงแล้วสวมกอดฉัน  เป็นกอดที่ฉันรู้สึกว่าไม่คู่ควร  คนเห็นแก่ตัวแบบฉันไม่เหมาะที่จะเป็นที่รักของใคร

  “อาจมีสักวันที่เธอได้เจอกับรักณหทัย  แล้วเชื่อครูเถอะว่าวันนั้นเธอจะทำใจได้  และปล่อยเธอไปจากใจ”

  “ทำไมหนูต้องเป็นฝ่ายสูญเสีย  ทำไมหนูถึงไม่เป็นคนที่ถูกรัก  ไม่มีใจที่ถูกเติมเต็มสักที”

  มือฉันทุกส่วน  ถูกใช้เช็ดน้ำตาจนเปียกแฉะ  ครูลูบหลังฉันอย่างอ่อนโยน

  “ถ้าเรารักตัวเองเป็น  เราไม่ต้องรอให้ใครมารักเรา”

  “...”

  ฉันฟังเงียบๆ  ข้อความนั้นเหมือนแทงทะลุใจฉัน

  “ถ้าเธอเคยถูกทิ้งไว้ข้างหลัง  เธอจะเห็นค่าของความรัก  และเธอจะไม่เมินเฉยต่อคนที่ร้องขอความรัก  เด็กๆ พวกนั้น  ไม่สิ  น้องๆ ในบ้านก็ไม่มีใคร  ถ้าเธอมอบความรักให้น้องๆ ใจเธอจะถูกเติมเต็มเช่นเดียวกัน”

  “หนูจะเป็นเพื่อน  เป็นพี่  เป็นผู้ปกครองให้น้องๆ เองค่ะครู”

  “แล้วโดนัทจะรู้สึกว่า  ความสุขมันหาง่ายกว่าที่คิดนะ”

  เราเงียบกันไปพักหนึ่ง  ฉันรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ใต้ร่มไม้  ก่อนครูดอกปีบจะเดินไปดูพี่นานาบนโซฟา

  “ครูบอกหมอว่า  เราไม่อยากรักษานานาที่โรงพยาบาล  หมอเลยให้ยามาชุดหนึ่ง  เธอพาพี่นานาของเธอไปนอน   ครูจะไปหยิบยามา”

  ฉันพยุงพี่นานาไปเตียงของเธอ  หลายคนตื่นมามองพวกเราด้วยความสงสัย  ฉันเล่าให้พวกนั้นฟังว่า  พี่นานาเล่นน้ำนานเลยป่วย  ไม่มีการเอ่ยเรื่องอื่น  จนกว่าครูจะอนุญาต

  ฉันเช็ดตัวให้พี่นานา  เฉพาะส่วนที่ร่างกายโผล่พ้นเสื้อผ้ามา  เหมือนอย่างที่ทำในป่า  จำทุกคำที่ครูบอกได้ว่าต้องให้เธออนุญาตก่อน

  บ้าน่า  ใครจะไปฉวยโอกาสกับคนป่วย

  ฉันอมยิ้มแล้วถอนหายใจ  เพราะอีกไม่กี่ชั่วโมง  พี่รักณหทัยจะกลับคืนสู่อ้อมกอดของพ่อแม่

  ฉันเดินไปมองพระพุทธรูปที่อยู่ตรงห้องพระ  ฉันสวดมนต์เพื่อให้จิตใจสงบ  ขอพรท่านให้ฉันได้เจอเธออีก  เพื่อจะได้ไถ่โทษสิ่งที่ทำ  ท่านจะรับฟังคำขอนี้ไหม?

  “หนูรู้สึกผิดจริงๆ ค่ะท่าน”

  “พี่รู้”

  ถือว่าเธอเดินมาได้ไว  ถ้านับว่าเมื่อครู่ยังนอนซมอยู่  เสียงแสนคุ้นเคยดังมาจากด้านหลังฉัน  และหัวใจก็บอกทันทีว่านี่คือเสียงพี่นานา

  พี่นานาโอบฉันมาจากด้านหลัง  รู้สึกเหมือนหัวใจจะระเบิดออกมาจากช่องอก

  “ท่านเจ้าขา  หนูโตพอจะมีความรักแล้วหรือคะ?”

  ฉันพึมพำต่อ  แบบคนไม่อยากเผชิญหน้ากับความจริง  จึงได้แต่คุยกับพระปฏิมาแทน

  “น้องคุยกับพี่ก่อน  พรุ่งนี้พี่จะกลับบ้านแล้ว”

  หางเสียงพี่นานาสั่น  จนใจฉันยวบตาม

  “จำได้หรือคะ  ว่าตัวเองเป็นใคร?”

  “ยัง  แต่จำได้ว่าพี่รักน้องโดนัท”

  “เขาว่ารักแรกมักไม่สมหวัง”

  ฉันเอ่ย  รู้สึกคล้ายความหวังที่ถูกบดขยี้จนไม่เหลือซาก

  “พวกเรายังเด็กเกินกว่า  จะรักเป็นหรือเปล่าคะ?”

  ฉันถามอีก  พี่นานาระบายยิ้มแสนอบอุ่น

  “เป็นสิ  อย่างตอนนี้พี่ก็อยากให้น้องมีความสุข  ไม่ได้หวังว่าจะทำอะไรดีๆ แล้วน้องโดนัทต้องตอบแทน”

  “รักไม่หวังสิ่งตอบแทน”

  ฉันพึมพำ  มองเธออย่างเหม่อลอย  พี่นานาสวมกอดฉันอย่างอ่อนโยน  เธอเขย่าฉันเบาๆ  เพื่อแสดงความแน่นแฟ้นระหว่างเรา

  “พี่มาลา  พี่ขอให้น้องมีความสุข  ตราบจนนิรันดร์  และถ้ามีโอกาส  พี่จะมาเยี่ยม”

  “โดนัทถือว่าพี่สัญญาแล้วนะ”

  เธอไม่ตอบรับ  แต่ลูบหัวฉันด้วยมือนิ่ม

  ข้างหลังพี่นานามีแต่เด็กบ้านสุขใจ  ยืมล้อมรอบตัวเธอเต็มไปหมด  พวกเขามอบของแทนใจให้พี่นานา  คนละชิ้นสองชิ้น  แต่ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้ต้องการของพวกนั้น

  ฉันจึงจับไหล่เธอให้มั่น  แล้วหอมฟอดใหญ่

  “โดนัทรักพี่”

  แล้วฉันก็วิ่งหนีไปแอบ  ชั้นบนสุดของบ้าน  ใต้เตียงสองชั้นซึ่งเป็นที่นอนประจำ  และตอนนั้นเองฉันรู้สึกเหมือนจะเป็นลม  พื้นสั่นไหว  จนทรงตัวไม่อยู่

  ฉันไม่รู้ตัวเองเป็นอะไร  แต่เมื่อมองน้ำในแก้ว  ก็มีแต่ความสั่นไหว

  “แผ่นดินไหว!”

  ฉันอุทานเบิกตาโพลง  หัวใจสั่นสะท้าน  ใช้สองมือจับฟูกไว้แน่น  ของเริ่มหล่น  เพดานพังลงมา  ดีที่มีเตียงชั้นบนเป็นปราการไว้  พวกคาน  ไม้  กระเบื้อง  จึงตกไม่โดนฉัน

  แต่แล้วพื้นใต้เท้าฉันก็พังทลายลง!

  ฉันตกจากที่สูง  แต่ไม่ได้รับอันตรายนัก  เพราะความคุ้มครองของเตียงนอนสองชั้น

  “ช่วยด้วยค่ะ!  ช่วยด้วย!”

  ฉันร้องเมื่อเหตุการณ์ยุติลง  แต่ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา  ฉันหันไปมองรอบๆ ตัว  ที่รายล้อมไปด้วยซากปรักหักพัง  หากขยับนิดเดียว  กองไม้บนหัวคงตกใส่ฉันพอดี 

  ฉันจึงทำได้แค่ส่งเสียง  แต่ไม่อาจขยับตัวได้

  เวลาผ่านไปสามวัน  โดยไม่มีอะไรตกถึงท้อง  ฉันแทบทรงตัวไม่อยู่  ฉันห่วงพี่นานา  โหยหารอยยิ้มและเสียงของเธอ

  “ขอให้พี่เขาปลอดภัยด้วยเถอะ  เจ้าพระคู๊ณ”

  ฉันนั่งตัวตรงอยู่ท่าเดียวมาสามวันแล้ว  เพราะเกรงว่าไม้อาจตกลงมาหล่นทับ  วันที่สี่ฉันเผลอหลับไป  ศีรษะชนกับกองไม้  ฉันก็ได้แต่อดกลั้นกับความเจ็บปวดที่โดนไม้ตกใส่

   เมื่อทุกอย่างเงียบสงบลง  ฉันลองขยับขาดู  ก็พบว่าท่อนไม้หนาทับขาฉันไว้  จนขยับไม่ได้  ฉันกลัวจนหายใจไม่ทั่วท้อง  เม้มปาก  กลั้นน้ำตาด้วยความเจ็บปวด  หมดหวังที่จะให้ใครมาช่วย  ก่อนเงยหน้าแล้วพบว่าตัวเองกำลังเห็นแสงอาทิตย์!

  “ช่วยด้วยค่ะ!  โดนัทอยู่ตรงนี้!”

  กู้ภัยที่กำลังค้นหา  น่าจะได้ยินเสียงฉัน  จึงรีบเคลียร์ซากไม้ออก  แล้วดึงฉันออกมา  ฉันถอนหายใจโล่งที่ตัวเองรอด  แล้วพี่นานาล่ะ?”

  “ครูดอกปีบคะ...”

  “เธอไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น  ไปรักษาขาให้หายก่อน”

  ครูชี้ไปที่ขาฉัน  ซึ่งม่วงจนน่ากลัว  พี่กู้ภัยส่งฉันขึ้นรถพยาบาล  มารักษาในตัวจังหวัด

  เรามาถึงโรงพยาบาลในเวลาอันรวดเร็ว  ฉันถูกเข็นเข้ามาในห้องฉุกเฉิน  เจอหมอหน้าตาใจดีคอยยืนต้อนรับ

  “ถ้ามาช้ากว่านี้  คงต้องตัดขาล่ะครับ”

  หมอบอกหลังตรวจเสร็จ  ฉันหันไปรอบๆ  ห้องฉุกเฉินซึ่งมีแต่คนบาดเจ็บจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเต็มจนล้น  ฉันเห็นส้มเปรี้ยวกับมหาศาล  พวกเขารักษาตัวถัดไปจากฉันไม่ไกล

  ฉันรักษาตัวเกือบหนึ่งอาทิตย์เต็ม  จึงได้รับอนุญาตให้เข็นรถไปเที่ยวได้บ้าง  ฉันเห็นข่าวภาคค่ำ  แสดงภาพแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น  โดยไม่มีสัญญาเตือนล่วงหน้า  ได้ยินว่าพวกเราบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก

  แต่ที่ฉันรู้ว่าเพื่อนร่วมรุ่นของฉันยังคงมีชีวิตอยู่  ได้แก่  ริมทะเล  ก้อนข้าว  ส้มเปรี้ยว  และมหาศาล  และการเดินทางของพวกเขาเพิ่งจะเริ่มขึ้น  และแน่นอนว่าจะมีต่อไปในอนาคตแน่ๆ

  ไม่มีใครตอบคำถามฉัน  ว่าพี่นานารอดหรือไม่  ถ้าเธอมีชีวิต  เธอต้องมาหาฉันสิ  ยิ่งนานวันฉันยิ่งหมดหวัง  เหมือนมือที่ค่อยๆ ปล่อยเชือกที่เคยยึดไว้อย่างแน่นหนา

  สภาพศพที่เราค้นเจอใต้ซากบ้าน  ก็บอกไม่ได้ว่าใครเป็นใคร  ฉันรู้ดีว่าที่ไม่มีใครตอบฉัน  เพราะพวกเขาหวังดี

  หลังจากนั้นฉันก็รักษาตัวกับครูดอกปีบ  และปล่อยให้พี่นานามีชีวิตอยู่ในความทรงจำของฉันตลอดไป 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • แผนรักนักวางแผน(Fall for Me?)   บทที่ 31 การเดินทางกลับบ้านของนานา

    ในมุมมองของลูกศร(นานา) เมื่อ 15 ปีก่อนกู้ภัยดึงตัวฉันออกมาจากซากปรักหักพังของบ้านสุขใจแทบจะในทันที หลังเกิดแผ่นดินไหว ฉันไม่เป็นอะไรเลย แม้แต่รอยขีดข่วนระหว่างถูกพาไปตรวจเช็กที่โรงพยาบาล พยาบาลคนหนึ่งทำหน้าสงสัย จนฉันต้องถามเธอ“ทำไมเหรอคะ พี่พยาบาลคุ้นหน้าหนูเหรอ? หรือหน้าหนูมีอะไรติดอยู่?”ฉันถามอย่างมีความหวัง หวังว่าเธอจะรู้จักพ่อแม่ฉัน หรือฉันไม่ควรมองโลกในแง่ดีนัก บางทีฉันอาจกำพร้าพ่อ หรือกำพร้าแม่ หรืออาจอยู่กับยายเพียงสองคนก็ได้“...”เธอยังคงไม่ตอบ แล้วขมวดคิ้วต่ออีกหน่อย“รักณหทัย จิตโอภาส”มาเป็นชื่อและนามสกุลเลยทีเดียว อาจเหมือนที่โดนัทว่า ว่าฉันเป็นพยานคดีฆาตกรรม และทางการอาจอยากได้ปากคำจากฉัน ชื่อของฉันจึงขึ้นหราทั่วสื่อก็ได้“จริงด้วย น้องรักณหทัย จริงๆ”พยาบาลอีกคนเดินมามองหน้าฉ

  • แผนรักนักวางแผน(Fall for Me?)   บทที่ 30 เพราะปาปารัสซี่เป็นเหตุ

    ในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน “วิ่ง!” ฉันตะโกนแล้วดึงมือน่านฟ้าให้วิ่งตามมา เวลาที่ฉันบาดเจ็บผ่านมานานกว่าครึ่งปีแล้ว แล้วเรื่องของเราสองคนก็อยู่ในความสนใจของสื่อ เพราะแม่ของฉันปล่อยข่าวเรื่องของฉันกับเฮียธนู จนเกิดกระแสคู่จิ้นระหว่างฉันกับน่านฟ้า และนับวันปาปารัสซี่จะตามเรามากขึ้นเรื่อยๆ เราวิ่งเลี้ยวเข้าไปในมุมตึก ก่อนเบี่ยงตัวเข้าช่องแคบเล็กๆ แล้วออกไปสู่ถนนอีกเส้นหนึ่ง ฉันหันซ้ายหันขวา ในหัวกำลังคิดว่า จะหนีไปทางไหนดี บนชั้นสองของอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง มีเด็กสาวตะโกนลงมา “ทางนี้ค่ะ วิ่งไปทางนี้ แล้วเข้าตึกสีชมพูไปเลย” โชคดีที่เธอช่วยเราเอาไว้ และตะโกนไม่ดังจนปาปารัสซี่ได้ยิน ฉันและน่านฟ้าวิ่งเข้าตึกสีชมพูนั้นไป ในเบื้องต้นมันดูเหมือนอพาร์ตเมนต์ แต่พอสังเกตดูดีๆ ก็พบว่า “นี่มัน...โรงแรมม่านรูด!” ฉันอ้าปากค้าง&nb

  • แผนรักนักวางแผน(Fall for Me?)   บทที่ 29 การจากลาอันแสนเศร้า

    ในมุมมองของโดนัท เมื่อ 15 ปีก่อน ฉันพาพี่นานากลับบ้านสุขใจ แต่ละก้าวที่เดิน ฉันรู้ว่ามันคือก้าวสุดท้ายของเรา ต่อไปนี้จะไม่มีนานากับโดนัท จะเหลือแค่โดนัทที่ไปส่งรักณหทัย คืนพ่อแม่เธอ ฉันร้องไห้ไปตลอดข้างทาง ที่มีแต่เสียงแมลงดังแข่งกัน จนปวดหัว พี่นานาหลับปุ๋ยในขณะที่ฉันวางเธอลงบนโซฟา “โดนัทดูข่าวแล้วใช่ไหม? เธอรู้ใช่ไหม ว่าต้องคืนนานา ไม่สิ รักณหทัย คืนให้ครอบครัวเธอ” “ค่ะ” ฉันเอ่ยพร้อมก้มลงมองเท้าสองข้างที่เปรอะโคลน ก่อนทรุดตัวลงนั่งบนพื้น แล้วร้องไห้ออกมาอย่างมากมาย ทุกสิ่งรอบตัวดูหม่นหมองและว่างเปล่า ครูดอกปีบนั่งลงแล้วสวมกอดฉัน เป็นกอดที่ฉันรู้สึกว่าไม่คู่ควร คนเห็นแก่ตัวแบบฉันไม่เหมาะที่จะเป็นที่รักของใคร “อาจมีสักวันที่เธอได้เจอกับรักณหทัย แล้วเชื่อครูเถอะว่าวันนั้นเธอจะทำใจได้ และปล่อยเธอไปจากใจ” &ldq

  • แผนรักนักวางแผน(Fall for Me?)   บทที่ 28 พี่ชายผู้ไม่หวังดี

    ในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน ฉันหลับไปนานแค่ไหนก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าพอตื่นขึ้นมาก็เจอกับน่านฟ้า เธอทำให้ฉันนึกถึงใครคนหนึ่ง แต่เราไม่อาจโคจรมาเจอกันได้อีกแล้ว เพราะโดนัทของฉัน ตายไปนานแล้ว ตอนนี้ถ้าเธอยังอยู่ เธอจะเป็นยังไงบ้าง ยังทะเล้นอยู่ไหม ยังร้องเพลงด้วยน้ำเสียงอ่อนละมุนอยู่ไหม ที่สำคัญ เธอจะยังปกป้องคนอ่อนแอเหมือนที่หัวใจของฉัน เคยถูกเธอโอบกอดไว้ด้วยความรักหรือเปล่า ฉันเปิดเปลือกตาขึ้นมองรอบห้อง มองสายน้ำเกลือและสายให้เลือด ฉันรู้สึกราวกับตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายที่แสนทรมานและยาวนาน น่านฟ้าจดจ้องฉัน แล้วร้องไห้ออกมา “พี่เป็นอย่างไรบ้าง?” “...” เธอไม่ตอบ ได้แต่ส่งยิ้มบางๆ มาให้ เพื่อแสดงว่าไม่เป็นอะไร “พี่คือ พี่นานาใช่ไหม?” “...” ฉันยังจำชื่อที่รักครั้งแรกตั้งให้ฉันได้เป็นอย่างดี แต

  • แผนรักนักวางแผน(Fall for Me?)   บทที่ 27 ตามหาพี่นานา

    ในมุมมองของน่านฟ้า ก่อนหน้านั้นหนึ่งชั่วโมง ฉันได้วันหยุดหนึ่งวัน หลังจากที่โหมงานมาตลอดทั้งเดือน ใบหน้าอิดโรยถูกปกปิดด้วยเครื่องสำอางชั้นดี ฉันแต่งตัวทะมัดทะแมง พกของขวัญมากว่ายี่สิบกล่อง ไม่รู้จะพอไหม แต่ดีกว่ามามือเปล่า ตรงโค้งที่คุ้นเคย ฉันหยุดก่อนถึงกว่าร้อยเมตร เดินเท้าลงมาสำรวจว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ พลันสายตาก็เงยไปสบกับกล้อง CCTV ไม่มีอะไรผิดปกติ ฉันจึงขับรถไปต่อ จนกระทั่งถึงตึกหลังใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นไม้ แต่บัดนี้เปลี่ยนเป็นอิฐสีส้มทั้งหลัง ตั้งโดดเดี่ยวอยู่หน้าภูเขาที่ฉันคุ้นเคย “โดนัท!” ครูดอกปีบเรียกฉัน ก่อนเดินเชื่องช้าเข้ามากอด ตอนนี้ครูคงอายุราวๆ ห้าสิบปี ผมสีดอกเลาทั่วทั้งศีรษะ แววตาครูอ่อนโยนขึ้น ประดับประดาเครื่องหน้าด้วยรอยยิ้ม วันนี้ครูเปลี่ยนตัวเองจากครูที่เคยถือไม้เรียว มาเป็นครูที่มีเด็กๆ กอด และแอบดูฉันอยู่ข้างหลังค

  • แผนรักนักวางแผน(Fall for Me?)   บทที่ 26 เหลือแค่สองเรา

    ในมุมมองของโดนัท เมื่อ 15 ปีก่อน ฉันไม่สามารถจุดไฟได้ ดังนั้นฝูงยุงจึงรุมเราสองคน เสมือนเป็นมื้ออาหารอันโอชะ ฉันคอยโบกมือให้พี่นานา ไล่ยุงเท่าที่ฉันจะทำได้ เธอนอนคุดคู้ด้วยความหนาวสั่น แม้จะมีเสื้อตัวนอกของฉันคลุมอยู่อีกที แต่กระนั้นร่างกายเธอก็สั่นเทิ่มไปทั่วตัว แถมตอนนี้ฉันก็ยังหาอาหารไม่ได้เลยสักนิด ในป่ามืดเกินกว่าจะเข้าไปเสี่ยง ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป เราคงทนไม่ไหว และฉันต้องแยกจากเธอตลอดไป ฉันเอาผ้าเช็ดหน้าที่พกติดตัวเสมอ ประหนึ่งเป็นตัวแทนของครูแววดาว ที่ช่วยฉันออกมาจากพ่อ ฉันเอามันไปชุบน้ำ บิดหมาดๆ แล้วเช็ดตัวพี่นานา และครูแววดาวยังคงทำงานช่วยเหลือเด็กแบบฉันตราบเท่าที่ครูยังทำได้ จนถึงทุกวันนี้ แต่อาการเธอไม่ดีขึ้นเลย ใบหน้าสว่างนั้นแดงจัด เธอกระสับกระส่ายจนฉันกังวล ก่อนฟ้าสางเล็กน้อยพี่นานาก็ลืมตาตื่นขึ้น มองฉันที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างกายเธอ “โดนัทเ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status