Masukณ.ค่ายทหาร
องค์ชายใหญ่อุ้มลู่เสียนที่สลบไม่ได้สติเดินเข้าไปในค่ายทหาร ก่อนจะตรงไปที่กระโจมของเขาท่ามกลางสายตาของเหล่าทหาร ที่มองอย่างไม่เชื่อสายตา องค์ชายสิใช่ว่าหายสาบสูญหรือ แล้วที่อยู่ในอ้อมกอดนั่น......
“เจ้าช่วยบอกทีว่าข้ามองผิดไป”
“นั่นสตรี” ??
พวกเขาต่างมองหน้ากัน
“พวกเจ้าทำอะไร มาทำอะไรหน้ากระโจมขององค์ชาย”
“ท่านแม่ทัพคือว่า....องค์ชายกลับมาแล้ว...แต่ว่า....”
“ถอยไปข้าจะเข้าไป...”
แม่ทัพจางกำลังเดินเข้าไปในกระโจม แต่ถูกเหล่าทหารห้ามไว้
“องค์ชายอุ้มสตรีมาด้วย..ข้าว่า...”
“สตรี” ??
“พวกเจ้ามาทำอะไรกัน หน้ากระโจมข้า!!!”
องค์ชายเดินออกมา เข้าปรายตามองแม่ทัพและทหารที่ตอนนี้ทำความเคารพเขา
“เมื่อคืนพวกมันลอบโจมตี เป็นความผิดของกระหม่อม กระหม่อมควรจะตามไปให้เร็วกว่านี้”
“.......”
“ขอองค์ชายทรงลงโทษ”
“ไปตามหมอมา ต่อไปกระโจมข้าห้ามเข้าโดยพลการ”
พูดจบองค์ชายก็เดินเข้าไปในกระโจมทิ้งให้ แม่ทัพและทหารมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ หากเป็นเมื่อก่อน พวกเขาคงโดนโบยตามกฎทหาร หาใช่ปล่อยผ่านแบบนี้
องค์ชายมองไปที่ลู่เสียนที่หลับไม่ได้สติอยู่บนเตียง เขาจำได้ว่านางกรีดฝ่ามือและให้เขาดื่มเลือดของนาง แต่ทำไมบนฝ่ามือนางถึงไม่มีบาดแผล
“เจ้าเป็นใครกันแน่”
องค์ชายสำรวจร่างกายตัวเองเขาจำได้ว่ามีบาดแผลอยู่หลายจุด แต่ในตอนนี้ไม่มีแม้แต่รอยแผล อีกอย่างร่างกายของเขากลับไม่รู้สึกเจ็บปวดจากที่โดนวางยาพิษ ทั้ง ๆ ที่เจ็บปวดมาตลอดสิบปี แต่พอผ่านไปคืนเดียวกลับไม่รู้สึกเจ็บหรือมีอาการอะไรเลย เมื่อเช้าเขาฟื้นขึ้นมาคิดจะทิ้งนางไว้ แต่พอเห็นนึกถึงเรื่องที่นางทำ เขาต้องหาเหตุผลให้ได้ว่านางทำอะไรกับเขา
“องค์ชาย ท่านหมอมาแล้ว”
“เข้ามา”
ท่านหมอเข้ามา ก่อนจะสะดุดตากับสตรีที่นอนอยู่บนเตียง
“รักษานาง”
“พ่ะย่ะค่ะ”
ท่านหมอจับที่ชีพจรของลู่เสียน ก่อนจะถอนหายใจออกมา
“ทูลองค์ชาย แม่นางผู้นี้ชีพจรสับสนอีกทั้งร่างกายอ่อนแอ กระหม่อมจะจัดยาบำรุงให้”
“นางจะฟื้นเมื่อไหร่”
“ขออภัยกระหม่อมโง่เขลา”
องค์ชายเห็นเช่นนั้น ก็โบกมือให้ออกไป พอท่านหมอออกไป เขาก็เอานิ้วเคาะโต๊ะอย่างใช้ความคิด นางคงมิใช่สายสืบที่แฝงตัวมาเช่นสตรีที่ผ่านมา แม่ดูจากหน้าตาและการแต่งตัวของนางคงมิใช่สตรีเมืองนี้
“งืมมมม”
“เหอะ สายลับอะไรจะนอนไร้ยางอายเช่นนี้”
องค์ชายมองลู่เสียนที่นอนก่ายหมอนข้างมีและมีน้ำลายไหลซึมออกมา เขาเลิกสนใจนางก่อนจะเดินออกไปนอกกระโจม องค์ชายฝึกทหารอย่างหนัก เขาจะไม่มีวันยอมให้เกิดเหตุการณ์เช่นเมื่อคืนอีก
สิบวันต่อมา
ลู่เสียนค่อย ๆ ลืมตาขึ้น จมูกนางได้กลิ่นกำยานที่ช่วยรักษานางลุกนั่ง ก่อนจะมองไปรอบ ๆ ว่าตัวเองอยู่ในกระโจม ที่มีอาวุธและแผนที่มากมาย ลู่เสียนลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินสำรวจรอบ ๆ
“เท่าที่จำได้ ก่อนที่จะสลบไป.......”
“กำลังจะขโมยแผนที่ หรือจะขโมยตราทหารของข้าล่ะ”
เสียงจากด้านหลังทำให้ลู่เสียนหันไปทันที พบชายที่อยู่ในชุดเกราะสีเงินนั่งมองนางอยู่ นางจำได้เขาคือคนที่นางเคยช่วยไว้!!!ลู่เสียนยิ้มออกมาอย่างดีใจ ที่เขาปลอดภัย
“เจ้ายังไม่ตาย รู้ไหมว่าข้าตกใจแค่ไหนที่เห็นว่าเจ้าไม่ได้สติ”
ลู่เสียนเดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามองค์ชาย
“เจ้าตกใจ” ???
“ใช่นะสิ แล้วที่นี่เจ้าเป็นคนพาข้ามาสินะ”
องค์ชายไม่ได้ตอบอะไรลู่เสียน เข้าเพียงมองการกระทำของนาง ลู่เสียนรินน้ำชาก่อนจะดื่มอย่างรวดเร็ว
“เจ้าเป็นใคร”
“ข้าชื่อลู่เสียน จริงสิเจ้าเป็นทหารใช่ไหมช่วยพาข้าไปหาท่านแม่ทัพจางหรือรองแม่ทัพหน่อยสิ”
“เจ้ามีธุระอะไรกับพวกเขา”
“ข้าได้ยินว่าบุตรชายของท่านแม่ทัพใบหน้าหล่อเหลา ข้าเองแค่อยากชมสักครั้ง”
ลู่เสียนยิ้มออกมา นางเลือกที่จะโกหกออกไปเพราะไม่รู้ว่าบุรุษตรงหน้านั้นนิสัยเช่นไร
“ข้าไม่รู้จักพวกเขา”
“เช่นนั้นหรอ งั้นข้าก็ขอตัวก่อน”
องค์ชายมองลู่เสียนที่ลุกออกไป เขากระตุกยิ้มมองนางที่เดินไปที่ทางออกแต่โดนทหารห้ามไม่ให้ออกไป ลู่เสียนเดินกลับมาอย่างหัวเสีย
“บอกให้พวกเขาปล่อยข้าออกไป”
“ข้าจะปล่อยเจ้าได้อย่างไร หยกขาวเจ้ารู้หรือไม่ว่าที่นี่ช่างหาสตรียากนัก อีกทั้งในสงครามทหารของข้าย่อมต้องการการปลดปล่อย และเจ้าก็เป็นสตรีหนึ่งเดียวในค่ายนี้”
“จะ...จะ...เจ้าล้อเล่นใช่ไหม”
ลู่เสียนฝืนยิ้มออกมา แต่นางกับถอยห่างเขาทันที องค์ชายที่เห็นเช่นนั้นก็ยกยิ้มขึ้นมา เขายืนขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปหาลู่เสียน
“ทำไมถึงคิดว่าข้าพูดเล่นล่ะ เจ้าเองก็งดงามรอให้ข้าชมเชยเจ้าจนเบื่อ ค่อยส่งให้พวกเขาดีหรือไม่”
“จะ...เจ้าถอยออกไป”
ลู่เสียนผลักองค์ชายให้ออกห่าง นางเม้มปากแน่นพลางนึกบางอย่างได้
“ออกไป เจ้ากล้าแตะต้องผู้หญิงขององค์ชายใหญ่งั้นหรอ”
องค์ชายที่ได้ยินก็หยุดชะงัก เขามองนางนิ่ง ก่อนจะหยิบมีดสั้นขึ้นมา
“ทำไมข้าไม่รู้ว่า องค์ชายใหญ่มีหญิงงามเช่นนี้”
คมมีดถูกลากไปตามลำคอของลู่เสียน ลู่เสียนยิ้มออกมา แสร้งทำเป็นไม่กลัว นางจ้องที่ตาคนตรงหน้านิ่ง
“ข้าช่วยท่าน จะตอบแทนกันเช่นนี้หรอ”
“งั้นเจ้าบอกมาสิว่าช่วยข้าเช่นไร ข้าอุตส่าห์เฝ้ารอเจ้าตื่น ตลอดสิบวันข้าเอาแต่สงสัยเหตุใดเจ้าจึงให้ข้าดื่มเลือดเจ้า ”
คมปลายมีดกรีดไปตามลำคอของลู่เสียนเบาเบา ทำให้เกิดรอยเลือดไหลซึมออกมาเล็กน้อย ลู่เสียนกลืนน้ำลายลงคออย่างอยากลำบาก
“หยกขาว....อย่าทดสอบความอดทนข้า”
“.............”
“หึ...เจ้าทำให้ข้ารู้สึกเสียเวลา ในเมื่อไม่บอกข้าก็จะพิสูจน์เอง”
องค์ชายปล่อยลู่เสียนเป็นอิสระ ก่อนจะใช้มือสั้นกรีดที่ฝ่ามือเขาเลือดของเขาไหลนองลู่เสียนมองอย่างไม่เข้าใจ
“เจ้าต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ”
ลู่เสียนพูดออกมาแต่ก็ต้องตกใจเมื่อองค์ชายจับมือนางไป ก่อนจะกรีดคมมีดลงบนฝ่ามือ เขาหยดเลือดของนางลงบนบาดแผล ไม่นานบาดแผลของเขาก็สมานจนไม่เห็นรอย องค์ชายมองมือตัวเองอย่างพอใจ
“ถ้าพอใจแล้วก็ปล่อยมือข้าได้แล้ว!!”
ลู่เสียนดึงมือของนางกลับมา นางมององค์ชายด้วยความไม่พอใจ แผลที่มือและลำคอของนางเริ่มจางหายไป องค์ชายมองลู่เสียนนิ่ง
“เจ้าเป็นปีศาจหรือไง”
“ท่านสิปีศาจ คนอะไรเอามีดมาจ่อที่คอของคนที่ช่วยชีวิตตัวเองแบบนี้ ไหนจะกรีดที่ฝ่ามืออีก รู้เช่นนี้ข้าน่าจะปล่อยให้ท่านตายไปซะ”
“เหอะ หยกขาว เจ้าว่าชื่อนี้เหมาะกับหญิงปากตลาดเช่นเจ้าหรือไม่”
“ปากตลาด???แล้วทหารเช่นท่านควรจะทำกับสตรีเช่นนี้หรือไม่ ค่อยดูเถอะหากข้าเจอองค์ชายใหญ่”
“องค์ชายใหญ่ เหอะ”
องค์ชายกอดอกมองลู่เสียน ไม่เคยมีสตรีนางใดทำให้เขาหัวเสียได้ขนาดนี้ แม้นางจะงดงามจนเขายอมรับ แต่หากการกระทำนั้นหาใช่สตรีปกติและเขาเองก็มิคิดหลงใหลในสตรี คงมีแต่เลือดของนางที่พอมาใช้ประโยชน์ได้ เช่นนั้นควรเก็บนางไว้ข้างกายหากหมดประโยชน์ก็แค่ฆ่านางทิ้ง...
“จะเรียกหาองค์ชายใหญ่ไปใย องค์ชายใหญ่ก็อยู่ตรงหน้าเจ้าแล้วไง หากมีอะไรจะพูดก็จงพูดมาเถิดหยกขาว..”
ตอนพิเศษ เหตุเกิดเพราะความจำเสื่อม [ท่านเทพฉินซี-จางลู่เสียน]“ฟางเซียน เหตุใดนางทำกับข้าเช่นนี้”ลู่เสียนเท้าคางมองท่านเทพฉินซีที่เมามายด้วยฤทธิ์ของสุรา เขาเอาแต่พร่ำเพ้อหาแม่นางฟางเซียน ตลอดสองวันที่อยู่ที่นี่ในยามที่เขาเมาก็มักเป็นเช่นนี้ นางอยากรู้จริง ๆ ผู้หญิงแบบไหนถึงทิ้งคนที่รักนางได้“ลู่เสียน ข้าดีไม่พอหรือ”“ท่านดีพอแล้ว”“แล้วเหตุใดนางถึงทำเช่นนี้ล่ะ นางไม่อยู่แล้ว นางมักนั่งดื่มสุราเป็นเพื่อนข้าในยามนี้ไม่มีนางแล้ว”“งั้นวันนี้ข้าจะเป็นฟางเซียนให้ท่านเอง มาเถิดข้าจะเมาเป็นเพื่อนท่านเอง”ลู่เสียนยิ้มออกมา ก่อนจะหยิบจอกสุรามาดื่ม ทั้งสองดื่มสุราและพูดคุยเรื่องต่าง ๆ มากมาย อาจจะเพราะไม่ชินในฤทธิ์ของสุราของแดนสวรรค์ เลยทำให้ลู่เสียนเกิดอาการเมาอย่างรวดเร็ว นางดื่มสุราจอกสุดท้ายก่อนฟุบหลับกับโต๊ะทันที“เหตุใดจึงคออ่อนเช่นนี้”ท่านเทพฉินที่ยังพอมีสติมองไปที่ลู่เสียน เขาวางจอกเหล้าลง ก่อนเดินไปอุ้มนางทันที กลิ่นดอกบัวที่เขาคุ้นเคยลอยโชยขึ้นมาจนได้กลิ่น แม้จะเป็นดอกบัวสวรรค์เหมือนกันแต่ กลิ่นกับต่างกันโดยสิ้นเชิง กลิ่นดอกบัวของลู่เสียนในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ“เจ้า
ตอนพิเศษ คืนเข้าหอ [องค์ชายใหญ่-ลี่อิน]“ฝ่าบาทเสด็จ”เสียงดังจากหน้าประตูตำหนักดังขึ้น ฮองเฮาที่กำลังยืนรออยู่ได้แต่กลอกตามองบน นางมองบุรุษที่กำลังเดินเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับไม่ต่างจากนาง เมื่อทั้งสองสบตากันก็แสร้งยิ้มออกมา“ฮองเฮาของข้า มาเถิดเข้าไปด้านใน ข้าเกรงว่าเจ้าจะป่วย”“เพคะ”ทั้งสองโอบกอดกันด้วยรอยยิ้มก่อนจะพากันเดินเข้าไปในตำหนัก บรรดานางกำนัลและขันที ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม ที่ทั้งสองรักกันเช่นนี้ แต่ใครเลยจะรู้ความจริง“พวกเจ้าออกไปให้หมด ข้าต้องการอยู่กับฮองเฮารักของข้า”ฮองเฮาที่ได้ยินเช่นนั้นก็แสร้งทำสีหน้าเขินอาย เมื่อนางกำนัลและขันทีออกไป ทั้งสองก็ผละออกจากกันทันที“อี๋ ออกไปห่าง ๆ ข้าเลย”“แหวะ ข้าอยากจะอ้วก”ทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะเกิดอาการคลื่นไส้ ให้ตายเถอะอย่างไรก็ไม่ชิน ไม่ใช่ว่านางไม่ชื่นชอบบุรุษ แต่ว่าให้มากอดจูบบุรุษตรงหน้ามันช่าง......“ให้ตายเถอะรีบทำให้มันจบ ๆ ”ทั้งสองพยักหน้า ฮองเฮาเดินไปจุดกำยานที่ลู่เสียนเคยให้มา ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ ตรงข้ามฝ่าบาท“เจ้ารักลู่เสียน”“ใช่”ฮองเฮาพูดออกมา ก่อนจะจิบน้ำชาที่ผสมยาบำรุงสำหรับการมีบุตร“ท
ตอนพิเศษ มาเป็นฮูหยินข้า [ลู่จื้อ-ถิงถิง]ถิงถิงวัย 4 ขวบ“ถิงถิง ถ้าโตข้าจะแต่งเจ้าเข้าจวน”“แต่งเข้าจวนคืออะไร”“ข้าเองก็ไม่รู้ ท่านแม่บอกเพียงว่าให้แต่งกับคนที่ข้ารัก”“แล้วคนที่รักคืออะไร”ถิงถิงเด็กสาวเอียงคอถาม คุณชายที่อายุห่างจากนางเพียงสองปี“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ลู่เสียนเคยบอกว่า ต้องเป็นคนที่เห็นแล้วดีใจเมื่อได้เจอ”“ถิงถิงดีใจที่เจอคุณชาย เช่นนั้นถิงถิงก็รักคุณชาย คุณชายชอบเอาขนมอร่อย ๆ มาให้ถิงถิง”ถิงถิงวัย 8 ขวบ“ถิงถิง ข้ารู้มาว่าเจ้าจะไปรับใช้ลู่เสียนเหรอ”“เจ้าค่ะคุณชาย”“คุณชายอะไรกัน ข้าบอกให้เจ้าเรียกว่าพี่ลู่จื้อไง”ถิงถิงยิ้มออกมา ลู่จื้อเองเมื่อเห็นรอยยิ้มนางก็หน้าแดงก่ำ แต่สายตาเหลือบไปเห็นมือนางที่มีรอยแดง“มือเจ้าไปโดนอะไรมา”“ข้าซุ่มซ่ามทำน้ำชาหก ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ โชคดีที่คุณหนูใจดีไม่เอาเรื่องข้า”ลู่จื้อจับมือถิงถิงขึ้นมาประคองก่อนก้มลงเป่าเบา ๆ“หากมือเป็นแผล แล้วท่านแม่ไม่ชอบเจ้าจะทำเช่นไร ข้าก็จะแต่งเจ้าได้ลำบาก ตามข้ามาข้าจะหายาทาให้”“คุณชาย จะแต่งข้าจริง ๆ หรือเจ้าคะ”“ถิงถิงน้อย ย่อมต้องเป็นเจ้า”ถิงถิงวัย 18 ปี“ถิงถิง ข้าชอบเจ้า”“คือว่าข้า.....”“
“เจ้าเป็นลูกของถิงถิงหรอ”“อาหญิง ข้าจะเป็นลูกของนางได้อย่างไรกัน ท่านแม่ของข้าคือฮองเฮาส่วนท่านพ่อเป็นถึงฮ่องเต้เชียวนะ”“ลูกของลี่อิน???”ลู่เสียนมองสำรวจใบหน้า ที่มีส่วนคล้ายฝ่าบาทอยู่หลายส่วนพลางยิ้มออกมา“เจ้าคล้ายท่านพ่อของเจ้ามาก”“มีแต่คนบอกว่าข้า รูปงามเช่นท่านพ่อและท่านอา”ลู่เสียนลูบหัวคนตรงหน้า“อาหญิง ท่านงดงามนัก”หลีหมิ่นซบหน้าลงที่หน้าท้องลู่เสียนพลางลูบท้องนางเบา ๆ“ท่านอาหญิง”“หืมว่าไง”ลู่เสียนที่นั่งพิงขอบเตียง ก้มหน้าลงมองเด็กตรงหน้าอย่างเอ็นดู“ข้าอยากมีน้องสาว.....”“น้องสาว???”“ท่านแม่บอกข้าว่านางมีให้ข้าไม่ได้แล้ว เพราะนางป่วย เช่นนั้นอาหญิงช่วยมีให้ข้าได้หรือไม่”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไร นางเพียงครุ่นคิดหากนางมีบุตรจริง ๆ จะเป็นเช่นไร ในเมื่อนางเลือกจะอยู่ที่นี่แล้วย่อมต้องวางแผนสำหรับการใช้ชีวิตในชาตินี้ พลางนึกถึงยามก่อนที่จะเข้าร่าง ท่านเทพฉินซีให้นางเลือก จะกลับมา หรือไปเกิดใหม่ และนางเลือกจะกลับมา....เพล้ง!!!!เสียงของแตกดังขึ้น ลู่เสียนหันหน้าไปมองทางต้นเสียงพบว่าเป็นถิงถิง ที่มองนางอยู่“คะ...คะ..คุณหนู….”ถิงถิงน้ำตาคลอ มองหญิงสาวในชุดสีฟ้าที่นั่งยิ้ม
1 ปีต่อมา“หนึ่งคำนับฟ้า.....ลุกขึ้น”“สองคำนับดิน.....ลุกขึ้น”“สามคำนับบุพการี......ลุกขึ้น”“สามีภรรยาคำนับกันและกัน.”ชายในชุดสีแดงที่มีผ้าคลุมหน้าทั้งเจ็ดคน ต่างโค้งคำนับหญิงสาวชุดสีแดงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม่นมได้แต่มองภาพตรงหน้าผ่านม่านน้ำตา เหตุใดงานแต่งของคุณหนูจึงเป็นเช่นนี้ คุณหนูที่แสนดีของนางสมควรมีความสุขที่สุดในวันนี้สิ“รับป้ายหยกประจำตัว..จากท่านแม่ทัพจาง..”“เสร็จสิ้นพิธี”เหล่าแขกที่มางานและบรรดาขุนนาง ต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความสมเพช เหตุใดเหล่าองค์ชายถึงเลือกที่จะแต่งเข้าจวนสกุลจาง แล้วยังแต่งกับสตรีที่มีสภาพไม่ต่างจากศพเช่นนี้ หรือว่าแม่ทัพจางกุมความลับอะไรของพวกเขาอยู่ องค์ชายโดนบังคับงั้นหรือ...“ส่งตัวบ่าวสาว เข้าหอ”ท่านเทพซีห่าวอุ้มลู่เสียนขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะเดินออกไปตามด้วยเหล่าองค์ชาย ซีห่าวเดินเข้าไปในห้องหอที่มีเตียงอยู่กลางห้อง เขาวางลู่เสียนลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้าของเขาออก พลางมองไปที่ลู่เสียนด้วยความสีหน้าไม่ดีนัก นางในตอนนี้ซูบผอมกว่าที่เขาเจอเมื่อครั้งที่แล้วนัก ร่างของลู่เสียนในตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่จิตวิญญาณของนาง“เจ้าอย
ลู่เสียนที่ตอนนี้แทบจะไม่มีแรงขัดขืนฮุ่ยเหอที่กำลังฉีกเสื้อผ้าของนางออก นางทำได้เพียงยิ้มสมเพชตัวเอง นางในตอนนี้ช่างไม่ต่างกับนางในชาติที่แล้วเลย ชาตินี้มีสามีหลายคนแล้วอย่างไร เป็นเทพแล้วอย่างไร เวลาผ่านไปหลายวันเช่นนี้ไม่เห็นมีผู้ใดตามหานางพบ.... ลู่เสียนเห็นทีชาติหน้าเจ้าคงต้องพึ่งแต่ตัวเองแล้ว“เจ้ายิ้มโง่อะไร”“..........”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไรนางเพียงหลับตาลงช้า ๆ ผ้าจากเสื้อด้านบนชิ้นสุดท้ายของลู่เสียนถูกฉีกออก ตอนนี้ลู่เสียนเพียงแค่เอี๊ยมและกระโปรงเท่านั้น คุณชายอี้มองสำรวจลู่เสียนก่อนจะบีบคางของลู่เสียนแน่น“นี่นะหรือหญิงงาม ไม่ต่างอะไรกับศพที่ยังมีชีวิต สวะ”“..........”“เหตุใดจึงเงียบเล่า อ้อนวอนสิ เหมือนตอนที่แม่ข้าอ้อนวอนต่อฝ่าบาทให้ไม่ส่งข้าไป”“ถุย” !!!ลู่เสียนถ่มเลือดในปากของนางลงบนหน้าของคุณชายอี้ ก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนคนเสียสติเพี๊ย!!!!หน้าของลู่เสียนหันไปตามแรงตบของคุณชายอี้ ก่อนคุณชายอี้จะเข้ามาบีบคอของนางด้วยโทสะ ฮุ่ยเหอที่เห็นลู่เสียนกำลังจะตาย ก็รีบผลักคุณชายอี้ออกทันที“ท่านจะบ้าหรือไง นางจะตายไม่ได้ ข้ายังต้องใช้เลือดนางหากิน”“แต่มันหยามข้า!!!”“ข้าบอกแล้ว







