เข้าสู่ระบบบรรยากาศภายในลิฟท์ชวนอึดอัดจนบอกไม่ถูก มะนาวเธอยืนอยู่ข้างหน้าในขณะที่แวมไพร์ยืนอยู่ข้างหลังต่างคนต่างก้มหน้ามองมือถือโดยที่ทั้งสองคนสวมแมสเอาไว้แต่ภายใต้หน้ากากแวมไพร์มีความนิ่งเฉยในขณะที่มะนาวเบะปากไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วนพลางด่าเขาในใจ คนอุตส่าห์หวังดีถามสารทุกข์สุขดิบแล้วดูเขาสิเหมือนรังเกียจเธอเสียอย่างนั้น เธอมองดูสภาพตัวเองในกระจกก็ไม่ได้น่าเกลียดนี่เพราะเธออยู่ในชุดเสื้อสายเดี่ยวสีขาวทับด้วยกระโปรงยีนส์ตัวสั้นแล้วก็รองเท้าผ้าใบสีขาวมีเสื้อแขนยาวสีขาวตัวบางคลุมทับไว้นิดหน่อยเธอว่าเธอก็แต่งตัวพอดูได้นะแต่เขากลับนิ่งชะมัดแบบนี้เธอเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าแอคเค่อที่เธอนัดมาจะประทับใจในครั้งแรกที่เจอกันหรือเปล่า ถ้าจะมีสีหน้าเหมือนนายน้ำแข็งนี่เธอก็ไม่ไหวป่ะ
" ใกล้ถึงแล้ว " มะนาวส่งข้อความไปหาเขาแล้วเขาก็ตอบกลับมาทันที " ใกล้แล้วเหมือนกัน ถึงหน้าห้องแล้วบอกนะ " แวมไพร์ส่งข้อความตอบกลับไป " อยู่ในลิฟท์ " เมื่อได้อ่านข้อความนั้นแวมไพร์ถึงกับเงยหน้าขึ้นมาแล้วมองผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเขาหรือว่าจะเป็นเธอ รอยยิ้มมุมปากยกขึ้นมาทันทีที่เริ่มเดาทุกอย่างได้แล้ว ถ้าเป็นเธอจริงๆ ก็เหมือนเขาได้ของขวัญชิ้นใหญ่เลยนะเพราะเธอตรงสเปคเขาเหลือเกิน คืนนี้ขาเจ็บก็เรื่องของขาเถอะ เขาสู้ตาย " ทำไมเงียบไปล่ะ หรือว่ายังมาไม่ถึงโรงแรมหรอ " มะนาวถามกลับไปอีกครั้งเมื่อเห็นเขาอ่านแต่ไม่ตอบกลับอะไร อย่าบอกนะว่าจะเทกันในโค้งสุดท้ายน่ะ เดี๋ยวแม่จะด่าให้ลืมทางเข้าแอคเค้าท์เลย " ถึงแล้ว " มะนาวโล่งใจเธอคิดว่าตอนนี้เขาคงอยู่ในห้องรอเธอแล้วสินะ เมื่อประตูลิฟท์เปิดออกเธอมองดูหมายเลขห้องให้แน่ใจอีกครั้งหลังจากนั้นก็เดินตามหาแต่ที่เธอต้องแปลกใจคือผู้ชายคนที่มีอุบัติเหตุกับเธอดันเดินตามหลังมาด้วย " โรคจิตหรือเปล่าเนี่ย " มะนาวเธอได้แต่คิดในใจอยู่แบบนั้น เธอไม่น่าชวนเขาคุยเลยเห็นนิ่งๆ แบบนี้ตามไม่เลิกเลยนะ เธอรีบส่งข้อความไปให้แอคเค่อที่เธอนัดมาอย่างรวดเร็ว " อยู่ในห้องหรือเปล่าเดินออกมารับได้ไหมเหมือนมีไอ้โรคจิตเดินตามมาเลย " แวมไพร์ถึงกับหลุดขำนี่เธอมองเขาเป็นไอ้โรคจิตไปแล้วหรือนี่ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะตอบกลับไปด้วยซ้ำก็ถึงหมายเลขห้อง 444 ที่นัดกันเอาไว้แล้ว มะนาวกล้าๆ กลัวๆ แล้วรีบเคาะประตูเพื่อให้คนข้างในเปิดให้เธออยากรีบเร่ง แต่ก็เป็นคนที่อยู่ข้างหลังเธอที่แตะคีย์การ์ดเข้าไป แล้วดันตัวเธอให้เข้าไปในห้องพร้อมกันกับตัวเขา " อร๊าย!! นี่นายปล่อยนะ!!! ช่วย.... " ยังไม่ทันที่เธอจะได้ตะโกนเรียกให้คนมาช่วยก็ถูกปิดปากจากคนตัวโตกว่าพร้อมกับดันแผ่นหลังของเธอให้แนบชิดติดไปกับผนังหน้าประตูห้อง พร้อมกับรวบมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นไปไว้เหนือศีรษะ " ผมเอง Big V. Secret คุณคือสาวน้อย Bigmilk ใช่ไหม " มะนาวมองใบหน้าของเขาภายใต้หน้ากากสีดำพร้อมกับถอนหายใจ เฮ้อ! โลกก็ช่างกลมจนเธอรู้สึกท้อเสียเหลือเกิน ไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะเป็นเด็กแว้นอย่างเขาจริงๆ " ถึงกับถอนหายใจเลยหรอ ทำไม หรือว่าจะเปลี่ยนใจ " เธอทำให้เขารู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองขึ้นมาเสียแล้ว ก่อนหน้านี้เขาคุยกับผู้หญิงที่ดูกร้านโลกไม่ใช่หรอแล้วสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้าคืออะไร ดูสายตากลมโตของเธอนั่นสิเหมือนหวาดกลัวเขาเสียเต็มประดา " แล้วเปลี่ยนได้ไหม " " ไม่น่าได้แล้วนะ มาถึงขนาดนี้แล้วยังจะเปลี่ยนใจอีกหรอ " มะนาวเธอไม่ได้คิดที่จะเปลี่ยนใจอยู่แล้วแค่ถามหยั่งเชิงไปเท่านั้น " ปฏิเสธไม่ได้ก็แค่เข้าร่วมค่ะ ปล่อยมือก่อนได้ไหมคะ มาเหนื่อยๆเมื่อยนะ หิวน้ำด้วย " ร่างเล็กที่ทำเป็นก๋ากั่นพูดออกไปอย่างมั่นใจแล้วก็เป็นแวมไพร์ที่ยอมปล่อยข้อมือของเธอให้เป็นอิสระแล้วก็เดินจูงมือเธอไปนั่งที่ปลายเตียง มะนาวจึงถอดแมสออกเพราะไม่จำเป็นต้องใส่แล้วเขาคงเห็นใบหน้าเธอตั้งแต่บนถนนแล้วล่ะ ทันทีที่เธอถอดแมสออกเขาจึงได้มองใบหน้าของเธอชัดๆ อีกครั้ง ใบหน้ารูปไข่สวยสะดุดตา จมูกโด่งเป็นสัน ปากอวบอิ่มสีชมพูน่ารักบวกกับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่ทำให้ใบหน้าของเธอดูหวานเข้ารูป รวมๆ แล้วที่เป็นเธอคือสวยมาก มากจริงๆ " คุณ ไม่ถอดแมสออกหรอคะ อ่ะ ดื่มน้ำค่ะ " เธอถามด้วยความสงสัยนี่เขาจะลึกลับไปถึงไหนกัน อยู่ในห้องกันสองคนยังจะใส่แมสอีก เมื่อเห็นน้ำที่อยู่ในตู้เย็นเล็กๆ เธอจึงเปิดและหยิบมาให้เขาขวดนึง แวมไพร์รับมาพร้อมกับถอดหน้ากากที่ปิดบังใบหน้าออก ทันทีที่เขาเผยใบหน้าให้ได้เห็นมะนาวถึงกับสตั้นไปชั่วครู่ เขาจะหล่อเกินไปแล้ว ผมทรงเดทร็อคบาดใจสาวๆ ใบหน้าแหลมคมตามแบบฉบับลูกครึ่ง จมูกนี่โด่งกินคนมาเลย นัยน์ตาสีฟ้าคราม ยิ่งผิวหน้าเขาไม่ต้องพูดถึงเธอนึกว่าผิวหน้าเด็กมองลงมาจากดาวอังคารก็รู้ว่านี่คือลูกคนมีตังค์ ส่วนความสูงของเขาเธอเดาคร่าวๆ น่าจะไม่ต่ำกว่า 190 เซนติเมตร เพราะขนาดเธอสูงตั้ง 163 เซนติเมตรซึ่งก็เป็นมาตรฐานผู้หญิงทั่วไปนะยังสูงไม่เท่าไหล่เขาด้วยซ้ำ เธอทำใจเอาไว้แล้วว่าหุ่นแซ่บขนาดนี้หน้าตาธรรมดาก็คงไม่เป็นไรแต่นี่เธอได้ตัวซีเคร็ดมาจริงๆ หรือนี่ แวมไพร์หันกลับไปมองคนตัวเล็กที่กำลังจ้องใบหน้าของเขาอยู่อย่างนั้น พร้อมกับวางขวดน้ำลงข้างๆ หัวเตียงแล้วเดินเข้าไปใกล้เธอ มือทั้งสองข้างค้ำยันเอาไว้กับเตียงนุ่มแล้วก้มหน้าลงไปเป็นจังหวะเดียวกันกับที่มะนาวต้องเอนหลังไปนิดหน่อยไม่อย่างนั้นหน้าของเขากับเธอคงแนบชิดติดกันแน่นอน " มีอะไรติดหน้าผมหรือเปล่าทำไมถึงได้จ้องขนาดนี้ มองชัดไหมหรือว่าต้องเข้าไปใกล้อีก " มะนาวหายใจแทบติดขัดเมื่อเขาก้มหน้าลงมาในระยะที่หากเธอขยับตัวแค่นิดเดียวอาจทำให้ริมฝีปากของเขาและเธอชนกันได้เลย เธอยกมือเรียวทั้งสองข้างขึ้นมายันอกแกร่งของเขาเอาไว้ไม่ให้เขาก้มลงมาอีกพร้อมกับแสดงอาการประหม่าออกมาจนแวมไพร์จับได้ เขาจับมือของเธอข้างหนึ่งที่จับอกแกร่งของเขาไว้ " ทำไมมือสั่นหรือว่าตื่นเต้น ไหนเคยบอกว่าประสบการณ์เยอะแล้วทำไมตอนนี้ถึงได้สั่นราวกับลูกนกตกน้ำแบบนี้ล่ะ " แวมไพร์สบตากับเธออย่างลึกซึ้งอีกครั้งพร้อมกับประคองใบหน้าของเธอด้วยมือเพียงข้างเดียวของเขาทำให้เขาได้มองใบหน้ารูปไข่ของเธอได้ชัดเจนขึ้นก่อนที่จะน้อมลงมาจูบเบาๆ อย่างอ่อนโยน มะนาวเธอวางมือบนอกเขาพร้อมกับมือเขาที่เกาะกุมมือเธอไว้อีกชั้น ในตอนนี้เธอรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นถี่รัวราวกับมีใครมาตีกลองอยู่ในใจเธอในขณะที่ริมฝีปากของเขายังแนบชิดกับเธออย่างแผ่วเบาจนเธอหลงลืมไปแล้วกับข้อตกลงก่อนหน้านี้ เมื่อนึกขึ้นได้จึงรีบผลักอกเขาออกก่อนแล้วทวงถามถึงสัญญา " อื้อ...คุณ หยุดก่อน ไหนบอกว่าไม่จูบไง "ในตอนนี้มะนาวได้แต่คิดในใจว่าถ้าผ่านคืนนี้ไปได้เธอก็กลายเป็นยอดคนแล้ว เอาจริงๆ เขาดิบเถื่อนมากรสรักที่แสนรุนแรงบวกกับบุคลิกของเขาที่ดูแรงไม่แพ้กันทำเอาเธอเจ็บจนจุก ขนาดท่อนเนื้อที่เสือกไสเข้ามาก็ตามชาติพันธุ์ของเขา มันใหญ่จนเธอคิดว่าเธอคงต้องตายแน่ๆ ที่ยังหายใจอยู่ตอนนี้ได้ก็คือฟลุ๊คจัดสุดๆ แล้ว " อื้อ....พอได้หรือยังไม่ไหวแล้วนะ " เพราะเขาทำรักกับเธอกินเวลาไปร่วมชั่วโมงแล้วยังไม่มีทีท่าว่าพละกำลังของเขามันจะลดลงเลยสักนิด นี่ขนาดเขาเพิ่งเกิดอุบัติเหตุมานะ " อีกนิดเดียว อื้ม.... " แวมไพร์ตอนนี้ไม่สนใจแม้กระทั่งบาดแผลที่หัวเข่าของตัวเองเขากดทับมันลงไปกับเตียงพร้อมกับกระแทกกระทั้นสะโพกสอบเข้าไปกับร่องที่ตอดเก่งของเธอไม่หยุด ไอ้เจ็บมันก็เจ็บอยู่หรอกแต่จะเจ็บจนอดกินเธอขาที่อยู่ตรงหน้าเขาคงทำไม่ได้ ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ! " แวมไพร์.....อร๊าางงง..... " มะนาวส่งเสียงกรีดร้องออกมาในช่วงสุดท้ายที่เธอไม่อาจทนทานต่อแรงกระสันได้พร้อมกับปล่อยน้ำหวานออกมาเคลือบท่อนเนื้อของเขามากมาย เธอเพิ่งได้พบกับความรู้สึกที่เรียกว่าเสร็จสมเป็นครั้งแรก ความรู้สึกเหมือนตัวเบามา
คนตัวโตต้องชะงักค้างอีกครั้งเมื่อรู้สึกได้ว่าตัวเองได้ผ่านเยื่อบางๆ ที่เรียกว่าพรหมจรรย์เข้ามาแล้ว เขาหยุดการกระทำของตัวเองเอาไว้เพียงเท่านั้นไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหนพร้อมกับก้มมองจุดเชื่อมต่อที่ตอนนี้มีหยดเลือดจางๆ ไหลเคลือบท่อนเอ็นผ่านเครื่องป้องกันของเขาเอาไว้ ในขณะที่มะนาวหลังจากที่เธอกรีดร้องออกมาแล้วน้ำตาก็เริ่มไหลออกมาจากหางตาแบบกลั้นไม่อยู่ " เธอ! ยังไม่เคยหรอ " มะนาวส่ายหน้าปฏิเสธไปมา ถึงตอนนี้แล้วคงไม่มีอะไรต้องปิดบังอีก ความรู้สึกของเธอตอนนี้เหมือนกับว่าร่างกายกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เธอทั้งเจ็บทั้งร้าวระบมไปทั่วสะโพกงอนงาม พลางคิดในใจว่านี่คือการฆ่าตัวตายชัดๆ ไหนใครที่รีวิวนักรีวิวหนาว่ามันจะมีความสุขจนเธอเองตัดสินใจอยากลิ้มลองครั้งแรกเพราะอยากรู้ว่าความรู้สึกของการเป็นผู้ใหญ่มันรู้สึกยังไง ตอนนี้เธอเข้าใจถ่องแท้แล้วว่ามันมีแต่เจ็บ เจ็บ และเจ็บ เจ็บเป็นบ้าเลย" ทำไมไม่บอก " แวมไพร์ที่ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยเจอหญิงสาวพรหมจรรย์แต่ครั้งนี้ความรู้สึกมันแตกต่างออกไปเขารู้สึกอบอุ่นหัวใจเหลือเกินที่ได้เป็นคนแรกของเธอที่ดันตรงสเปคเขาอย่างมาก เขาก้มลงจูบซับที่พวงแก้มสีแดงระเร
มะนาวเธอดิ้นเร่าๆ ปานจะขาดใจเมื่อเขาตะโบมจูบเธอจนปากแทบเจ่อและเริ่มดิ้นเมื่อเขาไม่ปล่อยให้เธอได้หายใจเลย แวมไพร์เห็นว่าเธอกำลังจะขาดอากาศหายใจจึงละริมฝีปากออกมาแล้วหันมาใช้ลิ้นอุ่นๆ ของตัวเองละเลงอยู่บนปลายสุดของทรวงอกดูดด่ำกับยอดปทุมถันสีชมพูระเรื่ออย่างเอาแต่ใจ " อื้ม..... " เขาชิมความหวานจากเม็ดตุ่มไตทำเอาเจ้าของร่างสวยถึงกับครางกระเส่าจนแทบร้องขอชีวิต แวมไพร์ฟ่อนเฟ้นอกอวบอิ่มของเธอด้วยปากหยักไปมารสหวานของบัวตูมทำเอาเขาไม่อยากละไปไหนจนตอนนี้อกอวบของเธอมันแดงช้ำไปหมดทั้งสองข้าง มือหนาเร่งถอดกระโปรงยีนส์ตัวสั้นที่เธอใส่มาเมื่อรูดซิปที่อยู่ตรงข้างสะโพกของเธอออกได้แล้วจึงรีบถอดออกไปให้พ้นทางเผยให้เห็นแพนตี้สีแดงสดที่ขัดกับสีชุดที่เธอใส่มาเสียเหลือเกิน เขาเองแทบหายใจติดขัดเมื่อเห็นสีแพนตี้ที่ร้อนแรงขัดกับใบหน้าหวานๆ ของเธอแบบนี้" ตั้งใจจะใส่มายั่วกันโดยเฉพาะเลยสินะ " แวมไพร์ถามออกมาเมื่อตอนนี้ใบหน้าของเขาอยู่ตรงกลีบดอกไม้ที่ปิดสนิทแน่น เขาจับขาเล็กของเธอให้กางออกกว้างแล้วมองแพนตี้สีแดงสดที่เธอตั้งใจใส่มา มะนาวถึงตอนนี้เธอกลับไปเปลี่ยนทันไหม ช่างน่าอับอายเสียเหลือ
แวมไพร์ได้สติขึ้นมาเมื่อเธอพูดออกมาแบบนั้น เขาเองก็ไม่นึกว่าจะจับเธอมาบดจูบโดยที่ไม่รู้เนื้อรู้ตัวแบบนี้เหมือนกันจึงกระแอมแก้เก้อเบาๆ " ฮึ่ม.... " กฎหนอกฎ กฎที่แปลว่ามีไว้แหกสินะ ก่อนหน้านี้ตัวเขาเองเคร่งเรื่องนี้มากเพราะไม่ชอบให้ผู้หญิงคนไหนมายุ่งย่ามกับปากของเขา เขาเองไม่หอมและไม่จูบใครทั้งนั้นเต็มที่ก็แค่ใช้มือสัมผัสลูบไล้ให้เท่านั้นแต่ดูเขาทำกับเธอสิเธอยังนั่งไม่ถึง 5 นาทีด้วยซ้ำเขาก็แอบแหกกฎข้อแรกซึ่งเป็นกฎเหล็กของตัวเองเสียแล้ว " มันเผลอน่ะ " แวมไพร์พูดออกมานี่คือจูบแรกของเขาเลยนะทำไมเธอถึงได้นิ่งแบบนี้หรือว่าเขาทำเพียงแค่ริมฝีปากแตะกันแล้วมันดูห่วยเกินไป มะนาวเมื่อเขาบอกออกมาแบบนั้นกลับไม่ได้รู้สึกโกรธอย่างที่คิดเลยสักนิด จูบแรกของเธอเขาได้มันไปง่ายดายจริงๆ อีกอย่างเธอกลับชอบสัมผัสที่เขามอบให้เสียอย่างนั้นมันน่านักน่าเอาหัวตัวเองไปทุบกำแพงเสียให้เข็ดโทษฐานที่ไม่ยอมรักดี " คุณพกเครื่องป้องกันมาหรือเปล่า " เพราะมาถึงขนาดนี้แล้วเธอต้องได้ลิ้มลองรสชาติของการกินผู้ชายจึงเอ่ยถามเขาออกไปแม้ว่าจะเตรียมมาเองด้วยแต่ก็ยังอุตส่าห์ถามเขาก่อน รีบทำ รีบเสร็จ รีบรู้สึกแล้วเธ
บรรยากาศภายในลิฟท์ชวนอึดอัดจนบอกไม่ถูก มะนาวเธอยืนอยู่ข้างหน้าในขณะที่แวมไพร์ยืนอยู่ข้างหลังต่างคนต่างก้มหน้ามองมือถือโดยที่ทั้งสองคนสวมแมสเอาไว้แต่ภายใต้หน้ากากแวมไพร์มีความนิ่งเฉยในขณะที่มะนาวเบะปากไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วนพลางด่าเขาในใจ คนอุตส่าห์หวังดีถามสารทุกข์สุขดิบแล้วดูเขาสิเหมือนรังเกียจเธอเสียอย่างนั้น เธอมองดูสภาพตัวเองในกระจกก็ไม่ได้น่าเกลียดนี่เพราะเธออยู่ในชุดเสื้อสายเดี่ยวสีขาวทับด้วยกระโปรงยีนส์ตัวสั้นแล้วก็รองเท้าผ้าใบสีขาวมีเสื้อแขนยาวสีขาวตัวบางคลุมทับไว้นิดหน่อยเธอว่าเธอก็แต่งตัวพอดูได้นะแต่เขากลับนิ่งชะมัดแบบนี้เธอเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าแอคเค่อที่เธอนัดมาจะประทับใจในครั้งแรกที่เจอกันหรือเปล่า ถ้าจะมีสีหน้าเหมือนนายน้ำแข็งนี่เธอก็ไม่ไหวป่ะ " ใกล้ถึงแล้ว "มะนาวส่งข้อความไปหาเขาแล้วเขาก็ตอบกลับมาทันที " ใกล้แล้วเหมือนกัน ถึงหน้าห้องแล้วบอกนะ "แวมไพร์ส่งข้อความตอบกลับไป " อยู่ในลิฟท์ " เมื่อได้อ่านข้อความนั้นแวมไพร์ถึงกับเงยหน้าขึ้นมาแล้วมองผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเขาหรือว่าจะเป็นเธอ รอยยิ้มมุมปากยกขึ้นมาทันทีที่เริ่มเดาทุกอย่างได้แล้ว ถ้าเป็นเธอจริงๆ ก็เหมือนเขา
แวมไพร์ที่ใส่ชุด All Black เสื้อยืดพอดีตัวสีดำ เสื้อหนังสีดำ กางเกงยีนส์สีดำรวมไปถึงรองเท้าผ้าใบก็ยังสีดำอีก เขาควบบิ๊กไบค์ที่พึ่งออกมาวันแรกออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่ของเขาทันที เวกัสกับสายขิมได้แต่มองลูกชายของตัวเองที่ตอนนี้โตเป็นหนุ่มเต็มที่แล้วด้วยวัย 27 ปี " ลูกเหมือนพี่ไม่มีผิดเลยนะคะ ครั้งแรกที่ขิมเจอพี่ก็ตกใจแทบแย่ทรงผมสกินเฮดแถมมีรอยบากมาอีก แล้วดูลูกเราตอนนี้สิคะถักเดทร็อคแถมยังควบบิ๊กไบค์ออกไปแบบนี้ถ้าใครไม่รู้ว่าเป็นลูกเราก็คงว่าเจ้าแวมไพร์เป็นเด็กแว้นแน่ " สายขิมมองหน้าสามีเมื่อทั้งสองคนตอนนี้ยืนดูลูกชายคนโตกำลังลับสายตาไป " หึ วัยมันกำลังได้ครับที่รัก พี่ว่าลูกเราเรียนจบแล้วปล่อยให้เล่นสักพักเดี๋ยวก็คงมารับช่วงกิจการต่อจากพี่ หลังจากนั้นเราไปเที่ยวรอบโลกกันดีไหม " เวกัสที่กำลังจะได้ปลดเกษียณอ้อนเมียตัวน้อยทันที ธุรกิจของตระกูลมีเยอะเหลือเกินทั้งที่เขากับน้องชายมีลูกกันเป็นโขยงแต่ก็ยังดูแลกันแทบไม่ทั่วถึง บ้านอื่นลูกหลานแย่งกันอยากทำธุรกิจของครอบครัวแต่ตระกูลเขาต่อให้ผลิตทายาทมามากเท่าไหร่ก็ยังไม่พอสำหรับธุรกิจของตระกูลอยู่ดี " จริงหรอคะพี่เวย์ขิมตื่นเต้นจังเลยค





![ลูกหมาของมาเฟีย [ราฟาเอล×ซีลีน]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

