Masukในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน
ฉันหลับไปนานแค่ไหนก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าพอตื่นขึ้นมาก็เจอกับน่านฟ้า เธอทำให้ฉันนึกถึงใครคนหนึ่ง แต่เราไม่อาจโคจรมาเจอกันได้อีกแล้ว เพราะโดนัทของฉัน ตายไปนานแล้ว
ตอนนี้ถ้าเธอยังอยู่ เธอจะเป็นยังไงบ้าง ยังทะเล้นอยู่ไหม ยังร้องเพลงด้วยน้ำเสียงอ่อนละมุนอยู่ไหม ที่สำคัญ เธอจะยังปกป้องคนอ่อนแอเหมือนที่หัวใจของฉัน เคยถูกเธอโอบกอดไว้ด้วยความรักหรือเปล่า
ฉันเปิดเปลือกตาขึ้นมองรอบห้อง มองสายน้ำเกลือและสายให้เลือด ฉันรู้สึกราวกับตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายที่แสนทรมานและยาวนาน
น่านฟ้าจดจ้องฉัน แล้วร้องไห้ออกมา
“พี่เป็นอย่างไรบ้าง?”
“...”
เธอไม่ตอบ ได้แต่ส่งยิ้มบางๆ มาให้ เพื่อแสดงว่าไม่เป็นอะไร
“พี่คือ พี่นานาใช่ไหม?”
“...”
ฉันยังจำชื่อที่รักครั้งแรกตั้งให้ฉันได้เป็นอย่างดี แต่เธอเกี่ยวอะไรกัน
“หนูคือโดนัทเอง โดนัทของพี่นานา”
“โดนัท”
ฉันน้ำตาซึม ก่อนรับโอบกอดจากน่านฟ้า รักครั้งแรกของฉัน
“ทำไมพี่ไม่เคยมาหาโดนัทเลย”
“พี่ขอโทษ”
ฉันเอ่ยเสียงเบา เอามือที่พันผ้าพันแผลเช็ดน้ำตาอดีตเด็กผู้หญิงที่ฉันเคยรัก
“แม่ไม่ให้พี่มาที่นี่อีกเลย เพราะท่านคิดว่ามันไม่ปลอดภัย พี่เลยส่งมาได้แต่ของ”
“หนูคิดว่าพี่ตายแล้ว”
“พี่ก็คิดว่าโดนัทตายแล้ว”
โดนัทร้องไห้เสียงดัง น้ำหูน้ำตาไหล เธอสูดลมหายใจเข้า เพื่อตั้งสติ
“พี่จำได้แล้วเหรอคะ ว่าตัวเองเป็นใคร?”
“พ่อพี่ส่งพี่ไปรักษาจนความจำกลับมา แต่พี่ไม่เคยลืมน้องโดนัทได้เลย”
เราพูดคุยกันอีกพักใหญ่ ก่อนที่ฉันจะขอยืมมือถือของโดนัท ที่ตอนนี้เป็นน่านฟ้าผู้โด่งดัง เพื่อที่จะได้ให้เธอช่วยโทรหาพ่อ ฉันสรุปบทให้โดนัทเป็นคนพูด
“สวัสดีค่ะ หนูคือน่านฟ้า นักร้องในค่ายของลูกสาวท่านค่ะ ท่านประธานฮง หนูจะโทรมาแจ้งว่าลูกสาวของท่านกำลังอาการหนักค่ะ ถูกทำร้ายจนเลือดเกือบหมดตัว แต่ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว รีบมานะคะ เดี๋ยวหนูส่งโลเคชั่นให้”
หน้าฉันยังซีดอยู่ แต่ทุกๆ อย่าง กำลังเข้ารูปเข้ารอย เราโทรหาป๊าในตอนหัวค่ำ กว่าป๊าจะมาก็คงเช้าพอดี ฉันจึงนอนหลับเพื่อรอคอยให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น
เสียงกุกกักดังขึ้น เสมือนมีคนเปิดประตูเข้ามา ตามด้วยเสียงเดินอันเงียบกริบของแขกผู้มาเยือนนั้น โดยที่น่านฟ้ายังคงหลับ แล้วหายใจยาวสม่ำเสมอ
ผู้บุกรุกเอาหมอนอุดหน้าฉัน ฉันดิ้นสุดแรง แต่ไม่อาจพ้นเงื้อมมืออันแข็งแรงของคนร้ายไปได้
สวิตช์ไฟถูกเปิดขึ้น ตำรวจสามนายเล็งปืนไปทางคนร้าย เขายกมือทิ้งอาวุธอย่างหมดหนทาง ก่อนถูกจับกุมตัวออกไป
“ทำอะไรกันคะ เสียงดังเชียว”
น่านฟ้าถามพลางขยี้ตา มองหน้าฉันงงๆ ส่วนฉันได้แต่ยิ้มให้เธอ ไม่รู้อะไรน่าจะดีกว่า
“นอนต่อเถอะค่ะ”
ก่อนเที่ยงวัน เบอร์สถานีตำรวจก็โทรมาหาน่านฟ้า
“สวัสดีค่ะ คุณตำรวจเหรอคะ?”
“ครับ ผู้ร้ายซัดทอดคุณธนวัฒน์ พี่ชายคุณรักณหทัยครับ ผมกำลังออกหมายจับ ต้องรบกวนคุณรักณหทัยและคุณน่านฟ้ามาให้ปากคำที่โรงพักด้วยครับ”
“ค่ะ ได้เลยค่ะ คุณตำรวจ”
น่านฟ้าวางสายอย่างงๆ แล้วฉันก็เลยต้องเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้เธอฟัง
ฉันพาน่านฟ้ากลับบ้านสุขใจ แล้วเดินเล่นที่ริมลำธารที่เรามีความทรงจำด้วยกันมากมาย รอให้ตำรวจดำเนินการ โดยที่ลืมไปว่า บริเวณนี้ยังไม่ใช่ที่ๆ ปลอดภัย เพราะคนของเฮียธนูยังอยู่แถวนั้น
ฉันเห็นเพียงครู่เดียว คนของเฮียธนูพุ่งเข้าใส่ฉัน ล็อคแขนฉันด้วยสองแขนแข็งแรงของชายฉกรรจ์ น่านฟ้าถูกผลักจนล้ม โชคดีที่บนพื้นมีท่อนไม้วางอยู่ เธอหยิบขึ้นมา แล้วตีคนที่ล็อคแขนฉัน
แต่คนพวกนั้นมากันสองคน ชายอีกคนดึงมีดออกมา น่านฟ้าง้างแขนสุดกำลัง แล้วฟาดลงบนคนถือมีด แต่เขาไวกว่า คว้ามือน่านฟ้าไว้ได้ ส่วนฉันถูกผลักให้ล้มลง
น่านฟ้าถูกมีดจ่อคอ เธอเงยหน้าขึ้น และพยายามอยู่นิ่งๆ แต่ผู้ร้ายลงแรงบนมีด จนปลายมีดแทงลึกเข้าไป ทำให้เลือดซึม
“ปล่อยเธอ พวกแกจะทำอะไรฉันก็ได้ทุกอย่าง”
เสียงปรบมือช้าๆ ดังมาจากข้างหลังฉัน เฮียธนูนั่นเองที่เดินเข้ามาหาพวกเรา
“เดี๋ยวแกสองคนก็จะได้ไปนรกพร้อมกัน”
“คนชั่วแบบเฮียนั่นแหละที่ต้องตกนรก”
ฉันเถียงและรู้ว่าเฮียจะถูกถ่วงเวลาจนกว่าจะมีคนมาตามพวกเรา
“เฮียไม่เสียดายน่านฟ้าเหรอ สวยออกขนาดนี้”
“มันเห็นเหตุการณ์แล้ว ฉันคงปล่อยไปไม่ได้ แต่ถ้าลองชิมก่อนเธอตาย ก็อาจจะดี”
ฉันกัดริมฝีปาก นึกด่าตัวเองที่พาน่านฟ้ามาเจอนรกขุมใหญ่
“เฮียก็รู้ว่า ทำไมเราสองพี่น้องต้องบาดหมางกันแบบนี้”
“เพราะแกกับแม่อยากแย่งทุกอย่างไปจากพวกฉัน”
“ไม่จริงเลย เพราะป๊าไม่เคยพอ เพราะแม่เราสองคนเป่าหูเรา ให้เราทะเลาะกัน”
เฮียธนูยิ้มเยาะ ส่ายหน้า
“แกอาจจะเรียนเก่ง แต่ถ้าแกฉลาดจริง แกควรจะเลือกเป็นเมียเจ้าสัว แล้วอยู่อย่างสบายๆ ไปสิ”
“เอาแบบนี้ไหมเฮีย ลูกศรจะยกหุ้นในบริษัทแม่ให้เฮียทั้งหมด และกับการที่เฮียจะปล่อยเราสองคนไป ลูกศรจะเอาปืนไปทิ้ง แล้วบอกทุกคนว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น”
ฉันเสนอเพื่อหาทางรอดให้เราทุกคน
“แกควรจะตายไปเมื่อสิบห้าปีก่อนนะลูกศร และถึงไม่ตายวันนั้น แต่แกก็ต้องตายวันนี้อยู่ดี ฉันไม่เหลือทางรอดแล้ว ลูกน้องมันซัดทอดฉัน หลักฐานมัดแน่นเกินไป และฉันไม่ยอมพังคนเดียวแน่ๆ ฉันจะฆ่าน่านฟ้าก่อน แกจะได้มองเธอตายอย่างเจ็บปวด”
เฮียธนูเล็งปืนมาทางน่านฟ้า ผู้หญิงที่ฉันรัก และฉันไม่เหลือหนทางนอกจาก รับกระสุนแทนเธอ!
เฮียธนูเบิกตาโพลง ก่อนหัวเราะอย่างเสียสติ
“แกบ้าไปแล้ว ลูกศรที่ฉันรู้จัก ไม่เคยทำเพื่อใคร นอกจากตัวเอง แกยอมตายเพื่อน่านฟ้า แต่ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะส่งแกไปตายพร้อมกัน”
ปัง!!!
เสียงปืนลั่นไกดังจนฝูงนกบินออกจากรัง แต่คนที่ล้มคือฉัน และอีกคนคือเฮียธนู ฉันโดนพี่ชายคนละแม่ยิง ส่วนพี่ชายฉันโดนตำรวจยิง
ฉันไม่รู้ว่าระหว่างเรา ใครเจ็บแผลกว่ากัน มีแต่ฉันที่เจ็บใจน้อยกว่า เพราะฉันรักเป็น ไม่ได้เห็นน่านฟ้าเป็นหมากในเกมแน่ๆ ฉันสามารถมีรักที่บริสุทธิ์ได้
น่านฟ้านั่งลงข้างฉัน จับศีรษะฉันนอนบนตักเธอ น้ำตาไหลพรั่งพรู
“มันต้องไม่เป็นแบบนี้ พี่ลูกศรต้องเจ็บเพราะฟ้าอีกกี่ครั้ง เป็นฟ้าไม่ได้เหรอ ที่เป็นคนเจ็บ”
ฉันไอ สำลักเลือดออกมา ฉันว่าโอกาสรอดของฉันคงต่ำ
“ถ้าฟ้าเลือกได้ ฟ้าจะเป็นแค่โดนัท โดนัทที่ได้อยู่ข้างๆ พี่นานาก็พอ”
เธอพูดจบพร้อมๆ กับที่สติของฉันดับวูบลง
ในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน ฉันหลับไปนานแค่ไหนก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าพอตื่นขึ้นมาก็เจอกับน่านฟ้า เธอทำให้ฉันนึกถึงใครคนหนึ่ง แต่เราไม่อาจโคจรมาเจอกันได้อีกแล้ว เพราะโดนัทของฉัน ตายไปนานแล้ว ตอนนี้ถ้าเธอยังอยู่ เธอจะเป็นยังไงบ้าง ยังทะเล้นอยู่ไหม ยังร้องเพลงด้วยน้ำเสียงอ่อนละมุนอยู่ไหม ที่สำคัญ เธอจะยังปกป้องคนอ่อนแอเหมือนที่หัวใจของฉัน เคยถูกเธอโอบกอดไว้ด้วยความรักหรือเปล่า ฉันเปิดเปลือกตาขึ้นมองรอบห้อง มองสายน้ำเกลือและสายให้เลือด ฉันรู้สึกราวกับตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายที่แสนทรมานและยาวนาน น่านฟ้าจดจ้องฉัน แล้วร้องไห้ออกมา “พี่เป็นอย่างไรบ้าง?” “...” เธอไม่ตอบ ได้แต่ส่งยิ้มบางๆ มาให้ เพื่อแสดงว่าไม่เป็นอะไร “พี่คือ พี่นานาใช่ไหม?” “...” ฉันยังจำชื่อที่รักครั้งแรกตั้งให้ฉันได้เป็นอย่างดี แต
ในมุมมองของน่านฟ้า ก่อนหน้านั้นหนึ่งชั่วโมง ฉันได้วันหยุดหนึ่งวัน หลังจากที่โหมงานมาตลอดทั้งเดือน ใบหน้าอิดโรยถูกปกปิดด้วยเครื่องสำอางชั้นดี ฉันแต่งตัวทะมัดทะแมง พกของขวัญมากว่ายี่สิบกล่อง ไม่รู้จะพอไหม แต่ดีกว่ามามือเปล่า ตรงโค้งที่คุ้นเคย ฉันหยุดก่อนถึงกว่าร้อยเมตร เดินเท้าลงมาสำรวจว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ พลันสายตาก็เงยไปสบกับกล้อง CCTV ไม่มีอะไรผิดปกติ ฉันจึงขับรถไปต่อ จนกระทั่งถึงตึกหลังใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นไม้ แต่บัดนี้เปลี่ยนเป็นอิฐสีส้มทั้งหลัง ตั้งโดดเดี่ยวอยู่หน้าภูเขาที่ฉันคุ้นเคย “โดนัท!” ครูดอกปีบเรียกฉัน ก่อนเดินเชื่องช้าเข้ามากอด ตอนนี้ครูคงอายุราวๆ ห้าสิบปี ผมสีดอกเลาทั่วทั้งศีรษะ แววตาครูอ่อนโยนขึ้น ประดับประดาเครื่องหน้าด้วยรอยยิ้ม วันนี้ครูเปลี่ยนตัวเองจากครูที่เคยถือไม้เรียว มาเป็นครูที่มีเด็กๆ กอด และแอบดูฉันอยู่ข้างหลังค
ในมุมมองของโดนัท เมื่อ 15 ปีก่อน ฉันไม่สามารถจุดไฟได้ ดังนั้นฝูงยุงจึงรุมเราสองคน เสมือนเป็นมื้ออาหารอันโอชะ ฉันคอยโบกมือให้พี่นานา ไล่ยุงเท่าที่ฉันจะทำได้ เธอนอนคุดคู้ด้วยความหนาวสั่น แม้จะมีเสื้อตัวนอกของฉันคลุมอยู่อีกที แต่กระนั้นร่างกายเธอก็สั่นเทิ่มไปทั่วตัว แถมตอนนี้ฉันก็ยังหาอาหารไม่ได้เลยสักนิด ในป่ามืดเกินกว่าจะเข้าไปเสี่ยง ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป เราคงทนไม่ไหว และฉันต้องแยกจากเธอตลอดไป ฉันเอาผ้าเช็ดหน้าที่พกติดตัวเสมอ ประหนึ่งเป็นตัวแทนของครูแววดาว ที่ช่วยฉันออกมาจากพ่อ ฉันเอามันไปชุบน้ำ บิดหมาดๆ แล้วเช็ดตัวพี่นานา และครูแววดาวยังคงทำงานช่วยเหลือเด็กแบบฉันตราบเท่าที่ครูยังทำได้ จนถึงทุกวันนี้ แต่อาการเธอไม่ดีขึ้นเลย ใบหน้าสว่างนั้นแดงจัด เธอกระสับกระส่ายจนฉันกังวล ก่อนฟ้าสางเล็กน้อยพี่นานาก็ลืมตาตื่นขึ้น มองฉันที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างกายเธอ “โดนัทเ
ในมุมมองของโดนัท เมื่อ 15 ปีก่อน ครูดอกปีบโทรตามรถพยาบาลมารับตัวพี่นานาที่บ้านสุขใจ โดยมีฉันคุกเข่าพนมมือต่อหน้าครู เหล่าเด็กๆ ออกมามองดูเราสองคนอย่างสนใจ ส่วนพี่นานาหลับไม่ได้สติบนโซฟา “ครูบอกเลยว่า การลงโทษครั้งนี้ ต่อให้ใช้เวลาหนึ่งเดือนก็ไม่หมด” ไม้เรียวในมือครูกำลังกระทบมือครูเป็นจังหวะ ฉันนึกถึงพ่อขึ้นมาทันที แต่ในใจมีเรื่องสำคัญกว่านั้น “หนูยอมทุกอย่าง แต่ขอให้หนูได้ดูแลพี่นานานะคะ” “เธออายุสิบสองปีแค่นี้ ทำอะไรเป็นบ้าง แล้วถ้านานาตาย เธอจะรับผิดชอบไหวไหม?” “หนู...” ฉันเอ่ยอะไรไม่ออก ได้แต่นิ่งอยู่อย่างนั้น ชั่วครู่ความคิดก็ผุดขึ้นมาราวกับสายน้ำ “อย่างน้อยๆ หนูก็ดูพี่เขา ตอนครูไปทำธุระก็ได้” ครูดอกปีบถอนหายใจ ส่ายหัวไปมา “นะคะ หนูไม่เอาค่าขนม หนูจะทำความสะอาดบ้
ในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน หลังจากผ่านเหตุการณ์การขับรถเองในวันนั้น น่านฟ้าก็จับฉันฝึกขับรถ เธอให้เหตุผลว่า เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ฉันจะได้เอาตัวรอด แต่ที่ฉันเดาใจเธอออกคือ ประกายตาอันสดใสของน่านฟ้า ยามจดจ้องเสี้ยวหน้าของฉัน ขณะฉันขับรถ ตอนนี้ฉันมั่นใจในตัวเองมากพอที่จะขับรถทางไกลคนเดียวได้แล้ว ฉันมาเยี่ยมคนๆ หนึ่ง ที่ไม่ได้มาหานับสิบห้าปีได้แล้ว สองข้างทางยังคงเต็มไปด้วยแมกไม้เขียวขจีเหมือนเดิม ฉันจำโค้งทุกโค้งได้เป็นอย่างดี ราวกับเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เพราะยังขับรถไม่ชำนาญ ฉันจึงขับความเร็วระดับที่ปลอดภัย ยอมให้รถคันหลังแซงไป ฉันร้องเพลงใหม่ของน่านฟ้าแล้วเคาะพวงมาลัย แต่รถกลับส่ายไปมา จนฉันต้องจอดชิดข้างทาง ฉันดูสัญญาณมือถือแล้ว ที่นี่อับสัญญาณพอดี ฉันยักไหล่ ตอนเด็กๆ พวกเราไม่ค่อยได้ใช้เทคโนโลยีอะไรนัก จะมาบ่นอะไร ถ้าวันนี้จะไม่ได้ใช้สักวัน ฉันก้มลง
ในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน แม้ว่างานอีเว้นท์จะผ่านมาหลายชั่วโมง แต่ใจฉันยังเต้นให้กับคำตอบของน่านฟ้า ขณะเดียวกันก็รู้ว่าสาเหตุที่น่านฟ้าถูกวางยาสลบ แล้วปล่อยให้จมน้ำ นั้นเกิดจากฉันพันเปอร์เซ็นต์ ก่อนจะปล่อยให้เธอต้องเสี่ยงไปกับฉัน ฉันควรรู้ตัวว่าฉันรู้สึกยังไงกับเธอ เอาล่ะ เธอสวย ดวงตาเธอหวานซึ้ง ริมฝีปากได้รูป จมูกโด่งเป็นทรงตรงเหมือนช่างตั้งใจประดิษฐ์เป็นพิเศษ สรุปว่าฉันหลงเธอที่หน้าตา อันดับต่อมา เธอกล้าเถียงฉัน ฉันรู้ว่าฉันชอบขมวดคิ้ว ทำหน้ายุ่ง แต่ผู้หญิงคนนี้ไม่กลัว และเธอกล้าท้าชน เธอเคารพตัวเอง ตรงตามสเปกฉันทุกอย่าง แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ฉันใจเต้นเวลาเห็นหน้าเธอ แม้ว่าเหตุผลทั้งสองข้อ อาจจะไม่มีเลยก็ตาม เพื่อนคนเดียวที่ฉันมีคือเอไอ แต่ฉันอยากคุยกับมนุษย์ ไม่ใช่ปัญญาประดิษฐ์ ฉันอยากรู้ว่าถ้าคนชอบวางแผนแบบฉันจะมีความรัก ฉันจะรักด้วยใจบริสุทธิ







