FAZER LOGINไม่รู้ว่าตัดสินใจผิดหรือตัดสินใจถูกกันแน่ที่ปานดาวเลือกมากับชายหนุ่มเพียงลำพัง ตอนนี้ทั้งคู่นั่งอยู่ในรถคันหรู ขณะที่พิรัฐเป็นคนขับ หญิงสาวลอบมองชายหนุ่มเป็นระยะก่อนจะสะดุ้งเมื่อสายตาคมหันมองเธอกลับ
เมื่อคนรู้ตัวว่าถูกแอบมอง ชายหนุ่มหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนที่จะเอามือลูบศีรษะเล็กเหมือนครั้งที่เจ้าตัวชอบทำในอดีต หญิงสาวหันไปบุ้ยหน้าใส่ร่างสูง
“พี่มาร์ค ปานไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ”
ปานดาวพูดบอกก่อนจะถลึงตาใส่ร่างสูงที่หัวเราะออกมาเบาๆ คนอะไรขี้แกล้งเสียจริงเชียว ทั้งเมื่อก่อนและตอนนี้เขาก็ยังชอบแกล้งเธอเหมือนเดิม
“ทำไมไม่ยอมไว้ผมยาวสักทีล่ะ หืม”
ชายหนุ่มเอ่ยถามหญิงสาวที่ตอนนี้ใบหน้าแดงก่ำอย่างกับมะเขือเทศ หัวใจเธอเต้นแรงทุกครั้งที่อยู่ใกล้เขา จนถึงตอนนี้มันก็ไม่เคยเปลี่ยน ถามว่าทำไมเธอถึงไว้ผมสั้นมาตลอด ส่วนหนึ่งก็เพราะพิรัฐ ครั้งหนึ่งเธอแอบได้ยินชายหนุ่มคุยกับรรินดาว่าอยากให้ตัดผมสั้น แต่หญิงสาวไม่ยอม เขาจึงไม่ได้บังคับแฟนสาวอีกเลย ทว่าคนที่เอาคำพูดเก็บมาคิดนั้นก็คือปานดาวที่ยืนแอบฟังทั้งสองคุยกัน เธอยอมไปตัดผมเพื่อหวังให้ชายหนุ่มพึงพอใจ ทว่าคนที่พิรัฐสนใจก็มีแต่พี่สาวเธอเท่านั้น
“ก็ปานชอบแบบนี้นี่คะ ดูแลไม่ยุ่งยากดี อีกอย่างนะประเทศไทยแดดร้อนจะตายไป”
หญิงสาวพูดบอก ขณะหันไปมองวิวที่นอกหน้าต่าง นัยน์ตาสุกใสดุจทานตะวันผลิบาน เธอไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้มีวันนี้ วันที่เธอได้เจอพิรัฐอีกครั้ง
เมื่อสามปีก่อน เธอรู้ข่าวคราวว่าพี่สาวของเธอเลิกกับพิรัฐและหันไปคบกับเสียปราโมทย์ซึ่งก่อนหน้านี้เธอเคยเห็นว่าเสี่ยมาส่งพี่สาวเธอครั้งหนึ่ง และเธอได้เตือนรรินดาไปแล้วว่าอาจจะเกิดปัญหาได้เพราะเจ้าหล่อนยังคบอยู่กับพิรัฐ อีกอย่างเสี่ยปราโมทย์ก็มีครอบครัวแล้วด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่สนับสนุนให้พี่สาวของเธอแย่งของใครมาแน่ๆ กระทั่งวันต่อมา รรินดาตัดสินใจที่จะเก็บข้าวของไปอยู่กับเสี่ยโดยทันทีโดยไม่ฟังคำเตือนเธอกับแม่เลย
“ก็ดีแล้ว แบบนี้แหละน่ารักดี”
คำพูดของชายหนุ่มทำให้เธอเขินอายเข้าไปใหญ่ ใบหน้าสวยแดงซ่าน อีกทั้งหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
แวบหนึ่งชายหนุ่มหันมาส่งสายตาเย็นชาให้หญิงสาว ก่อนที่เขาจะขับรถต่อไปยังร้านอาหารกึ่งผับที่ไปเป็นประจำ เมื่อมาถึงหญิงสาวลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเปิดประตูรถตามประธานหนุ่มเข้าไป
“สวัสดีค่ะคุณมาร์ค พาแฟนมาด้วยเหรอคะ”
พนักงานสาวเอ่ยถาม เพราะปกติเห็นมาร์คจะมาดื่มคนเดียวอยู่ตลอด เดิมทีมาร์คเป็นลูกค้าประจำของที่ร้านอีกทั้งยังเป็นเพื่อนสนิทของปรเมศเจ้าของร้านอาหารแห่งนี้อีกด้วย พนักงานจึงคุ้นหน้าเขาดี
“มะ...”
“ใช่ครับ รบกวนขอห้องส่วนตัวด้วยนะครับ”
พิรัฐพูดตัดบทบอกพนักงานไปอย่างผิดๆ แบบนั้น ส่วนปานดาวที่อยู่ด้านหลังก็ได้แต่นิ่งเงียบและส่งยิ้มแห้งๆ ให้กับพนักงานไป ก่อนที่พนักงานสาวจะพยักหน้าและบอกให้แขกเดินตามเธอไป
ในห้องอาหารที่เป็นห้องส่วนตัวของทางร้านเอาไว้ต้อนรับแขกวีไอพีเท่านั้น ในห้องกระจกสามารถมองวิวข้างนอกได้อย่างชัดเจนแต่ถ้ามองเข้ามาจากด้านนอกก็จะไม่เห็นอะไรนอกจากกระจกที่ขุ่นมัว แถมห้องนี้ยังสามารถมองเห็นบ่อน้ำที่ทางร้านขุดไว้เพื่อเป็นจุดขายอีกด้วย
เสียงเพลงจากนักร้องด้านนอกลอยเข้ามาสร้างบรรยากาศให้ความน่าอึดอัดได้ลดลงไปบ้าง ปานดาวรู้สึกประหม่าในช่วงแรก แต่พอเห็นท่าทีของพิรัฐที่ดูเป็นกันเองเธอก็คลายความกังวลได้บ้าง
“เราอยากกินอะไรสั่งได้เลยนะ”
ชายหนุ่มคลี่ยิ้มหล่อพูดบอกหญิงสาวที่นั่งเกร็ง ปานดาวพยักหน้ารับก่อนจะหยิบเอาเมนูขึ้นมาดู แต่ก็ยังลอบมองใบหน้าหล่อที่มัวแต่ก้มดูรายการอาหารอยู่
ปานดาวถึงกับตาลุกวาวเพราะอาหารที่น้ำมาเสิร์ฟ ทั้งปลากะพงทอดน้ำปลา แกงส้มไข่ปลาริวกิว ยำสาหร่าย ไก่ทอดสมุนไพร น่ากินไปหมด พิรัฐมองดูหญิงสาวตักอาหารเข้าปากเคี้ยวตุ๋ยๆ อย่างมีความสุข เมื่อทั้งคู่ต่างกินกันจนอิ่มแปล้
“เห็นตัวเล็กๆ อย่างนี้กินเก่งนะเรา ไม่รู้ว่าเอาไปเก็บไว้ที่ไหนหมด”
ชายหนุ่มเอ่ยแซว ก่อนจะยกน้ำสีอำพันขึ้นดื่ม โดยไม่ลืมปรายตามองหญิงสาวไปด้วย จนคนที่โดนมองหน้าแดงก่ำ
“อย่ากินจนเมานะคะพี่มาร์ค ปานยิ่งขับรถไม่เป็นด้วย หึหึ”
หญิงสาวพูดขัด เธอขับรถไม่เป็น อีกอย่างก็ไม่รู้ว่าบ้านของพิรัฐอยู่ที่ไหนด้วย ขืนดื่มจนเมาแล้วหาทางกลับไม่ได้แย่แน่ๆ
“หึหึ ดื่มแค่นี้พี่ไม่เมาหรอก ว่าแต่เราล่ะ ดื่มเป็นไหม มาดื่มเป็นเพื่อนพี่หน่อยสิ ให้พี่ดื่มอยู่คนเดียว พี่เหงานะ”
ชายหนุ่มพูดบอก ก่อนจะเดินไปหาหญิงสาวที่อยู่ตรงข้าม
“ไม่เอาดีกว่านะคะ ปานดื่มไม่ค่อยเก่ง”
ปานดาวปฏิเสธ ทว่าชายหนุ่มกลับรินน้ำสีอำพันผสมกับน้ำโค้กให้หญิงสาวเพื่อให้ดื่มได้ง่ายๆ
“งั้นแค่นี้ดื่มได้ใช่ไหมครับ ดื่มเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะคนดี”
ชายหนุ่มยังคงคะยั้นคะยอหญิงสาวให้ดื่ม แม้ว่าเธอจะรู้ลิมิตตัวเองพยายามจิบเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท ทว่าฤทธิ์ของแอลกอฮอล์หรือจะสู้ยาปลุกเซ็กซ์ที่เขาแอบหยอดลงไปในเครื่องดื่ม เพียงแค่หนึ่งหยอด มันก็ออกฤทธิ์ทันที
“นั่นน่ะเหรอ ภรรยาของคุณมาร์ค ไม่เห็นจะเหมาะเลย”เสียงหญิงวัยกลางคนรูปร่างผอมบางกำลังพูดคุยอยู่กับหญิงร่างท้วมที่น่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน“ก็แค่หวังจะสบายทางลัดนั่นแหละ ดูก็รู้อยู่แล้ว ว่าจงใจมาสมัครงานในตำแหน่งเลขาก็เพราะจะจับท่านประธานทำผัว”หญิงร่างท้วมตอบกลับ แม้นจะรู้อยู่ว่าปานดาวน่าจะได้ยินที่พวกเธอพูดก็ตาม ปานดาวนึกคิด ถึงจะดูรุ่นราวคร่าเดียวกับแม่ของเธอ ทว่าวุฒิภาวะกลับไม่ได้สูงขึ้นตามอายุเสียเลย หญิงสาวหันขวับไปมองทั้งสองคน และเดินเข้าไปในวงสนทนานั้น“ขอโทษนะคะ ถ้าจะนินทาก็ควรมีมารยาทหน่อยไหม นินทาไม่พอยังให้คนอื่นได้ยิน แบบนี้เขาเรียกว่าแก่กะโหลกกะลาหรือเปล่าคะ”ด้วยนิสัยไม่ยอมใครเป็นทุนเดิมอยู่แล้วทำให้คนทั้งสองที่ถูกถามถึงกับนิ่งอึ้งและมองหน้ากันด้วยสีหน้าดูเลิ่กลั่ก ไม่คิดว่าหญิงสาวที่ดูอ่อนแอจะกล้ามาว่าพวกเธอทั้งสองคนกลางงานเลี้ยงได้ ตอนนี้หลายคนเริ่มมองมาที่พวกเธอเป็นตาเดียว“ฉันไม่ได้พูดถึงคุณสักหน่อย อย่าร้อนตัวสิคะ ไหนล่ะหลักฐาน ถ้ามีก็เอามาให้ดูหน่อยว่าฉันว่าคุณตรงไหน”หญิงคนผอมทำใจดีสู้เสือ ถามปานดาวที่นิ่งไป พลางหันไปหาเพื่อนแล้วยกยิ้มที่มุมปาก“มีอะไรกันหรือเ
ภาวิณีย์กำลังมองลูกทั้งสองของเธอ พลางกลั้นน้ำตาไม่ให้รินไหลออกมา นานเท่าไหร่แล้วที่ครอบครัวของเธอจะอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเช่นนี้ได้“ทานอีกนิดนะพี่ริน”ปานดาวเอ่ยพร้อมกับตักข้าวต้มที่เธอเป็นคนลงมือทำจ่อที่ปากของหญิงสาว รรินดาเริ่มเบะปากจะร้องไห้“ไม่กิน อยากเจอ มาร์ค”หญิงสาวพูดออกมาอย่างเหม่อลอยพร้อมกล่าวอยากเจออดีตคนรักอย่างพิรัฐ ร่างบางดูสูบผอมจนเห็นร่องรอยกระดูกสันหลัง ปานดาวมองพี่สาวของเธอพลางแย้มยิ้มออกมา“เดี๋ยวพี่มาร์คก็มาหาแล้วนะคะ พี่รินกินเถอะ จะได้แข็งแรงนะ แข็งแรงแล้วปานจะพาพี่รินกับแม่ไปเที่ยวทะเลนะ”หญิงสาวพูดกรอกหูคนเป็นพี่ ทำให้คนที่ได้ยินว่าจะได้ไปเที่ยวทะเลถึงกับตาโตเลยทีเดียว หญิงสาวตาลุกวาวพร้อมกับอ้าปากกินข้าว เคี้ยวตุ๋ยๆ จนแก้มป่อง ปานดาวที่เห็นว่าพี่สาวว่าง่ายเหมือนเด็กก็รู้สึกเอ็นดู แม้ว่าความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่เหมือนกัน ครอบครัวของเธอได้กลับมาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตากัน และเธอหวังว่าสักวันหนึ่งพี่สาวของเธอจะกลับมาเป็นปกติแม้นว่าคุณหมอจะบอกว่าเปอร์เซ็นต์ที่จะกลับมาได้เพียงแค่สามสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่มันก็คือความหวังของทุกคนในบ้าน“เราไปกินข้าวเถอะ
ปานดาวกำลังนั่งเหม่ออยู่ในสวนของโรงพยาบาล หลังจากที่พารรินดามาที่นี่แลรอฟังคุณหมอว่าพี่สาวของเธอเป็นอะไร และสามารถเข้ารักษาให้หายได้ไหม“คนไข้เสพยาจนเกินขนาด ทำให้ระบบประสาทถูกทำลายไปส่วนหนึ่งครับ”คำตอบของคุณหมอวัยกลางคนพูดอธิบาย ภาวิณีย์ที่ตามมาสมทบเพราะไม่อาจอยู่บ้านรอนั่งฟังอาการของลูกสาวคนโตของเธอได้เอามือทาบอก บาปกรรมอะไรกันที่ทำให้ลูกสาวคนโตเป็นเช่นนี้ เสียงร้องไห้ของคนเป็นแม่ดังลั่นปานขาดใจ ปานดาวเข้าไปสวมกอดปลอบผู้เป็นแม่ปลอบจนเธอทุเลา“แล้วพี่รินจะหายไหมคะหมอ เราพอมีวิธีไหนบ้างที่จะทำให้พี่รินกลับมาปกติได้บ้างคะ”ปานดาวรวบรวมสติถามคุณหมอกลับ“ไม่หายขาดครับ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่อาจจะใช้เวลาหน่อยก็เท่านั้นเอง”คุณหมอเริ่มอธิบายถึงวิธีการดูแลคนไข้อย่างละเอียด ซึ่งปานดาวตั้งใจฟังทุกคำพูด และพร้อมจะเข้าใจอาการที่รรินดาเป็นอยู่ตอนนี้“มาอยู่ที่นี่เอง พี่หาเราตั้งนาน”พิรัฐพูดบอกหลังจากที่เขาไปส่งภาวิณีย์กลับบ้านก่อนก็กลับมาหาภรรยาที่ห้องของรรินดา แต่กลับไม่พบว่าหญิงสาวอยู่ที่นั่น เขาจึงเดินตามหาปานดาว และพบว่าเธอนั่งอยู่เงียบๆ เพียงลำพังตรงม้านั่งหินอ่อนในสวนหย่อมเล็กๆ“แม่
ภายในห้องของคอนโดหรู ร่างของหญิงสาวกำลังนั่งกอดเข่าอยู่ตรงพื้นด้วยอาการหวาดกลัวอะไรบางอย่าง ใบหน้าที่ปกติจะแต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอาง บัดนี้กลับซีดเผือด ผมเผ้ารุงรัง ไม่หลงเหลือความงามในอดีตที่ครั้งหนึ่งมีคนเคยเปรียบว่าเธอสวยกว่าดาราบางช่องเสียอีกรรินดาโยกตัวไปมา ปากพึมพำอะไรอยู่คนเดียวอย่างคนเสียสติ บ้างก็หัวเราะ บ้างก็ร้องไห้ พร่ำเพ้อขอโทษถึงอดีตคนรักที่ไม่มีวันหวนกลับเสียงพังประตูทำให้หญิงสาวกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งก่อนที่เธอจะวิ่งไปหลบที่โต๊ะทานข้าวในห้องครัว ซึ่งมีข้าวของกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น ไม่ว่าจะเศษขวดเหล้าตกแตกหรือเศษอาหารที่เน่าจนหนอนขึ้น ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งจนคนที่เข้ามาต้องยกมือขึ้นมาปิดจมูกสองขาเรียวก้าวเข้ามาอย่างไม่นึกรังเกียจ ห้องนี้ไม่ได้ใหญ่มากมีเพียงหนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ หนึ่งห้องรับแขก และมีห้องครัว สายตากวาดมองรอบห้องที่ปิดมืดแต่ก็ยังมีแสงอาทิตย์จากด้านนอกลอดออกมาจากผ้าม่านให้เห็นอยู่ สะดุดกับเงาตะคุ่มๆ มีอะไรบางอย่างที่อยู่ด้านใต้โต๊ะใจของปานดาวตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่คิดเลยว่าพี่ของเธอจะอยู่ในสถานที่แบบนี้ ทั้งสกปรกมีทั้งหนอน แมลงหวี่ แมลงวันเต็มไปหมด เธ
“หึหึ งั้นวันนี้คุณพยาบาลช่วยดูให้พี่หน่อยสิคะ ตรงนี้ของพี่มันบวม ไม่รู้เป็นอะไร”เขาพูดพร้อมกับงัดท่อนเอ็นที่กำลังปูดโปนเต็มที่ออกมาจากกางเกงนอนผ้าแพรสีกรม หญิงสาวมองมันอย่างไม่ชินเสียที ทั้งที่มันก็เข้าไปในตัวเธอแทบทุกคืน เธอกลืนน้ำลายดังอึก รู้หน้าที่ว่าเธอต้องทำอะไรปานดาวนั่งคุกเข่าอยู่ตรงวางขาของชายหนุ่ม ก่อนที่เธอจะจับท่อนอุ่นรูดรั้งไปมาเบาๆ จนชายหนุ่มตาขวากระตุกด้วยความกระสันเสียว เธอค่อยๆ แลบลิ้นออกมาก่อนจะเริ่มวนที่ปลายหัวเห็ดสีชมพูและส่งมันเข้าไปในปากเล็กเข้าออกจนมันแข็งอย่างกับหินตากลมช้อนตามองสีหน้าของสามี พร้อมกับรูดรั้งท่อนเอ็นไปด้วย เธอรู้สึกสะใจทุกครั้งที่สามารถทำให้พิรัฐต้องร้องซีดออกมาจนชายหนุ่มต้องจับศีรษะเธอพร้อมกับส่งเอวหนาเข้าออกปากเล็กของหญิงสาว“แค่กๆๆ”เสียงไอดังขึ้นเมื่อท่อนแข็งเข้าไปลึกจนเกินไปจนเธอหายใจไม่ออก ชายหนุ่มที่เห็นภรรยาตัวเริ่มแดงก็รู้สึกพึงพอใจอยู่ไม่น้อย เขาจับร่างเล็กนอนหงายกับเตียงแล้วรั้งชั้นในเผยให้เห็นกลีบดอกบัวอันแสนฉ่ำหวาน พิรัฐไม่รีรอก่อนจะเอาลิ้นไปที่ตุ่มสวาททำให้หญิงสาวต้องบิดตัวไปมาด้วยความเสียววูบที่บริเวณท้องน้อย ความเสียวสร้างน้ำ
ข่าวการถูกจับของเสี่ยปราโมทย์เป็นข่าวใหญ่ของวัน ปานดาวที่ได้ข่าวตอนนี้หญิงสาวกับไม่สามารถที่จะอยู่เฉยได้อีกต่อไป เพราะเธอเป็นห่วงพี่สาวของเธอจะอยู่อย่างไร ตอนนี้เธอแต่งงานมาได้เกือบสามเดือน ตั้งแต่ที่ปานดาวเจอกับรรินดาที่ร้านตัดชุดเจ้าสาว เธอก็ไม่ได้เจอพี่สาวของเธออีกเลย เธอรู้สึกเป็นห่วงแต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปตามที่ไหน ที่พึ่งของเธอตอนนี้ก็คงเป็นสามีของเธอ เธอจะไปขอร้องเขายังไงดีให้ช่วยตามหารรินดา หญิงสาวลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงาน“ขอโทษนะคะที่รบกวน”ปานดาวเอ่ยขอโทษสามีที่เธอเข้ามาในห้องทำงานของเขาโดยพลการ ชายหนุ่มละสายตาจากคอมพิวเตอร์ก่อนที่เขาจะหันมามองภรรยาคนสวยที่ตอนนี้ผมของหญิงสาวเริ่มยาวประบ่า อีกทั้งผิวพรรณยังผุดผ่องกว่าแต่ก่อน ตั้งแต่แต่งงานมา เขาเองก็มีความคิดที่เปลี่ยนไป จากคนที่เป็นคนอารมณ์ร้อน แต่ตอนนี้ชายหนุ่มกลับเย็นราวกับสายน้ำ เหมือนว่าปานดาวนั้นเป็นคนที่ทำให้เขาจิตใจสงบลง และรู้คำว่าครอบครัวที่แท้จริงเป็นเช่นไร“หนูยังไม่นอนอีกเหรอคะ”ชายหนุ่มเอ่ยถามภรรยาตัวเล็กพร้อมส่งยิ้มหล่อให้หญิงสาว เขาพอจะรู้สาเหตุที่ปานดาวยังไม่นอน ทั้งที่ปกติเวลานี้







