LOGIN31 เสี่ยเป๊ก
พลั่ก ตุบ ตับ ตุบ!!
สิวากรนั่งเอนตัวหลังพิงผนังปูนด้านหลัง กอดอก เหยียดขายาวบนเก้าอี้ไม้ชิดโรงยิม สายตาเพ่งมองตรงไปยังยอดเพชรและโค้ชทิมที่ฝึกซ้อมอยู่บนเวที
ยอดเพชรถือว่าเป็นนักมวยเรียนรู้เร็วและหมัดหนักอย่างที่เขาคาดการณ์ไว้ แต่ยังไม่พอ เขายังเหลือเวลาอีกสามเดือนกว่า ๆ ที่จะปั้นยอดเพชรให้พร้อมขึ้นชกกับนักมวยค่ายตัวเอง
“สวัสดีครับเฮียเสือ” เสียงทุ้มไม่ต่ำมากนักอย่างที่ฟังก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นคนเจ้าเนื้อดังขึ้นมาจากทางหน้าโรงยิม
สิวากรทำเพียงเอี้ยวหน้าแหงนศีรษะขึ้นมองร่างท้วมของเสี่ยเป๊กที่กำลังเดินเชื่องช้าอุ้ยอ้ายเข้ามาจนถึงตัว
“แหม...ผมไม่คิดว่าจะเจอเฮียเสือที่โรงยิม”
สิวากรยังไม่เอ่ยทักทายหรือตอบสักคำเดียว จึงทำให้เกิดช่องว่างสุญญากาศบทสนทนาจนเสี่ยเป๊กหน้าเจื่อน
“ทีแรกตั้งใจว่าจะมาหาเจ้โปรดที่โรงยิม แต่เจ้ไม่อยู่” เสี่ยเป๊กเงียบเสียงลงทันใดขนลุกเกรียวยามสบตาเสือวาวโรจน์ “เอื๊อก! ผมว่าเฮียเสือคงกำลังใช้สมาธิ ผมขอตัวก่อนจะดีกว่า”
พูดจบเสี่ยเป๊กพลิกร่างหันหลังตั้งท่าจะเดินออกแล้วพลันสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงเก้าอี้ลากเสียงดังด้านหลัง
ครืด!
“จะรีบไปไหนครับเสี่ย” สิวากรส่งเสียงถามแต่ฟังแล้วเหมือนคำรามเสียมากกว่า “ไม่ลองไปดูเขาซ้อมมวยใกล้ ๆ”
“ซะ ซ้อมมวย” เสี่ยเป๊กเอี้ยวตัวไปทางด้านเวที แล้วส่ายหน้า “ไม่ดีกว่า ผมไม่ค่อยถูกกับเรื่องต่อยตี”
“ไม่ถูกกับเรื่องต่อยตี”
เฮียเสือทวนคำพร้อมเบะปากพยักหน้า เดินกอดอกไปใกล้แล้วยกแขนขึ้นสูงจนเสี่ยเป๊กผงะออกทันใดจ้องฝ่ามือใหญ่ด้วยตาหวาดหวั่น แต่เฮียเสือกลับทำเพียงยกมือเสยผมแล้ววางพาดบนไหล่เสี่ยเป๊กโอบจับไว้แน่นโยกเล็กน้อย พาออกเดินไปทางเวที
“อุตส่าห์มาถึงโรงยิมแล้ว ไม่ไปดูนักมวยเขาซ้อมใกล้ ๆ เสียหน่อย จะโดนพวกนักมวยดูถูกเอานะครับ”
สิวากรดันไหล่เสี่ยเป๊กจึงสังเกตว่าเสื้อเชิ้ตเปียกเหงื่อจนโชกจึงก้มศีรษะลงมองข้ามไปอีกด้าน ด้วยความที่เสี่ยเป๊กตัวเตี้ยกว่ามากทำให้เขาชะโงกข้ามศีรษะไปได้อย่างสบาย ๆ
“ดูท่าเสี่ยจะร้อน เฮ้ย! ใครก็ได้เอาผ้าเย็นมาให้เสี่ยหน่อย”
สิวากรตะโกนกร้าวทำตัวราวกับเป็นเจ้าของค่ายมวย และดูเหมือนว่านักมวยในค่ายเองให้ความเคารพยำเกรงสิวากรไม่น้อย กุลีกุจอรีบไปหยิบผ้าเย็นมายื่นให้เสี่ยแต่สิวากรคว้าหยิบขึ้นมาให้เสี่ยเอง
สิวากรจับผ้าห่อผ้าเย็นเจี๊ยบเขย่าสองสามครั้งแล้วจ้องหน้าเสี่ยคนดังของเมืองชลบุรีก่อนจะใช้อีกมือตะปปลงอย่างแรง
ปัง!! เฮือก
เสี่ยเป๊กสะดุ้งสุดตัวตาเบิกกว้างเหงื่อกาฬแตกออก หลุบตามองผ้าเย็นในมือเฮียเสือ แรงกระแทกฝ่ามือทำเอาห่อพลาสติกแตกแยกออกจากกัน
“ผ้าเย็นครับเสี่ย” สิวากรเอ่ยเสียงเรียบนิ่งแล้วแบมือยื่นไปตรงหน้าเสี่ย เขย่าเบา ๆ
“ขะ ขอบคุณครับ”
สิวากรขยับมุมปากเล็กน้อยพอใจพาตัวออกห่างสักสองก้าวเพื่อเว้นที่ว่างให้เสี่ยได้หายใจสักหน่อยก่อนจะปฏิบัติการปล่อยหมัดต่อ
“เสี่ยว่าไอ้ยอดเพชรเป็นยังไงบ้างครับ”
“ยอดเพชร?”
“ครับ ที่อยู่บนเวที” สิวากรชี้นิ้วขึ้นไปเอียงศีรษะมาใกล้เสี่ย “ตัวเต็งรอบนี้ของค่ายศรเพชร แต่ยังไงยังรองค่ายผม 3-2”
“ครับ ผมพอทราบมาก่อน”
“ปกติเสี่ยลงเล่นด้วยไหมครับ”
“เล่น?”
“ครับ หนนี้ผมว่าจะเอาชนะน็อกเหมือนเคย ยอดเพชรยังเด็กใหม่ เคยลงสนามรองแค่สองสามสนาม แต่เจ้โปรดเขาหมายมั่นจะเอาคนนี้ ผมเองก็ไม่รู้จะห้ามเขายังไงเหมือนกัน เฮ้อ...” สิวากรพาดมือขึ้นโอบไหล่เสี่ยแล้วตบเบา ๆ ปลอบใจ “ต้องทำใจนะครับ เจ้โปรดเขาเป็นพวกเอาแต่ใจ ถ้าไม่ได้ดั่งใจนี่ตบตีเลยนะครับ”
“ตบตี!”
“อ้าว! ผมเนี่ยปากเสียน่าตีปากตัวเองจริง ๆ แต่เสี่ยอย่ากลัวเจ้โปรดไปเลยนะครับ เอาเข้าจริงผู้หญิงยังไงก็หมัดหนักน้อยกว่าเราอยู่แล้ว”
สิวากรเกือบกลั้นหัวเราะไม่อยู่ยามที่มองเห็นสีหน้าซีดเผือดของเสี่ยเป๊ก แต่ปล่อยหมัดออกไปแค่นี้มันจะไปชนะน็อกได้ยังไง เลยรุกหนักต่อด้วยการดันหัวไหล่ ดึงผ้าเย็นออกจากมือ
“เอาแบบนี้ ผมจะเป็นคู่ซ้อมให้เสี่ยเอง”
“เดี๋ยวก่อน คู่ซ้อม คู่ซ้อมอะไรครับเฮียเสือ”
เสี่ยเป๊กถูกเฮียเสือหลุนหลังจนร่างเซถลาไปยังมุมทางขึ้นเวทีแล้วรับนวมมาจากโค้ชทิมที่รู้ใจโยนมาให้
“ผมจะได้ดูเสี่ยไงครับ ว่าพอจะสูสีกับเจ้โปรดหรือเปล่า” สิวากร ชะงักหยุด “เอะ! นี่เสี่ยไม่รู้หรอกหรือครับว่าเจ้เขาได้ยูโดสายดำด้วย”
“ยูโดสายดำ?” ดูท่าวันนี้เสี่ยเป๊กจะรับข้อมูลเรื่องใหม่ของเจ้โปรดมากจนเกินไป ดวงหน้าอ้วนกลมจึงงวยงงจับต้นชนปลายไม่ถูกแล้วปล่อยให้เฮียเสือสวมนวมจนเสร็จ
“เอาล่ะ เสี่ยสวมนวมแล้วทะมัดทะแมงดีนะครับ ไปครับขึ้นเวที”
“เดี๋ยวเฮียเสือ เฮียเสืออออ”
สิวากรหลุนหลังเสี่ยอีกครั้งดันจนเสี่ยจำใจปีนขึ้นไปแต่ยังเอี้ยวหน้ากลับมองลงมา
“ผมว่าไม่ดีแน่ ไม่เอาดีกว่าครับ ผม ผม”
“อะไรกันเสี่ย อายเด็กในค่ายนะครับ ถ้าเจ้โปรดรู้เข้าเสี่ยจะเสียคะแนน”
เสี่ยเป๊กรีบกวาดตามองเห็นนักมวยยืนนิ่งหยุดซ้อมแล้วเอาแต่จ้องมาทางเขา หน้าขาวคนจีนซีดยิ่งกว่าไก่ต้ม ปากเริ่มสั่นแต่ถ้าเขาถอยตอนนี้จะยิ่งกลายเป็นขี้ปาก จึงตัดสินใจ
เอาว่ะ! ต่อยนิด ๆ หน่อย ๆ คงไม่ถึงกับคางเหลือง อย่างน้อยเจ้โปรดจะได้ไม่คิดว่าเราปอดแหก
เสี่ยเป๊กหันกลับไปตั้งใจรับคำท้าแล้วพลันอ้าปากค้าง เวลานี้เฮียเสือสวมนวมเรียบร้อยแล้วอยู่อีกมุมหนึ่ง เต้นฟุตเวิร์ครอท่า แต่อะไรไม่สำคัญเท่ากับการที่เสี่ยเป๊กได้เห็นรูปร่างไร้เสื้อเปลือยหน้าอกลูกใหญ่ รอยสักเสือขยับไหวยามที่เฮียเสือต่อยปลายนวมเข้าหากัน
“เอาเบา ๆ นะครับเสี่ย พอหอมปากหอมคอ แหม...ผมนี่กลัวจะแพ้เสียหน้าจังเลย ไม่ค่อยได้ซ้อม”
หลังจากเอ่ยถ่อมตนไปหนึ่งประโยคจึงตวัดหางตาให้โค้ชทิมจากนั้นระฆังก็ดังขึ้น
เกร้ง!
เสี่ยเป๊กยังจับต้นชนปลายไม่ถูก มองเฮียเสือรู้สึกสับสนเล็กน้อย ทว่าตอนนี้เขาติดอยู่กลางเวทีมวยพร้อมกับสายตานักมวยค่ายเจ้โปรดหลายสิบคู่ ฉะนั้นเขาจึงเดินหน้า
รูปร่างอ้วน ท้วม เตี้ยกว่ามากของเสี่ยเริ่มขยับเต้นเลียนแบบเฮียเสือเก ๆ กัง ๆ แต่ติดจะถอยหลังตลอดเวลาเพราะเฮียเสือเดินหน้ารุก
ฟวับ!
หมัดแรกเฮียเสือแย็บออกมาแกล้งเสี่ยต่อยลมไปตรงหน้าแล้วกลั้นหัวเราะ หน้าเสี่ยไร้สีเลือดอย่างสิ้นเชิง เขาหลุบตาลงมองขาเหมือนว่าขาของเสี่ยกำลังสั่น
ปกติเขามันพวกไม่ชอบทำร้ายคนไม่มีทางสู้ และไม่ชอบใช้กำลังตัดสินปัญหา ทว่ากับเสี่ยเป๊กถ้าไม่ได้ออกหมัดโดนเนื้อเสี่ยให้เขียวสักสองสามหมัด เขาคงนอนไม่หลับแน่ ๆ
พลั่ก!
ขณะที่เสี่ยยังตื่นเต้นจึงตัดสินใจลองออกหมัดวาดออกไปและโชคดีเหมือนถูกหวย หมัดเสี่ยโดนหน้าท้องเฮียเสืออย่างจัง
“เสี่ยหมัดหนักใช่เล่นเลยนะครับ”
เฮียเสือเสียงกร้าวขึ้น เมื่อครู่ประมาทเกินไปหน่อยเพราะไม่คิดว่าเสี่ยจะกล้าต่อยก่อน จึงทำให้ตั้งการ์ดรับไม่ทัน รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นมุมปากแล้วหลังจากนั้น....
พลั่ก! พลั่ว! ตุบ! ตุบ!
ร่างอ้วนของเสี่ยเซแซด ๆ โงนเงนตามแรงเหวี่ยงของสิวากร หมัดซ้ายสุดท้ายที่ทำให้เสี่ยถึงกับหงายตึงโดนกกหูอย่างจัง ทั้งที่เฮียเสือเหวี่ยงออกไปแค่สี่หมัด
ตุบ!
ร่างอ้วนท้วมของเสี่ยล้มนอนหงายตึง นัยน์ตาตี๋เหม่อลอยมองเพดานด้านบนโรงยิม รู้สึกเหมือนว่ามีผึ้งบินรอบหัวนับล้าน ๆ ตัว มึนจนพูดไม่ออก ขยับร่างกายไม่ได้ แล้วพลันมีเงาทะมึนพาดผ่านใบหน้า
สิวากรพาร่างสูงใหญ่ยืนชะโงกค้ำหัว ต่อยนวมเข้าหากันขณะก้มศีรษะลงมอง
“ผมว่าเสี่ยยังต้องหัดอีกเยอะเลยนะครับ แต่ยังดีที่อุตส่าห์ทนรับหมัดผมได้ถึงสี่หมัด”
เสี่ยถูกนักมวยในค่ายศรเพชรช่วยพยุงขึ้นลุกนั่ง ประคองจนยืนขึ้นมาได้ จากนั้นจึงค่อยเป็นลมไป
“อ้าว! เสี่ยเป๊ก” สิวากรไม่ได้รู้สึกผิดหรือตกใจแม้แต่น้อย ยิ่งพอเห็นเสี่ยเป็นลมนิ่งซบหัวไหล่เด็กในค่ายยิ่งเหมือนว่าชอบใจ ยิ้มกริ่มแล้วให้โค้ชทิมช่วยถอดนวม
“จะดีเหรอเฮียเสือ นี่ถิ่นเขานะ”โค้ชทิมกระซิบถาม
“ถิ่น? ฮ่ะ ฮ่า อย่าไปกังวลเลยโค้งทิม แค่สั่งสอนจะได้ไม่มายุ่งกับเจ้โปรดอีก”
“แล้วถ้าเสี่ยเขาผูกใจเจ็บ”
“ก็ดี ผมรอแทบไม่ไหว อยากจะรู้ว่าเสี่ยมีฤทธิ์พิษสงอะไรบ้าง”
สิวากรยังยิ้มร่าปรายตามองเสี่ยเป๊กแล้วค่อมตัวลงมุดเชือกคาดเวทีลงมายังพื้น กำลังก้าวขาออกเดินพลันเห็นร่มสีครีมกางนิ่งตรงหน้าโรงยิมจึงได้หน้าเจื่อนลง แล้วปรี่เข้าไปหาโดยไม่ลืมคว้าเสื้อเชิ้ตตัวเองและขวดน้ำติดมือไปด้วย
“เจ้โปรด” เขาลองเอ่ยทักเสียงเบาหยั่งเชิง
“โต้งโทรไปหา โปรดคิดว่าตัวเองมาเร็วแล้วนะ” โปรดปรานเอาร่มลงสะบัดหุบแหงนศีรษะมองสิวากรที่แม้ว่าหุบยิ้มไปแล้วแต่ยังเหลือร่องรอยความพึงพอใจอย่างเอกอุมุมปาก จึงชักสีหน้า
“เฮียเสือทำเกินไป เสี่ยเป๊กถือว่าเป็นแขกของค่ายมวยศรเพชร”
“แขก? เฮียไม่ได้ทำอะไรเสี่ยเป๊กเลยนะเจ้โปรด”
พูดพลางขยับสอดแขนใส่เสื้อจนแผงหน้าอกเหยียดตึงเด้งเป็นลูกเรียกความสนใจจากนัยน์ตาแขกให้ต้องมองตามซ้าย ขวา ไม่กลัดกระดุมรีบหลุนแผ่นหลังโปรดปรานให้ออกเดิน เพราะหางตาเห็นเสี่ยเป๊กฟื้นคืนสติแล้วกำลังลงมาจากเวทีมวย แย่งร่มในมือโปรดปรานสะบัดกางเพื่อบังไม่ให้เธอเห็นร่างอ่อนเปลี้ยจนหิ้วปีกออกจากโรงยิม
“พรุ่งนี้วันอาทิตย์” สิวากรรีบโพล่งขึ้น
“แล้วไงคะ เฮียเสืออยากไปไหนเหรอ”
“ไม่แน่ใจ เจ้โปรดไม่มีไอเดียพาเฮียออกเดทอีกเหรอ”
“ฮึ ไม่มี อย่าคิดนะว่าการหาเรื่องเบี่ยงประเด็นแล้วจะทำให้โปรดลืมเรื่องเสี่ยเป๊ก”
“เบี่ยงประเด็นอะไรกัน ไม่มี๊ อย่างเฮียเนี่ยนะจะทำนิสัยแบบนั้น ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เสียงหัวลงลูกคอของเฮียเสือทำให้โค้ชทิมต้องหยุดยืนมองจากหน้าโรงยิม ทอดสายตาไปยังสองหนุ่มสาวที่พากันเดินกลับบ้านหลังใหญ่ใต้ร่มสีครีม
เอาใจช่วยนะเฮีย ขอให้ได้แต่งงานสมหวังเสียที
42 แต่งงาน จบบริบูรณ์เธอไม่เคยจินตนาการมาก่อนว่างานแต่งงานของตัวเองจะเป็นแบบไหนอาจสวยงามราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยายหรือธรรมดาสามัญมาก ๆ มีเพียงคนในครอบครัวแต่ที่แน่ ๆ วันแต่งงานของเธอต้องอบอวลด้วยความรักความรักของเธอและเจ้าบ่าว และที่สำคัญครอบครัวของเธอในทุกวันบนโลกใบนี้จะมีคู่รักเข้าพิธีแต่งงานกันนับล้านคู่ในวันเดียวกัน แต่ละประเพณีล้วนแตกต่างกันไปตามแต่วัฒนธรรม อย่างวันนี้ค่ายมวยศรเพชรกำลังจัดงานมงคลยิ่งใหญ่ รอยยิ้มเกลื่อนทั่วงาน เสียงหัวเราะสะท้อนอยู่ทุกมุมโถง กลิ่นดอกไม้ฟุ้งจนอบอวล และเหนือสิ่งอื่นใด ทุกคนเปี่ยมไปด้วยความสุข“ไอ้แสน กูเกิดมาก็เพิ่งจะเคยเห็นงานแต่งงานอลังการงานช้างอย่างกับมหาราชา”พ่อครูสถิตคุณพูดเบา ๆ เพราะอายกลัวคนอื่นได้ยินขณะที่เป็นหนึ่งในขบวนเจ้าบ่าว เดินบนถนนคอนกรีตทางขึ้นบ้านเจ้าสาว“พ่อครู พูดดังไปอายเขา เดี๋ยวจะหาพ่อครูมาจากบ้านนอก”“บ้านนอกอะไรว่ะ บ้านกูแค่ผูกขวัญก็เข้าหอแล้ว นี่อะไรจัดใหญ่โต วันนี้วันที่สามแล้วนะมึง”“พ่อ! มันงานแต่งแบบฮินดู” ตรึงใจเอ่ยทักเบา ๆ เอามือหยิกท่อนแขนพ่อครู“โอ๊ย! เจ็บนะแม่ เบามือหน่อย ไว้รอเข้าห้องค่อยหยิกพ่อ”พ่อครูสถิตค
41 ได้โปรดโปรดปรานหน้าซีดแล้วซีดอีกจนไร้สีเลือด ฝ่ามือเย็นเยียบทั้งเสื้อชุ่มโชกเหงื่อกาฬที่ไหลย้อยออกมาทั่งทั้งร่างทุกความโกรธที่ปะทุเดือดอยู่ภายในพุ่งตรงไปยังชายหนุ่ม สิวากร ที่ตอนนี้ยังดื้อแพ่งจะยื้อเกม ดึงร่างสะบักสะบอมเต็มทนขึ้นมาด้วยมาเอามือพาดเชือก จับแน่นพยุงตนเองจนนั่งพาดเชือกได้แล้ว“ไอ้คนบ้า เฮียเสือ ไอ้ผู้ชายเฮงซวย” โปรดปรานกัดฟันกรอดดังจนบิ๊กโต้งตกใจเธอสะบัดตัวอีกครั้งแรกกว่าเดิม แต่อ้อมแขนของอดีตนักมวยยังแน่นดั่งคีมเหล็ก เธอจึงใช้ปลายร่มกระแทกลงไปยังหลังเท้าของบิ๊กโต้งอย่างแรงปัก!! โอ๊ยยยยยบิ๊กโต้งปล่อยมือทันทีด้วยความเจ็บ เปิดโอกาสให้โปรดปรานสะบัดตัวได้อีกครั้งจนหลุด ทิ้งร่มแล้ววิ่งตรงไปทางบันไดขึ้นเวที คว้าเอาผ้าเช็ดหน้าของผู้ช่วยฝั่งสีแดงไปด้วยสิวากรเกร็งไปทั้งร่างอันเจ็บปวด ดึงตัวเองจนนั่งพาดคาดเชือก แล้วพยายามพยุงตัวลุกขึ้นยืน ขยับเดินสองก้าวแล้วพลันล้มลงอีกครั้งตึง!ร่างใหญ่โตหนาหนักล้มหงายลงไปอีกครั้งอย่างคนที่ไร้เรี่ยวแรงแล้วสิ้นเชิง ภายในหัวสมองปวดจนมึน มองเห็นทุกสิ่งพร่าเลือนซ้อนทับหลากหลาย หางคิ้วเจ็บจนชา รู้สึกถึงความเปียกชื้นอาบลงปลายคางคงเป็นเลือดเข
40 ชี้ชะตาเกร้ง ๆ"เริ่มเกมแล้วครับ! เกรียงไกรเดินหน้าดุดัน ไล่บี้เฮียเสือตั้งแต่หมัดแรก! โอ้โฮ้! หมัดซ้ายเข้าเต็มหน้าท้องเฮียเสือ! แต่เฮียเสือยังยืนได้! เขาพยายามวนหนี แต่เกรียงไกรไม่ปล่อยโอกาส ซ้ำหมัดฮุก ขวาอีกครั้ง!""เฮียเสือถอยกรูดครับ! พยายามยกการ์ดกัน แต่หมัดของเกรียงไกรหนักเหลือเกิน! ตอนนี้คนดูเริ่มตะโกนแล้วครับ ดูท่าจะเชียร์ฝั่งเกรียงไกร!"“ไม่น่าเชื่อนะครับ เฮียเสือลีลาไม่แพ้นักมวยดีกรีแชมป์ ตั้งรับได้อย่างดี”โปรดปรานเนื้อตัวอ่อนแรงขาแทบยืนไม่อยู่ต้องใช้บิ๊กโต้งเป็นหลักพิงไว้“เฮียเสือจะเจ็บหนัก ไม่ได้นะโต้ง”บิ๊กโต้งไม่ตอบ ยืนนิ่งเงียบและรัดร่างเจ้าของค่ายไว้แน่นตามคำสั่งของสิวากร เขาเองเมื่อเห็นลีลาของเฮียเสือยังคิดว่าพอมีลุ้น แต่หมัดของเฮียเสือไม่หนักเท่าไอ้เกรียงไกร ซ้ำลูกเล่นยังไม่เหลี่ยมเท่าเกร้ง ๆ“แหมหมดยกเสียก่อน ให้นักมวยเราได้พักเสียหน่อยนะครับก่อนจะเริ่มยกต่อไป”“ประเมินแล้วสูสีนะครับ”สิวากรคายยางกันกระแทกออกจากปากดื่มน้ำแล้วพ่นทิ้ง มีเลือดออกเล็กน้อยไม่มากนัก“เฮีย เฮียตัวสูงเกินไป ต้องระวังสีข้าง ปิดให้มิด” ชานนท์เอ่ยเตือนตอนที่ยื่นขวดน้ำไปตรงหน้าสิวากรพยั
39 นัดชิงแชมป์ณ สนามมวย"ใช่เลยครับ! นี่คือการเจอกันครั้งแรกของสองยอดฝีมือจากสองค่ายใหญ่ ศรเพชร ชลบุรี และ ส.อรุณ อุบลราชธานี บอกเลยว่า ดุเดือดแน่นอน!"เกร้ง ๆ"และแล้วเสียงระฆังก็ดังขึ้น! เริ่มต้นยกแรก! บิ๊กบอยเดินเข้าหา เปิดเกมเร็วด้วยหมัดแย็บซ้ายที่ไวเหมือนสายฟ้า! โอ้ย โอ้ย อีกฝ่ายตั้งการ์ดรับ""แต่ยอดเพชรไม่ยอมง่าย ๆ! โต้กลับด้วยหมัดขวาตรงที่แม่นยำอย่างกับจับวาง! โอ้โฮ้! นี่แค่เริ่มต้นก็ประเดิมดุเดือดแล้ว!"“เอาเล้ย เฮ้ย! โอ๊ย ตุบ เอ้า ต่อยเลย แย็บ แย็บ”โปรดปรานเงยหน้าเอียงไปด้านขวาจ้องพ่อปลื้ม วันนี้ดูขึงขังจริงจังและคึกคัก สงสัยลงเล่นไปหลายบาท เธอมองตรงไปทางฝั่งตรงข้าม ตอนนี้สิวากรอยู่ชิดขอบเวทีใกล้กับชานนท์ คอยก้มหน้าพูดคุยกันตลอดเกร้ง ๆ"ยกแรกจบลงอย่างดุเดือด! เอาสะเหงื่อตกทั้งคู่ บอกเลย...เกมนี้สูสี ไม่มีใครเหนือกว่าใคร!""ใช่ครับ และนี่แค่เริ่มต้น! ใครจะอยู่ ใครจะล้ม ต้องติดตามกันต่อยกหน้า ห้ามกระพริบตา!"โปรดปรานผุดลุกจากที่นั่ง พาร่างอวบอิ่มในชุดเดิมที่สวมใส่มาตลอดหลายปี ตรงไปยังมุมแดง ขึ้นบันไดไปยังข้างบนเวทีจนกลายเป็นจุดสนใจของทุกคนในสนามมวย เธอลอบยิ้มให้สิวากรแล้วโน้
38 พอใจณ บ้านค่ายมวยศรเพชรในช่วงเย็นของวันนี้ที่ห้องนั่งเล่นของครอบครัวศรเพชร นับว่าเกิดปรากฏการณ์แปลกประหลาด เมื่อทุกคนต่างพร้อมใจพากันมารวมตัวอยู่ในห้องนี้ นั่งเรียงลดหลั่นตาจดจ้องไปยังจอโทรทัศน์ขนาดห้าสิบสองนิ้ว ซึ่งในยามปกติมีเพียงแม่พลับพลึงใช้สำหรับร้องคาราโอเกะ“เริ่มแข่งแล้ว” ดาหลันพึมพำตื่นเต้นจนผุดตัวออกจากท่าเอนหลัง“แม่ว่ายังไงยอดเพชรก็ชนะ เฮียเสือเขาทุ่มเทมาก” แม่พลับพลึงกระซิบเบา ๆ“ใช่ค่ะ ณินได้ยินเสียงเฮียเสือทุกเช้าเลย”“ทุกเช้า?” แม่ปรียาหันไปมองลูกสาวตัวเองด้วยความสงสัย“ณินเขาไม่ได้นอนเพราะทำงานค่ะแม่ปรียา มลนอนห้องตรงข้าม ได้เสียงเพลงดังถึงเช้า”พิมลวรรณนั่งเอนตัวพูดงึมงำตอบออกไปแทน ดวงหน้าปิดทับไว้ด้วยแผ่นมาส์กหน้าสีขาวฉ่ำน้ำ“แต่เท่าที่รู้มายอดเพชรยังไม่เจนสนาม ชกแค่ไม่กี่ครั้ง”พอใจเอียงหน้าไปทางคนทั้งหมด พูดเสียงกร้าวขึ้น เพราะไม่พอใจที่ทุกคนเอาแต่พูดยกย่องเฮียเสือ“พี่พอใจเป็นอะไรไป” ดาหลันมือล้วงขนมปากพูดไปด้วย ทำให้ขนมกระเด็นจนเลอะออก“ยี้! ดาหลัน สกปรก กระเด็นโดนหน้าพี่” พิมลวรรณนั่งใกล้อีกข้างรีบขยับตัวลุกหนี“ขอโทษทีพี่มล พี่พอใจไม่เห็นตอบเลย” ดาหลันยั
37 วันชิงแชมป์ เธอเห็นคนต่อยกันมาตั้งแต่เด็กเธอได้ยินเสียงเวลาเนื้อกระทบกันจนชินชาเธอเห็นนักกีฬาทั้งหัวเราะและร้องไห้ตลอดเวลาเธอรู้ว่าคนที่ล้มนอนคว่ำลงกับพื้นเวทีคือผู้แพ้เธอจดจ้องมองด้วยดวงตาราบเรียบ ส่งเสียงแค่นดูถูกอยู่ข้างในทว่าวันนี้...ทุกสิ่งที่เธอกล่าวมาทั้งหมด ว่างเปล่าราวกับมันไม่มีอยู่จริง ราวกับว่าทุกสิ่งทั้งหมดคือจินตนาการอันฟุ้งเฟ้อ เมื่อคนที่ล้มคว่ำกลางเวทีคือ...สิวากรการแข่งขันชกมวยชิงแชมป์ถ้วยพระราชทานจัดอย่างยิ่งใหญ่อลังการด้วยสนามสร้างใหม่แบบชั่วคราวติดชายหาดพัทยา ศูนย์กลางนักท่องเที่ยว ใกล้เสียจนทุกคนได้ยินเสียงคลื่นสาดซัด ลมทะเลพัดพานำกลิ่นเค็มพื้นน้ำกรุ่นกำจายปะปนไปกับกลิ่นเหงื่อของผู้ชมนับพันในสนามแห่งนี้สิวากรนั่งอยู่ฝั่งน้ำเงิน ค่ายมวย ส อรุณ โดยหนนี้ชานนท์ลงมาเป็นโค้ชพิเศษให้บิ๊กบอย เขาจึงวางใจนั่งเงียบหามุมสงบให้ตนเองทำสมาธิ หางตามองเห็นพ่อครูสถิตคุณ สุดแสนและเทียนหอม กำลังเดินใกล้เข้ามาจากหัวมุมทางเดินขึ้นเวทีสำหรับนักมวย จึงโบกมือให้“เฮียเสือ สวัสดีค่ะ ทำไมวันนี้เฮียสวมเสื้อยืดคะ” เทียนหอมเอ่ยทักแปลกใจ ใช้ดวงตากลอกไปมาสำรวจสิวากรจนรอบ“ทำไมล่ะหอม







