Share

บทที่ 6

Author: ซีซีโหย่วอวี๋
จะว่าไปก็แปลก พอเธอพูดจบ เมื่อมองเห็นหลินซีอิน ปอมเมอเรเนียนก็เห่าขึ้นมาทันที

หมิงชิงหว่านอุ้มมันขึ้นมาอย่างระมัดระวัง หลุบตาลงพลางพูดต่อ “ฉันเอาเล่อเล่อออกไปก่อนนะคะ”

เธอรีบนำเล่อเล่อไปไว้ข้างนอกประตูอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เดินกลับเข้ามา

หลินซีอินนั่งลงเรียบร้อยแล้ว

เผยเย่าไห่พูดไกล่เกลี่ย “ซีอินเพิ่งมา เล่อเล่อยังไม่คุ้นเคยกับเธอ รออีกสักสองสามวันก็ไม่เห่าแล้วล่ะ”

โจวอวี้ซู่กลับพูดว่า “แปลกจริงเชียว ไม่กัดคนอื่น แต่กลับจะกัดซีอิน”

เผยอวิ๋นชิงก็เสริม “ใช่ครับ เล่อเล่อออกจะแสนรู้ขนาดนั้น”

หมิงชิงหว่านปรายตามองหลินซีอินแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้น “ฉันได้ยินมาว่า...จริง ๆ แล้วน้องหมามีเซนส์นะคะ มันสัมผัสได้ว่าใครมีเจตนาดี หรือใครมีเจตนาร้ายกับมัน พี่ซีอิน อย่าเพิ่งไม่ชอบมันเลยนะคะ มันว่าง่ายมากจริง ๆ!”

เดิมทีหลินซีอินไม่อยากจะแก้ตัวอะไร แต่พอได้ยินหมิงชิงหว่านพูดแบบนี้ เธอก็ไม่คิดจะยอมทนอีก “เพิ่งเจอกันครั้งแรก ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยมันก็จะกัดฉันแล้ว จะว่าไป ฉันควรจะเป็นฝ่ายตำหนิเจ้านายของมันที่สั่งสอนมาไม่ดีมากกว่า”

ขอบตาของหมิงชิงหว่านแดงก่ำขึ้นมาทันที “พี่ซีอิน แต่ก่อนเล่อเล่อไม่เคยกัดคนเลยนะคะ มันว่าง่ายมากจริง ๆ...”

หลินซีอินไม่คิดจะตามใจเธอ “ในลานบ้านมีกล้องวงจรปิด มันโจมตีฉันหรือเปล่า ไปเปิดดูก็รู้แล้ว...”

“เลิกพูดได้แล้ว”

หลินซีอินยังพูดไม่ทันจบ เผยมู่เหยี่ยกลับเอ่ยแทรกขึ้นมา

จากนั้นสายตาเย็นชาของเขาก็ตวัดมองมา แววตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ “กินข้าวเถอะ”

เมื่อเผยมู่เหยี่ยเอ่ยปาก ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรอีก

ทว่าคนที่ต้องกล้ำกลืนความอึดอัดใจ มีเพียงหลินซีอินคนเดียว

เธอจะกินลงได้อย่างไร จึงรีบลุกขึ้นยืน “พวกคุณค่อย ๆ ทานกันนะคะ ฉันขอตัวก่อน”

นิ้วมือของเผยมู่เหยี่ยกำตะเกียบเอาไว้แน่น

ผ่านไปไม่กี่นาที เขาก็ลุกขึ้นเช่นกัน “ทานกันตามสบาย”

หมิงชิงหว่านรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว “ฉันเป็นห่วงเล่อเล่อ ขอไปดูหน่อยนะคะ”

รอจนเผยมู่เหยี่ยขับรถออกมา ก็เห็นหมิงชิงหว่านอุ้มเล่อเล่อยืนตาแดง ๆ อยู่ที่หน้าประตู

เขาลดกระจกรถลงแล้วเอ่ยว่า “ดูแลเล่อเล่อให้ดี วางใจเถอะ ไม่มีใครทำร้ายมันได้”

หมิงชิงหว่านพยักหน้าอย่างว่าง่าย “ฉันทราบค่ะ ฉันจะดูแลมันอย่างดี พี่มู่เหยี่ย ขับรถดี ๆ นะคะ”

หลังจากเผยมู่เหยี่ยจากไป หมิงชิงหว่านก็ค่อย ๆ ลูบขนปอมเมอเรเนียน พลางเผยรอยยิ้มบาง ๆ

หลินซีอินมาถึงสถาบันวิจัย ก็จัดการงานในมือของตัวเองให้เสร็จก่อน จากนั้นจึงไปหาหัวหน้าทีมเพื่อขอลา

เมื่อคืนเธอส่งข้อความไปหาอาจารย์หลี่ล่วงหน้าแล้ว เพื่อยืนยันว่าวันนี้อาจารย์ไม่มีสอนและช่วงเช้าจะอยู่บ้าน

เธอตั้งใจจะไปเยี่ยมเยียน

ภรรยาของอาจารย์หลี่ดีใจมาก จึงชวนให้เธอไปทานมื้อเที่ยงด้วยกัน

มหาวิทยาลัยไห่ต้าเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สาขาวิชาฟิสิกส์และเคมีมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นที่โดดเด่นท่ามกลางมหาวิทยาลัยมากมาย

หลินซีอินซื้อเชอร์รีหนึ่งลัง และมะม่วงไต้หวันอีกหนึ่งลัง ซึ่งล้วนเป็นของโปรดของอาจารย์แม่

เมื่อถึงใต้ตึก เธอสะพายกระเป๋าพาดบ่า โค้งตัวลงยกผลไม้สองลังออกมาจากกระโปรงท้ายรถ

จู่ ๆ น้ำหนักในมือก็เบาหวิว เธอเงยหน้าขึ้นและเห็นร่างที่คุ้นเคย

“ฉันจัดการเอง”

ชายหนุ่มยืนอยู่ตรงนั้น แสงแดดที่สาดส่องลงมาอาบไล้รอบตัวเขาจนเกิดเป็นวงแสงสีนวลตา

รูปร่างสูงโปร่ง หล่อเหลาสง่างาม

ถังอี่เซินเป็นผู้ชายที่ยอดเยี่ยมมาก รูปร่างหน้าตาหล่อเหลา ทั้งยังอ่อนโยนและถ่อมตัว

เสื้อโค้ตผ้าแคชเมียร์สีดำที่สวมอยู่บนร่าง ยิ่งขับให้เขาดูสูงส่งหาใดเปรียบ

“...รุ่นพี่” หลินซีอินเรียกออกไปคำหนึ่ง พร้อมกับยื่นมือไปแย่งของจากเขา “ฉันถือกล่องหนึ่งค่ะ”

“ไม่ต้องหรอก” ถังอี่เซินเบี่ยงตัวหลบเธอ “ไปเถอะ อาจารย์กับอาจารย์แม่รออยู่”

“รุ่นพี่ทราบหรือคะว่าวันนี้ฉันจะมา?”

“เมื่อคืนอาจารย์แม่โทรหาฉัน” ถังอี่เซินหลุบตามองเธอ ขนตาที่ทอดต่ำบดบังความรู้สึกมากมายเอาไว้ “ให้ฉันมาช่วยเกลี้ยกล่อมเธอ”

หลินซีอินไม่พูดอะไร

ความจริงแล้ว หลังจากที่เธอเรียนจบปริญญาโทและก้าวออกจากรั้วมหาวิทยาลัย เธอก็ไม่กล้ามาพบอาจารย์อีกเลย แม้แต่ถังอี่เซินเธอก็ไม่เคยเจอ

เมื่อเห็นเธอเงียบไป ถังอี่เซินจึงเอ่ยขึ้น “อย่าคิดมากเลย ตอนนี้ฉัน...เห็นเธอเป็นแค่รุ่นน้องเท่านั้น”

หลินซีอินช้อนตามองเขาแวบหนึ่ง นัยน์ตากระจ่างใส แววตาเปล่งประกาย

ถังอี่เซินเบือนหน้าหนี “ทำไมกัน เป็นคนรักไม่ได้ ฉันจะเรียกเธอว่ารุ่นน้องสักคำก็ไม่ได้หรือ?”

หลินซีอินรู้สึกจมูกตีบตัน เอ่ยปากพูด “รุ่นพี่ ขอโทษนะคะ”

“เธอจะมาขอโทษฉันทำไมกัน?” ถังอี่เซินยิ้มอย่างอ่อนโยน “เธออย่าร้องไห้เชียวนะ ไม่อย่างนั้นถ้าอาจารย์แม่มาเห็นเข้า ฉันต้องโดนดุแน่”

ตอนนั้นหลินซีอินปฏิเสธเขา หลังจากแต่งงานไป ก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย

มาวันนี้เมื่อได้พบกันอีกครั้ง ถังอี่เซินกลับวางตัวเปิดเผย อ่อนโยนและเป็นธรรมชาติ

ท่าทีเช่นนี้ ทำให้หลินซีอินรู้สึกสงบใจลงเช่นกัน

ทั้งสองคนเดินเข้าไปในบ้านของจี้หมิงถัง อาจารย์หลี่ก็เดินเข้ามาต้อนรับอย่างกระตือรือร้น “มาก็มาเถอะ ทำไมต้องหอบข้าวหอบของมาด้วย?”

จี้หมิงถังเป็นคนทำงานวิจัยอย่างแท้จริง เขาจริงจัง รักคนเก่ง และค่อนข้างเจ้าระเบียบอยู่บ้าง

เขาดูแลหลินซีอินมาสามปี รู้ว่าเธอมีพรสวรรค์สูง ตั้งใจจะให้เธอเรียนต่อ นึกไม่ถึงว่าเธอจะหนีไปแต่งงานเสียก่อน

วันนี้เธอกลับมาแล้ว ก็นับว่าเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับทุกฝ่าย

มื้ออาหารผ่านไปอย่างครึกครื้น ตอนจะกลับ จี้หมิงถังได้มอบหนังสือให้หลินซีอินหลายเล่ม และบอกให้เธอตั้งใจอ่าน

ถังอี่เซินเดินออกมาพร้อมกับเธอ เมื่อถึงชั้นล่างเขาจึงเอ่ยถาม “ตอนนี้ปลดบล็อกฉันออกจากแบล็กลิสต์ได้หรือยัง?”

หลินซีอินทั้งเขินทั้งทำตัวไม่ถูก “รุ่นพี่ ตอนนั้น...”

“ไม่โทษเธอหรอก” ถังอี่เซินหัวเราะเบา ๆ “มันผ่านไปแล้ว ฉันเองก็มีคนที่ชอบแล้วเหมือนกัน”

ดวงตาของหลินซีอินเป็นประกายขึ้นมาทันที “รุ่นพี่มีคนที่ชอบแล้วหรือคะ?”

ถังอี่เซินมองดวงตาสวยกระจ่างใสของเธอ แล้วพยักหน้า “ใช่ มีคนที่ชอบแล้ว”

หลินซีอินรีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดอยู่ครู่หนึ่ง “ถ้างั้นรุ่นพี่สู้ ๆ นะคะ ฉันหวังว่าจะได้เรียกพี่สะใภ้เร็ว ๆ นี้!”

ถังอี่เซินยื่นมือออกไปหมายจะลูบหัวเธอ แต่ก็ยับยั้งชั่งใจดึงมือกลับมากลางคัน “ตกลง หร่วนหร่วน ฉันจะพยายาม”

หร่วนหร่วนเป็นชื่อเล่นของเธอ ซึ่งไม่ค่อยมีใครรู้

“เรียบร้อยค่ะ!” รอยยิ้มของเธอในครั้งนี้ ผ่อนคลายและมีความสุขอย่างแท้จริง “ต่อไปฉันจะไม่บล็อกพี่แล้วนะคะ”

เมื่อเห็นรถของเธอขับออกไป ถังอี่เซินจึงละสายตา หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรออก “โอนเงินไปให้แล้วนะ ตรวจสอบดูด้วย”

หลังจากทั้งสองคนแยกย้ายกัน หลินซีอินก็กลับไปที่สถาบันวิจัยด้วยอารมณ์ที่เบิกบานใจไม่น้อย

ตอนบ่ายเมื่อยุ่งจนเสร็จงาน เจียงอวี่ฝานก็มาหาเธอ พอเห็นสีหน้าระรื่นของเธอจึงเอ่ยถาม “เธอไปที่มหาวิทยาลัยมาเหรอ? เป็นยังไงบ้าง?”

หลินซีอินตอบ “ฉันคิดดีแล้ว แล้วก็สมัครไปแล้วด้วย อาจารย์จี้ยังให้หนังสือฉันมาหลายเล่ม แถมฉันยังได้เจอรุ่นพี่อีกต่างหาก”

“รุ่นพี่?” เจียงอวี่ฝานชะงักไป “อย่าบอกนะว่าเป็นรุ่นพี่ถัง?”

“ใช่” หลินซีอินยิ้ม “ไม่ได้เจอกันตั้งนานแล้ว”

เจียงอวี่ฝานขยับเข้ามาใกล้ กระซิบถาม “แล้วเขา...ยังชอบเธออยู่หรือเปล่า? พวกเธออยู่ด้วยกันจะไม่รู้สึกอึดอัดแย่เหรอ?”

หลินซีอินรีบตอบ “คิดอะไรของเธอ เขามีคนที่ชอบแล้วต่างหาก”

เจียงอวี่ฝานถึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก “งั้นก็ดีแล้ว งั้นก็ดีแล้ว”

ใกล้จะเลิกงาน พอคิดว่าจะต้องกลับไปบ้านต้นตระกูลสกุลเผย จะต้องเจอหมิงชิงหว่าน แถมตอนกลางคืนยังต้องนอนเตียงเดียวกับเผยมู่เหยี่ยอีก หลินซีอินจึงตัดสินใจหยิบหนังสือที่จี้หมิงถังให้มาขึ้นมาตั้งใจอ่าน

ผลปรากฏว่าพออ่านเข้าก็ลืมเวลาไปเสียสนิท จนกระทั่งท้องร้องจ๊อก ๆ เธอถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าปาเข้าไปสองทุ่มกว่าแล้ว

ขณะกำลังจะลุกขึ้น โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เป็นข้อความจากถังอี่เซินที่ส่งไฟล์เอกสารมาให้สองสามไฟล์ ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับการสอบปริญญาเอกทั้งสิ้น

หลินซีอินส่งสติกเกอร์ขอบคุณกลับไป

ถังอี่เซินตอบกลับมา: ถึงแม้อาจารย์จะเลือกเธอ แต่ก็ยังต้องทำตามขั้นตอน โควตามีแค่สองที่ เธอต้องทำให้คนอื่นยอมรับให้ได้

หลินซีอินพิมพ์ตอบ: รุ่นพี่ ฉันจะทำให้ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ

เก็บโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋า หลินซีอินก็ออกไปขับรถ กลับไปยังบ้านต้นตระกูลสกุลเผย

ภายในคฤหาสน์มีเสียงพูดคุยหัวเราะดังระงม

เผยเย่าไห่พูดขึ้น “ชิงหว่านมาก็ดีแล้ว ตั้งแต่เธอมา บ้านเราก็ครึกครื้นขึ้นเยอะ มู่เหยี่ยก็กลับบ้านทุกวัน ดีจริง ๆ”

โจวอวี้ซู่กล่าว “เป็นเพราะฉันหาลูกสะใภ้มาได้ดีต่างหาก ชิงหว่าน รอให้อวิ๋นชิงยุ่งพ้นช่วงนี้ไปก่อน จะให้เขาพาเธอไปเที่ยวสักสองสามวันนะ”

หมิงชิงหว่านยิ้ม “คุณน้าคะ ฉันอยู่บ้านเป็นเพื่อนพวกคุณทุกวันก็มีความสุขมากแล้วค่ะ แล้วยังมีพี่มู่เหยี่ยอีก ทุกคนเป็นเหมือนครอบครัวของฉันเลย”

ปอมเมอเรเนียนหมอบอยู่แทบเท้าเธอ ว่านอนสอนง่ายและน่ารักน่าชัง

สายตาของเผยมู่เหยี่ยละกลับมาจากบริเวณโถงทางเข้าบ้าน พร้อมกับส่งเสียงอืมในลำคอ

หมิงชิงหว่านก้มดูนาฬิกา “ป่านนี้แล้ว ทำไมพี่ซีอินยังไม่กลับมาอีกคะ? ทำไมเธอถึงยุ่งกว่าพี่มู่เหยี่ยอีก”

สิ้นเสียงของเธอ ปอมเมอเรเนียนที่หมอบอยู่ก็ลุกพรวดขึ้นมา สับขาสั้น ๆ ทั้งสี่ข้างวิ่งตรงไปยังโถงทางเข้าบ้าน วิ่งไปเห่าไป เสียงทั้งดังกังวานและแหลมสูง

วินาทีต่อมา หลินซีอินก็ผลักประตูเข้ามา

ปอมเมอเรเนียนเงยหน้าเห่าใส่เธอ ท่าทางดุร้ายแต่กลับดูน่าเอ็นดู

หลินซีอินขมวดคิ้ว เงยหน้ามองไป ก็เห็นคนในครอบครัวหลายคนนั่งอยู่ตรงนั้น มองดูเหตุการณ์โดยไม่มีใครคิดจะเข้ามาห้าม

หมิงชิงหว่านวิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปอุ้มปอมเมอเรเนียนขึ้นมา “พี่ซีอิน ขอโทษด้วยนะคะ ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าทำไมมันถึงไม่ชอบพี่”

หลินซีอินสวมรองเท้าแตะพลางตอบ “ไม่เป็นไร ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน สงสัยนิสัยหมาคงจะเหมือนเจ้านายล่ะมั้ง”

สีหน้าของหมิงชิงหว่านเปลี่ยนไปทันที ขอบตาพลันแดงก่ำ “พี่ซีอิน...ที่พี่พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ?”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว   บทที่ 294

    แต่ใครจะคาดคิดว่ากลางดึก หลินซีอินจะถูกคุณป้าแม่บ้านปลุกให้ตื่น “โยวโยวตัวร้อนจี๋เลยค่ะ!”สิ่งที่หลินซีอินกลัวที่สุดเกิดขึ้นแล้ว กลางค่ำกลางคืนแบบนี้ เธออุ้มลูกไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดด้วยความร้อนรน โชคดีที่ก่อนหน้านี้เธอเคยสำรวจโรงพยาบาลแถวหมู่บ้านเอาไว้บ้าง ห่างจากบ้านไปไม่ไกลนักก็มีโรงพยาบาลอยู่แห่งหนึ่ง ทั้งลงทะเบียนฉุกเฉินกลางดึก ตรวจอาการ สั่งยา และจ่ายเงิน กว่าจะจัดการทุกอย่างเสร็จสรรพก็ปาเข้าไปตีสามกว่าแล้ว ไข้ของเจ้าหนูตัวน้อยลดลงแล้ว พวงแก้มยังคงแดงระเรื่อ ทว่าในที่สุดก็หลับสนิทเสียที หลินซีอินเอนกายลงนอนข้างเตียงทั้งชุดเดิม ไม่กล้าแม้แต่จะหลับตาลง โชคดีที่โปรเจกต์งานเพิ่งปิดจ๊อบไป ตอนนี้เธอจึงไม่ต้องไปทำงาน ไม่อย่างนั้นคงได้วุ่นวายจนหัวหมุนแน่ หลังจากจัดการธุระที่โรงพยาบาลเรียบร้อย หลินซีอินก็ให้คุณป้าแม่บ้านกลับไปพักผ่อน อายุอานามของแกก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้ว ต้องมาอดหลับอดนอนวุ่นวายมาทั้งคืน เกรงว่าร่างกายจะรับไม่ไหวเอาได้ ทว่าเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น คุณป้าก็มาถึงพร้อมกับอาหารเช้าที่ทำมาจากบ้าน มีทั้งข้าวต้มและกับข้าวอีกสองอย่าง หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จ หลิ

  • ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว   บทที่ 293

    คนที่ขนาดจี้หมิงถังยังยอมเรียกว่าระดับปรมาจารย์ได้ ย่อมต้องเก่งกาจไม่ธรรมดาแน่ ๆ หลินซีอินโทรศัพท์หาป้าจ้าวที่บ้าน พอรู้ว่าหลินโย่วสิงไม่มีไข้ เธอถึงได้วางใจ มื้อค่ำถูกจัดขึ้นที่โรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งในเมืองไห่เฉิง หลินซีอินไม่คาดคิดเลยว่าจะได้บังเอิญเจอเผยมู่เหยี่ยที่นี่ ระหว่างมื้ออาหาร เธอได้พบกับปรมาจารย์ด้านเคมีและฟิสิกส์หลายท่านสมคำร่ำลือ มีอยู่สองท่านที่เป็นถึงบุคคลระดับที่ปรากฏชื่ออยู่ในหนังสือเรียนเลยทีเดียว สมัยนี้ใคร ๆ ก็ชอบติ่งกันทั้งนั้น เพียงแต่บางคนติ่งดาราในวงการบันเทิง ขณะที่บางคนติ่งไอดอลในสายวิชาชีพของตัวเอง หลินซีอินชื่นชอบอาจารย์ท่านหนึ่งในนั้นเป็นพิเศษ อันที่จริง จุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอเลือกเรียนสาขานี้ ก็เป็นเพราะความบังเอิญที่ได้ดูคลิปวิดีโอการสอนของอาจารย์ท่านนี้นั่นเอง พอตอนนี้ได้มานั่งร่วมโต๊ะทานข้าวกับอาจารย์ หลินซีอินจึงตื่นเต้นจนแทบเก็บอาการไม่อยู่ ทว่าเธอก็ซ่อนความรู้สึกเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน แม้ในใจจะเต้นโครมคราม แต่สีหน้ากลับดูไม่ออกว่าตื่นเต้นเท่าไหร่นัก จะมีก็เพียงดวงตาคู่สวยที่เปล่งประกายวิบวับซึ่งปิดบังความดีใจเอาไว้ไม่มิด จ

  • ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว   บทที่ 292

    “ตกลงว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” เผยมู่เหยี่ยเอ่ยถาม: “มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?” เยว่หลินเจ๋อไม่ลังเลอีกต่อไป ในที่สุดก็เอ่ยปาก: “ประธานเผยครับ ตอนที่ไปทานข้าวเมื่อครู่ ผมบังเอิญเจอคุณนาย... ไม่สิ ผมบังเอิญเจอคุณหลินซีอินครับ” รูม่านตาของเผยมู่เหยี่ยหดวูบลงฉับพลัน: “ว่าไงนะ?” เขาถึงกับคิดว่าตัวเองหูฝาดไป ชื่อสามพยางค์นี้... น่าจะปรากฏอยู่แค่ในความฝันของเขาเท่านั้น “หลินซีอินงั้นเหรอ?” เขาเอ่ยทวนชื่อนั้นอย่างยากลำบาก: “คุณ... เจอเธอเหรอ?” “เจอครับ” เยว่หลินเจ๋อลังเลอีกครั้ง ทว่าสุดท้ายก็เลือกที่จะไม่พูดชื่อของฉือเทียนหลินออกมา: “เธอไปทานข้าวที่นั่นเหมือนกันครับ” เยว่หลินเจ๋อรออยู่ครู่หนึ่ง ทว่าเผยมู่เหยี่ยกลับเอาแต่เงียบ เขาเหลือบมองเจ้านาย ใบหน้าของเผยมู่เหยี่ยยังคงราบเรียบไร้ความรู้สึก ราวกับว่าชื่อนี้... ผู้หญิงคนนี้... ไม่สามารถสร้างความสั่นคลอนใด ๆ ในใจเขาได้อีกแล้ว ขณะที่เยว่หลินเจ๋อกำลังจะหันตัวกลับ... เผยมู่เหยี่ยก็เอ่ยขึ้นมา: “ไปสืบดูหน่อย ตอนนี้เธอ...” เยว่หลินเจ๋อกำลังจะขานรับคำว่า “ครับ” ตามความเคยชิน แต่เผยมู่เหยี่ยกลับพูดแทรกขึ้นมาก่อนว่า: “ช่างเถอะ” ช่าง

  • ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว   บทที่ 291

    ฮั่วเซียนหยางรีบชิงพูดขึ้นมาว่า: “อย่ามาถามผมนะ! ผมไม่รู้อะไรทั้งนั้น! ไปล่ะ!” พูดจบเขาก็ก้าวฉับ ๆ เดินออกไปทันที เยว่หลินเจ๋อยืนอึ้งอยู่กับที่ รู้สึกเพียงว่าโลกใบนี้มันช่างเหนือจริงเสียเหลือเกิน จะว่าไปแล้ว เขาก็ไม่ได้เจอหลินซีอินมาตั้งสามปีแล้ว เสียงโทรศัพท์มือถือที่จู่ ๆ ก็ดังขึ้นดึงสติของเยว่หลินเจ๋อกลับมา เขากดรับสาย: “ครับ ประธานเผย... ได้ครับ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้” ฮั่วเซียนหยางกลับเข้ามาในห้องอาหารส่วนตัว ฉือเทียนหลินปรายตามองเขาแวบหนึ่ง ฮั่วเซียนหยางเพียงแค่ส่ายหน้าแล้วทรุดตัวลงนั่ง ทางด้านเจ้าตัวเล็กที่ล้มก้นจ้ำเบ้าเมื่อครู่นี้ยังร้องเจ็บแทบแย่ แต่ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว พอเห็นของอร่อยก็ลืมเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นไปจนหมดสิ้น เซียวรั่วอีคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยเตือนหลินซีอิน: “หร่วนหร่วน คนที่โยวโยวบังเอิญเจอเมื่อกี้คือเยว่หลินเจ๋อนะ”หลินซีอินชะงักไป: “ผู้ช่วยพิเศษ... เยว่เหรอ?” “เขาแหละ” ฉือเทียนหลินตักน้ำซุปใส่ชามให้โยวโยว: “แต่ไม่ต้องไปใส่ใจหรอก ยังไงเธอกับเผยมู่เหยี่ยก็หย่ากันตั้งนานแล้ว วันนี้แค่บังเอิญเจอ วันหลังคงไม่เจอแล้วล่ะ” “ใช่” หลินซีอินเอ่ยต

  • ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว   บทที่ 290

    “เกิดอะไรขึ้น?” เซียวรั่วอีเริ่มนั่งไม่ติด: “ฉือเทียนหลินเป็นอะไรไปน่ะ!” หลินซีอินรีบร้อนถามขึ้น: “ประธานฉือ ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนคะ?” เธอลุกพรวดเดินออกไปข้างนอก เซียวรั่วอีรีบตามไปติด ๆ ส่วนฮั่วเซียนหยางเองก็นั่งไม่ติดเช่นกัน ทั้งสามคนทยอยเดินออกจากห้องส่วนตัว ทางด้านฉือเทียนหลิน เขารู้สึกว่าตัวเองซวยชะมัด เดิมทีเขาอุ้มหลินโย่วสิงดูปลาอยู่ดี ๆ แต่แป๊บเดียวเจ้าหนูก็บอกว่าปวดฉี่ เขาเลยอุ้มเด็กน้อยไปเข้าห้องน้ำ พอจัดการธุระให้เจ้าหนูเสร็จ ตัวเองก็กะจะทำธุระส่วนตัวบ้าง เขาวางหลินโย่วสิงให้อยู่ในระยะสายตา ห่างจากโถปัสสาวะที่เขายืนอยู่แค่ไม่กี่ก้าว ผลปรากฏว่าแค่ก้มลงปลดเข็มขัด พอเงยหน้าขึ้นมาอีกที หลินโย่วสิงก็หายตัวไปแล้ว ทำเอาฉือเทียนหลินสะดุ้งโหยง รีบดึงกางเกงขึ้นแล้ววิ่งตามออกไปทันที พอพ้นประตูออกมาก็เห็นหลินโย่วสิงกำลังร้องไห้จ้า จังหวะนั้นเองสายจากหลินซีอินก็โทรเข้ามาพอดี ที่จริงหลินโย่วสิงก็ยืนรออยู่เงียบ ๆ แต่ด้วยความที่ดวงตากลมโตมองนู่นมองนี่ไปเรื่อย จนไปสะดุดเข้ากับชายกระโปรงตัวหนึ่งที่ดูคล้ายของหม่ามี้ เจ้าหนูก็เลยยืนรอต่อไปไม่ไหว พอวิ่งตามออกไป ก็เห็นชายกระ

  • ใต้เงาของรักแรก ฉันขอเป็นดวงดาว   บทที่ 289

    หญิงสาวยังคงทอประกายความอ่อนโยนและกลิ่นอายของความเป็นแม่ออกมาอย่างเด่นชัด ความสวยของเธอโดดเด่นเสียจนแทบจะเปล่งประกายได้ ผู้คนทุกเพศทุกวัยที่เดินผ่านไปมา ล้วนอดไม่ได้ที่จะหยุดสายตาไว้ที่เธอ เซียวรั่วอีทนไม่ไหวจนต้องอ้าแขนสวมกอดเธอเอาไว้: “หร่วนหร่วน ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ!”จากนั้นเธอก็เหลือบไปเห็นฉือเทียนหลินที่เดินตามหลังหลินซีอินมา รวมถึงหลินโย่วสิงที่อยู่ในอ้อมแขนของเขาด้วย “หลานรัก!” เซียวรั่วอียื่นมือออกไปหา: “คิดถึงแม่ทูนหัวคนนี้ไหมครับ!” หลินโย่วสิงที่เพิ่งลงจากเครื่องบินยังมีท่าทีงัวเงียอยู่บ้าง เด็กน้อยยื่นมือไปโอบคอเซียวรั่วอี พร้อมกับเรียกแม่ทูนหัวด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ไร้เดียงสา พอเซียวรั่วอีอุ้มเขาไว้ได้ก็ไม่สนใจสิ่งรอบข้างอีกต่อไป เธอหมุนตัวเดินนำออกไปทันที พลางโอ๋เด็กน้อยไปตลอดทาง ฉือเทียนหลินรับกระเป๋าเดินทางจากมือหลินซีอินมาเข็นให้ ซ้ำยังเอื้อมไปหยิบเป้สะพายหลังของเธอมาถือไว้อีก “ฉันถือเองได้…” ทว่าหลินซีอินยังพูดไม่ทันจบ ฉือเทียนหลินก็ดึงดันแย่งกระเป๋าไปถือไว้เองเสียแล้ว ก่อนกลับประเทศ หลินซีอินได้ไหว้วานให้เซียวรั่วอีช่วยมองหาบ้านที่เหมาะสมไว้ให้ ต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status