เข้าสู่ระบบ“มื้อเย็นเสร็จแล้วนะคะ เชิญคุณทั้งสองคนที่ห้องอาหารค่ะ”
หลังจากใช้เวลาอย่างเพลิดเพลินอยู่ในห้องหนังสือ กิ่งแก้วก็เข้ามาแจ้งว่าถึงเวลามื้อเย็นแล้ว
พระนายปิดหนังสือลงด้วยความเสียดาย หลังจากที่นั่งอ่านมานานหลายชั่วโมง ล้วนแล้วมีแต่เรื่องน่าสนใจทั้งสิ้น จนแทบไม่อยากละสายตาจากตัวหนังสือไปเลยแม้แต่วินาทีเดียว
พระนายตัดสินใจถ่ายหน้าปกของหนังสือเอาไว้ เผื่อจะสามารถไปหาซื้อมาอ่านได้จากพวกร้านหนังสือเก่าที่เขาเคยไป ก่อนที่จะเดินตามกิ่งแก้วและเอกรินทร์ไปที่ห้องอาหาร
“เชิญนั่งค่ะ...”
“ที่นี่เราไม่ได้รับประทานอาหารหรูหราอะไร คุณสองคนคงพอรับประทานได้นะครับ”
เอกรินทร์และพระนายมองไปยังเมนูอาหารเกือบสิบอย่างบนโต๊ะที่เจ้าบ้านบอกว่าเป็นเพียงมื้อธรรมดาไม่ได้พิเศษ หากแต่เต็มไปด้วยเมนูอาหารระดับภัตตาคารที่คาดคะเนคร่าว ๆ ว่ามื้อนี้คงไม่ต่ำกว่าหลักแสนบาท
“ได้ครับพวกผมกินได้ นี่มันมากเกินไปด้วยซ้ำ”
“ยินดีครับ ถือว่าเป็นการเลี้ยงฉลองที่เราได้ร่วมงานกัน”
ภาคินทร์ผายมือออกเล็กน้อยก่อนจะเลื่อนจานสเต๊กของตัวเองมาทานโดยไม่สนใจอาหารบนโต๊ะเลยแม้แต่น้อย
พระนายเฝ้ามองด้วยความแปลกใจ แต่ก็อาจจะเป็นเพราะเขาชินชากับอาหารประเภทนี้อยู่แล้ว ไม่ได้มีความรู้สึกพิเศษอะไรคล้ายเมนูที่กินปกติในทุกวัน
“รสชาติอาหารถูกปากไหมคะ”
เพลงพรเอ่ยถามขึ้น
สองหนุ่มพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม สร้างความพอใจให้กับภาคินทร์เป็นอย่างมาก
“หกโมงแล้ว กิ่งแก้วไปพักผ่อนเถอะ ทางนี้ฉันจัดการเอง”
“ค่ะคุณเพลงพร”
“เดี๋ยวกิ่งแก้ว!!!”
เสียงของภาคินทร์เอ่ยเรียกชื่อแม่บ้าน นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ทำงานมาที่เธอได้ยินเจ้านายเรียกชื่อของเธอ
“คืนพรุ่งนี้ เพลงพรบอกเธอแล้วใช่ไหมว่าต้องทำอย่างไร”
“ค่ะคุณท่าน”
“ดี...ไม่มีอะไรแล้วไปได้”
กิ่งแก้วเดินกลับออกมาที่บ้านพักของตัวเอง พรุ่งนี้จะเป็นวันหยุดของเธอ แต่เธอจะไม่สามารถอยู่ในบ้านได้ เธอจึงจำเป็นต้องหาที่สำรองที่จะให้เธอไปพักชั่วคราว อย่างน้อยก็หนึ่งวันเพื่อให้ผ่านพ้นวันหยุดของเธอไป
แม้จะไม่ค่อยเข้าใจคำสั่งนักแต่เธอก็บอกตัวเองว่าอย่าไปสอดรู้สอดเห็นในสิ่งที่เจ้านายไม่อยากให้เห็น
“ดิฉันขอโทษที่ไม่ได้กำชับให้ดีเรื่องการที่จะพาพระนายมาหาคุณท่าน”
“ไม่เป็นไร เรายังพอมีเวลา พระนายมีความอยากรู้อยากเห็นตามประสามนุษย์ทั่วไป เราอาจจะไม่ต้องไปตามเขากลับมาหาเราเลยก็ได้”
ภาคินทร์มองไปยังท้ายรถตู้ที่เคลื่อนตัวออกไปเพื่อส่งเอกรินทร์และพระนายกลับบ้าน
สายลมเอื่อยค่อย ๆ ทวีความรุนแรงขึ้นราวกับพายุใหญ่กำลังเคลื่อนตัวมา
หนังสือเล่มหนาที่ถูกอ่านทิ้งเอาไว้ในห้องหนังสือถูกลมพัดจนพลิกเปิดไปมาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะมาหยุดในหน้าสำคัญหน้าหนึ่งอันจารึกเรื่องราวของความสัมพันธ์ระหว่างแวมไพร์กับมนุษย์ เมื่อหลายพันปีก่อน...
นั่นคือสิ่งที่เป็นเหตุผลทำให้ภาคินทร์มั่นใจว่าพระนายจะกลับมาอย่างแน่นอน
บ้านพระนาย / พระพาย
“อะ ไอ้นายนี่ค่าผ่อนบ้านเดือนนี้”
“พี่พาย ถ้าพี่ยังไม่มีก็เก็บไว้ใช้ก่อนก็ได้นะผมยังพอมีเงินอยู่”
“หยุด...พูดเหมือนสมเพชฉันเดี๋ยวนี้ ส่งอาหารก็ไม่ได้ลำบากขนาดนั้น ฉันเป็นพี่แกนะ ฉันจัดการชีวิตฉันเองได้”
“พี่ก็เป็นซะแบบนี้”
พระนายจำเป็นต้องเก็บเงินของพี่ชายใส่ลิ้นชักเพราะเบื่อที่จะทะเลาะด้วย
พระพายกับพระนายสูญเสียพ่อและแม่ไปเมื่อสามปีก่อนและทั้งคู่ก็อยู่ด้วยกันสองพี่น้องมาตลอด ด้วยความที่ญาติพี่น้องที่มีต่างก็กระจายแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตกันคนละทิศคนละทาง
บ้านหลังนี้ถูกซื้อในชื่อของเขาทั้งสองคนและตกลงกันว่าจะช่วยกันผ่อนคนละครึ่งทุกเดือน
แต่เพราะพี่ชายที่ตกงานมาได้สามเดือน และยึดอาชีพคนส่งอาหารแบบนี้พระนายจึงมีความเป็นห่วงกลัวว่าพี่จะลำบาก
แต่ดูเหมือนตัวพระพายเองก็ยังไม่อยากรับความช่วยเหลือของน้องชายตัวเองสักเท่าไร
“แล้วนี่แกทำอะไรอยู่”
“ผมกำลังหาหนังสือเล่มหนึ่งอยู่ พอดีวันนี้ไปบ้านลูกค้าไปเจอหนังสือน่าสนใจ พออ่านแล้วมันสนุกดี อีกอย่างผมคิดว่าพี่เองก็น่าจะชอบ”
“หนังสือ...หนังสืออะไรวะ”
“ประวัติตระกูลอีแวนสัน”
“อีแวนสัน...ทำไมมันคุ้น ๆ เหมือนเคยได้ยินจากไหน...”
พระพายหย่อนตัวลงนั่งบนเตียงนอนในห้องน้องชาย พยายามคิดว่าตัวเองเคยได้ยินนามสกุลนี้ที่ไหนมาก่อน
“อีแวนสัน ใช่ตระกูลที่เขาบอกว่าเป็นเชื้อสายแวมไพร์ไหม”
“อืมใช่ ตระกูลนั้นแหละ ผมก็อุตส่าห์ถ่ายรูปหน้าปกมากะจะเอามาหาจากในเน็ตว่าที่ไหนพอจะมีขาย แต่ไอ้รูปที่ถ่ายมาก็ดันเสียเฉย สงสัยรีบกดถ่ายไปหน่อย”
พระนายเปิดดูภาพถ่ายหนังสือจากในมือถือ ที่มีเพียงสีแดงคล้ายมีคนสาดไฟใส่กล้องมือถือ จนทำให้ไม่สามารถจับภาพของหนังสือเล่มนั้นได้
และหลังจากที่นั่งหาข้อมูลหนังสือจากใน Internet มาสักพักก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเจอหนังสือเล่มที่ตามหา
แต่เพราะเนื้อหาที่อ่านค้างไว้มันน่าสนใจจนทำให้เขาบอกตัวเองว่าคงต้องหาหนังสือเล่มนั้นให้เจอให้ได้
บทส่งท้าย“เอาวะ ก็คิดซะว่ามาตรวจเลือดประจำปีแล้วกัน”ปลายเข็มแทงเข้าที่ต้นแขน เลือดสีแดงสดไหลออกมาตามสายก่อนที่จะยกขึ้นมาเทใส่ในแก้วพระพายประคองศีรษะของภาคินทร์ขึ้นมาแล้วกรอกเลือดของเขาใส่ปากภาคินทร์ไปจนหมด“คุณพระพายทำอะไรคะ”เพลงพรที่ตั้งใจมาเยี่ยมภาคินทร์เข้ามาเจอพอดีเธอมองดูอุปกรณ์เจาะเลือดที่ถูกทิ้งไว้ในถังขยะ แล้วหันมองหน้าพระพายอีกครั้ง“ผมก็แค่ช่วยคุณภาคินทร์”ทั้งสองคนจดจ้องไปที่ร่างบนเตียง แล้วปาฏิหาริย์ก็บังเกิดเมื่อภาคินทร์ค่อย ๆ ลืมตาฟื้นขึ้นมา“คุณท่าน!!!”“คุณภาคินทร์”“พระพาย เพลงพร...”พระพายกอดภาคินทร์เอาไว้จนแน่น น้ำตาแห่งความยินดีไหลอาบทั่วสองแก้มในที่สุดภาคินทร์ก็กลับมาหาเขาสักที“คราวหน้าอย่าทำแบบนั้นอีกรู้ไหมครับ มันอันตราย”“ก็ถ้าผมไม่ทำ คุณก็คงไม่มานั่งบ่นผมอยู่ตรงนี้หรอกนะ”หลังร่างกายฟื้นตัวเต็มที่ ภาคินทร์ก็กลับมาอยู่ที่คฤหาสน์อีแวนสัน พร้อมทั้งให้พระนายกับมีจันทร์มาพักอยู่กับเขาด้วยหลังจากที่กิ่งแก้วรู้ว่าเจ้านายของเธอไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป แต่เธอก็ยืนยันว่าจะขอรับใช้ภาคินทร์ต่อไปโดยมีพระนายที่อาสามาช่วยดูแลเธออีกที“สรุปคุณจะขออะไรฉัน คิดออกหรือยัง ถ้า
ตอนที่ 77เมฆาทนฝืนรวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย ก่อนจะปัดร่างของมีจันทร์จนกระเด็นไปกองอยู่ที่พื้นข้าง ๆ กับเพลงพร“คุณนี่มันจริง ๆ เลยนะ”“อืม... สู้กับแวมไพร์ก็สนุกดี คุณไหวหรือเปล่า”“ไหว”มีจันทร์ค่อย ๆ ชันตัวเองให้ลุกขึ้น สายตาสอดส่องหาสร้อยแต่ก็ไม่พบ ส่วนกระเป๋าใบสีดำของเธอก็ตกอยู่ข้างพระพาย ด้านในมีของสำคัญอีกอย่างที่มันจะเป็นตัวเลือกสุดท้ายที่จะใช้จัดการเมฆาเมฆากระชากตัวพระพายออกจากภาคินทร์ ก่อนที่จะขึ้นไปคร่อมตัวของภาคินทร์ไว้ สองมือกดใบหน้าของภาคินทร์แนบไปกับพื้นเพื่อหมายจะฝังคมเขี้ยวของเขาลงไปภาคินทร์ที่หมดแรงขัดขืนหันไปสบตากับพระพายที่นอนเจ็บอยู่ไม่ไกล“คุณพระพายคะ ในกระเป๋า ตอกเข้าไปที่หัวใจมันเลยค่ะ”มีจันทร์ตะโกนเสียงดังจนทุกสายตาหันไปมองที่เธอ พระพายรีบคว้าลิ่มไม้ที่อยู่ในนั้นแล้วปักมันเข้าไปที่อกด้านซ้ายของเมฆาทันทีเสียงเมฆากรีดร้องด้วยความเจ็บปวดจนเขาต้องยอมปล่อยมือออกจากภาคินทร์ แล้วลงไปนอนดิ้นทุรนทุรายอยู่ที่พื้นภาคินทร์สบโอกาส ลุกขึ้นมาแล้วกดลิ่มไม้ซ้ำลงไปจนทะลุด้านหลัง พร้อมกับร่างของเมฆาที่แน่นิ่งไป“คุณภาคินทร์”และนั่นคือเรี่ยวแรงสุดท้ายที่ภาคินทร์ใช้มันเพื่อปกป้
ตอนที่ 76“กิ่งแก้วพาตัวพระนายออกไปก่อน”มีจันทร์หันไปบอกกิ่งแก้วพร้อมกับส่งไม้กางเขนศักดิ์สิทธิ์ให้ร่างของเพลงพรค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้นพร้อมกับรอยเขี้ยวที่คอของเธอ“เลือดพวกอีแวนสันเนี่ย ไม่อร่อยเลยเนอะ ฉันจำได้นะว่าเลือดแวมไพร์มันเคยอร่อยกว่านี้”“แวมไพร์ไม่กินเลือดเผ่าพันธุ์ของตัวเอง”ภาคินทร์พูดลอดผ่านไรฟันด้วยความโกรธแค้น เขาจ้องมองเพลงพรที่นอนหายใจรวยรินอยู่ที่พื้นในตอนนั้นที่เขาตัดสินใจใช้เลือดตัวเองรักษาเพลงพรเพราะหวังจะให้เธอหายเร็วขึ้น และอยากตอบแทนเธอที่ดูแลเขามาเป็นอย่างดี “มันก็เป็นเรื่องปกติ ถ้าเราอยากเป็นใหญ่ จะเลือดของใครฉันก็ไม่สน”“พวกโรเจอร์มันน่ารังเกียจอย่างไรในครั้งอดีต จนมาถึงตอนนี้ก็ยังน่ารังเกียจเหมือนเดิม”“โรเจอร์เหรอ”มีจันทร์สะดุดในคำพูดของภาคินทร์เพราะตระกูลโรเจอร์เป็นคนที่ทำให้แม่บุญธรรมของเธอต้องตาย“เธอมีปัญหาอะไรกับนามสกุลฉันเหรอแม่มนุษย์ตัวน้อย”เมฆาย่างสามขุมเข้าไปหามีจันทร์ แต่ภาคินทร์ใช้ความว่องไว ดึงตัวมีจันทร์ให้มาอยู่ข้าง ๆ เขากับพระพายได้ทันเวลา“คุณมีจันทร์ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ”พระพายหันไปบอกเธอ“ฉันจะเย็นได้ยังไงคะ ในเมื่อมันเป็นคนฆ่าแม่ฉัน”
ตอนที่ 75“คุณพระนาย... ช่วยด้วย”“กิ่งแก้ว”“ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย”“กิ่ง”“คุณพระนายอย่าออกไป”“ไม่ได้ผมต้องไปช่วยกิ่ง”กิ่งแก้วถูกเงาดำลากตัวหายออกไปจากหน้าร้าน พระนายรีบวิ่งตามไปในทันทีแม้ว่ามีจันทร์จะพยายามรั้งแขนไว้สุดแรงที่มี แต่พระนายก็สะบัดแขนหลุดแล้ววิ่งตามเงานั่นไป“คุณจันทร์ เสียงเอะอะอะไรกันคะ”“กิ่งแก้ว... แล้วเมื่อกี้”“คุณพระนายหายไปไหนคะ”“แย่แล้วแน่ ๆ ฉันต้องไปช่วยคุณพระนาย”มีจันทร์คว้ากระเป๋าสีดำบนโต๊ะแล้วรีบวิ่งออกไปโดยมีกิ่งแก้วตามไปติด ๆ เธอเองก็ห่วงพระนายไม่แพ้กัน“กิ่ง กิ่งอยู่ไหน ผมมาช่วยแล้ว ส่งเสียงหน่อย”“คุณพระนายช่วยด้วย”“กิ่ง!!”พระนายวิ่งตามเสียงของกิ่งแก้วไปเรื่อย ๆ สองข้างทางมีเพียงความมืดมิดเขาไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังวิ่งอยู่ที่ไหน เขารู้แค่เพียงว่าเขาต้องไปช่วยกิ่งแก้วให้เร็วที่สุด กว่าจะคิดได้ก็ในตอนที่เงยหน้าขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองมายืนอยู่ที่คฤหาสน์อีแวนสันเรียบร้อยแล้ว“ไงไอ้นายกว่าจะยอมออกมาได้นะ”“ไอ้เมฆ!!!!!”เมฆาโผล่มาจากด้านหลัง แล้วตรงเข้าไปจับตัวพระนายเอาไว้อย่างรวดเร็วโดยที่พระนายไม่ทันตั้งตัว เขาถูกจับมัดด้วยความรวดเร็วในชั่วพริบตาเพียง
ตอนที่ 74“คุณเพลงพรบอกว่าถ้าจบเรื่องนี้กิ่งจะได้รู้ทุกอย่าง แล้วพอถึงตอนนั้นคุณเพลงพรจะให้กิ่งเลือกว่ายังอยากจะทำงานให้ที่บ้านอีแวนสันต่อไปหรือเปล่า ฉันเองเป็นคนนอก อดทนรอหน่อยนะกิ่ง”เพียงละสายตา ผู้ชายรูปร่างคล้ายคลึงกับเมฆาก็หายตัวไป บริเวณโดยรอบเงียบลงอีกครั้ง เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจ“ไอ้นายช่วยกูด้วย”“ทุกคนได้ยินเสียงอะไรไหมครับ”“ไม่นะคะ”“ไอ้นาย... ภาคินทร์มันทำร้ายกู ช่วยกูด้วย”“นี่ไงครับ เสียงมันชัดมากเลยนะครับ”“คุณพระนายคะ กิ่งกับคุณจันทร์ไม่ได้ยินเสียงอะไรจริง ๆ ค่ะ”กิ่งแก้วเอื้อมมือไปแตะที่แขนพระนายเบา ๆ สีหน้าแววตาพระนายตอนนี้ดูลังเล สับสนระคนตื่นตระหนกอยู่ในคราวเดียว “แต่ผมได้ยินจริง ๆ นะกิ่ง ผมต้องเป็นบ้าตายก่อนแน่ ๆ กว่าจะผ่านคืนนี้ไปได้”“ใจเย็น ๆ นะคะ คุณพระนาย”กิ่งแก้วมองพระนายด้วยความเป็นห่วงแล้วจู่ ๆ พายุด้านนอกก็เริ่มพัดโหมกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตา ไฟในร้านติด ๆ ดับ ๆ บรรยากาศเริ่มใกล้เคียงหนังสยองขวัญมากเข้าไปทุกทีเพล้ง!!เสียงของบางอย่างที่ชั้นล่างแตกจนทุกคนหันมาสบตากัน แล้วไฟในร้านก็ดับลง“แบบนี้ไม่ดีแน่ ๆ”“หมายความว่ายังไงเหรอครับคุณมีจันทร์”“ฉัน
ตอนที่ 73คืนวันพระจันทร์เต็มดวงมาถึงแล้ว กิ่งแก้วถูกสั่งให้ออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้าโดยที่เพลงพรฝากมีจันทร์ให้ช่วยดูแลพระนายอีกแรง แม้ในตอนแรกพระนายจะไม่ยินยอมแต่พระพายก็ช่วยพูดจนยอมใจอ่อนทำตามที่เขาต้องการ“ถ้าผ่านคืนนี้ไปได้เห็นทีผมคงจะไม่ขอดื่มเลือดคุณอีกนะพระพาย”“ทำไมเหรอครับ”“ใครจะทนเห็นคนรักต้องมาเจ็บตัวซ้ำได้ล่ะ แต่ที่คืนนี้ผมต้องใช้เลือดจากคุณเพราะผมต้องการมีพลังให้มากที่สุด จะได้จัดการเรื่องเมฆาให้มันสิ้นซากสักที”“จำเป็นต้องถึงตายเลยเหรอครับ”“ก็ถ้าเขาไม่ตาย คนที่ตายก็คือผม”ภาคินทร์รู้ดีว่ามันเป็นเรื่องลำบากใจ ถึงจะรู้ว่าเมฆาคือแวมไพร์แต่ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนกันมาก่อน การที่จะต้องมารับรู้ว่าวันนี้เพื่อนของตัวเองอาจจะต้องตายด้วยฝีมือของคนรัก มันก็รู้สึกหดหู่อยู่ไม่น้อย“ผมรู้ว่าคุณรู้สึกอย่างไรนะพระพาย แต่ถ้าจะให้ผมพูดมันคือเรื่องปกติที่พวกเราหนีไม่เคยพ้น หากคิดจะเผชิญหน้าก็ต้องยอมรับความสูญเสีย”“คุณท่านกับคุณพระพายไปรอที่ห้องพิธีก่อนดีกว่าค่ะ ใกล้จะได้เวลาแล้ว”เพลงพรพาทั้งสองคนไปที่ห้องสำหรับทำพิธีดื่มเลือดในเวลานี้ด้านนอกเงียบสงบ สายลมที่เคยพัดอยู่ก็นิ่งสนิท ไร้ความ
ตอนที่ 71“ไปทำงานวันแรกก็กลับมืดเลยนะ”“พอดีแวะไปหาเมฆมา”“อ้าวเหรอ แล้วเมฆเป็นไงบ้าง”“เห็นว่าเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ ดูป่วย ๆ ด้วย คงจะมาทำงานไม่ได้อีกหลายวัน”พระนายตอบไปโดยที่ไม่ได้คิดอะไร“พี่พาย พี่มีเรื่องอะไรที่ยังไม่ได้บอกผมหรือเปล่าเกี่ยวกับพี่แล้วก็คุณภาคินทร์”“แกหมายถึงอะไรล่ะ”“ก็สิ
ตอนที่ 63“คือฉันมีอีกหลายเรื่องเลยที่สำคัญมาก ๆ เกี่ยวกับฉันและก็คุณภาคินทร์แต่ฉันยังบอกแกไม่ได้ แกช่วยหยุดสงสัย เลิกถามแล้วอดทนรอก่อนได้ไหม”“ทำไมผมต้องทำแบบนั้น”“เพราะฉันเองก็ลำบากใจและก็ไม่อยากโกหกแก แต่มันยังไม่ถึงเวลาจริง ๆ”ราวกับนั่งส่องกระจกเมื่อได้มองใบหน้าของอีกฝ่ายเพราะชีวิตของทั้งคู่
ตอนที่ 50เมื่อวานที่โรงพยาบาลเกิดความวุ่นวายเพราะเลือดหายไปจากคลัง ทั้ง ๆ ที่ปกติแล้วคลังเลือดมีการเก็บรักษาและดูแลความปลอดภัยอย่างแน่นหนาแต่ตอนที่เธอออกมามีคนบอกว่าไฟที่โรงพยาบาลขัดข้องและหลังจากทุกอย่างกลับมาเป็นปกติพอตรวจสอบดูถึงได้รู้ว่าเลือดในคลังหายไป“สวัสดีค่ะคุณเพลงพร”“พาฉันไปดูหน่อยค่ะ
ตอนที่ 1“สวัสดีค่ะคุณภาคินทร์”“ใครเหรอเพลงพร”“กิ่งแก้วค่ะ จะมาเป็นแม่บ้านคนใหม่ของที่นี่”“อืม! ...ผมฝากคุณจัดการให้เรียบร้อยด้วยแล้วกัน ผมจะขึ้นไปพัก”ภาคินทร์ก้มมองกิ่งแก้วเพียงหางตา แล้วหมุนตัวกลับขึ้นไปยังชั้นสามของบ้าน“คุณท่านชื่อว่าคุณภาคินทร์ คุณภาคินทร์ไม่ชอบความวุ่นวาย ไม่ชอบคนสอดรู้สอ