LOGINในมุมมองของโดนัท เมื่อ 15 ปีก่อน
ฉันไม่สามารถจุดไฟได้ ดังนั้นฝูงยุงจึงรุมเราสองคน เสมือนเป็นมื้ออาหารอันโอชะ ฉันคอยโบกมือให้พี่นานา ไล่ยุงเท่าที่ฉันจะทำได้
เธอนอนคุดคู้ด้วยความหนาวสั่น แม้จะมีเสื้อตัวนอกของฉันคลุมอยู่อีกที แต่กระนั้นร่างกายเธอก็สั่นเทิ่มไปทั่วตัว
แถมตอนนี้ฉันก็ยังหาอาหารไม่ได้เลยสักนิด ในป่ามืดเกินกว่าจะเข้าไปเสี่ยง ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป เราคงทนไม่ไหว และฉันต้องแยกจากเธอตลอดไป
ฉันเอาผ้าเช็ดหน้าที่พกติดตัวเสมอ ประหนึ่งเป็นตัวแทนของครูแววดาว ที่ช่วยฉันออกมาจากพ่อ ฉันเอามันไปชุบน้ำ บิดหมาดๆ แล้วเช็ดตัวพี่นานา
และครูแววดาวยังคงทำงานช่วยเหลือเด็กแบบฉันตราบเท่าที่ครูยังทำได้ จนถึงทุกวันนี้
แต่อาการเธอไม่ดีขึ้นเลย ใบหน้าสว่างนั้นแดงจัด เธอกระสับกระส่ายจนฉันกังวล ก่อนฟ้าสางเล็กน้อยพี่นานาก็ลืมตาตื่นขึ้น มองฉันที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างกายเธอ
“โดนัทเหนื่อยหรือเปล่าคะ?”
“ให้หนักกว่านี้ โดนัทก็ทนไหวค่ะ”
หน้าพี่นานายังแดงจัด เธอดูทรมาน จนฉันแทบทนมองไม่ได้”
“น้องโดนัท”
“คะ?”
“ชวนพี่คุยหน่อย พี่กลัวว่าถ้าหลับไปแล้ว ตื่นขึ้นมาจะไม่ได้เจอน้องอีก”
ทุกครั้งที่พยายามจะยิ้มให้เธอ น้ำตาก็ไหลออกมา เสียงสะอื้นทำลายเสียงแมลงที่แข่งกันร้องเซ็งแซ่
“พี่นานาโตขึ้นอยากเป็นอะไรคะ?”
“อืม ขอพี่คิดก่อน พี่ชอบรวบรวมคนให้เป็นหนึ่งเดียว ชอบสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขา หรือพี่จะเหมาะกับ...”
“นักการเมือง!”
เราพูดออกมาพร้อมกัน แล้วหัวเราะออกมาที่ใจตรงกัน
“น้องล่ะ?”
“หนูอยากให้คนรักหนูเยอะๆ แล้วหนูก็ชอบร้องเพลง โดนัทอยากเป็นนักร้องค่ะ”
“ขอลายเซ็นไว้ก่อนได้ไหม?”
เธอหัวเราะร่วนกับมุกของตัวเอง ส่วนฉันเหมือนถูกหัวใจโอบกอดเอาไว้ด้วยมือพี่นานา
“โดนัทยกให้ทั้งตัวเลยค่ะ แค่ลายเซ็นมันน้อยไป”
“แม่หญิงพูดกระไรออกมา บัดสียิ่งนัก”
พี่นานาแสร้งหยอดมุกอีกรอบ ฉันอดหัวเราะคิกคักไม่ได้ ฉันประสานสายตากับเธอ ก่อนเป็นฝ่ายหลบไปเอง พี่นานาไอชุดใหญ่ ทำให้เราเงียบกันไปอีกครั้ง
“พี่..ปวด...ปวดไปทั้งหมดทั้งตัว”
เธอระบายความในใจออกมา หัวใจฉันคล้ายกับเดินอยู่บนพื้นน้ำแข็งที่บางเฉียบ ไม่รู้ว่าพื้นที่เหยียบนั้นจะแตกออกเมื่อไหร่ พร้อมๆ กับไม่รู้ว่าพี่นานาจะทนได้อีกนานแค่ไหน
“ถ้าพี่บอกอะไรน้อง น้องอย่าโกรธพี่ได้ไหมคะ?”
“สัญญาค่ะ ว่าจะไม่โกรธ”
“พี่ชอบโดนัท ตั้งแต่แรกเห็น”
“ไม่จริงหรอก”
ฉันค้าน ไม่เห็นความจริงจะเป็นแบบนั้น
“พี่มองแวบเดียวก็รู้ว่าโดนัทชอบความท้าทาย พี่เลยแกล้งเมินใส่น้อง”
ฉันรู้สึกดี จนยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
“มิน่าล่ะ ปกติด้วยระยะเท่านั้น ไม่มีใครมองข้ามโดนัทได้เลย”
“ใช่”
เธอเอ่ยสั้นๆ แต่ส่งสายตาลึกซึ้งมาทางฉัน ฉันเคยรู้ว่าเด็กๆ อย่างเรา จะไม่มีความรู้สึกลึกซึ้งเท่าผู้ใหญ่ แต่ฉันว่าสายตาของพี่นานา ทำให้ฉันคิดไปอีกแบบ
“โดนัทรักพี่นะคะ”
เธอนิ่งเงียบไป มองมาที่ฉันด้วยแววตาอ่อนหวาน ทำให้ฉันรู้สึกเสมือนอยู่ในความฝัน
“พี่ก็รักโดนัท”
“ถ้าเพื่อโดนัท พี่ไม่กลับไปอยู่กับครอบครัวได้ไหม?”
“พี่ไม่มีครอบครัวหรอก โดนัทสบายใจได้”
“ถ้าสมมติว่ามีล่ะ?”
เธอนิ่งไปครู่ใหญ่ ก่อนประสานสายตากับฉัน แล้วจับมือฉันที่เช็ดซอกคอเธออยู่
“โดนัทรู้ใช่ไหม ว่าพี่เป็นใคร?”
พี่นานาทำท่าเหมือนจะหมดสติไปนาทีใดนาทีหนึ่ง สีหน้าเธอเจ็บปวดเหมือนโดนเข็มทิ่มแทงนับพันเล่ม การเช็ดตัวแทบไม่ได้ผล จนฉันรู้สึกคล้ายจมดิ่งลงไปในความมืดมิด ก่อนสารภาพออกมา
“รู้”
ระหว่างเราจึงไม่มีใครเอ่ยอะไรอีก ก่อนพี่นานาจะทำลายความเงียบ
“พี่รู้ว่าโดนัทไม่มีใคร พี่เข้าใจความรู้สึกนั้นดี แต่พี่อยากเจอกับครอบครัวพี่เหมือนกัน โดนัทเข้าใจพี่ใช่ไหม?”
ฉันพยักหน้า ลำคอตีบตัน เอามือเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ขาดสาย
“โดนัทรู้ใช่ไหม ว่าถ้าพี่ไม่ได้รับการรักษา พี่จะตาย ถ้าพี่ตายเราจะไม่ได้เจอกันอีกตลอดไป”
พี่นานาเว้นวรรค เพราะหอบหายใจ
“โดนัทจะปล่อยพี่ไปได้ไหม?”
“โดนัทเอง โดนัททำให้พี่ประสบอุบัติเหตุ”
ฉันตัดสินใจสารภาพความจริงออกไป
พี่นานาเงียบแทนคำถาม ฉันจึงพรั่งพรูความจริงให้เธอฟัง
“โดนัทกับเพื่อนโรยตะปูบนถนน เพื่อให้ล้อรถแบน แล้วผู้โชคร้ายต้องเอารถมาซ่อมที่อู่ แต่รถคันที่พี่นั่งมา ไม่ชะลอความเร็ว เลยเสียหลักและเกิดอุบัติเหตุขึ้น โดนัทรู้ว่า เมื่อพี่รู้แล้ว พี่คงจะไม่ให้อภัยโดนัทอีก”
ฉันเม้มปาก ใจเหมือนถูกบดขยี้ไปด้วยความเจ็บปวด ก่อนตัดสินใจเอ่ยประโยคนี้
“โดนัทคือเหตุผลที่ทำให้พี่ติดอยู่ที่นี่ เป็นเหตุผลที่ทำให้พี่ลืมเรื่องต่างๆ โดนัทขอโทษ”
พี่นานาทำท่าจะเอ่ยอะไร แต่มือเธอตกลงข้างตัว หมดสติต่อหน้าต่อตาฉัน ฉันเอามือสัมผัสที่ซอกคอ แล้วก้มลงฟังเสียงลมหายใจ เธอยังคงอยู่กับฉัน ฉันจึงแบกเธอขึ้นหลัง แล้วพาพี่นานากลับบ้านสุขใจ
ในมุมมองของโดนัท เมื่อ 15 ปีก่อน ฉันไม่สามารถจุดไฟได้ ดังนั้นฝูงยุงจึงรุมเราสองคน เสมือนเป็นมื้ออาหารอันโอชะ ฉันคอยโบกมือให้พี่นานา ไล่ยุงเท่าที่ฉันจะทำได้ เธอนอนคุดคู้ด้วยความหนาวสั่น แม้จะมีเสื้อตัวนอกของฉันคลุมอยู่อีกที แต่กระนั้นร่างกายเธอก็สั่นเทิ่มไปทั่วตัว แถมตอนนี้ฉันก็ยังหาอาหารไม่ได้เลยสักนิด ในป่ามืดเกินกว่าจะเข้าไปเสี่ยง ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป เราคงทนไม่ไหว และฉันต้องแยกจากเธอตลอดไป ฉันเอาผ้าเช็ดหน้าที่พกติดตัวเสมอ ประหนึ่งเป็นตัวแทนของครูแววดาว ที่ช่วยฉันออกมาจากพ่อ ฉันเอามันไปชุบน้ำ บิดหมาดๆ แล้วเช็ดตัวพี่นานา และครูแววดาวยังคงทำงานช่วยเหลือเด็กแบบฉันตราบเท่าที่ครูยังทำได้ จนถึงทุกวันนี้ แต่อาการเธอไม่ดีขึ้นเลย ใบหน้าสว่างนั้นแดงจัด เธอกระสับกระส่ายจนฉันกังวล ก่อนฟ้าสางเล็กน้อยพี่นานาก็ลืมตาตื่นขึ้น มองฉันที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างกายเธอ “โดนัทเ
ในมุมมองของโดนัท เมื่อ 15 ปีก่อน ครูดอกปีบโทรตามรถพยาบาลมารับตัวพี่นานาที่บ้านสุขใจ โดยมีฉันคุกเข่าพนมมือต่อหน้าครู เหล่าเด็กๆ ออกมามองดูเราสองคนอย่างสนใจ ส่วนพี่นานาหลับไม่ได้สติบนโซฟา “ครูบอกเลยว่า การลงโทษครั้งนี้ ต่อให้ใช้เวลาหนึ่งเดือนก็ไม่หมด” ไม้เรียวในมือครูกำลังกระทบมือครูเป็นจังหวะ ฉันนึกถึงพ่อขึ้นมาทันที แต่ในใจมีเรื่องสำคัญกว่านั้น “หนูยอมทุกอย่าง แต่ขอให้หนูได้ดูแลพี่นานานะคะ” “เธออายุสิบสองปีแค่นี้ ทำอะไรเป็นบ้าง แล้วถ้านานาตาย เธอจะรับผิดชอบไหวไหม?” “หนู...” ฉันเอ่ยอะไรไม่ออก ได้แต่นิ่งอยู่อย่างนั้น ชั่วครู่ความคิดก็ผุดขึ้นมาราวกับสายน้ำ “อย่างน้อยๆ หนูก็ดูพี่เขา ตอนครูไปทำธุระก็ได้” ครูดอกปีบถอนหายใจ ส่ายหัวไปมา “นะคะ หนูไม่เอาค่าขนม หนูจะทำความสะอาดบ้
ในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน หลังจากผ่านเหตุการณ์การขับรถเองในวันนั้น น่านฟ้าก็จับฉันฝึกขับรถ เธอให้เหตุผลว่า เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ฉันจะได้เอาตัวรอด แต่ที่ฉันเดาใจเธอออกคือ ประกายตาอันสดใสของน่านฟ้า ยามจดจ้องเสี้ยวหน้าของฉัน ขณะฉันขับรถ ตอนนี้ฉันมั่นใจในตัวเองมากพอที่จะขับรถทางไกลคนเดียวได้แล้ว ฉันมาเยี่ยมคนๆ หนึ่ง ที่ไม่ได้มาหานับสิบห้าปีได้แล้ว สองข้างทางยังคงเต็มไปด้วยแมกไม้เขียวขจีเหมือนเดิม ฉันจำโค้งทุกโค้งได้เป็นอย่างดี ราวกับเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เพราะยังขับรถไม่ชำนาญ ฉันจึงขับความเร็วระดับที่ปลอดภัย ยอมให้รถคันหลังแซงไป ฉันร้องเพลงใหม่ของน่านฟ้าแล้วเคาะพวงมาลัย แต่รถกลับส่ายไปมา จนฉันต้องจอดชิดข้างทาง ฉันดูสัญญาณมือถือแล้ว ที่นี่อับสัญญาณพอดี ฉันยักไหล่ ตอนเด็กๆ พวกเราไม่ค่อยได้ใช้เทคโนโลยีอะไรนัก จะมาบ่นอะไร ถ้าวันนี้จะไม่ได้ใช้สักวัน ฉันก้มลง
ในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน แม้ว่างานอีเว้นท์จะผ่านมาหลายชั่วโมง แต่ใจฉันยังเต้นให้กับคำตอบของน่านฟ้า ขณะเดียวกันก็รู้ว่าสาเหตุที่น่านฟ้าถูกวางยาสลบ แล้วปล่อยให้จมน้ำ นั้นเกิดจากฉันพันเปอร์เซ็นต์ ก่อนจะปล่อยให้เธอต้องเสี่ยงไปกับฉัน ฉันควรรู้ตัวว่าฉันรู้สึกยังไงกับเธอ เอาล่ะ เธอสวย ดวงตาเธอหวานซึ้ง ริมฝีปากได้รูป จมูกโด่งเป็นทรงตรงเหมือนช่างตั้งใจประดิษฐ์เป็นพิเศษ สรุปว่าฉันหลงเธอที่หน้าตา อันดับต่อมา เธอกล้าเถียงฉัน ฉันรู้ว่าฉันชอบขมวดคิ้ว ทำหน้ายุ่ง แต่ผู้หญิงคนนี้ไม่กลัว และเธอกล้าท้าชน เธอเคารพตัวเอง ตรงตามสเปกฉันทุกอย่าง แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ฉันใจเต้นเวลาเห็นหน้าเธอ แม้ว่าเหตุผลทั้งสองข้อ อาจจะไม่มีเลยก็ตาม เพื่อนคนเดียวที่ฉันมีคือเอไอ แต่ฉันอยากคุยกับมนุษย์ ไม่ใช่ปัญญาประดิษฐ์ ฉันอยากรู้ว่าถ้าคนชอบวางแผนแบบฉันจะมีความรัก ฉันจะรักด้วยใจบริสุทธิ
ในมุมมองของโดนัท เมื่อ 15 ปีก่อน อาจเพราะส่วนลึกในใจ ฉันไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง ฉันยังจำภาพที่พ่อทำเหมือนฉันเป็นขยะชิ้นหนึ่งได้ติดตา ฉันคิดอยู่นานว่าถ้าอยากพาพี่นานาไปเที่ยวที่ไหนสักแห่ง ฉันควรทำอย่างไรดี ในหัววางแผนอย่างแยบยล โอเค ก็แค่ชวนไปตรงๆ ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น พี่นานามีแต่คนรายล้อม แต่สองสามวันหลังมานี้ เธอให้เวลาส้มเปรี้ยวเป็นพิเศษ จนฉันออกจะรู้สึกหวงอยู่บ้าง ฉันยืนหลังตรง บอกตัวเองให้เอาจริง สูดลมหายใจแรงๆ เรียกความกล้าออกมา เดินไปประชิดตัวพี่นานา ที่อยู่ท่ามกลางเด็กๆ ในบ้าน “ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหมคะ?” ในหัวฉันว่างเปล่า มีแต่ความกล้าที่ส่งไปยังพี่นานาเท่านั้น แต่เธอเคยบอกชอบฉัน ฉันชวนเธอก็น่าจะไปสิ หรือเธอจะเปลี่ยนใจเมื่อได้รู้จักกับฉันเข้าแล้ว “ได้สิ” พี่นานายังรักษารอยยิ้มอ่อนโยนมาไว้ให้ฉันเสมอ เธอเดินนำฉันมาใต้ต้นห
ในมุมมองของโดนัท เมื่อ 15 ปีก่อน ปกติส้มเปรี้ยวจะมีแม่มาเยี่ยมทุกสุดสัปดาห์ ชุดธรรมดาๆ ถูกเปลี่ยนใหม่เป็นชุดหลากสีสัน แม้เธอจะมีแค่ตัวที่กลางเก่ากลางใหม่ แต่เธอก็ตั้งใจเปลี่ยนเสมือนว่าเป็นวันพิเศษ ส้มเปรี้ยวนั่งอยู่ที่บันไดหน้าบ้าน เท้าคางมองต้นไม้ใบหญ้าอย่างเดียวดาย เสียงรถยนต์ผ่านมา ทำให้ส้มเปรี้ยวชะเง้อมองที่มาของเสียง แต่ไม่มีวี่แววของแม่เธอเลย ผู้มาเยือน แท้จริงแล้วคือครูดอกปีบ เดินมาพร้อมกับแม่บ้านและพี่ๆ ในบ้านสุขใจ พวกเขาถืออาหารสดจำนวนมาก ในฐานะที่พวกเรายังเด็กเกินไปสำหรับหน้าที่นี้ จึงได้แต่มองเท่านั้น “ว้า” ส้มเปรี้ยวถอนหายใจ ครูดอกปีบมองอาการนั้น แล้วทำหน้าเรียบเฉย ก่อนเดินเข้าครัวไป พี่นานาเดินผ่านส้มเปรี้ยว เธอยังคงฝังใจเรื่องแม่ของส้มเปรี้ยว และดูท่าทางจะไม่หายอิจฉาง่ายๆ แม้จะได้เคล็ดวิชาจากฉันมาแล้ว “พี่นานาชอบสร







