Mag-log in“งั้นเจ้าก็ลงโทษอาจารย์ของเจ้าเถิด....ในเมื่อชอบหน้าอกอาจารย์ก็ใช้มันระบายท่อนเอ็นของเจ้าจนพอใจเถิด สิ่งนี้แม้แต่องค์ชายสี่ก็ไม่เคยทำ.....”
“ข้าทำได้ทุกอย่างเลยจริง ๆ หรอ ท่านอาจารย์ทำให้ข้าไม่ได้หรือ กับพี่สี่ท่านยัง....”
“งั้นเจ้าก็นั่งเฉย ๆ”
ลู่เสียนลงไปนั่งคุกเข่าตรงหน้าองค์ชายหน้า ก่อนจะค่อย ๆ แหวกคอเสื้อของนางออก จนทำให้เห็นหน้าอกคู่งามทั้งสอง ด้านองค์ชายห้าเอง ก็งัดท่อนเอ็นขึ้นมา ทำให้ตอนนี้ท่อนเอ็นตั้งโด่อยู่ตรงหน้าลู่เสียน
“อาจารย์ได้โปรด”
องค์ชายห้าจับท่อนเอ็นถูริมฝีปากลู่เสียนไปมา
“ปากนี้ใช่ไหมที่ท่านใช้กับพี่สี่ จงใช้มันกับข้า...”
ลู่เสียนมองท่อนเอ็นขององค์ชายห้า ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ทันทีที่ลู่เสียนอ้าปาก องค์ชายห้าก็ดันท่อนเอ็นเข้าไปในปากของนางทันที ดันเข้าออก สอง สาม ทีก่อนจะชักท่อนเอ็นออกมา ตอนนี้น้ำลายจากปากลู่เสียนเองก็ยืดติดกับปลายลำ องค์ชายห้าจับท่อนเอ็นถูไปที่แก้มทั้งสองข้าง ก่อนจะลากมาบริเวณลำคอ ก่อนจะจ่อลำไปที่ร่องนมของลู่เสียน
“ท่านอาจารย์ในตอนนี้น่ามองยิ่งนัก”
“มาเถิด อกคู่งามของข้าพร้อมรับการลงโทษจากเจ้าแล้ว”
ลู่เสียนยิ้มหวาน ก่อนจะบีบกระชับอกให้ชิด องค์ชายห้าเองก็เริ่มดันท่อนเอ็นเข้าออกอย่างช้า ๆ อกของลู่เสียนยู่ตามลำเข้าไปแล้วปลิ้นออกตามแรงบีบ
“อืมม์...ดี”
องค์ชายห้าพึมพำออกมา ก่อนจะเริ่มเพิ่มแรงและจังหวะให้เร็วขึ้น
“ทำไมหญิงเช่นเจ้าไม่แต่งให้ข้ากันนะ...ซี๊ดดด”
“เริ่มฝืดแล้ว อาจารย์ช่วยเจ้าดีหรือไม่”
“ดียิ่ง”
องค์ชายห้าลงไปนั่งที่เดิม ส่วนลู่เสียนก็คลานไปคุกเข่าอยู่ด้านหน้า ก่อนจะจับท่อนเอ็นตรงหน้ามาชักอย่างรู้งาน ท่อนเอ็นที่โดนจับอยู่ก็กระตุกสู้มือ ลู่เสียนใช้ลิ้นเลียวนที่ปลายลำ ก่อนจะค่อย ๆ อมท่อนเอ็นจนน้ำลายเปียกโชก
“อื้มมมมม”
องค์ชายห้าหลับตาพริ้ม เคลิ้มไปกับการดูดท่อนเอ็นของลู่เสียน
บ้วบ บ้วบ บ้วบ
เสียงดูดท่อนเอ็นอย่างเมามันของลู่เสียนดังขึ้น สร้างความพึงพอใจให้องค์ชายห้ายิ่งนัก องค์ชายห้าลูบหัวลู่เสียนอย่างแผ่วเบา ด้านลู่เสียน คายท่อนเอ็นออกมา ใช้มือชักขึ้นลงแทน
“ศิษย์ข้า เจ้าพอใจไหม”
“ข้ายังอยากได้อีก...อ้า...ซี๊ดดดดดด”
องค์ชายห้าครางออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อลู่เสียนลงไปดูเลียที่พวงองุ่นด้านล่าง พร้อมทั้งยังชักท่อนเอ็นของเขาไปด้วย
“แล้วแบบนี้ละ พอใจไหม”
“ท่านจะเก่งเกินไปแล้ว....ซี๊ดดดดด...”
องค์ชายห้าตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือในลำคอ แต่ในใจกับรู้สึกมีความสุข เขาอยากจับนางมาเป็นแค่ของเขาเท่านั้น
“เอาละ มาเอาจริงกันดีกว่า..”
พูดจบก็ลงไป ดูดเลียท่อนเอ็น ลู่เสียนอ้าปากใช้ลิ้นตวัดตรงปลายอย่างรวดเร็ว พร้อมกับปรือตามาสบตาองค์ชายห้าอย่างยั่วยวน
“อ้า....อาจารย์ข้าไม่ไหวแล้ว เห็นทีต้องทำโทษท่านแล้ว”
องค์ชายห้าที่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พร้อมจับหัวลู่เสียนกดลงก่อนจะกระแทกท่อนเอ็นเข้าไปในปากจนสุดโคน
“ดียิ่ง ไม่เคยมีใครถึงใจข้าเท่าอาจารย์....ซี๊ดดดด”
บ๊วบ บ๊วบ บ๊วบ อ๊อก อ๊อก อ๊อก
องค์ชายห้าใช้มือจับหัวลู่เสียน ก่อนจะกระแทกเข้าหาตัว เสียงท่อนเอ็นกระแทกเข้าปากของลู่เสียนดังสนั่น ลู่เสียนเองตอนนี้น้ำตาคลอ รู้สึกเหมือนจะสำลัก
“อ๊า ๆ ๆ ๆ ๆๆ ซี๊ดดดดดดด เสร็จแล้ว”
อ๊อก อ๊อก อ๊อก อ๊อก
องค์ชายห้ากดหัวลู่เสียนก่อนจะกระแทกลึกสุดโคน ไม่นานร่างของเขาก็กระตุกเกร็ง เขากดหัวนางแช่ไว้ เมื่อรู้สึกว่าปลดปล่อยหมด เขาจึงปล่อยนางเป็นอิสระ
“ข้ามีความสุขยิ่งนัก ไม่คิดว่าเจ้าจะเก่งเช่นนี้”
เพี๊ย!!!
เสียงฝ่ามือของลู่เสียนตีเข้าที่หน้าขาขององค์ชายห้า
“ท่านคิดว่าท่อนเอ็นท่านเล็กหรือไง กระแทกมาแบบนั้น ข้าแทบสำลักตาย!!!”
“ข้า ขอโทษ ก็ใครใช้ให้เจ้ายั่วยวนข้าก่อน”
องค์ชายห้ายิ้มให้นางก่อนจะเช็ดมุมปากให้นางที่ตอนนี้มีคราบน้ำกามของเขาเต็มไปหมด
“จะให้ข้าไถ่โทษอย่างไรดี อาจารย์จึงจะหายโกรธข้า”
“ซื้อหอนางโลมให้ข้าสิ.....”
“ท่านคงไม่ได้วางแผนไว้แล้วหรอกกระมัง”
ลู่เสียนยักไหล่ ก่อนจะยิ้มออกมา นางจัดเสื้อผ้าตัวเอง ก่อนจะมองไปที่องค์ชายห้าที่มองนางเหมือนอ้อนวอน
“ข้ากับเจ้าเป็นศิษย์อาจารย์ แค่นี้ก็มากพอแล้ว หากเจ้าอยากใช้ท่อนเอ็นนักข้าจะพาไป”
“ไหนท่านว่าต้องการสูบพลังชีวิตกับมนุษย์ ถึงจะอยู่ได้”
“แค่เมื่อกี้ ข้าก็ได้มามากมายแล้ว เก็บท่อนเอ็นของเจ้าไปได้แล้ว”
หอนางโลม หอบุปผา...
“เอ่อ..ถึงแล้วขอรับ”
ลู่เสียนและองค์ชายห้าเดินลงมาจากรถม้า ก่อนองค์ชายห้าจะหันไปมองคนขับรถม้าที่ตอนนี้มีสีหน้าแดงก่ำ ก็รู้ได้ว่าเขารู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้านในรถม้า
“จงเงียบปากในสิ่งที่เจ้าเห็นและได้ยิน มิเช่นนั้นจะกลายเป็นคนตายที่พูดไม่ได้....”
“ขอรับ”
องค์ชายห้าเดินตามลู่เสียนไป ที่ตอนนี้นางหยุดอยู่หน้าหอนางโลม
“อาจารย์ ท่านจะเข้าไปจริง ๆ หรอ ข้าคิดว่าท่านพูดเล่นเรื่องที่จะพาข้ามา.....”
“ข้าแต่งตัวเป็นบุรุษขนาดนี้ย่อมไม่ทำให้เจ้าผิดหวัง ไปเถอะศิษย์รัก ข้าจะพาเจ้าไปใช้แท่งเอ็นให้คุ้มค่าเอง”
ลู่เสียนพูดจบก่อนเดินเข้าไปในหอนางโลม ที่ตอนนี้มีสาวงามมากมาย กำลังเรียกแขกอย่างยั่วยวน องค์ชายห้าได้แต่ส่ายหัวก่อนจะเดินตามไป
“คุณชายทั้งสอง เชิญด้านในเจ้าค่ะ หอบุปผาของเรามีสาวงามมากมายท่านเลือกได้เลยเจ้าค่ะ”
“ขอสตรีที่งดงามที่สุด ห้องที่ดีที่สุด 1 ห้อง ทั้งอาหารและสุราที่ขึ้นชื่อของที่นี่”
ลู่เสียนพูดจบก็โยนถุงเงินให้แม่เล้าไป ก่อนจะมองสำรวจรอบ ๆ หากนางจะซื้อที่นี่คงต้องเปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่าง โดยเฉพาะแม่เล้า.... ลู่เสียนและองค์ชายห้าเดินขึ้นไปด้านบน พบบุรุษมากมายที่กำลังกอด จูบ หญิงสาวที่ใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้น ลู่เสียน มองภาพนั้นจนชินตา ได้แต่ส่ายหัว
“พวกท่านเชิญห้องนี้”
ทั้งสองเดินเข้าไปในห้อง องค์ชายห้านั่งที่เก้าอี้ ส่วนลู่เสียนเดินสำรวจภายในห้อง
“เจ้าจะเดินอะไรนักหนา มีเรื่องให้คิดเยอะหรือไง”
“ข้าแค่คิดว่าจะซื้อที่นี่ ตอนนี้กำลังมองว่าจะปรับเปลี่ยนตรงไหนบ้าง”
“ที่นี่กำลังจะปิดกิจการ ที่นี่เป็นที่ที่นางโลมน้อย ส่วนอาหารและเหล้าก็ไม่ได้เรื่อง ข้าบอกเจ้าแล้วให้ไปอีกที่”
“แต่ข้าชอบที่นี่ ทำเลก็ดี แค่ต้องปรับคนและสถานที่ ว่าแต่ข้าไม่รู้เลยนะเนี่ยว่าท่านช่ำชองเรื่องหอนางโลมขนาดนี้”
“อย่าเข้าใจผิดข้าแค่...”
“องค์ชาย....”
ยังไม่ทันที่องค์ชายห้าจะพูดจบเสียงหวาน ๆ ก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ก่อนจะเปิดประตูเข้ามา เป็นผู้หญิงที่อยู่ในชุดสีม่วงผ้าเนื้อบางทำให้เห็นรูปร่างผอมบาง นางมีผิวขาวราวหิมะ ใบหน้าสวยสง่า แต่มีแววตาเศร้าหมอง นางเดินเข้ามาก่อนจะคุกเข่าลง ตรงหน้าทั้งสอง
“องค์ชายห้า ท่านมาแล้ว ท่านมาหา ลี่ถังแล้ว ข้าเชื่อว่าท่านจะหาข้าจนเจอ”
ลู่เสียนมองเหตุการณ์ตรงหน้าก่อนจะหันไปหาองค์ชายห้าอย่างต้องการคำตอบ แต่แล้วนางก็เห็นด้ายแดงที่เชื่อมถึงกัน ลู่เสียนยิ้มยกอย่างพอใจ
“แม่นาง ลุกขึ้นก่อนเถิด ศิษย์ข้าทำอะไรให้ไม่พอใจจงบอกข้ามาเถิด”
“เจ้าค่ะ”
ลี่ถัง ลุกขึ้นก่อนจะมองไปที่องค์ชายห้าด้วยสายตาสื่อความหมาย องค์ชายห้าที่ตอนนี้รู้สึกแปลกใจที่ อดีตคนรักมาอยู่ตรงหน้า
“ทำไมเจ้ามาอยู่ที่นี่ ไม่ใช่ว่าเจ้าไปอยู่กับญาติ ตามที่พ่อเจ้าบอกหรือ”
“ท่านพ่อขายข้า เพื่อเอาเงินไปให้พี่ใหญ่แต่งพี่สะใภ้ ข้าเชื่อทุกวันว่าท่านจะตามหาข้า...”
ลู่เสียนมองลี่ถังที่ตอนนี้มององค์ชายห้าน้ำตาคลอตัวสั่นเทา นางเองคงรอคอยให้องค์ชายห้ามาช่วยด้วยความหวัง ลู่เสียนในตอนนี้ร้องไห้ออกมาอย่างไม่รู้ตัว นางคิดถึงนางในโลกก่อนที่เฝ้ารออาเฉิงมาช่วย นางรู้ดีว่ามันน่ากลัวแค่ไหน....
“ลู่เสียนเจ้า.....”
ไม่ใช่ว่านางเสียใจเรื่องเขาหรอกหรือ เหตุใดน้ำตาไหล
“ข้าไม่เป็นไร แม่นางเชิญนั่งลงก่อน”
“เจ้าค่ะ”
ลี่ถังนั่งลงตามคำสั่งของลู่เสียน ทั้งสามยังไม่ทันพูดอะไร แม่เล้าก็พาผู้หญิงเข้ามามากมาย
“เชิญท่านทั้งสองเลือกพวกนางเถิดเจ้าค่ะ แม่นางน้อยในหอบุปผาของเรางดงามและทำให้พวกท่านมีความสุขในยามค่ำคืน”
“พวกข้าขอแค่แม่นางลี่ถัง ส่วนคนอื่นออกไป”
“เห็นทีจะไม่ได้เจ้าค่ะ แม่นางลี่ถัง เป็นของประมูลวันนี้ นางยังเป็นสาวที่ยังไม่เคยต้องมือชายใดเลยไม่อาจตั้งราคาได้เจ้าค่ะ”
ปัง!!!
องค์ชายห้าทุบโต๊ะอย่างแรงก่อนจะตวาดสายตามองไปที่แม่เล้า
“ไม่รู้หรือไงแค่คำสั่งข้าก็ปิดหอเล็ก ๆ ของเจ้าได้ รับเงินไปแล้วไส่หัวไปให้หมด”
ถุงเงินถูกโยนกับพื้น แม่เล้าที่รู้ว่ากำลังทำให้องค์ชายห้าโกรธนางมอง ลี่ถังอย่างเสียดายก่อนจะพาพวกสาวงามออกไป ตอนนี้ทั้งห้องเงียบสนิท
“หากพวกเจ้าอยากคุยกัน ข้าจะออกไปหาอะไรทำข้างนอก”
ลู่เสียนกำลังจะลุกขึ้น แต่โดนองค์ชายห้าดึงให้นั่งลงเช่นเดิม
“ช่วยข้าออกไปได้หรือไม่เจ้าคะ ข้าจะยอมเป็นบ่าวในจวน ยอมทำทุกอย่างที่ท่านสั่ง ถึงแม้ท่านจะไม่สามารถเสพสมกับข้าได้ แต่ข้าจะอยู่กับท่านตลอดไปเจ้าค่ะ”
ลู่เสียนที่ได้ยินได้แต่กลั้นขำออกมา พลางนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่เห็นทีแม่นางลี่ถังคงจะคิดผิดเสียแล้ว ส่วนองค์ชายห้านึกถึงเหตุการณ์ของเขาที่เคยเกือบมีอะไรกับลี่ถัง แต่เป็นเพราะเขาโดนพิษเลยทำให้ท่อนเอ็นเขาไม่รู้สึก เขาจึงทำได้เพียงใช้มือช่วยให้นางเสร็จเท่านั้น
“แม่นางลี่ถัง ศิษย์ข้าผู้นี้ ไม่อ่อนด้อยเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ในไม่ช้าเจ้าอาจจะมีเจ้าก้อนแป้งวิ่งเล่นให้ข้าดู เอาเป็นว่าเจ้าสองคนคุยกันเถิด ข้าเองจะไปเจรจาธุรกิจ ส่วนเรื่องไถ่ตัวนาง ข้าจัดการเอง และแน่นอนย่อมเป็นเงินของท่าน”
พูดจบลู่เสียนก็เดินออกจากห้องไป ทำให้ภายในห้องเงียบสนิท
“ข้าขอโทษที่มารับเจ้าช้า เจ้าคงลำบากมาก”
“ท่านไม่รังเกียจข้าใช่ไหมเจ้าคะ”
“ไม่ ข้าไม่เคยรังเกียจเจ้า”
“ขอบคุณนะเจ้าคะ”
ทั้งสองโอบกอดกัน แต่ภายในใจองค์ชายห้ายังคงสับสน ลู่เสียนนางคงไม่ได้โกรธเขาหรอกนะ ถึงได้ออกจากห้องไปเช่นนี้
“องค์ชายห้า คุณหนูจางตกบันไดไม่ได้สติพ่ะยะค่ะ!!!”
ตอนพิเศษ เหตุเกิดเพราะความจำเสื่อม [ท่านเทพฉินซี-จางลู่เสียน]“ฟางเซียน เหตุใดนางทำกับข้าเช่นนี้”ลู่เสียนเท้าคางมองท่านเทพฉินซีที่เมามายด้วยฤทธิ์ของสุรา เขาเอาแต่พร่ำเพ้อหาแม่นางฟางเซียน ตลอดสองวันที่อยู่ที่นี่ในยามที่เขาเมาก็มักเป็นเช่นนี้ นางอยากรู้จริง ๆ ผู้หญิงแบบไหนถึงทิ้งคนที่รักนางได้“ลู่เสียน ข้าดีไม่พอหรือ”“ท่านดีพอแล้ว”“แล้วเหตุใดนางถึงทำเช่นนี้ล่ะ นางไม่อยู่แล้ว นางมักนั่งดื่มสุราเป็นเพื่อนข้าในยามนี้ไม่มีนางแล้ว”“งั้นวันนี้ข้าจะเป็นฟางเซียนให้ท่านเอง มาเถิดข้าจะเมาเป็นเพื่อนท่านเอง”ลู่เสียนยิ้มออกมา ก่อนจะหยิบจอกสุรามาดื่ม ทั้งสองดื่มสุราและพูดคุยเรื่องต่าง ๆ มากมาย อาจจะเพราะไม่ชินในฤทธิ์ของสุราของแดนสวรรค์ เลยทำให้ลู่เสียนเกิดอาการเมาอย่างรวดเร็ว นางดื่มสุราจอกสุดท้ายก่อนฟุบหลับกับโต๊ะทันที“เหตุใดจึงคออ่อนเช่นนี้”ท่านเทพฉินที่ยังพอมีสติมองไปที่ลู่เสียน เขาวางจอกเหล้าลง ก่อนเดินไปอุ้มนางทันที กลิ่นดอกบัวที่เขาคุ้นเคยลอยโชยขึ้นมาจนได้กลิ่น แม้จะเป็นดอกบัวสวรรค์เหมือนกันแต่ กลิ่นกับต่างกันโดยสิ้นเชิง กลิ่นดอกบัวของลู่เสียนในตอนนี้ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ“เจ้า
ตอนพิเศษ คืนเข้าหอ [องค์ชายใหญ่-ลี่อิน]“ฝ่าบาทเสด็จ”เสียงดังจากหน้าประตูตำหนักดังขึ้น ฮองเฮาที่กำลังยืนรออยู่ได้แต่กลอกตามองบน นางมองบุรุษที่กำลังเดินเข้ามาในตำหนักด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับไม่ต่างจากนาง เมื่อทั้งสองสบตากันก็แสร้งยิ้มออกมา“ฮองเฮาของข้า มาเถิดเข้าไปด้านใน ข้าเกรงว่าเจ้าจะป่วย”“เพคะ”ทั้งสองโอบกอดกันด้วยรอยยิ้มก่อนจะพากันเดินเข้าไปในตำหนัก บรรดานางกำนัลและขันที ต่างมีสีหน้ายิ้มแย้ม ที่ทั้งสองรักกันเช่นนี้ แต่ใครเลยจะรู้ความจริง“พวกเจ้าออกไปให้หมด ข้าต้องการอยู่กับฮองเฮารักของข้า”ฮองเฮาที่ได้ยินเช่นนั้นก็แสร้งทำสีหน้าเขินอาย เมื่อนางกำนัลและขันทีออกไป ทั้งสองก็ผละออกจากกันทันที“อี๋ ออกไปห่าง ๆ ข้าเลย”“แหวะ ข้าอยากจะอ้วก”ทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้งก่อนจะเกิดอาการคลื่นไส้ ให้ตายเถอะอย่างไรก็ไม่ชิน ไม่ใช่ว่านางไม่ชื่นชอบบุรุษ แต่ว่าให้มากอดจูบบุรุษตรงหน้ามันช่าง......“ให้ตายเถอะรีบทำให้มันจบ ๆ ”ทั้งสองพยักหน้า ฮองเฮาเดินไปจุดกำยานที่ลู่เสียนเคยให้มา ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ ตรงข้ามฝ่าบาท“เจ้ารักลู่เสียน”“ใช่”ฮองเฮาพูดออกมา ก่อนจะจิบน้ำชาที่ผสมยาบำรุงสำหรับการมีบุตร“ท
ตอนพิเศษ มาเป็นฮูหยินข้า [ลู่จื้อ-ถิงถิง]ถิงถิงวัย 4 ขวบ“ถิงถิง ถ้าโตข้าจะแต่งเจ้าเข้าจวน”“แต่งเข้าจวนคืออะไร”“ข้าเองก็ไม่รู้ ท่านแม่บอกเพียงว่าให้แต่งกับคนที่ข้ารัก”“แล้วคนที่รักคืออะไร”ถิงถิงเด็กสาวเอียงคอถาม คุณชายที่อายุห่างจากนางเพียงสองปี“ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ลู่เสียนเคยบอกว่า ต้องเป็นคนที่เห็นแล้วดีใจเมื่อได้เจอ”“ถิงถิงดีใจที่เจอคุณชาย เช่นนั้นถิงถิงก็รักคุณชาย คุณชายชอบเอาขนมอร่อย ๆ มาให้ถิงถิง”ถิงถิงวัย 8 ขวบ“ถิงถิง ข้ารู้มาว่าเจ้าจะไปรับใช้ลู่เสียนเหรอ”“เจ้าค่ะคุณชาย”“คุณชายอะไรกัน ข้าบอกให้เจ้าเรียกว่าพี่ลู่จื้อไง”ถิงถิงยิ้มออกมา ลู่จื้อเองเมื่อเห็นรอยยิ้มนางก็หน้าแดงก่ำ แต่สายตาเหลือบไปเห็นมือนางที่มีรอยแดง“มือเจ้าไปโดนอะไรมา”“ข้าซุ่มซ่ามทำน้ำชาหก ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ โชคดีที่คุณหนูใจดีไม่เอาเรื่องข้า”ลู่จื้อจับมือถิงถิงขึ้นมาประคองก่อนก้มลงเป่าเบา ๆ“หากมือเป็นแผล แล้วท่านแม่ไม่ชอบเจ้าจะทำเช่นไร ข้าก็จะแต่งเจ้าได้ลำบาก ตามข้ามาข้าจะหายาทาให้”“คุณชาย จะแต่งข้าจริง ๆ หรือเจ้าคะ”“ถิงถิงน้อย ย่อมต้องเป็นเจ้า”ถิงถิงวัย 18 ปี“ถิงถิง ข้าชอบเจ้า”“คือว่าข้า.....”“
“เจ้าเป็นลูกของถิงถิงหรอ”“อาหญิง ข้าจะเป็นลูกของนางได้อย่างไรกัน ท่านแม่ของข้าคือฮองเฮาส่วนท่านพ่อเป็นถึงฮ่องเต้เชียวนะ”“ลูกของลี่อิน???”ลู่เสียนมองสำรวจใบหน้า ที่มีส่วนคล้ายฝ่าบาทอยู่หลายส่วนพลางยิ้มออกมา“เจ้าคล้ายท่านพ่อของเจ้ามาก”“มีแต่คนบอกว่าข้า รูปงามเช่นท่านพ่อและท่านอา”ลู่เสียนลูบหัวคนตรงหน้า“อาหญิง ท่านงดงามนัก”หลีหมิ่นซบหน้าลงที่หน้าท้องลู่เสียนพลางลูบท้องนางเบา ๆ“ท่านอาหญิง”“หืมว่าไง”ลู่เสียนที่นั่งพิงขอบเตียง ก้มหน้าลงมองเด็กตรงหน้าอย่างเอ็นดู“ข้าอยากมีน้องสาว.....”“น้องสาว???”“ท่านแม่บอกข้าว่านางมีให้ข้าไม่ได้แล้ว เพราะนางป่วย เช่นนั้นอาหญิงช่วยมีให้ข้าได้หรือไม่”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไร นางเพียงครุ่นคิดหากนางมีบุตรจริง ๆ จะเป็นเช่นไร ในเมื่อนางเลือกจะอยู่ที่นี่แล้วย่อมต้องวางแผนสำหรับการใช้ชีวิตในชาตินี้ พลางนึกถึงยามก่อนที่จะเข้าร่าง ท่านเทพฉินซีให้นางเลือก จะกลับมา หรือไปเกิดใหม่ และนางเลือกจะกลับมา....เพล้ง!!!!เสียงของแตกดังขึ้น ลู่เสียนหันหน้าไปมองทางต้นเสียงพบว่าเป็นถิงถิง ที่มองนางอยู่“คะ...คะ..คุณหนู….”ถิงถิงน้ำตาคลอ มองหญิงสาวในชุดสีฟ้าที่นั่งยิ้ม
1 ปีต่อมา“หนึ่งคำนับฟ้า.....ลุกขึ้น”“สองคำนับดิน.....ลุกขึ้น”“สามคำนับบุพการี......ลุกขึ้น”“สามีภรรยาคำนับกันและกัน.”ชายในชุดสีแดงที่มีผ้าคลุมหน้าทั้งเจ็ดคน ต่างโค้งคำนับหญิงสาวชุดสีแดงที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม่นมได้แต่มองภาพตรงหน้าผ่านม่านน้ำตา เหตุใดงานแต่งของคุณหนูจึงเป็นเช่นนี้ คุณหนูที่แสนดีของนางสมควรมีความสุขที่สุดในวันนี้สิ“รับป้ายหยกประจำตัว..จากท่านแม่ทัพจาง..”“เสร็จสิ้นพิธี”เหล่าแขกที่มางานและบรรดาขุนนาง ต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความสมเพช เหตุใดเหล่าองค์ชายถึงเลือกที่จะแต่งเข้าจวนสกุลจาง แล้วยังแต่งกับสตรีที่มีสภาพไม่ต่างจากศพเช่นนี้ หรือว่าแม่ทัพจางกุมความลับอะไรของพวกเขาอยู่ องค์ชายโดนบังคับงั้นหรือ...“ส่งตัวบ่าวสาว เข้าหอ”ท่านเทพซีห่าวอุ้มลู่เสียนขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะเดินออกไปตามด้วยเหล่าองค์ชาย ซีห่าวเดินเข้าไปในห้องหอที่มีเตียงอยู่กลางห้อง เขาวางลู่เสียนลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปิดผ้าคลุมหน้าของเขาออก พลางมองไปที่ลู่เสียนด้วยความสีหน้าไม่ดีนัก นางในตอนนี้ซูบผอมกว่าที่เขาเจอเมื่อครั้งที่แล้วนัก ร่างของลู่เสียนในตอนนี้ไม่เหลือแม้แต่จิตวิญญาณของนาง“เจ้าอย
ลู่เสียนที่ตอนนี้แทบจะไม่มีแรงขัดขืนฮุ่ยเหอที่กำลังฉีกเสื้อผ้าของนางออก นางทำได้เพียงยิ้มสมเพชตัวเอง นางในตอนนี้ช่างไม่ต่างกับนางในชาติที่แล้วเลย ชาตินี้มีสามีหลายคนแล้วอย่างไร เป็นเทพแล้วอย่างไร เวลาผ่านไปหลายวันเช่นนี้ไม่เห็นมีผู้ใดตามหานางพบ.... ลู่เสียนเห็นทีชาติหน้าเจ้าคงต้องพึ่งแต่ตัวเองแล้ว“เจ้ายิ้มโง่อะไร”“..........”ลู่เสียนไม่ได้ตอบอะไรนางเพียงหลับตาลงช้า ๆ ผ้าจากเสื้อด้านบนชิ้นสุดท้ายของลู่เสียนถูกฉีกออก ตอนนี้ลู่เสียนเพียงแค่เอี๊ยมและกระโปรงเท่านั้น คุณชายอี้มองสำรวจลู่เสียนก่อนจะบีบคางของลู่เสียนแน่น“นี่นะหรือหญิงงาม ไม่ต่างอะไรกับศพที่ยังมีชีวิต สวะ”“..........”“เหตุใดจึงเงียบเล่า อ้อนวอนสิ เหมือนตอนที่แม่ข้าอ้อนวอนต่อฝ่าบาทให้ไม่ส่งข้าไป”“ถุย” !!!ลู่เสียนถ่มเลือดในปากของนางลงบนหน้าของคุณชายอี้ ก่อนจะยิ้มออกมาเหมือนคนเสียสติเพี๊ย!!!!หน้าของลู่เสียนหันไปตามแรงตบของคุณชายอี้ ก่อนคุณชายอี้จะเข้ามาบีบคอของนางด้วยโทสะ ฮุ่ยเหอที่เห็นลู่เสียนกำลังจะตาย ก็รีบผลักคุณชายอี้ออกทันที“ท่านจะบ้าหรือไง นางจะตายไม่ได้ ข้ายังต้องใช้เลือดนางหากิน”“แต่มันหยามข้า!!!”“ข้าบอกแล้ว







