Share

บทที่ 12 องค์ชายสาม

last update Last Updated: 2026-01-24 22:13:47

“ท่าน!!! ทำไมเป็นแบบนี้ ทำไมเป็นวิญญาณ!!!”

ลู่เสียนหันไปตามเสียงพบ ผู้หญิงใส่ผ้าคลุมหน้ายืนชี้มาที่นาง

“เจ้าเห็นข้า??”

ลู่เสียนเดินเข้าไปหาผู้หญิงคนนั้น แต่เธอกับถอยหนี

“เจ้าต้องมีชีวิตอยู่สิ ถ้าเจ้ามีชีวิตอยู่เขาถึงจะรอด”

“เจ้าหมายถึงอะไร.....”

“บอกข้ามา!!! บอกข้ามาทำไมกลายเป็นแบบนี้!!!”

ผู้หญิงคนนั้นตะคอกลู่เสียนเสียงดัง ก่อนจะมองนางด้วยน้ำตาคลอ ข้าอุตส่าห์ลักลอบเข้ามาในตำหนักองค์ชายสี่ แล้วทำไมนางถึงได้ตายหนีไปได้ แล้วแบบนี้นายท่านจะทำยังไง

“แล้วเจ้ามีสิทธิ์อะไร มาขึ้นเสียงใส่ข้า”

ลู่เสียนพูดจบก็เดินออกไป เหอะไร้มารยาทกับข้าก่อน ก็ไม่จำเป็นต้องเสวนา

“หยุดก่อน ได้โปรด...ช่วยบอกข้าที...ร่างดอกบัวของเจ้าอยู่ที่ไหน...ข้าต้องนำเลือดเจ้าไปช่วยคน..ข้าขอร้อง”

ตุบ!!

เสียงเข่ากระทบกับพื้นดังขึ้นลู่เสียนที่กำลังจะเดินจากไปก็ได้หันไปมองตามเสียง พบว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังคุกเข่า ขอร้องนาง ผู้หญิงคนนั้นมองนางด้วยสายตาวิงวอน นางในตอนนี้ก็มิอาจช่วยใครได้เช่นกัน.....และที่น่าแปลกคือนางรู้เรื่องร่างดอกบัว และเรื่องเลือดของลู่เสียนได้อย่างไรกัน

“ลุกขึ้นเถิด ข้าช่วยอะไรไม่ได้หรอก ตอนนี้ข้าไม่มีเลือดดอกบัวแล้ว ร่างนั้นไม่ใช่ของข้าแล้ว....”

“ข้าขอร้อง....ช่วยนายท่านของข้าด้วย ข้าอาหลินจะไม่ลืมพระคุณท่านแน่”

ตุบ ตุบ ตุบ!!!

อาหลินคำนับเอาหัวเขกพื้นอยู่หลายครั้ง ลู่เสียนได้แต่ถอนหายใจกับความโง่เขลาของนาง

“หากเจ้าต้องการเลือดดอกบัวจงไปตำหนักองค์ชายสอง นางอยู่ที่นั่น เจ้าลองไปขอความช่วยเหลือดู”

“องค์ชายสอง......”

อาหลินเปลี่ยนเป็นสีหน้าเรียบเฉยทันทีที่ได้ยิน ก็เพราะองค์ชายสอง นายท่านของข้าถึงได้มีอาการทรมานปางตายขนาดนี้ แล้วทำไมองค์ชายสองถึงเก็บศพของดอกบัวไว้ หรือเขารู้ว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยนายท่านได้ เขาเลยฆ่านางทิ้ง องค์ชายสอง...ท่านชั่งโหดเหี้ยมจริง ๆ

“ใช่ เลือดดอกบัวอยู่ที่นั่น เจ้าจงรีบไปเถอะไหนว่าจะช่วยนายท่านเจ้า”

ลู่เสียนพูดจบก็เตรียมหันหลังเดินออกไปแต่มือของนางก็ถูกผู้หญิงคนนั้นรั้งไว้ ลู่เสียนมองอย่างประหลาดใจ เกิดอะไรขึ้น ทำไมนางจับข้าได้ล่ะ

“เผ่าข้ามีสายเลือดเทพธิดา ไม่ว่าจะมองหรือจับต้องวิญญาณย่อมทำได้เจ้าค่ะ”

“แล้วเจ้ามีอะไร”

“ตัวท่านมีกลิ่นดอกบัว แม้จะไม่มาก แต่ได้โปรดไปกับข้าก่อนนะเจ้าคะ นายท่านข้าไม่ไหวแล้ว.....”

ยังไม่ทันที่ลู่เสียนจะตกปากรับคำ อาหลินก็อุ้มนางในท่าเจ้าสาว แล้วใช้วิชาตัวเบาทันที นางรู้ดีไม่อาจบุกไปเอาเลือดดอกบัวได้ แต่นางก็ได้ยินมาว่าดอกบัวสวรรค์สามารถรักษาพิษได้ด้วยเลือด หากอยู่ใกล้จากที่เคยเจ็บปวดจะไม่รู้สึกเจ็บอีกต่อไป ระหว่างที่คนอื่น ๆ ไปหายาแก้พิษ นางคงได้แค่พาดอกบัวสวรรค์ไปช่วยให้ความเจ็บปวดเบาลง

ตำหนักองค์ชายสาม

ลู่เสียนเดินเข้าไปในตำหนักที่มืดสนิท ไม่มีแม้แต่แสงไฟ ใช้เพียงแสงจันทร์มองทางเดิน อาหลินเองก็จูงมือให้นางเดินเร็วขึ้น

“ข้าขออภัยที่เสียมารยาท แต่นายท่านข้าจะไม่ไหวแล้ว”

“เชื่อเถอะว่าเจ้าไม่ใช่คนแรกที่ลักพาตัวข้ามารักษาแบบนี้ ต่างกันแค่ตอนนี้ข้ามีสติไม่ได้สลบแค่นั้น”

ลู่เสียนพูดจบพลางนึกถึงวันที่เจอองค์ชายห้าครั้งแรก ตอนนี้นางมองสำรวจรอบ ๆ ไม่มีแม้แต่นางกำนัล ในตำหนักมีฝุ่นและหยากไย่เกาะเต็มไปหมด แม้แต่ที่พื้นยังมีใบไม้แห้งเต็มไปหมด ที่นี่ไม่ต่างอะไรกับตำหนักร้าง

“ที่นี่คือที่ไหน”

“ตำหนักองค์ชายสามเพคะ”

อ๊ากกกกกกก

เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น อาหลินยิ่งทำสีหน้าร้อนรน ไม่นานทั้งสองก็มาถึงหน้าห้อง อาหลินผลักประตูไปอย่างร้อนรน ก่อนจะลากลู่เสียนไปหาชายที่บิดกาย ทรมานอยู่ที่เตียง ทั้งปากและตาของเขามีเลือดไหลออกมา เป็นจำนวนมาก

“เขาเป็นอะไร ทำไมไม่เรียกหมอ!! พาข้ามาทำไม ไปตามหมอเร็วสิ!!!”

ลู่เสียนเองก็มีสีหน้าร้อนรน ผู้ชายคนนี้ดูทรมานมาก อาหลินได้แต่น้ำตาคลอ ก่อนจะคุกเข่าตรงหน้าลู่เสียนอีกครั้ง

“ได้โปรดกลิ่นดอกบัวในกายของคุณหนูจะช่วยให้นายท่านไม่เจ็บปวดอีก ช่วยนายท่านด้วย ข้าขอร้อง ตอนนี้องครักษ์เงาของนายท่านกำลังตามหายาแก้พิษ มีเพียงคุณหนูที่ช่วยเขาได้ในตอนนี้”

“ข้าต้องทำอย่างไรเล่า!!! รีบพูดมา!!!”

“กลิ่นดอกบัวในตัวคุณหนูแม้จะจางมากก็ยังได้กลิ่น แค่คุณหนูอยู่ใกล้ ๆ นายท่านเท่านั้นเจ้าค่ะ”

ลู่เสียนพยักหน้า ก่อนจะลงไปนั่งบนเตียงใกล้ ๆ องค์ชายสามทันที กลิ่นดอกบัวจาง ๆ ทำให้องค์ชายสามรู้สึกเจ็บน้อยลง

“เขาโดนพิษอะไร”

“คือว่า.....เป็นพิษที่สกัดมาจากดอกไม้สีน้ำเงิน ชื่อว่าพิษสังหารเทพธิดาเจ้าค่ะ”

“ข้าไม่เคยได้ยิน...”

“มันเป็นพิษที่คนส่วนน้อยจะรู้จัก เป็นพิษที่สร้างขึ้นมาเพื่อสังหารชนเผ่าที่มีสายเลือดเทพธิดาเช่นพวกข้า หากคนปกติกินจะไม่มีอาการ แต่หากคนที่มีสายเลือดเทพธิดาจะทุกข์ทรมาน เลือดจะไหลออกจากตาและปาก จะทำลายอวัยวะในร่างกาย แล้วตายในที่สุด....”

“นายท่านเจ้าโง่หรือไงกินไปได้ยังไง”

“เพราะนายท่านไม่อาจให้ใครรู้ได้ว่ามาสายเลือดเทพธิดาเจ้าค่ะ เพราะพวกเราสามารถติดต่อกับวิญญาณและมีลางบอกเหตุได้ จึงถูกเข้าใจผิดว่าเป็นปีศาจเจ้าค่ะ”

ลู่เสียนพยักหน้า ก่อนจะหันไปมององค์ชายสามที่ตอนนี้ มีสีหน้าเจ็บปวด แต่ไม่ร้องเมื่อเช่นตอนนางมาตอนแรก นางมองใบหน้าเขาที่ตอนนี้เต็มไปด้วยเลือด

“เจ้าเอาผ้ามาเช็ดหน้าเขาหน่อยเถิด ข้าไม่สามารถจับสิ่งของได้”

“ข้าไม่กล้าเจ้าค่ะ นายท่านไม่ชอบให้สตรีโดนตัวเจ้าค่ะ”

ลู่เสียนรู้สึกหัวเสียกับการกระทำของสาวใช้ นางจึงใช้มือเปล่าของนางเช็ดเลือดออก อาหลินได้แต่มองตาค้าง

“ข้าจะไปช่วยพวกพี่หายาถอนพิษ”

แล้วอาหลินก็รีบเดินออกไป เหอะถ้านางเป็นนักฆ่า นายท่านของพวกเจ้าคงตายคามือแน่ ๆ ว่าแต่ในใบที่แจ้งข้ามาไม่มีประวัติองค์ชายสามเลย เขียนแค่ว่า สิ้นพระชนม์แล้ว แล้วคนที่นางนั่งเช็ดเลือดอยู่นี่ใครกันล่ะ

“ออกไป อย่าแตะตัวข้า.....”

องค์ชายสามพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“วิญญาณชั่ว อย่ามาแตะต้องข้า”

องค์ชายสามพยายามปัดมือของลู่เสียน

เพี้ย!!!

“อยู่เฉย ๆ ข้าแค่จะเช็ดเลือดออกให้”

ลู่เสียนตีไปที่มือขององค์ชายสาม องค์ชายสามตอนนี้หรี่ตามองนาง ผู้หญิงบังอาจมาสัมผัสเขา แต่ไม่รู้ทำไมยิ่งนางสัมผัสตัวเขา ความเจ็บปวดที่มีก็เบาลง กลิ่นของนางช่างประหลาดยิ่งสูดดมยิ่งบรรเทาความเจ็บปวดนี้

“เสร็จแล้ว เหอะไม่จับก็ไม่จับ”

ลู่เสียนลุกขึ้นยืนและทำเหมือนจะเดินออกไป แต่นางคงลืมไปว่า ถ้าหากองค์ชายสาม เขาจะมีอาการเช่นไร

อ๊ากกกกกกกก

ทันทีที่ลู่เสียนก้าวขาห่างเพียงก้าวเดียว ความเจ็บปวดในตอนแรกก็กลับมา องค์ชายสามร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เขาปวดตัวไปมา พร้อมกับกระอักเลือกออกมา ลู่เสียนที่เห็นแบบนั้นก็กลับไปนั่งที่เดิมทันที นางได้แต่โทษตัวเองที่สมองปลาทองแบบนี้

“ข้าเจ็บ......”

องค์ชายขยับเข้ามาใกล้นางให้ความเจ็บปวดเบาลงแต่ ตอนนี้กับไม่ได้ผลแล้ว กลิ่นของนางจางเกินไป....

อ๊ากกกกก

“ทำไมยังเจ็บอยู่ล่ะ”

“กลิ่นของเจ้ามันจางเกินไป.....ออกไป!!!”

องค์ชายสามตวาดลู่เสียน ก่อนจะกระอักเลือดอีกครั้ง ทำไม่ได้ผล หรือนางอยู่ห่างเกินไป

“ไม่สนด้วยแล้ว ข้าทำไปเพราะช่วยท่านนะ”

พูดจบลู่เสียนก็พุ่งเจ้าไปพยุงองค์ชายสามให้นั่งหันหน้ามาทางนาง ก่อนจะกอดองค์ชายสามทันที นางโน้มหน้าของเขามาที่ซอกคอของนาง องค์ชายสามที่มีอาการเจ็บปวดตอนนี้กลับไม่รู้สึกเจ็บอีกแล้ว กลิ่นของดอกบัวกลับมาแล้ว....

“ท่านดีขึ้นไหม”

“.........”

องค์ชายสามเลือกที่จะไม่ตอบเขาเพียงก้มหน้าซุกลงที่ซอกคอของนางนิ่ง

“เจ็บอยู่หรือไม่ ตายแล้วหรือยัง.....”

“ช่วยข้าทำไม”

“คิดว่าข้าจะใจร้ายปล่อยให้ท่านตายหรือยังไง ยังไงก็เถอะ ถึงเจ้าจะอึดอัดก็ต้องทน อาหลินและพี่ของนางกำลังหายาแก้พิษมาให้ท่าน ข้าช่วยได้เพียงทำให้เจ้าเจ็บน้อยลง”

“รู้หรือไม่ข้าเป็นใคร”

“องค์ชายสามหรือนายท่านล่ะ???”

“ถ้าข้าหาย ข้าสัญญาจะตอบแทน...”

ลู่เสียนฟังได้แต่ครุ่นคิด นี่นางช่วยเขาโดยที่ไม่หวังอะไรงั้นหรอ คนละโมบแบบนางเนี่ยนะ หรือจะอยู่ในร่างดอกบัวผู้เมตตานานเกินไปกันนะ...

“อะ....”

“กลิ่นข้าหายอีกแล้วหรอ”

“มันแค่จางลง แต่ข้ายังพอทนไหว”

โกหก เขาโกหกนาง ลู่เสียนสังเกตได้ว่ามือของเขาตอนนี้สั่นเทา ก่อนจะกัดฟันเพื่อระบายความเจ็บ

“รับปากข้าได้ไหม หากข้าทำอะไร อย่าได้หลงรัก หลงใหล หรือคิดว่าต้องรับผิดชอบในตัวข้า”

“วิญญาณเช่นเจ้ามีอะไรให้รับผิดชอบกัน....ได้ข้ารับปาก เจ้าจะทำอะระ.....”

พรึบ!!!!

ลู่เสียนถอดเสื้อผ้าด้านบนออกจนหมด ทำให้ตอนนี้ด้านบนของนางเปลือยเปล่า นางจับองค์ชายนอนลงจะลงไปนอนกอดเขาไว้พร้อมห่มผ้า

“เจ้าทำอะไร.....”

“เป็นวิธีเดียวที่ท่านจะได้กลิ่นข้า แล้วก็เป็นวิธีที่ข้าคิดว่าจะเก็บกลิ่นดอกบัวนี่ได้นานที่สุด”

“แต่ว่าเจ้า......ถึงเจ้าจะเป็นวิญญาณก็เถอะ....ข้าว่า....”

“จำที่รับปากข้าให้ได้ก็พอ”

ลู่เสียนกดหน้าขององค์ชายซุกลงที่กลางอกของนาง เห้อ แค่องค์ชายสี่กับองค์ชายห้าก็ทำนางพลาดมาแล้ว คราวนี้นางจะไม่มีวันใจอ่อนให้ใครอีก ด้านองค์ชายสามก็ได้แต่คิด ว่านางชั่งเป็นวิญญาณที่แปลก ปกติพวกวิญญาณที่รู้ว่าเขาเห็นพวกนั้นจะเอาแต่ร้องขอให้เขาช่วยเหลือ แต่กับนาง นางกับพูดคำขอแปลก ๆ ออกมา.....

ตำหนักองค์ชายสอง

“องค์ชาย คืนนี้ท่านจะค้างที่นี่ใช่ไหมเพคะ”

ฟางเซียนที่อยู่ในร่างลู่เสียนพูดจาออดอ้อน หลังจากที่ผ่านศึกรักมาเมื่อไม่นาน องค์ชายสองที่ใส่เสื้อผ้าอยู่ก็ชะงัก

“คือว่า......ข้าค้างห้องเจ้าไม่ได้ข้ามีงานด่วน”

“แต่ว่า.....ท่านบอกว่า....”

“อย่าขัดใจข้า”

องค์ชายสองพูดจบก็เดินออกจากห้องไป ฟางเซียนได้แต่มองอย่างสงสัย เขาเป็นอะไรกันแน่

“องค์ชายจะเสด็จไปหาองค์ชายใหญ่หรือพ่ะย่ะค่ะ”

“ไปตำหนักชายารอง”

องค์ชายสองพูดอย่างหัวเสีย จะให้เขาไปหาพี่ใหญ่ตอนนี้ได้อย่างไร ในเมื่อแท่งเอ็นของเขามันยังแข็งชี้โด่งอยู่เลย ลู่เสียนในตอนนี้มิอาจตอบสนองเขาได้ นางไม่แม้แต่จะดูดกลืนท่อนเอ็นของเขานางทำเพียงนอนครางให้เขาทำอยู่ฝ่ายเดียว หากกระแทกแรงนางก็ทำน้ำเสียงไม่พอใจ นางช่างต่างกับคืนนั้นยิ่งนัก.....

“องค์ชาย.....”

องค์ชายสองมองชายารอง ที่ตอนนี้นอนหน้าแดงอยู่บนเตียง เหอะ แม้นางจะนอนแข็งเป็นท่อนไม้ แต่นางก็ยังยอมตามใจข้า

“ข้าจะมีบุตรกับเจ้า เป็นการตอบแทนในครั้งนี้”

ไม่นานเสียงครางก็ดังขึ้น องครักษ์และนางกำนัล ทำได้เพียงยืนนิ่ง บางคนก็ซุบซิบนินทาว่า คุณหนูตระกูลจางคงทำให้นายท่านเบื่อแล้วเป็นแน่ถึงได้มาหาพระชายาแบบนี้

ตำหนักองค์ชายสี่

“อ้า........ซี๊ดดดดด”

เสียงครางดังขึ้น ในห้องขององค์ชายสี่ บนร่างเขามีสตรีหน้าตาสวย กำลังขย่มท่อนเอ็นของเขาอยู่นาง ตอนนี้ทั้งนางและองค์ชายสี่ ต่างเปลือยเปล่า องค์ชายสี่ที่เมาจนสติเลือนรางกับมองผู้หญิงตรงหน้าเป็นลู่เสียน

“ซี๊ดดดดด ลู่เสียน”

หญิงสาวที่ขย่มท่อนเอ็นอยู่ก็ยกยิ้ม ก่อนจะขยับสะโพกขย่มเร็วขึ้น

“หม่อมฉันลู่เสียนเองเพคะ”

“เจ้าแกล้งข้าหรือไร ทำไมถึงได้ทำเชื่องช้าเช่นนี้...ซี๊ดดดดด”

หญิงสาวขมวดคิ้ว นางไม่ได้แกล้งเขานี่นางก็ขยับจนแทบหมดแรงแล้ว ปกติผู้หญิงคนนั้นทำได้ดีกว่านางงั้นหรอเป็นไปไม่ได้ นางมั่นใจว่านางลีลาไม่ได้แย่ขนาดนั้น ไม่งั้นนางคงไม่ใจกล้าปีนป่ายเตียงองค์ชายสี่ และลงทุนแต่งตัวคล้ายลู่เสียนแบบนี้หรอก

“มีลูกกับหม่อมฉันนะเพคะ”

องค์ชายสี่ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ นางยอมแต่งให้เขาแล้ว แต่ที่น่าแปลกคือรูสวาทของนางนั้นไม่บีบรัดท่อนเอ็นเขาแน่นเหมือนเดิม และท่าทางของนางก็ไม่ถูกใจเขาเลยสักนิด หรือเพราะเขาอาจจะเมาเกินไป

“ลู่เสียนอยากมีบุตรกับองค์ชายสี่นะเพคะ”

พรึบ!!!

องค์ชายสี่พลิกนางลงไปนอน นางมององค์ชายสี่ด้วยสายตายั่วยวน องค์ชายสี่กระแทกท่อนเอ็นในรูสวาทของนางอย่างแรง จนนางร้องครางออกมา นางทั้งจุกและเสียวไปพร้อมกัน ไม่คิดว่าองค์ชายสี่ที่เคยพิการจะถึงใจนางแบบนี้ เสียงเนื้อกระทบกันดังไปทั่ว ก่อนองค์ชายสี่จะปล่อยน้ำสีขาวขุ่นในรูสวาทของนาง

“ลู่เสียน แต่งให้ข้านะ”

“เพคะ หม่อมฉันจะแต่งให้องค์ชายเอง”

ตำหนักองค์ชายห้า

“องค์ชาย.....”

องค์ชายห้าที่กำลังจะนอน ได้ยินเสียงลี่ถัง ที่หน้าห้อง เขาจึงอนุญาตให้นางเข้ามา

“เจ้ามีอะไร”

“ข้ามาแทนคุณ....ดูข้าร่ายรำได้หรือไม่เจ้าคะ”

องค์ชายห้าพยักหน้า เขาเองในตอนนี้ก็นอนไม่หลับหากมีอะไรดูแก้เบื่อได้ก็น่าสนใจ ลี่ถังยืนขึ้นนางร่ายรำต่อหน้าองค์ชาย

“เจ้าถือว่าพัฒนากว่าเมื่อตอนเด็กมา”

ลี่ถังที่ยังคงร่ายรำ นางยกยิ้มอย่างพอใจ ถึงเวลาที่นางจะใช้สิ่งที่เรียนมาจากหอนางโลมแล้ว เสื้อผ้าที่นางใส่เป็นชุดที่สั่งทำพิเศษเพียงกระตุกเชือกเส้นเดียวชุดของนางก็จะลงไปกองกับพื้น นางใช้จังหวะที่องค์ชายห้ามองนางอย่างเคลิบเคลิ้ม กระตุกเชือกเส้นนั้นทำให้ชุดของนางตอนนี้ลงไปกองอยู่กับพื้น นางทำเป็นไม่สนใจยังคงร่ายรำต่อไป เพียงแต่ขยับเข้าไปใกล้องค์ชายห้ามากขึ้น

พรึบ!!! ขวับ!!

เทียนในห้องดับลง ก่อนจะมีผ้ามาห่อตัวนางไว้

“ลี่ถัง เจ้าไม่ควรทำแบบนี้”

เป็นองค์ชายห้าที่เป็นคนทำทั้งหมดเขามองนางผ่านแสงจันทร์ ตอนนี้ในใจเขาสับสนมาก

“ท่านรังเกียจข้าจริง ๆ สินะเจ้าคะ”

“ลี่ถัง มันไม่ใช่”

“ข้าไม่เชื่อ....ทำให้ข้าเชื่อสิเพคะ”

พรึบ!!!

ผ้าคลุมที่ห่อตัวลี่ถัง ถูกนางปัดออกจนไปกองอยู่กับพื้น นางโน้มคอขององค์ชายห้า มาจูบอย่างดูดดื่ม ก่อนจะจับมือขององค์ชายห้า มาวางที่สะโพกของนาง

“องค์ชายห้า นั่นเจ้าทำอะไร!!!”

“เสด็จแม่!!!”

รุ่งเช้า

ตำหนักองค์ชายสาม

จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ

ลู่เสียนที่รู้สึกแรงดูดและเปียกที่หน้าอก ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น นางหลับงั้นหรอ พึ่งรู้ว่าวิญญาณหลับได้ นางส่ายหัวไล่ความคิดไร้สาระก่อนจะมองที่เต้านมของนาง

“องค์ชาย!!!”

ปัก!!! ตุบ!!

ลู่เสียนที่เห็นองค์ชายกำลังดูดเต้านมนางอยู่ นางจึงใช้แรงทั้งหมดที่มีทั้งผลักและทีบองค์ชายจนร่วงเตียงไป องค์ชายสามเอง ก็ลุกขึ้นมามองนางอย่าหัวเสีย

“เจ้าทำอะไร”

“ท่านนั่นแหละทำอะไร!!!”

ลู่เสียนเอาผ้าห่มลง ทำให้เห็นรอยแดงตามหน้าอกเธอเป็นจำนวนมาก องค์ชายสามได้แต่หน้าแดง ทำท่าทางเขินอาย ที่เขาเห็นหน้าอกนาง ลู่เสียนหยิบเสื้อผ้ามาใส่ ก่อนจะยิ้มยกไปที่เขา ปรายตามองไปที่กำยานที่ตั้งอยู่ ใกล้ ๆ เตียง

“เหอะ เด็กน้อย... ท่าทางเจ้าคงจะหายดีแล้ว กำยานนั้นคงช่วยถอนพิษ ในเมื่อหมดธุระแล้ว งั้นข้าลา...ข้ามีคนต้องไปดู”

“เจ้าช่วยข้าอยากได้อะไร ร่างใหม่ หรือแก้แค้นคนที่ทำให้เจ้าตาย”

“เรื่องร่างข้า ข้าจะจัดการเอง เอาเป็นว่ามีเจ้าก้อนแป้งให้ข้าสักคนละกัน”

ลู่เสียนพูดจบก็เดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้องค์ชายสามคิดไปไกล นี่ไม่ใช่ว่านางอยากมีเจ้าก้อนแป้งกับเขางั้นหรือ

เรื่องซุบซิบในวังหลวง

-องค์ชายสองอุ้มคุณหนูสกุลจางเข้าตำหนัก แต่ไม่ยอมหลับนอน พระองค์ทรงอยู่กับพระชายาทั้งคืน เกรงว่าคุณหนูจางคงจะแอบรักองค์ชายสองอยู่ฝ่ายเดียว

-องค์ชายสี่ปลุกปล้ำบุตรสาวเจ้ากรมการคลัง องค์ชายสี่ใช้โอกาสที่นางกลับจากเข้าเฝ้าพระชายา ชิงตัวและพานางกลับตำหนักบังคับขืนใจ เจ้ากรมการคลังที่รู้เรื่องออกมาร้องทุกข์ร้องขอความเป็นธรรมให้บุตรสาว คิดว่าคงมีเรื่องมงคลในอีกไม่นาน

-องค์ชายห้าลักพาตัวบุตรสาวเสนาบดีฝั่งซ้าย มาไว้ในตำหนัก ทั้งสองเข้าหอร่วมรักกันอยู่หลายเดือน จนความแตกเพราะพระสนมบังเอิญมาเจอตอนพวกเขากำลังร่วมรักกัน จึงต้องส่งบุตรสาวเสนาบดีฝั่งซ้าย กลับจวน พร้อมขอประทานสมรสให้พวกเขา ช่างเป็นรักหนุ่มสาวที่ลึกซึ้ง...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แม่เล้ากับองค์ชายทั้ง 7   ตอนพิเศษ เหตุเกิดเพราะความจำเสื่อมNC [ท่านเทพฉินซี-จางลู่เสียน]

    ตอนพิเศษ เหตุเกิดเพราะความจำเสื่อม [ท่านเทพฉินซี-จางลู่เสียน]“ฟางเซียน เหตุใดนางทำกับข้าเช่นนี้”ลู่เสียนเท้าคางมองท่านเทพฉินซีที่เมามายด้วยฤทธิ์ของสุรา เขาเอาแต่พร่ำเพ้อหาแม่นางฟางเซียน ตลอดสองวันที่อยู่ที่นี่ในยามที่เขาเมาก็มักเป็นเช่นนี้ นางอยากรู้จริง ๆ ผู้หญิงแบบไหนถึงทิ้งคนที่รักนางได้“ลู่เสียน ข้าดีไม่พอหรือ”“ท่านดีพอแล้ว”“แล้วเหตุใดนางถึงทำเช่นนี้ล่ะ นางไม่อยู่แล้ว นางมักนั่งดื่มสุราเป็นเพื่อนข้าในยามนี้ไม่มีนางแล้ว”“งั้นวันนี้ข้าจะเป็นฟางเซียนให้ท่านเอง มาเถิดข้าจะเมาเป็นเพื่อนท่านเอง”ลู่เสียนยิ้มออกมา ก่อนจะหยิบจอกสุรามาดื่ม ทั้งสองดื่มสุราและพูดคุยเรื่องต่าง ๆ มากมาย อาจจะเพราะไม่ชินในฤทธิ์ของสุราของแดนสวรรค์ เลยทำให้ลู่เสียนเกิดอาการเมาอย่างรวดเร็ว นางดื่มสุราจอกสุดท้ายก่อนฟุบหลับกับโต๊ะทันที“เหตุใดจึงคออ่อนเช่นนี้”ท่านเทพฉินที่ยังพอมีสติมองไปที่ลู่เสียน เขาวางจอกเหล้าลง ก่อนเดินไปอุ้มนางทันที กลิ่นดอกบัวที่เขาคุ้นเคยลอยโชยขึ้นมาจนได้กลิ่น แม้จะเป็นดอกบัวสวรรค์เหมือนกันแต่ กลิ่นกับต่างกันโดยสิ้นเชิง กลิ่นดอกบัวของลู่เสียนในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ“เจ้า

  • แม่เล้ากับองค์ชายทั้ง 7   ตอนพิเศษ คืนเข้าหอNC [องค์ชายใหญ่-ลี่อิน]

    ตอนพิเศษ คืนเข้าหอ [องค์ชายใหญ่-ลี่อิน]“ฝ่าบาทเสด็จ”เสียงดังจากหน้าประตูตำหนักดังขึ้น ฮองเฮาที่กำลังยืนรออยู่ได้แต่กลอกตามองบน นางมองบุรุษที่กำลังเดินเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับไม่ต่างจากนาง เมื่อทั้งสองสบตากันก็แสร้งยิ้มออกมา“ฮองเฮาของข้า มาเถิดเข้าไปด้านใน ข้าเกรงว่าเจ้าจะป่วย”“เพคะ”ทั้งสองโอบกอดกันด้วยรอยยิ้มก่อนจะพากันเดินเข้าไปในตำหนัก บรรดานางกำนัลและขันที ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม ที่ทั้งสองรักกันเช่นนี้ แต่ใครเลยจะรู้ความจริง“พวกเจ้าออกไปให้หมด ข้าต้องการอยู่กับฮองเฮารักของข้า”ฮองเฮาที่ได้ยินเช่นนั้นก็แสร้งทำสีหน้าเขินอาย เมื่อนางกำนัลและขันทีออกไป ทั้งสองก็ผละออกจากกันทันที“อี๋ ออกไปห่าง ๆ ข้าเลย”“แหวะ ข้าอยากจะอ้วก”ทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะเกิดอาการคลื่นไส้ ให้ตายเถอะอย่างไรก็ไม่ชิน ไม่ใช่ว่านางไม่ชื่นชอบบุรุษ แต่ว่าให้มากอดจูบบุรุษตรงหน้ามันช่าง......“ให้ตายเถอะรีบทำให้มันจบ ๆ ”ทั้งสองพยักหน้า ฮองเฮาเดินไปจุดกำยานที่ลู่เสียนเคยให้มา ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ ตรงข้ามฝ่าบาท“เจ้ารักลู่เสียน”“ใช่”ฮองเฮาพูดออกมา ก่อนจะจิบน้ำชาที่ผสมยาบำรุงสำหรับการมีบุตร“ท

  • แม่เล้ากับองค์ชายทั้ง 7   ตอนพิเศษ มาเป็นฮูหยินข้าNC [ลู่จื้อ-ถิงถิง]

    ตอนพิเศษ มาเป็นฮูหยินข้า [ลู่จื้อ-ถิงถิง]ถิงถิงวัย 4 ขวบ“ถิงถิง ถ้าโตข้าจะแต่งเจ้าเข้าจวน”“แต่งเข้าจวนคืออะไร”“ข้าเองก็ไม่รู้ ท่านแม่บอกเพียงว่าให้แต่งกับคนที่ข้ารัก”“แล้วคนที่รักคืออะไร”ถิงถิงเด็กสาวเอียงคอถาม คุณชายที่อายุห่างจากนางเพียงสองปี“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ลู่เสียนเคยบอกว่า ต้องเป็นคนที่เห็นแล้วดีใจเมื่อได้เจอ”“ถิงถิงดีใจที่เจอคุณชาย เช่นนั้นถิงถิงก็รักคุณชาย คุณชายชอบเอาขนมอร่อย ๆ มาให้ถิงถิง”ถิงถิงวัย 8 ขวบ“ถิงถิง ข้ารู้มาว่าเจ้าจะไปรับใช้ลู่เสียนเหรอ”“เจ้าค่ะคุณชาย”“คุณชายอะไรกัน ข้าบอกให้เจ้าเรียกว่าพี่ลู่จื้อไง”ถิงถิงยิ้มออกมา ลู่จื้อเองเมื่อเห็นรอยยิ้มนางก็หน้าแดงก่ำ แต่สายตาเหลือบไปเห็นมือนางที่มีรอยแดง“มือเจ้าไปโดนอะไรมา”“ข้าซุ่มซ่ามทำน้ำชาหก ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ โชคดีที่คุณหนูใจดีไม่เอาเรื่องข้า”ลู่จื้อจับมือถิงถิงขึ้นมาประคองก่อนก้มลงเป่าเบา ๆ“หากมือเป็นแผล แล้วท่านแม่ไม่ชอบเจ้าจะทำเช่นไร ข้าก็จะแต่งเจ้าได้ลำบาก ตามข้ามาข้าจะหายาทาให้”“คุณชาย จะแต่งข้าจริง ๆ หรือเจ้าคะ”“ถิงถิงน้อย ย่อมต้องเป็นเจ้า”ถิงถิงวัย 18 ปี“ถิงถิง ข้าชอบเจ้า”“คือว่าข้า.....”“

  • แม่เล้ากับองค์ชายทั้ง 7   บทที่ 47 สุรามงคล END

    “เจ้าเป็นลูกของถิงถิงหรอ”“อาหญิง ข้าจะเป็นลูกของนางได้อย่างไรกัน ท่านแม่ของข้าคือฮองเฮาส่วนท่านพ่อเป็นถึงฮ่องเต้เชียวนะ”“ลูกของลี่อิน???”ลู่เสียนมองสำรวจใบหน้า ที่มีส่วนคล้ายฝ่าบาทอยู่หลายส่วนพลางยิ้มออกมา“เจ้าคล้ายท่านพ่อของเจ้ามาก”“มีแต่คนบอกว่าข้า รูปงามเช่นท่านพ่อและท่านอา”ลู่เสียนลูบหัวคนตรงหน้า“อาหญิง ท่านงดงามนัก”หลีหมิ่นซบหน้าลงที่หน้าท้องลู่เสียนพลางลูบท้องนางเบา ๆ“ท่านอาหญิง”“หืมว่าไง”ลู่เสียนที่นั่งพิงขอบเตียง ก้มหน้าลงมองเด็กตรงหน้าอย่างเอ็นดู“ข้าอยากมีน้องสาว.....”“น้องสาว???”“ท่านแม่บอกข้าว่านางมีให้ข้าไม่ได้แล้ว เพราะนางป่วย เช่นนั้นอาหญิงช่วยมีให้ข้าได้หรือไม่”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไร นางเพียงครุ่นคิดหากนางมีบุตรจริง ๆ จะเป็นเช่นไร ในเมื่อนางเลือกจะอยู่ที่นี่แล้วย่อมต้องวางแผนสำหรับการใช้ชีวิตในชาตินี้ พลางนึกถึงยามก่อนที่จะเข้าร่าง ท่านเทพฉินซีให้นางเลือก จะกลับมา หรือไปเกิดใหม่ และนางเลือกจะกลับมา....เพล้ง!!!!เสียงของแตกดังขึ้น ลู่เสียนหันหน้าไปมองทางต้นเสียงพบว่าเป็นถิงถิง ที่มองนางอยู่“คะ...คะ..คุณหนู….”ถิงถิงน้ำตาคลอ มองหญิงสาวในชุดสีฟ้าที่นั่งยิ้ม

  • แม่เล้ากับองค์ชายทั้ง 7   บทที่ 46 องค์ชายหลี่หมิ่น

    1 ปีต่อมา“หนึ่งคำนับฟ้า.....ลุกขึ้น”“สองคำนับดิน.....ลุกขึ้น”“สามคำนับบุพการี......ลุกขึ้น”“สามีภรรยาคำนับกันและกัน.”ชายในชุดสีแดงที่มีผ้าคลุมหน้าทั้งเจ็ดคน ต่างโค้งคำนับหญิงสาวชุดสีแดงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม่นมได้แต่มองภาพตรงหน้าผ่านม่านน้ำตา เหตุใดงานแต่งของคุณหนูจึงเป็นเช่นนี้ คุณหนูที่แสนดีของนางสมควรมีความสุขที่สุดในวันนี้สิ“รับป้ายหยกประจำตัว..จากท่านแม่ทัพจาง..”“เสร็จสิ้นพิธี”เหล่าแขกที่มางานและบรรดาขุนนาง ต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความสมเพช เหตุใดเหล่าองค์ชายถึงเลือกที่จะแต่งเข้าจวนสกุลจาง แล้วยังแต่งกับสตรีที่มีสภาพไม่ต่างจากศพเช่นนี้ หรือว่าแม่ทัพจางกุมความลับอะไรของพวกเขาอยู่ องค์ชายโดนบังคับงั้นหรือ...“ส่งตัวบ่าวสาว เข้าหอ”ท่านเทพซีห่าวอุ้มลู่เสียนขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะเดินออกไปตามด้วยเหล่าองค์ชาย ซีห่าวเดินเข้าไปในห้องหอที่มีเตียงอยู่กลางห้อง เขาวางลู่เสียนลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้าของเขาออก พลางมองไปที่ลู่เสียนด้วยความสีหน้าไม่ดีนัก นางในตอนนี้ซูบผอมกว่าที่เขาเจอเมื่อครั้งที่แล้วนัก ร่างของลู่เสียนในตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่จิตวิญญาณของนาง“เจ้าอย

  • แม่เล้ากับองค์ชายทั้ง 7   บทที่ 45 พวกมันตายอย่าทรมาน

    ลู่เสียนที่ตอนนี้แทบจะไม่มีแรงขัดขืนฮุ่ยเหอที่กำลังฉีกเสื้อผ้าของนางออก นางทำได้เพียงยิ้มสมเพชตัวเอง นางในตอนนี้ช่างไม่ต่างกับนางในชาติที่แล้วเลย ชาตินี้มีสามีหลายคนแล้วอย่างไร เป็นเทพแล้วอย่างไร เวลาผ่านไปหลายวันเช่นนี้ไม่เห็นมีผู้ใดตามหานางพบ.... ลู่เสียนเห็นทีชาติหน้าเจ้าคงต้องพึ่งแต่ตัวเองแล้ว“เจ้ายิ้มโง่อะไร”“..........”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไรนางเพียงหลับตาลงช้า ๆ ผ้าจากเสื้อด้านบนชิ้นสุดท้ายของลู่เสียนถูกฉีกออก ตอนนี้ลู่เสียนเพียงแค่เอี๊ยมและกระโปรงเท่านั้น คุณชายอี้มองสำรวจลู่เสียนก่อนจะบีบคางของลู่เสียนแน่น“นี่นะหรือหญิงงาม ไม่ต่างอะไรกับศพที่ยังมีชีวิต สวะ”“..........”“เหตุใดจึงเงียบเล่า อ้อนวอนสิ เหมือนตอนที่แม่ข้าอ้อนวอนต่อฝ่าบาทให้ไม่ส่งข้าไป”“ถุย” !!!ลู่เสียนถ่มเลือดในปากของนางลงบนหน้าของคุณชายอี้ ก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนคนเสียสติเพี๊ย!!!!หน้าของลู่เสียนหันไปตามแรงตบของคุณชายอี้ ก่อนคุณชายอี้จะเข้ามาบีบคอของนางด้วยโทสะ ฮุ่ยเหอที่เห็นลู่เสียนกำลังจะตาย ก็รีบผลักคุณชายอี้ออกทันที“ท่านจะบ้าหรือไง นางจะตายไม่ได้ ข้ายังต้องใช้เลือดนางหากิน”“แต่มันหยามข้า!!!”“ข้าบอกแล้ว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status