Home / LGBTQ+ / แผนรักนักวางแผน(Fall for Me?) / บทที่ 31 การเดินทางกลับบ้านของนานา

Share

บทที่ 31 การเดินทางกลับบ้านของนานา

Author: Me.Daisy
last update publish date: 2026-10-28 17:30:42

ในมุมมองของลูกศร(นานา) เมื่อ 15 ปีก่อน

กู้ภัยดึงตัวฉันออกมาจากซากปรักหักพังของบ้านสุขใจแทบจะในทันที  หลังเกิดแผ่นดินไหว  ฉันไม่เป็นอะไรเลย  แม้แต่รอยขีดข่วน

ระหว่างถูกพาไปตรวจเช็กที่โรงพยาบาล  พยาบาลคนหนึ่งทำหน้าสงสัย  จนฉันต้องถามเธอ

“ทำไมเหรอคะ  พี่พยาบาลคุ้นหน้าหนูเหรอ?  หรือหน้าหนูมีอะไรติดอยู่?”

ฉันถามอย่างมีความหวัง  หวังว่าเธอจะรู้จักพ่อแม่ฉัน  หรือฉันไม่ควรมองโลกในแง่ดีนัก  บางทีฉันอาจกำพร้าพ่อ  หรือกำพร้าแม่  หรืออาจอยู่กับยายเพียงสองคนก็ได้

“...”

เธอยังคงไม่ตอบ  แล้วขมวดคิ้วต่ออีกหน่อย

“รักณหทัย  จิตโอภาส”         

มาเป็นชื่อและนามสกุลเลยทีเดียว  อาจเหมือนที่โดนัทว่า  ว่าฉันเป็นพยานคดีฆาตกรรม  และทางการอาจอยากได้ปากคำจากฉัน  ชื่อของฉันจึงขึ้นหราทั่วสื่อก็ได้

“จริงด้วย  น้องรักณหทัย  จริงๆ”

พยาบาลอีกคนเดินมามองหน้าฉันอย่างชัดๆ

“พ่อแม่น้อง  ตามหาน้องอยู่”

ราวกับมีคนทำฟ้าเปิด  ฉันยิ้มจนสุด  ยิ้มที่จริงใจอย่างที่สุดให้กับนางพยาบาลสองคนนี้

ภายในไม่กี่ชั่วโมง  ฉันก็เจอคนที่คิดว่าน่าจะเป็นครอบครัว  มีผู้หญิงวัยสี่สิบกว่าๆ  แต่งตัวด้วยชุดหรูหรา  ทำผมและแต่งหน้าเป็นอย่างดี  เดินมาหาฉัน

เธอยกมือตีฉันแรงๆ หนึ่งที

“โอ๊ย!”

ฉันร้องระคนแปลกใจ  ผู้ปกครองแบบไหนเขาตีเด็ก  แทนที่จะกอดปลอบเหมือนที่คนส่วนใหญ่เขาทำกัน  แต่กระนั้นฉันก็ตื่นเต้นและดีใจที่ได้เจอเธอ

“ทำไมไม่ติดต่อแม่มาหะ  ยัยลูกคนนี้?”

“หนูจำไม่ได้”

ฉันตอบเสียงหงอย

“น้องเขาความจำเสื่อมค่ะ  คุณแม่”

หมอผู้หญิงเดินเข้ามาบอกด้วยท่าทีสบายๆ

“จำอะไรไม่ได้เลยเหรอ?”

“ค่ะ  มะ...แม่”

“แม่ประกาศหาตัวทางทีวีทุกเย็น  ทำไมไม่มีใครมาแจ้ง”

“เพราะไม่มีใครดูแล  เราเลยส่งไปที่สถานสงเคราะห์  แต่ที่นั่น  ไม่มีทีวีค่ะ”

คุณหมอเป็นฝ่ายตอบ  ในเมื่อฉันทำได้แต่อ้าปาก  มองไปทางคนนั้นที  คนนี้ที

ฉันคิดว่าอีกเดี๋ยว  แม่จะต้องกอดปลอบฉัน  แต่เปล่าเลย  เธอมองฉันด้วยแววตาเรียบเฉย

“พอจะรักษาได้ไหมคะ  หมอ?”

“ได้ค่ะ  แต่อาจไม่ทั้งหมด”

“ฉันต้องสอนแกใหม่  แกถึงจะจำได้ว่าควรทำตัวยังไง  ถึงจะดีพอเป็นคนของเอกนิธิ  ไม่ใช่จิตโอภาสสินะ”

ฉันไม่เข้าใจความหมายที่คนเป็นแม่พูดกับฉัน  จนผ่านไปอีกหลายเดือน

หลังจากนั้น  แม่คอยสอนฉัน  และปรามฉันเมื่อไม่ฟังท่าน  หลายครั้งแม่จะหยิกฉัน  ก่อนเอ่ยว่า

“ทำตามที่แม่บอก  แค่นั้นแหละที่แกต้องทำ”

“ค่ะ” ฉันไม่สัมผัสได้ถึงความรักแม้แต่น้อย  รู้สึกเหมือนเป็นหมากตัวหนึ่งของเธอเท่านั้น

“พอเจอป๊า  แกก็เข้าไปกอดบอกว่าแกจำอะไรไม่ได้  แต่รู้สึกว่ารักและคุ้นๆกับป๊า”

แม่สอนฉันเช่นนั้น  และทำนองนี้ตั้งแต่ครั้งแรกๆ ที่เราได้เจอกัน

“ค่ะ  แม่”

ป๊าที่ว่าเดินเข้ามาในห้องพักฟื้น  มีแววตาเย็นชาที่เขาและแม่มองฉัน  ทำให้ฉันรู้สึกได้ว่าไม่ใช่ลูกสาวคนโปรด  และถ้าอยากเป็นคนนั้น  ฉันคงต้องพยายามอีกมาก

“แกต้องกลับกรุงเทพ”

“หนูอยากรู้ว่า...”

“ไม่ต้องสงสัยอะไรทั้งนั้น”

ป๊าพูดเสียงแข็ง  ไม่มองหน้าฉันด้วยซ้ำ

“เพื่อนของหนู...”

“ทำเรื่องย้ายกลับกรุงเทพวันนี้เลย  ลูกศรต้องได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุด”

ความรู้สึกอ้างว้างที่เคยได้รับตอนบ้านสุขใจ  กลับกลายเป็นความอบอุ่นไปในทันที  เมื่อเทียบกับการอยู่กับพ่อแม่แท้ๆ ที่นี่

ฉันคิดถึงโดนัท  หลังกลับกรุงเทพฉันเขียนจดหมายไปหาครูดอกปีบ  ถามข่าวโดนัท  แต่ไม่มีจดหมายตอบกลับแม้แต่ฉบับเดียว

เธออาจจะตายไปแล้ว  และครูก็ไม่อยากบอกฉัน  กลัวฉันเสียใจ  หรือไม่ก็อยากให้ฉันลืมเรื่องของเธอไป  เพราะไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว

ฉันค่อยๆ กลับมาจำเหตุการณ์ต่างๆ  ได้  แต่ที่ฉันไม่เคยลืมคือ  ความอยากเป็นที่รัก  และเป็นจุดสนใจของคนอื่น  และฉันก็ใช้มันกับเพื่อนที่โรงเรียนอีกด้วย

ทุกครั้งที่พัก  จะมีเด็กมากมายมารุมล้อมฉัน  พวกเขาแค่อยากได้ยินฉันพูด  พูดให้กำลังใจ  พูดให้คิด  แต่ไม่มีใครตามฉันทันเหมือนโดนัท  ฉันอดคิดถึงเธอไม่ได้  แม้จะผ่านมาหกเดือนแล้ว

“พี่ลูกศรคะ  หนูทำแพนเค้กมาฝาก”

“หนูซื้อช็อกโกแลตมาให้”

“หนูมีดอกไม้”

ฉันจำได้ว่าวันนี้คือวันวาเลนไทน์  ของขวัญ  จดหมาย  และคำพูดอวยพรหลั่งไหลมาหาฉัน  แต่สิ่งที่ฉันอยากได้  มีเพียงอย่างเดียว  นั่นคือรอยยิ้มของโดนัท

ฉันเดินหลบกลุ่มเด็กนักเรียนหญิงที่ยืนตรงใต้อาคารเรียน  ใช้ต้นไม้พุ่มใหญ่เพื่อหลบเลี่ยง  แต่...

“พี่ลูกศรอยู่นั่น!”

แล้วกลุ่มเด็กนักเรียนหญิงก็วิ่งตามมาทางฉัน  ราวกับโดนเสน่ห์ยาแฝดก็ไม่ปาน  ในมือพวกเธอมีของขวัญจำนวนมาก  แต่ฉันไม่อยากได้  ฉันแค่อยากเห็นเพียงรอยยิ้มของโดนัทเท่านั้น

“พี่ลูกศร”

“พี่เขาเป็นของฉัน”

“ของฉัน”

กลุ่มเด็กผู้หญิงพวกนั้นเถียงกัน  จนเกิดความโกลาหลไปทั่ว  โดยไม่มีใครคาดคิด  มีเด็กคนหนึ่งกระเด็นออกมา  ล้มลงบนถนน  ซึ่งมีรถเก๋งคันหนึ่งขับมาทางนั้นพอดี

“ว้าย!”

ดีที่รถเบรกทัน  ดีที่เธอไม่เป็นอะไร  และฉันก็ตาสว่าง  เห็นว่าการรวบรวมคนไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก  เพราะมันอาจคร่าชีวิตคนได้เลย

ตั้งแต่วันนั้นฉันจึงหยุดให้คำปรึกษา  หยุดพูดเพื่อหวังผล  แล้วพยายามอยู่ในกรอบที่เอกนิธิกำหนดเท่านั้น

และนี่คือเรื่องราวของฉัน  เมื่อไม่มีโดนัทอีกต่อไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แผนรักนักวางแผน(Fall for Me?)   บทที่ 31 การเดินทางกลับบ้านของนานา

    ในมุมมองของลูกศร(นานา) เมื่อ 15 ปีก่อนกู้ภัยดึงตัวฉันออกมาจากซากปรักหักพังของบ้านสุขใจแทบจะในทันที หลังเกิดแผ่นดินไหว ฉันไม่เป็นอะไรเลย แม้แต่รอยขีดข่วนระหว่างถูกพาไปตรวจเช็กที่โรงพยาบาล พยาบาลคนหนึ่งทำหน้าสงสัย จนฉันต้องถามเธอ“ทำไมเหรอคะ พี่พยาบาลคุ้นหน้าหนูเหรอ? หรือหน้าหนูมีอะไรติดอยู่?”ฉันถามอย่างมีความหวัง หวังว่าเธอจะรู้จักพ่อแม่ฉัน หรือฉันไม่ควรมองโลกในแง่ดีนัก บางทีฉันอาจกำพร้าพ่อ หรือกำพร้าแม่ หรืออาจอยู่กับยายเพียงสองคนก็ได้“...”เธอยังคงไม่ตอบ แล้วขมวดคิ้วต่ออีกหน่อย“รักณหทัย จิตโอภาส”มาเป็นชื่อและนามสกุลเลยทีเดียว อาจเหมือนที่โดนัทว่า ว่าฉันเป็นพยานคดีฆาตกรรม และทางการอาจอยากได้ปากคำจากฉัน ชื่อของฉันจึงขึ้นหราทั่วสื่อก็ได้“จริงด้วย น้องรักณหทัย จริงๆ”พยาบาลอีกคนเดินมามองหน้าฉ

  • แผนรักนักวางแผน(Fall for Me?)   บทที่ 30 เพราะปาปารัสซี่เป็นเหตุ

    ในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน “วิ่ง!” ฉันตะโกนแล้วดึงมือน่านฟ้าให้วิ่งตามมา เวลาที่ฉันบาดเจ็บผ่านมานานกว่าครึ่งปีแล้ว แล้วเรื่องของเราสองคนก็อยู่ในความสนใจของสื่อ เพราะแม่ของฉันปล่อยข่าวเรื่องของฉันกับเฮียธนู จนเกิดกระแสคู่จิ้นระหว่างฉันกับน่านฟ้า และนับวันปาปารัสซี่จะตามเรามากขึ้นเรื่อยๆ เราวิ่งเลี้ยวเข้าไปในมุมตึก ก่อนเบี่ยงตัวเข้าช่องแคบเล็กๆ แล้วออกไปสู่ถนนอีกเส้นหนึ่ง ฉันหันซ้ายหันขวา ในหัวกำลังคิดว่า จะหนีไปทางไหนดี บนชั้นสองของอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง มีเด็กสาวตะโกนลงมา “ทางนี้ค่ะ วิ่งไปทางนี้ แล้วเข้าตึกสีชมพูไปเลย” โชคดีที่เธอช่วยเราเอาไว้ และตะโกนไม่ดังจนปาปารัสซี่ได้ยิน ฉันและน่านฟ้าวิ่งเข้าตึกสีชมพูนั้นไป ในเบื้องต้นมันดูเหมือนอพาร์ตเมนต์ แต่พอสังเกตดูดีๆ ก็พบว่า “นี่มัน...โรงแรมม่านรูด!” ฉันอ้าปากค้าง&nb

  • แผนรักนักวางแผน(Fall for Me?)   บทที่ 29 การจากลาอันแสนเศร้า

    ในมุมมองของโดนัท เมื่อ 15 ปีก่อน ฉันพาพี่นานากลับบ้านสุขใจ แต่ละก้าวที่เดิน ฉันรู้ว่ามันคือก้าวสุดท้ายของเรา ต่อไปนี้จะไม่มีนานากับโดนัท จะเหลือแค่โดนัทที่ไปส่งรักณหทัย คืนพ่อแม่เธอ ฉันร้องไห้ไปตลอดข้างทาง ที่มีแต่เสียงแมลงดังแข่งกัน จนปวดหัว พี่นานาหลับปุ๋ยในขณะที่ฉันวางเธอลงบนโซฟา “โดนัทดูข่าวแล้วใช่ไหม? เธอรู้ใช่ไหม ว่าต้องคืนนานา ไม่สิ รักณหทัย คืนให้ครอบครัวเธอ” “ค่ะ” ฉันเอ่ยพร้อมก้มลงมองเท้าสองข้างที่เปรอะโคลน ก่อนทรุดตัวลงนั่งบนพื้น แล้วร้องไห้ออกมาอย่างมากมาย ทุกสิ่งรอบตัวดูหม่นหมองและว่างเปล่า ครูดอกปีบนั่งลงแล้วสวมกอดฉัน เป็นกอดที่ฉันรู้สึกว่าไม่คู่ควร คนเห็นแก่ตัวแบบฉันไม่เหมาะที่จะเป็นที่รักของใคร “อาจมีสักวันที่เธอได้เจอกับรักณหทัย แล้วเชื่อครูเถอะว่าวันนั้นเธอจะทำใจได้ และปล่อยเธอไปจากใจ” &ldq

  • แผนรักนักวางแผน(Fall for Me?)   บทที่ 28 พี่ชายผู้ไม่หวังดี

    ในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน ฉันหลับไปนานแค่ไหนก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าพอตื่นขึ้นมาก็เจอกับน่านฟ้า เธอทำให้ฉันนึกถึงใครคนหนึ่ง แต่เราไม่อาจโคจรมาเจอกันได้อีกแล้ว เพราะโดนัทของฉัน ตายไปนานแล้ว ตอนนี้ถ้าเธอยังอยู่ เธอจะเป็นยังไงบ้าง ยังทะเล้นอยู่ไหม ยังร้องเพลงด้วยน้ำเสียงอ่อนละมุนอยู่ไหม ที่สำคัญ เธอจะยังปกป้องคนอ่อนแอเหมือนที่หัวใจของฉัน เคยถูกเธอโอบกอดไว้ด้วยความรักหรือเปล่า ฉันเปิดเปลือกตาขึ้นมองรอบห้อง มองสายน้ำเกลือและสายให้เลือด ฉันรู้สึกราวกับตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายที่แสนทรมานและยาวนาน น่านฟ้าจดจ้องฉัน แล้วร้องไห้ออกมา “พี่เป็นอย่างไรบ้าง?” “...” เธอไม่ตอบ ได้แต่ส่งยิ้มบางๆ มาให้ เพื่อแสดงว่าไม่เป็นอะไร “พี่คือ พี่นานาใช่ไหม?” “...” ฉันยังจำชื่อที่รักครั้งแรกตั้งให้ฉันได้เป็นอย่างดี แต

  • แผนรักนักวางแผน(Fall for Me?)   บทที่ 27 ตามหาพี่นานา

    ในมุมมองของน่านฟ้า ก่อนหน้านั้นหนึ่งชั่วโมง ฉันได้วันหยุดหนึ่งวัน หลังจากที่โหมงานมาตลอดทั้งเดือน ใบหน้าอิดโรยถูกปกปิดด้วยเครื่องสำอางชั้นดี ฉันแต่งตัวทะมัดทะแมง พกของขวัญมากว่ายี่สิบกล่อง ไม่รู้จะพอไหม แต่ดีกว่ามามือเปล่า ตรงโค้งที่คุ้นเคย ฉันหยุดก่อนถึงกว่าร้อยเมตร เดินเท้าลงมาสำรวจว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ พลันสายตาก็เงยไปสบกับกล้อง CCTV ไม่มีอะไรผิดปกติ ฉันจึงขับรถไปต่อ จนกระทั่งถึงตึกหลังใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นไม้ แต่บัดนี้เปลี่ยนเป็นอิฐสีส้มทั้งหลัง ตั้งโดดเดี่ยวอยู่หน้าภูเขาที่ฉันคุ้นเคย “โดนัท!” ครูดอกปีบเรียกฉัน ก่อนเดินเชื่องช้าเข้ามากอด ตอนนี้ครูคงอายุราวๆ ห้าสิบปี ผมสีดอกเลาทั่วทั้งศีรษะ แววตาครูอ่อนโยนขึ้น ประดับประดาเครื่องหน้าด้วยรอยยิ้ม วันนี้ครูเปลี่ยนตัวเองจากครูที่เคยถือไม้เรียว มาเป็นครูที่มีเด็กๆ กอด และแอบดูฉันอยู่ข้างหลังค

  • แผนรักนักวางแผน(Fall for Me?)   บทที่ 26 เหลือแค่สองเรา

    ในมุมมองของโดนัท เมื่อ 15 ปีก่อน ฉันไม่สามารถจุดไฟได้ ดังนั้นฝูงยุงจึงรุมเราสองคน เสมือนเป็นมื้ออาหารอันโอชะ ฉันคอยโบกมือให้พี่นานา ไล่ยุงเท่าที่ฉันจะทำได้ เธอนอนคุดคู้ด้วยความหนาวสั่น แม้จะมีเสื้อตัวนอกของฉันคลุมอยู่อีกที แต่กระนั้นร่างกายเธอก็สั่นเทิ่มไปทั่วตัว แถมตอนนี้ฉันก็ยังหาอาหารไม่ได้เลยสักนิด ในป่ามืดเกินกว่าจะเข้าไปเสี่ยง ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป เราคงทนไม่ไหว และฉันต้องแยกจากเธอตลอดไป ฉันเอาผ้าเช็ดหน้าที่พกติดตัวเสมอ ประหนึ่งเป็นตัวแทนของครูแววดาว ที่ช่วยฉันออกมาจากพ่อ ฉันเอามันไปชุบน้ำ บิดหมาดๆ แล้วเช็ดตัวพี่นานา และครูแววดาวยังคงทำงานช่วยเหลือเด็กแบบฉันตราบเท่าที่ครูยังทำได้ จนถึงทุกวันนี้ แต่อาการเธอไม่ดีขึ้นเลย ใบหน้าสว่างนั้นแดงจัด เธอกระสับกระส่ายจนฉันกังวล ก่อนฟ้าสางเล็กน้อยพี่นานาก็ลืมตาตื่นขึ้น มองฉันที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างกายเธอ “โดนัทเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status