LOGINในห้องทำงานของเขา
ทิศตะวันยืนรออยู่ตรงหน้าต่าง แผ่นหลังกว้างของเขาหันเข้าหาประตู แต่ทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของดารินทร์ เขาก็หันกลับมา ดวงตาคมกริบจับจ้องเธออย่างไม่วางตา
เธอดูซูบผอมลง แต่ท้องของเธอโป่งนูนขึ้นชัดเจนกว่าเมื่อสามเดือนก่อน…หากเธอไม่สวมเสื้อผ้าตัวใหญ่ คงจะเห็นท้องของเธอชัดกว่านี้
“คุณท้องกับผมใช่ไหม?”
คำถามของเขาแทงเข้าไปในอกของดารินทร์ทันที เธออึ้งค้างไปหลายวินาที จู่ ๆ เขาถามแบบนี้หมายความว่ายังไง? เขารู้อะไรมา?
เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะพยายามรวบรวมสติแล้วตอบกลับไปเสียงเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้
“คุณพูดอะไรน่ะ? ฉันแต่งงานแล้วนะ” นี่คือสิ่งเดียวที่ดารินทร์คิดออก
ทิศตะวันขมวดคิ้ว “อะไรนะ?”
“ใช่” ดารินทร์รีบย้ำ “ฉันแต่งงานแล้ว และแน่นอนว่าเด็กคนนี้คือลูกของฉันกับสามี ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณทั้งนั้น”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานของทิศตะวันทันที เขานิ่งไปครู่ใหญ่ ดวงตาคมจับจ้องใบหน้าของเธอ ราวกับพยายามอ่านบางอย่างจากแววตาของเธอ ยิ่งเธอพยายามหลบสายตาของเขา เขากลับยิ่งไม่อยากเชื่อในคำตอบของเธอ
เธอก็ตอบด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจนดีนี่ เขาเองก็ควรจะ โล่งใจ ใช่ไหม...
ใช่...เขาควรรู้สึกแบบนั้นแต่ทำไมกัน? ทำไมมันถึงมีความรู้สึกบางอย่างแทรกเข้ามาในอกของเขา?
เขากำลังเสียดาย
เป็นเพียงแค่เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น ก่อนที่สีหน้าเรียบเฉยของเขาจะเข้ามาแทนที่
“งั้นเหรอ?” เขาพูดขึ้นในที่สุด เสียงของเขานิ่งจนน่ากลัว “งั้นก็ดีแล้ว…ผมมีเรื่องจะถามคุณแค่นี้”
ดารินทร์เม้มริมฝีปากแน่น พยายามบังคับตัวเองไม่ให้แสดงความรู้สึกใด ๆ ออกมา เธอไม่อยากให้เขารู้ว่าเธอกำลัง โกหก
หน้าห้องทำงานของทิศตะวัน
ดารินทร์ก้าวออกจากห้องด้วยหัวใจที่เต้นแรง แม้เธอจะพยายามบังคับตัวเองให้เป็นปกติ แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความสับสนและตึงเครียด
“ผมว่าปล่อยคุณดารินทร์ไปเถอะครับ เธอคงไม่อยากกลับมาสร้างความหนักใจให้คุณอีกแล้ว”
เสียงของกิตติชัยดังออกมาจากในห้อง ดารินทร์จึงนิ่งฟัง
“แล้วถ้าเด็กในท้องเป็นลูกของผมล่ะ”
“ถ้าคุณดารินทร์ท้องกับคุณจริง ๆ คุณคิดจะแต่งงานกับคุณดารินทร์หรือเปล่าครับ”
“ไม่มีทาง” เสียงนั้นหนักแน่นพอจนทำให้ดารินทร์ตื่นจากผวังค์
“นั่นแหละ ผมถึงบอกว่าให้ปล่อยเธอไป”
ไม่มีเหตุผลอะไรที่ดารินทร์ต้องฟังบทสนทนานั้นต่อ เธอพยายามเดินให้เร็วที่สุดเพื่อออกจากที่นี่ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อมีเสียงเรียกชื่อเธอดังขึ้นจากด้านข้าง
“ไข่มุก? นี่เธอเองเหรอ?”
เธอหันไปตามเสียง ก็พบกับ ซันนี่ เพื่อนร่วมงานเก่าที่เคยสนิทกันตอนทำงานที่นี่ ซันนี่มองเธอด้วยสายตาตกใจปนสงสัย
“ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่? เธอกลับมาทำงานที่บริษัทแล้วเหรอ?” ซันนี่ถามทันที
ดารินทร์รีบตั้งสติ ก่อนจะยิ้มบาง ๆ แล้วพูดบ่ายเบี่ยงออกไป “เปล่าหรอก...คุณทิศตะวันแค่เรียกฉันมา เขาอยากให้ช่วยเป็นสไตลิสต์ชั่วคราวให้นางแบบคนหนึ่ง แต่ฉันปฏิเสธไปแล้ว”
ซันนี่พยักหน้ารับ แม้จะยังดูงุนงงอยู่บ้าง “งั้นเหรอ...ก็นึกว่าเธอจะกลับมาทำงานอีก”
ดารินทร์เพียงแค่ยิ้ม ไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอไม่อยากให้ซันนี่สงสัยไปมากกว่านี้
แต่แล้วสายตาของซันนี่ก็เลื่อนต่ำลง ก่อนจะเบิกตากว้างเล็กน้อย “เดี๋ยวนะ…ไข่มุก ทำไมเธอดูผอมลงขนาดนี้?”
“เพราะงานใหม่น่ะ”
“ตั้งแต่เธอลาออกไปฉันติดต่อเธอไม่ได้เลย เธอเปลี่ยนเบอร์เหรอ”
“อืม พอดีโทรศัพท์เครื่องเก่าหายน่ะ เลยซื้อใหม่พร้อมซิม”
“แต่ก็แจ้งทำเบอร์เดิมได้นิ”
“ฉันตั้งใจเปลี่ยนเบอร์ด้วยแหละ เบอร์เก่ามันไม่เสริมดวง”
“เป็นสาวสายมูตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”
“ตอนไปซื้อโทรศัพท์ พนักงานแนะนำน่ะ”
“งั้นขอเบอร์หน่อย” ซันนี่หยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา “ยังพักอยู่ที่เดิมใช่มั้ย”
“อืม”
“นะ...นี่” ซันนี่จับไหล่ทั้งสองข้างของดารินทร์ จับเธอหมุน 1 รอบ “ฉันถามได้มั้ย”
“...” ดารินทร์นิ่งเงียบ เธอรู้ว่าซันนี้จะถามอะไร เพราะสายตาของเขามองต่ำลงมาที่ท้องของเธอ
“กำลังมีน้องเหรอ?”
คำถามนั้นทำให้ดารินทร์นิ่งไปเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะตัดสินใจพยักหน้ารับ “ใช่...ที่ฉันลาออกไปก็เพราะเรื่องนี้แหละ”
ซันนี่ทำตาโต “จริงเหรอ?! ฉันไม่เคยรู้เลย แล้วทำไมเธอไม่บอกกันก่อน?”
“ตอนนั้นมันกะทันหันน่ะ ฉันต้องเตรียมตัวแต่งงาน แล้วก็เตรียมตัวเป็นแม่คน ตอนนี้ฉันท้องแล้วไง” ดารินทร์หัวเราะเบา ๆ
ซันนี่ยิ้มกว้างออกมาอย่างดีใจ “โอ้โห! ยินดีด้วยนะ! นี่ฉันตกข่าวไปเลย”
“ขอบคุณนะ” ดารินทร์ยิ้มตอบ แม้ในใจจะรู้สึกหนักอึ้งกับคำโกหกที่เพิ่งเอ่ยออกไป
ซันนี่ดูจะไม่ติดใจอะไรอีก เธอเพียงแค่พูดคุยเรื่องทั่วไปสั้น ๆ ก่อนจะขอตัวกลับไปทำงาน
ดารินทร์ยืนมองเพื่อนเดินจากไป...แล้วเธอก็หันหลังรีบออกจากบริษัทโดยไม่หันกลับไปมองอีก
เธอได้แต่หวังว่า...คำโกหกของเธอจะไม่ย้อนกลับมาเป็นปัญหาในภายหลัง
เย็นวันหนึ่งในบ้านหลังใหญ่ กลิ่นอาหารที่เพิ่งทำเสร็จยังอวลอยู่ในอากาศ เสียงหัวเราะใส ๆ ของเด็ก ๆ ทำให้บ้านทั้งหลังดูมีชีวิตชีวาอย่างบอกไม่ถูกนภัและนพกรนั่งข้างกันบนพรมกลางห้อง กำลังเถียงกันเรื่องตัวต่อชิ้นสุดท้าย นพกรทำหน้าบึ้งนิด ๆ ส่วนนภัสยกคางอย่างไม่ยอมแพ้ แต่สุดท้ายก็หัวเราะออกมาพร้อมกันเหมือนเคย เพราะมีเสียงเล็ก ๆ ของน้องสาวฝาแฝดวัยสองขวบดังแทรกขึ้นมา“ของหนู...ของหนู...”เด็กน้อยทั้งสองขยับเข้ามาแย่งตัวต่ออย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว ทำเอาพี่ ๆ หยุดเถียงแล้วหันมองหน้ากัน ก่อนจะยอมยกชิ้นส่วนให้พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย“ให้น้องก็ได้” นพกรพูดเบา ๆ“ใช่ เดี๋ยวเราหาใหม่ก็ได้” นภัสเสริม พลางลูบหัวน้องอย่างเอ็นดูภาพนั้นทำให้คนเป็นแม่ที่ยืนมองอยู่ข้าง ๆ เผลอยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน แขนของเธอถูกโอบจากด้านหลังโดยคนเป็นพ่อที่เพิ่งเดินเข้ามา เขาซบคางลงบนไหล่ของเธออย่างคุ้นเคย“บ้านเราวุ่นวายดีนะ” เขากระซิบ“วุ่นวาย...แต่ก็มีความสุข” เธอตอบ พลางเอนตัวพิงเขาเล็กน้อยสายตาของทั้งคู่มองไปยังลูก ๆ ที่กำลังเล่นกันอยู่ เสียงหัวเราะ เสียงงอแงเล็ก ๆ และเสียงเรียกพ่อกับแม่ดังสลับกันไปมาอย่างไม่ขาดสาย
ประตูห้องทำงานถูกเคาะเบา ๆ สองครั้ง ก่อนจะเปิดออกช้า ๆ“เรียกมุกมามีอะไรเหรอคะ” ดารินทร์เอ่ยถาม ขณะที่ยังยืนอยู่หน้าประตู ด้วยสีหน้าสงบแต่แฝงด้วยความสงสัยเล็กน้อยทิศตะวันที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานเงยหน้าขึ้นมองทันที แววตาของเขาไม่ได้เข้มดุเหมือนเวลาทำงาน แต่กลับเต็มไปด้วยความกังวลที่ซ่อนเอาไว้ไม่มิด“มานี่ก่อน” เขาพูดเสียงเรียบพลางกวักมือเรียกภรรยาสุดที่รักเธอเดินเข้าไปใกล้ ก่อนจะนั่งลงตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไรต่อ เขาก็พูดขึ้นมาก่อน“พี่อยากให้มุกหยุดงาน” คำพูดสั้น ๆ แต่ชัดเจน ทำให้เธอชะงักไปเล็กน้อย“หยุด...ตอนนี้เลยเหรอคะ” เธอรู้ดีว่านี่คือคำสั่ง เพราะเขาขอร้องเรื่องนี้กับเธอหลายครั้งแล้ว แต่เธอก็ยังดื้อ วันนี้เขาเลยใช้น้ำเสียงที่ฟังแล้วรู้สึกว่านั่นคือคำสั่ง“ใช่ครับ” เขาพยักหน้า สายตามองไปที่หน้าท้องของเธอโดยอัตโนมัติ “คุณกำลังท้องนะ งานมันหนัก พี่ไม่อยากให้ที่รักเสี่ยงอะไรทั้งนั้น”น้ำเสียงเขาไม่ได้แข็ง แต่หนักแน่นพอจะรู้ว่าเขาคิดมาดีแล้วดารินทร์เม้มปากนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดอย่างใจเย็น“มุกเข้าใจนะคะ...แต่ขอทำต่ออีกแค่สองเดือน ได้มั้ยคะ แค่ให้จบโปรเจกต์นี้ก่อน”ทิ
เสียงหัวเราะใส ๆ ดังลอยมาตามลมยามบ่าย ก่อนที่เจ้าตัวเล็กสองคนจะวิ่งฝ่าประตูเข้ามาอย่างไม่เกรงใจโลก กระเป๋านักเรียนยังคงสะพายติดหลัง“แม่จ๋า...ดูหนูสิ”เด็กผู้หญิงตัวน้อยผูกผมหางม้าสองข้างวิ่งนำมา ใบหน้ากลมป่องแดงระเรื่อจากการวิ่ง ดวงตาเป็นประกายเหมือนมีดาวเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ในนั้น เธอยกกระดาษที่วาดเละเทะขึ้นมาอวดเต็มที่“วันนี่ที่โรงเรียนหนูวาดรูปพ่อ แม่ แล้วก็หนูเองนะคะ” เธอบอกแม่ด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว“แล้วผมล่ะ” เสียงเล็ก ๆ อีกเสียงรีบแทรกขึ้นมา นพกรที่วิ่งตามมาติด ๆ ชะโงกหน้าดูแล้วทำหน้ายุ่ง “ทำไมผมตัวเล็กกว่าพี่อีก”“ก็พี่เป็นพี่ไง” เธอตอบอย่างมั่นใจสุด ๆ พร้อมยักไหล่เล็ก ๆ“แต่เราเกิดพร้อมกันนะ” เขาเถียงทันควัน ก่อนจะหันมาฟ้องคนเป็นแม่ “แม่ครับ พี่ขี้โกงอ่ะ”คนเป็นแม่หลุดหัวเราะเบา ๆ มองสองแสบที่ยืนเท้าสะเอวใส่กันเหมือนผู้ใหญ่ย่อส่วน“งั้นใครเป็นพี่ ใครเป็นน้องกันนะ” เธอพูดแหย่“หนูเป็นพี่ค่ะ เพราะหนูพูดเก่งกว่า” นภัสรีบยกมือขึ้น“ไม่จริง! ผมพูดเก่งกว่า” เด็กผู้ชายรีบพูดรัวทันที “แม่ครับ ฟังนะผมรักแม่ที่สุดในโลก รักมาก ๆ มากกว่าพี่อีก”“เฮ้!” นภัสหันขวับ “งั้นหนูก็รักแม่ที่สุดในจัก
ชายหนุ่มวางสายจากผู้เป็นพ่อที่โทรตามให้กลับบ้านเพราะบอกว่ามีเรื่องด่วน เขามองภาพใครคนหนึ่งที่วางอยู่ตรงโต๊ะข้างเตียง เธอผู้ซึ่งเคยตามตัวเขาเป็นเงา แล้วอยู่มาวันหนึ่งก็หายตัวไป เขารู้แค่เรื่องเดียวคือเธอมาเรียนที่ต่างประเทศ เขารู้แค่ว่าเธออยู่ประเทศไหน แต่ไม่รู้เมืองที่เธออยู่ พยายามหาช่องทาติดต่อก็ไม่มี “ยังหาไม่เจอเลย ต้องกลับไปแล้วอย่างนั้นเหรอ” หลังกลับประเทศไทยได้ไม่กี่วัน เขาก็ต้องเข้าไปรับผิดชอบงานในบริษัทแทนน้องชาย “พี่เหนือ...เหม่ออะไรอยู่เหรอ” ทิศตะวันเดินเข้าไปในห้องทำงานพี่ชาย ซึ่งเคยเป็นห้องประจำตำแหน่งของเขา “วันนี้พี่รู้สึกปวดหัว ฝากนายออกไปคุยงานแทนหน่อยนะ” “แล้วพี่จะไปไหน” “ว่าจะไปหาหมอสักหน่อย ปวดแบบนี้มาสักพักแล้ว” “หักโหมเกินไปหรือเปล่า พี่ควรพักบ้าง” “อืม ก็คงต้องเป็นแบบนั้น” ทิศเหนือขับรถไปถึงโรงพยาบาลเอกชนที่ใกล้บริษัทที่สุด เขาเดินไปยังเคาน์เตอร์ ยื่นบัตรประชาชนแล้วตอบคำถามเจ้าหน้าที่ไม่กี่คำก็โดนเรียกให้ไปที่ห้องตรวจ “รวดเร็วทันใจดีจริง ๆ” เขาพึงพอใจกับก
“ปัง!!”เสียงพรุกระดาษดังขึ้นทันทีที่ทิศตะวันและดารินทร์เดินเข้าไปในบ้าน เพราะหลังจากที่ทิศตะวันโทรบอกทุกคนว่าดารินทร์ท้อง การเซอร์ไพรส์ก็เริ่มขึ้น“ยินดีต้อนรับสมาชิกคนใหม่” เสียงเด็ก ๆ ที่ถูกเตี๊ยมกันไว้ก็พูดขึ้นมาพร้อมกัน ตามด้วยเสียงโห่ร้องดีใจ“ฮึบ!” ทิศตะวันอุ้มนภัสขึ้น“พ่อจ๋าไหนน้อง”“น้องอยู่ในนี้ครับ” เขาเอามือลูบท้องของดารินทร์เบา ๆ“น้อง” นพกรวิ่งไปกอดแม่เอาหน้าซุกไปที่ท้องของเธอ“เบา ๆ ครับ” ทิศตะวันรีบห้าม “เดี๋ยวแม่ก็เจ็บหรอก”“ไม่เป็นไรค่ะ” เธอย่อตัวลงข้าง ๆ ลูกชาย“ดีขึ้นบ้างหรือยังลูก” ทิพย์สุดาถามด้วยความเป็นห่วง เธอมาที่นี่ตั้งแต่เช้าเพื่อช่วยเลี้ยงหลาน“พอได้ทานยาที่หมอให้มาก็ดีขึ้นมากเลยค่ะ”“งั้นก็ดีแล้วล่ะ ลูกต้องพักผ่อนให้เยอะ ๆ นะ”“ค่ะคุณแม่”“น้องผู้หญิงหรือผู้ชายฮะ”“ยังไมรู้เลยจ่ะ” เธอตอบลูกชาย “น้องอาร์มอยากได้น้องผู้หญิงหรือผู้ชายละคะ”“ผู้ชายฮะ” นพกรตอบโดยไม่ต้องคิด “ผมจะเล่นกับน้อง”“แล้วน้องเอิร์นล่ะ อยากได้น้องผู้หญิงหรือผู้ชาย” ทิศตะวันถามลูกสาว“ผู้หญิงค่ะ หนูจะเล่นกับน้อง”คำตอบของลูกทั้งสองคนทำให้ดารินทร์กับทิศตะวันมองหน้ากัน ไม่รู้ว่าจะเป็นชายห
ณ.โรงพยาบาลเอกชนใครจะไปรู้ว่าหลังจากที่ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังใหม่เพียงแค่สองวัน ดารินทร์จะมีอาการคลื่นไส้อาเจียนจนทิศตะวันไม่เป็นอันทำอะไร เขาเป็นห่วงเมียรักมาก จนต้องเฝ้าตลอดไม่ยอมไปทำงาน“คนไข้มีอาการมากี่วันแล้วคะ”“สองวันค่ะ”“ประจำเดือนมาครั้งล่าสุดเมื่อไหร่คะ”“เดือนที่แล้วค่ะ”“เดี๋ยวคนไข้เข้าไปในห้องน้ำแล้วเก็บฉี่ใส่กล่องนี้นะคะ”“ค่ะ” ดารินทร์พอจะเดาออกว่าหมอกำลังจะตรวจหาอะไร เพราะตอนที่เธอท้องเจ้าแฝด หมอก็เคยให้เธอทำแบบนี้“เดี๋ยวผมไปเป็นเพื่อน”“ไม่ต้องหรอกค่ะ คุณนั่งรอในนี้แหละ เรามีพยาบาลคอยอำนวยความสะดวกให้คนไข้อยู่ด้านนอกค่ะ”“ภรรยาของผมจะเป็นอะไรมากมั้ยครับ”“ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ หมอสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นอาการแพ้ท้อง”“พะ...แพ้ท้องเหรอ ภรรยาของผมกำลังท้องเหรอครับ”“ต้องรอผลตรวจก่อนค่ะ หมอถึงจะยืนยันได้”“ครับ”ทิศตะวันก้มมองนิ้วตัวเอง เขากำลังนับว่าตอนนี้เขามีอยู่สองคนแล้วถ้าเพิ่มมาอีก 1 ก็เป็นสาม แต่ถ้าเพิ่มมาอีก 2 ล่ะ เฮ้ย! นี่เขาจะมีลูกตั้งสี่คนเลยนะ ระหว่างที่ทิศตะวันกำลังเหม่อลอย ดารินทร์ก็เดินกลับมา เธอนั่งลงข้าง ๆ เขา สังเกตสีหน้าที่แดงไปจนถึงใบหู
พรึ่บ!เพราะอยากใกล้ชิด เขาจึงไม่สามารถปล่อยเธอไปได้ ดารินทร์ถูกรวบเอวไว้แล้วดึงกลับลงมา เขาพลิกตัวเธอให้อยู่ใต้ร่างของเขาตามเดิมแล้วจูบเธอในทันทีโดยที่เธอยังไม่ทันได้ตั้งตัว “อื้อ”ปากเล็กได้รูปพยายามร้องประท้วง แต่เจ้าของลิ้นหนายังไม่หยุดกวาดต้อนความหวานภายในโพลงปากนั้น มือหนาลูบไปทั่วเร
ภายในห้องประชุมในตอนบ่ายทิศตะวันถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อรู้ว่าเขมมิกาเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย มันเป็นการประชุมเกี่ยวกับแคมเปญใหม่ที่เธอเป็นพรีเซนเตอร์เขมมิกาก็ยังคงอยู่ในบริษัทในฐานะนางแบบคนสำคัญ สัญญาของเธอยังมีผล เขารู้ดีว่าเธอไม่มีทางปล่อยให้เขาได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขแน่ ๆ“เรายังคงต้องทำงาน
“อ๊ะ ขอร้องล่ะ” ดารินทร์อ้อนวอน เธอจะปล่อยให้เหตุการณ์ซ้ำรอยอีกไม่ได้ทิศตะวันเงยหน้าขึ้นไป เขาเอามือเช็ดน้ำใส ๆ ที่เลอะอยู่ตรงมุมปาก นั่นยิ่งทำให้ดารินทร์อายจนแทบเทรกแผ่นดินหนีเขาโน้มหน้าเข้าไปหาเธอ จูบเธออย่างเร่าร้อน มือหนาก็บีบจีบไปทั่วจนคนใต้ร่างตัวสั่น“อื้อ...คุณ” เธอเอามือผลักอกของเขาก่อนจะ
ทิศเหนือตัดสินใจเดินตามน้องชายออกไปอย่างเงียบ ๆ เขาไม่พูดอะไรในทันที เพราะรู้ว่าทิศตะวันยังไม่พร้อมรับฟังในตอนนี้...น้ำเสียงที่พูดกับพ่อเมื่อครู่สะท้อนความกดดันชัดเจน เขาเข้าใจดีว่าน้องชายไม่ได้ตั้งใจจะต่อต้าน แค่ยังหาทางออกให้ตัวเองไม่เจอทิศเหนือลอบถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง เรียบ แต







