LOGINถ้อยคำที่เคาน์มาเอลทิ้งท้ายเอาไว้ ทำให้ซีโมนสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เยือกเย็นอย่างบอกไม่ถูก “ซีโมน..เท่าที่ข้ารู้ครอบครัวของมาเอลล้มหายตายจากไปแล้วใช่หรือไม่ ทั้งมารดา บิดาและญาติพี่น้องล้วนแล้วแต่เสียชีวิตไปหมดแล้วทั้งสิ้น..” ลูตินเอ่ยถามด้วยแววตาเย็นยะเยือก และนั่นทำให้ซีโมนยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อเบาๆ “เรื่องนั้นมันก็ใช่..” “เช่นนั้นหากหมอนั่นตายไปอีกคนเขาก็จะได้พบเจอกับครอบครัวใช่หรือไม่ ข้าควร..ทำให้เพื่อนรักได้พบเจอครอบครัวในเร็ววันอย่างนั้นสินะ” ซีโมนส่งยิ้มแห้งๆ ให้กับลูติน เขาอยากจะบอกกล่าวออกไปเหลือเกินว่านั่นเพื่อนนะโว้ย แค่สตรีนางเดียวถึงกับจะฆ่าจะแกงกันเลยงั้นเรอะ!! “ลูติน..มาเอลก็แค่ล้อเล่น เจ้าอย่าไปถือสาเขาเลยน่า..ตอนนี้หากเจ้าอยากจะเข้าหาเลดี้อแลงจริงๆ คนที่เจ้าควรกังวลคือเซอร์ลาเบนผู้นั้นต่างหาก” เมื่อลูตินได้ยินเช่นนั้นเขาก็ปรายสายตาไปมองที่เอโลอีส สิ่งที่เขาพบเห็นคือเธอกำลังแย้มยิ้ม..เป็นรอยยิ้มละมุนละไมชวนให้หัวใจรู้สึกอบอุ่น และบุรุษที่กำลังยืนอยู่ข้างๆ เธอคือเซอร์ลาเบน..เพื่อนวัยเด็กนี่มันช่างน่ารำคาญชะมัดเลยโว้ย!! หรือว่าเซอร์ลาเบนคือสามีในอนาคตของเอโลอีส ส่วนเขา..เธอมองว่าเขาคือคนคั่นเวลาอย่างนั้นหรือ? “เหอะ! ดูท่าทางของเซอร์ลาเบนสิ เขาส่งสายตามองไปรอบๆ ราวกับจะบอกกล่าวว่าเลดี้อแลงคือสตรีของเขายังไงอย่างนั้น” ซีโมนยักไหล่ “ก็แล้วมันไม่จริงรึไงล่ะ ข้าเห็นว่าครอบครัวของเซอร์ลาเบนกำลังจัดเตรียมเรื่องการสู่ขอเลดี้อแลงอยู่นะ นั่นข่าววงในสุดๆ เลยเพราะสตรีคนเมื่อคืนที่ข้าอยู่ด้วยเป็นอาจารย์สอนพิเศษให้น้องชายของเซอร์ลาเบน..ลูตินหากเจ้าอยากจะเด็ดดอกไม้งามดอกนั้นมาเชยชม เช่นนั้นเจ้าต้องรีบหน่อยแล้ว ไม่อย่างนั้นหากเลดี้อแลงแต่งงานไป รับรองได้เลยว่าเจ้าจะต้องเสียใจมากแน่ๆ” ลูตินรู้สึกว่าหูของเขามันกำลังอื้อไปหมด เมื่อเขาได้ยินคำว่า เอโลอีสจะแต่งงาน.. . . “เป็นยังไงบ้างเอโลอีส ข้าบอกเจ้าแล้วใช่ไหมว่าการเปลี่ยนบรรยากาศมาดูม้าที่กำลังวิ่งแข่งนั้นจะทำให้เจ้าอารมณ์ดีขึ้นน่ะ” เลดี้เฟมกำลังหัวเราะชอบใจกับถุงเงินของตนเองที่มันมีเหรียญทองอยู่จนเต็มถุง วันนี้เราดวงดีกันมากจริงๆ เพราะไม่ว่าจะแทงม้าตัวไหน ม้าตัวนั้นก็เข้าเส้นชัยหมดทุกตัว “นั่นสินะ ข้าชอบที่นี่นะ บรรยากาศของที่นี่ครึกครื้นมากทีเดียว” ในสนามแข่งม้าที่มีทั้งความสุข ความหวัง เสียงหัวเราะและเสียงร้องไห้ เธอไม่แปลกใจเลยว่าทำไมชนชั้นสูงทั้งหลายต่างชอบมาใช้เวลาอยู่ที่นี่ “แต่ข้าไม่ชอบที่นี่เลยให้ตายสิเฟม เจ้าพาเอโลอีสเข้ามาในสถานที่เช่นนี้ได้อย่างไรกัน” ดิโอไม่ชอบใจสายตาของเหล่าบุรุษที่กำลังมองมาที่เอโลอีสเท่าไหร่นัก แล้วยิ่งในช่วงเวลาที่เธอกำลังแย้มยิ้มออกมาด้วยความดีใจที่ม้าของเธอชนะการเดิมพัน รอยยิ้มนั้นมันช่างเป็นรอยยิ้มที่งดงามจนชวนให้ผู้พบเห็นรู้สึกเคลิบเคลิ้ม..หากเลือกได้ดิโอก็อยากจะเก็บรอยยิ้มของเธอนั้นเอาไว้ดูคนเดียวเท่านั้น.. “เป็นบ้าอะไรกันดิโอ ใจคอเจ้าจะให้เอโลอีสของเราอยู่ที่คฤหาสน์เพียงอย่างเดียวเลยรึไง นางต้องออกมาเปิดหูเปิดตาบ้างสิ ไม่อย่างนั้นเอโลอีสจะหาสามีดีๆ ได้อย่างไรกัน! หวงไม่เข้าเรื่องจริงๆ” เฟมกล่าวพร้อมกับมองดิโอด้วยแววตาที่ไม่พอใจ “ก็ข้านี่ไง! สามีดีๆ ที่เจ้ากำลังตามหาให้เอโลอีสน่ะ” “......” ความเงียบกำลังปกคลุมเราทั้งสามคนเอาไว้ บรรยากาศครึกครื้นพลันจางหาย เอโลอีสปรายสายตาไปมองหน้าของดิโอด้วยความตกใจกับคำกล่าวที่แสนน่าอึดอัดของเขา แต่เมื่อเธอมองเห็นแววตาที่แน่วแน่และไร้ความล้อเล่นของเขาเอโลอีสก็เดินถอยไปอยู่ด้านหลังของเฟมในทันที “ฮะ..ฮ่า นั่นเจ้าพูดเล่นอะไรกันดิโอ ให้ตายสินี่มันเป็นเรื่องล้อเล่นที่ตลกชะมัดเลย..มาเถอะๆ มาลงเดิมพันรอบต่อไปกันดีกว่า” เฟมกำลังพยายามที่จะพลิกสถานการณ์เพื่อให้บรรยากาศแสนครึกครื้นของพวกเราทั้งสามคนมันกลับมาอีกครั้ง แต่ดูเหมือนมันไม่ดีขึ้นเลย “ข้าไม่ได้ล้อเล่นนะ ข้าจริงจังและท่านพ่อท่านแม่ของข้าก็น่าจะเดินทางไปที่ คฤหาสน์อแลงเพื่อสู่ขอเจ้าแล้วด้วยเอโลอีส ในเมื่อเจ้ารู้เช่นนี้แล้ว เจ้าก็ควรตามข้ากลับไปที่คฤหาสน์เพื่อทำให้เรื่องของเรามันถูกต้องและสมบูรณ์” นั่นเขาบ้าไปแล้วหรืออย่างไร สู่ขอ? แต่งงาน? ทำไมถึงไม่คิดจะถามเธอสักคำเลยล่ะ “ดิโอ..เจ้าเป็นบ้าไปแล้วรึไง” เฟมพยายามบอกกล่าวให้ดิโอหยุดเรื่องของเขาเอาไว้เพียงแค่นั้น ไม่อย่างนั้นระหว่าง ดิโอและเอโลอีสคงมองหน้ากันไม่ติดอย่างแน่นอน “ดิโอ..ข้าไม่มีความคิดที่จะแต่งงานกับเจ้าเลย ทำไมถึงได้ทำการสู่ขอโดยไม่ปรึกษาหรือเอ่ยถามข้าสักคำล่ะ!!” เอโลอีสกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ น้ำเสียงของเธอมันเต็มไปด้วยความไม่พอใจ “ทั้งสองคนใจเย็นๆ ก่อนนะ ข้าคิดว่าเราควรออกไปคุยเรื่องนี้กันที่อื่นดีหรือไม่ ตามข้ามาสิ..เราอย่ามาเถียงกันตรงนี้เลยนะ” เฟมจูงมือของเอโลอีสและดิโอเดินออกมาจากสนามม้า ไม่ไกลจากที่นี่คือร้านน้ำชาของเธอเองเพราะอย่างนั้นเฟมจึงพาเพื่อนทั้งสองขึ้นมายังชั้นบนของร้านน้ำชาเพื่อให้พวกเขาทั้งสองได้พูดคุยและทำความเข้าใจกัน “ข้าดูแลเจ้าได้อย่างแน่นอน การแต่งงานกับข้าจะทำให้เจ้ามีกินมีใช้และสบายไปทั้งชาตินี้ เจ้าจะได้รับเกียรติอันสูงสุดที่ได้เป็นภรรยาของข้า..แล้วมันไม่ดีตรงไหนกันเอโลอีส ข้ามีความจริงใจให้เจ้าเสมอ..แต่ไหนแต่ไรข้าก็ยอมเจ้ามาตลอด..การเป็นภรรยาของข้าจะทำให้เจ้ามีความสุขนะ” เอโลอีสพ่นลมหายใจออกมายาวผ่านทางปลายจมูก สิ่งที่ดิโอ กล่าวออกมานั้นมันทำให้เธอไม่พอใจเอาซะเลย “ข้าไม่ได้แต่งงานเพราะต้องการคนดูแลสักหน่อย แต่ข้าจะแต่งงานกับคนที่ข้ารักเท่านั้น!! อีกอย่างก่อนที่เจ้าจะทำการสู่ขอหรือว่าจะพาท่านลุงและท่านป้าไปที่คฤหาสน์ของข้า เจ้าควรมาบอกกล่าวกับข้าก่อนสิ ควรรับฟังความเห็นของข้าไม่ใช่มามัดมือชกข้าแบบนี้ ขนาดยังไม่แต่งงานกันเจ้ายังอยากให้ข้าอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าเลย แล้วหากแต่งงานกันไปเจ้าไม่กักขังข้าให้เหี่ยวแห้งตายอยู่ที่คฤหาสน์อย่างนั้นหรือ!” เธอเชิดหน้าไม่แม้แต่จะปรายตามองหน้าเขาด้วยซ้ำ “ข้าไม่แต่งกับเข้าแน่นอนดิโอ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเช่นไรข้าก็ไม่คิดแต่งงานกับเจ้า!!”
จูบของพวกเขาเหมือนการเต้นรำภายใต้แสงจันทร์ ความอ่อนโยนในทุกจังหวะสะท้อนถึงความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ ทุกสิ่งอย่างมันดีงามมากเหลือเกิน ทั้งจุมพิตแสนหวานนี้ สถานที่ที่อยู่ด้านในสวนที่ดูราวกับว่าเรากำลังอยู่ในความฝัน..หากไม่มีเสียงทักทายนั้นของเสด็จพี่ที่ทักทายขึ้นมาลูตินละริมฝีปากออกจากกลีบปากแสนเย้ายวนของเอโลอีส เขาดึงรั้งเธอเข้ามาในอ้อมแขนพร้อมกับผลักเธอเข้ามาเพื่อให้ใบหน้างามแนบชิดไปกับหน้าอกแกร่งของเขา และอีกนัยหนึ่งก็เพื่อไม่ให้เสด็จพี่ของเขาเห็นใบหน้าของเธอ“ลูติน..เจ้าไม่เคยกระทำเรื่องเช่นนั้นในพระราชวัง..เจ้ารู้ถึงจุดยืนของเจ้าดีว่าแกรนด์ดยุคควรปฏิบัติตนอย่างไร”ลูตินก้มหน้าลงเพื่อเป็นการขอโทษเสด็จพี่ของเขา เขาหลุบตาลงเล็กน้อยเพื่อมองสตรีในอ้อมแขน หากเขามองไม่ผิด ลูตินคิดว่าเขากำลังมองเห็นรอยยิ้มของเธอที่กำลังระบายยิ้มหวานคล้ายสะใจ..หรือว่านี่คือสาเหตุที่เธอดึงใบหน้าของเขาเข้าไปจูบเพราะต้องการให้เขาถูกตำหนิอย่างนั้นหรือ? หงส์ขาวตัวน้อยในที่สุดก็เริ่มจิกกัดเขาเป็นแล้วอย่างนั้นสินะ“กระหม่อมขออภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะเสด็จพี่..คงเพราะว่าสตรีในอ้อมแขนของกระหม่อมนั้นพิเศษมากกว่าสตรีอื่น กระหม่
กับท่านเคาน์มาเอลและท่านซีโมน เอโลอีสเคยเห็นใบหน้าของทั้งสองท่านมาแล้ว เรื่องรูปลักษณ์ของพวกเขา..ต้องยอมรับเลยว่าทั้งสองท่านมีความหล่อเหลาที่โดดเด่นมากกว่าบุรุษผู้อื่นมากทีเดียว นั่นคงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมท่านเคาน์มาเอลและท่านซีโมนถึงได้ใช้ชีวิตเสเพล เป็นคุณชายที่ผลัดเปลี่ยนสตรีไม่ซ้ำหน้า..เธอก้มหน้าเล็กน้อยเมื่อท่านเคาน์มาเอลส่งยิ้มให้เธอ เขาเป็นคนแรกที่เดินเข้ามาในงานเลี้ยงแห่งนี้ โดยที่ด้านหลังของท่านเคาน์คือท่านซีโมนที่กำลังยกมือเพื่อทักทายสตรีที่กำลังมองมาทางเขา..การปรากฏตัวของทั้งสองท่านนั้นสร้างความฮือฮาให้กับงานเลี้ยงมากพอสมควร..เพราะพวกเขาทำให้สายตาของสตรีทุกคู่ในงานเลี้ยงจับจ้องไปที่ใบหน้าของพวกเขาทั้งสอง“ท่านแกรนด์ดยุคมาแล้ว!!”บุรุษที่ตามมาเป็นท่านสุดท้ายคือแกรนด์ดยุคอองดรีซึ่งเป็นผู้ได้ชื่อว่าเป็นตัวร้ายของนิยายเรื่องนี้..เขาเดินเข้ามาในงานเลี้ยงพร้อมกับปรายสายตาไปรอบๆ ราวกับว่าท่านแกรนด์ดยุคกำลังมองหาผู้ใดอยู่ยังไงอย่างนั้นและในวินาทีที่เขามองเห็นเจ้าของเรือนผมที่ทองที่มีความสามารถในการปั่นหัวเขาเล่นอยู่หลายวัน สายตาของแกรนด์ดยุคก็จ้องมองมายังที่เอโลอีสที่กำลังยืนตัว
“เรื่องนั้นข้าไม่รีบร้อน และข้าเองก็เชื่อว่าบุตรีของข้าก็ไม่รีบร้อนเช่นเดียวกัน”ท่านเคาน์อแลงกล่าวคำปฏิเสธออกมาอย่างชัดเจน เขามีลูกสาวเพียงคนเดียวเท่านั้น และเขาไม่มีความคิดที่จะบังคับให้เอโลอีสแต่งงานเลยด้วย ตระกูลอแลงมิได้ขัดสนเรื่องเงินหรือว่าอยากได้ใคร่ดีกับอำนาจของผู้อื่นเลยด้วยซ้ำ ฉะนั้นแล้วท่านเคาน์อแลงจึงตามใจเอโลอีสในเรื่องของคู่ครองยิ่งนัก“ข้าเองก็ไม่ได้รีบร้อนเช่นเดียวกัน ข้าเพียงเห็นว่าเอโลอีสและดิโอเป็นเพื่อนเล่นกันมานาน ทั้งสองคนย่อมมีความสนิทสนมกันมาก และนั่นคือพื้นฐานที่ดีของชีวิตคู่..แค่ท่านเคาน์รับรู้เจตนาของข้าและดิโอ เพียงเท่านั้นข้าก็ดีใจมากๆ แล้วครับ”บิดาและมารดาของดิโอทำได้เพียงแค่ส่งยิ้มแห้งๆให้กับท่าน เคาน์ผู้ยืนยันหนักแน่นถึงการเคารพการตัดสินใจของบุตรี“..ข้าจะยินยอมให้เอโลอีสแต่งงานกับบุรุษที่นางมาบอกกล่าวกับข้าเอง ว่านางอยากจะแต่งงานกับชายผู้นั้น เรื่องความรักข้าไม่คำนึงถึงฐานะอันใดหรอกนะครับ ข้าสนใจเพียงแค่ว่าชายผู้นั้นจะทำให้ลูกสาวของข้ามีความสุขจริงๆ รึเปล่า”เงื่อนไขแสนธรรมดาที่บ่งบอกได้ว่าท่านเคาน์อแลงนั้นรักลูกสาวของเขาอย่างสุดหัวใจเพราะฉะนั้นบ
ถ้อยคำที่เคาน์มาเอลทิ้งท้ายเอาไว้ ทำให้ซีโมนสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เยือกเย็นอย่างบอกไม่ถูก“ซีโมน..เท่าที่ข้ารู้ครอบครัวของมาเอลล้มหายตายจากไปแล้วใช่หรือไม่ ทั้งมารดา บิดาและญาติพี่น้องล้วนแล้วแต่เสียชีวิตไปหมดแล้วทั้งสิ้น..”ลูตินเอ่ยถามด้วยแววตาเย็นยะเยือก และนั่นทำให้ซีโมนยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อเบาๆ“เรื่องนั้นมันก็ใช่..”“เช่นนั้นหากหมอนั่นตายไปอีกคนเขาก็จะได้พบเจอกับครอบครัวใช่หรือไม่ ข้าควร..ทำให้เพื่อนรักได้พบเจอครอบครัวในเร็ววันอย่างนั้นสินะ”ซีโมนส่งยิ้มแห้งๆ ให้กับลูติน เขาอยากจะบอกกล่าวออกไปเหลือเกินว่านั่นเพื่อนนะโว้ย แค่สตรีนางเดียวถึงกับจะฆ่าจะแกงกันเลยงั้นเรอะ!!“ลูติน..มาเอลก็แค่ล้อเล่น เจ้าอย่าไปถือสาเขาเลยน่า..ตอนนี้หากเจ้าอยากจะเข้าหาเลดี้อแลงจริงๆ คนที่เจ้าควรกังวลคือเซอร์ลาเบนผู้นั้นต่างหาก”เมื่อลูตินได้ยินเช่นนั้นเขาก็ปรายสายตาไปมองที่เอโลอีส สิ่งที่เขาพบเห็นคือเธอกำลังแย้มยิ้ม..เป็นรอยยิ้มละมุนละไมชวนให้หัวใจรู้สึกอบอุ่น และบุรุษที่กำลังยืนอยู่ข้างๆ เธอคือเซอร์ลาเบน..เพื่อนวัยเด็กนี่มันช่างน่ารำคาญชะมัดเลยโว้ย!!หรือว่าเซอร์ลาเบนคือสามีในอนาคตของเอโลอีส ส่วนเขา..เ
“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะลูติน หรือว่าวันนี้ม้าที่เจ้าลงเดิมพันมันวิ่งได้ห่วยรึไง”ซีโมนเอ่ยถามพร้อมกับปรายสายตาลงไปมองที่สนามแข่งม้า“นี่ซีโมน..ปกติแล้วหลังจากที่เจ้ากระทำเรื่องเช่นนั้น เมื่อตื่นขึ้นมาก่อนที่เจ้าจะแยกทางกัน เจ้าทำอย่างไร..”นั่นมันคำถามอะไรวะนั่น ซีโมนวางฝ่ามือของเขาลงบนหน้าผากของลูติน“เจ้าไม่สบายรึเปล่าลูติน ถามคำถามแบบนั้นทำไมกัน ปกติเราต่างหากที่เป็นฝ่ายลุกออกจากเตียงก่อน เพราะไม่อยากอยู่รอจนถึงช่วงเช้าเพื่อให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดว่าเรามีใจน่ะ”ใช่ไหมล่ะ ปกติเขาก็เป็นเช่นนั้น เมื่อถึงรุ่งเช้าเป็นเขาที่ต้องลุกขึ้นก่อนแล้ววางของมีค่าเอาไว้ให้สตรีที่นอนอยู่บนเตียง นั่นก็เพื่อให้เราเข้าใจตรงกันว่าเขาไม่ต้องการสานต่อความสัมพันธ์ในครั้งนี้“..แล้วสมมุติว่าสตรีผู้นั้นลุกออกไปก่อนเจ้าล่ะ”ซีโมนยกมือขึ้นมาลูบคางเบาๆ“เรื่องนั้นไม่เคยเกิดขึ้นกับข้ามาก่อนเลย แต่หากให้เดานะที่สตรีผู้นั้นลุกขึ้นไปก่อนอาจจะเป็นเพราะว่าลีลาและท่าทางของเจ้ามันห่วยจนเกินจะรับไหวอะไรแบบนั้นรึเปล่า”คำตอบนั้นทำให้ลูตินหน้าชาไปหมด เขายกแก้วสุราขึ้นมาดื่มเพื่อเรียกสติของตัวเองกลับมา อันที่จริงเขาก็แอบๆ คิดถึ
เอโลอีสลืมตาขึ้นมาในกลางดึก เธอผล็อยหลับไปเพราะความเหนื่อยล้า และเมื่อตื่นขึ้นมาอีกทีก็ไม่เห็นท่านลูเซียนนอนอยู่ข้างกายเสียแล้ว..ในใจเกิดเป็นความรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาพร้อมกับคำถามที่อัดแน่นอยู่ในนั้น..หรือว่าที่เขาจากไปมันเป็นเพราะว่าเขาต้องการบอกกล่าวเป็นนัยๆ ถึงจุดจบของความสัมพันธ์เธอและเขาเมื่อได้บทสรุปเช่นนั้นอยู่ๆ น้ำตาที่พึ่งจะแห้งเหือดไปมันก็รินไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอลุกขึ้นพร้อมกับเดินไปหยิบชุดเดรสที่แขวนอยู่มาสวม เอโลอีสใช้หลังมือในการเช็ดน้ำตาเป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว..ในเมื่อเขาไม่ได้คิดอะไรกับเธอเช่นนั้นให้มันจบลงเร็วๆ ก็ดีแล้วล่ะเธอจัดการยืนสงบสติอารมณ์อีกพักหนึ่งก่อนจะเดินออกไปจากที่นี่..เธอไม่ควรกลับไปที่คฤหาสน์ในยามนี้ เพราะอย่างนั้นเอโลอีสจึงเลือกที่จะไปหาเฟมที่คฤหาสน์ ความเจ็บปวดจากตรงส่วนนั้นส่งผลให้การเดินนั้นยากลำบากมากพอสมควร..เธอกัดฟันแน่นพร้อมกับดึงสติของตัวเองกลับมา..ไม่เป็นไร..เธอจะผ่านความเจ็บปวดนี้ได้ และเธอจะกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งในเร็ววัน..“ดูสภาพเจ้าสิ..ให้ตายเถอะไม่บอกก็รู้ว่าเจ้าคงจะพบเจอกับความสัมพันธ์ที่มันไม่สวยหรูเท่าไหร่ใช่ไหม..เอโลอีสไม่ต้อ







