เข้าสู่ระบบ“เจ้าแต่งให้ข้าดีหรือไม่”
ลู่เสียนได้ยินประโยคนั้นได้แต่สงสัย การที่นางนอนกับพวกเขา มันจะทำให้เกิดความรักจนต้องแต่งงานได้ยังไง เป็นพวกเขาเองมากกว่าที่ลุ่มหลงในร่างกายนาง
“ข้าไม่คิดออกเรือน”
“แต่ข้าอยากแต่งเจ้า”
องค์ชายสี่ตอบเสียงแข็ง ก่อนจะกระชับอ้อมกอดแน่น ความรู้สึกเหมือนนางจะตีตัวออกห่าง
“องค์ชายสี่ ข้าขออะไรได้ไหมเพคะ”
ลู่เสียนมีน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะลุกนั่งมององค์ชายสี่ที่ตอนนี้ รอฟังคำขอของนางอยู่
“ข้าอยากให้ท่านเข้าใจ ระหว่างเรามันไม่ได้มีความรู้สึกมาเกี่ยวข้อง มีแค่ผลประโยชน์ ต่างคนต่างตอบแทนกัน ข้าให้ท่านเป็นอาเฉิงเพื่อตอบแทนข้าเลยรักษาท่าน ส่วนเรื่องนี้เป็นเพราะข้าเอง ข้าเลยอยากบอกว่าไม่อาจแต่งให้ท่านได้.....”
“แล้ว.....เมื่อครู่เจ้าไม่รู้สึกว่ามันดีหรือไง”
“สำหรับหม่อมฉันมันดีเพคะ แต่......”
“เพราะน้องห้าใช่ไหม.....เจ้าจะแต่งให้น้องห้าใช่ไหม....แต่เจ้าเป็นของข้าแล้ว..หรือว่าเพราะเจ้าเป็นของน้องห้าเลยคิดว่าข้าจะรังเกียจเจ้า...”
“องค์ชายเพคะ.......หม่อมฉันมิอาจมีแค่องค์ชายได้.....หม่อมฉันเป็นหญิงมักมากเพคะ...”
ลู่เสียนเลือกที่จะบอกออกไป เพราะในสมัยนี้ผู้หญิงเช่นนางที่นอนกับบุรุษหลายคน ไม่มีบุรุษใดหรอกที่อยากแต่งเข้าจวน องค์ชายสี่ที่ได้ฟัง ได้แต่มองนางนิ่ง
“ข้ารับได้...”
ลู่เสียนที่ได้ฟังคำตอบได้แต่นิ่ง นางไม่คิดว่าองค์ชายสี่จะพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเช่นนี้
“องค์ชายสี่ หม่อมฉันยังยืนยันคำเดิมเพคะ”
“เจ้านี่หัวแข็งเช่นแม่ทัพจาง..... ในเมื่อไม่แต่งให้ข้าก็อย่าแต่งให้ใคร...”
“หม่อมฉันอยากให้องค์ชายแต่งชายาเอกเพคะ”
“ตัวเจ้าไม่แต่ง อยากให้ข้าแต่งหรือไง ไม่เกินไปหรือไงเห็นข้าเป็นอะไรจางลู่เสียน!!!!”
องค์ชายสี่รู้สึกอารมณ์เสียที่นางพูดเหมือนผลักให้เขาห่างจากนางแบบนี้ ไม่พอยังจะยกเขาให้คนอื่น
“อยากผลักข้าออกจากเจ้านักหรือไง”
“ทรงเข้าใจหม่อมฉันผิดแล้วเพคะ หม่อมฉันแค่อยากให้พระองค์มีองค์ชายน้อย อย่างนี้ดีหรือไม่เพคะ หม่อมฉันจะหาสาวงามมาให้พระองค์ หากถูกใจก็ทรงบอกหม่อมฉัน”
“เจ้ากำลังจะไปสินะ”
“หากพระองค์ตกลง หม่อมฉันจะอนุญาตให้มาหาหม่อมฉันได้ตอนคิดถึงเพคะ”
ลู่เสียน กลับลงไปนอนกอดองค์ชายสี่ ก่อนจะซุกหน้าลงบนอกแกร่ง นางคงต้องรีบหาสตรีนางนั้นในเร็ววันแล้ว คู่ชะตาขององค์ชายสี่ ก่อนที่นางจะตกหลุมรักหรือรู้สึกอะไรกับองค์ชายสี่จริง ๆ
“นะเพคะ”
“ตามใจเจ้า”
วันต่อมา
“สรุปคือท่านมีนางในตำหนักอยู่แล้ว แต่ไม่เคยเรียกใช้พวกนางอุ่นเตียง เพราะอะไรเพคะ”
“เหอะ พวกนางในตอนนี้ลักลอบเสพสุ่มกับองครักษ์ในตำหนัก จะให้ข้าเรียกพวกนางมาหรือไง พวกผู้หญิงไร้ยางอายเช่นนั้น”
ลู่เสียนพลางรูปคางอย่างครุ่นคิด แต่นางเห็นด้ายแดงขององค์ชายสี่ อยู่ในตำหนักของพวกนางนะสิ
“หากคู่ชะตาท่านเป็นพวกนางเล่า”
“ข้าจะฆ่านางทิ้ง”
“เหอะ ไม่ใช่ว่าหลงนางจนลืมข้าหรอกหรอ”
ลู่เสียนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงล้อเลียน
“ข้านะหรอจะลืมเจ้า ไม่มีทาง”
“ข้า คงต้องขอตัวไปสืบดู ส่วนท่านฝึกเดินต่อไป ข้าจะเรียกนางกำนัลให้”
“ข้าในตอนนี้แข็งแรงพอ ไม่อ่อนปวกเปียกให้เจ้าเหนื่อยคนเดียวเช่นเมื่อคืนแล้ว”
“ไว้คืนนี้ข้าจะพิสูจน์”
องค์ชายสี่ ยกยิ้มอย่างพอใจ ส่วนลู่เสียนเองในตอนนี้นางยังตามด้ายแดงที่นางเห็นไป อาจจะเป็นร่างกายนี้พิเศษ นางจึงสามารถมองเห็นด้ายแดงของคนอื่นได้ในบางที ลู่เสียนเดินตามได้แดงออกมาจนถึงสวน ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นองค์ชายห้ายืนกอดองค์มองนางอยู่
“ไม่คิดว่าอาจารย์จะตื่นเช้าเช่นนี้”
“เจ้ามาได้ไง”
“เมื่อคืนก่อนศิษย์กลับไปหาอาจารย์แต่ไม่คิดว่า ทั้งพี่สองและพี่สี่ จะหลงใหลในรูปโฉมนี้ขนาดนี้”
องค์ชายห้าเดินมาประชิดตัวลู่เสียนก่อนจะ ลูบไล้ไปทั่วใบหน้านาง
“ทำไมเป็นพี่สี่.....ถ้าเจ้าอยากสูบพลังวิญญาณก็ให้เป็นข้าสิ”
“เจ้ารู้เรื่องเมื่อคืน???”
“ข้าแค่ตามไปเพราะความเป็นห่วง ไม่คิดว่าเจ้ากับพี่สี่จะเสพสม จนทำให้พี่สี่พอใจถึงขนาดครางดังจนข้าสนใจ...”
องค์ชายห้า ใช้นิ้วมือลูบไล้ไปที่ริมฝีปากสวยอย่างหลงใหล
“ข้าเห็นเจ้าใช้ปากนี่กับพี่สี่....”
“องค์ชายห้า....”
“ข้าแค่จะชวนเจ้าออกนอกวัง ข้าคิดว่าปีศาจอย่างเจ้าคงจะชอบของสวยงาม ข้ามีสหายที่เปิดร้านเครื่องประดับ เจ้าจะไปไหม”
องค์ชายห้า ผละออกจากลู่เสียน ก่อนจะพูดเชิญชวน แต่ไม่สายตายังมองไปที่ริมฝีปากนาง ลู่เสียนเองที่ได้ยินว่าออกนอกวังก็ตาโต พลางคิดในใจว่าถึงเวลาที่นางจะสำรวจตลาดแล้ว
“ข้าอยากไปอีกที่มากกว่า”
“หากอาจารย์อยากไปไหนศิษย์จะพาไปเอง”
ลู่เสียนและองค์ชายห้าออกนอกวังโดยทางลับในตำหนักองค์ชายห้า เมื่อออกจากทางลับก็มีรถม้ามารอรับทั้งสอง
“ท่านหนีออกจากวังบ่อย???”
“ข้าแค่ไม่อยากอยู่ในกรง วังหลวงเป็นที่ที่เจ้าไม่ควรจะอยู่นาน ไปเถอะ”
ลู่เสียนและองค์ชายห้าขึ้นรถม้า ระหว่างทางก็พูดคุยเรื่องมากมาย ส่วนมากจะเป็นเรื่ององค์ชายที่ ไม่มีบุตร
“ว่าแต่ท่านเถอะ เมื่อไหร่จะแต่งชายา”
“บังคับพี่สี่กับพี่สองไม่พอ จะมาบังคับศิษย์อีกคนหรือท่านอาจารย์”
“เป้าหมายของข้าคือให้พวกท่าน มีเจ้าก้อนแป้งเล็ก ๆ ”
ลู่เสียนพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม ถึงตอนนั้นนางเองก็คงได้ไปเกิดใหม่แล้ว
“งั้นเจ้าก็แต่งให้ข้าสิ”
“นี่หรือว่า.....”
ลู่เสียนลุกขึ้นไปนั่งบนตักขององค์ชายห้า ก่อนจะลูบที่กรอบหน้าขององค์ชายห้าไปมา
“เจ้าจะทำอะไร...”
“ท่านหลงข้าจนโง่งมแล้ว”
ลู่เสียนยิ้มออกมาอย่างล้อเลียน ยิ่งเห็นท่าทางตกใจเป็นไก่ตื่นขององค์ชายห้า นางยิ่งนึกสนุก
“ท่านว่าในนี้มันร้อนเกินไปหรือไม่”
ลู่เสียนพูดออกมา ก่อนจะขยับเสื้อไปมา แต่ต้องตกใจที่จู่ ๆ องค์ชายห้าจับนางให้เปลี่ยนมาเป็นนั่งคร่อมบนตัวเขาแทน
“อาจารย์ ศิษย์รู้สึกน้อยใจ......”
พูดจบก็ก้มลงไปนอนซุกที่อกของนาง
“น้อยใจอะไร ข้าทำอะไรให้น้อยใจ”
“ทั้งที่ข้าเจอท่านก่อน ทำไมท่านต้องเลือกพี่สี่ด้วย”
องค์ชายหน้าพูดออกมาด้วยความน้อยใจ แต่สองมือของเขาพยายามแหวกคอเสื้อลู่เสียนออกเมื่อเห็นเนินอกขาว องค์ชายห้ายิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา แต่จางลู่เสียนที่ได้ยินแค่น้ำเสียง ก็รู้สึกสงสาร ยังไงวันนี้ก็เป็นเขาที่พานางออกมาถ้าไม่ใช่เพราะเขานางคงหาทางเข้าวังได้ยาก
“ข้าน้อยใจที่อาจารย์ยอมให้พี่สี่บีบของท่านแบบนี้ แต่ข้าไม่เคยทำ”
พูดจบองค์ชายห้าก็บีบเคล้นหน้าอกของลู่เสียน
“เจ้าก็ได้ทำแล้วนี่ไง”
“แต่ข้าได้ทำหลังพี่สี่ รู้ไหมข้าชอบอกคู่นี้ของท่านยิ่งนัก”
“องค์ชายห้า.....”
“ข้ารู้ว่ามันผิด แต่ว่าข้าอยากทำกับท่านจริง ๆ ....”
องค์ชายห้าได้แต่เรียกสติตัวเองก่อนจะซุกหน้าลงที่อกของลู่เสียน อย่างรู้สึกผิด นั่นสิระหว่างเราไม่ควรมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น แต่ลู่เสียนรู้สึกได้ถึงท่อนเอ็นที่กำลังดันก้นนางอยู่ นางลูบหัวองค์ชายห้าอย่างแผ่วเบา ก่อนจะถอนหายใจนางตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง
“งั้นเจ้าก็ลงโทษอาจารย์ของเจ้าเถิด....ในเมื่อชอบหน้าอกอาจารย์ก็ใช้มันระบายท่อนเอ็นของเจ้าจนพอใจเถิด สิ่งนี้แม้แต่องค์ชายสี่ก็ไม่เคยทำ.....”
ตอนพิเศษ เหตุเกิดเพราะความจำเสื่อม [ท่านเทพฉินซี-จางลู่เสียน]“ฟางเซียน เหตุใดนางทำกับข้าเช่นนี้”ลู่เสียนเท้าคางมองท่านเทพฉินซีที่เมามายด้วยฤทธิ์ของสุรา เขาเอาแต่พร่ำเพ้อหาแม่นางฟางเซียน ตลอดสองวันที่อยู่ที่นี่ในยามที่เขาเมาก็มักเป็นเช่นนี้ นางอยากรู้จริง ๆ ผู้หญิงแบบไหนถึงทิ้งคนที่รักนางได้“ลู่เสียน ข้าดีไม่พอหรือ”“ท่านดีพอแล้ว”“แล้วเหตุใดนางถึงทำเช่นนี้ล่ะ นางไม่อยู่แล้ว นางมักนั่งดื่มสุราเป็นเพื่อนข้าในยามนี้ไม่มีนางแล้ว”“งั้นวันนี้ข้าจะเป็นฟางเซียนให้ท่านเอง มาเถิดข้าจะเมาเป็นเพื่อนท่านเอง”ลู่เสียนยิ้มออกมา ก่อนจะหยิบจอกสุรามาดื่ม ทั้งสองดื่มสุราและพูดคุยเรื่องต่าง ๆ มากมาย อาจจะเพราะไม่ชินในฤทธิ์ของสุราของแดนสวรรค์ เลยทำให้ลู่เสียนเกิดอาการเมาอย่างรวดเร็ว นางดื่มสุราจอกสุดท้ายก่อนฟุบหลับกับโต๊ะทันที“เหตุใดจึงคออ่อนเช่นนี้”ท่านเทพฉินที่ยังพอมีสติมองไปที่ลู่เสียน เขาวางจอกเหล้าลง ก่อนเดินไปอุ้มนางทันที กลิ่นดอกบัวที่เขาคุ้นเคยลอยโชยขึ้นมาจนได้กลิ่น แม้จะเป็นดอกบัวสวรรค์เหมือนกันแต่ กลิ่นกับต่างกันโดยสิ้นเชิง กลิ่นดอกบัวของลู่เสียนในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ“เจ้า
ตอนพิเศษ คืนเข้าหอ [องค์ชายใหญ่-ลี่อิน]“ฝ่าบาทเสด็จ”เสียงดังจากหน้าประตูตำหนักดังขึ้น ฮองเฮาที่กำลังยืนรออยู่ได้แต่กลอกตามองบน นางมองบุรุษที่กำลังเดินเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับไม่ต่างจากนาง เมื่อทั้งสองสบตากันก็แสร้งยิ้มออกมา“ฮองเฮาของข้า มาเถิดเข้าไปด้านใน ข้าเกรงว่าเจ้าจะป่วย”“เพคะ”ทั้งสองโอบกอดกันด้วยรอยยิ้มก่อนจะพากันเดินเข้าไปในตำหนัก บรรดานางกำนัลและขันที ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม ที่ทั้งสองรักกันเช่นนี้ แต่ใครเลยจะรู้ความจริง“พวกเจ้าออกไปให้หมด ข้าต้องการอยู่กับฮองเฮารักของข้า”ฮองเฮาที่ได้ยินเช่นนั้นก็แสร้งทำสีหน้าเขินอาย เมื่อนางกำนัลและขันทีออกไป ทั้งสองก็ผละออกจากกันทันที“อี๋ ออกไปห่าง ๆ ข้าเลย”“แหวะ ข้าอยากจะอ้วก”ทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะเกิดอาการคลื่นไส้ ให้ตายเถอะอย่างไรก็ไม่ชิน ไม่ใช่ว่านางไม่ชื่นชอบบุรุษ แต่ว่าให้มากอดจูบบุรุษตรงหน้ามันช่าง......“ให้ตายเถอะรีบทำให้มันจบ ๆ ”ทั้งสองพยักหน้า ฮองเฮาเดินไปจุดกำยานที่ลู่เสียนเคยให้มา ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ ตรงข้ามฝ่าบาท“เจ้ารักลู่เสียน”“ใช่”ฮองเฮาพูดออกมา ก่อนจะจิบน้ำชาที่ผสมยาบำรุงสำหรับการมีบุตร“ท
ตอนพิเศษ มาเป็นฮูหยินข้า [ลู่จื้อ-ถิงถิง]ถิงถิงวัย 4 ขวบ“ถิงถิง ถ้าโตข้าจะแต่งเจ้าเข้าจวน”“แต่งเข้าจวนคืออะไร”“ข้าเองก็ไม่รู้ ท่านแม่บอกเพียงว่าให้แต่งกับคนที่ข้ารัก”“แล้วคนที่รักคืออะไร”ถิงถิงเด็กสาวเอียงคอถาม คุณชายที่อายุห่างจากนางเพียงสองปี“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ลู่เสียนเคยบอกว่า ต้องเป็นคนที่เห็นแล้วดีใจเมื่อได้เจอ”“ถิงถิงดีใจที่เจอคุณชาย เช่นนั้นถิงถิงก็รักคุณชาย คุณชายชอบเอาขนมอร่อย ๆ มาให้ถิงถิง”ถิงถิงวัย 8 ขวบ“ถิงถิง ข้ารู้มาว่าเจ้าจะไปรับใช้ลู่เสียนเหรอ”“เจ้าค่ะคุณชาย”“คุณชายอะไรกัน ข้าบอกให้เจ้าเรียกว่าพี่ลู่จื้อไง”ถิงถิงยิ้มออกมา ลู่จื้อเองเมื่อเห็นรอยยิ้มนางก็หน้าแดงก่ำ แต่สายตาเหลือบไปเห็นมือนางที่มีรอยแดง“มือเจ้าไปโดนอะไรมา”“ข้าซุ่มซ่ามทำน้ำชาหก ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ โชคดีที่คุณหนูใจดีไม่เอาเรื่องข้า”ลู่จื้อจับมือถิงถิงขึ้นมาประคองก่อนก้มลงเป่าเบา ๆ“หากมือเป็นแผล แล้วท่านแม่ไม่ชอบเจ้าจะทำเช่นไร ข้าก็จะแต่งเจ้าได้ลำบาก ตามข้ามาข้าจะหายาทาให้”“คุณชาย จะแต่งข้าจริง ๆ หรือเจ้าคะ”“ถิงถิงน้อย ย่อมต้องเป็นเจ้า”ถิงถิงวัย 18 ปี“ถิงถิง ข้าชอบเจ้า”“คือว่าข้า.....”“
“เจ้าเป็นลูกของถิงถิงหรอ”“อาหญิง ข้าจะเป็นลูกของนางได้อย่างไรกัน ท่านแม่ของข้าคือฮองเฮาส่วนท่านพ่อเป็นถึงฮ่องเต้เชียวนะ”“ลูกของลี่อิน???”ลู่เสียนมองสำรวจใบหน้า ที่มีส่วนคล้ายฝ่าบาทอยู่หลายส่วนพลางยิ้มออกมา“เจ้าคล้ายท่านพ่อของเจ้ามาก”“มีแต่คนบอกว่าข้า รูปงามเช่นท่านพ่อและท่านอา”ลู่เสียนลูบหัวคนตรงหน้า“อาหญิง ท่านงดงามนัก”หลีหมิ่นซบหน้าลงที่หน้าท้องลู่เสียนพลางลูบท้องนางเบา ๆ“ท่านอาหญิง”“หืมว่าไง”ลู่เสียนที่นั่งพิงขอบเตียง ก้มหน้าลงมองเด็กตรงหน้าอย่างเอ็นดู“ข้าอยากมีน้องสาว.....”“น้องสาว???”“ท่านแม่บอกข้าว่านางมีให้ข้าไม่ได้แล้ว เพราะนางป่วย เช่นนั้นอาหญิงช่วยมีให้ข้าได้หรือไม่”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไร นางเพียงครุ่นคิดหากนางมีบุตรจริง ๆ จะเป็นเช่นไร ในเมื่อนางเลือกจะอยู่ที่นี่แล้วย่อมต้องวางแผนสำหรับการใช้ชีวิตในชาตินี้ พลางนึกถึงยามก่อนที่จะเข้าร่าง ท่านเทพฉินซีให้นางเลือก จะกลับมา หรือไปเกิดใหม่ และนางเลือกจะกลับมา....เพล้ง!!!!เสียงของแตกดังขึ้น ลู่เสียนหันหน้าไปมองทางต้นเสียงพบว่าเป็นถิงถิง ที่มองนางอยู่“คะ...คะ..คุณหนู….”ถิงถิงน้ำตาคลอ มองหญิงสาวในชุดสีฟ้าที่นั่งยิ้ม
1 ปีต่อมา“หนึ่งคำนับฟ้า.....ลุกขึ้น”“สองคำนับดิน.....ลุกขึ้น”“สามคำนับบุพการี......ลุกขึ้น”“สามีภรรยาคำนับกันและกัน.”ชายในชุดสีแดงที่มีผ้าคลุมหน้าทั้งเจ็ดคน ต่างโค้งคำนับหญิงสาวชุดสีแดงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม่นมได้แต่มองภาพตรงหน้าผ่านม่านน้ำตา เหตุใดงานแต่งของคุณหนูจึงเป็นเช่นนี้ คุณหนูที่แสนดีของนางสมควรมีความสุขที่สุดในวันนี้สิ“รับป้ายหยกประจำตัว..จากท่านแม่ทัพจาง..”“เสร็จสิ้นพิธี”เหล่าแขกที่มางานและบรรดาขุนนาง ต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความสมเพช เหตุใดเหล่าองค์ชายถึงเลือกที่จะแต่งเข้าจวนสกุลจาง แล้วยังแต่งกับสตรีที่มีสภาพไม่ต่างจากศพเช่นนี้ หรือว่าแม่ทัพจางกุมความลับอะไรของพวกเขาอยู่ องค์ชายโดนบังคับงั้นหรือ...“ส่งตัวบ่าวสาว เข้าหอ”ท่านเทพซีห่าวอุ้มลู่เสียนขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะเดินออกไปตามด้วยเหล่าองค์ชาย ซีห่าวเดินเข้าไปในห้องหอที่มีเตียงอยู่กลางห้อง เขาวางลู่เสียนลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้าของเขาออก พลางมองไปที่ลู่เสียนด้วยความสีหน้าไม่ดีนัก นางในตอนนี้ซูบผอมกว่าที่เขาเจอเมื่อครั้งที่แล้วนัก ร่างของลู่เสียนในตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่จิตวิญญาณของนาง“เจ้าอย
ลู่เสียนที่ตอนนี้แทบจะไม่มีแรงขัดขืนฮุ่ยเหอที่กำลังฉีกเสื้อผ้าของนางออก นางทำได้เพียงยิ้มสมเพชตัวเอง นางในตอนนี้ช่างไม่ต่างกับนางในชาติที่แล้วเลย ชาตินี้มีสามีหลายคนแล้วอย่างไร เป็นเทพแล้วอย่างไร เวลาผ่านไปหลายวันเช่นนี้ไม่เห็นมีผู้ใดตามหานางพบ.... ลู่เสียนเห็นทีชาติหน้าเจ้าคงต้องพึ่งแต่ตัวเองแล้ว“เจ้ายิ้มโง่อะไร”“..........”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไรนางเพียงหลับตาลงช้า ๆ ผ้าจากเสื้อด้านบนชิ้นสุดท้ายของลู่เสียนถูกฉีกออก ตอนนี้ลู่เสียนเพียงแค่เอี๊ยมและกระโปรงเท่านั้น คุณชายอี้มองสำรวจลู่เสียนก่อนจะบีบคางของลู่เสียนแน่น“นี่นะหรือหญิงงาม ไม่ต่างอะไรกับศพที่ยังมีชีวิต สวะ”“..........”“เหตุใดจึงเงียบเล่า อ้อนวอนสิ เหมือนตอนที่แม่ข้าอ้อนวอนต่อฝ่าบาทให้ไม่ส่งข้าไป”“ถุย” !!!ลู่เสียนถ่มเลือดในปากของนางลงบนหน้าของคุณชายอี้ ก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนคนเสียสติเพี๊ย!!!!หน้าของลู่เสียนหันไปตามแรงตบของคุณชายอี้ ก่อนคุณชายอี้จะเข้ามาบีบคอของนางด้วยโทสะ ฮุ่ยเหอที่เห็นลู่เสียนกำลังจะตาย ก็รีบผลักคุณชายอี้ออกทันที“ท่านจะบ้าหรือไง นางจะตายไม่ได้ ข้ายังต้องใช้เลือดนางหากิน”“แต่มันหยามข้า!!!”“ข้าบอกแล้ว







