LOGIN“ดียิ่ง ดียิ่ง เช่นนี้ก็แต่งนางได้แล้ว เจ้าแน่ใจใช่ไหมที่พูดมานั้นเป็นความจริง”
“เจ้าค่ะ บ่าวอยู่ในจวนมาหลายวัน บ่าวเห็นคุณหนูซื้อของเข้าจวนแจกบ่าวไพร่ในจวน แต่ล่ะชิ้นมีค่ายิ่งนักเจ้าค่ะ”
“ดี.... เจ้าจงเอาเทียบเชิญนี่ไปให้นาง อีกสามวันข้าจะประกาศให้ทุกคนรู้ว่านางจะแต่งเข้าตระกูลหลงแล้ว เช่นนี้จะได้ตัดปัญหาผู้อื่นมาแย่งนางไป”
“เจ้าค่ะ”
อามู่รับเทียบเชิญก่อนจะออกไปจากห้อง นางกำเทียบเชิญในมือแน่น ดูแล้วคุณหนูลู่เสียนผู้นี้จะหัวอ่อน หากวันข้างหน้านางยั่วยวนคุณชายอี้ คุณหนูลู่เสียนผู้นี้คงไม่มีปากเสียงถ้าคุณชายอี้จะรับนางเอามาเป็นอนุ.....
โรงหมอตระกูลจาง
ลู่เสียนมองสมุนไพรที่อยู่ในถาดที่นางตั้งใจเลือกและบดอย่างตั้งใจเพื่อที่จะนำไปทำถุงหอม นางตั้งใจเลือกสมุนไพรที่ช่วยทำให้จิตใจสงบผ่อนคลาย และยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ช่วยทำให้หลับสบาย
“เจ้าจะทำยาให้ผู้ใดกัน เจ้าป่วยหรือ”
องค์ชายสามเข้ามาสวมกอดลู่เสียนจากทางด้านหลัง ถิงถิงที่เห็นดังนั้นก็เดินออกจากห้องไป ถิงถิง แม่นม และพ่อบ้านโยวต่างรู้ดีที่คุณหนูนางและเหล่าองค์ชายต่างมีความสัมพันธ์ เช่นไร ตอนแรกพวกเขาต่างตกใจแต่พอนานไปเมื่อเห็นว่าคุณหนูของพวกเขาเองมีความสุข พวกเข้าจึงเปิดใจและเห็นว่าองค์ชายนั้นใส่ใจคุณหนูของพวกเขาเพียงใด
“ท่านพี่สาม...ข้าไม่ได้ป่วยเจ้าค่ะ ข้าจะนำไปทำถุงหอม”
“จริงสิ...ใกล้ถึงวันซ่างซื่อแล้ว ข้าเองก็คงต้องหาของขวัญให้เจ้าเช่นกัน”
องค์ชายสามพูดจบก็หอมลงที่แก้มของลู่เสียนฟอดใหญ่ก่อนจะขอตัวออกไป ลู่เสียนเองก็ไม่ได้สงสัยอะไรในคำพูดนางหันกลับมาสนใจสมุนไพรที่อยู่ตรงหน้า
“คุณหนู”
ลู่เสียนหันไปทางต้นเสียงพบว่าเป็นอามู่ ลู่เสียนขมวดคิ้วอย่างสงสัย ไม่ใช่ว่านางขอตัวกลับไปตระกูลหลงเพราะเป็นห่วงฮูหยินหลงหรอกหรือ
“ฮูหยินให้ข้านำเทียบเชิญมาให้ท่านเจ้าค่ะ”
ลู่เสียนรับเทียบเชิญมา ลู่เสียนครุ่นคิดสักครู่ก่อนจะยิ้มออกมา นางเดินไปเขียนบางอย่างและส่งให้อามู่
“นำไปให้ด้านล่าง นี่เป็นยาบำรุง ข้าได้ยินว่านายท่านหลงสุขภาพไม่ดีจึงไม่อาจมีค่ำคืนที่ดีกับท่านอาได้ ยาบำรุงนี้ต้มให้ดื่มทุกคืนจะช่วยได้ ฝากบอกท่านอาถึงความหวังดีของข้าด้วย”
อามู่รับและเดินจากห้องไป ลู่เสียนยิ้มยกอย่างพอใจ นางเองก็ยังไม่เคยเห็นนายท่านหลงเช่นเดียวกัน แต่จากที่ให้ถิงถิงไปสืบกับคนใช้ตระกูลหลง ได้เรื่องว่านายท่านหลงมิได้หลับนอนกับฮูหยินมาเป็นเวลานาน โดยอ้างปัญหาสุขภาพ ด้านฮูหยินเองก็พยายามหาหมอมารักษาแต่ไม่เป็นผล หากนางยื่นมือไปช่วยสักหน่อยคงไม่เป็นไร
“เจ้ากำลังบอกว่า ที่นางตั้งใจเย็บปักอยู่หลายวันนั้นคือถุงหอม”
“ใช่ นางบอกข้าว่าจะทำถุงหอม นี่ก็ใกล้วันซ่างซื่อแล้ว”
“น้องหญิงช่างใส่ใจพวกเรายิ่งนัก”
“ข้าเองก็คงต้องหาของแทนใจให้นางเช่นกัน....”
เหล่าองค์ชายต่างยิ้มออกมาอย่างชื่นชมที่ น้องหญิงของพวกเขาใส่ใจพวกเขาเช่นนี้ องค์ชายสี่เองเคาะโต๊ะอย่างใช้ความคิด เพราะเขานึกบางอย่างได้จึงพูดออกไป
“แต่นางทำเพียงใบเดียว แล้วผู้ใดเล่าที่นางจะให้”
ทั้งหกมีสีหน้าสลดลง จริงสิ นางจะทำให้ดูใด ควรไปถามนางให้รู้แน่ไปเลยดีหรือไม่ ว่าผู้ใดกันที่โชคดีได้ถุงหอมที่นางตั้งใจปักกัน
“นางย่อมให้คนที่นางรักที่สุดเช่นข้า”
องค์ชายสี่พูดขึ้นมา ใช่นางรักเขาที่สุดนั้นย่อมเป็นเขาแน่นอนที่นางจะให้
“นางเอ็นดูข้าที่สุด ย่อมให้ข้าแน่นอน”
องค์ชายเจ็ดพูดขึ้นมา
“แต่นางและข้าใกล้ชิดกันที่สุด ย่อมต้องเป็นของข้า”
องค์ชายสามพูดขึ้น และตามด้วยองค์ชายที่เหลือ พวกเขาต่างถกเถียงกันเรื่องถุงหอมเพียงใบเดียว พ่อบ้านโยวที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดได้แต่ส่ายหัว เห็นทีคุณหนูของเขาจะมีเสน่ห์เกินไปหรือไม่....
“งั้นมาดูกันหรือไม่ว่าน้องหญิงจะให้ผู้ใด”
“ได้หากน้องหญิงให้ผู้ใด พวกเจ้าต้องยกย่องคนผู้นั้นเป็นพี่ใหญ่ คนผู้นั้นย่อมได้แต่เข้าจวนนางก่อนดีหรือไม่”
นี่เป็นอีกปัญหาที่พวกเขาถกเถียงกัน ว่าผู้ใดจะเป็นสามีเอกของลู่เสียน หากเป็นเช่นนี้ก็ใช้ถุงหอมนี่เสี่ยงทายไปเถิด ว่าผู้ใดจะเป็นคนที่นางรักและใส่ใจที่สุด องค์ชายทั้งหกต่างเห็นด้วยกับความคิดนี้
วันเทศกาลซ่างซื่อ ขึ้น 3 ค่ำเดือน 3
ลู่เสียนกำลังแช่น้ำอุ่นที่มีกลิ่นหอมของดอกกล้วยไม้และสมุนไพรต่าง ๆ ที่แม่นมบังคับให้นางแช่ นางหลับตาลงอย่างผ่อนคลาย เดิมทีวันนี้เหล่าองค์ชายต่างชวนนางไปเที่ยวในงานเทศกาลซ่างซื่อ แต่เป็นเพราะฝ่าบาทเรียกพวกเขาเข้าวังด่วนนางเลยคิดว่าคืนนี้จะไม่ออกไปไหนแล้ว
“แช่น้ำสบายหรือไม่ หญิงชั่ว....”
ลู่เสียนลืมตาขึ้นทันที เสียงนี้นางจำได้
“ท่านเทพซี”
ลู่เสียนพูดออกมาด้วยความดีใจ ท่านเทพซียืนกอดอกมองลู่เสียน
“เจ้าเห็นข้าเป็นผู้ใดเล่า หรือเป็นบรรดาสามีทั้งหกของเจ้า”
“เหอะ ไม่แขวะข้านี่คงไม่ใช่ท่านจริง ๆ เจ้าค่ะ”
“ไปได้แล้ว”
ลู่เสียนตัวลอยขึ้นกลางอากาศทันทีที่ท่านเทพซีพูดจบ ก่อนนางจะค่อย ๆ ลอยลงมายืนตรงหน้าท่านเทพซีด้วยสภาพเปลือยกาย ท่านเทพซีมองลู่เสียนที่ยืนตรงหน้าด้วยอารมณ์หลากหลาย
“ท่านจะพาข้าไปไหนเจ้าคะ”
“เจ้าควรที่จะตื่นกลัว เขินอายไม่ใช่หรือ ที่ข้าเจอเจ้าสภาพนี้”
“ตื่นกลัว?? เขินอาย?? ทำไมต้องทำเช่นนั้นในเมื่อท่านเห็นข้าทั้งร่างกายแล้ว”
ท่านเทพซีไม่ตอบ แต่กลับเอาไปสวมกอดลู่เสียนจากทางด้านหลัง ก่อนจะก้มลงไปจูบที่ไหล่ด้วยความคิดถึง
“เจ้าเป็นเช่นนี้ไง ข้าถึงไปจากเจ้าไม่ได้...”
มือที่กำลังโอบกอดในตอนนี้เลื่อนมาสัมผัสที่หน้าอกลู่เสียน ท่านเทพซีบีบเคล้นหน้าอก ลงหน้าหนักมือย่างเอาแต่ใจ ส่วนใบหน้าก็สูดดมกลิ่นกายของลู่เสียนด้วยความหลงใหล
“อืมมม ท่านจะพาข้าไปไหนไม่ใช่หรือเจ้าคะ”
ท่านเทพซีหยุดการกระทำ ก่อนจะหายใจออกมาอย่างอยากลำบาก ก่อนจะปล่อยลู่เสียนเป็นอิสระ
“ข้าจะพาเจ้าไปวันเทศกาลซ่างซื่อ”
ท่านเทพพูดจบก็สะบัดมือ ทำให้ลู่เสียนเปลี่ยนมาแต่งกายชุดน้ำเงินที่เป็นชุดคู่กับที่ท่านเทพซีสวมใส่ในตอนนี้ ท่านเทพซียิ้มออกมาอย่างพอใจ
“ไปกันเถิด”
“รอข้าสักครู่นะเจ้าคะ”
ลู่เสียนวิ่งเข้าไปหยิบบางอย่างในห้องมาใส่ไว้ในเสื้อก่อนจะ วิ่งกลับไปหาท่านเทพซี
เทศกาลซ่างซื่อ
ลู่เสียนและท่านเทพซีเดินชมงานเทศกาลซ่างซื่อ ทั้งคู่เป็นที่จับตามองของบรรดาคนโดยรอบ อาจเป็นเพราะรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาของท่านซี และใบหน้าที่งดงามผิวขาวดังหยกของลู่เสียน ยิ่งทั้งสองเดินคู่กันชั่งเป็นคู่ที่น่าอิจฉา
“ท่านเทพข้าขอดูอันนี้สักครู่ได้หรือไม่เจ้าคะ”
ท่านเทพซีเพียงพยักหน้า ลู่เสียนเดินไปที่ร้านขายเครื่องราง นางมองไปรอบ ๆ เพื่อหาสินค้าที่ถูกใจ ก่อนจะสะดุดตาเข้ากับเชือกถักสีแดง ที่ถูกถักเป็นข้อมือ ลู่เสียนหยิบขึ้นมาก่อนจะตัดสินใจ ซื้อมา วันนี้เป็นวันซ่างซื่อ นางควรมีของแทนใจให้ว่าที่สามีของนาง ท่านเทพซีมองการกระทำของนาง
“ถูกแล้ว เจ้าต้องรักพวกเขาให้เท่าเทียม”
เมื่อซื้อเรียบร้อยลู่เสียนและท่านเทพซีก็เดินไปที่ท่าน้ำเพื่อทำการลอยโคมไฟดอกบัวที่พวกเขาซื้อมา
“ท่านเทพซะ.....”
“ท่านพี่ซี น้องหญิงควรเรียกข้าเช่นนี้..”
“ท่านพี่ซี....”
ท่านเทพซียิ้มออกมาอย่างพอใจ ผู้คนพลุกพล่านทำให้ทั้งสองหลังจากลอยโคมไฟเสร็จก็มาที่ศาลาริมน้ำ ท่านเทพซีมองลู่เสียนด้วยแววตาคิดถึง ลู่เสียนที่เห็นเช่นนั้นเลือกที่จะไม่พูดอะไรนางเพียงยิ้มจาง ๆ ออกมา
“มานี่สิข้ามีของจะให้”
ลู่เสียนเดินเข้าไปหาท่านเทพทันที ท่านเทพซีหยิบปิ่นไม้แกะสลักที่ทำจากต้นท้อสวรรค์ขึ้นมาก่อนจะปักไปที่ผมของลู่เสียน
“ปิ่นไม้นี้ข้าทำเอง”
“ท่านพี่ซีนะหรือเจ้าคะ คนโผงผางเช่นท่านพี่ซีนะหรือเจ้าคะ แกะสลักปิ่น ข้าว่าเชื่อได้ยาก”
ลู่เสียนพูดออกมาด้วยความแปลกใจ ท่านเทพซีที่ได้ยินเช่นนั้นก็ดีดนิ้วไปที่หน้าผากของลู่เสียนเบา ๆ ด้วยความหมั่นไส้ ลู่เสียนยิ้มออกมาก่อนจะลูบที่หน้าผากเบา ๆ นางเองก็มีของจะให้เช่นกัน นางหยิบถุงหอมออกมาจากเสื้อ
“ถุงหอมข้าให้ท่านพี่ซี ข้าเย็บปักลายดอกทานตะวันเอง ในโลกก่อนข้าชอบดอกทานตะวันเลยหวังว่าทานเองก็จะชอบเช่นเดียวกัน ข้างในมีสมุนไพรที่ช่วยทำให้ผ่อนคลาย ท่านพกติดตัวไว้นะเจ้าคะ”
ท่านเทพซีรับถุงหอมมา ก่อนจะยิ้มอย่างพอใจ มิใช่เขาจะไม่รู้ว่านางตั้งใจปักถุงหอมนี้เพียงใด นั้นอาจจะหมายถึงว่านางรักเข้าที่สุดใช่หรือไม่ ท่านเทพซีสวมกอดลู่เสียน ก่อนจะจูบลงที่ซอกคอของนาง
“น้องหญิง เจ้าอยากแต่งข้าเข้าจวนหรือไม่”
ตอนพิเศษ เหตุเกิดเพราะความจำเสื่อม [ท่านเทพฉินซี-จางลู่เสียน]“ฟางเซียน เหตุใดนางทำกับข้าเช่นนี้”ลู่เสียนเท้าคางมองท่านเทพฉินซีที่เมามายด้วยฤทธิ์ของสุรา เขาเอาแต่พร่ำเพ้อหาแม่นางฟางเซียน ตลอดสองวันที่อยู่ที่นี่ในยามที่เขาเมาก็มักเป็นเช่นนี้ นางอยากรู้จริง ๆ ผู้หญิงแบบไหนถึงทิ้งคนที่รักนางได้“ลู่เสียน ข้าดีไม่พอหรือ”“ท่านดีพอแล้ว”“แล้วเหตุใดนางถึงทำเช่นนี้ล่ะ นางไม่อยู่แล้ว นางมักนั่งดื่มสุราเป็นเพื่อนข้าในยามนี้ไม่มีนางแล้ว”“งั้นวันนี้ข้าจะเป็นฟางเซียนให้ท่านเอง มาเถิดข้าจะเมาเป็นเพื่อนท่านเอง”ลู่เสียนยิ้มออกมา ก่อนจะหยิบจอกสุรามาดื่ม ทั้งสองดื่มสุราและพูดคุยเรื่องต่าง ๆ มากมาย อาจจะเพราะไม่ชินในฤทธิ์ของสุราของแดนสวรรค์ เลยทำให้ลู่เสียนเกิดอาการเมาอย่างรวดเร็ว นางดื่มสุราจอกสุดท้ายก่อนฟุบหลับกับโต๊ะทันที“เหตุใดจึงคออ่อนเช่นนี้”ท่านเทพฉินที่ยังพอมีสติมองไปที่ลู่เสียน เขาวางจอกเหล้าลง ก่อนเดินไปอุ้มนางทันที กลิ่นดอกบัวที่เขาคุ้นเคยลอยโชยขึ้นมาจนได้กลิ่น แม้จะเป็นดอกบัวสวรรค์เหมือนกันแต่ กลิ่นกับต่างกันโดยสิ้นเชิง กลิ่นดอกบัวของลู่เสียนในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ“เจ้า
ตอนพิเศษ คืนเข้าหอ [องค์ชายใหญ่-ลี่อิน]“ฝ่าบาทเสด็จ”เสียงดังจากหน้าประตูตำหนักดังขึ้น ฮองเฮาที่กำลังยืนรออยู่ได้แต่กลอกตามองบน นางมองบุรุษที่กำลังเดินเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับไม่ต่างจากนาง เมื่อทั้งสองสบตากันก็แสร้งยิ้มออกมา“ฮองเฮาของข้า มาเถิดเข้าไปด้านใน ข้าเกรงว่าเจ้าจะป่วย”“เพคะ”ทั้งสองโอบกอดกันด้วยรอยยิ้มก่อนจะพากันเดินเข้าไปในตำหนัก บรรดานางกำนัลและขันที ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม ที่ทั้งสองรักกันเช่นนี้ แต่ใครเลยจะรู้ความจริง“พวกเจ้าออกไปให้หมด ข้าต้องการอยู่กับฮองเฮารักของข้า”ฮองเฮาที่ได้ยินเช่นนั้นก็แสร้งทำสีหน้าเขินอาย เมื่อนางกำนัลและขันทีออกไป ทั้งสองก็ผละออกจากกันทันที“อี๋ ออกไปห่าง ๆ ข้าเลย”“แหวะ ข้าอยากจะอ้วก”ทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะเกิดอาการคลื่นไส้ ให้ตายเถอะอย่างไรก็ไม่ชิน ไม่ใช่ว่านางไม่ชื่นชอบบุรุษ แต่ว่าให้มากอดจูบบุรุษตรงหน้ามันช่าง......“ให้ตายเถอะรีบทำให้มันจบ ๆ ”ทั้งสองพยักหน้า ฮองเฮาเดินไปจุดกำยานที่ลู่เสียนเคยให้มา ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ ตรงข้ามฝ่าบาท“เจ้ารักลู่เสียน”“ใช่”ฮองเฮาพูดออกมา ก่อนจะจิบน้ำชาที่ผสมยาบำรุงสำหรับการมีบุตร“ท
ตอนพิเศษ มาเป็นฮูหยินข้า [ลู่จื้อ-ถิงถิง]ถิงถิงวัย 4 ขวบ“ถิงถิง ถ้าโตข้าจะแต่งเจ้าเข้าจวน”“แต่งเข้าจวนคืออะไร”“ข้าเองก็ไม่รู้ ท่านแม่บอกเพียงว่าให้แต่งกับคนที่ข้ารัก”“แล้วคนที่รักคืออะไร”ถิงถิงเด็กสาวเอียงคอถาม คุณชายที่อายุห่างจากนางเพียงสองปี“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ลู่เสียนเคยบอกว่า ต้องเป็นคนที่เห็นแล้วดีใจเมื่อได้เจอ”“ถิงถิงดีใจที่เจอคุณชาย เช่นนั้นถิงถิงก็รักคุณชาย คุณชายชอบเอาขนมอร่อย ๆ มาให้ถิงถิง”ถิงถิงวัย 8 ขวบ“ถิงถิง ข้ารู้มาว่าเจ้าจะไปรับใช้ลู่เสียนเหรอ”“เจ้าค่ะคุณชาย”“คุณชายอะไรกัน ข้าบอกให้เจ้าเรียกว่าพี่ลู่จื้อไง”ถิงถิงยิ้มออกมา ลู่จื้อเองเมื่อเห็นรอยยิ้มนางก็หน้าแดงก่ำ แต่สายตาเหลือบไปเห็นมือนางที่มีรอยแดง“มือเจ้าไปโดนอะไรมา”“ข้าซุ่มซ่ามทำน้ำชาหก ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ โชคดีที่คุณหนูใจดีไม่เอาเรื่องข้า”ลู่จื้อจับมือถิงถิงขึ้นมาประคองก่อนก้มลงเป่าเบา ๆ“หากมือเป็นแผล แล้วท่านแม่ไม่ชอบเจ้าจะทำเช่นไร ข้าก็จะแต่งเจ้าได้ลำบาก ตามข้ามาข้าจะหายาทาให้”“คุณชาย จะแต่งข้าจริง ๆ หรือเจ้าคะ”“ถิงถิงน้อย ย่อมต้องเป็นเจ้า”ถิงถิงวัย 18 ปี“ถิงถิง ข้าชอบเจ้า”“คือว่าข้า.....”“
“เจ้าเป็นลูกของถิงถิงหรอ”“อาหญิง ข้าจะเป็นลูกของนางได้อย่างไรกัน ท่านแม่ของข้าคือฮองเฮาส่วนท่านพ่อเป็นถึงฮ่องเต้เชียวนะ”“ลูกของลี่อิน???”ลู่เสียนมองสำรวจใบหน้า ที่มีส่วนคล้ายฝ่าบาทอยู่หลายส่วนพลางยิ้มออกมา“เจ้าคล้ายท่านพ่อของเจ้ามาก”“มีแต่คนบอกว่าข้า รูปงามเช่นท่านพ่อและท่านอา”ลู่เสียนลูบหัวคนตรงหน้า“อาหญิง ท่านงดงามนัก”หลีหมิ่นซบหน้าลงที่หน้าท้องลู่เสียนพลางลูบท้องนางเบา ๆ“ท่านอาหญิง”“หืมว่าไง”ลู่เสียนที่นั่งพิงขอบเตียง ก้มหน้าลงมองเด็กตรงหน้าอย่างเอ็นดู“ข้าอยากมีน้องสาว.....”“น้องสาว???”“ท่านแม่บอกข้าว่านางมีให้ข้าไม่ได้แล้ว เพราะนางป่วย เช่นนั้นอาหญิงช่วยมีให้ข้าได้หรือไม่”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไร นางเพียงครุ่นคิดหากนางมีบุตรจริง ๆ จะเป็นเช่นไร ในเมื่อนางเลือกจะอยู่ที่นี่แล้วย่อมต้องวางแผนสำหรับการใช้ชีวิตในชาตินี้ พลางนึกถึงยามก่อนที่จะเข้าร่าง ท่านเทพฉินซีให้นางเลือก จะกลับมา หรือไปเกิดใหม่ และนางเลือกจะกลับมา....เพล้ง!!!!เสียงของแตกดังขึ้น ลู่เสียนหันหน้าไปมองทางต้นเสียงพบว่าเป็นถิงถิง ที่มองนางอยู่“คะ...คะ..คุณหนู….”ถิงถิงน้ำตาคลอ มองหญิงสาวในชุดสีฟ้าที่นั่งยิ้ม
1 ปีต่อมา“หนึ่งคำนับฟ้า.....ลุกขึ้น”“สองคำนับดิน.....ลุกขึ้น”“สามคำนับบุพการี......ลุกขึ้น”“สามีภรรยาคำนับกันและกัน.”ชายในชุดสีแดงที่มีผ้าคลุมหน้าทั้งเจ็ดคน ต่างโค้งคำนับหญิงสาวชุดสีแดงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม่นมได้แต่มองภาพตรงหน้าผ่านม่านน้ำตา เหตุใดงานแต่งของคุณหนูจึงเป็นเช่นนี้ คุณหนูที่แสนดีของนางสมควรมีความสุขที่สุดในวันนี้สิ“รับป้ายหยกประจำตัว..จากท่านแม่ทัพจาง..”“เสร็จสิ้นพิธี”เหล่าแขกที่มางานและบรรดาขุนนาง ต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความสมเพช เหตุใดเหล่าองค์ชายถึงเลือกที่จะแต่งเข้าจวนสกุลจาง แล้วยังแต่งกับสตรีที่มีสภาพไม่ต่างจากศพเช่นนี้ หรือว่าแม่ทัพจางกุมความลับอะไรของพวกเขาอยู่ องค์ชายโดนบังคับงั้นหรือ...“ส่งตัวบ่าวสาว เข้าหอ”ท่านเทพซีห่าวอุ้มลู่เสียนขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะเดินออกไปตามด้วยเหล่าองค์ชาย ซีห่าวเดินเข้าไปในห้องหอที่มีเตียงอยู่กลางห้อง เขาวางลู่เสียนลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้าของเขาออก พลางมองไปที่ลู่เสียนด้วยความสีหน้าไม่ดีนัก นางในตอนนี้ซูบผอมกว่าที่เขาเจอเมื่อครั้งที่แล้วนัก ร่างของลู่เสียนในตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่จิตวิญญาณของนาง“เจ้าอย
ลู่เสียนที่ตอนนี้แทบจะไม่มีแรงขัดขืนฮุ่ยเหอที่กำลังฉีกเสื้อผ้าของนางออก นางทำได้เพียงยิ้มสมเพชตัวเอง นางในตอนนี้ช่างไม่ต่างกับนางในชาติที่แล้วเลย ชาตินี้มีสามีหลายคนแล้วอย่างไร เป็นเทพแล้วอย่างไร เวลาผ่านไปหลายวันเช่นนี้ไม่เห็นมีผู้ใดตามหานางพบ.... ลู่เสียนเห็นทีชาติหน้าเจ้าคงต้องพึ่งแต่ตัวเองแล้ว“เจ้ายิ้มโง่อะไร”“..........”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไรนางเพียงหลับตาลงช้า ๆ ผ้าจากเสื้อด้านบนชิ้นสุดท้ายของลู่เสียนถูกฉีกออก ตอนนี้ลู่เสียนเพียงแค่เอี๊ยมและกระโปรงเท่านั้น คุณชายอี้มองสำรวจลู่เสียนก่อนจะบีบคางของลู่เสียนแน่น“นี่นะหรือหญิงงาม ไม่ต่างอะไรกับศพที่ยังมีชีวิต สวะ”“..........”“เหตุใดจึงเงียบเล่า อ้อนวอนสิ เหมือนตอนที่แม่ข้าอ้อนวอนต่อฝ่าบาทให้ไม่ส่งข้าไป”“ถุย” !!!ลู่เสียนถ่มเลือดในปากของนางลงบนหน้าของคุณชายอี้ ก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนคนเสียสติเพี๊ย!!!!หน้าของลู่เสียนหันไปตามแรงตบของคุณชายอี้ ก่อนคุณชายอี้จะเข้ามาบีบคอของนางด้วยโทสะ ฮุ่ยเหอที่เห็นลู่เสียนกำลังจะตาย ก็รีบผลักคุณชายอี้ออกทันที“ท่านจะบ้าหรือไง นางจะตายไม่ได้ ข้ายังต้องใช้เลือดนางหากิน”“แต่มันหยามข้า!!!”“ข้าบอกแล้ว







