Masuk“อื้อ! ปล่อย... ปล่อยฉัน! ฮึก... ไอ้คนเลว! ออกไปนะ!”
ฝ่ามือเล็กระดมทุบลงบนแผ่นอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามภายใต้เสื้อเชิ้ตที่หลุดลุ่ย เฟิร์นดิ้นพล่านเหมือนปลาขาดน้ำ น้ำตาเม็ดโตไหลทะลักอาบสองแก้มด้วยความกลัวจับขั้วหัวใจ รสจูบเมื่อครู่มันดิบเถื่อนจนเธอเจ็บระบมไปทั้งปาก แรงขัดขืนของเธอไม่ได้ทำให้คีออสสะเทือน แต่เสียงสะอื้นฮักกับตัวที่สั่นเทาเหมือนลูกนกเปียกฝนต่างหากที่ทำให้เขาชะงัก...ไอร้อนผ่าวจากผิวกายที่แนบชิดกันอยู่มันปลุกสัญชาตญาณบางอย่างให้ตื่นเพริด คีออสค่อยๆ ถอนริมฝีปากออก แต่ไม่ได้ถอยห่าง เขาตรึงหน้าผากตัวเองแนบชิดกับหน้าผากมนของเธอ ลมหายใจเป่ารดกันจนแยกไม่ออกว่าเป็นของใคร “จุ๊ๆๆ... หยุดร้อง” เขาเอ่ยเสียงทุ้ม ไม่ได้ตะคอกเหมือนเก่า แต่มันกลับแหบต่ำจนน่าขนลุก มือหนาที่เคยกดตรึงข้อมือเธอไว้ ค่อยๆ คลายออก เปลี่ยนมาเป็นลูบไล้แผ่วเบาตามเรียวแขนสลวยขึ้นไปจนถึงหัวไหล่กลมมน “ฮู๊ว... ฮึก... นายมันบ้า! ปล่อยฉันกลับบ้านเดี๋ยวนี้!” เฟิร์นยังคงสะอื้น ตัวสั่นระริก พยายามจะดันไหล่เขาออกแต่เรี่ยวแรงเหมือนถูกสูบหายไปกับจูบเมื่อครู่ “ชู่ว์...” คีออสครางฮึมในลำคอ ใช้ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยไล่น้ำตาออกจากหางตาให้เธออย่างเชื่องช้า การกระทำที่ขัดแย้งกับสถานการณ์ทำให้เฟิร์นชะงัก ทั้งงงวยและหวาดหวั่นปนเปกันไปหมด “กลัวอะไร หืม?” เขาถามเสียงกระซิบ ริมฝีปากหยักได้รูปกดจูบซับน้ำตาที่แก้มใสเบาๆ... อย่างแผ่วเบา“ฉันยังไม่ได้ฆ่าเธอสักหน่อย” “ตะ... แต่นายกำลังจะข่มขืนฉัน!” เฟิร์นเถียงเสียงสั่น เบี่ยงหน้าหนีสัมผัสวาบหวามที่เขากำลังปรนเปรอให้ที่ซอกคอ คีออสหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มลึกที่สั่นสะเทือนไปถึงอกเธอ เขาไม่ได้โกรธที่โดนกล่าวหา กลับกัน... เขากำลังสนุกที่เห็นแม่เสือสาวสิ้นฤทธิ์กลายเป็นแมวน้อยตื่นตูม “ข่มขืน?” เขาทวนคำ ก่อนจะฝังจมูกลงสูดดมความหอมจากเนินไหล่ขาวเนียนที่โผล่พ้นคอเสื้อยืดที่ย้วยลงมา “ฉันเรียกว่า... การเจรจาต่อรอง” “ต่อรองบ้าอะไรของนาย! อ๊ะ!...” เสียงประท้วงขาดห้วงไปทันทีเมื่อฝ่ามือร้อนจัดของเขาสอดผ่านชายเสื้อยืดตัวโคร่งขึ้นมา สัมผัสสากระคายจากฝ่ามือหยาบกร้านแตะเข้ากับผิวเนื้อนุ่มนิ่มบริเวณหน้าท้องแบนราบ เฟิร์นสะดุ้งเฮือก ขนลุกซู่ไปทั้งตัว เธอนอนตัวเกร็ง พยายามจะหนีบศอกลงเพื่อกันมือเขา แต่คีออสรู้ทัน เขาแทรกมือขึ้นมาสูงขึ้นอย่างช่ำชอง ปลายนิ้วร้อนลากไล้ผ่านสีข้าง ช้าๆ... เนิบนาบ... จงใจทรมานให้เธอขาดใจด้วยความเสียวซ่านที่แปลกใหม่ “ยะ... อย่า... เอามือออกไปนะ!” เฟิร์นร้องห้ามเสียงหลง มือไม้ปัดป่ายพยายามดึงมือเขาออก “ขอร้องล่ะ... อย่าทำแบบนี้” “ผิวเธอลื่นมือดีชะมัด” คีออสไม่ฟังเสียงห้าม เขาพึมพำราวกระซิบบอกรัก แต่การกระทำคือการรุกราน เขาใช้นิ้วหัวแม่มือวนไล้ที่ฐานอกอวบอิ่มผ่านบราเซียร์ลูกไม้ตัวบาง “อื้อ...” เฟิร์นกัดปากตัวเองแน่นเพื่อกลั้นเสียงน่าอาย น้ำตายังคงไหลพรากแต่ร่างกายกลับทรยศ มันร้อนวูบวาบไปหมดในทุกที่ที่เขาแตะต้อง “ตัวก็แค่นี้...” คีออสเงยหน้าขึ้นมองตากลมโตที่ฉ่ำน้ำตา แววตาของเขาพราวระยับด้วยความกระหาย “แต่ซ่อนรูปเก่งนะเรา” สิ้นคำ มือหนาก็กอบกุมเนินเนื้อนุ่มหยุ่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้บรา เข้าเต็มฝ่ามือ “อ๊ะ ปล่อยนะคนบ้า!” เฟิร์นหวีดร้อง ดิ้นพราดสุดแรง แต่คีออสเพียงแค่ทิ้งน้ำหนักตัวลงมาทับขาเธอไว้ไม่ให้ดิ้นหนี มือที่กอบกุมทรวงอกอิ่มเริ่มออกแรงบีบเคล้น... จากเบาๆ เป็นหนักหน่วงขึ้นตามแรงอารมณ์ “อืม... เต็มมือ” คีออสครางต่ำอย่างพึงพอใจ ความนุ่มหยุ่นที่สู้มือประกอบกับขนาดที่เกินตัวทำให้เขาเริ่มควบคุมตัวเองยากขึ้น เขาเปลี่ยนจากการบีบธรรมดาเป็นการนวดคลึง ขยำขยี้ก้อนเนื้อนุ่มนิ่มนั้นอย่างหมั่นเขี้ยว “เจ็บ... ฮึก... มันเจ็บนะ” เฟิร์นร้องไห้โฮ เธอทั้งเจ็บทั้งเสียวแปลบปลาบ ความรู้สึกตีกันมั่วไปหมดในหัว “เจ็บเหรอ?” คีออสผ่อนแรงลงนิดหน่อย แต่ไม่ยอมปล่อยมือ เขาใช้นิ้วเกี่ยวขอบบราเซียร์รั้งลงต่ำ จนเต้าเนื้อขาวผ่องเด้งหลุดออกมาอวดสายตา ปลายยอดสีหวานชูชันท้าทายสายตาคมกริบทันที เฟิร์นเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบยกมือขึ้นมาปิดหน้าอกตัวเอง “กรี๊ด! อย่ามองนะ ฮื่อออ” คีออสจับข้อมือทั้งสองข้างของเธอรวบขึ้นไปตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวได้อย่างง่ายดาย เปิดทางให้ดวงตาคมกริบได้สำรวจความงดงามตรงหน้าอย่างชัดเจน “สวยมากๆ...” คำชมสั้นๆ หลุดออกมาจากปากของมาเฟียหนุ่ม เขาโน้มหน้าลงไปใกล้จนลมหายใจร้อนเป่ารดปลายถันสีระเรื่อที่กำลังแข็งขืน เฟิร์นตัวสั่นทิมราวกับเจ้าเข้า หน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู “อย่า... อย่าทำ...” เธอส่ายหน้าไปมาบนหมอนอิง น้ำตาเปรอะเปื้อนแก้ม “อาย... ฉันอาย...” “ไม่ต้องอาย” คีออสกระซิบเสียงแหบพร่า เขาใช้สันจมูกโด่งกดลงไปคลอเคลียกับความนุ่มหยุ่นนั้น สูดดมกลิ่นกายสาวเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะแลบลิ้นออกมาแตะเบาๆ ที่ยอดอกชูชัน “อ๊า!...” เฟิร์นหลุดเสียงครางออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ร่างกายกระตุกเกร็งแอ่นอกรับสัมผัสโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกเหมือนกระแสไฟฟ้าแล่นปราดจากหน้าอกลงไปสู่ท้องน้อยเล่นงานเธอจนหัวหมุน คีออสเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอ ยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก “เห็นไหม... ปากบอกว่าไม่ แต่ร่างกายเธอตอบสนองฉันดีจะตาย” “ไม่จริง! นาย... นายมันฉวยโอกาส!” เฟิร์นพยายามเถียง แต่เสียงก็สั่นจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง “เด็กดื้อ...” เขาพูดแค่นั้นแล้วเริ่มปฏิบัติการลงโทษ มือหนาอีกข้างที่ว่างอยู่กลับมาทำหน้าที่ต่อ เขาตะปบเข้าที่เต้าอวบข้างที่เหลือ บีบขยำเน้นๆ จนเนื้อนุ่มปลิ้นล้นง่ามนิ้ว ความขาวเนียนตัดกับมือหนาหยาบกร้านของเขาอย่างชัดเจน คีออสเพิ่มจังหวะการนวดเฟ้นให้เร้าใจยิ่งขึ้น เขาขยับฝ่ามือหมุนวน บดคลึงยอดอกสีสวยด้วยอุ้งมือ สลับกับใช้นิ้วคีบดึงเบาๆ อย่างหยอกเย้า เฟิร์นส่ายหน้าไปมา หอบหายใจถี่กระชั้น ร่างกายบิดเร่าด้วยความทรมานที่แสนหวาน “ยะ... หยุด... มันแปลก... อื้อ... มันเสียว...” เธอหลุดปากบอกความรู้สึกออกมาอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้ “บอกฉันสิ... ว่าชอบไหม” คีออสกระซิบกดดัน ชะโงกหน้ามองปฏิกิริยาของเธออย่างหลงใหล มือก็ยังคงทำหน้าที่ปรนเปรอและกลั่นแกล้งไปพร้อมกัน เขาจงใจใช้นิ้วสะกิดที่จุดไวสัมผัสย้ำๆ จนเฟิร์นแอ่นอกเข้าหาเขาราวกับต้องการมากกว่านี้ “มะ... ไม่ชอบ... อ๊าา... พอที...” “ปากแข็ง” เคีออสกัดฟันกรอด ความพยศของเธอยิ่งทำให้เขาอยากเอาชนะ “งั้นฉันจะทำให้เธอพูดความจริงออกมาเอง” เขาปล่อยมือที่ตรึงข้อมือเธอออก เฟิร์นรีบยกมือจะผลักเขา แต่กลับกลายเป็นว่าเธอไร้เรี่ยวแรงจนทำได้แค่เกาะบ่าเขาไว้แน่น คีออสยิ้มกริ่ม เขาใช้มือทั้งสองข้างกอบกุมทรวงอกอวบอิ่มทั้งสองข้าง เข้าหาเข้าหากันจนเป็นร่องลึก แล้วก้มหน้าลงไปซุกไซ้ ความรู้สึกของหนวดเคราจางๆ ที่ครูดไถบนผิวเนื้ออ่อนนุ่มทำให้เฟิร์นสะท้านเฮือก เธอจิกเล็บลงบนไหล่เขาแน่น “คีออส... คนเลว...” เธอครางเสียงเครือ “เรียกชื่อฉันอีกสิ...” คีออสสั่งเสียงอู้อี้ขณะที่ริมฝีปากยังคงสาละวนกับการเม้มดูดผิวนุ่มนิ่ม “เรียกชื่อฉัน... ดังๆ เฟิร์น” เขาเงยหน้าขึ้นมา บีบเคล้นอกอิ่มทั้งสองข้างอย่างเมามันส์ ราวกับเด็กที่ได้ของเล่นชิ้นโปรดและไม่คิดจะวางมือ จังหวะการบีบเคล้นเริ่มหนักหน่วงขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูง เขาชอบเวลาที่เห็นเนื้อนุ่มๆ นี้บุ๋มลงไปตามแรงนิ้ว และเด้งคืนตัวสู้มือเมื่อเขาผ่อนแรง “ของโคตรดี...” เขาพึมพำ ดวงตาฉายแววปรารถนาอย่างปิดไม่มิด “กะจะสั่งสอนแค่แป๊บเดียว... สงสัยคืนนี้ยาวแน่” เฟิร์นที่สติเริ่มเลือนรางเพราะพิษสวาทได้ยินประโยคนั้นชัดเจน เธอปรือตามองเขาด้วยความหวาดหวั่นปนวาบหวาม “นาย... จะทำอะไรอีก...” เธอถามเสียงแหบแห้ง คีออสยิ้ม... รอยยิ้มที่ทำให้เฟิร์นรู้ชะตากรรมตัวเองทันทีว่า... คืนนี้เธอคงไม่ได้นอนดีๆ แน่ “ก็ทำให้เธอร้อง... จนกว่าจะจำชื่อฉันคนนี้ให้ขึ้นใจไง” พูดจบ เขาก็ก้มลงครอบครองยอดอกชูชันข้างซ้ายด้วยปากร้อนผ่าว ดูดดึงแรงๆ จนเกิดเสียงดังจ๊วบก้องไปทั่วห้อง เฟิร์นรีบยกมือปิดปากตัวเองแน่นเพื่อกลั้นเสียงคราง แต่ก็ไม่อาจต้านทานความเสียวซ่านที่ถาโถมเข้ามาได้เลยร่างบางถูกวางลงบนฟูกนุ่มอย่างทะนุถนอมผิดวิสัยมาเฟียผู้เหี้ยมโหด คีออสไม่รอช้าที่จะตามลงมาทาบทับ กักขังเธอไว้ใต้ร่างแกร่ง นัยน์ตาคมจ้องมองใบหน้าที่แดงระเรื่อและตื่นตระหนกของเธอด้วยแววตาที่อ่อนลงแฝงความปรารถนาที่ลึกซึ้ง “เลิกต่อต้านได้แล้ว” เขาพึมพำเสียงทุ้ม ก่อนจะค่อยๆ โน้มใบหน้าลงมา ริมฝีปากอุ่นจัดประทับลงบนกลีบปากนุ่มของเธออย่างแผ่วเบา และอ้อยอิ่ง เหมือนกำลังละเลียดชิมขนมหวานชิ้นโปรด เขาค่อยๆคลอเคลียหยอกเย้าที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ “อื้อ...” เฟิร์นเผลอครางในลำคอ สัมผัสที่อ่อนโยนจนน่าตกใจทำให้กำแพงที่เธอก่อไว้เริ่มสั่นคลอน มือไม้ที่กำแน่นกลับผ่อนแรงลง นิ้วเรียวค่อยๆ คลายออกแล้วเลื่อนขึ้นไปโอบรอบลำคอหนาของเขาโดยไม่รู้ตัว จูบของคีออสเหมือนยาเสพติดร้ายกาจ มันหอมหวาน นุ่มนวล แต่ก็มอมเมาสติสัมปชัญญะให้เลือนหาย เขาค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักกดจูบให้ลึกซึ้งขึ้น ปลายลิ้นร้อนแตะเบาๆ ที่รอยแยกของริมฝีปากเป็นการขออนุญาต และร่างกายที่ทรยศของเธอก็ยอมเปิดทางให้อย่างง่ายดาย รสสัมผัสวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ความโกรธเคืองเรื่องที่เขาข่มขู่ ถูกพัดหายไปกับความเสน่หาชั่วขณะ ทำไม ทำไมเขาถึงร้า
“เดี๋ยว! หยุดก่อน!”เฟิร์นรวบรวมแรงฮึดสุดท้าย ผลักอกแกร่งของคีออสออกไปสุดแรง ถอยหลังกรูดไปตั้งหลัก ความสับสนและคำถามมากมายตีกันยุ่งเหยิงในหัว“นายโกหก!” เธอชี้หน้าเขา นิ้วมือสั่นระริก “นายกำลังปั้นน้ำเป็นตัวเพื่อใส่ร้ายเชอร์รี่!”คีออสเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ท่าทางไม่ยี่หระ “โกหก ตรงไหนที่ว่าโกหก”“ก็ตรงที่นายบอกว่าเชอร์รี่ยื่นข้อเสนอบ้าบอนั่นไง!” เฟิร์นสวนกลับเสียงแข็ง พยายามขุดความทรงจำในคืนนั้นขึ้นมาประมวลผลอย่างละเอียด“ฉันจำได้... วันนั้นเชอร์รี่เมามาก! เมาจนคอพับคออ่อน แทบจะทรงตัวไม่อยู่ แล้วยัยนั่นจะเอาสติที่ไหนไปเจรจาต่อรองกับนาย!”เธอก้าวเข้ามาหาเขาหนึ่งก้าว จ้องตาเขาเขม็งเพื่อจับผิด“คนเมาแอ๋ขนาดนั้นจะพูดรู้เรื่องได้ยังไง? จะไปโบ้ยความผิดให้ฉันตอนไหน? ในเมื่อตอนที่ฉันลากยัยนั่นออกมา... ยัยนั่นแทบจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอยู่ที่ไหน!”เฟิร์นสูดหายใจลึก มั่นใจในสิ่งที่ตัวเองเห็น“และที่สำคัญ... ฉันอยู่กับเชอร์รี่ตลอดเวลาจนกระทั่งการ์ดของนายเข้ามาล็อคตัวพวกเราแยกจากกัน! เชอร์รี่ไม่มีจังหวะไหนเลยที่จะคุยกับนายเป็นการส่วนตัว!”คีออสยืนนิ่งฟังเธอระเบิดอารมณ์ มุมปากยกยิ้มที่อ่านไม่ออก
ประตูลิฟต์ส่วนตัวเปิดออกที่ชั้นบนสุดของเพนต์เฮาส์ใจกลางเมือง ความทรงจำในคืนอัปยศนั้นไหลย้อนกลับมาในหัวของใบเฟิร์นทันที กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศในห้องโถง เฟอร์นิเจอร์ราคาแพง และเตียงกว้างที่เธอเคยถูกพันธนาการ... ทุกอย่างทำให้ขาสั่นจนแทบก้าวไม่ออก“ทะ... ทำไมพาฉันมาที่นี่ล่ะ”เฟิร์นถามเสียงสั่น พยายามขืนตัวไว้ไม่ยอมเดินออกจากลิฟต์ มือเล็กเกาะขอบประตูแน่นราวกับเป็นที่พึ่งสุดท้าย“ฉันอยากกลับแล้ว... พาฉันไปส่งที่หอเถอะนะ... พรุ่งนี้ฉันมีเรียนเช้า”เธอโกหกออกไป หวังว่าเหตุผลเรื่องการเรียนจะทำให้เขาเห็นใจและยอมปล่อยเธอไปคีออสที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่อย่างสบายอารมณ์ หันมามองเธอช้าๆ เขาเลิกคิ้วขึ้นสูง มุมปากกระตุกยิ้มรู้ทันที่ทำให้เฟิร์นเสียวสันหลังวาบ“มีเรียน หืม” เขาทำเสียงสูงในลำคอ เดินย่างสามขุมเข้ามาต้อนเธอจนชิดผนังลิฟต์“พรุ่งนี้วันเสาร์... มหาวิทยาลัยเธอเปิดสอนภาคพิเศษวิชาหนีผัวหรือไง”เฟิร์นสะอึก หน้าซีดเผือดลงทันตา เธอลืมไปสนิทเลยว่าพรุ่งนี้เป็นวันหยุด“เอ่อ... คือ...ก็...กิจกรรมชมรมไง ฉันต้องไปทำกิจกรรม” เธอแถไปเรื่อยแบบน้ำขุ่นๆ“โกหกไม่เนียนไปเรียนมาใหม่นะแม่สาวน้อย” คีออสหัวเราะหึ
ประตูรถยนต์สีดำขลับถูกเปิดออกโดยลูกน้องคนสนิท คีออสวางร่างบางที่ยังคงดิ้นขลุกขลักลงบนเบาะรถอย่างเบามือ ก่อนที่ตัวเขาจะก้าวตามขึ้นไปนั่งประกบ แล้วประตูก็ถูกปิดลงทันทีภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางและเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ดังเบาๆ“ขยับออกไปนะ ไปนั่งฝั่งโน้นเลย”ทันทีที่นั่งได้ เฟิร์นก็รีบเขยิบตัวหนีไปจนชิดประตูอีกฝั่ง ยกมือกอดอกทำหน้าบึ้งตึงใส่เขา“จะให้นั่งไกลทำไม ที่ตั้งกว้าง...” คีออสไม่ฟังคำสั่ง ขยับตัวตามเข้ามานั่งเบียดจนไหล่ชนไหล่ “อีกอย่าง... เมื่อกี้เธอบอกว่าอยากล้างหน้าไม่ใช่เหรอ?”“ฉันจะกลับไปล้างที่บ้าน!” เฟิร์นสวนกลับทันควัน “ใครจะไปอยากล้างกับนาย!”“บ้านเธอไม่มีแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อชั้นดีเหมือนที่นี่หรอกนะ...” คีออสยิ้มมุมปาก เอื้อมมือไปเปิดตู้มินิบาร์ คว้าขวดแชมเปญราคาแพงระยับออกมา“ฉันไม่กินเหล้า! แล้วฉันก็ไม่อยากโดนนายรังแกเหมือนคราวนั้นด้วย!” เฟิร์นระแวง รีบยกมือกันไว้“ไม่ได้ให้กิน... เอามาเช็ด...” คีออสพูดหน้าตาย เขาเทแชมเปญใส่ผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กที่พับไว้อย่างดีจนชุ่ม แล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้เธอ“มานี่... จะเช็ดรอยที่เธอรังเกียจออกให้”“ไม่ต้อง! ฉันทำเองได้” เฟิร์นจะ
บรรยากาศระหว่างทางเดินออกจากผับเต็มไปด้วยสายตาของผู้คนที่จับจ้องมายังชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่อุ้มหญิงสาวร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน แต่คนที่ถูกอุ้มกลับไม่ได้รู้สึกโรแมนติกด้วยเลยสักนิด เฟิร์นพยายามข่มใจไม่ให้เต้นแรงไปกับจังหวะการก้าวเดินของเขาทว่า... ความรู้สึกบางอย่างมันห้ามยาก เมื่อใบหน้าของเธอซุกอยู่ที่ซอกคอแกร่ง กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวที่ผสมกับกลิ่นบุรุษเพศของคีออสมันช่างยั่วยวนจนเผลอไผล จมูกรั้นๆ ของเธอเผลอขยับเข้าไปสูดดมความหอมนั้นเข้าปอดลึกๆ อย่างลืมตัว มือเรียวที่คล้องคอเขาอยู่ก็กระชับแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ“อืม...” คีออสครางรับในลำคอเบาๆ เมื่อรู้สึกถึงลมหายใจที่เป่ารดต้นคอเสียงนั้นดึงสติเฟิร์นให้กลับมา เธอลืมตาโพลง เบิกตากว้างเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองกำลังทำบ้าอะไรอยู่ตายแล้ว เมื่อกี้ฉันทำอะไรลงไป ไปดมเขาทำไมภาพที่เขานั่งให้ผู้หญิงคนนั้นนัวเนีย ซุกไซ้ซอกคอเดียวกันนี้แวบเข้ามาในหัวทันที ความรู้สึกเคลิบเคลิ้มแปรเปลี่ยนเป็นความขยะแขยงขึ้นมาจับใจ“อื้อ!” เฟิร์นรีบผละหน้าออกมาจากซอกคอเขาแทบไม่ทัน เหมือนโดนของร้อนคีออสชะงักเท้า ก้มมองคนในอ้อมแขนด้วยสีหน้างุนงง “เป็นอะไร”“ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้น
ความเงียบปกคลุมห้องวีไอพีอีกครั้งหลังจากที่ร่างสะบักสะบอมของซันถูกพาออกไป ใบเฟิร์นค่อยๆ ดึงสติที่แตกกระเจิงของตัวเองกลับมา เธอยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตาที่ยังเปื้อนแก้มออกลวกๆ สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความเข้มแข็ง แม้ภายในใจจะยังสั่นไหวกับเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่เธอเหลือบตามองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า... คีออส ผู้ชายที่เพิ่งจะสั่งกระทืบคนแล้วก็สั่งให้ส่งโรงพยาบาลในเวลาเดียวกัน อารมณ์ของเขาแปรปรวนอย่างที่ไม่อาจคาดเดา และเธอก็ไม่อยากจะเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับคนแบบนั้น“งั้น... ฉันกลับก่อนนะ”เฟิร์นพูดขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงยังคงสั่นเครือเล็กน้อยแต่พยายามบังคับให้ราบเรียบที่สุด เธอเบี่ยงตัวเตรียมจะเดินเลี่ยงเขาไปที่ประตู แต่ขาเจ้ากรรมก็หยุดชะงักเมื่อนึกขึ้นได้ถึงภาพบาดตาที่เห็นก่อนหน้านี้ที่เขากับผู้หญิงชุดแดงคนนั้นความน้อยใจแล่นปราดขึ้นมาจุกที่อกโดยไม่รู้ตัว เธอหันกลับมาพูดเสริมด้วยน้ำเสียงที่เจือความประชดประชัน“นายมากับแฟนนายไม่ใช่เหรอ? ป่านนี้คงรอนานแย่แล้ว... รีบกลับไปหาเธอเถอะ”พูดจบเธอก็รีบก้าวเท้าจะเดินหนีหมับ“เดี๋ยว...”มือหนาราวกับคีมเหล็กคว้าเข้าที่ท่อนแข







