เข้าสู่ระบบแวมไพร์ที่ใส่ชุด All Black เสื้อยืดพอดีตัวสีดำ เสื้อหนังสีดำ กางเกงยีนส์สีดำรวมไปถึงรองเท้าผ้าใบก็ยังสีดำอีก เขาควบบิ๊กไบค์ที่พึ่งออกมาวันแรกออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่ของเขาทันที เวกัสกับสายขิมได้แต่มองลูกชายของตัวเองที่ตอนนี้โตเป็นหนุ่มเต็มที่แล้วด้วยวัย 27 ปี
" ลูกเหมือนพี่ไม่มีผิดเลยนะคะ ครั้งแรกที่ขิมเจอพี่ก็ตกใจแทบแย่ทรงผมสกินเฮดแถมมีรอยบากมาอีก แล้วดูลูกเราตอนนี้สิคะถักเดทร็อคแถมยังควบบิ๊กไบค์ออกไปแบบนี้ถ้าใครไม่รู้ว่าเป็นลูกเราก็คงว่าเจ้าแวมไพร์เป็นเด็กแว้นแน่ " สายขิมมองหน้าสามีเมื่อทั้งสองคนตอนนี้ยืนดูลูกชายคนโตกำลังลับสายตาไป " หึ วัยมันกำลังได้ครับที่รัก พี่ว่าลูกเราเรียนจบแล้วปล่อยให้เล่นสักพักเดี๋ยวก็คงมารับช่วงกิจการต่อจากพี่ หลังจากนั้นเราไปเที่ยวรอบโลกกันดีไหม " เวกัสที่กำลังจะได้ปลดเกษียณอ้อนเมียตัวน้อยทันที ธุรกิจของตระกูลมีเยอะเหลือเกินทั้งที่เขากับน้องชายมีลูกกันเป็นโขยงแต่ก็ยังดูแลกันแทบไม่ทั่วถึง บ้านอื่นลูกหลานแย่งกันอยากทำธุรกิจของครอบครัวแต่ตระกูลเขาต่อให้ผลิตทายาทมามากเท่าไหร่ก็ยังไม่พอสำหรับธุรกิจของตระกูลอยู่ดี " จริงหรอคะพี่เวย์ขิมตื่นเต้นจังเลยค่ะนั่นคือความฝันของขิมเลยนะ " " จริงแท้แน่นอนครับที่รัก เอาไว้เจ้าแวมไพร์พร้อมเข้ามาบริหารงานอย่างเต็มตัวแล้วพี่จะพาเธอไปนะ " ............................ ........ แวมไพร์แว้นบิ๊กไบค์ออกมาแต่ว่าเขาก็ยังไม่ชินกับถนนมากเท่าไหร่ เขาขับด้วยความเร็วแต่ยังระมัดระวังอย่างดีจนมาถึงทางแยกเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเขาจิ้มตูดแท็กซี่เข้าอย่างจัง เอี๊ยด!!!! โครม!!!! " เชี่ย!! " แวมไพร์ถึงกับอุทานออกมาเมื่อแท็กซี่คันข้างหน้าอยู่ๆ นึกจะเบรคก็เบรคเขาจึงเหยียบเบรคไม่ทันเหมือนกันเลยชนเข้าอย่างจังตัวเขาเองถลาไปไกลจากตัวรถพอสมควรได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเพราะชุดที่เขาใส่มันเซฟตี้เป็นอย่างดีแต่รถที่เขาเพิ่งออกมาใหม่นี่สิไม่รู้จะยังขับได้หรือเปล่าวันนี้มีนัดสำคัญเสียด้วย " คุณ!! เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะมาค่ะฉันช่วย " สาวสวยดีกรีดาวคณะอย่างมะนาวรีบลงมาจากแท็กซี่คันนั้นทันทีหลังจากที่ได้ยินเสียงท้ายรถชนเข้าอย่างจังกับอะไรสักอย่าง เมื่อเธอมองไปเห็นข้างหลังจึงได้รู้ว่ามีคนกำลังบาดเจ็บ เธอรีบวิ่งลงไปช่วยเขาทั้งที่เธอไม่รู้ว่าเขาเป็นใครเพราะยังใส่หมวกกันน็อคเต็มใบ แวมไพร์มองหญิงสาวที่เพิ่งลงมาจากรถแท็กซี่ที่เขาเพิ่งชนเข้าเต็มๆ ใบหน้ารูปไข่ผมยาวจนถึงสะโพกสีทองตัดกับความขาวที่มีบนผิวหน้าและผิวกายของเธอได้เป็นอย่างดี รวมๆ แล้วหญิงสาวตรงหน้าเขานี้ตรงสเปคเขาทุกอย่างเลยติดอยู่แค่อย่างเดียวเธอหน้าเด็กไปนิด จะจีบก็ขี้เกียจเสี่ยงคุกเสี่ยงตาราง " คุณคะ คุณ....ได้ยินฉันหรือเปล่าคะหรือว่าสลบไปแล้ว " มะนาวพยายามที่ถอดหมวกกันน็อคของเขาแต่แวมไพร์กลับรั้งข้อมือของเธอเอาไว้จึงทำให้มะนาวชะงักไปชั่วขณะ " เอ่อ....ไปโรงพยาบาลไหมคุณ " " ไม่เป็นไร " แวมไพร์ตอบออกมาเพียงแค่นั้นก็พยายามจะลุกขึ้นยืนแล้วก็เป็นมะนาวที่พยุงตัวเขาให้ลุกขึ้นยืนได้อย่างถนัด " เอ่อ พี่แท็กซี่คะเรียกประกันไหมคะพอดีฉันรีบมีธุระด่วนค่ะใกล้จะถึงเวลานัดแล้วด้วย " มะนาวมองดูนาฬิกาข้อมือที่ตอนนี้ใกล้จะถึงเวลานัดของเธอกลับแอคเค่อคนนั้นแล้ว ถ้าไม่ติดว่าเธอเกิดอุบัติเหตุตรงนี้ป่านนี้เธอคงไปถึงแล้ว แวมไพร์เมื่อได้ยินสาวสวยตรงหน้าบอกว่าใกล้ถึงเวลานัดเขาจึงนึกขึ้นได้ว่านี่ก็ใกล้ถึงเวลานัดของเขากับเธอคนนั้นแล้วสินะ แต่เขาดันมาเกิดอุบัติเหตุเสียก่อนดูเหมือนขาข้างขวาจะเจ็บนิดหน่อยด้วย " ได้ครับ " แท็กซี่คนนั้นโทรเรียกประกันทันทีพร้อมกันกับที่แวมไพร์เดินไปที่รถบิ๊กไบค์คู่ใจแล้วสำรวจสภาพจึงเห็นว่ามันขับต่อไปได้มีเพียงแค่ไฟหน้าที่แตกยับเท่านั้น เขามองดูนาฬิกาในโทรศัพท์มือถือจึงตัดสินใจที่จะใช้เงินแก้ปัญหาไม่อย่างนั้นสาวน้อย Bigmilk ที่เขารอคอยจะเจอเธอคงต้องชวดในวันนี้แน่ " ลุงคะ ถ้าอย่างนั้นหนูต้องขอตัวก่อนนะคะนี่ค่าแท็กซี่นะแล้วก็ค่าเสียเวลาของลุงด้วยค่ะ " มะนาวถึงแม้ว่าเธอจะมีธุระด่วนแต่เธอก็ไม่ใช่คนแล้งน้ำใจหรอกนะยังไงเสียวันนี้คุณลุงก็คงทำมาหากินไม่ได้แล้วเธอจึงหยิบเงินสดในกระเป๋าจำนวนหนึ่งหมื่นบาทมอบให้กับลุงคนขับแท็กซี่แล้วเธอก็รีบจากไปทันทีโดยที่ไม่หันมามองคนเจ็บที่สามารถเดินไปที่รถได้แล้ว " ลุงครับพอดีผมรีบ นี่นามบัตรเลขาผมนะครับกำลังจะมาถึง ส่วนเงินสดนี่ผมให้ลุงเอาไว้ก่อนเพื่อให้รู้ว่าผมไม่ได้ตั้งใจจะหนีแต่ผมมีธุระต้องไปจริงๆ " ลุงคนขับแท็กซี่ถึงกับเกาหัวอย่างงุนงงเมื่อทั้งผู้โดยสารและคู่กรณีต่างก็แยกกันไปคนละทิศละทาง ตอนนี้เหลือเพียงแค่เขาที่ยังรอประกันรถอยู่กับเงินสดที่มีในมือสามหมื่นบาท แวมไพร์แว้นบิ๊กไบค์มาจนถึงโรงแรมที่เขาใช้นัดกับเธอพอเขาเปิดห้องได้ก็รีบส่งหมายเลขห้องไปให้กับเธอ มะนาวรีบเปิดอ่านทันทีที่แชทเด้งขึ้นมา เธอเห็นหมายเลขห้องจากนั้นจึงแวะเข้าไปที่ร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อสิ่งของบางอย่างนั่นก็คือแมสและเครื่องป้องกัน เธอเป็นผู้หญิงยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพไม่ได้สนใจหรอกนะว่าคนขายจะมองหน้าเธอยังไง ยังไงเสียก็คงเจอกันแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว " ฟู่วววว ทำไมพอถึงเวลาแล้วมันตื่นเต้นอย่างนี้วะ " มะนาวพยายามหายใจเข้าออกลึกๆ รวบรวมความกล้าที่จะเข้าไปยังหมายเลขห้องที่นัดหมาย เธอที่กล้าบ้าบิ่นคุยกับเขาถึงเรื่องแบบนั้นอยู่เป็นสัปดาห์แต่พอเอาเข้าจริงในตอนนี้กลับรู้สึกใจแป้ว เธอเดินหน้าไปเรื่อยๆ อย่างเหม่อลอยจนมาถึงหน้าลิฟต์จึงได้เห็นว่าผู้ชายคนที่เกิดอุบัติเหตุก็อยู่ที่นี่ด้วย " เอ๊ะ! คุณ ทำไมมาอยู่ที่นี่ไม่ไปโรงพยาบาลหรอคะ " มะนาวเอ่ยถามทันทีจริงๆ เธอก็ไม่แน่ใจหรอกว่าจะใช่เขาหรือเปล่ามาแน่ใจก็ตรงที่ฝุ่นที่ยังเกาะอยู่ตามเสื้อผ้าของเขาอยู่นิดหน่อย บวกกับกางเกงที่มันขาดวิ่นตรงหัวเข่าจึงทำให้เธอแน่ใจว่าต้องใช่เขาแน่ๆ ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าเอาไว้ก็ตาม แวมไพร์มองสาวน้อยที่เขาจดจำใบหน้าของเธอได้ และไม่คิดว่าจะเจอกับเธอที่นี่ ในตอนนี้เธอดึงหน้ากากอนามัยที่เธอสวมใส่อยู่ออกเขาจึงใช้สายตามองเธอนิ่งๆ แล้วตอบกลับไป " ผมไม่เป็นไรไม่ได้เจ็บมาก " เขาพูดเพียงแค่นั้นก็เป็นจังหวะที่ลิฟท์เปิดออกมาพอดี เขาจึงเดินเข้าไปเงียบๆ และตามด้วยมะนาวที่เดินตามเข้าไปพร้อมกับเบะปากมองบนเล็กน้อย เธอไม่ชอบเอาเสียเลยอุตส่าห์เป็นห่วงแต่ดูเขาสิเย็นชาชะมัดในตอนนี้มะนาวได้แต่คิดในใจว่าถ้าผ่านคืนนี้ไปได้เธอก็กลายเป็นยอดคนแล้ว เอาจริงๆ เขาดิบเถื่อนมากรสรักที่แสนรุนแรงบวกกับบุคลิกของเขาที่ดูแรงไม่แพ้กันทำเอาเธอเจ็บจนจุก ขนาดท่อนเนื้อที่เสือกไสเข้ามาก็ตามชาติพันธุ์ของเขา มันใหญ่จนเธอคิดว่าเธอคงต้องตายแน่ๆ ที่ยังหายใจอยู่ตอนนี้ได้ก็คือฟลุ๊คจัดสุดๆ แล้ว " อื้อ....พอได้หรือยังไม่ไหวแล้วนะ " เพราะเขาทำรักกับเธอกินเวลาไปร่วมชั่วโมงแล้วยังไม่มีทีท่าว่าพละกำลังของเขามันจะลดลงเลยสักนิด นี่ขนาดเขาเพิ่งเกิดอุบัติเหตุมานะ " อีกนิดเดียว อื้ม.... " แวมไพร์ตอนนี้ไม่สนใจแม้กระทั่งบาดแผลที่หัวเข่าของตัวเองเขากดทับมันลงไปกับเตียงพร้อมกับกระแทกกระทั้นสะโพกสอบเข้าไปกับร่องที่ตอดเก่งของเธอไม่หยุด ไอ้เจ็บมันก็เจ็บอยู่หรอกแต่จะเจ็บจนอดกินเธอขาที่อยู่ตรงหน้าเขาคงทำไม่ได้ ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ! " แวมไพร์.....อร๊าางงง..... " มะนาวส่งเสียงกรีดร้องออกมาในช่วงสุดท้ายที่เธอไม่อาจทนทานต่อแรงกระสันได้พร้อมกับปล่อยน้ำหวานออกมาเคลือบท่อนเนื้อของเขามากมาย เธอเพิ่งได้พบกับความรู้สึกที่เรียกว่าเสร็จสมเป็นครั้งแรก ความรู้สึกเหมือนตัวเบามา
คนตัวโตต้องชะงักค้างอีกครั้งเมื่อรู้สึกได้ว่าตัวเองได้ผ่านเยื่อบางๆ ที่เรียกว่าพรหมจรรย์เข้ามาแล้ว เขาหยุดการกระทำของตัวเองเอาไว้เพียงเท่านั้นไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหนพร้อมกับก้มมองจุดเชื่อมต่อที่ตอนนี้มีหยดเลือดจางๆ ไหลเคลือบท่อนเอ็นผ่านเครื่องป้องกันของเขาเอาไว้ ในขณะที่มะนาวหลังจากที่เธอกรีดร้องออกมาแล้วน้ำตาก็เริ่มไหลออกมาจากหางตาแบบกลั้นไม่อยู่ " เธอ! ยังไม่เคยหรอ " มะนาวส่ายหน้าปฏิเสธไปมา ถึงตอนนี้แล้วคงไม่มีอะไรต้องปิดบังอีก ความรู้สึกของเธอตอนนี้เหมือนกับว่าร่างกายกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เธอทั้งเจ็บทั้งร้าวระบมไปทั่วสะโพกงอนงาม พลางคิดในใจว่านี่คือการฆ่าตัวตายชัดๆ ไหนใครที่รีวิวนักรีวิวหนาว่ามันจะมีความสุขจนเธอเองตัดสินใจอยากลิ้มลองครั้งแรกเพราะอยากรู้ว่าความรู้สึกของการเป็นผู้ใหญ่มันรู้สึกยังไง ตอนนี้เธอเข้าใจถ่องแท้แล้วว่ามันมีแต่เจ็บ เจ็บ และเจ็บ เจ็บเป็นบ้าเลย" ทำไมไม่บอก " แวมไพร์ที่ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยเจอหญิงสาวพรหมจรรย์แต่ครั้งนี้ความรู้สึกมันแตกต่างออกไปเขารู้สึกอบอุ่นหัวใจเหลือเกินที่ได้เป็นคนแรกของเธอที่ดันตรงสเปคเขาอย่างมาก เขาก้มลงจูบซับที่พวงแก้มสีแดงระเร
มะนาวเธอดิ้นเร่าๆ ปานจะขาดใจเมื่อเขาตะโบมจูบเธอจนปากแทบเจ่อและเริ่มดิ้นเมื่อเขาไม่ปล่อยให้เธอได้หายใจเลย แวมไพร์เห็นว่าเธอกำลังจะขาดอากาศหายใจจึงละริมฝีปากออกมาแล้วหันมาใช้ลิ้นอุ่นๆ ของตัวเองละเลงอยู่บนปลายสุดของทรวงอกดูดด่ำกับยอดปทุมถันสีชมพูระเรื่ออย่างเอาแต่ใจ " อื้ม..... " เขาชิมความหวานจากเม็ดตุ่มไตทำเอาเจ้าของร่างสวยถึงกับครางกระเส่าจนแทบร้องขอชีวิต แวมไพร์ฟ่อนเฟ้นอกอวบอิ่มของเธอด้วยปากหยักไปมารสหวานของบัวตูมทำเอาเขาไม่อยากละไปไหนจนตอนนี้อกอวบของเธอมันแดงช้ำไปหมดทั้งสองข้าง มือหนาเร่งถอดกระโปรงยีนส์ตัวสั้นที่เธอใส่มาเมื่อรูดซิปที่อยู่ตรงข้างสะโพกของเธอออกได้แล้วจึงรีบถอดออกไปให้พ้นทางเผยให้เห็นแพนตี้สีแดงสดที่ขัดกับสีชุดที่เธอใส่มาเสียเหลือเกิน เขาเองแทบหายใจติดขัดเมื่อเห็นสีแพนตี้ที่ร้อนแรงขัดกับใบหน้าหวานๆ ของเธอแบบนี้" ตั้งใจจะใส่มายั่วกันโดยเฉพาะเลยสินะ " แวมไพร์ถามออกมาเมื่อตอนนี้ใบหน้าของเขาอยู่ตรงกลีบดอกไม้ที่ปิดสนิทแน่น เขาจับขาเล็กของเธอให้กางออกกว้างแล้วมองแพนตี้สีแดงสดที่เธอตั้งใจใส่มา มะนาวถึงตอนนี้เธอกลับไปเปลี่ยนทันไหม ช่างน่าอับอายเสียเหลือ
แวมไพร์ได้สติขึ้นมาเมื่อเธอพูดออกมาแบบนั้น เขาเองก็ไม่นึกว่าจะจับเธอมาบดจูบโดยที่ไม่รู้เนื้อรู้ตัวแบบนี้เหมือนกันจึงกระแอมแก้เก้อเบาๆ " ฮึ่ม.... " กฎหนอกฎ กฎที่แปลว่ามีไว้แหกสินะ ก่อนหน้านี้ตัวเขาเองเคร่งเรื่องนี้มากเพราะไม่ชอบให้ผู้หญิงคนไหนมายุ่งย่ามกับปากของเขา เขาเองไม่หอมและไม่จูบใครทั้งนั้นเต็มที่ก็แค่ใช้มือสัมผัสลูบไล้ให้เท่านั้นแต่ดูเขาทำกับเธอสิเธอยังนั่งไม่ถึง 5 นาทีด้วยซ้ำเขาก็แอบแหกกฎข้อแรกซึ่งเป็นกฎเหล็กของตัวเองเสียแล้ว " มันเผลอน่ะ " แวมไพร์พูดออกมานี่คือจูบแรกของเขาเลยนะทำไมเธอถึงได้นิ่งแบบนี้หรือว่าเขาทำเพียงแค่ริมฝีปากแตะกันแล้วมันดูห่วยเกินไป มะนาวเมื่อเขาบอกออกมาแบบนั้นกลับไม่ได้รู้สึกโกรธอย่างที่คิดเลยสักนิด จูบแรกของเธอเขาได้มันไปง่ายดายจริงๆ อีกอย่างเธอกลับชอบสัมผัสที่เขามอบให้เสียอย่างนั้นมันน่านักน่าเอาหัวตัวเองไปทุบกำแพงเสียให้เข็ดโทษฐานที่ไม่ยอมรักดี " คุณพกเครื่องป้องกันมาหรือเปล่า " เพราะมาถึงขนาดนี้แล้วเธอต้องได้ลิ้มลองรสชาติของการกินผู้ชายจึงเอ่ยถามเขาออกไปแม้ว่าจะเตรียมมาเองด้วยแต่ก็ยังอุตส่าห์ถามเขาก่อน รีบทำ รีบเสร็จ รีบรู้สึกแล้วเธ
บรรยากาศภายในลิฟท์ชวนอึดอัดจนบอกไม่ถูก มะนาวเธอยืนอยู่ข้างหน้าในขณะที่แวมไพร์ยืนอยู่ข้างหลังต่างคนต่างก้มหน้ามองมือถือโดยที่ทั้งสองคนสวมแมสเอาไว้แต่ภายใต้หน้ากากแวมไพร์มีความนิ่งเฉยในขณะที่มะนาวเบะปากไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วนพลางด่าเขาในใจ คนอุตส่าห์หวังดีถามสารทุกข์สุขดิบแล้วดูเขาสิเหมือนรังเกียจเธอเสียอย่างนั้น เธอมองดูสภาพตัวเองในกระจกก็ไม่ได้น่าเกลียดนี่เพราะเธออยู่ในชุดเสื้อสายเดี่ยวสีขาวทับด้วยกระโปรงยีนส์ตัวสั้นแล้วก็รองเท้าผ้าใบสีขาวมีเสื้อแขนยาวสีขาวตัวบางคลุมทับไว้นิดหน่อยเธอว่าเธอก็แต่งตัวพอดูได้นะแต่เขากลับนิ่งชะมัดแบบนี้เธอเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าแอคเค่อที่เธอนัดมาจะประทับใจในครั้งแรกที่เจอกันหรือเปล่า ถ้าจะมีสีหน้าเหมือนนายน้ำแข็งนี่เธอก็ไม่ไหวป่ะ " ใกล้ถึงแล้ว "มะนาวส่งข้อความไปหาเขาแล้วเขาก็ตอบกลับมาทันที " ใกล้แล้วเหมือนกัน ถึงหน้าห้องแล้วบอกนะ "แวมไพร์ส่งข้อความตอบกลับไป " อยู่ในลิฟท์ " เมื่อได้อ่านข้อความนั้นแวมไพร์ถึงกับเงยหน้าขึ้นมาแล้วมองผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเขาหรือว่าจะเป็นเธอ รอยยิ้มมุมปากยกขึ้นมาทันทีที่เริ่มเดาทุกอย่างได้แล้ว ถ้าเป็นเธอจริงๆ ก็เหมือนเขา
แวมไพร์ที่ใส่ชุด All Black เสื้อยืดพอดีตัวสีดำ เสื้อหนังสีดำ กางเกงยีนส์สีดำรวมไปถึงรองเท้าผ้าใบก็ยังสีดำอีก เขาควบบิ๊กไบค์ที่พึ่งออกมาวันแรกออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่ของเขาทันที เวกัสกับสายขิมได้แต่มองลูกชายของตัวเองที่ตอนนี้โตเป็นหนุ่มเต็มที่แล้วด้วยวัย 27 ปี " ลูกเหมือนพี่ไม่มีผิดเลยนะคะ ครั้งแรกที่ขิมเจอพี่ก็ตกใจแทบแย่ทรงผมสกินเฮดแถมมีรอยบากมาอีก แล้วดูลูกเราตอนนี้สิคะถักเดทร็อคแถมยังควบบิ๊กไบค์ออกไปแบบนี้ถ้าใครไม่รู้ว่าเป็นลูกเราก็คงว่าเจ้าแวมไพร์เป็นเด็กแว้นแน่ " สายขิมมองหน้าสามีเมื่อทั้งสองคนตอนนี้ยืนดูลูกชายคนโตกำลังลับสายตาไป " หึ วัยมันกำลังได้ครับที่รัก พี่ว่าลูกเราเรียนจบแล้วปล่อยให้เล่นสักพักเดี๋ยวก็คงมารับช่วงกิจการต่อจากพี่ หลังจากนั้นเราไปเที่ยวรอบโลกกันดีไหม " เวกัสที่กำลังจะได้ปลดเกษียณอ้อนเมียตัวน้อยทันที ธุรกิจของตระกูลมีเยอะเหลือเกินทั้งที่เขากับน้องชายมีลูกกันเป็นโขยงแต่ก็ยังดูแลกันแทบไม่ทั่วถึง บ้านอื่นลูกหลานแย่งกันอยากทำธุรกิจของครอบครัวแต่ตระกูลเขาต่อให้ผลิตทายาทมามากเท่าไหร่ก็ยังไม่พอสำหรับธุรกิจของตระกูลอยู่ดี " จริงหรอคะพี่เวย์ขิมตื่นเต้นจังเลยค







