Masukณ บริษัทเครื่องสำอางหรูหรานามว่า เอเทลเลียร์ บาย เดอ แพร
บรรยากาศภายในสำนักงานที่ตกแต่งอย่างพิถีพิถันด้วยโทนสีขาวนวลและเฟอร์นิเจอร์ไม้สีอ่อน ดูสงบและเปี่ยมไปด้วยรสนิยม แต่กระนั้นก็ยังคงไว้ซึ่งความคึกคักของการเริ่มต้นทำงานของเช้าวันจันทร์ที่สดใส
ภายในห้องประชุมที่ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกทึบแสง บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบขรึมแต่แฝงด้วยความตื่นตัว แสงไฟสีขาวนวลจากเพดานส่องสว่างลงบนโต๊ะประชุมยาวที่วางเรียงรายด้วยแล็ปท็อปและเอกสาร กรกฎหัวหน้าแผนกการตลาดหนุ่มวัยสามสิบต้นๆ ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับนายแบบนิตยสาร กำลังยืนอยู่หน้าจอโปรเจคเตอร์ ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองไปยังบรรดาทีมงานฝ่ายขายและฝ่ายการตลาดที่นั่งเรียงรายอยู่ด้วยท่าทีตั้งใจ
บนสไลด์ปรากฏกราฟแท่งสีเขียวสดใสแสดงผลกำไรที่เติบโตอย่างน่าพอใจในช่วงปีที่ผ่านมา กรกฎชี้ไปยังจุดสูงสุดของกราฟด้วยเลเซอร์พอยเตอร์สีแดง ดวงตาของเขาเปล่งประกายความมั่นใจและเฉลียวฉลาด น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยอธิบายถึงกลยุทธ์ทางการตลาดที่ประสบความสำเร็จนั้น เต็มไปด้วยความหนักแน่นและมีพลัง
“จากตัวเลขที่เราเห็นนี้” กรกฎกล่าวพลางกวาดสายตาไปทั่วห้อง
“แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทและความร่วมมือของพวกเราทุกคน กลยุทธ์ที่เราวางไว้เมื่อต้นปี ทั้งแคมเปญออนไลน์ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย และการปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ ได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากผู้บริโภค”
บรรดาผู้จัดการฝ่ายขายและฝ่ายการตลาดต่างนั่งฟังอย่างตั้งใจ บางคนจดบันทึกข้อมูลสำคัญลงในสมุดโน้ต ใบหน้าของแต่ละคนฉายแววภาคภูมิใจในผลงานที่พวกเขาร่วมกันสร้างสรรค์มาตลอดทั้งปี
กรกฎไม่ได้เพียงแค่นำเสนอตัวเลข แต่เขายังวิเคราะห์ถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ อธิบายถึงแนวโน้มของตลาด และชี้ให้เห็นถึงโอกาสและความท้าทายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ท่าทีของเขาดูเป็นผู้นำที่น่าเชื่อถือ มีวิสัยทัศน์ และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับทีมงานได้อย่างดีเยี่ยม
ในขณะที่เขาอธิบายถึงแผนการตลาดสำหรับปีถัดไป ดวงตาของเขาก็เป็นประกายมากขึ้น เขานำเสนอแนวคิดใหม่ๆ ที่น่าสนใจ และกระตุ้นให้ทุกคนในห้องร่วมกันแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผย บรรยากาศในห้องประชุมจึงไม่ได้มีเพียงความเงียบขรึม แต่ยังเต็มไปด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์และความมุ่งมั่นที่จะก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน ภายใต้การนำทีมของหัวหน้าฝ่ายการตลาดหนุ่มผู้เปี่ยมด้วยความสามารถและความเฉลียวฉลาดคนนี้
วันต่อมา
หัวหน้าแผนกหนุ่มก็รีบก้มหน้าตรวจทานเอกสารบนโต๊ะทำงานที่เลขานุการนำมาวางเอาไว้ แสงไฟจากโคมไฟดีไซน์เก๋ส่องกระทบกรอบแว่นบาง ๆ บ่งบอกถึงความใส่ใจในรายละเอียด เสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้น เลขานุการสาวสวยเดินนำร่างบางระหงของนักศึกษาฝึกงานคนใหม่เข้ามาแนะนำตัวให้หัวหน้าแผนกได้รู้จัก
“บอสคะ นี่น้องตังตังค่ะ นักศึกษาฝึกงานคนใหม่ที่จะมาช่วยงานเราที่แผนกของเรา”
ตังตังรีบยกมือไหว้กรกฎด้วยความนอบน้อม หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวเมื่อดวงตากลมโตสบเข้ากับใบหน้าคมสันของชายหนุ่ม ‘อือหือ!!!นี่เหรอคุณกร!!! หล่อกว่ารุ่นพี่รหัสเล่าให้ฟังซะอีก’ ความคิดนั้นผุดขึ้นมาในสมองราวกับพลุ ใบหน้าขาวใสเริ่มแต้มด้วยสีชมพูระเรื่ออย่างควบคุมไม่ได้
“สวัสดีครับน้องตังตัง ยินดีต้อนรับครับ มีอะไรก็ปรึกษาพี่ได้เลยนะครับ” น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยทักทายอย่างเป็นกังเอง ทำเอาเด็กสาวแทบจะลืมหายใจ
“สวัสดีค่ะท่าน… เอ้ย! สวัสดีค่ะพี่กร” เธอรีบแก้ไขคำเรียกขานอย่างลนลาน ใบหน้าแดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก
“อ่าว!..นี่รู้จักชื่อเล่นพี่ด้วยเหรอ” กรกฎเลิกคิ้วเล็กน้อยกับความประหม่าของเด็กสาว ก่อนจะคลี่ยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก
“ขอโทษค่ะ พอดีพี่ก้อยที่แผนกประชาสัมพันธ์เป็นคนบอกชื่อเล่นของพี่กับตังตังแล้วค่ะ” รอยยิ้มเพียงเล็กน้อยนั้นช่างทรงพลัง ราวกับปลดปล่อยความประหม่าให้โบยบินออกจากลมหายใจของเด็กสาว
“อ๋อ..โอเคนั่งก่อนสิ ทานอะไรมาหรือยัง” กรกฏอีกถาม เด็กสาวพยักหน้าตอบเบาๆ ก่อนที่ชายหนุ่มรูปงามจะเริ่มอธิบายลักษณะงานเบื้องต้นกับเธออย่างใจเย็น น้ำเสียงอบอุ่นและเป็นมิตรของกรกฎราวกับมนต์สะกด เด็กสาวพยายามตั้งใจฟังคำแนะนำ แต่สายตากลับถูกตรึงอยู่กับโครงหน้าคมชัดและแววตาที่ดูฉลาดเฉลียวของเขาอย่างไม่อาจละสายตาได้
ในอีกฟากหนึ่ง ที่แผนกฝ่ายขายกลับมีบรรยากาศที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เสียงหัวเราะร่วนของนายดินดังลั่นเป็นระยะ เขากำลังยืนหยอกล้อกับเพื่อนร่วมงานอย่างสนุกสนาน เมื่อเห็นร่างอวบใหญ่ของนักศึกษาฝึกงานใหม่คนหนึ่งที่เดินเข้ามาพร้อมกับเพื่อน ๆ ของเธออีกสองคน
“สวัสดีค่ะพี่ ๆ หนูชื่อปุ๊กลุ๊กค่ะ ส่วนนี่เพื่อนหนูอีกสองคน ชื่อน้ำฝน แล้วก็ชื่อตังเมค่ะ พวกเรามาฝึกงานที่แผนกฝ่ายขายของพี่ค่ะ” ดินหยุดเสียงสนทนาที่ดังลั่นกับเพื่อนร่วมงาน แล้วหันมามองก่อนจะสบตากับน้อง ๆ ทั้งสามคน เด็กสาวต่างพากันก้มหน้าเล็กน้อยที่เข้ามาขัดจังหวะการสนทนาภายในแผนก จากนั้นเดินก็เอ่ยทักอย่างเป็นกันเอง
“เฮ่ย!!..ไม่ต้องเกรงใจนะครับน้อง ๆ ! พี่ชื่อดิน ยินดีต้อนรับสู่สนามรบแห่งความงาม เอ้ย! แห่งการขาย! ที่นี่มีแต่ความมัน และเสียงหัวเราะ!” รอยยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวเรียงสวยของดินราวกับเชื้อไฟที่จุดประกายความสดใสให้กับเด็กสาว เด็กสาวฝึกงานถึงกับคลี่ยิ้มตามไปด้วย ความเกร็งที่มีเริ่มจางหายไปกับความเป็นกันเองของพี่เลี้ยงคนใหม่
เช้าวันแรกของการฝึกงานที่ เอเทลเลียร์ บาย เดอ แพร ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วสำหรับนักศึกษาใหม่ทั้งสี่คน ตังตังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานเล็ก ๆ ที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้ภายในห้องทำงานของกรกฏ แต่สายตาเธอกลับลอบมองไปยังแต่ใบหน้าคมของหัวหน้าแผนกเป็นระยะ รอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าทุกครั้งที่นึกถึงคำพูดและท่าทางใจดีของเขา เธอถอนหายใจออกมาแผ่วเบา ความรู้สึกบางอย่างที่ไม่คุ้นเคยเริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจ ราวกับเมล็ดพันธุ์เล็ก ๆ ที่รอวันเติบโต
ส่วนเด็กสาว ๆ อีกสามคนที่ฝึกงานฝ่ายขายก็เริ่มซึมซับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยพลังและความสนุกสนานของหัวแผนก ดินคอยสอดแทรกมุกตลกและเรื่องราวขำขันระหว่างสอนงาน ทำให้น้อง ๆ ฝึกงานรู้สึกผ่อนคลายและเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น
ภายใต้แสงไฟส่องสว่างของ เอเทลเลียร์ บาย เดอ แพร บริษัทเครื่องสำอางที่เปี่ยมไปด้วยความงามและความสำเร็จ คลื่นใต้น้ำเล็ก ๆ แห่งความรู้สึกเสน่หาก็เริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจของเด็กสาวฝึกงานคนใหม่อย่างตังตังที่เริ่มแอบชอบกรกฎ อดีตคาสโนวาที่ถอดเขี้ยวเล็บไปแล้ว
ตอนที่ 38 ตอนพิเศษ 2หนึ่งปีต่อมาแสงแห่งความสำเร็จสาดส่องเจิดจ้าในเส้นทางธุรกิจของกรกฎ โรงงานผลิตเครื่องสำอางและอาหารเสริมของเขาเติบโตอย่างรวดเร็ว กิจการรุ่งเรืองเกินกว่าที่เขาเคยคาดฝันไว้ ความมุ่งมั่นและความสามารถของเขาได้รับการยอมรับในระดับสากลเกาะแซ็งต์-หลุยส์ท่ามกลางความสำเร็จอันหอมหวาน กรกฎไม่เคยลืมหัวใจอีกดวงที่เคียงข้างและเป็นกำลังใจให้เขาเสมอมา เขาพาอภิสรา ไปพักผ่อนยังเกาะ กลางทะเลสีครามแห่งกรุงปารีส เกาะเล็กๆ ที่เงียบสงบและมีเสน่ห์ ราวกับเป็นโลกส่วนตัวของคนทั้งคู่... หาดทรายขาวละเอียดทอดยาวสุดสายตา เสียงคลื่นซัดสาดเบาๆ ราวกับบทเพลงรักที่ขับกล่อมสองหัวใจให้แนบชิดภายใต้ท้องฟ้าสีทองอร่ามยามอาทิตย์อัสดง กรกฎคุกเข่าลงตรงหน้าอภิสรา หน้าบ้านพัก แหวนเพชรเม็ดงามส่องประกายระยิบระยับในมือของเขา ดวงตาคมกล้าเต็มไปด้วยความรักและความปรารถนาอันลึกซึ้ง“ตังตัง… นับตั้งแต่วันที่เราได้ใกล้ชิดกันในคืนนั้น หัวใจของพี่ก็ไม่เคยลืมตังตังได้เลย แม้การเริ่มต้นของเราในตอนแรกจะมิได้งดงามตามครรลองสักเท่าไหร่ แต่ตังตังคือแสงสว่างที่นำพาพี่ออกจากความมืดมิดนั้น ตังตังคือลมหายใจ คือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต
ตอนที่ 37 ตอนพิเศษ 1หนึ่งเดือนต่อมาณ.กรุงปารีส กรกฎก้าวข้ามผ่านความเจ็บปวดราวกับพ้นจากเงามืดสู่แสงสว่าง การหย่าร้างสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ พร้อมกับการแบ่งสินสมรสอย่างยุติธรรม แม้เขาจะได้รับสิทธิ์ในทรัพย์สินครึ่งหนึ่ง แต่กรกฎก็เลือกที่จะรับเพียงเงินสดจำนวนหนึ่งเท่านั้น ราวกับต้องการลบล้างทุกร่องรอยของความผิดที่ครั้งหนึ่งเคยกระทำต่อแพรไหมด้วยหัวใจที่มุ่งมั่นจะเริ่มต้นใหม่ กรกฎนำเงินที่ได้จากการแบ่งสินสมรสไปก่อตั้งโรงงานผลิตเครื่องสำอางและอาหารเสริมในต่างแดน โดยมีผู้ร่วมลงทุนรายใหญ่คือ มาร์คัส ฟาน เดอร์ วู้ด พ่อเลี้ยงของอภิสรา มหาเศรษฐีชาวดัตช์ผู้มองเห็นประกายในตัวกรกฎและศักยภาพอันชาญฉลาดของเขา การร่วมธุรกิจในต่างแดนครั้งนี้เปรียบเสมือนประตูแห่งโอกาสและความหวังที่เปิดกว้างรอเขาอยู่เบื้องหน้าในระหว่างนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างกรกฎและอภิสราก็เบ่งบานอย่างงดงาม ราวกับดอกไม้ที่ค่อยๆ ผลิบานรับแสงตะวัน อภิสราตัดสินใจเปิดเผยความรู้สึกในใจกับมารดาของเธออย่างตรงไปตรงมา และวันนี้ก็มาถึงวันที่เธอตั้งใจจะเปิดตัวชายผู้กุมหัวใจต่อหน้าบุคคลอันเป็นที่รักแสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดผ่านผ้าม่านบางเบา เข้าม
ตอนที่ 36 รอยยิ้มแห่งความทรงจำ (ตอนจบ)หนึ่งเดือนต่อมาณ ศาลเยาวชนและครอบครัวบรรยากาศในห้องพิจารณาคดีเงียบสงบ ราวกับลมหายใจของผู้คนถูกกลั้นไว้ด้วยความตึงเครียด แสงแดดยามเช้าส่องลอดหน้าต่างทรงสูงลงมากระทบพื้นหินอ่อนเย็นเยียบ จับฝุ่นละอองเล็กๆ ที่ลอยคว้างในอากาศเป็นลำแสงสีทอง ดูเหงาหงอยไม่ต่างจากความรู้สึกหนักอึ้งที่ปกคลุมห้องนี้เก้าอี้ไม้ขัดเงาวางเรียงรายว่างเปล่า บ่งบอกถึงเรื่องราวความขัดแย้งที่กำลังจะถูกตัดสิน บนบัลลังก์สูง ผู้พิพากษานั่งหลังตรง สายตาคมกริบกวาดมองไปยังผู้ที่อยู่ในห้องด้วยความสงบเยือกเย็น ทนายความทั้งสองฝ่ายนั่งอยู่เคียงข้างลูกความ ใบหน้าเคร่งเครียดรอฟังผลแห่งการพิจารณา เสียงกระซิบแผ่วเบาของผู้ติดตามคดีดังเป็นระยะ ราวกับสายลมที่พัดผ่านความเงียบอันน่าอึดอัดนี้ ทุกสายตาจับจ้องไปยังจุดเดียว รอคอยคำพูดที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของกรกฎและแพรไหมไปตลอดกาลฝั่งโจทก์ กรกฎนั่งหลังตรงบนเก้าอี้ ใบหน้าคมคายยังคงมีร่องรอยแห่งความเหนื่อยล้า ทว่าแววตากลับหนักแน่นและเด็ดเดี่ยว ราวกับได้ปลดปล่อยพันธนาการบางอย่างไปแล้วฝั่งจำเลย แพรไหมนั่งอยู่ข้างชมพู่ เพื่อนสนิทที่คอยประคองและให้กำลังใจ ม
ตอนที่ 35 สิ่งที่เหนือความดื้อดึงภายใต้แสงไฟสีขาวนวลที่ส่องจ้า แพรไหมนั่งตัวตรงอยู่บนเก้าอี้แข็งทื่อ ใบหน้าสวยซีดเผือดราวกับกระดาษ ดวงตากลมโตสั่นระริกอย่างหวาดหวั่น มือเรียวทั้งสองข้างกำกันแน่นจนข้อขาวซีดหลังจากแยกสอบสวนทีละคน แสงไฟสีขาวนวลภายในห้องสอบสวนสาดส่องใบหน้าซีดเซียวของแพรไหม พนักงานสอบสวนวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะเบื้องหน้าเธอ เสียงหนักแน่นราวกับตอกตรึงความผิด“คุณแพรไหมครับ ทางตำรวจมีหลักฐานชัดเจนที่บ่งชี้ว่า มิสเตอร์คาร์มาลเป็นคนเข้าไปในโรงจอดรถของคุณกรกฎเมื่อวานตอนเช้ามืด และกระทำการบางอย่างกับรถยนต์ของเขา และเราพบหลักฐานชิ้นนี้ในตกอยู่ในรถของคุณ”แพรไหมเงยหน้าขึ้นมองพนักงานสอบสวน ดวงตาคลอหน่วย สั่นระริกด้วยความหวาดกลัว“นี่คือสิ่งที่เขาเอาไปใช้ตัดสายเบรกค่ะ ฉันไปกับเขา แต่ฉันพยายามห้ามเค้าแล้ว และฉันขอยืนยันว่าฉันไม่รู้มาก่อนว่า คาร์มาลจะทำเช่นนั้น…จริง ๆ นะคะคุณตำรวจ ” เธอบอกด้วยเสียงสั่นเครือจนแทบไม่ได้ยิน ก่อนที่น้ำตาจะเริ่มเอ่อคลอเบ้า“ครับ แต่คุณคาร์มาลให้การว่าคุณมีส่วนรู้เห็นครับ” พนักงานสอบสวนกล่าวเสียงเรียบ “ซึ่งทางเรามีภาพจากกล้องวงจรปิดในลานจอดรถของบริษัทคุณ บันท
ตอนที่ 34 เมื่อความรัก...นำไปสู่ความหายนะณ ห้องสอบสวนภายใต้แสงไฟสีขาวนวลที่ไร้ความปรานี แพรไหมและคาร์มาลถูกควบคุมตัวเข้ามานั่งอยู่ในห้องสอบสวนพร้อมกัน ใบหน้าของทั้งคู่ซีดเซียว ดวงตาเบิกกว้าง เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและไม่เข้าใจในสถานการณ์ที่พลิกผันราวกับพายุโหมกระหน่ำพนักงานสอบสวนอ่านสำนวนคำร้องทุกข์ด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่น“คุณแพรไหม…คุณถูกกล่าวหาว่าสมคบกับนายคาร์มาล วางแผนเพื่อกระทำการอันเป็นภัยต่อชีวิตและร่างกายของสามีคุณ และมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับนายคาร์มาล ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎหมาย” น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวที่มิอาจต่อรองของพนักงานสอบสวนกล่าวจบลง หญิงสาวก็พูดแย้งขึ้นทันที“ไม่จริง!!!… ไม่จริงนะคะคุณตำรวจ! ต้องมีการเข้าใจอะไรผิดกันแน่ ๆ …” เสียงของแพรไหมสั่นเครือ ราวกับวิญญาณหลุดลอย ดวงตาไหวระริกด้วยความหวาดหวั่น ก่อนจะปฏิเสธอย่างสิ้นหวังกับพนักงานสอบสวนแล้วหันไปมองคาร์มาลที่ยังคงนั่งนิ่ง “มิสเตอร์คาร์มาล…คุณถูกกล่าวหาว่าลักลอบมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับภริยาผู้อื่น และร่วมกับคุณแพรไหม วางแผนเพื่อกระทำการอันเป็นภัยต่อชีวิตและร่างกายของคุณกรกฎ” น้ำเสียงห
ตอนที่ 33 คาหนัง คาเขา NCสองวันต่อมา ณ สถานีตำรวจภายในห้องสอบสวนทนายความหนุ่มของกรกฎนั่งหลังตรง เผยความมั่นใจและหลักฐานที่แน่นหนา ดวงตาคมกริบจับจ้องมายังพนักงานสอบสวน แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเข้มวางอยู่บนโต๊ะ บ่งบอกถึงปริมาณและน้ำหนักของหลักฐานที่ถูกรวบรวมมาอย่างพิถีพิถัน เครื่องบันทึกเสียงสนทนาบางวางเคียงข้างราวกับอาวุธเงียบความเย็นเยียบของห้องสี่เหลี่ยมสีขาว ราวกับเกาะกุมจิตวิญญาณให้เหน็บหนาว ของนายตำรวจหนุ่มผู้ทำการสอบสวนอย่างสุขุมเยือกเย็น“คุณตำรวจครับ จากการตรวจสอบไฟล์คลิปเสียงในเครื่องบันทึกนี้อย่างละเอียด ผมขอยืนยันว่า ถ้อยคำและบริบทในการสนทนาของมิสเตอร์คาร์มาลนั้น ชี้ให้เห็นถึงเจตนาอันแน่วแน่ที่จะลงมือกระทำการฆาตกรรมลูกความของผมอย่างคุณกรกฎ โดยมิอาจตีความเป็นอื่นได้ครับ” น้ำเสียงของทนายความหนุ่มหนักแน่นเด็ดเดี่ยว ไม่มีร่องรอยของความลังเลเลยแม้แต่น้อยพนักงานสอบสวนเงยหน้าขึ้นช้าๆ จากอ่านแฟ้มเอกสารและฟังคลิปเสียงสนทนาดังกล่าวอย่างคร่าว ๆ ไปแล้ว ดวงตาคมกริบจับจ้องใบหน้าทนายความหนุ่ม ตัวแทนของคุณกรกฎอย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เต็มไปด้วยความสนใจใคร่รู้“คุณทนาย







