เข้าสู่ระบบจูบของพวกเขาเหมือนการเต้นรำภายใต้แสงจันทร์ ความอ่อนโยนในทุกจังหวะสะท้อนถึงความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ ทุกสิ่งอย่างมันดีงามมากเหลือเกิน ทั้งจุมพิตแสนหวานนี้ สถานที่ที่อยู่ด้านในสวนที่ดูราวกับว่าเรากำลังอยู่ในความฝัน..หากไม่มีเสียงทักทายนั้นของเสด็จพี่ที่ทักทายขึ้นมา
ลูตินละริมฝีปากออกจากกลีบปากแสนเย้ายวนของเอโลอีส เขาดึงรั้งเธอเข้ามาในอ้อมแขนพร้อมกับผลักเธอเข้ามาเพื่อให้ใบหน้างามแนบชิดไปกับหน้าอกแกร่งของเขา และอีกนัยหนึ่งก็เพื่อไม่ให้เสด็จพี่ของเขาเห็นใบหน้าของเธอ “ลูติน..เจ้าไม่เคยกระทำเรื่องเช่นนั้นในพระราชวัง..เจ้ารู้ถึงจุดยืนของเจ้าดีว่าแกรนด์ดยุคควรปฏิบัติตนอย่างไร” ลูตินก้มหน้าลงเพื่อเป็นการขอโทษเสด็จพี่ของเขา เขาหลุบตาลงเล็กน้อยเพื่อมองสตรีในอ้อมแขน หากเขามองไม่ผิด ลูตินคิดว่าเขากำลังมองเห็นรอยยิ้มของเธอที่กำลังระบายยิ้มหวานคล้ายสะใจ.. หรือว่านี่คือสาเหตุที่เธอดึงใบหน้าของเขาเข้าไปจูบเพราะต้องการให้เขาถูกตำหนิอย่างนั้นหรือ? หงส์ขาวตัวน้อยในที่สุดก็เริ่มจิกกัดเขาเป็นแล้วอย่างนั้นสินะ “กระหม่อมขออภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะเสด็จพี่..คงเพราะว่าสตรีในอ้อมแขนของกระหม่อมนั้นพิเศษมากกว่าสตรีอื่น กระหม่อมก็เลยไม่อาจหักห้ามใจตัวเองได้” เมื่อกล่าวจบลูตินก็จับเข้าที่ไหล่ทั้งสองข้างของเอโลอีส เพื่อหมุนให้เธอหันหน้าไปหาองค์จักรพรรดิ และเพราะการหมุนที่ไม่ทันได้ตั้งตัว นั่นทำให้เธอเซถลาล้มลงในอ้อมแขนของเขา.. เอโลอีสเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับคำกล่าวของเขา..นอกจากเขาจะไม่ยินยอมถูกเธอเล่นงานแล้ว เขายัง..โต้กลับอย่างสวยงามอีกงั้นหรือ “..มะ..หม่อมฉันเสียมารยาทแล้วเพคะ ขอถวายความเคารพแด่ดวงอาทิตย์ของจักรวรรดิ” เธอพยายามหลีกเลี่ยงการกล่าวแนะนำตัวที่ต้องบอกชื่อตระกูลออกไป เพราะว่านี่มันอันตรายนิดหน่อย “นี่คือเลดี้อแลงพ่ะย่ะค่ะเสด็จพี่ เรากำลังคบหาดูใจกันอยู่” ลูตินกุมมือของเอาโลอีสเอาไว้พร้อมกับยกมือที่กำลังกุมแน่นของเราขึ้นมาให้องค์จักรพรรดิหรือว่าพี่ชายของเขาดู เอโลอีสส่ายหน้าเบาๆ เพื่อจะบอกว่าสิ่งที่แกรนด์ดยุคกล่าวออกไปนั้นมันไม่เป็นความจริง แต่ทว่าดูเหมือนพระองค์จะไม่ได้สนใจท่าทีของเธอเลยแม้แต่น้อย เสียงหัวเราะดังก้องขึ้นมาทั่วบริเวณ องค์จักรพรรดิทรงยิ้มอย่างอารมณ์ดี “เลดี้อแลงอย่างนั้นสินะ ข้าจะจดจำชื่อของเจ้าเอาไว้..ไปกันเถิด ข้าไม่อยากรบกวนเวลาของคู่รักสุดร้อนแรง..แต่ลูตินข้าคิดว่าเจ้าพาเลดี้อแลงไปที่พระราชวังของเจ้าจะดีกว่า..เพราะที่นั่นเป็นส่วนตัวแล้วก็เงียบมากทีเดียว เจ้าทั้งสองจะได้พูดคุยกันมากกว่านี้ไง..แล้วก็ว่างๆ พานางมาหาหาข้าบ้างสิ มาทานมื้อเย็นแบบครอบครัวน่ะ” ไปกันใหญ่แล้ว เอโลอีสอยากจะขัดการสนทนานั้นแล้วบอกกล่าวกับองค์จักรพรรดิว่าพระองค์กำลังเข้าใจผิด อย่างมหันทีเดียว “พ่ะย่ะค่ะเสด็จพี่..” หลังจากนั้นองค์จักรพรรดิก็ทรงเดินจากไปพร้อมกับรอยยิ้มที่แสนยินดี ทิ้งให้เอโลอีสยืนแข็งค้างอยู่ตรงนั้น “นี่เอโลอีส..ได้ยินแล้วใช่ไหมว่าเสด็จพี่ของข้านั้นมีพระประสงค์อยากจะให้ข้าพาเจ้าเข้ามาที่พระราชวังน่ะ เอาไว้ข้าจะส่งคนไปที่ คฤหาสน์อแลงเพื่อส่งบัตรเชิญก็แล้วกัน” เธอกำลังพยายามหาคำตอบจากการ กระทำของเขา ทำไมกันนะเขาถึงชอบทำให้เธอหมดสิ้นหนทางอยู่เรื่อย “ทำไมไม่ปฏิเสธไปล่ะคะ ทั้งๆที่เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย..” เป็นท่านแกรนด์ดยุคต่างหากที่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอเลย..เขาจะมาปั่นหัวเธอเล่นทำไมกัน “เรื่องนั้นเป็นเจ้าไม่ใช่รึไงที่ดึงข้าไปจูบ น่ะ เจ้าต้องการทำเรื่องเช่นนั้นเพื่อให้เสด็จพี่ของข้าเห็น ไม่ใช่เพราะว่าเจ้าต้องการแสดงความเป็นเจ้าของข้าหรอกหรือเอโลอีส” เธอไม่คิดว่าผู้ที่เดินทางคือองค์จักรพรรดินี่ เธอคิดว่าผู้ที่เดินมาคือองค์หญิงหรือไม่ก็จักรพรรดินี..เธอต้องการให้ชื่อเสียงของเขามันเสื่อมเสียบ้าง เพราะหากมีข่าวว่าแกรนด์ดยุคกำลังพลอดรักกับสตรีในพระราชวัง แน่นอนว่าชื่อเสียงของเขาจะต้องป่นปี้แน่ๆ สตรีที่เขาหลอกลวงพวกนางเอาไว้ก็จะได้ตาสว่าง..เหมือนกับเธอในตอนนี้ยังไงล่ะ “ข้า..ขอตัวก่อนนะคะ” เธอเลือกที่จะเดินหนีแต่มีหรือที่ลูตินจะยินยอมให้เธอหนีน่ะ เขาเดินเข้าไปหาเอโลอีสแล้วแบกเธอขึ้นมาไว้บนไหล่.. “ท่านแกรนด์ดยุคคะ!!” “มาจูบข้าแล้วจะทิ้งกันไปง่ายๆ งั้นหรือ ฝันไปเถอะ ข้าไม่ยอมให้เจ้าทิ้งไปง่ายๆ อีกแล้ว” เธอเคยไปทิ้งเขาตอนไหนกัน เท่าที่จำได้มีเพียงแค่เขาเท่านั้นที่ทิ้งเธอไปน่ะ “ปะ..ปล่อยนะคะ หากท่านแกรนด์ดยุคไม่ปล่อยข้าจะเรียกคนมาช่วย” ลูตินแค่นหัวเราะ “เอาสิ..เรียกเลย จะกรีดร้องให้ดังมากแค่ไหนก็ตามใจเจ้าเลย มาดูกันสิว่าจะมีใครหน้าไหนกล้าเข้ามาขัดขวางข้ารึเปล่า!!” เขาไม่พูดเปล่าแต่กลับเร่งฝีเท้าให้เร็วมากยิ่งขึ้นเพื่อพาเธอไปยังพระราชวังของเขา..ไปในที่ที่เราใช้เวลาในค่ำคืนแรกด้วยกัน ..................... นี่หากเดาไม่ผิด..เอโลอีสหายไปอีกแล้วงั้นเรอะ! มาพระราชวังครั้งที่สองก็ยังคงหายไปเหมือนเดิม หรือว่าเพื่อนรักของเธอหลงทางกันนะ ในใจของเฟมถึงแม้ว่าอยากจะเพลิดเพลินกับงานเลี้ยงมากแค่ไหน แต่เธอก็อยากจะตามหาเพื่อนรักก่อน “เลดี้เบนัว..วันนี้ก็ยังคงงดงามเช่นเดิมเลยนะครับ” เฟมก้มหน้าลงพร้อมกับระบายยิ้มหวานให้กับบารอนนิคที่เราเคยคบหากันอยู่ช่วงหนึ่ง “สายัณห์สวัสดิ์ค่ะท่านบารอน ขอให้ท่านเพลิดเพลินไปกับงานเลี้ยงนี้นะคะ” เธอพยายามสลัดหมอนั่นออกไปเพราะขยะที่ทิ้งไปแล้ว..เธอไม่คิดเก็บมันขึ้นมาเชยชมอีกครั้งหรอก เฟมเดินเข้าไปในสวนของพระราชวัง หากเธอจำไม่ผิดครั้งล่าสุดเธอเห็นเอโลอีสยืนคุยกับบุรุษผู้หนึ่งที่นี่ แล้วตอนนี้เพื่อนตัวดีของเธอหายไปไหนกันนะ “นี่คือกลยุทธ์การเรียกร้องความสนใจแบบใหม่อย่างนั้นหรือครับเลดี้เฟม ทำเป็นไม่สนใจแต่สุดท้ายเลดี้ก็เดินเข้ามายังที่ห่างไกลผู้คนราวกับจะยั่วข้ายังไงอย่างนั้น” สิ่งที่พลาดมากที่สุดในชีวิตของเธอคือการ..คบกับหมอนี่อย่างนั้นสินะ เฟมปัดมือของบารอนนิคออกไปในทันทีด้วยความรู้สึกขยะแขยง “ข้ามาตามหาเอโลอีสค่ะ ไม่ได้คิดจะเรียกร้องความสนใจอะไรจากท่านเลยหากรู้แล้วก็..เชิญกลับไปยังงานเลี้ยงเถอะค่ะ” คำกล่าวที่ชัดเจนของเธอดูเหมือนจะไร้ผลเมื่อบารอนนิคก้าวเดินเข้ามาหาเธอใกล้ยิ่งขึ้น “ของมันเคยๆ กันอยู่แล้ว..ขออีกครั้งไม่ได้รึไงเลดี้เฟม ข้ารู้หรอกน่าว่าเจ้าก็อยาก..กางขาออกสิข้าจะทำให้ก่อน..” “ผลัวะ!!” “พูดไม่รู้เรื่องรึไงวะ นางบอกว่าไม่อยากยุ่งกับแกไง!!” เฟมไม่รู้ว่าท่านเคาน์มาเอลโผล่ออกมาจากพุ่มไม้ได้อย่างไร แต่ในยามนี้เขากำลังรัวหมัดใส่หน้าของบารอนนิคอย่างไม่คิดยั้งมือจูบของพวกเขาเหมือนการเต้นรำภายใต้แสงจันทร์ ความอ่อนโยนในทุกจังหวะสะท้อนถึงความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ ทุกสิ่งอย่างมันดีงามมากเหลือเกิน ทั้งจุมพิตแสนหวานนี้ สถานที่ที่อยู่ด้านในสวนที่ดูราวกับว่าเรากำลังอยู่ในความฝัน..หากไม่มีเสียงทักทายนั้นของเสด็จพี่ที่ทักทายขึ้นมาลูตินละริมฝีปากออกจากกลีบปากแสนเย้ายวนของเอโลอีส เขาดึงรั้งเธอเข้ามาในอ้อมแขนพร้อมกับผลักเธอเข้ามาเพื่อให้ใบหน้างามแนบชิดไปกับหน้าอกแกร่งของเขา และอีกนัยหนึ่งก็เพื่อไม่ให้เสด็จพี่ของเขาเห็นใบหน้าของเธอ“ลูติน..เจ้าไม่เคยกระทำเรื่องเช่นนั้นในพระราชวัง..เจ้ารู้ถึงจุดยืนของเจ้าดีว่าแกรนด์ดยุคควรปฏิบัติตนอย่างไร”ลูตินก้มหน้าลงเพื่อเป็นการขอโทษเสด็จพี่ของเขา เขาหลุบตาลงเล็กน้อยเพื่อมองสตรีในอ้อมแขน หากเขามองไม่ผิด ลูตินคิดว่าเขากำลังมองเห็นรอยยิ้มของเธอที่กำลังระบายยิ้มหวานคล้ายสะใจ..หรือว่านี่คือสาเหตุที่เธอดึงใบหน้าของเขาเข้าไปจูบเพราะต้องการให้เขาถูกตำหนิอย่างนั้นหรือ? หงส์ขาวตัวน้อยในที่สุดก็เริ่มจิกกัดเขาเป็นแล้วอย่างนั้นสินะ“กระหม่อมขออภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะเสด็จพี่..คงเพราะว่าสตรีในอ้อมแขนของกระหม่อมนั้นพิเศษมากกว่าสตรีอื่น กระหม่
กับท่านเคาน์มาเอลและท่านซีโมน เอโลอีสเคยเห็นใบหน้าของทั้งสองท่านมาแล้ว เรื่องรูปลักษณ์ของพวกเขา..ต้องยอมรับเลยว่าทั้งสองท่านมีความหล่อเหลาที่โดดเด่นมากกว่าบุรุษผู้อื่นมากทีเดียว นั่นคงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมท่านเคาน์มาเอลและท่านซีโมนถึงได้ใช้ชีวิตเสเพล เป็นคุณชายที่ผลัดเปลี่ยนสตรีไม่ซ้ำหน้า..เธอก้มหน้าเล็กน้อยเมื่อท่านเคาน์มาเอลส่งยิ้มให้เธอ เขาเป็นคนแรกที่เดินเข้ามาในงานเลี้ยงแห่งนี้ โดยที่ด้านหลังของท่านเคาน์คือท่านซีโมนที่กำลังยกมือเพื่อทักทายสตรีที่กำลังมองมาทางเขา..การปรากฏตัวของทั้งสองท่านนั้นสร้างความฮือฮาให้กับงานเลี้ยงมากพอสมควร..เพราะพวกเขาทำให้สายตาของสตรีทุกคู่ในงานเลี้ยงจับจ้องไปที่ใบหน้าของพวกเขาทั้งสอง“ท่านแกรนด์ดยุคมาแล้ว!!”บุรุษที่ตามมาเป็นท่านสุดท้ายคือแกรนด์ดยุคอองดรีซึ่งเป็นผู้ได้ชื่อว่าเป็นตัวร้ายของนิยายเรื่องนี้..เขาเดินเข้ามาในงานเลี้ยงพร้อมกับปรายสายตาไปรอบๆ ราวกับว่าท่านแกรนด์ดยุคกำลังมองหาผู้ใดอยู่ยังไงอย่างนั้นและในวินาทีที่เขามองเห็นเจ้าของเรือนผมที่ทองที่มีความสามารถในการปั่นหัวเขาเล่นอยู่หลายวัน สายตาของแกรนด์ดยุคก็จ้องมองมายังที่เอโลอีสที่กำลังยืนตัว
“เรื่องนั้นข้าไม่รีบร้อน และข้าเองก็เชื่อว่าบุตรีของข้าก็ไม่รีบร้อนเช่นเดียวกัน”ท่านเคาน์อแลงกล่าวคำปฏิเสธออกมาอย่างชัดเจน เขามีลูกสาวเพียงคนเดียวเท่านั้น และเขาไม่มีความคิดที่จะบังคับให้เอโลอีสแต่งงานเลยด้วย ตระกูลอแลงมิได้ขัดสนเรื่องเงินหรือว่าอยากได้ใคร่ดีกับอำนาจของผู้อื่นเลยด้วยซ้ำ ฉะนั้นแล้วท่านเคาน์อแลงจึงตามใจเอโลอีสในเรื่องของคู่ครองยิ่งนัก“ข้าเองก็ไม่ได้รีบร้อนเช่นเดียวกัน ข้าเพียงเห็นว่าเอโลอีสและดิโอเป็นเพื่อนเล่นกันมานาน ทั้งสองคนย่อมมีความสนิทสนมกันมาก และนั่นคือพื้นฐานที่ดีของชีวิตคู่..แค่ท่านเคาน์รับรู้เจตนาของข้าและดิโอ เพียงเท่านั้นข้าก็ดีใจมากๆ แล้วครับ”บิดาและมารดาของดิโอทำได้เพียงแค่ส่งยิ้มแห้งๆให้กับท่าน เคาน์ผู้ยืนยันหนักแน่นถึงการเคารพการตัดสินใจของบุตรี“..ข้าจะยินยอมให้เอโลอีสแต่งงานกับบุรุษที่นางมาบอกกล่าวกับข้าเอง ว่านางอยากจะแต่งงานกับชายผู้นั้น เรื่องความรักข้าไม่คำนึงถึงฐานะอันใดหรอกนะครับ ข้าสนใจเพียงแค่ว่าชายผู้นั้นจะทำให้ลูกสาวของข้ามีความสุขจริงๆ รึเปล่า”เงื่อนไขแสนธรรมดาที่บ่งบอกได้ว่าท่านเคาน์อแลงนั้นรักลูกสาวของเขาอย่างสุดหัวใจเพราะฉะนั้นบ
ถ้อยคำที่เคาน์มาเอลทิ้งท้ายเอาไว้ ทำให้ซีโมนสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เยือกเย็นอย่างบอกไม่ถูก“ซีโมน..เท่าที่ข้ารู้ครอบครัวของมาเอลล้มหายตายจากไปแล้วใช่หรือไม่ ทั้งมารดา บิดาและญาติพี่น้องล้วนแล้วแต่เสียชีวิตไปหมดแล้วทั้งสิ้น..”ลูตินเอ่ยถามด้วยแววตาเย็นยะเยือก และนั่นทำให้ซีโมนยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อเบาๆ“เรื่องนั้นมันก็ใช่..”“เช่นนั้นหากหมอนั่นตายไปอีกคนเขาก็จะได้พบเจอกับครอบครัวใช่หรือไม่ ข้าควร..ทำให้เพื่อนรักได้พบเจอครอบครัวในเร็ววันอย่างนั้นสินะ”ซีโมนส่งยิ้มแห้งๆ ให้กับลูติน เขาอยากจะบอกกล่าวออกไปเหลือเกินว่านั่นเพื่อนนะโว้ย แค่สตรีนางเดียวถึงกับจะฆ่าจะแกงกันเลยงั้นเรอะ!!“ลูติน..มาเอลก็แค่ล้อเล่น เจ้าอย่าไปถือสาเขาเลยน่า..ตอนนี้หากเจ้าอยากจะเข้าหาเลดี้อแลงจริงๆ คนที่เจ้าควรกังวลคือเซอร์ลาเบนผู้นั้นต่างหาก”เมื่อลูตินได้ยินเช่นนั้นเขาก็ปรายสายตาไปมองที่เอโลอีส สิ่งที่เขาพบเห็นคือเธอกำลังแย้มยิ้ม..เป็นรอยยิ้มละมุนละไมชวนให้หัวใจรู้สึกอบอุ่น และบุรุษที่กำลังยืนอยู่ข้างๆ เธอคือเซอร์ลาเบน..เพื่อนวัยเด็กนี่มันช่างน่ารำคาญชะมัดเลยโว้ย!!หรือว่าเซอร์ลาเบนคือสามีในอนาคตของเอโลอีส ส่วนเขา..เ
“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะลูติน หรือว่าวันนี้ม้าที่เจ้าลงเดิมพันมันวิ่งได้ห่วยรึไง”ซีโมนเอ่ยถามพร้อมกับปรายสายตาลงไปมองที่สนามแข่งม้า“นี่ซีโมน..ปกติแล้วหลังจากที่เจ้ากระทำเรื่องเช่นนั้น เมื่อตื่นขึ้นมาก่อนที่เจ้าจะแยกทางกัน เจ้าทำอย่างไร..”นั่นมันคำถามอะไรวะนั่น ซีโมนวางฝ่ามือของเขาลงบนหน้าผากของลูติน“เจ้าไม่สบายรึเปล่าลูติน ถามคำถามแบบนั้นทำไมกัน ปกติเราต่างหากที่เป็นฝ่ายลุกออกจากเตียงก่อน เพราะไม่อยากอยู่รอจนถึงช่วงเช้าเพื่อให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดว่าเรามีใจน่ะ”ใช่ไหมล่ะ ปกติเขาก็เป็นเช่นนั้น เมื่อถึงรุ่งเช้าเป็นเขาที่ต้องลุกขึ้นก่อนแล้ววางของมีค่าเอาไว้ให้สตรีที่นอนอยู่บนเตียง นั่นก็เพื่อให้เราเข้าใจตรงกันว่าเขาไม่ต้องการสานต่อความสัมพันธ์ในครั้งนี้“..แล้วสมมุติว่าสตรีผู้นั้นลุกออกไปก่อนเจ้าล่ะ”ซีโมนยกมือขึ้นมาลูบคางเบาๆ“เรื่องนั้นไม่เคยเกิดขึ้นกับข้ามาก่อนเลย แต่หากให้เดานะที่สตรีผู้นั้นลุกขึ้นไปก่อนอาจจะเป็นเพราะว่าลีลาและท่าทางของเจ้ามันห่วยจนเกินจะรับไหวอะไรแบบนั้นรึเปล่า”คำตอบนั้นทำให้ลูตินหน้าชาไปหมด เขายกแก้วสุราขึ้นมาดื่มเพื่อเรียกสติของตัวเองกลับมา อันที่จริงเขาก็แอบๆ คิดถึ
เอโลอีสลืมตาขึ้นมาในกลางดึก เธอผล็อยหลับไปเพราะความเหนื่อยล้า และเมื่อตื่นขึ้นมาอีกทีก็ไม่เห็นท่านลูเซียนนอนอยู่ข้างกายเสียแล้ว..ในใจเกิดเป็นความรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาพร้อมกับคำถามที่อัดแน่นอยู่ในนั้น..หรือว่าที่เขาจากไปมันเป็นเพราะว่าเขาต้องการบอกกล่าวเป็นนัยๆ ถึงจุดจบของความสัมพันธ์เธอและเขาเมื่อได้บทสรุปเช่นนั้นอยู่ๆ น้ำตาที่พึ่งจะแห้งเหือดไปมันก็รินไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอลุกขึ้นพร้อมกับเดินไปหยิบชุดเดรสที่แขวนอยู่มาสวม เอโลอีสใช้หลังมือในการเช็ดน้ำตาเป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว..ในเมื่อเขาไม่ได้คิดอะไรกับเธอเช่นนั้นให้มันจบลงเร็วๆ ก็ดีแล้วล่ะเธอจัดการยืนสงบสติอารมณ์อีกพักหนึ่งก่อนจะเดินออกไปจากที่นี่..เธอไม่ควรกลับไปที่คฤหาสน์ในยามนี้ เพราะอย่างนั้นเอโลอีสจึงเลือกที่จะไปหาเฟมที่คฤหาสน์ ความเจ็บปวดจากตรงส่วนนั้นส่งผลให้การเดินนั้นยากลำบากมากพอสมควร..เธอกัดฟันแน่นพร้อมกับดึงสติของตัวเองกลับมา..ไม่เป็นไร..เธอจะผ่านความเจ็บปวดนี้ได้ และเธอจะกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งในเร็ววัน..“ดูสภาพเจ้าสิ..ให้ตายเถอะไม่บอกก็รู้ว่าเจ้าคงจะพบเจอกับความสัมพันธ์ที่มันไม่สวยหรูเท่าไหร่ใช่ไหม..เอโลอีสไม่ต้อ







