LOGINแวมไพร์ที่ใส่ชุด All Black เสื้อยืดพอดีตัวสีดำ เสื้อหนังสีดำ กางเกงยีนส์สีดำรวมไปถึงรองเท้าผ้าใบก็ยังสีดำอีก เขาควบบิ๊กไบค์ที่พึ่งออกมาวันแรกออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่ของเขาทันที เวกัสกับสายขิมได้แต่มองลูกชายของตัวเองที่ตอนนี้โตเป็นหนุ่มเต็มที่แล้วด้วยวัย 27 ปี
" ลูกเหมือนพี่ไม่มีผิดเลยนะคะ ครั้งแรกที่ขิมเจอพี่ก็ตกใจแทบแย่ทรงผมสกินเฮดแถมมีรอยบากมาอีก แล้วดูลูกเราตอนนี้สิคะถักเดทร็อคแถมยังควบบิ๊กไบค์ออกไปแบบนี้ถ้าใครไม่รู้ว่าเป็นลูกเราก็คงว่าเจ้าแวมไพร์เป็นเด็กแว้นแน่ " สายขิมมองหน้าสามีเมื่อทั้งสองคนตอนนี้ยืนดูลูกชายคนโตกำลังลับสายตาไป " หึ วัยมันกำลังได้ครับที่รัก พี่ว่าลูกเราเรียนจบแล้วปล่อยให้เล่นสักพักเดี๋ยวก็คงมารับช่วงกิจการต่อจากพี่ หลังจากนั้นเราไปเที่ยวรอบโลกกันดีไหม " เวกัสที่กำลังจะได้ปลดเกษียณอ้อนเมียตัวน้อยทันที ธุรกิจของตระกูลมีเยอะเหลือเกินทั้งที่เขากับน้องชายมีลูกกันเป็นโขยงแต่ก็ยังดูแลกันแทบไม่ทั่วถึง บ้านอื่นลูกหลานแย่งกันอยากทำธุรกิจของครอบครัวแต่ตระกูลเขาต่อให้ผลิตทายาทมามากเท่าไหร่ก็ยังไม่พอสำหรับธุรกิจของตระกูลอยู่ดี " จริงหรอคะพี่เวย์ขิมตื่นเต้นจังเลยค่ะนั่นคือความฝันของขิมเลยนะ " " จริงแท้แน่นอนครับที่รัก เอาไว้เจ้าแวมไพร์พร้อมเข้ามาบริหารงานอย่างเต็มตัวแล้วพี่จะพาเธอไปนะ " ............................ ........ แวมไพร์แว้นบิ๊กไบค์ออกมาแต่ว่าเขาก็ยังไม่ชินกับถนนมากเท่าไหร่ เขาขับด้วยความเร็วแต่ยังระมัดระวังอย่างดีจนมาถึงทางแยกเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเขาจิ้มตูดแท็กซี่เข้าอย่างจัง เอี๊ยด!!!! โครม!!!! " เชี่ย!! " แวมไพร์ถึงกับอุทานออกมาเมื่อแท็กซี่คันข้างหน้าอยู่ๆ นึกจะเบรคก็เบรคเขาจึงเหยียบเบรคไม่ทันเหมือนกันเลยชนเข้าอย่างจังตัวเขาเองถลาไปไกลจากตัวรถพอสมควรได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเพราะชุดที่เขาใส่มันเซฟตี้เป็นอย่างดีแต่รถที่เขาเพิ่งออกมาใหม่นี่สิไม่รู้จะยังขับได้หรือเปล่าวันนี้มีนัดสำคัญเสียด้วย " คุณ!! เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะมาค่ะฉันช่วย " สาวสวยดีกรีดาวคณะอย่างมะนาวรีบลงมาจากแท็กซี่คันนั้นทันทีหลังจากที่ได้ยินเสียงท้ายรถชนเข้าอย่างจังกับอะไรสักอย่าง เมื่อเธอมองไปเห็นข้างหลังจึงได้รู้ว่ามีคนกำลังบาดเจ็บ เธอรีบวิ่งลงไปช่วยเขาทั้งที่เธอไม่รู้ว่าเขาเป็นใครเพราะยังใส่หมวกกันน็อคเต็มใบ แวมไพร์มองหญิงสาวที่เพิ่งลงมาจากรถแท็กซี่ที่เขาเพิ่งชนเข้าเต็มๆ ใบหน้ารูปไข่ผมยาวจนถึงสะโพกสีทองตัดกับความขาวที่มีบนผิวหน้าและผิวกายของเธอได้เป็นอย่างดี รวมๆ แล้วหญิงสาวตรงหน้าเขานี้ตรงสเปคเขาทุกอย่างเลยติดอยู่แค่อย่างเดียวเธอหน้าเด็กไปนิด จะจีบก็ขี้เกียจเสี่ยงคุกเสี่ยงตาราง " คุณคะ คุณ....ได้ยินฉันหรือเปล่าคะหรือว่าสลบไปแล้ว " มะนาวพยายามที่ถอดหมวกกันน็อคของเขาแต่แวมไพร์กลับรั้งข้อมือของเธอเอาไว้จึงทำให้มะนาวชะงักไปชั่วขณะ " เอ่อ....ไปโรงพยาบาลไหมคุณ " " ไม่เป็นไร " แวมไพร์ตอบออกมาเพียงแค่นั้นก็พยายามจะลุกขึ้นยืนแล้วก็เป็นมะนาวที่พยุงตัวเขาให้ลุกขึ้นยืนได้อย่างถนัด " เอ่อ พี่แท็กซี่คะเรียกประกันไหมคะพอดีฉันรีบมีธุระด่วนค่ะใกล้จะถึงเวลานัดแล้วด้วย " มะนาวมองดูนาฬิกาข้อมือที่ตอนนี้ใกล้จะถึงเวลานัดของเธอกลับแอคเค่อคนนั้นแล้ว ถ้าไม่ติดว่าเธอเกิดอุบัติเหตุตรงนี้ป่านนี้เธอคงไปถึงแล้ว แวมไพร์เมื่อได้ยินสาวสวยตรงหน้าบอกว่าใกล้ถึงเวลานัดเขาจึงนึกขึ้นได้ว่านี่ก็ใกล้ถึงเวลานัดของเขากับเธอคนนั้นแล้วสินะ แต่เขาดันมาเกิดอุบัติเหตุเสียก่อนดูเหมือนขาข้างขวาจะเจ็บนิดหน่อยด้วย " ได้ครับ " แท็กซี่คนนั้นโทรเรียกประกันทันทีพร้อมกันกับที่แวมไพร์เดินไปที่รถบิ๊กไบค์คู่ใจแล้วสำรวจสภาพจึงเห็นว่ามันขับต่อไปได้มีเพียงแค่ไฟหน้าที่แตกยับเท่านั้น เขามองดูนาฬิกาในโทรศัพท์มือถือจึงตัดสินใจที่จะใช้เงินแก้ปัญหาไม่อย่างนั้นสาวน้อย Bigmilk ที่เขารอคอยจะเจอเธอคงต้องชวดในวันนี้แน่ " ลุงคะ ถ้าอย่างนั้นหนูต้องขอตัวก่อนนะคะนี่ค่าแท็กซี่นะแล้วก็ค่าเสียเวลาของลุงด้วยค่ะ " มะนาวถึงแม้ว่าเธอจะมีธุระด่วนแต่เธอก็ไม่ใช่คนแล้งน้ำใจหรอกนะยังไงเสียวันนี้คุณลุงก็คงทำมาหากินไม่ได้แล้วเธอจึงหยิบเงินสดในกระเป๋าจำนวนหนึ่งหมื่นบาทมอบให้กับลุงคนขับแท็กซี่แล้วเธอก็รีบจากไปทันทีโดยที่ไม่หันมามองคนเจ็บที่สามารถเดินไปที่รถได้แล้ว " ลุงครับพอดีผมรีบ นี่นามบัตรเลขาผมนะครับกำลังจะมาถึง ส่วนเงินสดนี่ผมให้ลุงเอาไว้ก่อนเพื่อให้รู้ว่าผมไม่ได้ตั้งใจจะหนีแต่ผมมีธุระต้องไปจริงๆ " ลุงคนขับแท็กซี่ถึงกับเกาหัวอย่างงุนงงเมื่อทั้งผู้โดยสารและคู่กรณีต่างก็แยกกันไปคนละทิศละทาง ตอนนี้เหลือเพียงแค่เขาที่ยังรอประกันรถอยู่กับเงินสดที่มีในมือสามหมื่นบาท แวมไพร์แว้นบิ๊กไบค์มาจนถึงโรงแรมที่เขาใช้นัดกับเธอพอเขาเปิดห้องได้ก็รีบส่งหมายเลขห้องไปให้กับเธอ มะนาวรีบเปิดอ่านทันทีที่แชทเด้งขึ้นมา เธอเห็นหมายเลขห้องจากนั้นจึงแวะเข้าไปที่ร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อสิ่งของบางอย่างนั่นก็คือแมสและเครื่องป้องกัน เธอเป็นผู้หญิงยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพไม่ได้สนใจหรอกนะว่าคนขายจะมองหน้าเธอยังไง ยังไงเสียก็คงเจอกันแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว " ฟู่วววว ทำไมพอถึงเวลาแล้วมันตื่นเต้นอย่างนี้วะ " มะนาวพยายามหายใจเข้าออกลึกๆ รวบรวมความกล้าที่จะเข้าไปยังหมายเลขห้องที่นัดหมาย เธอที่กล้าบ้าบิ่นคุยกับเขาถึงเรื่องแบบนั้นอยู่เป็นสัปดาห์แต่พอเอาเข้าจริงในตอนนี้กลับรู้สึกใจแป้ว เธอเดินหน้าไปเรื่อยๆ อย่างเหม่อลอยจนมาถึงหน้าลิฟต์จึงได้เห็นว่าผู้ชายคนที่เกิดอุบัติเหตุก็อยู่ที่นี่ด้วย " เอ๊ะ! คุณ ทำไมมาอยู่ที่นี่ไม่ไปโรงพยาบาลหรอคะ " มะนาวเอ่ยถามทันทีจริงๆ เธอก็ไม่แน่ใจหรอกว่าจะใช่เขาหรือเปล่ามาแน่ใจก็ตรงที่ฝุ่นที่ยังเกาะอยู่ตามเสื้อผ้าของเขาอยู่นิดหน่อย บวกกับกางเกงที่มันขาดวิ่นตรงหัวเข่าจึงทำให้เธอแน่ใจว่าต้องใช่เขาแน่ๆ ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้าเอาไว้ก็ตาม แวมไพร์มองสาวน้อยที่เขาจดจำใบหน้าของเธอได้ และไม่คิดว่าจะเจอกับเธอที่นี่ ในตอนนี้เธอดึงหน้ากากอนามัยที่เธอสวมใส่อยู่ออกเขาจึงใช้สายตามองเธอนิ่งๆ แล้วตอบกลับไป " ผมไม่เป็นไรไม่ได้เจ็บมาก " เขาพูดเพียงแค่นั้นก็เป็นจังหวะที่ลิฟท์เปิดออกมาพอดี เขาจึงเดินเข้าไปเงียบๆ และตามด้วยมะนาวที่เดินตามเข้าไปพร้อมกับเบะปากมองบนเล็กน้อย เธอไม่ชอบเอาเสียเลยอุตส่าห์เป็นห่วงแต่ดูเขาสิเย็นชาชะมัดหลายวันผ่านไปวันนี้เป็นวันรับปริญญาของมะนาวเวนิสและวิวาห์ " มะนาวมาถ่ายรูปด้วยกัน " เวนิสและวิวาห์เรียกให้มะนาวไปถ่ายรูปด้วยกันเพราะตอนนี้ทั้งสองครอบครัวมาร่วมแสดงความยินดีจึงทำให้บรรยากาศคึกคักเป็นอย่างมาก ทางฝั่งครอบครัวของเขาช่างมีญาติเยอะเหลือเกินเธอเพิ่งรู้ว่าครอบครัวเขาคือครอบครัวใหญ่มากทั้งคุณลุงคุณป้าอีกทั้งพี่น้องของเขาอีกครอบครัวสุขสันต์ของเธอกลายเป็นครอบครัวเล็กๆ ไปเลย " อื้ม " มะนาวเข้าไปถ่ายรูปกับเวนิสและวิวาห์รวมไปถึงทุกคนในครอบครัวทั้งฝั่งเธอและฝั่งของว่าที่คู่หมั้นแต่จนแล้วจนรอดคู่หมั้นของเธอที่บอกว่ามีงานด่วนแล้วจะตามมาทีหลังตอนนี้ก็ยังไม่มาเลยเธอชะเง้อคอมองหาตั้งนานแล้ว " ทำอะไรอยู่หรอยัยมะนาวรอพี่ชายฉันล่ะสิ วันนี้พี่แวมไพร์มีงานด่วนเห็นบอกว่าจะรีบมานะ " เวนิสกับวิวาห์ที่รู้ทุกอย่างอยู่แล้วจึงรีบประกบเพื่อนสาวพ่วงด้วยตำแหน่งพี่สะใภ้และบอกทุกอย่างให้เข้าใจก่อนที่เพื่อนสาวของเธอจะแง่งอนไปเสียก่อน พี่ชายของเธอนี่ก็เหลือเกินทำอะไรชักช้าจริงๆ มะนาวถอนหายใจออกมาเบาๆ ทำไมงานของเขาจะต้องมารัดตัวในวันสำคัญของเธอด้วยนะจริงๆ ก็นึกน้อยใจแต่เมื่อคิดดูแล้ว
2 สัปดาห์ผ่านไปจนถึงวันสุดท้ายของการลงโทษ แวมไพร์เขาเขาก็ยังอยู่กับเมียตัวน้อยจนถึงเช้าก่อนจะย่องออกมาจากห้องเธอเหมือนทุกวันเพื่อกลับมายังคฤหาสน์ให้คุณพ่อกับคุณแม่อย่างเวกัสกับสายขิมพร้อมกันกับคุณปู่คุณย่าให้มาสู่ขอเธอตามประเพณีอย่างที่ได้ตกลงกันเอาไว้กับคุณลุงฮ่องเต้เมื่อเดือนก่อน " นี่ก็ครบหนึ่งเดือนตามที่ตกลงกันไว้แล้ววันนี้กูมาขอลูกสาวคนเล็กของมึงให้ลูกชายคนโตของกู " เวกัสที่พาทุกคนในครอบครัวมาด้วยเอ่ยขึ้นมากับเพื่อนรักทันทีซึ่งฮ่องเต้ที่ยังทำท่าทางเคร่งขรึมอยู่เขาได้แต่ทำหน้านิ่งจนเป็นแพรวผู้เป็นภรรยาพูดขึ้นมาแทน " ขอบคุณที่ให้เกียรติลูกสาวเรานะคะทางเราก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรค่ะทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของลูกๆ เลย "" ที่รัก " ฮ่องเต้ทำท่าทางแง่งอนภรรยานิดหน่อยแต่ถึงอย่างนั้นก็ได้รับสายตาคาดโทษมาให้เขาจึงพูดจาอะไรไปไม่ได้มากนัก เขาไม่ได้กลัวเมียนะแค่เกรงใจนิดหน่อยจนไม่กล้าพูดอะไรมากนักเท่านั้นเอง " คุณคะเลิกตั้งแง่ได้แล้วเด็กๆ รักกันก็ควรจะปล่อยให้เขาได้ตัดสินใจกันเองสิคะลูกโตแล้วนะ "" แต่.... " คุณย่ามาร์กี้ที่มองสถานการณ์อยู่จึงรีบเอ่ยขึ้นเพราะถ้าเธอเอ่ยปาก
แวมไพร์พูดเพียงแค่นั้นก็จับคนตัวเล็กให้นอนหงายลงไปพร้อมกันกับที่ตัวเขาพยุงศรีษะของเธอเบาๆ แล้วประกบจูบอย่างดูดดื่มด้วยความเร่าร้อน ความคิดถึงได้ส่งผ่านไปหาเธอผ่านริมฝีปากที่กำลังบดเบียดราวกับว่าอยากจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว " อื้อ.... " เสียงครางอื้ออึงออกมาเสียงดังเมื่อคนตัวเล็กที่ไม่เคยถูกรุกล้ำหนักขนาดนี้มาก่อนโดนรุกหนักเข้าเต็มๆ อีกทั้งตอนนี้เธอยังได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากตัวเขาด้วย " คุณขาดื่มหนักมาหรอ " เมื่อเมียตัวน้อยถามออกมาแบบนั้นเขาก็ไม่อาจโกหกเธอได้เพราะยิ่งไม่เจอกันความไว้ใจยิ่งเป็นเรื่องสำคัญเขาจึงพยักหน้ายอมรับเบาๆ " พี่ต้องเลี้ยงไถ่โทษไอ้ชานนท์ไงที่ไปทำกับมันวันนั้น ขอโทษนะที่วันนั้นพี่ใจร้อนเกินไป "" ช่างมันเถอะค่ะ ว่าแต่ดื่มทุกวันหรือเปล่าคะ " มะนาวถามออกไปเพราะเป็นห่วงสุขภาพของเขามากกว่าแวมไพร์ได้แต่ยิ้มแหยออกมาเมื่อถูกจับได้" ครับ พี่ยอมรับทำยังไงได้ก็พี่เคยชินกับการกอดร่างนุ่มนิ่มของเธอนอนทุกคืนแต่พอหลายวันมานี้ต้องนอนคนเดียวพี่เลยนอนไม่หลับก็ต้องอาศัยแอลกอฮอล์ช่วย พี่ภาวนาให้ครบหนึ่งเดือนเร็วๆ สัญญาเลยว่าจะกักตัวเธอไว้ 7 วัน 7 คืนไม่ให้ไปไหนเลย "
" นี่แกร้องไห้ทำไม " เวนิสเมื่อนั่งลงที่ปลายเตียงของเพื่อนสนิทแล้วจึงรีบปาดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยนเข้าใจดีว่าเพื่อนกำลังสับสน " ฉันรู้สึกผิดกับพวกแกทั้งสองคนที่ปิดบังความสัมพันธ์กับพี่ชายของพวกแกมาโดยตลอด "มะนาวก้มหน้างุดพร้อมกับเอ่ยคำขอโทษออกไปรัวๆ" นี่แกเป็นคนคิดมากแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ยัยมะนาวที่แสบซ่าคนเดิมหายไปไหน พวกเราน่ะเข้าใจแกมาตั้งนานแล้วนะอีกอย่างถ้าพี่ชายฉันลงเอยกับแกพวกเรากลับจะสบายใจเสียอีกที่มีพี่สะใภ้ใจดีแบบนี้ "เวนิสบอกออกมาแล้ววิวาห์ก็รีบเสริมทันที " จริง พวกเราดีใจมากเพราะเห็นสายตาที่พี่ชายของฉันกับแกมองกันไปมามันคือสายตาของคนรักกันมากจริงๆ อีกอย่างวันนี้พี่ชายของฉันก็แมนมากด้วยทั้งที่กลัวว่าคุณลุงฮ่องเต้จะโกรธมากแต่ก็ยังรบเร้าให้คุณพ่อพามาตั้งแต่เช้านี่ก็คงคิดถึงแกมากเห็นบอกว่าติดต่อไม่ได้เลย "" อืม คุณพ่อสั่งห้ามไว้แถมยึดมือถือไปอีกออกไปข้างนอกก็มีคนคุมตลอดบอกว่าเป็นบทลงโทษที่พวกเราสองคนทำผิดพลาดไปก็เลยให้ห่างกันไปก่อนเดือนนึงถ้าทนได้คุณพ่อก็จะไฟเขียวให้แต่ถ้าทนไม่ได้ก็ตามนั้น " มะนาวพูดออกมาพร้อมกับความกังวลเล็กน้อยกลัวว่าเขาจะอดทนต่อความลำบากนี
เวกัสพาลูกชายมาที่บ้านของเพื่อนสนิทอย่างฮ่องเต้ในเช้าของวันใหม่พร้อมกับที่แวมไพร์หากระเช้าใบใหญ่เพื่อมาขอขมาว่าที่พ่อตากับแม่ยายด้วยความรู้สึกประหม่า เมื่อคืนเขารอสายจากมะนาวทั้งคืนแต่จนแล้วจนรอดเธอก็ไม่ติดต่อมาเลยจนทำให้เช้าวันนี้เขาร้อนใจจึงรีบให้คนเป็นพ่อพาเขามาที่นี่ " มาทำไมวะ " ฮ่องเต้ทำเป็นเข้มเมื่อออกมาต้อนรับซึ่งสายตาของมันแบบนี้เวกัสรู้ดีว่าลูกสาวคงทำให้ใจอ่อนไปมากแล้วสินะ แตกต่างจากแวมไพร์ที่ตอนนี้รู้สึกกลัวและกังวลไปหมดว่าว่าที่พ่อตาจะไม่ให้อภัยเขาเขาเป็นผู้ใหญ่แถมยังรับหน้าที่ผู้นำตระกูลคนต่อไปด้วยแล้วแต่ยังเล่นเป็นเด็กๆ อยู่ได้ก็ไม่แปลกที่ท่านจะไม่ชอบใจ " กูพาลูกชายมาขอขมาว่าที่พ่อตามัน "เวกัสที่ไม่วายแซวเพื่อนทั้งที่รู้อยู่แล้วว่ามันแค่ทำเป็นเข้ม " ใครว่าที่พ่อตาวะแถวนี้ไม่มีโว้ย " ฮ่องเต้บอกออกมาพร้อมกับหันหน้าไปทางอื่นเพื่อคีพลุคไม่อย่างนั้นคงต้องเผยอาการออกมาให้ว่าที่ลูกเขยได้เห็นแน่ " หึ กูร้อนจะแย่มึงจะไม่ชวนกูเข้าไปดื่มน้ำสักแก้วเลยหรอ ทำเป็นเข้มอยู่ได้ลูกชายกูกลัวหมดแล้วเนี่ย " เวกัสบอกออกมาพร้อมกับฮ่องเต้ที่ทำยังไงก็ไม่ยอมให้ครอบครัวของเพื่อ
ฮ่องเต้พาลูกสาวกลับมาบ้านโดยที่ไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำตลอดทางมีแต่ความเงียบงันพร้อมกับมะนาวที่ดวงตาดูไร้ซึ่งจุดหมายมองไปข้างหน้าด้วยความว่างเปล่าเอาจริงๆ ตอนนี้เธอกลัวคุณพ่อมากปกติถ้าคุณพ่อดุเธอบ้างเธอก็ยังเดาทางออกว่าท่านรู้สึกยังไงแต่ตอนนี้ท่านดูเงียบจนเธอกลัวไปหมด และเมื่อเข้ามาถึงบ้านฮ่องเต้จึงเรียกทุกคนเข้ามาคุยกัน" ลูกรู้ใช่ไหมว่าทำอะไรผิดไปบ้าง " ฮ่องเต้ที่เลี้ยงลูกสาวอย่างดีมากับมือแต่ตอนนี้ในเมื่อทำผิดเขาก็จำเป็นต้องลงโทษและตักเตือนบ้าง " มะนาวขอโทษค่ะคุณพ่อคุณแม่ที่ทำอะไรไปโดยไม่คิด " มะนาวยกมือขึ้นไหว้ขอโทษบิดาและมารดาด้วยความรู้สึกผิดเธอเป็นลูกผู้หญิงไม่ควรชิงสุกก่อนห่ามแบบนี้จริงๆ แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อความรู้สึกมันเป็นเรื่องที่ฝืนกันไม่ได้จริงๆ " นี่มันเกิดเรื่องอะไรกันขึ้นคะคุณ " แพรวที่วันนี้ไปออกงานสมาคมเพิ่งกลับเข้ามาพร้อมกันกับส้มโอที่เพิ่งกลับมาจากการทำงานด้วยเช่นกันและตอนนี้ก็เป็นเวลาดึกดื่นมากแล้วนึกว่าทุกคนจะหลับไปแล้วเสียอีกแต่กลับผิดคาดที่พี่สาวอย่างเธอได้รับกลิ่นอายของความครุกรุ่นอยู่ไม่น้อย" ส้มโอพ่ออยากรู้ความจริงจากปากลูกว่าลูกรู้เรื่องทุ
คนตัวโตต้องชะงักค้างอีกครั้งเมื่อรู้สึกได้ว่าตัวเองได้ผ่านเยื่อบางๆ ที่เรียกว่าพรหมจรรย์เข้ามาแล้ว เขาหยุดการกระทำของตัวเองเอาไว้เพียงเท่านั้นไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหนพร้อมกับก้มมองจุดเชื่อมต่อที่ตอนนี้มีหยดเลือดจางๆ ไหลเคลือบท่อนเอ็นผ่านเครื่องป้องกันของเขาเอาไว้ ในขณะที่มะนาวหลังจากที่เธอกรีดร้อ
แวมไพร์ได้สติขึ้นมาเมื่อเธอพูดออกมาแบบนั้น เขาเองก็ไม่นึกว่าจะจับเธอมาบดจูบโดยที่ไม่รู้เนื้อรู้ตัวแบบนี้เหมือนกันจึงกระแอมแก้เก้อเบาๆ " ฮึ่ม.... " กฎหนอกฎ กฎที่แปลว่ามีไว้แหกสินะ ก่อนหน้านี้ตัวเขาเองเคร่งเรื่องนี้มากเพราะไม่ชอบให้ผู้หญิงคนไหนมายุ่งย่ามกับปากของเขา เขาเองไม่หอมและไม่จูบใครท
บรรยากาศภายในลิฟท์ชวนอึดอัดจนบอกไม่ถูก มะนาวเธอยืนอยู่ข้างหน้าในขณะที่แวมไพร์ยืนอยู่ข้างหลังต่างคนต่างก้มหน้ามองมือถือโดยที่ทั้งสองคนสวมแมสเอาไว้แต่ภายใต้หน้ากากแวมไพร์มีความนิ่งเฉยในขณะที่มะนาวเบะปากไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วนพลางด่าเขาในใจ คนอุตส่าห์หวังดีถามสารทุกข์สุขดิบแล้วดูเขาสิเหมือนรังเกียจเ
มะนาวมากินข้าวที่บ้านของคุณยายพร้อมกับคุณแม่และคุณพ่อของเธอคือฮ่องเต้ซึ่งเป็นเพื่อนกับพ่อของยัยเวนิสกับวิวาห์นั่นก็คือคุณลุงเวย์ ซึ่งตลอดทางเธอก็หยิบมือถือขึ้นมาเล่นไม่ห่างกายจนฮ่องเต้ที่มองดูลูกสาวอยู่สักพักต้องเอ่ยปราม " มะนาวเล่นอะไรอ่ะลูกก้มหน้าก้มตาใหญ่เลย " มะนาวรีบปิดมือถือที่มี







