ログインเย็นวันหนึ่งในบริษัท
ทิศตะวันเดินเลี่ยงเข้าทางประตูหนีไฟ เขาไม่ได้อยากเจอใครเป็นพิเศษ โดยเฉพาะ คู่หมั้นของเขา ที่เริ่มเข้ามาวุ่นวายในชีวิตมากขึ้นเรื่อย ๆ
แต่ก่อนที่เขาจะก้าวไปถึงบันได เสียงสนทนาของพนักงานสองคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักก็ดังเข้าหูเขาโดยบังเอิญ
“นี่ ซันนี่...เมื่อวันก่อนฉันเห็นไข่มุกมาที่บริษัท”หญิงสาวจิบกาแฟนิดนึงก่อนจะพูดต่อ “เธอได้เจอไข่มุกแล้วใช่ไหม?”
ทิศตะวันชะงักเท้าทันที เขาเพิ่งรู้ว่าดารินทร์ชื่อเล่นว่าไข่มุกเมื่อไม่กี่วันมานี้ เขาเลยหยุดฟังเมื่อได้ยินว่ามีคนกำลังเอ่ยถึงเธอ ดวงตาคมหรี่ลงขณะตั้งใจฟังบทสนทนาต่อไป
“ใช่ เจอกันที่บริษัทนี่แหละ เธอบอกว่ามาทำธุระนิดหน่อย”
“จริงเหรอ? ให้พูดตรง ๆ ความจริงแล้วฉันได้ยินเธอสองคนคุยกันนะ”
“ไร้มารยาท”
“อะไร ฉันแค่บังเอิญเดินผ่าน”
“บังเอิญหรือสอดแนม”
“บังเอิญย่ะ” เธอกระแทกเสียง “แต่ฉันแปลกใจมากเลยนะที่ไข่มุกแต่งงานกะทันหันขนาดนั้น แล้วก็ดูสิ ท้องเร็วแบบนี้ เป็นไปได้ยังไงถ้าเธอไม่ได้ท้องก่อนแต่ง?”
“นั่นน่ะสิ ฉันก็สงสัยอยู่แต่ไม่กล้าถาม ไข่มุกไม่ได้พูดถึงสามีเลย แถมลาออกจากงานไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยอีก รู้สึกเป็นห่วงยังไงก็ไม่รู้”
“เธอคิดว่าเป็นไปได้ไหมว่า...ผู้ชายคนนั้นอาจจะเป็นคนที่บริษัท?”
“บ้าเหรอ!? เธอคิดมากไปเองหรือเปล่า?” ซันนี่แย้งทันที “ไข่มุกเคยสุงสิงกับใครในบริษัทบ้างนอกจากฉัน”
“งั้นเธอก็น่าสงสัย”
“เดี๋ยวตีปากเลย” เธอแกล้งเงื้อมมือทำท่าจะตีคนตรงหน้า
“จำข่าวลือเมื่อห้าเดือนก่อนได้มั้ย…”
“ข่าวลืออะไร”
“ท่านประทานพาสาวเข้าโรงแรมไง”
“อ๋อ...ข่าวนั้น” ซันนี่นึกออก “ตอนนี้ก็เงียบไปแล้วนี่ ก็คุณทิศตะวันออกมายอมรับว่าคนที่เข้าโรงแรมกับท่านในคืนนั้นคุณเขมมิกา”
“อืม ฉันคงคิดมากไป เพราะถ้าฉันเป็นผู้หญิงที่เข้าโรงแรมกับท่านประธานในคืนนั้นฉันคงจะแสดงตัว แล้วให้ท่านประธานรับผิดชอบ ได้ผัวรวยแบบท่านประธานคงจะสบายไปทั้งชาติ”
“นั่นเจ้านายนะ พูดให้มันดี ๆ หน่อย”
“ใครจะคิดว่าคนระดับประธานบริษัทจะยุ่งกับนางแบบในบริษัทจนเป็นข่าวใหญ่ ต่างก็ทนแรงกดดันของสื่อไม่ไหวจึงออกมาประกาศหมั้นฟ้าแลบ”
“เงียบไปเลยนะ ใครจะได้กับใครก็ไม่เห็นจะเกี่ยวกับเธอ ฉะนั้นควรหุบปากเพื่อรักษาตำแหน่งของตัวเองไว้ซะ”
ทิศตะวันกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว เขารู้สึกเหมือนโดนบางอย่างตบหน้าแรง ๆ คำพูดของพนักงานสาวทำให้เขาเข้าใจอะไรมากขึ้น เขาไม่เคยเชื่อดารินทร์ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่พอมาได้ยินคนอื่นพูดถึงเรื่องนี้ เขากลับรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก
“แล้วผู้ชายคนนั้นเป็นใคร? คนที่เธอบอกว่าแต่งงานด้วยน่ะ”
“ทำไมเธอถึงแต่งงานกะทันหัน?”
“แล้วเด็กคนนั้น…เป็นลูกของใครกันแน่?”
ยิ่งคิดก็ยิ่งคาใจ
เขาไม่ควรปล่อยเรื่องนี้ไปง่าย ๆ คำพูดของดารินทร์ยังไม่มีน้ำหนักมากพอ เขาต้องหาความจริงเรื่องนี้ให้ได้
คิดได้ดังนั้นทิศตะวันก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดโทรหานักสืบที่เขาเคยจ้างมาก่อนหน้านี้ เสียงปลายสายรับแทบจะทันที
“หาข้อมูลเกี่ยวกับผู้หญิงที่ชื่อดารินทร์ ให้ฉันที...ฉันอยากรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเธอและสามีของเธอ”
น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบ ครั้งนี้เขาจะต้องได้คำตอบที่ชัดเจน
ไม่กี่วันต่อมาทิศตะวันก็ได้รู้ความจริงว่าดารินทร์ยังไม่เคยแต่งงาน และจากที่จ้างนักสืบตามสืบเรื่องของดารินทร์ ก็ยังไม่ปรากฏตัวผู้ชายสักคนในบ้านของเธอ เขาจึงสงสัยว่าเธอจะโกหกเขาไปเพื่ออะไร
เมื่อหาคำตอบด้วยตัวเองไม่ได้ คนที่จะให้คำตอบเขาก็คือดารินทร์ เขาจึงให้เลขาไปพาตัวดารินทร์มาอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นคอนโดของเขาไม่ใช่บริษัท เพราะเขาไม่อยากให้เธอเจอใคร โดยเฉพาะคู่หมั้นของเขา เมื่อมาถึงดารินทร์ก็โวยวาย เธอเริ่มโกรธเขาที่เห็นเธอเป็นตัวอะไรถึงได้สั่งให้คนพาไปพามาตามอำเภอใจแบบนี้
คอนโดของทิศตะวัน
“คุณเป็นบ้าไปแล้วหรือไง!”
ดารินทร์ตวาดลั่นทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องของเขา ดวงตาของเธอวาวโรจน์ไปด้วยความโกรธ เธอสะบัดแขนออกจากมือของกิตติชัยซึ่งเป็นคนรับหน้าที่พาเธอมาที่คอนโดของทิศตะวัน ก่อนจะหันไปจ้องหน้าเจ้าของห้องอย่างเอาเรื่อง
“นี่มันอะไรกัน!"
ดารินทร์มองทั้งคู่สลับกัน บทสนทนาของพวกเขาทำให้เธอรู้สึกแปลก ๆ “สวัสดีค่ะ” เธอหันมาทักทายแล้วยิ้มให้ดารินทร์ ดารินทร์ยิ้มตอบ แม้ภายในใจจพมีคำถามมากมายอยากจะถามทิศตะวันก็ตาม “เลือกเจ้าสาวได้ไม่เลวนี่” เธอพูดกับทิศตะวัน “แต่ถ้ายังทำนิสัยเดิม ไม่มีใครอยู่กับนายได้นานหรอก” “เลิกพูดจาไร้สาระแล้วเข้างานไปซะ” “นี่นายกล้าพูดกับแขกแบบนี้เหรอ” “ฉันกล้าทำมากกว่านี้ ถ้าคิดจะมาทำให้เจ้าสาวของฉันคิดมาก อย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “นี่คือคำขู่เหรอ” เธอไม่ได้สะทกสะท้านต่อคำพูดของทิศตะวันเลยสักนิด ทิศตะวันขบกรามแน่น รู้สึกไม่สบอารมณ์ คำพูดพวกนั้นทำให้ดารินทร์คิดมากได้เลย ยิ่งเธอเป็นคนขี้คิดมากอยู่แล้วด้วย แต่เขาจะใช้วิธีไหนไล่คน ๆ นี้ไป “คุณไม่สงสัยเหรอคะ ว่าฉันเป็นอะไรกับเขา” หญิงสาวชี้ไปที่ทิศตะวัน “นี่...” ทิศตะวันขยับมายืนด้านหน้าของดารินทร์ “ถ้าจะมาแสดงความยินดีก็เชิญด้านใน แต่ถ้ามาป่วนก็เชิญกลับไป” “หยาบคายสิ้นดี” เขาว่าทิศตะวัน ก็จะเอียงตัวมองดารินทร์ที่ถูกซ่อนไว้ด้านหลัง “คุณเห็นหรือเปล่าว่
ดารินทร์ออกมาจากห้องสปา เธอเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนคุยกับทิศตะวัน และหญิงสาวคนนั้นก็เดินไปก่อนที่เธอจะเดินไปถึงโซฟาตัวที่ทิศตะวันนั่ง เธอจึงไม่ทันได้เห็นหน้า “เสร็จแล้วเหรอครับ” ดารินทร์มองตามผู้หญิงคนนั้นไปโดยไม่ได้สนใจสิ่งที่ทิศตะวันถาม ทิศตะวันก็มองตามสายตาของดารินทร์ไปเช่นกัน เขารู้ได้ในทันทีว่าดารินทร์คงจะเห็นตอนที่เขาคุยกับเธอคนนั้นและคงจะสงสัยว่าเป็นใคร “อยากไปไหนต่ออีกมั้ย” เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วโอบเอวของเธอไว้ “อยากได้อะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า” “ไม่มีค่ะ” ดารินทร์หันไปตอบเขา “งั้นไปกันเถอะ” ทั้งคู่เดินออกไป ดารินทร์ก็ยังคงมองหาหญิงสาวคนนั้น ไม่รู้ทำไมเธอแค่รู้สึกว่าอยากเห็นหน้าเธอก็แค่นั้น “ที่รัก” เหมือนทิศตะวันจะรับรู้ได้ถึงความผิดปกตินั้น เขาจับมือเธอแน่น “ผมอยากให้คุณมีความสุขมากกว่านี้” “...” “ถ้ามีเรื่องอะไรที่ไม่สบายใจ ผมอยากให่พูดกับผมตรง ๆ อย่าเก็บไว้เลย” “มุกไม่ได้เป็นอะไรซะหน่อย” เธอพูดปัดพลางบีบมือเขาแน่น จริง ๆ เธอไม่ได้อยากคิดมาก มันเป็นแค่เสี้ยวของ
ไม่กี่นาทีต่อมา ผ้าม่านถูกเลื่อนออกช้า ๆ ทิศตะวันที่นั่งรออยู่เงยหน้าขึ้นแล้วก็หยุดนิ่งไปชุดเจ้าสาวสีขาวเรียบหรูโอบรับรูปร่างของเธออย่างพอดี ลูกไม้บาง ๆ คลุมไหล่ ทำให้เธอดูอ่อนโยนและสง่างามในเวลาเดียวกัน“เป็นยังไงคะ” ดารินทร์ถามเสียงเบา มือกำชายกระโปรงแน่น “มันดูแปลก ๆ มั้ย”ทิศตะวันลุกขึ้นยืนช้า ๆ เดินเข้าไปหาเธอทีละก้าว เขาหยุดตรงหน้าเธอ ก่อนจะเอื้อมมือเชยคางให้เธอเงยขึ้นมาสบตา“แปลกครับ”คำตอบของเขาทำให้ดารินทร์รู้สึกประหม่า“แปลกตามาก และก็สวยมากด้วย” “งั้นตกลงเอาชุดนี้ค่ะ” แค่ทิศตะวันบอกว่าเธอใส่แล้วสวย เธอก็โอเคแล้ว “ไม่ลองชุดอื่นก่อนเหรอเผื่อที่รักจะชอบ” ทิศตะวันเสนอทางเลือก “แต่ไม่ว่าที่รักจะใส่ชุดไหน พี่เชื่อว่าสวยทุกชุด” “นั่นเป็นคำพูดของคุณพนักงานหรือเปล่าคะ” ดารินทร์เอ่ยแซวทิศตะวันหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะจับชายกระโปรงของเธอจัดให้เข้าที่อย่างระมัดระวัง“หมุนตัวหน่อยสิครับ”เธอลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยอมหมุนตัวช้า ๆ กระโปรงสีขาวบานออกอย่างสวยงาม เขามองตามทุกการเคลื่อนไหว ก่อนจะพึมพำเบา ๆ“สวยชะมัด…” “คุณผู้ชายเชิญทางนี้ค่ะ” “ค
ภาสกรนั่งมองทั้งคู่เดินลงมาด้านล่าง ดารินทร์หลบสายตาพ่อสามีเพราะรู้สึกว่าตัวเองนั้นกำลังบกพร่องในหน้าที่ “ย้ายเข้าไปอยู่คืนแรกก็ทำเมียลงมาทานข้าวช้ากว่าทุกวันเลยนะ” “ข้าวใหม่ปลามันครับพ่อ” “นี่คุณ” ดารินทร์หยิกไปที่เอวของเขา “พ่อคงผ่านเรื่องแบบนี้มาหลายสิบปีแล้ว คงจะจำไม่ได้แล้วใช่มั้ยครับ” ภาสกรรู้ว่านี่ไม่ใช่คำถามแต่เป็นคำโอ้อวดซะมากกว่า “แกมันไม่รู้จักโต” “ไม่โตได้ยังไงละครับ มีทั้งเมียและแถมลูกมาอีกสอง แบบนี้พ่อยังว่าผมไม่โตอีกเหรอ” “แก” “ครับคุณพ่อ” ภาสกรสะบัดหน้าหนี อยากเขวี้ยงอะไรสักอย่างใส่ลูกชายแต่ก็กลัวว่าหลานกับลูกสะใภ้จะตกใจ “ขอโทษนะคะคุณแม่” “จะขอโทษทำไมล่ะ” “ก็หนูไม่ได้ลงมาช่วยแต่งตัวให้ลูก” “ปกติหนูมุกก็ทำไม่เคยขาดตกบกพร่องนี่ ไม่ได้ทำสักวันจะเป็นอะไรไป” ทิพย์สุดาพูดปลอบดารินทร์ เธอเข้าใจถึงความกังวลนั้น แต่เธออยากให้ดารินทร์คิดว่าเธอก็คือแม่คนหนึ่งที่สามารถทำทุกอย่างให้ดารินทร์ได้ “ปกติเช้ามาแม่ก็ไม่ได้ทำอะไร วันนี้ได้ตื่นมาแต่งตัวใ
ความปวดระบมแล่นไปทั่วร่างกายเมื่อคนตัวเล็กขยับเริ่มตัว หลังลืมตาตื่นดารินทร์ก็มองไปรอบ ๆ จนเห็นใครบางคนนอนมองเธออยู่ตรงหน้า“ทำไมไม่ปลุกคะ” เธอถามเขา“ไม่อยากรบกวน อยากให้ที่รักนอนให้เต็มอิ่ม” เขาเกลี่ยผมที่หล่นมาปรกหน้าของเธอ“กี่โมงแล้วคะเนี่ย”“เกือบเจ็ดโมงแล้วครับ”“ตายจริง” ดารินทร์ตกใจจนตาโต เธอไม่เคยตื่นสายขนาดนี้ หรือเป็นเพราะเมื่อคืนกันนะ“วันนี้เราจะลางานกันนะ”“ทำไมคะ” ดารินทร์สงสัย หรือเขามีโปรแกรมจะไปที่ไหน“ก็ดูเหมือนว่าที่รักจะเดินไม่ไหวนี่ครับ" เขาสังเหตเห็นว่าเธอขมวดคิ้วทุกครั้งที่ขยับตัว“...”“ประธานบริษัทอยู่ตรงนี้จะไปกลัวอะไรละครับ”“แต่...”“ไม่มีแต่นะ” นิ้วยาวจิ้มไปที่ปลายจมูกของดารินทร์“งั้นเอามือออกก่อนค่ะ มุกจะไปดูเด็ก ๆ”“แม่จัดการเด็ก ๆ ให้แล้วครับ”ดารินทร์ขมวดคิ้ว รู้สึกไม่ดี เธอมาอยู่บ้านเขาแต่กลับนอนสบายให้ผู้ใหญ่ดูแลลูก ๆ แทน“พี่เป็นคนบอกแม่เองว่าเมื่อคืนที่รักไม่ค่อยสบาย”ดารินทร์เงยหน้ามองเขา เธอไม่คิดว่าเขาจะรอบคอบขนาดนี้ แม้แต่เรื่องเล็ก ๆ เขาก็ยังปกป้องเธอ"เดี๋ยวพี่พาไปอาบน้ำนะ""มุกอาบเองดีกว่าค่ะ""ไม่เป็นไร" ทิศตะวันช้อนตัวดารินทร์ขึ้นอุ้ม "
"เมียจ๋ากอดผัวแน่น ๆ นะ อ่าส์"ทิศตะวันใช้มือข้างหนึ่งโอบเอวดารินทร์ไว้ให้เผยอตัวขึ้นมาแนบชิดกับเขา หลังดารินทร์ทำมุมกับที่นอน 45 องศา ขาเรียวเกี่ยวเอวสอบของทิศตะวันไว้ ตอนนี้ไม่มีช่องว่างใด ๆ ระหว่างคนทั้งสอง เสียงครวญครางดังระงมไปทั่วห้อง แรงปรารถนาที่โถมใส่ร่างบางกลับได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี"พี่ตะวัน มุกไม่ไหวแล้วนะ" เสียงกระซิบข้างหูทำทิศตะวันขนลุกซู่ “มุกอยากเสร็จ”"พร้อมกันนะครับ"ทิศตะวันเร่งจังหวะเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะดันเข้าไปจนสุดแล้วทั้งคู่ก็กระตุกเกร็งปลดปล่อยน้ำขาวขุ่นออกมาพร้อมกัน เสียงหอบหายใจและเม็ดเหงื่อที่ท่วมกายของคนทั้งสองบ่งบอกว่าศึกรักครั้งนี้ใช้เวลานานแค่ไหน"ที่รักครับ""คะ""อีกรอบได้มั้ย" ดารินทร์กลับมองทิศตะวันนิ่งไม่ยอมตอบ จนทิศตะวันคิดว่าดารินทร์ไม่โอเคกับสิ่งที่เขาขอแน่ ๆ "ที่รักไหวหรือเปล่า"ดารินทร์ช้อนสายตามองทิศตะวัน แค่นี้เอ็นร้อนก็พองคับแน่นเต็มรูของดารินทร์อีกครั้ง จนรู้สึกได้"ค่ะ...อ๊ะ" ดารินทร์ตาโตทันทีเมื่อทิศตะวันเริ่มขยับอีกครั้ง เธอไม่คิดว่าจะเร็วแบบนี้"น่ารัก"ทิศตะวันไม่รอช้ามอบบทรักให้ดารินทร์ตลอดทั้งคืน เท่าไหร่เขาก็ไม่พอ แต่เพราะรัก
บรรยากาศในรถที่พาดารินทร์กลับจากโรงพยาบาลเงียบสนิท ทิพย์สุดานั่งอยู่ข้าง ๆ คอยมองเธอด้วยสายตาเป็นห่วงอยู่ตลอดเมื่อกลับมาถึงบ้าน ดารินทร์ไม่ได้เดินขึ้นห้องทันทีแต่กลับหันมาหาทิพย์สุดาช้า ๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ“คุณท่านคะ...หนูอยากกลับไปอยู่บ้านของตัวเองได้ไหมคะ”ทิพย์สุดานิ่งไปครู่หนึ่ง ค
สองวันต่อมขณะที่ดารินทร์นั่งดูข่าวอยู่บนโซฟา มือข้างหนึ่งกุมท้องตัวเองแน่น ขณะที่เหงื่อซึมเต็มหน้าผากช่วงนี้เธอเครียดมากเกินไป จนแทบไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอะไร อาหารที่เคยฝืนกินก็แทบกลืนไม่ลง ทุกอย่างหนักอึ้งไปหมดทั้งร่างกายและจิตใจเธอพยายามอดทน พยายามบอกตัวเองว่าเธอจะผ่านมันไปได้ แต่ตอนนี้...เธอไม่มั
“ใช่! ผมจะแต่งงาน!” เขากระแทกเสียง “แต่ไม่ได้หมายความว่าผมจะอนุญาตให้คุณหนีไป! จนกว่าจะคลอด”ดารินทร์เบิกตากว้าง มองใบหน้าของเขาอย่างไม่เชื่อสายตา เขามักจะย้ำคำนี้ไว้ตอนท้ายของประโยคเสมอ“ต่อให้คุณแต่งงานแล้ว” เธอถามเสียงเบาจนแทบกระซิบ “ฉันยังต้องอยู่อีกเหรอ”ทิศตะวันนิ่งไปแวบหนึ่ง ราวกับตัวเองก็ไม
“คุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่”ทิศตะวันนิ่งไป...เขาควรตอบว่าอะไร ทุกอย่างที่เขาทำไปก็แค่เพราะลูก หรือว่าเพราะอะไรกันแน่ ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้คำตอบที่ชัดเจนสำหรับคำถามนี้...หรือบางทีเขาอาจจะรู้แต่ไม่เคยกล้ายอมรับมันทิศตะวันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของดารินทร์ คำถามของเธอชัดเจน แต่เขากลับไม่มีคำตอบ ไม่มีคำพูด







