LOGINหอนางโลม
ลู่เสียนที่นั่งเท้าคางมองดูการร่ายรำของนางโลม นางชมการแสดงเช่นนี้มาเป็นสิบครั้ง ก่อนจะถอนหายใจออกมา องค์ชายสามที่กำลังรินสุราให้ ชะงักทันที ได้ยินว่าวันนี้เป็นวันที่พี่ใหญ่จะเข้าหอกับลี่อิน หลังจากที่ขึ้นเป็นฮ่องเต้ เหล่าขุนนางก็เอาแต่ให้พี่ใหญ่รับสนมเพิ่ม เพราะฮองเฮายังไม่มีทายาท จนทั้งสองตัดสินใจมีลูกกันจริง ๆ หรือว่าที่นางดูกลุ้มใจเช่นนี้ เป็นเพราะพี่ใหญ่
“เจ้าเสียใจหรือไม่ที่เลือกที่จะแต่งพวกข้า แทนที่จะเป็นฮองเฮา”
“ท่านพี่สามท่านคิดมากไปแล้ว”
องค์ชายสามไม่พูดอะไรเขาเพียงก้มลงไปกอดลู่เสียนจากด้านหลัง
“น้องหญิงเจ้ากำลังทำให้ข้ากลัว....”
“ท่านพี่สาม..ข้าเพียงแค่มีเรื่องต้องคิดมากมาย”
ลู่เสียนลูบที่มือขององค์ชายสามที่กอดเธอ ตอนนี้มีเพียงความเงียบที่ปกคลุม ลู่เสียนมองไปที่การร่ายรำบนเวทีอีกครั้ง ที่จริงที่นางเป็นเช่นนี้เหตุเพราะเกิดความกังวล หากฝ่าบาทมีบุตร นั่นหมายถึงข้อตกลงของนางและท่านเทพจบลง แล้วหากเป็นเช่นนั้น นางควรจะทำอย่างไร.....
“ท่านพี่สาม หากข้าจากไปท่านจะเป็นเช่นไร....”
“.........”
“หากไม่มีข้า พวกท่านจะใช้ชีวิตให้ดีได้ใช่ไหม”
“หากเจ้าตาย ข้าจะตายตามเจ้าไป.....”
ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง ลู่เสียนแม้จะเดาดำตอบไว้แล้ว ไม่ไม่คาดคิดว่าเขาจะตอบเช่นนี้ เดิมทีแค่คิดว่าเขาจะรั้งไม่ให้ไป....
“น้องหญิง...เจ้ารักข้าหรือไม่...”
“ท่านพี่สาม ข้าย่อมระ.....”
“พี่หญิง....”
เสียงหญิงดังขึ้น ทำให้ลู่เสียนต้องกลืนคำพูดลงคอ นางและองค์ชายสามผละออกจากัน ก่อนจะหันไปทางต้นเสียง พบชายหญิงคู่หนึ่งที่กำลังเดินมาทางนาง
“พี่หญิงช่วยข้าด้วย ข้าหมดหนทางแล้วจริง ๆ ”
ฮองเฮาลี่อินโผล่เข้ามาก่อนลู่เสียน
“หยกขาว ข้าเองก็หมดหนทางแล้วเช่นกัน หวังพึ่งเพียงเจ้า...”
ฝ่าบาทเองก็เข้ามากอดลู่เสียนแน่น ลู่เสียนหันไปมององค์ชายสามอย่างขอความช่วยเหลือ
“พวกเจ้าปล่อยน้องหญิงของข้าก่อน เห้อ...”
ทั้งสองถูกแยกออกจากลู่เสียน โดยฝีมือองค์ชายสาม
“พวกเจ้ามาได้ยังไง วันนี้เป็นคืนเข้าหอไม่ใช่หรอ คิดจะมาก่อกวนอะไรน้องหญิงข้าอีก”
“ฝ่าบาท ฮองเฮาหากใครพบพวกท่านอยู่ที่จะทำยังไง หอนางโลมเช่นนี้สมควรหรือไม่ที่พวกท่านจะมา”
ลู่เสียนปรายตาไปมองผู้คนมากมายที่อยู่ที่นี่ก่อนจะถอนหายใจออกมา
“ตามข้ามา”
ลู่เสียนเดินนำไปที่ชั้นบนสุด ที่เป็นชั้นสำหรับการพักผ่อนของนางและสามี จึงไม่มีผู้ใดสามารถขึ้นมาได้หากไม่ได้รับอนุญาตจากนาง ทั้งสี่คนนั่งอยู่ที่โต๊ะกลางห้อง ลู่เสียนรินน้ำชาให้ทั้งสองอย่างใจเย็น
“พวกเจ้าอยากให้ข้าช่วยอะไรก็พูดมา”
“พี่หญิงท่านช่วยมีบุตรแล้วยกบุตรของท่านให้พวกข้าได้หรือไม่เจ้าคะ”
พรวดดด
องค์ชายสามที่กำลังดื่มน้ำชา ทันทีที่ได้ยินคำขอร้อง ก็สำลักจนพ่นน้ำชาออกมาใส่ฮ่องเต้องแผ่นดินทันที นางบ้าไปแล้วหรืออย่างไร ที่จะเอาลูกของพวกเขาไป
“ลี่อิน เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าข้ามีสามีถึงเจ็ดคน”
“เจ็ด ไม่ใช่หกหรือพี่หญิง”
“สิ่งที่เจ้าควรจะรู้คือ ข้าจะมีบุตรให้พวกเขาแค่ 2 คนเท่านั้น เจ้าคิดว่าสามีข้าจะยอมแบ่งให้เจ้าไปเลี้ยงหรือไม่....”
“แต่พี่หญิง ข้ากับเจ้าโง่นี่ หมดหนทางแล้วจริง ๆ เจ้าพวกขุนนางโง่นั่นก็เอาแต่เร่งให้ข้ามีทายาท”
“แล้วเหตุใดพวกท่านไม่เข้าหอกันแล้วให้กำเนิดโอรสเล่า”
องค์ชายสามพูดขึ้น ลี่อินและฝ่าบาทมองหน้ากัน ก่อนจะขยับห่างกันทันที วิธีนั้นเดิมทีไม่ใช่พวกเขาไม่ลอง ย่อมลองแล้ว และผลคือ....แค่มองหน้ากันยังรู้สึกขนลุก แค่จะจูบกันต่างฝ่ายต่างยังรู้สึกรังเกียจ จนฝืนทำต่อไม่ไหว
“เจ้าจะไปรู้อะไร”
“ข้ากับนาง แทบจะฆ่ากันทุกวัน อยู่ ๆ จะให้มามีลูก เดิมทีคิดว่าแค่หลับตาทำก็พอ แต่พอลองทำจริง ๆ .....”
“แค่มองหน้ายังรู้สึกรังเกียจเลยตอนนี้ พี่หญิงช่วยข้าด้วยยยย”
ลู่เสียนมองทั้งสองสลับไปมาก่อนจะหัวเราะออกมา สิ่งที่นางคิดเป็นจริงสินะ ไม่ได้รักแต่แต่งกันด้วยผลประโยชน์ ลู่เสียนจับมือลี่อินและฝ่าบาทมากุมไว้ หากนางจะช่วยย่อมต้องถามในสิ่งที่นางกังวลให้ชัดเจนเสียก่อน
“หากข้าทำให้พวกท่านมีบุตรได้ บุตรของท่านที่เกิดมาจะได้รับความรักจากพวกท่านหรือไม่”
“ข้าย่อมรักลูกของตัวเอง พี่หญิงอย่าได้กังวลใจ”
“หยกขาวเจ้าวางใจ แม้ข้ากับนางจะไม่ได้รักกัน แต่บุตรของข้าย่อมได้รับความรักจากข้า”
องค์ชายสามขมวดคิ้วทันทีที่เห็นลี่อินและฝ่าบาทกำลังลูบมือของลู่เสียน เหอะ
“น้องหญิง เช่นนั้นก็รีบช่วยพวกเขาเถิด”
องค์ชายดึงมือลู่เสียนกลับมากุมไว้ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างพอใจ
“ท่านพี่สาม ข้าขอยืมตำราของท่านที่ท่านดูทุกค่ำคืนให้พวกเขาไปศึกษาได้หรือไม่”
“แต่น้องหญิง ตำรานั่นข้าวาดเองและมันก็เป็นใบหน้าและเรือนร่างเจ้ากับข้า”
ลู่เสียนแทบกุมขมับ ให้ตายเถอะแม้จะรู้ว่าเขามักจะแอบศึกษาตำรากามสูตร แต่ใครจะคิดว่าเขาถึงขนาดวาดนางกับเขาในท่าทางร่วมรักแบบนั้น ให้ตายเถอะนางมีสามีหมกมุ่นเกินไปหรือไม่
“เช่นนั้นก็เอาเล่นที่ท่านซื้อมา”
“ไม่ต้องเปลี่ยน/ไม่ต้องเปลี่ยน”
ลี่อินและฝ่าบาทพูดออกมาทันที ลู่เสียนมองอย่างไม่เข้าใจ
“คือว่า..หากเป็นภาพพี่หญิงข้าน่าจะดูได้อย่างสนิทใจ”
“ใช่ ๆ หากเป็นน้องสาม ข้าและลี่อินย่อม....ไม่เขินอาย..”
“เหอะ...เช่นนั้นหรือ”
องค์ชายสามพูดออกมาอย่างรู้ทัน ลู่เสียนที่เห็นทั้งสองกังวลก็ตีที่ไหล่ขององค์ชายสามเบา ๆ
“เช่นนั้นก็เอามาให้พวกเขายืม เดี๋ยวข้าจะไปหยิบกำยาน”
หลังจากลู่เสียนเดินออกไป องค์ชายสามก็มองทั้งสองนิ่ง
“อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าคิดอะไร อย่าได้หวัง นางไม่มีทางเป็นพระสนม ในเมื่อเป็นฮ่องเต้แล้ว ก็อย่าลืมที่ตกลงกับข้า ข้อตกลงที่แลกกับน้ำตาของข้า พระราชทานสมรสมาให้พวกข้าได้แล้ว”
พูดจบองค์ชายสามก็เดินออกไป
“น้องชายเจ้าฉลาด หรือว่าเจ้ากับข้าแสดงออกมากเกินไปกันแน่”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น”
ทั้งสองหยุดพูดทันทีที่เห็นลู่เสียนเดินมาพร้อมองค์ชายสาม ทั้งสองกลอกตามองบน เหอะ อิจฉา....
“เอาล่ะ ข้าจะให้กำยาน 2 ตัว สีเหลืองเป็นกำยานที่ช่วยบำรุงและทำให้ผ่อนคลายให้พวกท่านจุดก่อนนอนตลอดสามวัน ส่วนสีดำเป็นกำยานที่ผสมยาปลุกกำหนัด ให้จุดในคืนที่สี่...พวกท่านรู้ใช่หรือไม่ยาปลุกกำหนัดเมื่อจุดแล้วจะเป็นอย่างไร”
ทั้งสองพยักหน้าทันที
“เช่นนั้นก็จุดกำยานสีดำเลยสิ”
“จริง ๆ ก็ได้ แต่ข้าอยากช่วยให้พวกเจ้ามีบุตร และดูท่าพวกเจ้าคงไม่ได้อยากจะร่วมหอกันหลายครั้ง เช่นนั้นต้องทำตามขั้นตอน แต่ถ้าหากติดใจ......”
“ไม่/ไม่”
ลู่เสียนหัวเราะออกมาทันที
“หากเสร็จแล้ว พวกเจ้าก็กลับไปได้แล้ว น้องหญิงข้าจะไปส่งเจ้าที่จวน”
“พี่หญิง ข้านอนกับท่านได้หรือไม่เจ้าคะ”
“ไม่ได้/ไม่ได้”
เหอะ หญิงเจ้าเล่ห์ องค์ชายสามและฝ่าบาทต่างคิดในใจ ช่วงนี้แม้พวกเขาที่เป็นสามียังไม่เคยได้นอนกอดนางเพราะมีท่านแม่ทัพจางคอยจับตามอง จะได้โอบกอดหรือพูดคุยก็แค่ตอนนางมาโรงหมอหรือหอนางโลม
“แต่ข้าคิดถึงพี่หญิง”
ลี่อินแสร้งน้ำตาคลอ ลู่เสียนที่เห็นดังนั้นก็ลูบหัวนางอย่างเบามือ
“เช่นนั้นข้าจะตามใจเจ้าสักวัน”
“แต่ลู่เสียน/หยกขาว”
“พวกท่านก็พักด้วยกันที่นี่ พรุ่งนี้ค่อยเข้าวังไปพร้อมกัน”
“ท่านพี่หญิงดีที่สุด”
ลู่เสียนและลี่อินเดินจากไป ทั้งสองคุยกันอย่างมีความสุข ลี่อินหันกลับมามองที่พวกเขาก่อนจะยิ้มยกออกมาอย่างผู้ชนะ
“เหอะ ท่านไปเก็บนางมาจากไหนกัน”
จวนแม่ทัพจาง ห้องนอนลู่เสียน
ลี่อินและลู่เสียนกำลังนอนแช่น้ำอยู่ในอ่างที่บนผิวน้ำเต็มไปด้วยกลีบดอกกุหลาบ มีสาวรับใช้กำลังบีบไหล่ให้พวกนาง ลู่เสียนหลับตาลงอย่างผ่อนคลาย แต่ลี่อินกับมองลู่เสียนไม่วางตา
“พี่หญิง ท่านงดงามยิ่งนัก”
“อืมมม เจ้าเองก็งดงาม”
“แม้งดงามเพียงใด ก็ไม่อาจทำให้คนผู้นึงชอบได้”
ลู่เสียนลืมตาขึ้นทันที เหตุใดนางไม่รู้ว่าลี่อินมีคนที่ชอบ
“พวกเจ้าออกไปก่อน”
สาวใช้ออกไปตามคำสั่ง ลู่เสียนก็ยกยิ้มขึ้นมา ก่อนจะเข้าไปใกล้ลี่อิน
“พวกนางไปแล้ว บอกข้ามาเจ้าชอบผู้ใด”
ลี่อินไม่ได้พูดอะไรนางเพียงมองไปที่ลู่เสียนนิ่งด้วยสายตาสื่อความหมาย
“อาจเพราะข้าไม่ได้เป็นชาย นางจึงไม่คิดว่าข้าจะชอบนาง”
“โถ่ อย่าเศร้าไป มานี่ข้าจะปลอบเจ้าเอง”
ลู่เสียนอ้าแขนออก ลี่อินตีหน้าเศร้าก่อนจะเข้าไปกอดลู่เสียนทันที นางและลู่เสียนต่างเปลือยเปล่าจึงทำให้ร่างกายของทั้งสองสัมผัสกัน ลี่อินกลืนน้ำลายลงคออย่างอยากลำบากแม้จะเคยกอดนางแต่เป็นการกอดที่มีเสื้อผ้ากั้นมิใช่แบบนี้
“ลี่อินทำไมตัวสั่นเช่นนี้ อะ”
ลี่อินลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของลู่เสียน ก่อนจะค่อย ๆ เลื่อนมือลงมาบีบเคล้นที่เอวคอด ลี่อินดันลู่เสียนจนหลังชนขอบอ่าง ก่อนจะค่อย ๆ ก้มลง พรมจูบไปตามเนินอกของลู่เสียน
“พี่หญิง ที่ท่านบอกจะตามใจข้าวันนี้ พูดจริงหรือไม่เจ้าคะ”
ตอนพิเศษ เหตุเกิดเพราะความจำเสื่อม [ท่านเทพฉินซี-จางลู่เสียน]“ฟางเซียน เหตุใดนางทำกับข้าเช่นนี้”ลู่เสียนเท้าคางมองท่านเทพฉินซีที่เมามายด้วยฤทธิ์ของสุรา เขาเอาแต่พร่ำเพ้อหาแม่นางฟางเซียน ตลอดสองวันที่อยู่ที่นี่ในยามที่เขาเมาก็มักเป็นเช่นนี้ นางอยากรู้จริง ๆ ผู้หญิงแบบไหนถึงทิ้งคนที่รักนางได้“ลู่เสียน ข้าดีไม่พอหรือ”“ท่านดีพอแล้ว”“แล้วเหตุใดนางถึงทำเช่นนี้ล่ะ นางไม่อยู่แล้ว นางมักนั่งดื่มสุราเป็นเพื่อนข้าในยามนี้ไม่มีนางแล้ว”“งั้นวันนี้ข้าจะเป็นฟางเซียนให้ท่านเอง มาเถิดข้าจะเมาเป็นเพื่อนท่านเอง”ลู่เสียนยิ้มออกมา ก่อนจะหยิบจอกสุรามาดื่ม ทั้งสองดื่มสุราและพูดคุยเรื่องต่าง ๆ มากมาย อาจจะเพราะไม่ชินในฤทธิ์ของสุราของแดนสวรรค์ เลยทำให้ลู่เสียนเกิดอาการเมาอย่างรวดเร็ว นางดื่มสุราจอกสุดท้ายก่อนฟุบหลับกับโต๊ะทันที“เหตุใดจึงคออ่อนเช่นนี้”ท่านเทพฉินที่ยังพอมีสติมองไปที่ลู่เสียน เขาวางจอกเหล้าลง ก่อนเดินไปอุ้มนางทันที กลิ่นดอกบัวที่เขาคุ้นเคยลอยโชยขึ้นมาจนได้กลิ่น แม้จะเป็นดอกบัวสวรรค์เหมือนกันแต่ กลิ่นกับต่างกันโดยสิ้นเชิง กลิ่นดอกบัวของลู่เสียนในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ“เจ้า
ตอนพิเศษ คืนเข้าหอ [องค์ชายใหญ่-ลี่อิน]“ฝ่าบาทเสด็จ”เสียงดังจากหน้าประตูตำหนักดังขึ้น ฮองเฮาที่กำลังยืนรออยู่ได้แต่กลอกตามองบน นางมองบุรุษที่กำลังเดินเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับไม่ต่างจากนาง เมื่อทั้งสองสบตากันก็แสร้งยิ้มออกมา“ฮองเฮาของข้า มาเถิดเข้าไปด้านใน ข้าเกรงว่าเจ้าจะป่วย”“เพคะ”ทั้งสองโอบกอดกันด้วยรอยยิ้มก่อนจะพากันเดินเข้าไปในตำหนัก บรรดานางกำนัลและขันที ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม ที่ทั้งสองรักกันเช่นนี้ แต่ใครเลยจะรู้ความจริง“พวกเจ้าออกไปให้หมด ข้าต้องการอยู่กับฮองเฮารักของข้า”ฮองเฮาที่ได้ยินเช่นนั้นก็แสร้งทำสีหน้าเขินอาย เมื่อนางกำนัลและขันทีออกไป ทั้งสองก็ผละออกจากกันทันที“อี๋ ออกไปห่าง ๆ ข้าเลย”“แหวะ ข้าอยากจะอ้วก”ทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะเกิดอาการคลื่นไส้ ให้ตายเถอะอย่างไรก็ไม่ชิน ไม่ใช่ว่านางไม่ชื่นชอบบุรุษ แต่ว่าให้มากอดจูบบุรุษตรงหน้ามันช่าง......“ให้ตายเถอะรีบทำให้มันจบ ๆ ”ทั้งสองพยักหน้า ฮองเฮาเดินไปจุดกำยานที่ลู่เสียนเคยให้มา ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ ตรงข้ามฝ่าบาท“เจ้ารักลู่เสียน”“ใช่”ฮองเฮาพูดออกมา ก่อนจะจิบน้ำชาที่ผสมยาบำรุงสำหรับการมีบุตร“ท
ตอนพิเศษ มาเป็นฮูหยินข้า [ลู่จื้อ-ถิงถิง]ถิงถิงวัย 4 ขวบ“ถิงถิง ถ้าโตข้าจะแต่งเจ้าเข้าจวน”“แต่งเข้าจวนคืออะไร”“ข้าเองก็ไม่รู้ ท่านแม่บอกเพียงว่าให้แต่งกับคนที่ข้ารัก”“แล้วคนที่รักคืออะไร”ถิงถิงเด็กสาวเอียงคอถาม คุณชายที่อายุห่างจากนางเพียงสองปี“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ลู่เสียนเคยบอกว่า ต้องเป็นคนที่เห็นแล้วดีใจเมื่อได้เจอ”“ถิงถิงดีใจที่เจอคุณชาย เช่นนั้นถิงถิงก็รักคุณชาย คุณชายชอบเอาขนมอร่อย ๆ มาให้ถิงถิง”ถิงถิงวัย 8 ขวบ“ถิงถิง ข้ารู้มาว่าเจ้าจะไปรับใช้ลู่เสียนเหรอ”“เจ้าค่ะคุณชาย”“คุณชายอะไรกัน ข้าบอกให้เจ้าเรียกว่าพี่ลู่จื้อไง”ถิงถิงยิ้มออกมา ลู่จื้อเองเมื่อเห็นรอยยิ้มนางก็หน้าแดงก่ำ แต่สายตาเหลือบไปเห็นมือนางที่มีรอยแดง“มือเจ้าไปโดนอะไรมา”“ข้าซุ่มซ่ามทำน้ำชาหก ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ โชคดีที่คุณหนูใจดีไม่เอาเรื่องข้า”ลู่จื้อจับมือถิงถิงขึ้นมาประคองก่อนก้มลงเป่าเบา ๆ“หากมือเป็นแผล แล้วท่านแม่ไม่ชอบเจ้าจะทำเช่นไร ข้าก็จะแต่งเจ้าได้ลำบาก ตามข้ามาข้าจะหายาทาให้”“คุณชาย จะแต่งข้าจริง ๆ หรือเจ้าคะ”“ถิงถิงน้อย ย่อมต้องเป็นเจ้า”ถิงถิงวัย 18 ปี“ถิงถิง ข้าชอบเจ้า”“คือว่าข้า.....”“
“เจ้าเป็นลูกของถิงถิงหรอ”“อาหญิง ข้าจะเป็นลูกของนางได้อย่างไรกัน ท่านแม่ของข้าคือฮองเฮาส่วนท่านพ่อเป็นถึงฮ่องเต้เชียวนะ”“ลูกของลี่อิน???”ลู่เสียนมองสำรวจใบหน้า ที่มีส่วนคล้ายฝ่าบาทอยู่หลายส่วนพลางยิ้มออกมา“เจ้าคล้ายท่านพ่อของเจ้ามาก”“มีแต่คนบอกว่าข้า รูปงามเช่นท่านพ่อและท่านอา”ลู่เสียนลูบหัวคนตรงหน้า“อาหญิง ท่านงดงามนัก”หลีหมิ่นซบหน้าลงที่หน้าท้องลู่เสียนพลางลูบท้องนางเบา ๆ“ท่านอาหญิง”“หืมว่าไง”ลู่เสียนที่นั่งพิงขอบเตียง ก้มหน้าลงมองเด็กตรงหน้าอย่างเอ็นดู“ข้าอยากมีน้องสาว.....”“น้องสาว???”“ท่านแม่บอกข้าว่านางมีให้ข้าไม่ได้แล้ว เพราะนางป่วย เช่นนั้นอาหญิงช่วยมีให้ข้าได้หรือไม่”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไร นางเพียงครุ่นคิดหากนางมีบุตรจริง ๆ จะเป็นเช่นไร ในเมื่อนางเลือกจะอยู่ที่นี่แล้วย่อมต้องวางแผนสำหรับการใช้ชีวิตในชาตินี้ พลางนึกถึงยามก่อนที่จะเข้าร่าง ท่านเทพฉินซีให้นางเลือก จะกลับมา หรือไปเกิดใหม่ และนางเลือกจะกลับมา....เพล้ง!!!!เสียงของแตกดังขึ้น ลู่เสียนหันหน้าไปมองทางต้นเสียงพบว่าเป็นถิงถิง ที่มองนางอยู่“คะ...คะ..คุณหนู….”ถิงถิงน้ำตาคลอ มองหญิงสาวในชุดสีฟ้าที่นั่งยิ้ม
1 ปีต่อมา“หนึ่งคำนับฟ้า.....ลุกขึ้น”“สองคำนับดิน.....ลุกขึ้น”“สามคำนับบุพการี......ลุกขึ้น”“สามีภรรยาคำนับกันและกัน.”ชายในชุดสีแดงที่มีผ้าคลุมหน้าทั้งเจ็ดคน ต่างโค้งคำนับหญิงสาวชุดสีแดงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม่นมได้แต่มองภาพตรงหน้าผ่านม่านน้ำตา เหตุใดงานแต่งของคุณหนูจึงเป็นเช่นนี้ คุณหนูที่แสนดีของนางสมควรมีความสุขที่สุดในวันนี้สิ“รับป้ายหยกประจำตัว..จากท่านแม่ทัพจาง..”“เสร็จสิ้นพิธี”เหล่าแขกที่มางานและบรรดาขุนนาง ต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความสมเพช เหตุใดเหล่าองค์ชายถึงเลือกที่จะแต่งเข้าจวนสกุลจาง แล้วยังแต่งกับสตรีที่มีสภาพไม่ต่างจากศพเช่นนี้ หรือว่าแม่ทัพจางกุมความลับอะไรของพวกเขาอยู่ องค์ชายโดนบังคับงั้นหรือ...“ส่งตัวบ่าวสาว เข้าหอ”ท่านเทพซีห่าวอุ้มลู่เสียนขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะเดินออกไปตามด้วยเหล่าองค์ชาย ซีห่าวเดินเข้าไปในห้องหอที่มีเตียงอยู่กลางห้อง เขาวางลู่เสียนลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้าของเขาออก พลางมองไปที่ลู่เสียนด้วยความสีหน้าไม่ดีนัก นางในตอนนี้ซูบผอมกว่าที่เขาเจอเมื่อครั้งที่แล้วนัก ร่างของลู่เสียนในตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่จิตวิญญาณของนาง“เจ้าอย
ลู่เสียนที่ตอนนี้แทบจะไม่มีแรงขัดขืนฮุ่ยเหอที่กำลังฉีกเสื้อผ้าของนางออก นางทำได้เพียงยิ้มสมเพชตัวเอง นางในตอนนี้ช่างไม่ต่างกับนางในชาติที่แล้วเลย ชาตินี้มีสามีหลายคนแล้วอย่างไร เป็นเทพแล้วอย่างไร เวลาผ่านไปหลายวันเช่นนี้ไม่เห็นมีผู้ใดตามหานางพบ.... ลู่เสียนเห็นทีชาติหน้าเจ้าคงต้องพึ่งแต่ตัวเองแล้ว“เจ้ายิ้มโง่อะไร”“..........”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไรนางเพียงหลับตาลงช้า ๆ ผ้าจากเสื้อด้านบนชิ้นสุดท้ายของลู่เสียนถูกฉีกออก ตอนนี้ลู่เสียนเพียงแค่เอี๊ยมและกระโปรงเท่านั้น คุณชายอี้มองสำรวจลู่เสียนก่อนจะบีบคางของลู่เสียนแน่น“นี่นะหรือหญิงงาม ไม่ต่างอะไรกับศพที่ยังมีชีวิต สวะ”“..........”“เหตุใดจึงเงียบเล่า อ้อนวอนสิ เหมือนตอนที่แม่ข้าอ้อนวอนต่อฝ่าบาทให้ไม่ส่งข้าไป”“ถุย” !!!ลู่เสียนถ่มเลือดในปากของนางลงบนหน้าของคุณชายอี้ ก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนคนเสียสติเพี๊ย!!!!หน้าของลู่เสียนหันไปตามแรงตบของคุณชายอี้ ก่อนคุณชายอี้จะเข้ามาบีบคอของนางด้วยโทสะ ฮุ่ยเหอที่เห็นลู่เสียนกำลังจะตาย ก็รีบผลักคุณชายอี้ออกทันที“ท่านจะบ้าหรือไง นางจะตายไม่ได้ ข้ายังต้องใช้เลือดนางหากิน”“แต่มันหยามข้า!!!”“ข้าบอกแล้ว







