Mag-log inในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน
แม้ว่างานอีเว้นท์จะผ่านมาหลายชั่วโมง แต่ใจฉันยังเต้นให้กับคำตอบของน่านฟ้า ขณะเดียวกันก็รู้ว่าสาเหตุที่น่านฟ้าถูกวางยาสลบ แล้วปล่อยให้จมน้ำ นั้นเกิดจากฉันพันเปอร์เซ็นต์
ก่อนจะปล่อยให้เธอต้องเสี่ยงไปกับฉัน ฉันควรรู้ตัวว่าฉันรู้สึกยังไงกับเธอ
เอาล่ะ เธอสวย ดวงตาเธอหวานซึ้ง ริมฝีปากได้รูป จมูกโด่งเป็นทรงตรงเหมือนช่างตั้งใจประดิษฐ์เป็นพิเศษ สรุปว่าฉันหลงเธอที่หน้าตา
อันดับต่อมา เธอกล้าเถียงฉัน ฉันรู้ว่าฉันชอบขมวดคิ้ว ทำหน้ายุ่ง แต่ผู้หญิงคนนี้ไม่กลัว และเธอกล้าท้าชน เธอเคารพตัวเอง ตรงตามสเปกฉันทุกอย่าง
แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ฉันใจเต้นเวลาเห็นหน้าเธอ แม้ว่าเหตุผลทั้งสองข้อ อาจจะไม่มีเลยก็ตาม
เพื่อนคนเดียวที่ฉันมีคือเอไอ แต่ฉันอยากคุยกับมนุษย์ ไม่ใช่ปัญญาประดิษฐ์ ฉันอยากรู้ว่าถ้าคนชอบวางแผนแบบฉันจะมีความรัก ฉันจะรักด้วยใจบริสุทธิ์เหมือนคนอื่นได้หรือเปล่า
ฉันบรรยายลักษณะนิสัยของตัวเองทุกอย่าง ทุกอย่างจริงๆ ก่อนได้คำตอบว่า
“คุณมีลักษณะนิสัยแบบแมคคิเวลเลียน มีเล่ห์เหลี่ยม จอมบงการ สามารถสั่งคนหรือใช้วิธีสกปรก เพื่อให้บรรลุเป้าหมายได้”
ฉันส่ายหน้าก่อนรัวนิ้วมือลงบนแป้นพิมพ์
“เข้าใจผิดแล้ว ฉันไม่ไร้ศีลธรรมขนาดนั้น”
“คุณเห็นคนอื่นเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดานเท่านั้น คุณรู้ว่าควรพูดอะไรกับใครตอนไหน ทั้งที่ความจริง คุณไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ”
“ไอ้เอไอประสาท มันจะมากไปแล้ว”
ฉันสบถออกมา กดปิดฝาโน้ตบุ๊ค ลากลมหายใจยาว ในหัวมีแต่เรื่องยุ่งๆ
ถึงฉันจะไม่ดีเพียงไร แต่ฉันก็รักคนอื่นเป็น อันนี้เอไอไม่ตอบ เป็นฉันที่ตอบตัวเอง ก่อนระบายยิ้ม บางทีเอไออาจช่วยฉันไม่ได้ แต่ชาวเน็ตอาจช่วยฉันได้
ฉันจะเริ่มตรงไหนดี แต่นี่คือเรื่องราวของฉัน...
ฉันเติบโตขึ้นมาในฐานะลูกคนใช้ แม่ไม่ค่อยมีอะไรใช้ ไม่เคยได้อะไร จนกระทั่งแม่ตั้งท้องฉัน พ่อเป็นเจ้าสัว แค่เอ่ยนามสกุล คุณจะรู้เรื่องราวของฉันในทันที แม่สอนให้ฉันคิดหลายๆ ชั้น ไม่ไว้ใจใคร เพราะการให้ใจ เป็นเรื่องของคนอ่อนแอ และคนคนนั้นจะถูกหักหลังเสมอ
ฉันเติบโตขึ้นจากความเชื่อแบบฝังหัวว่า ทุกความสัมพันธ์จะต้องมาพร้อมผลประโยชน์ ดังนั้นก่อนฉันจะโตพอ ฉันก็พร้อมจะเอามีดแทงข้างหลังพี่ชายเพียงคนเดียวของฉันแล้ว
ฉันเคยแอบร้องไห้ และน้อยใจวาสนาหลายครั้ง ที่ป๊าไม่รักลูกสาว ป๊าไม่แคร์ลูกคนใช้ ฉันจึงทุ่มเทไปกับการเรียน จนติดมหาวิทยาลัยระดับโลก แต่ป๊าก็ไม่เคยเชื่อในตัวฉัน
ฉันไม่มีใครให้พึ่งพา แม้แต่เอไอยังชวนทะเลาะเลยคิดดู แฟนของฉันถ้าไม่รวย ก็คอนเนกชั่นดี หรือไม่ก็เพราะเธอแซ่บ แต่ฉันก็บอกใครไม่ได้ ว่าจุดอ่อนของฉันอยู่ตรงที่ฉันมีรสนิยมรักเพศเดียวกัน
ความสัมพันธ์ของฉันมักเปราะบาง เพราะทุกครั้งที่ฉันกำลังจะเริ่มรักใคร ฉันจะบอกเลิกพวกเธอ ก็ฉันไม่อยากเป็นฝ่ายโดนหักหลัง ฉันจึงต้องเดียวดายอยู่คนเดียวเสมอมา
ถึงแบบนั้น ฉันก็เลิกวางแผนไม่ได้ แผนที่จะคว่ำพี่ชายตัวเอง แม้บางครั้งมันจะเป็นการข่มขู่ แบล็กเมล และหลายครั้งแผนของฉันก็ผิดศีลธรรม แต่ขณะเดียวกัน พี่ชายและแม่ใหญ่ก็รู้ และพวกเขาไม่เคยอยู่เฉย
ฉันเกือบทำให้คนรักคนล่าสุดของฉันเกือบตาย เพราะเรื่องระหว่างแม่ๆ ของเรา
ฉันอยากเจอเซฟโซน อยากอ้อนเธอ อยากคลอเคลียเหมือนแมวกับคนที่ฉันรัก แล้วฉันจะรู้ได้ไงว่าเธอไม่ใช่คนของพี่ชาย แน่ใจได้ไงว่าเธอไม่ได้ถูกซื้อตัวมา
เธอทำให้ฉันยิ้มตอนนั่งคิดอะไรเพลินๆ เธอเป็นเหตุผลให้ฉันกล้าทำอะไรที่ฉันกลัวแสนกลัว เพียงเพราะฉันกลัวเสียเธอไป เธอทำให้ฉันที่เสมือนแจ็คลุกขึ้นสู้กับยักษ์ เพื่อพาเธอมาครอบครองปราสาทหลังนี้
ฉันจะทำยังไง ให้หายเป็นจอมบงการไร้ศีลธรรม ช่วยด้วยค่ะ
หลังพิมพ์เสร็จ ฉันกดโพสต์ แล้วไล่สายตาดูคอมเมนต์
<ผมว่าคุณเปลี่ยนตัวเองไม่ได้หรอก จมอยู่ในโลกคนไร้ศีลธรรมไปเถอะ อ่านก็รู้ว่าแต่งเรื่อง น้ำเน่า ใครจะไปเชื่อลง>
ยอมรับเลยว่า ตัวหนังสือที่ปรากฏ ทำให้ฉันหายใจลึก ก่อนจะกลั้นน้ำตา แล้วอ่านต่อ
<กล้าเรียกร้องความรัก เห็นตัวเองเป็นเหยื่อ แต่ที่จริงเธอนั่นแหละ ผู้ล่า คนทำร้ายเหยื่อ>
<คุณรู้ว่าควรพูดอะไรตอนไหน ทำไมฉันจะเดาไม่ออก ก็แค่กระทู้เรียกร้องความสนใจ ถึงอธิบายอะไรไป คุณก็แค่ไถผ่านไป แล้วยิ้มเยาะที่หลอกพวกเราได้>
<เค้าเข้าใจคุณนะ สามีเค้าก็เป็นแบบคุณ ต่อเมื่อเจอสิ่งที่มีค่าแล้ว คุณจะอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง เขาก็เปลี่ยนไปตอนคบกับเค้า เขายังชอบวางแผนเหมือนเดิม แต่เขาจะไม่เล่นกับความรู้สึกคนอื่น และไม่ทำร้ายใครอย่างไร้ศีลธรรมอีก เค้าเชื่อว่าคุณทำได้>
ฉันน้ำตารื้นที่มีคนเข้าใจฉัน ก่อนกด Refresh หน้านี้อีกครั้ง
<ผมเชื่อว่าศาสนาสามารถช่วยคุณได้ ศาสนาที่สอนไม่ให้คุณเบียดเบียนคนอื่น มีเมตตาต่อผู้อื่น สอนให้คุณรู้จักให้ เท่าทันความคิดร้ายๆ ในหัว คุณจะเห็นใจที่เบาสบายจากความดี ความมีเมตตาของตัวเอง แล้วรู้สึกดีกับความดีนั้น จนไม่กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมๆ อีกต่อไป เป็นกำลังใจให้ครับ>
ฉันนั่งรออยู่นาน แต่คงมีคำตอบเพียงเท่านี้ แล้วฉันก็เบิกตาโพลง เมื่อเจอคำตอบถัดไป
<เธอต้องฝึกรู้ตัวบ่อยๆ ว่าตอนนี้แรงจูงใจของเธอคืออะไร เธอจะสื่อสารโดยให้ข้อมูลทุกด้าน ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง เลิกซะนิสัยที่พูดอ้อมค้อม เอาใจเขามาใส่ใจเรา เปลี่ยนมาพูดตรงๆ เธอจะได้เลิกปั่นหัวคนอื่นสักที
อีกประเด็นคือ คนรอบตัวเธอ เขาเป็นมนุษย์ เขาสมควรได้รับความรัก เขาไม่ได้เป็นแค่หมากในกระดานของเธอ สอนตัวเองบ่อยๆ ว่าการสูญเสียการควบคุม ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่เป็นการเคารพผู้อื่น
เธอรู้ว่านิสัยนี้มาจากไหน เธอก็หลีกเลี่ยงแม่เธอบ้าง ชวนท่านคุยเรื่องเบาสมอง ถ้าทำไม่ได้ก็ตัดบทไวๆ
จำไว้ว่า ไม่ต้องควบคุมทุกคน แต่ให้เคารพกับเขาบ้างก็พอ
ส่วนเรื่องความรัก เธอลองมีความรักที่ดีสักครั้งไหม เรารู้ว่าเธอทำได้ และเธอรู้ว่าต้องทำอะไร คำตอบมันอยู่ในหัวเธออยู่แล้ว เพียงแต่ว่ามันสำคัญพอที่จะทำให้เธอเปลี่ยนแปลงตัวเองหรือเปล่า>
ฉันอ่านคอมเมนต์นี้เสร็จ เรียนรู้ว่ามีทั้งคนที่หวังดีกับเรา หวังร้ายกับเรา ไม่ว่าจะเจอหน้ากันหรือไม่ก็ตาม ฉันดีใจที่อย่างน้อยในโลกอันอ้างว้างนี้ ยังมีผู้คนที่หวังดีกับฉัน ฉันก็รู้ว่าควรทำอย่างไรกับชีวิตที่เหลือ เหมือนที่ปราชญ์ว่า คำถามที่ดีจะนำคำตอบที่ดีมาหาเรา
ในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน แม้ว่างานอีเว้นท์จะผ่านมาหลายชั่วโมง แต่ใจฉันยังเต้นให้กับคำตอบของน่านฟ้า ขณะเดียวกันก็รู้ว่าสาเหตุที่น่านฟ้าถูกวางยาสลบ แล้วปล่อยให้จมน้ำ นั้นเกิดจากฉันพันเปอร์เซ็นต์ ก่อนจะปล่อยให้เธอต้องเสี่ยงไปกับฉัน ฉันควรรู้ตัวว่าฉันรู้สึกยังไงกับเธอ เอาล่ะ เธอสวย ดวงตาเธอหวานซึ้ง ริมฝีปากได้รูป จมูกโด่งเป็นทรงตรงเหมือนช่างตั้งใจประดิษฐ์เป็นพิเศษ สรุปว่าฉันหลงเธอที่หน้าตา อันดับต่อมา เธอกล้าเถียงฉัน ฉันรู้ว่าฉันชอบขมวดคิ้ว ทำหน้ายุ่ง แต่ผู้หญิงคนนี้ไม่กลัว และเธอกล้าท้าชน เธอเคารพตัวเอง ตรงตามสเปกฉันทุกอย่าง แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ฉันใจเต้นเวลาเห็นหน้าเธอ แม้ว่าเหตุผลทั้งสองข้อ อาจจะไม่มีเลยก็ตาม เพื่อนคนเดียวที่ฉันมีคือเอไอ แต่ฉันอยากคุยกับมนุษย์ ไม่ใช่ปัญญาประดิษฐ์ ฉันอยากรู้ว่าถ้าคนชอบวางแผนแบบฉันจะมีความรัก ฉันจะรักด้วยใจบริสุทธิ
ในมุมมองของโดนัท เมื่อ 15 ปีก่อน อาจเพราะส่วนลึกในใจ ฉันไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง ฉันยังจำภาพที่พ่อทำเหมือนฉันเป็นขยะชิ้นหนึ่งได้ติดตา ฉันคิดอยู่นานว่าถ้าอยากพาพี่นานาไปเที่ยวที่ไหนสักแห่ง ฉันควรทำอย่างไรดี ในหัววางแผนอย่างแยบยล โอเค ก็แค่ชวนไปตรงๆ ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น พี่นานามีแต่คนรายล้อม แต่สองสามวันหลังมานี้ เธอให้เวลาส้มเปรี้ยวเป็นพิเศษ จนฉันออกจะรู้สึกหวงอยู่บ้าง ฉันยืนหลังตรง บอกตัวเองให้เอาจริง สูดลมหายใจแรงๆ เรียกความกล้าออกมา เดินไปประชิดตัวพี่นานา ที่อยู่ท่ามกลางเด็กๆ ในบ้าน “ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหมคะ?” ในหัวฉันว่างเปล่า มีแต่ความกล้าที่ส่งไปยังพี่นานาเท่านั้น แต่เธอเคยบอกชอบฉัน ฉันชวนเธอก็น่าจะไปสิ หรือเธอจะเปลี่ยนใจเมื่อได้รู้จักกับฉันเข้าแล้ว “ได้สิ” พี่นานายังรักษารอยยิ้มอ่อนโยนมาไว้ให้ฉันเสมอ เธอเดินนำฉันมาใต้ต้นห
ในมุมมองของโดนัท เมื่อ 15 ปีก่อน ปกติส้มเปรี้ยวจะมีแม่มาเยี่ยมทุกสุดสัปดาห์ ชุดธรรมดาๆ ถูกเปลี่ยนใหม่เป็นชุดหลากสีสัน แม้เธอจะมีแค่ตัวที่กลางเก่ากลางใหม่ แต่เธอก็ตั้งใจเปลี่ยนเสมือนว่าเป็นวันพิเศษ ส้มเปรี้ยวนั่งอยู่ที่บันไดหน้าบ้าน เท้าคางมองต้นไม้ใบหญ้าอย่างเดียวดาย เสียงรถยนต์ผ่านมา ทำให้ส้มเปรี้ยวชะเง้อมองที่มาของเสียง แต่ไม่มีวี่แววของแม่เธอเลย ผู้มาเยือน แท้จริงแล้วคือครูดอกปีบ เดินมาพร้อมกับแม่บ้านและพี่ๆ ในบ้านสุขใจ พวกเขาถืออาหารสดจำนวนมาก ในฐานะที่พวกเรายังเด็กเกินไปสำหรับหน้าที่นี้ จึงได้แต่มองเท่านั้น “ว้า” ส้มเปรี้ยวถอนหายใจ ครูดอกปีบมองอาการนั้น แล้วทำหน้าเรียบเฉย ก่อนเดินเข้าครัวไป พี่นานาเดินผ่านส้มเปรี้ยว เธอยังคงฝังใจเรื่องแม่ของส้มเปรี้ยว และดูท่าทางจะไม่หายอิจฉาง่ายๆ แม้จะได้เคล็ดวิชาจากฉันมาแล้ว “พี่นานาชอบสร
ในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน น่านฟ้าแน่นิ่งจนฉันใจหาย ฉันเขย่าตัวเธอครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เธอไม่มีปฏิกิริยาเลยแม้แต่น้อย น้ำตาฉันไหลลงสู่ใบหน้าของเธอ ในที่สุดน่านฟ้าก็สำลักออกมา เธอใช้เวลาสักพักกว่าจะรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น “ฟ้า” ฉันเรียกเธอเสียงแผ่ว ใบหน้าแสดงความกังวล น้ำตาของฉันยังหยดลงเรื่อยๆ บนใบหน้าของเธอ น่านฟ้าที่รู้ตัวกอดฉันแน่น “ฟ้าเป็นไงบ้าง?” เธอรู้ตัวอย่างเต็มที่แล้ว ก่อนเอ่ยประโยคนี้ออกมา “เวรกรรมมีจริง ฟ้าเคยทำคนตาย แล้วตอนนี้ฟ้าก็เกือบตาย เพื่อชดใช้ความผิดนั้น” “หมายความว่ายังไง แต่ตอนนี้ฟ้าต้องไปโรงพยาบาลก่อน” ก่อนหน้านั้น ฉันเรียกรถฉุกเฉินมา เบอร์ 1669 รถฉุกเฉินพาเราไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ตอนลงจากรถฉุกเฉิน มีผู้คนจดจำเธอได้ หลายคนจึงยกกล้องมือถือ ไลฟ์น่านฟ้าที่ถูกเข็นเข้าห
ในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน ฉันกดปุ่มโทรศัพท์เครื่องโบราณ เรียกเลขาเข้ามาหา ด้วยความรู้สึกน้อยใจที่แม้แต่โทรศัพท์เครื่องใหม่ เราก็ไม่มีปัญญาจะเปลี่ยน “คุณไนฟ์ คุณพร้อมทำงานหนัก เพื่อทำให้ค่ายเพลงเราไปรอดไหม?” เธอมองฉันด้วยแววตาส่องประกาย ก่อนยกกำปั้นขึ้น แล้วตะโกนเสียงดัง “พร้อมค่ะ บอส!” “ดีมาก ถ้าอย่างนั้นเราจะประชุมทุกวันจันทร์ เพื่อวางแผนว่า อาทิตย์นี้จะดีกว่าอาทิตย์ที่แล้วยังไง” “แต่..เรามีกันแค่สี่คน” “ลูกศรไว้ใจคุณไนฟ์นะคะ” ฉันประกาศ จ้องเธอด้วยดวงตานิ่ง “ค่ะ คุณลูกศร” เธอเสียงอ่อนลง เมื่อไม่รู้ว่าแผนของฉันคืออะไร “คุณไนฟ์ จะต้องไปคุมการผลิตเอ็มวีตัวใหม่กับน่านฟ้า แต่ในฐานะเลขา แค่ส่งตารางงานมาให้ลูกศรก็พอ” เธอกลืนน้ำล
ในมุมมองของโดนัท เมื่อ 15 ปีก่อน ฉันเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่อยู่ๆ ฉันก็เห็น แหยร้องไห้กับครูดอกปีบใต้ต้นหูกวาง ไม่ไกลจากบ้านสุขใจ ครูลูบหลังแหย เช็ดน้ำตา และจัดผมให้แหยอย่างอ่อนโยน “ไม่ยักรู้ ว่าครูมีมุมแบบนี้ด้วย เห็นปกติเอาแต่ทำหน้ายักษ์” ส้มเปรี้ยวเอ่ย ตอนมองภาพนั้น และพวกเราได้แต่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับแหย โดยไม่มีใครได้รับคำตอบ เพราะแหยมีโลกส่วนตัวสูงมาก เวลาผ่านไปอีกหลายวัน แหยเดินเข้ามาหาเราสองคน “เราขอนั่งด้วยคนได้ไหม?” ฉันกับพี่นานาเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนหันมามองหน้ากันอย่างประหลาดใจ “ได้สิ แหย” ฉันตอบรับ แต่จู่ๆ ก้อนข้าวที่เดินตามมา ก็นั่งลงเยื้องกับฉัน แล้วทำสิ่งที่ไม่มีใครเคยทำ “ทะเลอยากเป็นเพื่อนกับทุกคนน่ะ” ก้อนข้าวเรียกแหยว่า ‘ทะเล&rsquo







