Share

5 หอมะคะ หอม้ะ

Penulis: Nook Nick
last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-02 21:44:26

"รวยหนิมึงอ่ะ ช่วยพี่เขาหน่อยดิ" 

"หึ" โจหัวเราะเสียงต่ำในลำคอเมื่อได้ยินผมพูดก่อนกวักมือเรียกสาวสวยนักศึกษาคนนั้น เอาแล้ว เพลย์บอยตัวพ่อเริ่มแล้ว!

พอถูกเรียกเธอคนนั้นก็รีบเดินมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มดีใจ ผิวของเธอส่องสว่างขาวนวลท่ามกลางแสงจันทร์ยามกลางคืน ใบหน้าผุดผ่องมองเห็นแก้มอมชมพูเป็นธรรมชาติ

มาถึงเธอก็ถาม "หอมะคะ หอม้ะ" เป็นสำเนียงแปร่งๆ ลูกครึ่งมั้ยนะ?

"ไม่เอาหอ จะเอาหอย" แต่ไอ้โจแม่งช็อตฟีลจัด 

เธอหลบตาเขินใบหน้าขาวเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ

"ไอ้โจมึงก็ปล่อยๆบ้างก็ได้" ผมกระซิบกระซาบข้างหูคนขับเบาๆ 

"เหมาหมดนั่นแหละ เท่าไหร่?" โจถาม 

เธอหันมามองอย่างดีใจก่อนยื่นถุงหอยสี่ถุงมาตรงหน้าคนถามพร้อมบอกราคาเสียงสดใส

"สี่ล้อ" ชูสี่นิ้ว

"พี่เค้าบอกสี่ร้อย" ผมกระซิบบอกไอ้โจ กลัวมันช็อตฟีลทำเขาอายอีก

แต่มันกลับตอบผมว่า "กูรู้แล้ว" ตามด้วยการหยิบถุงหอยมาให้ผมถือแล้วบอกผมว่า"มึงจ่าย"

"อ่าวเห้ย!" ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หว่า 

แต่ไม่มีเวลาให้คิดมาก ผมรีบควักเงินแบงก์ม่วงในกระเป๋าออกมาจ่ายให้ทันที "ไม่ต้องทอนครับ" 

เจ็บใจฉิบหาย ถึงไม่ซื้อผมก็จะซื้ออยู่แล้ว!! จะทำเก๊กบอกเหมาทำเหี้ยไร 

ก่อนถึงสัญญาณไฟเขียว โจเร่งเครื่องตรงไปยังบ้านของผมโดยที่ผมไม่ได้บอกทางเลยสักนิด เท่าที่รู้ดีกรีหมอนี่เป็นถึงลูกชายประธาน ดูจากนิสัยคงเดาได้ไม่ยาก สืบหาจากประวัตินักเรียนแน่นอน

ไม่นานมอเตอร์ไซค์ท่อดังก็จอดสนิทหน้าบ้านหลังคุ้นตา ผมลงจากรถ แล้วยื่นถุงหอยให้คนขับ

เขามองอย่างไม่เข้าใจก่อนสลับมามองหน้าผม 

"กูไม่ชอบหอย"

ใครบอกจะให้วะ "ถือ!! กูจะถอดหมวก"

ได้ยินที่พูดเขารีบคว้าถุงหอยมาถืออย่างไม่เต็มใจ หน้านิ่วคิ้วขมวด 

จัดการถอดหมวกเสร็จก็รับถุงหอยกลับมา แต่ซื้อหอยมาตั้งสี่ถุงจะให้กินคนเดียวก็ยังไงอยู่ เลยแบ่งให้มันไปสองถุง

"อ่ะ ค่ามาส่ง" 

เจ้าตัวปฏิเสธเสียงแข็ง "ไม่เอา ช่วงนี้ไม่อยากกินหอย"

"เรื่องมึงเหอะงั้น" ดึงถุงหอยกลับ 

"แต่อยากกินเห็ด"

เห็ด?

ผมกรอกตาคิด เมื่อเช้าม้าซื้อเห็ดมาไว้ในตู้มั้ยวะ ไอ้ห่านี่ก็ดันเป็นคุณชายมากเรื่อง ช่างเหอะ! อยากกินไรมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ผมต้องรู้ "ไปบอกพ่อมึงนู่น"

"พ่อกูให้ไม่ได้" 

"เรื่องมึงเหอะ ไปนะ" ผมโบกมือลาก่อนจะหันหลังกลับเตรียมเข้าบ้านแต่ถูกคนขับดึงมือไว้

"เดี๋ยว"

"อะไรอีก!!" 

"เจอกันเปิดเทอมนะ" 

พูดเสร็จก็ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนเร่งเครื่องท่อดังหายลับไปกับตา โดนสาปก่อนนอน...

ขออย่าให้เจอกันอีกเลย เพี้ยง!!

ผมเดินเข้าบ้านตัวเอง เป็นบ้านทรงโมเดิร์น มีสนามหญ้าหน้าบ้านพร้อมดอกไม้สีสดใสหลายชนิด 

สมัยเด็กๆมักเตะบอลกับป๊าบ่อยๆแต่พอโตขึ้นเราสองคนต่างยุ่งจนไม่มีเวลาว่างให้กัน ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง

ภายในบ้านตกแต่งเรียบๆแต่ดูอบอุ่นเพราะมีภาพครอบครัวติดห้อยตรงผนังอยู่ "กลับมาแล้วครับ"

ผมเอ่ยทักระหว่างที่ก้าวเข้าบ้าน ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าไม่มีใครอยู่ก็ตาม ป๊ากับม้างานยุ่งจนไม่มีเวลากลับบ้าน เราเลยไม่ค่อยได้เจอหน้ากันบ่อยนัก 

พอถึงวันหยุดก็ไปพักผ่อนหย่อนอารมณ์สังสรรค์กับเพื่อนบ้าง เที่ยวบ้าง แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ไม่ลืมที่จะให้เวลาครอบครัว จึงมีวันรวมครอบครัวขึ้นเดือนละสองครั้ง

เวลางาน เวลาส่วนตัว เวลาครอบครัว

ถึงห้องก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงในสภาพเหนื่อยล้าเหมือนพึ่งวิ่งมาราธอนกลับมา 

หวังว่าเปิดเทอมจะไม่พบเจอกับหมอนั่นอีกนะ

...

..

.

.

หลายวันต่อมา

ทุกอย่างผิดคาด

เปิดเทอมไม่ทันไรก็ได้เข้าค่ายจริยธรรมซึ่งผมพอเข้าใจได้ว่าวัยอย่างพวกเรามันเลือดร้อนแค่ไหน แต่ที่ไม่เข้าใจคือทำไมต้องรวมชั้นกันด้วยวะ หนำซ้ำยังต้องจับฉลากเลือกห้องนอนด้วยกันอีก อยากจะบ้าตาย!!

"มองไร" โจมองผมนิ่งขณะนั่งอยู่บนเตียงคนละฝั่ง

"หน้ามีทองติดเหรอถึงมองไม่ได้อ่ะ" ผมย้อน

"เปล่าหรอก เห็นมึงมองหน้าแล้วกูของขึ้น"

"อ่าว ไอ้เวร!" กูก็หงุดหงิดเหมือนกันล่ะว่ะ

เราลุกขึ้นยืนประชันหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย 

สีหน้าแววตาเดือดดาลเหมือนจะต่อยกันอยู่ร่อมร่อ 

"จะเอาไง" โจถามขึ้น

ระหว่างนั้นเสียงกดชักโครกในห้องน้ำก็ดังขึ้นก่อนประตูจะเปิดออก ปรากฏให้เห็นสมาชิกร่วมห้องอีกหนึ่งคน 

"พวกมึงทำกูขี้ไม่ออก"

นั่นก็คือไทม์ หนุ่มผิวเข้มหน้าคมนมใหญ่ บรรลัยฉิบหายเลย ทำไมต้องรวมพลคนชอบเหม็นขี้หน้ามาอยู่ห้องเดียวกันด้วยวะ โคตรไม่ยุติธรรม

ไทม์พูดนิ่งๆก่อนเดินมานั่งบนเตียงฝั่งผม ซึ่งเป็นเตียงสองชั้น เขาปลายตามองพวกเราทะเลาะกันครู่หนึ่ง จากนั้นก็เอนตัวลงนอนหลับตาอย่างไม่สนใจ 

หมดอารมณ์ทะเลาะต่อ

ศึกแห่งศักดิ์ศรียุติไว้เพียงเท่านี้เพราะถูกขัดให้เสียอารมณ์ ผมถอยมาตั้งหลัก ขึ้นบันไดไปนอนชั้นบน ส่วนไอ้อันธพาลนอนเตียงเดี่ยวฝั่งตรงข้าม 

ช่วงดึกบรรยากาศภายในห้องเงียบกริบ อึดอัดกระอักกระอ่วนเพราะไม่มีใครชวนคุย ต่างคนต่างนอนมองเพดานนิ่งจนคิดว่าอยู่ห้องกับซากศพ ขยับทีกลัวมีปากเสียง

"นี่พวก สนมั้ย?" กระทั่งเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

ผมหันไปมองเจ้าของเสียงทุ้มเข้ม ก่อนจะเห็นเขาถือขวดเหล้าดีกรีแรงอยู่เตียงฝั่งตรงข้าม

อย่าบอกนะว่าขโมยของพ่อมาอีกอ่ะ

"ค่ายจริยธรรม" ผมเตือนด้วยสีหน้าจริงจัง แต่ก็ดูเหมือนโจจะไม่สนใจ เขาเปิดขวดอย่างช่ำชองด้วยมือเพียงข้างเดียว ก่อนยื่นขวดเหล้าในมือให้ไทม์ นั่นทำให้ผมรีบลุกลงจากเตียงทันที

พวกมันเอาอีกแล้ว แม่ง! หัวจะปวด

ลงมาก็นั่งบนเตียงไอ้ไทม์ มองดูมันชูขวดเหล้า ก่อนจะพูดด้วยใบหน้านิ่งๆว่า "เล่นเกมกันหน่อยดีมั้ย?" และไอ้หน้านิ่งๆนี่แหละที่ดูยังไงก็แฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม 

"เกมอะไร?" ผมถามพลางนึกสงสัย

"พูดความจริง"

พูดความจริง? น่าตื่นเต้นแฮะ

"อืม เอาสิ" โจริญตอบ

"เออ เอาด้วย" ไหนๆก็ไหนๆแล้ว

มติเอกฉันท์ไม่มีใครคัดค้าน เกมจึงเริ่มขึ้น

กติกาของเกมมีอยู่ว่า หากหมุนขวดแล้วปากขวดจ่ออยู่ที่ใคร คนหมุนต้องตั้งคำถามกับคนนั้น 

และคนที่ไม่ยอมตอบต้องดื่มเหล้าสองเท่า ซึ่งผมก็ไม่มีอะไรอยากถามพวกนี้เท่าไหร่ เพียงแค่ไม่รู้จะทำอะไร อยู่นิ่งๆแล้วเบื่อ

"โอเค งั้นเริ่มกันเลย" น้ำเสียงทุ้มต่ำของไทม์เอ่ยขึ้นเหมือนซุกซ่อนความสนุกเอาไว้อยู่ภายใน ทั้งๆที่สีหน้าดูนิ่งเฉยคาดเดาอารมณ์ได้ยาก

เราเริ่มเกม โดยมีขวดแก้วอยู่สองใบ ใบแรกขวดเปล่าวางตะแคงเตรียมหมุน ส่วนอีกขวดคือเหล้าดีกรีแรงที่โจแอบพกมา พร้อมกับแก้วเปล่าวางตรงหน้าคนละใบ 

"เริ่มเกม" ไทม์เปิดฉากหมุนขวด

ขวดนั้นหมุนวนอย่างเร็วผ่านหน้าผมครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนจะหยุด...

ตรงหน้าโจริญ

"กูเป็นผัวกันต์" เขาเอ่ยพูดหมือนต้องการทดสอบอะไรบางอย่างจากโจ ซึ่งมันไม่ใช่คำถามแต่เป็นประโยคบอก

เล่าต่างหาก

"แล้วไงต่อ?" โจตอบกลับด้วยสีหน้าไม่ทุกข์ร้อน ทำให้ไทม์ที่มองอยู่ผ่อนสีหน้าลงเหมือนโล่งใจ แล้วถามต่อ

"คำถามจริงๆคือ มึงชอบไอ้ทีใช่มั้ย?"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • โจริญที รักกันดีตีกันตาย   23 ฉันท้อง (ตอนจบ)

    เช้าวันต่อมาเรานอนอืดกันอยู่บนเตียงในวันหยุดสุดสัปดาห์ หลังจากมีค่ำคืนแสนโรแมนติกไปหลายยกจนต้องเปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่"ตั้งแต่เด็กจนโตกูเห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกันบ่อยจนเอียน สุดท้ายก็เลิกกันเพราะพ่อเป็นฝ่ายนอกใจ""..."ผมเลือกฟังโจริญเล่าเงียบๆ นอนตะแคงมองหน้ากันในชุดนอนสีพื้น โชคดีที่ขนาดตัวเราพอๆกันเลยสวมชุดผมได้สบาย"กูเลือกอยู่กับพ่อ...""ถามได้มั้ยว่าทำไม?" ไม่ได้สงสัยแต่อยากน้อยผมควรให้ความสนใจกับคู่สนทนาที่ตั้งใจเล่าอย่างออกรสออกชาติ"อาจจะฟังดูโง่ๆ อย่าขำนะ..." เขาทำหน้าลังเล"..." ผมพยักหน้ารับ"กูโกรธพ่อมากเลยกำลังผลาญเงินแทนแม่อยู่""อ๋อ..." ก็ไม่เห็นมีตรงไหนน่าขำนะ ผมพยักหน้าเข้าใจ เห็นแบบนั้นเขาทำหน้าแปลกใจเหมือนอยากถามว่า ไม่อยากรู้ต่อเหรอ? แต่อยากเล่าต่อนะ ผมเลยทำเป็นอยากรู้เพื่อให้เขาได้เล่าต่อ "ยังไง?""เพราะพ่อพรากเซฟโซนเดียวของกูไป" แม่ที่เป็นเซฟโซนเดียวทั้งชีวิตของเขา ในวันที่โจมีสิทธิ์เลือกแค่หนึ่งคน ระหว่างพ่อกับแม่ ทั้งๆที่ใจอยากอยู่กับแม่ แต่กลับเลือกพ่ออย่างไม่ลังเล เขาไม่อยากเป็นภาระแม่ ผลาญเงินพ่อนี่แหละสนุกสุดแล้ว จะเอาให้หายแค้นไปเลยคิดๆแล้วโจก็ขำตัวเอง ทำไ

  • โจริญที รักกันดีตีกันตาย   22 คิดยังไง

    คุณคงคิดว่าผมมีแต่คนมาบอกชอบนับร้อยนับพันตั้งแต่อนุบาลจนถึงตอนนี้ บอกเลยว่าความคิดนั้นถูกแล้วครับ...ผู้คนมักจะเข้าหาผมด้วยรูปลักษณ์ภายนอก ทว่าเมื่อรู้จักกันได้สักพักต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า น่าเบื่อ เพราะพวกเขามักต้องการความสนใจเลยเรียกร้องอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อไม่ได้รับในสิ่งที่ต้องการก็มักจะหน่ายและหายไปเอง ซึ่งผมไม่ได้สนใจครับ มันเป็นแบบนั้นมาตลอดจนชินทว่าไม่นานมานี้มีอยู่คนหนึ่ง เป็นคนโหลยโท่ยเห็นแก่ตัวเอาแต่ใจในสายตาผม ไม่ยอมหน่ายและหายไปสักทีแถมยังพูดซึ่งๆหน้าว่า 'กูว่ากูชอบมึงว่ะ' ประโยคนั้นดังก้องในหัวไม่หยุด ขณะที่ผมกำลังนั่งขาสั่นหำหดกระวนกระวายอยู่บนชักโครกในห้องน้ำ ไม่กล้าออกไปเจอหน้าเจ้าของเสียงนั้นเลยจริงๆแต่นี่มันบ้านตัวเอง!! ห้องตัวเอง!! แต่เจ้าของห้องกลับจมอยู่ในห้องน้ำเกินครึ่งชั่วโมงเพราะไม่กล้าเผชิญหน้ากับผู้ชายที่พึ่งบอกชอบ อย่าทำตัวเวอร์ไปหน่อยเลยน่า...คิดได้ก็ลุกเดินออกไป ทำตัวตามปกติ ทั้งๆที่ในหัวยังคงสับสนวุ่นวาย ก่อนจะเห็นตัวการนั่งเงียบอยู่ปลายเตียง"สวมตันหมดแล้วมั้ง" เขาเอ่ยแซวหลังจากที่ม้ากลับบ้านแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเราสองคนก็เลือกย้ายมาอยู่ในห้

  • โจริญที รักกันดีตีกันตาย   21 ความลับห้อง102

    ถึงบ้าน โจผลักผมเข้าห้องแล้วหันกลับไปล็อคกลอนอย่างเร่งรีบ ก่อนหันกลับมาดันตัวผมชิดกำแพงพลันโน้มเข้ามาจูบอย่างไม่ทันตั้งตัว "อื้อ...เอี๋ยว" ผมครางอื้ออึงในลำคอประท้วงขณะใช้มือผลักร่างหนาออกไปสุดแรง แต่กลับถูกเขาประสานมือแน่นแล้วยกขึ้นตรึงไว้บนหัวขณะที่เรียวลิ้นนุ่มตะบี้ตะบันเข้ามาเหมือนกระหายอยากเต็มทน ทั้งดูดทั้งเลียจนเกิดเสียงเฉอะแฉะไอ้บ้าเอ้ย!! ฟินผมตวัดลิ้นตอบกลับในจังหวะเดียวกัน เมื่อหนำใจก็ถอนริมฝีปากออกพร้อมสบตาเขา"แฮปปี้เบิร์ธเดย์" ผมพูดเขาเบิกกว้างคล้ายตกใจก่อนถามผมกลับ "มึงรู้ได้ยังไง?"ผมไม่ตอบ เลือกเดินไปหยิบของขวัญใต้ลิ้นชักโต๊ะทำงาน เป็นกล่องทรงเหลี่ยมสีดำขนาดเท่าฝ่ามือยื่นให้โจที่นั่งงงอยู่ปลายเตียง "อ่ะนี่ ไม่ได้ตั้งใจซื้อมา..." ให้พลั่บ!!ไม่ทันจะพูดจบก็ถูกดึงตัวเอาไปกอดพร้อมซุกหน้าจมพุงมองเห็นหัวทุย"เป็นไร?" ผมถาม"โคตรรักมึงเลย" ตึกตัก...ตึกตัก...ตึกตักๆๆ ประโยคนั้นทำเอาหัวใจผมก็เต้นไม่เป็นจังหวะใบหน้าเห่อร้อน และเริ่มลนลาน ผมใช้มือผลักอีกฝ่ายเต็มแรงจนเขาหงายหลังนอนลง"บอกว่าไม่ได้ตั้งใจซื้อให้ไง!!"แล้วเดินหนี ไม่รู้ทำไมถึงไม่กล้าสู้หน้า ผมเปิดประตูห้อ

  • โจริญที รักกันดีตีกันตาย   20 พอลลี่กะเชาวี

    เช้าวันเสาร์ที่เลือดกำเดาของสาวข้างถนนพุ่งกระฉูดเป็นทอดๆเมื่อหนุ่มหล่อสองสไตล์เดินคู่กันใบหน้าของพวกเขาสะท้อนแสงแดดอ่อนยามเช้าระยิบระยับวิบวับออร่ากระจายราวกับรูปปั้นประติมากรรมคนหนึ่งผิวสีน้ำผึ้งดูสุขภาพดีแต่งตัวลุคสบายเสื้อยืดกางเกงยีนส์สีเข้มเข้ากับรองเท้าผ้าใบสีหม่นอีกคนคมเข้มบาดใจในลุคสุดเท่เสื้อเชิ้ตดำที่ติดกระดุมเพียงสามเม็ดเพราะอยากโชว์กล้ามอก กางเกงสแลคดำและเข็มขัดกุดจี่ทำคนเดินผ่านไปมาเหลียวมองตาเป็นมัน บางคนถึงกับลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ อะไรมันจะหล่อขนาดน้าน!! นี่สินะที่มาของคำว่าหล่อวัวตายควายล้ม...เพราะถ้าควายไม่ล้มดิฉันล้มเองค่ะ และนั่นคือความคิดของหญิงสาวที่รอคอยการมาของหนุ่มๆที่เธอนัดหมาย เธอชื่อพอลลี่ ยืนเหม่อสติหลุดตาละห้อยอยู่หน้าร้านคาเฟ่สุดหรู และเมื่อสองหนุ่มมาหยุดอยู่ตรงหน้าก็อ้าปากพะงาบๆ "ชะ...เชิญค่ะ" เธอเดินนำเข้าไปในร้านโดยมีสองหนุ่มเดินตามทันทีที่ก้าวขาเข้าร้าน ทุกคนต่างพากันเหลียวมองเหมือนถูกมนต์สะกด ยิ่งกว่าอภิมหากาพย์การมาเยือนของ มาริโอ้เมาเหล้า หรือ ณเดชรูนี้นะจ๊ะอีกดวงตาของพวกเขาหวานเยิ้ม อ้าปากจนน้ำลายไหลย้อยเป็นสายเหมือนก๊อกน้ำรั่ว กระทั่งสอ

  • โจริญที รักกันดีตีกันตาย   19 ว้าวุ่นใจ

    กระทั่งเช้าวันจันทร์อันสดใส "สดใสเหี้ยไร!!" หดหู่สัส!! "นทีเป็นไรมั้ย?" คนข้างๆเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นห่วงหลังจากได้ยินผมสบถหัวเสียบนโต๊ะตัวเองในห้องเรียน "เปล่าๆ เราโอเค" ผมหันไปตอบกันต์ ที่กำลังกระพริบตาแป๋วสังเกตเห็นท่าทีผิดปกติของเพื่อนตัวเอง แต่เมื่อได้ยินคำตอบว่าไม่เป็นไร เขาก็ยักไหล่แล้วก้มหน้าอ่านหนังสือต่อเหม่อทั้งวัน ปกติในห้องเรียนผมต้องได้ยินเสียงคุยจ้อของเพื่อนๆ แต่วันนี้กลับได้ยินเพียงเสียงทุ้มต่ำของใครบางคนวนเวียนอยู่ในหัว 'เจอกันที่โรงเรียน' หลังจากทำคนอื่นเป็นบ้าก็จากไปผมว้าวุ่นใจ ในหัวยุ่งเหยิงเต็มไปด้วยคำถามและคำตอบที่ขัดแย้งกัน...หมอนั่นจะทำอะไรอยู่?จะอยากรู้ไปทำไม!! จะว้าวุ่นเหมือนกันหรือเปล่า?เรื่องของมันดิ!!ลืมไปแล้วเหรอว่าความสัมพันธ์ของเราเป็นแค่คู่นอน"เห้ออ!! จารย์มาฝากเช็กชื่อให้ด้วยนะไปเข้าห้องน้ำแป๊บ" ผมหันหน้าไปบอกกันต์เขาพยักหน้ารับพร้อมตอบกลับมาว่า "โอเค"จากนั้นก็เดินออกมาจากห้องด้วยอาการสับสน ทั้งๆที่คำตอบมันคือชัดเจนอยู่แล้ว แต่เลิกคิดไม่ได้เลย ไม่เข้าใจตัวเองว่าคาดหวังอะไรอยู่กันแน่ปึก!! เหม่อจนชนใครเข้า "อ่ะ ขอโทษครับ"สาวสวยตัวเล็กถึง

  • โจริญที รักกันดีตีกันตาย   18 เตียงร้อน

    "อ่ะ..เดี๋ยว" ประตูห้องน้ำเปิดกว้าง พร้อมร่างกำยำที่อุ้มผมกระแทกขึ้นลงอย่างบ้าคลั่ง ขณะก้าวขาออกห้องน้ำท่านได้แรงแต่ใดมาเรียวขาผมเกี่ยวพันรอบเอวเขาไว้แน่น ไม่นานก็ถูกวางลงบนเตียงนุ่มพร้อมลำท่อนที่ขยับเข้าออกในร่องลึกไม่หยุดหย่อน เกินไปมาก "ไม่ไหว...แล้ว"ข้างในแฉะจนขยับได้ไหลลื่นมากขึ้น ผมจิกข่วนแผ่นหลังกว้างตามจังหวะหนักที่เร็วขึ้น"โคตรยั่วเลยว่ะที" เขาแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผากตัวเองพร้อมสีหน้าหื่นกามเหมือนพวกโรคจิตทั้งยังขยับสะโพกไม่พัก ตับๆๆๆ!!"อื้อ~" หยาดน้ำคาวพวยพุ่งจากปลายหัวเอ็นอีกครั้งก่อนกระตุกถี่อย่างเสร็จสม ผมไม่ทันได้พักหายใจก็ถูกดึงตัวขึ้นไปนั่งบนตักแกร่งของเขาพร้อมกับท่อนเนื้อที่สวนขึ้นมาไม่หยุดพักเถอะ พักบ้าง ไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว รู้แค่ว่าหยาดเหงื่อเปียกโชกทั่วร่างของเราสองคนจนตัวเหนียวเหนอะหนะ จนผมเริ่มอ่อนแรงลงเรื่อยๆ เหลือบมองนาฬิกาบนโต๊ะติวหนังสือ ก็พบว่าเกือบตีสี่แล้ว โชคดีที่พรุ่งนี้เป็นวันหยุด"นที...อ่ะ พรุ่งนี้ไปด้วยกันนะ" ถึงจะอยากถามว่าไปไหนแต่เปลือกตาเริ่มหนักอึ้งลงไปทุกขณะ ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเบลอ สมองมึนงง ศึกแห่งศักดิ์ศรีนี้จ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status