Masukตำหนักองค์ชายสี่
เหมยที่อยู่ในร่างวิญญาณตอนนี้นั่งคิดทบทวนเหตุการณ์ ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ก่อนหน้านี้ระหว่างทางที่นางเดินมาตำหนักองค์ชายสี่ได้ยินเรื่องราวซุบซิบมากมายที่เกี่ยวกับคนที่นางรู้จัก พวกเขากำลังจะแต่งชายาเข้าตำหนักในเร็ววัน…..
“หญิงชั่ว เหตุใดเป็นเช่นนี้!!!”
เทพซีห่าวพูดออกมาด้วยความตกใจ ดอกไม้ในมือของเขาร่วงลงกับพื้น ทันทีที่เห็นเหมยในร่างวิญญาณ เกิดอะไรขึ้นกับนาง
“ท่านมาได้สักทีข้าเรียกท่านทั้งสอง แต่ก็ไม่มีใครมาสักคน”
“ข้าถามว่าทำไมเจ้าเป็นแบบนี้!!!!”
เทพซีพูดออกมา ก่อนเขาจะเข้าไปคว้าแขนนาง แต่ก็ไม่เป็นผล มันว่างเปล่า มือของเขาทะลุผ่านร่างของนางไป เทพซีขมวดคิ้วทันที
“เจ้าออกจากร่างมานานแค่ไหนแล้ว”
“ตั้งแต่เมื่อวาน แต่ท่านเทพซี ไม่ใช่ความผิดของข้านะ เป็นแม่นางฟางเซียนที่อยากได้ร่างคืน”
“ฟางเซียน??? นางทำให้เจ้าเป็นแบบนี้หรอ”
เทพซีมีอาการแปลกใจ ฟางเซียนนางไม่ใช่อยู่หุบเขากับฉินซีหรือ เหตุใดนางมาเอาร่างคืน เห็นทีเขาต้องตรวจสอบ….แต่ระหว่างนี้ต้องหาร่างให้นางก่อน วิญญาณที่ออกจากร่างยิ่งนานเท่าไหร่โอกาสที่วิญญาณจะแตกสลายยิ่งมีมาก หากเป็นเช่นนั้นนางจะกลับไปเข้าร่างไม่ได้อีก
“ข้าจะคืนร่างเดิมให้เจ้าชั่วคราว”
“เจ้าค่ะ???”
“ร่างนี้ของเจ้าจะเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา จงอยู่ในร่างนั้นจนกว่าข้าจะกลับมา”
ท่านเทพซีสะบัดมือหนึ่งครั้งก่อนร่างของเหมยจากที่เคยเป็นร่างโปร่งใส ตอนนี้กลายเป็นร่างมีเนื้อหนัง เหมยในตอนนี้อยู่ในชุดนางกำนัล นางมองเทพซีก่อนจะเข้าไปกอด
“ข้าคิดอยู่แล้วว่าท่านไม่มีทางให้ข้าเป็นวิญญาณเช่นนี้หรอก แล้วข้าต้องทำอะไรต่อไปเจ้าคะ”
“ข้าจะไปปรึกษาฉินซีก่อน การที่นางทำแบบนี้เป็นไปได้ว่าจะแอบใช้ตำราต้องห้าม แล้วนางในตอนนี้อยู่ที่ไหน”
“ตำหนักองค์ชายสอง”
เหมยพูดออกไป นี่เป็นเรื่องที่นางไม่เข้าใจ ฟางเซียนเดิมเป็นภรรยาของท่านเทพฉินแล้วทำไมถึงดูลุ่มหลงในองค์ชายสองเช่นนั้น นางมิใช่หญิงงามที่จิตใจดีหรอกหรือ
“นางก็ยังคงเป็นหญิงชั่ว แม้ทำตัวสูงส่งเพียงใด”
ท่านเทพซีนั่งลง ก่อนจะครุ่นคิดบางอย่าง เหมยเองก็นั่งข้าง ๆ เขา ก่อนจะมองเขาตาแป๋วเหมือนอยากรู้คำที่เขาเอ่ยเมื่อครู่นั้นหมายความว่าอย่างไร
“ทำให้ข้าพอใจสิแล้วข้าจะเล่าให้ฟัง”
“ข้าไม่มีอารมณ์นะเจ้าคะ ข้าพึ่งรู้สึกเหมือนถูกทรยศมาเอง”
“ข้าบอกเจ้าแล้วไง ว่าพวกเขาต่างมีคู่ชะตา”
ซีห่าวลูบหัวนางเป็นการปลอบใจ เขาเองใช่จะไม่รู้เรื่องของนางกับเหล่าองค์ชายพวกนั้น
“ข้าแค่ใจหายเพราะเขาหน้าเหมือนอาเฉิงของข้า ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา รอยยิ้ม กลิ่นกาย หรือแม้แต่อ้อมกอด ก็เลยทำให้ข้าเผลอไปรู้สึก….”
“องค์ชายสี่ น่าอิจฉายิ่ง”
“ช่างเถอะ เอาเป็นว่า ท่านจงไปหาทางให้ข้ากลับร่างของลู่เสียน เพื่อทำเรื่องที่ตกลงกันไว้ให้ได้ในเร็ววัน ระหว่างนี้ ข้าจะดื่มด่ำกับการพักผ่อน…”
เทพซีมองเหมยนิ่ง เขาคิดถึงนางแทบบ้า แต่พอเจอนางกลับไม่แม้แต่จะบอกว่าคิดถึงเขาเลยสักนิด เหอะเจ้าจะพักผ่อนงั้นหรอ เทพซีปรายตาไปที่พุ่มไม้ใกล้ ๆ ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก เห็นทีจะเป็นวันหยุดที่เจ้าจะปวดหัวแล้วแหละ
“หญิงชั่วข้าหวังว่าเจ้าจะมีความสุขในร่างนี้”
เหมยไม่ได้ตอบอะไร นางแค่กำลังคิดว่าระหว่างที่รอกลับร่าง นางควรจะทำอะไรดี
“ว่าแต่ ร่างของเจ้ารับบุรุษสองคนในคราเดียวไหวหรือไม่เล่า”
เทพซีพูดจบก็หายตัวไป ได้แต่ทิ้งความสงสัยไว้ให้เหมย แล้วเหตุใดนางต้องมารองรับบุรุษถึงสองคนเล่า!!!!
อีกด้าน องค์ชายสี่และองค์ชายห้าที่แอบฟังอยู่ที่พุ่มไม้ใกล้ ๆ พวกเขาได้ยินสนทนาของผู้หญิงตรงหน้าทั้งหมด นางคือลู่เสียน!!!!! นี่คือสาเหตุที่นางเปลี่ยนไปเพราะนางมิใช่นาง นางไม่ได้โกรธข้า..... ที่สำคัญนางเองก็รู้สึกดีกับข้าเช่นกัน
วันต่อมา…“เจ้า!!! องค์ชายให้เจ้าไปปรนนิบัติ”
เหมยที่กำลังจะก้าวออกจากตำหนักองค์ชายสี่ ก็ต้องชะงัก เมื่อมีนางกำนัลมาเรียกนางให้ไปปรนนิบัติองค์ชาย เหมยขมวดคิ้วอย่างสงสัย ดึกขนาดนี้เหตุใดมาเรียกสาวใช้เช่นนาง หรือว่าพอเดินได้แล้ว เกิดลุ่มหลงในกาม จนต้องหาสาวใช้อุ่นเตียง
“จงรีบไป องค์ชายประทับอยู่ที่ห้องหนังสือ”
เหมยถอนหายใจออกมา ที่ได้ยินว่าเป็นห้องหนังสือ สงสัยนางจะคิดมากไปเอง เขาคงหาคนฝนหมึกให้เฉยๆ
“ไปได้แล้ว “
เหมยเดินตรงไปที่ห้องหนังสือก่อนจะเข้าไปอย่างเคยชิน
“ผู้ใดกล้าเข้ามารบกวนข้า”
องค์ชายสี่ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะหนังสือกลางห้อง เอ่ยออกมาเสียงเย็น เขาไม่แม้แต่จะเงยมองหน้าคนที่เข้ามา เหมยเองก็แทบเข้าทรุดนางลืมไปในตอนนี้นางเป็นเพียงนางกำนัล มิใช่ลู่เสียน การที่นางเข้ามาเองแบบนี้โดยไม่ขออนุญาตจะได้รับโทษโบย
“…”
ความเงียบปกคลุมในห้องอีกครั้ง เหมยได้แต่ถอนหายใจก่อนจะคุกเข่าลง นางเคยเห็นนางกำนัลทำเมื่อทำผิด
“ขอประทานอภัย หม่อมฉันโง่เขลานักเพคะ”
องค์ชายสี่ปรายตามองเหมย ที่ตอนนี้อยู่เบื้องล่าง ก่อนจะกระตุกยิ้มออกมา
“เช่นนั้นสั่งโบยสักสามร้อยที เป็นอย่างไร จักได้มีความคิด”
“หม่อมฉันไม่กล้าแล้วเพคะ ขอองค์ชายประทานอภัย”
เหมยคำนับกับพื้นด้วยความตื่นกลัว นางแค่อยากพัก เหตุใดต้องมาโดนโบยแบบนี้ องค์ชายได้แต่กลั้นขำออกมา นางเองก็มีมุมแบบนี้หรือ เห็นตอนเป็นลู่เสียนนางเอาแต่วางตัวและทำท่ายั่วยวนเขา
“มาฝนหมึกให้ข้าได้แล้ว”
เหมยลุกขึ้นก่อนจะไปยืนข้าง ๆ องค์ชายและใช้แท่งหมึกฝนหมึกอย่างตั้งใจ
“.......”
ความเงียบกลับมาปกคลุมในห้องอีกครั้ง เหมยมองไปที่ราชโองการที่วางอยู่เบื้องหน้าของนาง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเนื้อความด้านในมีความหมายเช่นไร ก่อนจะปรายตามองไปที่องค์ชายสี่ที่ตอนนี้ก็มองมาที่นางอยู่เช่นกัน
“เจ้าพอใจหรือไม่เล่า”
“เพคะ???”
องค์ชายสี่ไม่ได้ตอบอะไร เขาแค่ยิ้มตอบนาง ก่อนจะหยิบราชโองการมาอ่านต่อหน้านาง
“ฝ่าบาททรงมีรับสั่ง องค์ชายสี่หายจากพระอาการประชวรนับว่าเป็นมงคล มงคลเช่นนี้ จึงช่วยคนให้ครองคู่ ฝ่าบาททรงมีรับสั่ง องค์ชายสี่ มีคุณธรรม รอบรู้ ยังมิมีคู่ครองกับคุณหนูหลงฮุ่ยเหอ ผู้มีเมตตา กริยางดงามเป็นคู่ครองที่เพียบพร้อม ประทานอภิเษกสมรสในเจ็ดวัน ให้ทั้งสองครองคู่ จบราชโองการ....”
“......”
“แบบนี้พอใจเจ้าหรือไม่เล่า ลู่เสียน.....ข้าแต่งชายาตามที่เจ้าต้องการแล้ว...พอใจเจ้าหรือยัง..”
“องค์ชาย....รู้ได้ยังไง...”
“เจ้ายังไม่ได้ตอบข้าเลย ลู่เสียนเจ้าพอใจหรือไม่ หรือต้องให้ข้ามีเจ้าก้อนแป้งให้เจ้าดูก่อน เจ้าจึงจะพอใจ....”
เหมยเม้นปากแน่น ในหัวได้แต่คิดว่าควรตอบอย่างไรดี นางควรปฏิเสธไปเลยดีหรือไม่.....
องค์ชายสี่ที่เห็นเหมยยืนนิ่งเขาจึงได้โอกาสจังหวะที่เหมยไม่ระวังตัว อุ้มนางขึ้นมานั่งบนตัก
“แค่ตอบข้าว่าพอใจหรือไม่...พอใจที่ข้ากำลังจะแต่งชายาให้เจ้าหรือเปล่า”
องค์ชายสี่จับปลายคางนางเงยขึ้นมา ทั้งสองผสานสายตากันก่อนจะเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง เหมยที่มองใบหน้าที่นางโหยหามานาน พอนึกว่าเขากำลังจะไปหาคนอื่น ทำให้ความน้อยใจ เสียใจ จนน้ำตาคลอ
“ถ้าเจ้าไม่พอใจก็บอกข้าว่าไม่พอใจ....ข้าจะไม่แต่ง...”
“หม่อมฉันไม่อยากให้พระองค์แต่งให้ผู้ใดเพคะ....”
องค์ชายสี่ยกยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจในคำตอบ มือที่จับปลายคางค่อย ๆ จับปลายคางเหมยให้เงยขึ้น ก่อนองค์ชายสี่จะโน้มใบหน้า บรรจงจูบที่ริมฝีปากของเหมยอย่างแผ่วเบา ทั้งสองบรรจงจูบกันเนิ่นนาน เป็นจูบที่นุ่มนวลและเต็มไปด้วยความรัก เหมยที่เหมือนจะขาดอากาศ ก็ได้ผลักองค์ชายสี่เบา ๆ เป็นการส่งสัญญาณ
“ข้าคิดถึงเจ้า....”
องค์ชายสี่ดึงนางเข้ามากอด ก่อนจะซุกที่ซอกคอเหมย สูดดมกลิ่นกายนาง
“คือว่าข้า......”
“ข้ารู้ว่านั่นไม่ใช่เจ้า แล้วผู้ชายคนนั้นก็ไม่ใช่คนธรรมดา เจ้าบอกข้าเถอะนะลู่เสียน.....”
เหมยถอนหายใจ ก่อนจะตัดสินใจเล่าทุกอย่างให้องค์ชายสี่ฟัง องค์ชายสี่ที่ฟังจนจบก็ได้แต่ขมวดคิ้ว
“รังเกียจหญิงเลวเช่นข้าใช่หรือไม่......”
“เจ้าจะกลับไปในที่ที่มีแต่คนเลว ที่คอยจะทำร้ายเจ้างั้นหรอ....อยู่กับข้าเถอะนะ”
“ไม่ได้เพคะ....หม่อมฉันเองก็มีเส้นทางของตัวเอง ขอพระองค์อภัย....”
เหมยลุกขึ้นจากตัก ก่อนจะยืนข้าง ๆ องค์ชายสี่ จริงอยู่ว่าที่นี่มีแต่คนรักนาง แต่ที่นี่มิใช่ที่ของนาง
“เช่นนั้นข้ามีบุตรก็พอใช่ไหม....”
“หม่อมฉันอยากให้พระองค์มีความสุข จึงอยากให้แต่งกับคู่ชะตาของพระองค์”
“ความสุขของข้าคือเจ้า....ลู่เสียน....”
ตอนพิเศษ เหตุเกิดเพราะความจำเสื่อม [ท่านเทพฉินซี-จางลู่เสียน]“ฟางเซียน เหตุใดนางทำกับข้าเช่นนี้”ลู่เสียนเท้าคางมองท่านเทพฉินซีที่เมามายด้วยฤทธิ์ของสุรา เขาเอาแต่พร่ำเพ้อหาแม่นางฟางเซียน ตลอดสองวันที่อยู่ที่นี่ในยามที่เขาเมาก็มักเป็นเช่นนี้ นางอยากรู้จริง ๆ ผู้หญิงแบบไหนถึงทิ้งคนที่รักนางได้“ลู่เสียน ข้าดีไม่พอหรือ”“ท่านดีพอแล้ว”“แล้วเหตุใดนางถึงทำเช่นนี้ล่ะ นางไม่อยู่แล้ว นางมักนั่งดื่มสุราเป็นเพื่อนข้าในยามนี้ไม่มีนางแล้ว”“งั้นวันนี้ข้าจะเป็นฟางเซียนให้ท่านเอง มาเถิดข้าจะเมาเป็นเพื่อนท่านเอง”ลู่เสียนยิ้มออกมา ก่อนจะหยิบจอกสุรามาดื่ม ทั้งสองดื่มสุราและพูดคุยเรื่องต่าง ๆ มากมาย อาจจะเพราะไม่ชินในฤทธิ์ของสุราของแดนสวรรค์ เลยทำให้ลู่เสียนเกิดอาการเมาอย่างรวดเร็ว นางดื่มสุราจอกสุดท้ายก่อนฟุบหลับกับโต๊ะทันที“เหตุใดจึงคออ่อนเช่นนี้”ท่านเทพฉินที่ยังพอมีสติมองไปที่ลู่เสียน เขาวางจอกเหล้าลง ก่อนเดินไปอุ้มนางทันที กลิ่นดอกบัวที่เขาคุ้นเคยลอยโชยขึ้นมาจนได้กลิ่น แม้จะเป็นดอกบัวสวรรค์เหมือนกันแต่ กลิ่นกับต่างกันโดยสิ้นเชิง กลิ่นดอกบัวของลู่เสียนในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ“เจ้า
ตอนพิเศษ คืนเข้าหอ [องค์ชายใหญ่-ลี่อิน]“ฝ่าบาทเสด็จ”เสียงดังจากหน้าประตูตำหนักดังขึ้น ฮองเฮาที่กำลังยืนรออยู่ได้แต่กลอกตามองบน นางมองบุรุษที่กำลังเดินเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับไม่ต่างจากนาง เมื่อทั้งสองสบตากันก็แสร้งยิ้มออกมา“ฮองเฮาของข้า มาเถิดเข้าไปด้านใน ข้าเกรงว่าเจ้าจะป่วย”“เพคะ”ทั้งสองโอบกอดกันด้วยรอยยิ้มก่อนจะพากันเดินเข้าไปในตำหนัก บรรดานางกำนัลและขันที ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม ที่ทั้งสองรักกันเช่นนี้ แต่ใครเลยจะรู้ความจริง“พวกเจ้าออกไปให้หมด ข้าต้องการอยู่กับฮองเฮารักของข้า”ฮองเฮาที่ได้ยินเช่นนั้นก็แสร้งทำสีหน้าเขินอาย เมื่อนางกำนัลและขันทีออกไป ทั้งสองก็ผละออกจากกันทันที“อี๋ ออกไปห่าง ๆ ข้าเลย”“แหวะ ข้าอยากจะอ้วก”ทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะเกิดอาการคลื่นไส้ ให้ตายเถอะอย่างไรก็ไม่ชิน ไม่ใช่ว่านางไม่ชื่นชอบบุรุษ แต่ว่าให้มากอดจูบบุรุษตรงหน้ามันช่าง......“ให้ตายเถอะรีบทำให้มันจบ ๆ ”ทั้งสองพยักหน้า ฮองเฮาเดินไปจุดกำยานที่ลู่เสียนเคยให้มา ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ ตรงข้ามฝ่าบาท“เจ้ารักลู่เสียน”“ใช่”ฮองเฮาพูดออกมา ก่อนจะจิบน้ำชาที่ผสมยาบำรุงสำหรับการมีบุตร“ท
ตอนพิเศษ มาเป็นฮูหยินข้า [ลู่จื้อ-ถิงถิง]ถิงถิงวัย 4 ขวบ“ถิงถิง ถ้าโตข้าจะแต่งเจ้าเข้าจวน”“แต่งเข้าจวนคืออะไร”“ข้าเองก็ไม่รู้ ท่านแม่บอกเพียงว่าให้แต่งกับคนที่ข้ารัก”“แล้วคนที่รักคืออะไร”ถิงถิงเด็กสาวเอียงคอถาม คุณชายที่อายุห่างจากนางเพียงสองปี“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ลู่เสียนเคยบอกว่า ต้องเป็นคนที่เห็นแล้วดีใจเมื่อได้เจอ”“ถิงถิงดีใจที่เจอคุณชาย เช่นนั้นถิงถิงก็รักคุณชาย คุณชายชอบเอาขนมอร่อย ๆ มาให้ถิงถิง”ถิงถิงวัย 8 ขวบ“ถิงถิง ข้ารู้มาว่าเจ้าจะไปรับใช้ลู่เสียนเหรอ”“เจ้าค่ะคุณชาย”“คุณชายอะไรกัน ข้าบอกให้เจ้าเรียกว่าพี่ลู่จื้อไง”ถิงถิงยิ้มออกมา ลู่จื้อเองเมื่อเห็นรอยยิ้มนางก็หน้าแดงก่ำ แต่สายตาเหลือบไปเห็นมือนางที่มีรอยแดง“มือเจ้าไปโดนอะไรมา”“ข้าซุ่มซ่ามทำน้ำชาหก ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ โชคดีที่คุณหนูใจดีไม่เอาเรื่องข้า”ลู่จื้อจับมือถิงถิงขึ้นมาประคองก่อนก้มลงเป่าเบา ๆ“หากมือเป็นแผล แล้วท่านแม่ไม่ชอบเจ้าจะทำเช่นไร ข้าก็จะแต่งเจ้าได้ลำบาก ตามข้ามาข้าจะหายาทาให้”“คุณชาย จะแต่งข้าจริง ๆ หรือเจ้าคะ”“ถิงถิงน้อย ย่อมต้องเป็นเจ้า”ถิงถิงวัย 18 ปี“ถิงถิง ข้าชอบเจ้า”“คือว่าข้า.....”“
“เจ้าเป็นลูกของถิงถิงหรอ”“อาหญิง ข้าจะเป็นลูกของนางได้อย่างไรกัน ท่านแม่ของข้าคือฮองเฮาส่วนท่านพ่อเป็นถึงฮ่องเต้เชียวนะ”“ลูกของลี่อิน???”ลู่เสียนมองสำรวจใบหน้า ที่มีส่วนคล้ายฝ่าบาทอยู่หลายส่วนพลางยิ้มออกมา“เจ้าคล้ายท่านพ่อของเจ้ามาก”“มีแต่คนบอกว่าข้า รูปงามเช่นท่านพ่อและท่านอา”ลู่เสียนลูบหัวคนตรงหน้า“อาหญิง ท่านงดงามนัก”หลีหมิ่นซบหน้าลงที่หน้าท้องลู่เสียนพลางลูบท้องนางเบา ๆ“ท่านอาหญิง”“หืมว่าไง”ลู่เสียนที่นั่งพิงขอบเตียง ก้มหน้าลงมองเด็กตรงหน้าอย่างเอ็นดู“ข้าอยากมีน้องสาว.....”“น้องสาว???”“ท่านแม่บอกข้าว่านางมีให้ข้าไม่ได้แล้ว เพราะนางป่วย เช่นนั้นอาหญิงช่วยมีให้ข้าได้หรือไม่”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไร นางเพียงครุ่นคิดหากนางมีบุตรจริง ๆ จะเป็นเช่นไร ในเมื่อนางเลือกจะอยู่ที่นี่แล้วย่อมต้องวางแผนสำหรับการใช้ชีวิตในชาตินี้ พลางนึกถึงยามก่อนที่จะเข้าร่าง ท่านเทพฉินซีให้นางเลือก จะกลับมา หรือไปเกิดใหม่ และนางเลือกจะกลับมา....เพล้ง!!!!เสียงของแตกดังขึ้น ลู่เสียนหันหน้าไปมองทางต้นเสียงพบว่าเป็นถิงถิง ที่มองนางอยู่“คะ...คะ..คุณหนู….”ถิงถิงน้ำตาคลอ มองหญิงสาวในชุดสีฟ้าที่นั่งยิ้ม
1 ปีต่อมา“หนึ่งคำนับฟ้า.....ลุกขึ้น”“สองคำนับดิน.....ลุกขึ้น”“สามคำนับบุพการี......ลุกขึ้น”“สามีภรรยาคำนับกันและกัน.”ชายในชุดสีแดงที่มีผ้าคลุมหน้าทั้งเจ็ดคน ต่างโค้งคำนับหญิงสาวชุดสีแดงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม่นมได้แต่มองภาพตรงหน้าผ่านม่านน้ำตา เหตุใดงานแต่งของคุณหนูจึงเป็นเช่นนี้ คุณหนูที่แสนดีของนางสมควรมีความสุขที่สุดในวันนี้สิ“รับป้ายหยกประจำตัว..จากท่านแม่ทัพจาง..”“เสร็จสิ้นพิธี”เหล่าแขกที่มางานและบรรดาขุนนาง ต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความสมเพช เหตุใดเหล่าองค์ชายถึงเลือกที่จะแต่งเข้าจวนสกุลจาง แล้วยังแต่งกับสตรีที่มีสภาพไม่ต่างจากศพเช่นนี้ หรือว่าแม่ทัพจางกุมความลับอะไรของพวกเขาอยู่ องค์ชายโดนบังคับงั้นหรือ...“ส่งตัวบ่าวสาว เข้าหอ”ท่านเทพซีห่าวอุ้มลู่เสียนขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะเดินออกไปตามด้วยเหล่าองค์ชาย ซีห่าวเดินเข้าไปในห้องหอที่มีเตียงอยู่กลางห้อง เขาวางลู่เสียนลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้าของเขาออก พลางมองไปที่ลู่เสียนด้วยความสีหน้าไม่ดีนัก นางในตอนนี้ซูบผอมกว่าที่เขาเจอเมื่อครั้งที่แล้วนัก ร่างของลู่เสียนในตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่จิตวิญญาณของนาง“เจ้าอย
ลู่เสียนที่ตอนนี้แทบจะไม่มีแรงขัดขืนฮุ่ยเหอที่กำลังฉีกเสื้อผ้าของนางออก นางทำได้เพียงยิ้มสมเพชตัวเอง นางในตอนนี้ช่างไม่ต่างกับนางในชาติที่แล้วเลย ชาตินี้มีสามีหลายคนแล้วอย่างไร เป็นเทพแล้วอย่างไร เวลาผ่านไปหลายวันเช่นนี้ไม่เห็นมีผู้ใดตามหานางพบ.... ลู่เสียนเห็นทีชาติหน้าเจ้าคงต้องพึ่งแต่ตัวเองแล้ว“เจ้ายิ้มโง่อะไร”“..........”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไรนางเพียงหลับตาลงช้า ๆ ผ้าจากเสื้อด้านบนชิ้นสุดท้ายของลู่เสียนถูกฉีกออก ตอนนี้ลู่เสียนเพียงแค่เอี๊ยมและกระโปรงเท่านั้น คุณชายอี้มองสำรวจลู่เสียนก่อนจะบีบคางของลู่เสียนแน่น“นี่นะหรือหญิงงาม ไม่ต่างอะไรกับศพที่ยังมีชีวิต สวะ”“..........”“เหตุใดจึงเงียบเล่า อ้อนวอนสิ เหมือนตอนที่แม่ข้าอ้อนวอนต่อฝ่าบาทให้ไม่ส่งข้าไป”“ถุย” !!!ลู่เสียนถ่มเลือดในปากของนางลงบนหน้าของคุณชายอี้ ก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนคนเสียสติเพี๊ย!!!!หน้าของลู่เสียนหันไปตามแรงตบของคุณชายอี้ ก่อนคุณชายอี้จะเข้ามาบีบคอของนางด้วยโทสะ ฮุ่ยเหอที่เห็นลู่เสียนกำลังจะตาย ก็รีบผลักคุณชายอี้ออกทันที“ท่านจะบ้าหรือไง นางจะตายไม่ได้ ข้ายังต้องใช้เลือดนางหากิน”“แต่มันหยามข้า!!!”“ข้าบอกแล้ว







