LOGINแม่ทัพจางมองบุรุษทั้งหกที่ตอนนี้คารวะน้ำชาตรงหน้าเขา เขาปรายตามองบุรุษสาวที่ตอนนี้นั่งยิ้มจาง ๆ ให้เขาเดิมที เป็นกฎของตระกูลจาง หากผู้ใดจะแต่งเข้าจวนจะต้องยกน้ำชามาคารวะผู้นำตระกูลเพื่อเป็นการเคารพและเป็นการได้รับการยอมรับ ก่อนผู้นำตระกูลจะมอบหยกให้ เช่นนั้นจะถือว่าเสร็จพิธี
“ท่านพ่อ...”
แม่ทัพจางมองลู่เสียนก่อนจะฝืนยิ้มออกมา เขารับน้ำชามาจิบทีละถ้วยพอเป็นพิธี ให้ตายสิข้าต้องฝากบุตรสาวให้พวกไม่ได้เรื่องเช่นนี้หรือ
“ส่วนหยกข้าจะให้พวกท่านหลังจากแต่งเข้าตระกูลแล้ว”
“ท่านพ่อตา...”
“รอให้แต่งเข้ามาค่อยเรียกข้าเช่นนั้น ในเมื่อพิธีก็เสร็จแล้ว ข้าขอเชิญพวกท่านกลับไปก่อน ข้ามีเรื่องต้องจัดการ พูดคุยกันในครอบครัว”
เหล่าองค์ชายมองลู่เสียนอย่างอาลัยอาวรณ์แต่ก็ต้องจำใจเดินออกไป
“ลู่เสียน ลูกคิดดีแล้วใช่ไหมที่จะแต่งเจ้าพวกนั้นเข้าจวน พ่อไม่ได้ว่าหากเจ้าจะมีสามีหกคน แต่เจ้าพวกนี้มันพึ่งได้จริง ๆ งั้นหรอ ลูกลองคิดอีกที ดีหรือไม่”
“อันที่จริง....เจ็ดคนเจ้าค่ะ..”
“นี่เจ้าจะแต่งองค์ชายใหญ่ด้วย” ???
“ไม่ใช่เจ้าค่ะท่านพี่ จริง ๆ ข้าเกิดตกหลุมรักชายผู้หนึ่งและตั้งใจจะแต่งเขาเป็นสามีเอก แต่ในยามนี้เขาป่วยหนักเลยทำให้ข้าพามาพบท่านพ่อกับท่านพี่ไม่ได้”
“แล้วองค์ชาย....”
“พวกเขารู้เรื่องนี้เจ้าค่ะ และพวกเขาก็ยินยอม”
“เช่นนั้นก็ตามใจเจ้า หวังว่าเจ้าลูกเขยคนนั้นจะเป็นที่พึ่งพาให้เจ้าได้”
“เขาคือคนที่ลูกมักพึ่งพา....”
“จริงสิท่านพ่อ ข้าได้ข่าวมาว่าฝ่าบาทจะสละบัลลังก์หรือ”
แม่ทัพจางที่ได้ยินคำถามก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา นี่เป็นเรื่องที่ขุนนางต่างคัดค้าน เหตุเพราะยังไม่ได้มีการแต่งตั้งองค์รัชทายาท แต่พวกเขาย่อมรู้ดี ว่าตำแหน่งนี้จะตกเป็นขององค์ชายคนใด
“อีกไม่กี่วันจะมีราชโองการประกาศออกมา”
“เหตุใดพระองค์ถึงสละบัลลังก์ ในเมื่อยังทรงแข็งแรง”
“เจ้าคิดว่าจิ้งจอกนั้นไม่กลัวตายงั้นหรือ ลู่จื้อเจ้าก็รู้องค์ชายใหญ่เป็นคนเช่นไร....”
“ลูกว่าองค์ชายไม่น่าจะทำเช่นนั้น”
“ไม่หรอกลู่เสียน เจ้ายังไม่รู้จักองค์ชายดีพอ”
ลู่เสียนเพียงนั่งนิ่ง นางนึกถึงคนที่นางเคยอยู่ด้วยแม้เขาจะดูใจร้าย แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่จะทำร้ายนาง เป็นไปได้จริง ๆ งั้นหรือ
“อีกเรื่องที่เจ้าควรรู้ ลี่อินเด็กสาวที่ตามเจ้าที่ค่ายนางกำลังจะได้เป็นฮองเฮา”
“เจ้าคะ” ???
“พ่อไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เท่าที่พ่อรู้มาระหว่างที่เดินทางจากชายแดนมาเมืองหลวง องค์ชายใหญ่ก็เริ่มสนิทสนมกับลี่อิน จนเกิดความรักในใจ จึงทูลขอประทานสมรสแต่งนางเข้าตำหนักเป็นพระชายา แต่ที่น่าแปลกคือองค์ชายต้องการแต่งนางเข้าตำหนักเงียบ ๆ ”
ลู่เสียนขมวดคิ้วเป็นปม จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ระหว่างเดินทางมาเมืองหลวงลี่อินแทบจะตัวติดกับนางตลอดและ ไม่มีสักครั้งที่จะเห็นนางอยู่กับองค์ชายใหญ่ เป็นไปได้จริง ๆ หรือที่ทั้งสองจะรักกัน....
วังหลวง ตำหนักองค์ชายใหญ่
ลี่อินนั่งมองภาพวาดที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะยกยิ้มขึ้นมา นางพอใจยิ่งกับภาพวาดของลู่เสียนที่นางบรรจงวาดขึ้นมาอย่างตั้งใจ
“เจ้าว่าพี่หญิงของข้างามหรือไม่”
นักฆ่าหญิงของนางที่ปลอมตัวเป็นนางกำนัล มองไปที่ภาพวาดก่อนจะถอนหายใจออกมา เป็นนางอีกแล้ว
“องค์หญิงทรงลืมแล้วหรือไม่ว่าจุดประสงค์ของเราคืออะไร”
“เหอะ เจ้าคิดว่าข้าเลอะเลือน จนลืมความแค้นของเราหรือไง”
“ขออภัย ข้าเพียงคิดว่าองค์หญิงอาจจะโดนสตรีชั่วยั่วยวน อาจเสียการใหญ่ได้”
ลี่อินที่ได้ฟังก็ชะงัก นางม้วนภาพวาดอย่างเบามือ ก่อนจะเดินนำไปเก็บที่ช่องลับทันที ลี่อินเดินไปจับมือของนางกำนัลมาวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะหยิบมือสั้นขึ้นมา
“อะ...อะ...องค์หญิง โปรดอภัยให้ข้าด้วย”
ปัก!!!
“พี่หญิงเป็นคนที่เจ้าต้องเคารพและปกป้อง หาใช่คนที่เจ้าจะพูดจาเช่นนี้ต่อนางได้”
ลี่อินกระตุกยิ้มก่อนจะมองไปที่มือของสาวใช้ที่มีมีดสั้นปักอยู่กลางฝ่ามือ
“พระชายาของข้าโหดเหี้ยมเช่นนี้เอง”
เสียงจากด้านหลังพบองค์ชายยืนพิงประตูมองนางอยู่ ลี่อินตีหน้านิ่งไม่สนใจ เพราะเขาเองก็รู้อยู่แล้วว่านางเป็นเช่นไร
“เจ้ามาทำไม”
“ข้าแค่จะนำสิ่งที่เจ้าต้องการมาให้ น้ำตาสีฟ้าจากสายเลือดเทพธิดา”
องค์ชายพูดจบก็โยนขวดสีขาวที่มีน้ำสีฟ้าอยู่ด้านในให้นาง กว่าจะได้มาเขาต้องยอมทำตามข้อตกลงของเจ้าสามมากมาย ลี่อินมองน้ำสีฟ้าในขวด ก่อนจะยิ้มอย่างพอใจ
“ในเมื่อท่านทำตามคำพูดข้าก็จะทำตามคำพูดเช่นเดียวกัน”
ทั้งสองมองตากันนิ่ง ต่างรู้ว่าต่างฝ่ายต่างต้องการอะไร องค์ชายใหญ่ต้องการอำนาจจึงต้องให้ลี่อินเป็นฮองเฮา ส่วนลี่อินต้องการยาพิษเพื่อแก้แค้น ทั้งสองต่างมีผลประโยชน์ร่วมกัน.......
“อีกไม่นานจะถึงวันสละราชสมบัติ และข้าต้องขึ้นเป็นฮ่องเต้ ส่วนเจ้าต้องเป็นฮองเฮา”
“แล้วอย่างไร”
“เจ้ารู้หรือไม่ลี่อินสิ่งแรกที่พวกขุนนางโง่นั่นจะทำ คือบอกให้เรามีทายาท”
ตอนพิเศษ เหตุเกิดเพราะความจำเสื่อม [ท่านเทพฉินซี-จางลู่เสียน]“ฟางเซียน เหตุใดนางทำกับข้าเช่นนี้”ลู่เสียนเท้าคางมองท่านเทพฉินซีที่เมามายด้วยฤทธิ์ของสุรา เขาเอาแต่พร่ำเพ้อหาแม่นางฟางเซียน ตลอดสองวันที่อยู่ที่นี่ในยามที่เขาเมาก็มักเป็นเช่นนี้ นางอยากรู้จริง ๆ ผู้หญิงแบบไหนถึงทิ้งคนที่รักนางได้“ลู่เสียน ข้าดีไม่พอหรือ”“ท่านดีพอแล้ว”“แล้วเหตุใดนางถึงทำเช่นนี้ล่ะ นางไม่อยู่แล้ว นางมักนั่งดื่มสุราเป็นเพื่อนข้าในยามนี้ไม่มีนางแล้ว”“งั้นวันนี้ข้าจะเป็นฟางเซียนให้ท่านเอง มาเถิดข้าจะเมาเป็นเพื่อนท่านเอง”ลู่เสียนยิ้มออกมา ก่อนจะหยิบจอกสุรามาดื่ม ทั้งสองดื่มสุราและพูดคุยเรื่องต่าง ๆ มากมาย อาจจะเพราะไม่ชินในฤทธิ์ของสุราของแดนสวรรค์ เลยทำให้ลู่เสียนเกิดอาการเมาอย่างรวดเร็ว นางดื่มสุราจอกสุดท้ายก่อนฟุบหลับกับโต๊ะทันที“เหตุใดจึงคออ่อนเช่นนี้”ท่านเทพฉินที่ยังพอมีสติมองไปที่ลู่เสียน เขาวางจอกเหล้าลง ก่อนเดินไปอุ้มนางทันที กลิ่นดอกบัวที่เขาคุ้นเคยลอยโชยขึ้นมาจนได้กลิ่น แม้จะเป็นดอกบัวสวรรค์เหมือนกันแต่ กลิ่นกับต่างกันโดยสิ้นเชิง กลิ่นดอกบัวของลู่เสียนในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ“เจ้า
ตอนพิเศษ คืนเข้าหอ [องค์ชายใหญ่-ลี่อิน]“ฝ่าบาทเสด็จ”เสียงดังจากหน้าประตูตำหนักดังขึ้น ฮองเฮาที่กำลังยืนรออยู่ได้แต่กลอกตามองบน นางมองบุรุษที่กำลังเดินเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับไม่ต่างจากนาง เมื่อทั้งสองสบตากันก็แสร้งยิ้มออกมา“ฮองเฮาของข้า มาเถิดเข้าไปด้านใน ข้าเกรงว่าเจ้าจะป่วย”“เพคะ”ทั้งสองโอบกอดกันด้วยรอยยิ้มก่อนจะพากันเดินเข้าไปในตำหนัก บรรดานางกำนัลและขันที ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม ที่ทั้งสองรักกันเช่นนี้ แต่ใครเลยจะรู้ความจริง“พวกเจ้าออกไปให้หมด ข้าต้องการอยู่กับฮองเฮารักของข้า”ฮองเฮาที่ได้ยินเช่นนั้นก็แสร้งทำสีหน้าเขินอาย เมื่อนางกำนัลและขันทีออกไป ทั้งสองก็ผละออกจากกันทันที“อี๋ ออกไปห่าง ๆ ข้าเลย”“แหวะ ข้าอยากจะอ้วก”ทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะเกิดอาการคลื่นไส้ ให้ตายเถอะอย่างไรก็ไม่ชิน ไม่ใช่ว่านางไม่ชื่นชอบบุรุษ แต่ว่าให้มากอดจูบบุรุษตรงหน้ามันช่าง......“ให้ตายเถอะรีบทำให้มันจบ ๆ ”ทั้งสองพยักหน้า ฮองเฮาเดินไปจุดกำยานที่ลู่เสียนเคยให้มา ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ ตรงข้ามฝ่าบาท“เจ้ารักลู่เสียน”“ใช่”ฮองเฮาพูดออกมา ก่อนจะจิบน้ำชาที่ผสมยาบำรุงสำหรับการมีบุตร“ท
ตอนพิเศษ มาเป็นฮูหยินข้า [ลู่จื้อ-ถิงถิง]ถิงถิงวัย 4 ขวบ“ถิงถิง ถ้าโตข้าจะแต่งเจ้าเข้าจวน”“แต่งเข้าจวนคืออะไร”“ข้าเองก็ไม่รู้ ท่านแม่บอกเพียงว่าให้แต่งกับคนที่ข้ารัก”“แล้วคนที่รักคืออะไร”ถิงถิงเด็กสาวเอียงคอถาม คุณชายที่อายุห่างจากนางเพียงสองปี“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ลู่เสียนเคยบอกว่า ต้องเป็นคนที่เห็นแล้วดีใจเมื่อได้เจอ”“ถิงถิงดีใจที่เจอคุณชาย เช่นนั้นถิงถิงก็รักคุณชาย คุณชายชอบเอาขนมอร่อย ๆ มาให้ถิงถิง”ถิงถิงวัย 8 ขวบ“ถิงถิง ข้ารู้มาว่าเจ้าจะไปรับใช้ลู่เสียนเหรอ”“เจ้าค่ะคุณชาย”“คุณชายอะไรกัน ข้าบอกให้เจ้าเรียกว่าพี่ลู่จื้อไง”ถิงถิงยิ้มออกมา ลู่จื้อเองเมื่อเห็นรอยยิ้มนางก็หน้าแดงก่ำ แต่สายตาเหลือบไปเห็นมือนางที่มีรอยแดง“มือเจ้าไปโดนอะไรมา”“ข้าซุ่มซ่ามทำน้ำชาหก ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ โชคดีที่คุณหนูใจดีไม่เอาเรื่องข้า”ลู่จื้อจับมือถิงถิงขึ้นมาประคองก่อนก้มลงเป่าเบา ๆ“หากมือเป็นแผล แล้วท่านแม่ไม่ชอบเจ้าจะทำเช่นไร ข้าก็จะแต่งเจ้าได้ลำบาก ตามข้ามาข้าจะหายาทาให้”“คุณชาย จะแต่งข้าจริง ๆ หรือเจ้าคะ”“ถิงถิงน้อย ย่อมต้องเป็นเจ้า”ถิงถิงวัย 18 ปี“ถิงถิง ข้าชอบเจ้า”“คือว่าข้า.....”“
“เจ้าเป็นลูกของถิงถิงหรอ”“อาหญิง ข้าจะเป็นลูกของนางได้อย่างไรกัน ท่านแม่ของข้าคือฮองเฮาส่วนท่านพ่อเป็นถึงฮ่องเต้เชียวนะ”“ลูกของลี่อิน???”ลู่เสียนมองสำรวจใบหน้า ที่มีส่วนคล้ายฝ่าบาทอยู่หลายส่วนพลางยิ้มออกมา“เจ้าคล้ายท่านพ่อของเจ้ามาก”“มีแต่คนบอกว่าข้า รูปงามเช่นท่านพ่อและท่านอา”ลู่เสียนลูบหัวคนตรงหน้า“อาหญิง ท่านงดงามนัก”หลีหมิ่นซบหน้าลงที่หน้าท้องลู่เสียนพลางลูบท้องนางเบา ๆ“ท่านอาหญิง”“หืมว่าไง”ลู่เสียนที่นั่งพิงขอบเตียง ก้มหน้าลงมองเด็กตรงหน้าอย่างเอ็นดู“ข้าอยากมีน้องสาว.....”“น้องสาว???”“ท่านแม่บอกข้าว่านางมีให้ข้าไม่ได้แล้ว เพราะนางป่วย เช่นนั้นอาหญิงช่วยมีให้ข้าได้หรือไม่”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไร นางเพียงครุ่นคิดหากนางมีบุตรจริง ๆ จะเป็นเช่นไร ในเมื่อนางเลือกจะอยู่ที่นี่แล้วย่อมต้องวางแผนสำหรับการใช้ชีวิตในชาตินี้ พลางนึกถึงยามก่อนที่จะเข้าร่าง ท่านเทพฉินซีให้นางเลือก จะกลับมา หรือไปเกิดใหม่ และนางเลือกจะกลับมา....เพล้ง!!!!เสียงของแตกดังขึ้น ลู่เสียนหันหน้าไปมองทางต้นเสียงพบว่าเป็นถิงถิง ที่มองนางอยู่“คะ...คะ..คุณหนู….”ถิงถิงน้ำตาคลอ มองหญิงสาวในชุดสีฟ้าที่นั่งยิ้ม
1 ปีต่อมา“หนึ่งคำนับฟ้า.....ลุกขึ้น”“สองคำนับดิน.....ลุกขึ้น”“สามคำนับบุพการี......ลุกขึ้น”“สามีภรรยาคำนับกันและกัน.”ชายในชุดสีแดงที่มีผ้าคลุมหน้าทั้งเจ็ดคน ต่างโค้งคำนับหญิงสาวชุดสีแดงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม่นมได้แต่มองภาพตรงหน้าผ่านม่านน้ำตา เหตุใดงานแต่งของคุณหนูจึงเป็นเช่นนี้ คุณหนูที่แสนดีของนางสมควรมีความสุขที่สุดในวันนี้สิ“รับป้ายหยกประจำตัว..จากท่านแม่ทัพจาง..”“เสร็จสิ้นพิธี”เหล่าแขกที่มางานและบรรดาขุนนาง ต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความสมเพช เหตุใดเหล่าองค์ชายถึงเลือกที่จะแต่งเข้าจวนสกุลจาง แล้วยังแต่งกับสตรีที่มีสภาพไม่ต่างจากศพเช่นนี้ หรือว่าแม่ทัพจางกุมความลับอะไรของพวกเขาอยู่ องค์ชายโดนบังคับงั้นหรือ...“ส่งตัวบ่าวสาว เข้าหอ”ท่านเทพซีห่าวอุ้มลู่เสียนขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะเดินออกไปตามด้วยเหล่าองค์ชาย ซีห่าวเดินเข้าไปในห้องหอที่มีเตียงอยู่กลางห้อง เขาวางลู่เสียนลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้าของเขาออก พลางมองไปที่ลู่เสียนด้วยความสีหน้าไม่ดีนัก นางในตอนนี้ซูบผอมกว่าที่เขาเจอเมื่อครั้งที่แล้วนัก ร่างของลู่เสียนในตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่จิตวิญญาณของนาง“เจ้าอย
ลู่เสียนที่ตอนนี้แทบจะไม่มีแรงขัดขืนฮุ่ยเหอที่กำลังฉีกเสื้อผ้าของนางออก นางทำได้เพียงยิ้มสมเพชตัวเอง นางในตอนนี้ช่างไม่ต่างกับนางในชาติที่แล้วเลย ชาตินี้มีสามีหลายคนแล้วอย่างไร เป็นเทพแล้วอย่างไร เวลาผ่านไปหลายวันเช่นนี้ไม่เห็นมีผู้ใดตามหานางพบ.... ลู่เสียนเห็นทีชาติหน้าเจ้าคงต้องพึ่งแต่ตัวเองแล้ว“เจ้ายิ้มโง่อะไร”“..........”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไรนางเพียงหลับตาลงช้า ๆ ผ้าจากเสื้อด้านบนชิ้นสุดท้ายของลู่เสียนถูกฉีกออก ตอนนี้ลู่เสียนเพียงแค่เอี๊ยมและกระโปรงเท่านั้น คุณชายอี้มองสำรวจลู่เสียนก่อนจะบีบคางของลู่เสียนแน่น“นี่นะหรือหญิงงาม ไม่ต่างอะไรกับศพที่ยังมีชีวิต สวะ”“..........”“เหตุใดจึงเงียบเล่า อ้อนวอนสิ เหมือนตอนที่แม่ข้าอ้อนวอนต่อฝ่าบาทให้ไม่ส่งข้าไป”“ถุย” !!!ลู่เสียนถ่มเลือดในปากของนางลงบนหน้าของคุณชายอี้ ก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนคนเสียสติเพี๊ย!!!!หน้าของลู่เสียนหันไปตามแรงตบของคุณชายอี้ ก่อนคุณชายอี้จะเข้ามาบีบคอของนางด้วยโทสะ ฮุ่ยเหอที่เห็นลู่เสียนกำลังจะตาย ก็รีบผลักคุณชายอี้ออกทันที“ท่านจะบ้าหรือไง นางจะตายไม่ได้ ข้ายังต้องใช้เลือดนางหากิน”“แต่มันหยามข้า!!!”“ข้าบอกแล้ว







