LOGIN“พวกเจ้าก็รู้ข้ามีสายเลือดเทพธิดา ดวงตาของข้าสามารถมองเห็นอะไรที่พวกเจ้าไม่เห็น ชายผู้นั้นเป็นเทพ แต่ว่าน้องหญิงการที่นำท่านเทพมาเป็นสามี เจ้าจะเก่งเกินไปหรือไม่...”
ลู่เสียนเช็ดน้ำตาลวก ๆ
“คือว่า....ท่านพี่ซีเป็นเทพที่ทำให้ข้ามาอยู่ที่นี่และได้เจอพวกท่าน.....”
องค์ชายสีที่เห็นแบบนั้นก็เอามือลูบหัวนางก่อนจะถอนหายใจออกมา เพราะเขานั้นรู้เรื่องราวทั้งหมด
“หากเขาเป็นผู้พาน้องหญิงมา นั้นก็ต้องขอบคุณท่านเทพไม่ใช่หรือไง”
องค์ชายสี่พูดขึ้น เขาส่งยิ้มจาง ๆ ไปทางลู่เสียน
“น้องหญิง เจ้าจะยังคงรักพวกข้าใช่หรือไม่”
“ย่อมต้องรัก ข้ารักพวกท่านทุกคน แต่กับท่านเทพข้าและเขา....”
“แค่เจ้ารักพวกข้าก็พอแล้ว”
องค์ชายสองพูดตัดบทนาง แค่นางรักพวกเขาก็พอแล้ว.... ลู่เสียนยิ้มออกมา
“จริงสิน้องหญิง พรุ่งนี้ต้องเดินทางไปชายแดนแล้ว โชคดีนักที่เจ้ากลับมาทัน”
องค์ชายเจ็ดพูดออกมา
“ข้าได้ให้แม่นมและสาวใช้เจ้าเตรียมของไว้แล้ว”
“ข้ายังไม่ได้พักเลยนะเจ้าคะ”
ลู่เสียนทำน้ำเสียงงอแง นางเพลียยิ่งนัก และนางก็ไม่ชอบนั่งรถม้า เพราะมันทำให้นางรู้สึกแทบอาเจียนทุกครั้งเมื่อนั่งนาน ๆ
พรึบ!!!
“เช่นนั้นก็ไปพัก ข้าจะอุ้มอาจารย์ไปเอง”
องค์ชายห้าอุ้มลู่เสียนในท่าเจ้าสาว ก่อนจะเดินออกไปโดยมีองค์ชายองค์อื่นตามมาติด ๆ
“อาจารย์ข้าเจอท่านไม่ถึงวันก็จะจากข้าไปชายแดนอีกแล้ว”
“ข้าจะรีบกลับมา....”
“ไปที่นั่นท่านต้องระวังตัว หากใครรังแกท่าน ท่านสามารถอ้างชื่อพี่ใหญ่ได้”
“องค์ชายใหญ่” ??
“ที่ชายแดนพี่ข้ามีอำนาจยิ่งนัก ข้าได้เขียนจดหมายไปบอกท่านพี่แล้ว ให้เขาดูแลท่าน”
“ขอบคุณเจ้า”
“ท่านควรเรียกข้าว่าท่านพี่ห้าได้แล้ว....”
“น้องลู่เสียนขอบคุณท่านพี่ห้า...”
องค์ชายห้ายิ้มออกมาอย่างพอใจ เขาอุ้มลู่ไปหายจะเข้าไปในห้องนอนแต่ก็ต้องหยุดชะงัก เพราะมีอ่านเทพที่ยืนอยู่หน้าห้อง
“ส่งนางมา”
“......”
ไม่มีเสียงตอบรับจากองค์ชายห้า ท่านเทพกระตุกยิ้มก่อนจะดีดนิ้ว ลู่เสียนก็ลอยกลางอากาศก่อนจะลอยไปยืนข้าง ๆ ท่านเทพซี
“พวกเจ้ากลับไปได้แล้ว”
พูดจบท่านเทพก็อุ้มลู่เสียนเข้าห้องทันที ลู่เสียนมองท่านเทพอย่างไม่พอใจ
“อะไรของเจ้า”
“ท่านควรพูดกับพวกเขาดีดี มิเช่นนั้นข้าจะไม่แต่งท่าน”
“เหอะ ดียิ่งหญิงชั่ว ถึงขนาดกล้าข่มขู่ข้า”
“ข้าแค่อยากให้สามีของข้าดีต่อกัน”
ท่านเทพไม่ตอบอะไร เขาวางนางลงบนเตียงอย่าเบามือ
“พรุ่งนี้ข้าต้องไปชายแดนแล้วเจ้าค่ะ”
“ข้ารู้แล้ว”
“คงใช้เวลาอีกนานเลยกว่าจะถึง”
“ให้ข้าช่วยหรือไม่”
“ทำได้หรือเจ้าคะ”
ลู่เสียนพูดออกมาก่อนจะมองท่านเทพซีตาวาว
“สามีเจ้าเป็นใครลืมหรือไง”
“ข้าจะลืมได้อย่างไรว่าสามีข้าเก่งแค่ไหน”
ลู่เสียนยิ้มออกมา นางมองท่านเทพก่อนจะนึกอะไรบางอย่างมาได้
“ท่านพี่ ท่านไม่ได้ลืมทองร้อยหีบที่จะให้ข้าใช่หรือไม่”
ท่านเทพซีนั่งลงบนเตียงก่อนจะลูบหัวหญิงละโมบตรงหน้า แม้นางจะละโมบเพียงใดก็มักจะพูดตรงไปตรงมา
“ข้าซื้อจวนไว้แล้ว หีบทองเข้าก็เก็บไว้ในจวนให้เจ้าแล้ว”
“จวน” ??
“เจ้าจะแต่งบุรุษเข้าจวน จะไม่มีจวนได้ยังไง”
“ข้าว่ามันมากไป”
“ข้าให้ เพราะพอใจ มาเถอะข้าเองก็ควรไปทำความรู้จักพ่อเจ้า”
“แต่ท่านต้องไปรับโทษไม่ใช่หรือเจ้าคะ”
“เรื่องนั้นไม่ต้องรีบ”
“แล้วของข้า..”
“ก็ให้องค์ชายหกเอาไปสิ ข้าทิ้งจดหมายไว้ให้บนโต๊ะแล้ว”
พูดจบท่านเทพก็อุ้มนางขึ้นและใช้พลังทันที......
ณ. ป่าที่ชายแดน
“หมดทางหนีแล้ว”
“หึ พวกสวะ”
ชายในชุดเสื้อเกราะสีเงินถ่มเลือดในปากลงพื้น เขาในตอนนี้โดนลอบทำร้ายจนมีเลือดไหลตามตัว คนที่ติดตามต่างโดนฆ่าหมด ส่วนตัวเขาเองก็โดนต้อนจนมาอยู่บริเวณปากเหว เรี่ยวแรงแม้จะถือกระบี่ขึ้นมาป้องกันตัวยังไม่มี แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ แม้รู้ว่าวันนี้ไม่มีทางชนะ
“ปากเก่ง งั้นก็ตายที่นี่เถอะ”
“ช่วยด้วยยยยยย”
ตุบ พลัก !!!!
ลู่เสียนที่ตกลงมาสาเหตุเพราะท่านเทพที่อุ้มนางจู่ ๆ ก็กระอักเลือดและหายตัวไป นางตกลงมาทับชายชุดเกราะเงิน ก่อนทั้งคู่จะกลิ้งตกหน้าผาไป ลู่เสียนหลับตากอดคนที่ตกมาพร้อมกันแน่น
“ข้าไม่อยากตาย”
นางพึมพำกับตัวเอง พลางคิดว่าคงต้องตายอีกครั้งเป็นแน่ รู้งี้นางยอมนั่งรถมาก็ดี ทำไมนางต้องมาตายเช่นนี้
ตุบ!!
ลู่เสียนสัมผัสได้ถึงบางอย่าง ถึงพื้นแล้วหรอ นางตายแล้วใช่ไหม ทำไมไม่รู้สึกเจ็บ...
“ข้าเกือบมาไม่ทันแล้วสิ”
เสียงนี้มัน..... ลู่เสียนลืมตาขึ้นทันที พบว่าตอนนี้ทั้งนางและชายตรงหน้าลอยอยู่กลางอากาศ แล้วสายตานางก็ไปหยุดที่ท่านเทพฉินซีที่ยืนยิ้มโบกมือให้นางอยู่กลางอากาศ
“ท่านเทพฉิน ข้าเกือบตายอีกแล้วเจ้าค่ะ”
ลู่เสียนพูดออกมาน้ำตาคลอ นางทั้งตกใจและเสียขวัญ
“ซีห่าวให้ข้ามาช่วยเจ้า ก็นะใครใช้ให้เขาฝืนกฎสวรรค์เช่นนั้น ช่างเถอะในตอนนี้เจ้าก็ปลอดภัยแล้ว แล้วนั้นอะไรเจ้าไปเก็บสามี มาอีกหรือไง”
ลู่เสียนขมวดคิ้วไม่เข้าใจ ก่อนจะสังเกตว่านางกำลังกอดชายผู้หนึ่งอยู่ แต่ดูเขาในตอนนี้ไม่มีสติ เพราะเขาเอาแต่พิงนาง
“ท่านเทพฉินช่วยข้าด้วย”
ท่านเทพฉินได้แต่ส่ายหน้า ก่อนจะพานางและชายข้างๆ ลงไปด้านล่าง ลู่เสียนพาชายคนนั้นไปนั่งพิงที่ต้นไม่ ก่อนจะตบหน้าเรียกสติเบา ๆ
“เจ้า เจ้า เจ้าได้ยินข้าไหม ตายหรือยัง ท่านเทพฉินช่วยเข้าหน่อยสิ”
“ข้าไม่อาจไปยุ่งกับชะตาของมนุษย์ได้”
“แต่เขาจะตายแล้วนะ”
ลู่เสียนมองหน้าที่ซีดเผือด อย่าร้อนรน ไม่รู้ว่าที่เป็นหนักเช่นนี้เพราะนางลงมาทับหรือไม่ ควรทำเช่นไรดี
“ข้าจะต้องไปแล้ว มิเช่นนั้นซีห่าวจะแย่”
“แต่ว่า....”
“ไม่มีเวลาแล้ว เจ้าบ้านั้นเงียบปากบ้างไม่ได้หรือไง”
พูดจบท่านเทพฉินก็หายตัวไป
“ท่านเทพ!!!อย่างน้อยก็ไปส่งหาท่านพ่อข้าก่อน โถ่โว๊ย เจ้าอย่าพึ่งตายนะห้ามตาย!!!”
ลู่เสียนเม้มปากแน่น นางมองกระบี่ในมือของคนตรงหน้า ก่อนจะถอนหายใจออกมา เอาเถอะอย่างไรช่วยคนก็สำคัญที่สุด
ชายชุดเกราะเงินปรือตามองลู่เสียนที่เอามือกำคมกระบี่ก่อนจะรูดลงจนมือนางเกิดแผล นางจับเขาอ้าปากและค่อย ๆ นำมือที่มีบาดแผลมาจ่อให้เลือดไหลลงมาในปากของเขา นางทำบ้าอะไรของนาง!!!!
“อย่าหันหน้าหนีสิ มานี่”
ลู่เสียนบีบปากคนตรงหน้าอีกครั้ง ก่อนจะบีบเลือดใส่ปากจนพอใจ จึงปล่อยเขาเป็นอิสระ ลู่เสียนมองไปตามตัวพบบาดแผลมากมาย
“หากรอดไปได้ เจ้าจงเอาของมีค่ามาให้ข้าเพื่อตอบแทนบุญคุณสักห้าหีบนะ”
ลู่เสียนพูดออกมาเล่น ๆ ก่อนจะจัดการหยดเลือดบนบาดแผลของเขา แผลของเขาที่ตอนแรกดูสาหัส ตอนนี้ก็สมานกันจนแทบไม่เห็นรอย ลู่เสียนเองในตอนนี้ก็ถึงขีดจำกัดเช่นกัน ในวันนี้นางใช้เลือดไปมากบวกกับไม่ได้พักผ่อนเลย ร่างกายนางเลยอ่อนแอลง ภาพข้างหน้าเริ่มเลือนรางก่อนจะดับวูบลง.......
ตอนพิเศษ เหตุเกิดเพราะความจำเสื่อม [ท่านเทพฉินซี-จางลู่เสียน]“ฟางเซียน เหตุใดนางทำกับข้าเช่นนี้”ลู่เสียนเท้าคางมองท่านเทพฉินซีที่เมามายด้วยฤทธิ์ของสุรา เขาเอาแต่พร่ำเพ้อหาแม่นางฟางเซียน ตลอดสองวันที่อยู่ที่นี่ในยามที่เขาเมาก็มักเป็นเช่นนี้ นางอยากรู้จริง ๆ ผู้หญิงแบบไหนถึงทิ้งคนที่รักนางได้“ลู่เสียน ข้าดีไม่พอหรือ”“ท่านดีพอแล้ว”“แล้วเหตุใดนางถึงทำเช่นนี้ล่ะ นางไม่อยู่แล้ว นางมักนั่งดื่มสุราเป็นเพื่อนข้าในยามนี้ไม่มีนางแล้ว”“งั้นวันนี้ข้าจะเป็นฟางเซียนให้ท่านเอง มาเถิดข้าจะเมาเป็นเพื่อนท่านเอง”ลู่เสียนยิ้มออกมา ก่อนจะหยิบจอกสุรามาดื่ม ทั้งสองดื่มสุราและพูดคุยเรื่องต่าง ๆ มากมาย อาจจะเพราะไม่ชินในฤทธิ์ของสุราของแดนสวรรค์ เลยทำให้ลู่เสียนเกิดอาการเมาอย่างรวดเร็ว นางดื่มสุราจอกสุดท้ายก่อนฟุบหลับกับโต๊ะทันที“เหตุใดจึงคออ่อนเช่นนี้”ท่านเทพฉินที่ยังพอมีสติมองไปที่ลู่เสียน เขาวางจอกเหล้าลง ก่อนเดินไปอุ้มนางทันที กลิ่นดอกบัวที่เขาคุ้นเคยลอยโชยขึ้นมาจนได้กลิ่น แม้จะเป็นดอกบัวสวรรค์เหมือนกันแต่ กลิ่นกับต่างกันโดยสิ้นเชิง กลิ่นดอกบัวของลู่เสียนในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ“เจ้า
ตอนพิเศษ คืนเข้าหอ [องค์ชายใหญ่-ลี่อิน]“ฝ่าบาทเสด็จ”เสียงดังจากหน้าประตูตำหนักดังขึ้น ฮองเฮาที่กำลังยืนรออยู่ได้แต่กลอกตามองบน นางมองบุรุษที่กำลังเดินเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับไม่ต่างจากนาง เมื่อทั้งสองสบตากันก็แสร้งยิ้มออกมา“ฮองเฮาของข้า มาเถิดเข้าไปด้านใน ข้าเกรงว่าเจ้าจะป่วย”“เพคะ”ทั้งสองโอบกอดกันด้วยรอยยิ้มก่อนจะพากันเดินเข้าไปในตำหนัก บรรดานางกำนัลและขันที ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม ที่ทั้งสองรักกันเช่นนี้ แต่ใครเลยจะรู้ความจริง“พวกเจ้าออกไปให้หมด ข้าต้องการอยู่กับฮองเฮารักของข้า”ฮองเฮาที่ได้ยินเช่นนั้นก็แสร้งทำสีหน้าเขินอาย เมื่อนางกำนัลและขันทีออกไป ทั้งสองก็ผละออกจากกันทันที“อี๋ ออกไปห่าง ๆ ข้าเลย”“แหวะ ข้าอยากจะอ้วก”ทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะเกิดอาการคลื่นไส้ ให้ตายเถอะอย่างไรก็ไม่ชิน ไม่ใช่ว่านางไม่ชื่นชอบบุรุษ แต่ว่าให้มากอดจูบบุรุษตรงหน้ามันช่าง......“ให้ตายเถอะรีบทำให้มันจบ ๆ ”ทั้งสองพยักหน้า ฮองเฮาเดินไปจุดกำยานที่ลู่เสียนเคยให้มา ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ ตรงข้ามฝ่าบาท“เจ้ารักลู่เสียน”“ใช่”ฮองเฮาพูดออกมา ก่อนจะจิบน้ำชาที่ผสมยาบำรุงสำหรับการมีบุตร“ท
ตอนพิเศษ มาเป็นฮูหยินข้า [ลู่จื้อ-ถิงถิง]ถิงถิงวัย 4 ขวบ“ถิงถิง ถ้าโตข้าจะแต่งเจ้าเข้าจวน”“แต่งเข้าจวนคืออะไร”“ข้าเองก็ไม่รู้ ท่านแม่บอกเพียงว่าให้แต่งกับคนที่ข้ารัก”“แล้วคนที่รักคืออะไร”ถิงถิงเด็กสาวเอียงคอถาม คุณชายที่อายุห่างจากนางเพียงสองปี“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ลู่เสียนเคยบอกว่า ต้องเป็นคนที่เห็นแล้วดีใจเมื่อได้เจอ”“ถิงถิงดีใจที่เจอคุณชาย เช่นนั้นถิงถิงก็รักคุณชาย คุณชายชอบเอาขนมอร่อย ๆ มาให้ถิงถิง”ถิงถิงวัย 8 ขวบ“ถิงถิง ข้ารู้มาว่าเจ้าจะไปรับใช้ลู่เสียนเหรอ”“เจ้าค่ะคุณชาย”“คุณชายอะไรกัน ข้าบอกให้เจ้าเรียกว่าพี่ลู่จื้อไง”ถิงถิงยิ้มออกมา ลู่จื้อเองเมื่อเห็นรอยยิ้มนางก็หน้าแดงก่ำ แต่สายตาเหลือบไปเห็นมือนางที่มีรอยแดง“มือเจ้าไปโดนอะไรมา”“ข้าซุ่มซ่ามทำน้ำชาหก ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ โชคดีที่คุณหนูใจดีไม่เอาเรื่องข้า”ลู่จื้อจับมือถิงถิงขึ้นมาประคองก่อนก้มลงเป่าเบา ๆ“หากมือเป็นแผล แล้วท่านแม่ไม่ชอบเจ้าจะทำเช่นไร ข้าก็จะแต่งเจ้าได้ลำบาก ตามข้ามาข้าจะหายาทาให้”“คุณชาย จะแต่งข้าจริง ๆ หรือเจ้าคะ”“ถิงถิงน้อย ย่อมต้องเป็นเจ้า”ถิงถิงวัย 18 ปี“ถิงถิง ข้าชอบเจ้า”“คือว่าข้า.....”“
“เจ้าเป็นลูกของถิงถิงหรอ”“อาหญิง ข้าจะเป็นลูกของนางได้อย่างไรกัน ท่านแม่ของข้าคือฮองเฮาส่วนท่านพ่อเป็นถึงฮ่องเต้เชียวนะ”“ลูกของลี่อิน???”ลู่เสียนมองสำรวจใบหน้า ที่มีส่วนคล้ายฝ่าบาทอยู่หลายส่วนพลางยิ้มออกมา“เจ้าคล้ายท่านพ่อของเจ้ามาก”“มีแต่คนบอกว่าข้า รูปงามเช่นท่านพ่อและท่านอา”ลู่เสียนลูบหัวคนตรงหน้า“อาหญิง ท่านงดงามนัก”หลีหมิ่นซบหน้าลงที่หน้าท้องลู่เสียนพลางลูบท้องนางเบา ๆ“ท่านอาหญิง”“หืมว่าไง”ลู่เสียนที่นั่งพิงขอบเตียง ก้มหน้าลงมองเด็กตรงหน้าอย่างเอ็นดู“ข้าอยากมีน้องสาว.....”“น้องสาว???”“ท่านแม่บอกข้าว่านางมีให้ข้าไม่ได้แล้ว เพราะนางป่วย เช่นนั้นอาหญิงช่วยมีให้ข้าได้หรือไม่”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไร นางเพียงครุ่นคิดหากนางมีบุตรจริง ๆ จะเป็นเช่นไร ในเมื่อนางเลือกจะอยู่ที่นี่แล้วย่อมต้องวางแผนสำหรับการใช้ชีวิตในชาตินี้ พลางนึกถึงยามก่อนที่จะเข้าร่าง ท่านเทพฉินซีให้นางเลือก จะกลับมา หรือไปเกิดใหม่ และนางเลือกจะกลับมา....เพล้ง!!!!เสียงของแตกดังขึ้น ลู่เสียนหันหน้าไปมองทางต้นเสียงพบว่าเป็นถิงถิง ที่มองนางอยู่“คะ...คะ..คุณหนู….”ถิงถิงน้ำตาคลอ มองหญิงสาวในชุดสีฟ้าที่นั่งยิ้ม
1 ปีต่อมา“หนึ่งคำนับฟ้า.....ลุกขึ้น”“สองคำนับดิน.....ลุกขึ้น”“สามคำนับบุพการี......ลุกขึ้น”“สามีภรรยาคำนับกันและกัน.”ชายในชุดสีแดงที่มีผ้าคลุมหน้าทั้งเจ็ดคน ต่างโค้งคำนับหญิงสาวชุดสีแดงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม่นมได้แต่มองภาพตรงหน้าผ่านม่านน้ำตา เหตุใดงานแต่งของคุณหนูจึงเป็นเช่นนี้ คุณหนูที่แสนดีของนางสมควรมีความสุขที่สุดในวันนี้สิ“รับป้ายหยกประจำตัว..จากท่านแม่ทัพจาง..”“เสร็จสิ้นพิธี”เหล่าแขกที่มางานและบรรดาขุนนาง ต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความสมเพช เหตุใดเหล่าองค์ชายถึงเลือกที่จะแต่งเข้าจวนสกุลจาง แล้วยังแต่งกับสตรีที่มีสภาพไม่ต่างจากศพเช่นนี้ หรือว่าแม่ทัพจางกุมความลับอะไรของพวกเขาอยู่ องค์ชายโดนบังคับงั้นหรือ...“ส่งตัวบ่าวสาว เข้าหอ”ท่านเทพซีห่าวอุ้มลู่เสียนขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะเดินออกไปตามด้วยเหล่าองค์ชาย ซีห่าวเดินเข้าไปในห้องหอที่มีเตียงอยู่กลางห้อง เขาวางลู่เสียนลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้าของเขาออก พลางมองไปที่ลู่เสียนด้วยความสีหน้าไม่ดีนัก นางในตอนนี้ซูบผอมกว่าที่เขาเจอเมื่อครั้งที่แล้วนัก ร่างของลู่เสียนในตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่จิตวิญญาณของนาง“เจ้าอย
ลู่เสียนที่ตอนนี้แทบจะไม่มีแรงขัดขืนฮุ่ยเหอที่กำลังฉีกเสื้อผ้าของนางออก นางทำได้เพียงยิ้มสมเพชตัวเอง นางในตอนนี้ช่างไม่ต่างกับนางในชาติที่แล้วเลย ชาตินี้มีสามีหลายคนแล้วอย่างไร เป็นเทพแล้วอย่างไร เวลาผ่านไปหลายวันเช่นนี้ไม่เห็นมีผู้ใดตามหานางพบ.... ลู่เสียนเห็นทีชาติหน้าเจ้าคงต้องพึ่งแต่ตัวเองแล้ว“เจ้ายิ้มโง่อะไร”“..........”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไรนางเพียงหลับตาลงช้า ๆ ผ้าจากเสื้อด้านบนชิ้นสุดท้ายของลู่เสียนถูกฉีกออก ตอนนี้ลู่เสียนเพียงแค่เอี๊ยมและกระโปรงเท่านั้น คุณชายอี้มองสำรวจลู่เสียนก่อนจะบีบคางของลู่เสียนแน่น“นี่นะหรือหญิงงาม ไม่ต่างอะไรกับศพที่ยังมีชีวิต สวะ”“..........”“เหตุใดจึงเงียบเล่า อ้อนวอนสิ เหมือนตอนที่แม่ข้าอ้อนวอนต่อฝ่าบาทให้ไม่ส่งข้าไป”“ถุย” !!!ลู่เสียนถ่มเลือดในปากของนางลงบนหน้าของคุณชายอี้ ก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนคนเสียสติเพี๊ย!!!!หน้าของลู่เสียนหันไปตามแรงตบของคุณชายอี้ ก่อนคุณชายอี้จะเข้ามาบีบคอของนางด้วยโทสะ ฮุ่ยเหอที่เห็นลู่เสียนกำลังจะตาย ก็รีบผลักคุณชายอี้ออกทันที“ท่านจะบ้าหรือไง นางจะตายไม่ได้ ข้ายังต้องใช้เลือดนางหากิน”“แต่มันหยามข้า!!!”“ข้าบอกแล้ว







