LOGINในมุมมองของน่านฟ้า ก่อนหน้านั้นหนึ่งชั่วโมง
ฉันได้วันหยุดหนึ่งวัน หลังจากที่โหมงานมาตลอดทั้งเดือน ใบหน้าอิดโรยถูกปกปิดด้วยเครื่องสำอางชั้นดี ฉันแต่งตัวทะมัดทะแมง พกของขวัญมากว่ายี่สิบกล่อง ไม่รู้จะพอไหม แต่ดีกว่ามามือเปล่า
ตรงโค้งที่คุ้นเคย ฉันหยุดก่อนถึงกว่าร้อยเมตร เดินเท้าลงมาสำรวจว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ พลันสายตาก็เงยไปสบกับกล้อง CCTV
ไม่มีอะไรผิดปกติ
ฉันจึงขับรถไปต่อ จนกระทั่งถึงตึกหลังใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นไม้ แต่บัดนี้เปลี่ยนเป็นอิฐสีส้มทั้งหลัง ตั้งโดดเดี่ยวอยู่หน้าภูเขาที่ฉันคุ้นเคย
“โดนัท!”
ครูดอกปีบเรียกฉัน ก่อนเดินเชื่องช้าเข้ามากอด ตอนนี้ครูคงอายุราวๆ ห้าสิบปี ผมสีดอกเลาทั่วทั้งศีรษะ แววตาครูอ่อนโยนขึ้น ประดับประดาเครื่องหน้าด้วยรอยยิ้ม
วันนี้ครูเปลี่ยนตัวเองจากครูที่เคยถือไม้เรียว มาเป็นครูที่มีเด็กๆ กอด และแอบดูฉันอยู่ข้างหลังครูมากมาย
“ครูคะ หนูคิดถึงครูจังเลย”
“ที่นี่ยินดีต้อนรับโดนัทเสมอ”
น้ำเสียงนั้นอาทร จนฉันรู้สึกเหมือนได้นั่งใต้ร่มไม้ใหญ่
“เด็กๆ มีกันยี่สิบคนใช่ไหมคะ?”
“ใช่แล้ว เอ้าเลิกแอบหลังครูได้แล้ว พี่เขาชื่อโดนัท”
“ไม่จริง พี่เขาชื่อน่านฟ้า เป็นนักร้องดัง หนูเคยเห็นพี่เขาทางทีวี”
เด็กผูกผมเปียเดินออกมา เธอพูดเสียงเจื้อยแจ้ว
“บ้านเรามีทีวีแล้วเหรอคะ ครู?”
“นานาเขาซื้อมาให้”
“พี่นานา! พี่นานาของหนูเหรอคะ?”
ฉันเบิกตาโพลง รู้สึกว่านี่คือข่าวดีที่สุดในชีวิตของฉันเลย
“ไหนใครๆ ก็บอกว่าเธอตายแล้ว”
“ครูยังไม่เคยพูดสักคำ ว่านานาตายแล้ว”
“แต่ครูก็ไม่เคยบอกหนู ถ้ารู้หนูอยากจะคุยกับพี่เขา”
ครูดอกปีบยิ้ม แล้วส่ายหน้า
“ความรักครั้งแรก มักไม่ค่อยสมหวัง เชื่อครูเถอะ”
ฉันกำมือแน่น แม้ว่าจะมีความรักครั้งใหม่กับพี่ลูกศร แต่ฉันไม่เคยลืมพี่นานาที่แสนอบอุ่นได้เลย ในใจก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่า หรือฉันไม่มีสิทธิ์จะได้รับความรัก ไม่ว่าจะกับใครทั้งนั้น ฉันอดนึกถึงพ่อไม่ได้
“เดี๋ยววันนี้ก็จะได้เจอกันแล้ว”
ฉันดีใจจนรอยยิ้มกว้างปรากฏทั่วใบหน้าโดยไม่รู้สึกตัว
“เธอกำลังขับรถมา แต่น่าจะมาถึงตั้งนานแล้วนะ ไม่รู้ว่าหายไปไหน ครูดูโลเคชั่นที่นานาส่งมาให้แล้ว สัญญาณหยุดอยู่กับที่ตรงโค้งนั้นพอดี”
ฉันยิ้มที่ครูดูทันสมัย ก่อนกังวลต่อว่าอาจเกิดอะไรขึ้นกับพี่นานาของฉันได้
“โค้งที่พี่นานา เกิดอุบัติเหตุเหรอคะ?”
“ใช่จ้ะ”
ฉันประมวลความคิดอย่างรวดเร็ว ก่อนเอ่ยกับครูต่อ
“หนูจะตามหาพี่เขา แต่หนูไม่รู้ว่าพี่เขาหน้าตาเป็นอย่างไรแล้ว”
“แน่นอนครูมีอยู่แล้ว”
ครูดอกปีบยกมือถือออกมา โชว์ภาพพี่นานาที่ฉันแสนคิดถึง เธอกลายเป็นหญิงสาวหน้าสวย แววตามุ่งมั่น ผมสีดำสนิท
แต่นี่มัน!
รูปพี่ลูกศรนี่นา
ทำไมสองคนนี้ถึงกลายเป็นคนคนเดียวกันไปได้ เธอหน้าเปลี่ยนไปจนฉันจำไม่ได้ขนาดนี้ได้อย่างไร หรือเป็นเพราะใจฉันไม่เชื่อว่าพี่นานายังมีชีวิตอยู่ ฉันจึงตัดความน่าจะเป็นที่เธอยังอยู่ออกไป
“หนูว่าหนูรู้ว่าพี่เขาอยู่ไหน เราโทรแจ้งตำรวจดีกว่าค่ะ”
ฉันขับรถไปยังอู่ที่ฉันคุ้นเคยเป็นอย่างดี ที่นี่ดูเก่า โทรม แต่กลิ่นน้ำมันและกลิ่นอ่อนๆ จากจารบียังคงโชยออกมา
รถพี่ลูกศรจอดอยู่ ฉันจำป้ายทะเบียนได้ ทำไมเธอไม่ชวนฉันมา ทั้งๆ ที่วันนี้เป็นวันครบรอบวันที่ฉันคิดว่าเราตายจากกัน ถ้าฉันรู้ เธอคงไม่ต้องมาที่นี่ แล้วตอนนี้ เธอเป็นอย่างไรบ้าง หวังว่าพวกนั้นจะไม่ทำอะไรเธอนะ ขอให้พี่นานาของฉันยังคงปลอดภัย
“พี่ลูกศร! พี่ลูกศรอยู่ไหนคะ? ได้ยินเสียงฟ้าไหม?”
ฉันไม่รอให้ตำรวจมา ฉันรอไม่ไหวอีกต่อไป จึงเตะประตูเข้าไปในโรงรถ เตะย้ำๆ จนประตูหลุดออกจากกัน ฉันเห็นเงาคนนั่งไขว้หลังบนเก้าอี้ ข้างในโรงรถมืดสนิท ไม่มีกระทั่งช่องว่างให้แสงส่องเข้ามาถึง มีเพียงนาฬิกาสะท้อนแสง นั่นเธอ พี่นานาของโดนัท!
“พี่ลูกศร นี่ฟ้าเอง”
ฉันคุกเข่าลงมองเธอที่สะลืมสะลือ แล้วเห็นว่ามีเลือดไหลจากข้อมือพี่ลูกศร
เธอตาลอย ใบหน้าซีดเซียว ไม่พูดกับฉัน ไม่สบตามฉัน เหมือนไม่ได้ยินสิ่งที่ฉันพูด ฉันสัมผัสหน้าเธอเบาๆ
“นี่โดนัทเองนะ พี่นานา”
เธอเงยหน้ามองตาฉัน ราวกับได้ยินมาจากที่ไกลแสนไกล
“อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะ โดนัทจะพาพี่ไปโรงพยาบาลเอง”
“คิดถึงโดนัท คิดถึง...ฟ้า”
เธอเพ้อออกมา มากกว่าที่จะคุยกับฉัน
“ไว้ใจครอบครัวไม่ได้...ไม่ได้เลย”
ในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน ฉันหลับไปนานแค่ไหนก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าพอตื่นขึ้นมาก็เจอกับน่านฟ้า เธอทำให้ฉันนึกถึงใครคนหนึ่ง แต่เราไม่อาจโคจรมาเจอกันได้อีกแล้ว เพราะโดนัทของฉัน ตายไปนานแล้ว ตอนนี้ถ้าเธอยังอยู่ เธอจะเป็นยังไงบ้าง ยังทะเล้นอยู่ไหม ยังร้องเพลงด้วยน้ำเสียงอ่อนละมุนอยู่ไหม ที่สำคัญ เธอจะยังปกป้องคนอ่อนแอเหมือนที่หัวใจของฉัน เคยถูกเธอโอบกอดไว้ด้วยความรักหรือเปล่า ฉันเปิดเปลือกตาขึ้นมองรอบห้อง มองสายน้ำเกลือและสายให้เลือด ฉันรู้สึกราวกับตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายที่แสนทรมานและยาวนาน น่านฟ้าจดจ้องฉัน แล้วร้องไห้ออกมา “พี่เป็นอย่างไรบ้าง?” “...” เธอไม่ตอบ ได้แต่ส่งยิ้มบางๆ มาให้ เพื่อแสดงว่าไม่เป็นอะไร “พี่คือ พี่นานาใช่ไหม?” “...” ฉันยังจำชื่อที่รักครั้งแรกตั้งให้ฉันได้เป็นอย่างดี แต
ในมุมมองของน่านฟ้า ก่อนหน้านั้นหนึ่งชั่วโมง ฉันได้วันหยุดหนึ่งวัน หลังจากที่โหมงานมาตลอดทั้งเดือน ใบหน้าอิดโรยถูกปกปิดด้วยเครื่องสำอางชั้นดี ฉันแต่งตัวทะมัดทะแมง พกของขวัญมากว่ายี่สิบกล่อง ไม่รู้จะพอไหม แต่ดีกว่ามามือเปล่า ตรงโค้งที่คุ้นเคย ฉันหยุดก่อนถึงกว่าร้อยเมตร เดินเท้าลงมาสำรวจว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ พลันสายตาก็เงยไปสบกับกล้อง CCTV ไม่มีอะไรผิดปกติ ฉันจึงขับรถไปต่อ จนกระทั่งถึงตึกหลังใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นไม้ แต่บัดนี้เปลี่ยนเป็นอิฐสีส้มทั้งหลัง ตั้งโดดเดี่ยวอยู่หน้าภูเขาที่ฉันคุ้นเคย “โดนัท!” ครูดอกปีบเรียกฉัน ก่อนเดินเชื่องช้าเข้ามากอด ตอนนี้ครูคงอายุราวๆ ห้าสิบปี ผมสีดอกเลาทั่วทั้งศีรษะ แววตาครูอ่อนโยนขึ้น ประดับประดาเครื่องหน้าด้วยรอยยิ้ม วันนี้ครูเปลี่ยนตัวเองจากครูที่เคยถือไม้เรียว มาเป็นครูที่มีเด็กๆ กอด และแอบดูฉันอยู่ข้างหลังค
ในมุมมองของโดนัท เมื่อ 15 ปีก่อน ฉันไม่สามารถจุดไฟได้ ดังนั้นฝูงยุงจึงรุมเราสองคน เสมือนเป็นมื้ออาหารอันโอชะ ฉันคอยโบกมือให้พี่นานา ไล่ยุงเท่าที่ฉันจะทำได้ เธอนอนคุดคู้ด้วยความหนาวสั่น แม้จะมีเสื้อตัวนอกของฉันคลุมอยู่อีกที แต่กระนั้นร่างกายเธอก็สั่นเทิ่มไปทั่วตัว แถมตอนนี้ฉันก็ยังหาอาหารไม่ได้เลยสักนิด ในป่ามืดเกินกว่าจะเข้าไปเสี่ยง ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป เราคงทนไม่ไหว และฉันต้องแยกจากเธอตลอดไป ฉันเอาผ้าเช็ดหน้าที่พกติดตัวเสมอ ประหนึ่งเป็นตัวแทนของครูแววดาว ที่ช่วยฉันออกมาจากพ่อ ฉันเอามันไปชุบน้ำ บิดหมาดๆ แล้วเช็ดตัวพี่นานา และครูแววดาวยังคงทำงานช่วยเหลือเด็กแบบฉันตราบเท่าที่ครูยังทำได้ จนถึงทุกวันนี้ แต่อาการเธอไม่ดีขึ้นเลย ใบหน้าสว่างนั้นแดงจัด เธอกระสับกระส่ายจนฉันกังวล ก่อนฟ้าสางเล็กน้อยพี่นานาก็ลืมตาตื่นขึ้น มองฉันที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างกายเธอ “โดนัทเ
ในมุมมองของโดนัท เมื่อ 15 ปีก่อน ครูดอกปีบโทรตามรถพยาบาลมารับตัวพี่นานาที่บ้านสุขใจ โดยมีฉันคุกเข่าพนมมือต่อหน้าครู เหล่าเด็กๆ ออกมามองดูเราสองคนอย่างสนใจ ส่วนพี่นานาหลับไม่ได้สติบนโซฟา “ครูบอกเลยว่า การลงโทษครั้งนี้ ต่อให้ใช้เวลาหนึ่งเดือนก็ไม่หมด” ไม้เรียวในมือครูกำลังกระทบมือครูเป็นจังหวะ ฉันนึกถึงพ่อขึ้นมาทันที แต่ในใจมีเรื่องสำคัญกว่านั้น “หนูยอมทุกอย่าง แต่ขอให้หนูได้ดูแลพี่นานานะคะ” “เธออายุสิบสองปีแค่นี้ ทำอะไรเป็นบ้าง แล้วถ้านานาตาย เธอจะรับผิดชอบไหวไหม?” “หนู...” ฉันเอ่ยอะไรไม่ออก ได้แต่นิ่งอยู่อย่างนั้น ชั่วครู่ความคิดก็ผุดขึ้นมาราวกับสายน้ำ “อย่างน้อยๆ หนูก็ดูพี่เขา ตอนครูไปทำธุระก็ได้” ครูดอกปีบถอนหายใจ ส่ายหัวไปมา “นะคะ หนูไม่เอาค่าขนม หนูจะทำความสะอาดบ้
ในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน หลังจากผ่านเหตุการณ์การขับรถเองในวันนั้น น่านฟ้าก็จับฉันฝึกขับรถ เธอให้เหตุผลว่า เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ฉันจะได้เอาตัวรอด แต่ที่ฉันเดาใจเธอออกคือ ประกายตาอันสดใสของน่านฟ้า ยามจดจ้องเสี้ยวหน้าของฉัน ขณะฉันขับรถ ตอนนี้ฉันมั่นใจในตัวเองมากพอที่จะขับรถทางไกลคนเดียวได้แล้ว ฉันมาเยี่ยมคนๆ หนึ่ง ที่ไม่ได้มาหานับสิบห้าปีได้แล้ว สองข้างทางยังคงเต็มไปด้วยแมกไม้เขียวขจีเหมือนเดิม ฉันจำโค้งทุกโค้งได้เป็นอย่างดี ราวกับเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เพราะยังขับรถไม่ชำนาญ ฉันจึงขับความเร็วระดับที่ปลอดภัย ยอมให้รถคันหลังแซงไป ฉันร้องเพลงใหม่ของน่านฟ้าแล้วเคาะพวงมาลัย แต่รถกลับส่ายไปมา จนฉันต้องจอดชิดข้างทาง ฉันดูสัญญาณมือถือแล้ว ที่นี่อับสัญญาณพอดี ฉันยักไหล่ ตอนเด็กๆ พวกเราไม่ค่อยได้ใช้เทคโนโลยีอะไรนัก จะมาบ่นอะไร ถ้าวันนี้จะไม่ได้ใช้สักวัน ฉันก้มลง
ในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน แม้ว่างานอีเว้นท์จะผ่านมาหลายชั่วโมง แต่ใจฉันยังเต้นให้กับคำตอบของน่านฟ้า ขณะเดียวกันก็รู้ว่าสาเหตุที่น่านฟ้าถูกวางยาสลบ แล้วปล่อยให้จมน้ำ นั้นเกิดจากฉันพันเปอร์เซ็นต์ ก่อนจะปล่อยให้เธอต้องเสี่ยงไปกับฉัน ฉันควรรู้ตัวว่าฉันรู้สึกยังไงกับเธอ เอาล่ะ เธอสวย ดวงตาเธอหวานซึ้ง ริมฝีปากได้รูป จมูกโด่งเป็นทรงตรงเหมือนช่างตั้งใจประดิษฐ์เป็นพิเศษ สรุปว่าฉันหลงเธอที่หน้าตา อันดับต่อมา เธอกล้าเถียงฉัน ฉันรู้ว่าฉันชอบขมวดคิ้ว ทำหน้ายุ่ง แต่ผู้หญิงคนนี้ไม่กลัว และเธอกล้าท้าชน เธอเคารพตัวเอง ตรงตามสเปกฉันทุกอย่าง แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ฉันใจเต้นเวลาเห็นหน้าเธอ แม้ว่าเหตุผลทั้งสองข้อ อาจจะไม่มีเลยก็ตาม เพื่อนคนเดียวที่ฉันมีคือเอไอ แต่ฉันอยากคุยกับมนุษย์ ไม่ใช่ปัญญาประดิษฐ์ ฉันอยากรู้ว่าถ้าคนชอบวางแผนแบบฉันจะมีความรัก ฉันจะรักด้วยใจบริสุทธิ


![เพียงชั่ววูบเดียว [MPREG]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




