Partager

ท่านขุนต้องเป็นของฉัน

last update Date de publication: 2025-11-20 13:36:26

เสียงฝนยังคงพรำลงไม่หยุด ใต้ชายคาศาลาเล็ก ๆ เมษายืนใกล้ขุนเทวัญจนได้กลิ่นไอของผ้าที่ชื้นด้วยฝนและกลิ่นกายของท่านขุนคลุ้งจาง ๆ ขุนเทวัญยังคงถือผ้าคาดเอวผืนยาวที่ใช้บังฝนให้เมษาไว้ในมือ ปลายผ้ายังเปียกอยู่บ้าง แต่มุมหนึ่งแห้ง

เมษาหันมามองเขา เห็นใบหน้าของขุนเทวัญมีหยดน้ำเกาะอยู่ตามขมับ แก้ม และปลายคาง

“คุณพี่ขุนเปียกหมดเลย” เมษาพูดเบา ๆ ก่อนจะยื่นมือมาหยิบปลายผ้าคาดเอวจากมือเขา ขุนเทวัญชะงักมอง ยังไม่ทันเอ่ยห้าม เมษาก็ยกผ้าผืนนั้นขึ้นอย่างเบามือ แล้วค่อย ๆ เช็ดหยดน้ำที่ข้างแก้มของเขา ขยับเลื่อนไปที่ขมับ และหน้าผากที่มีหยดน้ำเกาะพราว

“อยู่เฉย ๆ สิคะจะเช็ดให้” เมษาว่าพลางยิ้มละไม

ขุนเทวัญยืนนิ่งเหมือนถูกมนตร์สะกด ใบหน้าเขานิ่งแต่หูเริ่มแดง แล้วแดงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะตอนที่ปลายนิ้วของเมษาแตะลงเบา ๆ ตรงข้างสันกราม

“คุณพี่ขุนหน้าแดงอีกแล้ว” เมษาเอียงคอถาม ยิ้มแบบคนรู้ทัน

ขุนเทวัญเบือนหน้าหลบ “เธอนี่ ชอบพูดจาน่าเอามืออุดปากเสียจริง”

“คุณพี่ขุนเนี่ยเป็นผู้ชายที่เรียบร๊อย เรียบร้อยนะคะ โดนแซวแค่นี่ถึงกับเขิน แต่ก็น่ารักนะเนี่ย” เมษายักคิ้ว

ขุนเทวัญถึงกับไอออกมาในลำคอ “แม่เมษา พูดจาไม่งามเลยนะ”

เมษาหัวเราะร่า “โอ๊ย นี่มันยุคสมัยใหม่แล้วนะคะ”

ขุนเทวัญไม่ตอบ แต่เบือนหน้าไปอีกทาง พร้อมยกมือขึ้นแตะใบหูที่ร้อนผ่าว ภายนอกเขานิ่งแต่ในอกซ้าย หัวใจเต้นดังยิ่งกว่าเสียงฝนตกที่กระทบหลังคา

เสียงฝนเบาลงเรื่อย ๆ จนสุดท้ายก็หยุดสนิทลง ขุนเทวัญขยับปลายแขนเสื้อเล็กน้อย พลางพูดขึ้นเสียงเรียบ

“ฝนหยุดแล้ว ไปฟังเทศน์กันเถิด”

เมษาเพิ่งจะหุบยิ้มจากการแซวเมื่อครู่ “ได้เลยค่ะคุณพี่ขุน”

ทั้งสองกำลังจะก้าวออกจากใต้ชายคาศาลา แต่เสียงเรียกหวาน ๆ เจืออำนาจบางอย่างก็ดังแทรกสายลมมา

“พี่เทวัญเจ้าคะ” แม่หญิงรำเพยปรากฏกายกลางลานวัด ในชุดสไบผ้าแพรบางสีชมพูอ่อน ท่าทางสะอาดผุดผ่อง ข้างหลังมีบ่าวหญิงตามหนึ่งคนถือร่มพับ

“บังเอิญเหลือเกินเจ้าค่ะที่รำเพยแวะมาทำบุญที่วัดนี้ แต่ไม่คิดเลยว่าจะได้พบกับพี่เทวัญและแม่เมษา”

เมษายิ้มยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “บังเอิญเหลือเกินเจ้าค่ะ แม่หญิงรำเพยขา วัดทั้งพระนครก็มีมากมาย แต่เลือกมาที่วัดนี้พอดีเลยเนอะ”

รำเพยหัวเราะเบา ๆ อย่างนางในละคร “บุญคงพาฉันมาเจอ หรืออาจเป็นบาปของใครบางคนที่ไม่สมควรอยู่ตรงนี้”

ขุนเทวัญกล่าวขึ้นตัดบท “เอาล่ะ ไหน ๆ ก็มาเจอกันแล้ว ไปฟังเทศน์ด้วยกันเถิด”

“ค่ะพี่เทวัญ” รำเพยปรายตามองเมษาตั้งแต่หัวจรดปลายซิ่น “เธอคงจะไม่ว่านะแม่เมษา ที่ฉันจะไปฟังเทศน์ร่วมกับเธอ”

เมษาหัวเราะเสียงใส “ฉันจะว่าแม่หญิงรำเพยได้ยังไง วัดก็ไม่ใช่ของฉัน หลวงพ่อก็ไม่ใช่ของฉัน”

รำเพยเงียบไปชั่วครู่ แต่มือยังพัดกลิ่นน้ำอบเบา ๆ “ฉันขอเดินเข้าโบสถ์ไปกับท่านพี่เทวัญด้วยนะเจ้าคะ เผื่อบุญเราจะนำพา”

ขุนเทวัญพยักหน้าช้า ๆ ด้วยความสุภาพ เมษามองบนเล็กน้อย ก่อนจะหันหลังไปเบะปากแล้วพึมพำเบา ๆ “แหวะ ตอแหล อย่างเธอไปนอนรอรับดอกไม้จันทน์ที่เมรุเถอะ”

แสงแดดหลังฝนตกสาดลอดหน้าต่างโบสถ์ลงมากระทบพื้น เสียงพระสวดเทศน์มหาชาติแว่วขับออกมาด้วยจังหวะราบเรียบ กล่อมผู้คนให้สงบใจ ทั้งสามคนนั่งเรียงกันบนเสื่อผืนเดียว ขุนเทวัญนั่งกลาง เมษานั่งทางซ้าย และแม่หญิงรำเพยนั่งทางขวา

แม่หญิงรำเพยนั่งหลังตรง คอเชิด ผ้าสไบบาง ๆ คลี่พาดกับตักอย่างเรียบร้อย สายตาเหลือบมองเมษาเป็นระยะ เหมือนจะเช็คว่าคิดจะมาอ่อยท่านขุนหรือเปล่า

เสียงพระเทศน์ว่า “ชาติหนึ่งเมื่อยังไม่พ้นทุกข์ ก็ยังเวียนว่ายอยู่ในวัฏสงสาร”

เมษาเบนหน้ามากระซิบเบา ๆ กับขุนเทวัญ “ท่านพี่ขุนคะ ชาติหนึ่งที่ยังไม่พ้นทุกข์นี่ หมายถึงชาตินี้หรือชาติหน้าคะ”

ขุนเทวัญเหลือบตามองเธอแวบหนึ่ง ไม่ตอบ แต่ไอเบา ๆ แม่หญิงรำเพยปรายตาหลังได้ยินแว่ว ๆ แต่ยิ้มละไม “แม่เมษานี่ช่างช่างพูด พูดเสียจนเสียงพระดูจะเบาลงไปถนัด ธรรมะเขาให้ตั้งใจฟัง มิใช่ให้พึมพำเหมือนท่องสูตรขนมครก”

เมษาหันไปยิ้มงาม ๆ “ขอโทษเจ้าค่ะ พอดีฉันเคยชินกับฟังไลฟ์สดค่ะ ต้องมีคอมเมนต์ข้าง ๆ หน้าจอ”

“พูดกระไร ไม่เห็นรู้ความ” แม่หญิงรำเพยหน้านิ่วคิ้วฉงน ส่วนขุนเทวัญทำเพียงแค่ยิ้ม ด้วยเพราะชินคำพูดแปลกประหลาดของเมษามาหลายครา

พระเทศน์ว่า “...อันความรักในโลกล้วนมีหลายหลาก แต่ถ้ารักแล้วให้ทุกข์ นั้นจักพึงปล่อยวาง...”

เมษากระซิบเบา ๆ “แต่ถ้ารักแล้วให้ใจฟู พี่จะรับหนูไว้ในใจมั้ยคะ”

แม่หญิงรำเพยขยับตัว “ใยแม่เมษาพูดน่าเกลียดแบบนั้นเล่า”

“อ้าว ก็หญิงยุคใหม่ ขืนเล่นตัวมัวเหนียมอาย มีหวังได้โดนฉก ผู้ชายดี ๆ หายากนะเจ้าคะแม่หญิง”

ขุนเทวัญหันไปพนมมือแนบอก “เงียบหน่อยเถิดทั้งสองคน ข้าฟังพระท่านเทศนามิรู้ความใดแล้ว”

เสียงพระสวดเทศน์ยังคงดำเนินไป แต่อุณหภูมิในอากาศกลับร้อนขึ้นเรื่อย ๆ แม้เพิ่งผ่านฝนตกไปไม่นาน

เสียงพระสวดบทสุดท้ายดังขึ้นเบา ๆ ก่อนจะจบลงด้วยเสียงสาธุของผู้คนทั่วศาลา ขุนเทวัญลุกขึ้นช้า ๆ พนมมือด้วยท่วงท่าสงบงาม เมษาลุกตามด้วยสีหน้าเรียบเฉยกว่าปกติ แม่หญิงรำเพยยืนขึ้นอย่างนุ่มนวล สะบัดสไบให้เข้ารูปอย่างผู้ดีในละครจักร ๆ วงศ์ ๆ ก่อนจะหันมาทางขุนเทวัญ

“ขอตัวกลับก่อนเจ้าคะ พรุ่งนี้คุณหญิงแม่จะไปเยี่ยมที่เรือนคุณป้าจันทร์วาด ฉันคงได้พบพี่เทวัญอีก”

ขุนเทวัญพยักหน้า “เดินทางดี ๆ รำเพย”

“เจ้าค่ะ”

แล้วรำเพยก็หันมายิ้มให้เมษา “ฉันไปก่อนนะแม่เมษา” รอยยิ้มบาง ๆ แต่ดวงตานั้นจ้องแน่นิ่งราวกับกำลังประเมินศัตรู

เมษาก็ยิ้มกลับ แต่ในใจคิดว่านี่ไม่ใช่รอยยิ้มแบบผูกมิตร แต่คือรอยยิ้มแบบตัวร้ายในซีรีส์เกาหลีชัด ๆ

ขุนเทวัญเดินนำหน้าเงียบ ๆ แม่พลอยเดินไปช่วยบ่าวที่โรงทาน เหลือเพียงเมษากับท่านขุน ที่เดินเคียงกันโดยไม่มีคำพูดใด ๆ

“เงียบเชียว” ขุนเทวัญพูดขึ้นเบา ๆ แต่เมษาไม่ตอบ

“เธอหนาวเพราะเปียกฝน หรือมีเรื่องใดจึงไม่พูดจา”

เมษายังนิ่ง ขุนเทวัญจึงหยุดเดินและหันมามอง “แม่เมษา”

“คะ” เสียงเมษามาแบบเสียงแข็งนิด ๆ

“เธอเป็นอะไร”

เมษาหยุดเดิน หันมามองตรง ๆ “ไม่มีอะไรค่ะ ท่านขุนอย่าได้กังวลเลย ถึงแม้ว่าจะมีบางสิ่งบางอย่าง แต่มันไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอกค่ะ”

“พูดเสียยืดยาว” ขุนเทวัญเลิกคิ้ว แต่เขาเลือกไม่ถามต่อ ได้แต่เดินเงียบ ๆ

คืนนั้น เมษานั่งอยู่ริมหน้าต่างในห้องสายลมพัดผ้าม่านไหวเบา ๆ แสงตะเกียงสะท้อนบนผิวหน้าของหญิงสาวที่ยังคงคิดถึงเหตุการณ์ทั้งวัน

แม่หญิงรำเพย ผู้หญิงที่สวย สง่า พูดจาเป็นแบบนางในวัง เดินเรียบร้อย พูดไพเราะ ยิ้มมีจริต แตกต่างจากสาวสมัยใหม่แบบเธอคนละขั้ว

เมษานั่งกอดเข่า สบตาตัวเองในกระจกไม้เก่า “นี่ฉันกำลังหึงจริงจังแล้วเหรอ ที่แรกก็แค่แอบแซวเล่น ๆ แซ่บ ๆ เอง”

เธอยิ้มบาง ๆ ก่อนจะพูดเสียงแผ่ว “ถ้างั้นในเมื่อศึกนี้เริ่มแล้ว ฉันก็จะไปให้สุด เมษาจะทำทุกอย่าง ให้คุณพี่ขุนเทวัญ เป็นของเมษาสุดแซ่บให้ได้”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • แม่หญิงย้อนเวลา มารักกับท่านขุน   เมษาเธอไปไหน คุณพี่ขุนทำไมใจจะขาด

    กลางดึกคืนนั้น ลมพัดผ่านหน้าต่างเรือน เสียงพื้นเรือนแกรกกรากเบา ๆ คล้ายเสียงบางอย่างที่กระซิบจากอดีต ขุนเทวัญนอนนิ่งอยู่บนฟูก ห่มผ้าผืนบาง แสงจากตะเกียงหัวเตียงไหวระริก เขาเข้าสู่นิทราอย่างเงียบงัน ก่อนจะเข้าสู่ความฝัน ที่เหมือนจริงจนรู้สึกถึงลมหายใจของอีกคนในฝันเขายืนอยู่กลางเรือนไทยไม้สักหลังหนึ่ง ท่ามกลางแสงแดดอ่อนปลายรุ่ง เสียงระฆังวัดดังแว่วจากที่ไกล กลิ่นอบเชยและน้ำอบลอยมาแตะจมูกและตรงหน้าของเขาคือหญิงสาวผู้หนึ่ง สวมสไบเฉียงสีขาวนวล ผ้านุ่งสีแดงเลือดนก จีบหน้านางละเอียด เธอยิ้มพลางใช้มือบางแตะไหล่เขาเบา ๆ แววตาคู่นั้นทั้งคุ้นเคย ทั้งเศร้าและอ่อนหวานปนกัน“ท่านมาช้าอีกแล้ว” เสียงเธอเบาดุจสายลมที่กระซิบข้างหู“แต่ข้ากลับมาแล้ว” เขาพูดเสียงแผ่วตอบกลับทั้งที่ไม่รู้ว่ากำลังพูดกับใคร แม้ว่าจะเจอเธอมาหลายคราในห้วงนิทรา หัวใจแน่นตื้อเหมือนเคยพูดประโยคนี้มานับพันครั้ง“เราจะไม่พรากจากกันอีกใช่ไหม” หญิงสาวเอ่ยเขาคว้ามือเธอไว้ แต่แสงอาทิตย์กลับสว่างวาบ ภาพนั้นค่อย ๆ เลือนหายไป ขุนเทวัญสะดุ้งตื่นในเช้ามืด เหงื่อซึมเล็กน้อยบนหน้าผาก แม้อากาศจะเย็นเขาลุกนั่งนิ่ง สบตากับความเงียบในห้อง เสี

  • แม่หญิงย้อนเวลา มารักกับท่านขุน   ท่านขุนต้องเป็นของฉัน

    เสียงฝนยังคงพรำลงไม่หยุด ใต้ชายคาศาลาเล็ก ๆ เมษายืนใกล้ขุนเทวัญจนได้กลิ่นไอของผ้าที่ชื้นด้วยฝนและกลิ่นกายของท่านขุนคลุ้งจาง ๆ ขุนเทวัญยังคงถือผ้าคาดเอวผืนยาวที่ใช้บังฝนให้เมษาไว้ในมือ ปลายผ้ายังเปียกอยู่บ้าง แต่มุมหนึ่งแห้งเมษาหันมามองเขา เห็นใบหน้าของขุนเทวัญมีหยดน้ำเกาะอยู่ตามขมับ แก้ม และปลายคาง“คุณพี่ขุนเปียกหมดเลย” เมษาพูดเบา ๆ ก่อนจะยื่นมือมาหยิบปลายผ้าคาดเอวจากมือเขา ขุนเทวัญชะงักมอง ยังไม่ทันเอ่ยห้าม เมษาก็ยกผ้าผืนนั้นขึ้นอย่างเบามือ แล้วค่อย ๆ เช็ดหยดน้ำที่ข้างแก้มของเขา ขยับเลื่อนไปที่ขมับ และหน้าผากที่มีหยดน้ำเกาะพราว“อยู่เฉย ๆ สิคะจะเช็ดให้” เมษาว่าพลางยิ้มละไมขุนเทวัญยืนนิ่งเหมือนถูกมนตร์สะกด ใบหน้าเขานิ่งแต่หูเริ่มแดง แล้วแดงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะตอนที่ปลายนิ้วของเมษาแตะลงเบา ๆ ตรงข้างสันกราม“คุณพี่ขุนหน้าแดงอีกแล้ว” เมษาเอียงคอถาม ยิ้มแบบคนรู้ทันขุนเทวัญเบือนหน้าหลบ “เธอนี่ ชอบพูดจาน่าเอามืออุดปากเสียจริง”“คุณพี่ขุนเนี่ยเป็นผู้ชายที่เรียบร๊อย เรียบร้อยนะคะ โดนแซวแค่นี่ถึงกับเขิน แต่ก็น่ารักนะเนี่ย” เมษายักคิ้วขุนเทวัญถึงกับไอออกมาในลำคอ “แม่เมษา พูดจาไม่งามเลย

  • แม่หญิงย้อนเวลา มารักกับท่านขุน   งานวัดฮีลใจ

    ในเช้าของวันที่แสงแดดอ่อน เสียงนกเอี้ยงร้องแว่วจากยอดมะม่วง แม่พลอยจัดผมให้เมษาอยู่หน้าห้องเรือนในด้วยสีหน้าเคร่งครัด เพราะว่าพระยาภูบดินทร์ บิดาของขุนเทวัญกลับมาจากราชการที่หัวเมืองเหนือ และทราบว่าที่เรือนมีหญิงหลงทางมาอยู่อาศัย จึงอยากพบกับเมษา“ฟังให้ดีนะ เธออย่าเผลอพูดอะไรแปลกหูเหมือนที่ชอบพูดกับฉันต่อหน้าคุณท่านนะ”“จ้า จะเรียบร้อยแบบกุลสตรีศรีรัตนโกสินทร์เลยแม่พลอย” เมษาเบะปากใส่กระจกบนเรือนใหญ่ พระยาภูบดินทร์นั่งอยู่ที่ตั่งกลางเรือน เสื้อแพรสีเทาเงินตัดกับผ้าพับอย่างเรียบ เส้นผมขาวแซมข้างหู แต่ดวงตายังคมและนิ่ง ข้าง ๆ กันคือคุณหญิงจันทร์วาด ที่กำลังจิบชาด้วยท่าทางของหญิงชั้นสูงเมษาเดินเข้ามาด้วยอาการกึ่งประหม่า แต่พยายามทำใจดีสู้เสือ“กราบสวัสดีค่ะ คุณท่าน คุณหญิง แล้วก็คุณพี่ขุน เอ๊ย ท่านขุนเทวัญค่ะ” มือยกพนมแสนเรียบร้อย แต่เสียงสั่นปลายประโยคคุณหญิงหรี่ตามองตั้งแต่หัวจรดปลายซิ่น “ขอให้ความเรียบร้อยนั้นอย่าได้หมดอายุภายในห้านาทีเถอะ”พระยาภูบดินทร์หัวเราะเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบ เสียงหัวเราะที่ไม่ได้ยินบ่อยในเรือนนี้“เธอคือแม่เมษาหรือ ดูท่าทางแปลกจากคนบ้านนี้เมืองนี้ยิ่งนัก

  • แม่หญิงย้อนเวลา มารักกับท่านขุน   คำอธิษฐานที่ตรงกัน

    เสียงเครื่องยนต์รถยนต์ฝรั่งดังกระหึ่มขณะแล่นไปตามถนนลูกรังในพระนคร เมษานั่งเบียดแม่พลอยอยู่เบาะหลัง ดวงตาโตเท่าไข่ห่าน มองซ้ายขวาไม่หยุดส่วนขุนเทวัญนั่งอยู่เบาะด้านหน้าโดยมีเฟื่องเป็นคนขับรถ รถยนต์สีดำสนิทเงางาม ประทุนเปิดรับลมเย็นบาง ๆ ของช่วงสายวันนั้น“เพิ่งเคยนั่งรถโบราณย้อนยุคครั้งแรก” เมษาตะโกนฝ่าลม“รถโบราณอะไรกันแม่เมษา คันนี้เพิ่งนำเข้ามาจากอังกฤษเลยนะ” ขุนเทวัญพูดโดยไม่หันกลับมามอง“จริงด้วย นี่เรามาอยู่ในยุครัตนโกสินทร์นี่” เมษาบอกกับตัวเองก่อนที่จะหันไปมองทิวทัศน์รอบข้างของพระนครยุครัตนโกสินทร์รถยนต์แล่นมาหยุดที่หน้ากรมพระคลังสินค้า ซึ่งเป็นอาคารสถาปัตยกรรมผสมไทย-ตะวันตก ตัวอาคารสองชั้นทาสีขาวครีม มีบานหน้าต่างโค้งประดับไม้ฉลุลายทอง เสาเรียงรายรับชายคายาว หน้ากรมมีธงชาติสยามปลิวไสว เมษานั่งอ้าปากค้างอยู่เบาะหลัง“โอ้โห นี่หรือคือกรมพระคลังสินค้าของจริง มันทั้งสวยและดูขลังมาก”ขุนเทวัญหันมามองด้วยสีหน้าขรึมแต่แววตาขำ “ดูเธอจะไม่เคยเข้ามากลางพระนครสินะ”เขาก้าวลงจากรถแล้วหันมาทางแม่เมษาและแม่พลอย“ฉันต้องเข้าไปสะสางราชการภายในไม่นานนัก พวกเธอรออยู่แถวนี้ก่อน”“เจ้าค่ะ” แม่

  • แม่หญิงย้อนเวลา มารักกับท่านขุน   ภาพในฝันที่เริ่มชัด

    ในคืนนั้น สายลมอ่อน ๆ พัดผ่านเรือนไม้ เสียงจั๊กจั่นยังดังเป็นจังหวะ กล่อมให้บรรยากาศยามค่ำในพระนครเงียบสงัดยิ่งขึ้นเมษานอนอยู่บนฟูกบาง ๆ ใต้แสงตะเกียงน้ำมันที่ไหวระริก เสียงลมหายใจเธอสม่ำเสมอก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนไป และเข้าสู่ห้วงนิทราเธอฝัน แต่มันทั้งชัดเจนและพร่าเบลอในเวลาเดียวกัน ในฝันนั้นเมษายืนอยู่กลางลานกว้าง รอบตัวเป็นสวนไม้สูงเรียงรายเหมือนเขาวงกต กลิ่นกำยานหอมจาง ๆ ลอยมาแตะจมูก ผืนฟ้าเป็นสีแดงใกล้โพล้เพล้ แต่ไม่มีแดด ไม่มีเงา เหมือนเป็นโลกอีกมิติหนึ่งเธอก้มมองตัวเองพบว่าตนเองไม่ได้สวมเสื้อแขนกระบอกหรือผ้าซิ่นแบบทุกวัน แต่เป็นสไบเฉียงสีขาวนวล เนื้อผ้าบางเบา และผ้านุ่งแบบจีบหน้านางสีแดงเข้ม ลวดลายละเอียดประณีตแบบหญิงในสมัยอยุธยา ซึ่งไม่เคยมีใครในยุครัตนโกสินทร์แต่งเช่นนั้นเธอก้าวไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ เท้าเปล่าสัมผัสพื้นดินอ่อนนุ่มและเย็นจับใจ เมษารู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับเคยเดินผ่านตรงนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างกาย เสียงที่ทุ้มนุ่ม และอบอุ่นอย่างประหลาด“เจ้ามาแล้วหรือ”เมษาหันขวับ ชายหนุ่มในชุดโจงกระเบนสีดำ สวมเสื้อห่มแพร ผ้าโพกหัวบาง ๆ ดวงตาคมคู่นั้

  • แม่หญิงย้อนเวลา มารักกับท่านขุน   แม่หญิงสูงศักดิ์กับแม่หญิงสายแซ่บ

    แดดสายสะท้อนลงบนหลังคามุงจาก กระทบผิวน้ำตลาดปากคลองจนเงาวาว แม่ค้าเขียงหมูเสียงดังแข่งกับเจ้าของร้านขนมฝอยทอง เสียงตะโกนเรียกลูกค้าเซ็งแซ่ไปทั่วบริเวณท่ามกลางความวุ่นวาย เมษาเดินมาในลุคสายช้อปย้อนยุค ผ้าซิ่นลายแดงสดเกือบสะท้อนแสงแดด เสื้อแขนกระบอกพับผิดเล็กน้อย ข้างหนึ่งไหล่ตก ข้างหนึ่งตั้งสง่า มือหนึ่งหิ้วขนมต้ม อีกมือถือทองหยอดมากินเล่น“ว้าว ตลาดนี่คือสวรรค์ของสายกิน นี่ถ้ามีชาไข่มุกให้กินด้วยละก็ ฟินสุด ๆ”แม่พลอยที่เดินตามแทบเอามือปิดหน้าผาก “อย่าพูดอะไรเพี้ยน ๆ ออกมาอีกเลยแม่เมษา แค่นี้คนก็มองกันทั้งตลาดแล้ว”“ก็มองคนสวยไง ไม่เห็นแปลก หรือเธอว่าฉันไม่สวยหรือไงแม่พลอย”“เออ ไอ้สวยน่ะก็สวย แต่แปลกก็ไม่ด้อยไปกว่ากัน”เมษากรอกตามองบน “จะถือว่าเป็นคำชมแล้วกันนะ”ที่หัวตลาด เสียงวุ่นวายของพ่อค้าแม่ขายยังครึกครื้น แต่ทันทีที่แม่หญิงรำเพยปรากฏกายเดินนวยนาดอย่างงามสง่า ตลาดทั้งแถบก็เหมือนชะงักอารมณ์หนึ่งผ้าไหมสีชมพูทองจับจีบประณีต เสื้อห่มสไบกลิ่นน้ำอบโชยอ่อน ๆเมษาที่เพิ่งหันมาเห็น พึมพำกับแม่พลอยเบา ๆ “นั่นแม่หญิงรำเพยนี่”แม่พลอยพยักหน้า “ใช่ แม่หญิงรำเพย คู่หมายของท่านขุนเทวัญ”“คู

  • แม่หญิงย้อนเวลา มารักกับท่านขุน   คุณหญิงแม่ กับกฎในเรือน

    ตั้งแต่แม่เมษาหล่นตุ๊บเข้ามาสู่ยุครัตนโกสินทร์ตอนกลางและมาอยู่ในเรือนขุนเทวัญได้หลายวันคุณหญิงจันทร์วาดก็มองอยู่ห่าง ๆ ยังไม่ได้สืบสาวเล่าความอันใดให้เป็นแก่นสาร นั่นเพราะด้วยเหตุยังไม่มีเวลาว่างจะจัดการ และด้วยเพราะเมษาพูดจาไม่รู้ความเป็นภาษามนุษย์เลย และในเช้าวันนี้คุณหญิงก็อดไม่ได้อีกต่อไป“แม่

  • แม่หญิงย้อนเวลา มารักกับท่านขุน   นี่เธอหลงมาไกลแค่ไหนกัน แม่เมษา

    ยามเย็นในเรือนไทยนั้นเงียบสงบกว่าทุกเวลาที่เมษาเคยสัมผัส ไม่มีเสียงรถ ไม่มีข่าวในทีวี ไม่มีแจ้งเตือนจากมือถือ มีเพียงเสียงลมพัด เสียงนกร้อง และแสงอาทิตย์ที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มทองเมษานั่งบนชานเรือน ใกล้ศาลาเล็กใต้ร่มไม้ ขุนเทวัญนั่งอีกฝั่งของตั่งไม้ เตรียมเอกสารบางอย่างไว้ในมือ แต่ยังไม่ลงมืออ่า

  • แม่หญิงย้อนเวลา มารักกับท่านขุน   เมษาสายแซ่บ ปะทะคุณหลวงสายเก๊ก

    “โอ๊ย เดินจากเรือนนู้นมานี่ทุกวันคือไม่ต้องเข้ายิมแล้วมั้งเนี่ย” เมษาบ่นเสียงดังพลางย่อตัวลงนั่งพักตรงชานเรือนด้านล่าง ผ้าถุงที่แม่พลอยจัดให้ยังพับไม่เป็นระเบียบ เดินไม่คล่อง นั่งก็ไม่สบาย“ไหนไวไฟ อยู่ตรงไหนคะ ใครมีพาสเวิร์ดบ้าง แล้วมือถือฉันไปไหนเนี่ย” เสียงของเธอดังลั่นเรือนแม่พลอยที่เดินถือถาด

  • แม่หญิงย้อนเวลา มารักกับท่านขุน   ฟ้าผ่าเปรี้ยง มาอยู่ในเรือนใครไม่รู้

    กล้องมือถือบนขาตั้งวางอย่างมั่นคงในห้องนอนคอนโดสไตล์ลอฟต์ แสงไฟริงสะท้อนใบหน้าเรียวคมของหญิงสาวที่ชื่อว่าเมษากานต์ หรือที่ใคร ๆ ในโลกออนไลน์รู้จักในชื่อเมษาพาแซ่บ บิวตี้บล็อกเกอร์สาววัยยี่สิบห้า ผู้มากับวาจาปรอทแตกและแหกคอนเทนต์รีวิวตัวแม่ตัวมารดาไม่ไหว“สวัสดีค่า เมษามาแล้วค่ะทุกคน วันนี้เรามาในล

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status