LOGINห้ามเจ็บ ห้ามตาย ห้ามเรียกร้อง ต้องการเมื่อไรต้องมา......
View More1
ชีวิตของเนเน่
“พี”
หญิงสาวเอ่ยเรียกเพื่อนสนิทของตนเองพร้อมเผยรอยยิ้มหวานออกมาทันที เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มที่มีตำแหน่งเป็นถึงท่านรองของบริษัทแห่งนี้กำลังเดินตรงมาที่เธอ
แต่ทันใดนั้นเธอก็ต้องหุบยิ้มลงทันที เพราะเพื่อนสนิทของเธอนั้นเดินผ่านหน้าเธอไปราวกับว่าไม่มีเธอยืนอยู่ตรงนี้เลย
พีระไม่ได้สนใจหรือเอ่ยทักเธอเลยซักนิด ชายหนุ่มรีบสาวเท้าตรงไปยังพิมดาว เพื่อนสนิทอีกคนในกลุ่ม ซึ่งเธอนั้นเป็นผู้หญิงที่พีระให้ความสนใจมากกว่าคนอื่นเป็นพิเศษ เพราะนอกจากเขาทั้งสองจะเป็นเพื่อนสนิทกันแล้ว ครอบครัวของพวกเขาก็รู้จักสนิทสนมกันเป็นอย่างดี ก็อย่างว่าแหละ คนรวยก็ต้องคู่กับคนรวยถึงจะถูก
เนเน่จึงทำได้เพียงมองตามบุคคลทั้งสองที่เป็นเพื่อนสนิทของเธอเดินพูดคุยหยอกล้อกันไปที่โรงอาหารด้วยความน้อยใจและเคยชินกับเหตุการณ์แบบนี้
เพราะนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอนั้นถูกเมินเฉยหรือถูกมองว่าเป็นธาตุอากาศจากบรรดากลุ่มเพื่อนๆ เพราะตัวเนเน่นั้น ไม่ได้เกิดมาจากสังคมเดียวกันกับพวกเขาเหล่านั้น ไม่ได้มีพ่อแม่หรือฐานะที่ร่ำรวยมหาศาลคอย Support เหมือนเช่นพวกเขา
เนเน่เติบโตขึ้นมาท่ามกลางความจงเกลียดจงชังของญาติพี่น้องแท้ๆ เพราะทุกคนมองว่าตัวเธอนั้นเป็นภาระและตัวถ่วงในชีวิตของคนอื่น อันเนื่องมาจากพ่อกับแม่ของเธอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุตั้งแต่เธอมีอายุเพียงห้าขวบ
นับตั้งแต่นั้นมาเนเน่ก็ตกอยู่ในความดูแลของป้าใหญ่ ซึ่งตัวของนางนั้นก็ไม่ได้เต็มใจที่จะรับเนเน่มาดูแลซักเท่าไหร่นัก แต่เนื่องด้วยทรัพย์สินมรดกที่พ่อกับแม่ของเนเน่ทิ้งเอาไว้ให้ก่อนตายนั้นมีมากพอสมควร ป้าใหญ่จึงต้องจำใจรับเนเน่มาดูแล
ถึงแม้ว่าพ่อกับแม่ของเนเน่จะทิ้งสมบัติเงินทองเอาไว้มากพอสมควร แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอนั้นถูกเลี้ยงดูให้เติบโตมาอย่างดี อย่างที่ควรจะเป็นนัก เพราะหญิงสาวนั้นถูกป้าใหญ่ และบรรดาลูกๆ ของป้าใหญ่รังแก กดขี่ข่มเหง ใช้งานเยี่ยงทาสมาตลอดตั้งแต่เล็กจนโต
จนเธอเรียนจบชั้นม.ต้น เนเน่จึงขออนุญาตป้าใหญ่ไปอยู่โรงเรียนประจำซึ่งเป็นของรัฐบาล ที่ไม่ต้องจ่ายค่าเทอม มีที่ให้นอน มีอาหารให้ทานทั้งสามมื้อ แต่ต้องแลกกับการอาศัยอยู่ในโรงเรียนประจำตลอด 24 ชั่วโมง
หากเธอไม่เลือกทางนี้ การศึกษาของเธอคงจะสิ้นสุดอยู่ที่ชั้นม.ต้น เพราะป้าใหญ่คงไม่เจียดเศษเงินของนางมาให้ตัวภาระอย่างเธอได้เล่าเรียนสูงๆ อย่างแน่นอน
เมื่อเธอเรียนจบมัธยมปลายของโรงเรียนประจำแล้วนั้น หญิงสาวก็ได้มีโอกาสเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ด้วยการสอบชิงทุนการศึกษาจนจบหลักสูตรระดับปริญญาตรีนั้นเอง
และที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ทำให้เธอได้พบกับ พี พีระ รวมไปถึงเพื่อนๆ ที่เป็นลูกท่านหลานเธอทั้งหลายนั้นเอง
สำหรับเนเน่แล้วนั้น ทุกคนที่เธอรู้จัก หญิงสาวถือว่าพวกเขาคือเพื่อนสนิท แต่สำหรับพวกเขานั้นจะเคยคิดว่าเธอเป็นเพื่อนหรือเปล่า อันนี้เธอเองก็ไม่แน่ใจนัก เพราะลักษณะการใช้ชีวิตของเธอและพวกเขาช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
เพราะพวกเขามีเวลาท่องเที่ยว ใช้ชีวิตในช่วงวัยรุ่นได้อย่างสนุกสนาน มีเงินมีทองใช้จ่ายอย่างไม่ขัดสน ผิดกับเธอยิ่งนัก เพราะถึงแม้เนเน่จะได้รับทุนการศึกษาฟรีก็จริง แต่ก็ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่นค่าหอพัก ค่ากิน ค่าอยู่ ที่เธอเองจะต้องหางานพิเศษทำ เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายในจุดนี้
นอกจากการเป็นเด็กล้างจานในร้านอาหารแล้วนั้น เนเน่ก็ยังมีรายได้พิเศษจากการรับทำรายงาน ทำการบ้านให้กับบรรดาเพื่อนๆ ที่เป็นลูกท่านหลานเธออีกด้วย ซึ่งเงินที่ได้จากการรับทำงานแบบนี้ ถือว่าเป็นรายได้หลักของหญิงสาวเลยก็ว่าได้ หรือจะให้พูดตรงๆ การที่เธอมีเงินจ่ายค่าหอพัก ค่ากิน ค่าอยู่ ก็มาจากความ ขี้เกียจของคนพวกนี้ นี้แหละ
ใช่ว่าเธอจะไม่อยากมีชีวิตที่เหมือนวัยรุ่นทั่วไป แต่ด้วยชาติกำเนิดและโชคชะตาบีบบังคับให้เธอต้องเป็นแบบนี้ เพราะนอกจากเธอจะต้องดูแลรับผิดชอบชีวิตของตนเองแล้วนั้น ในบางครั้งป้าใหญ่ก็ยังมาเบียดเบียนเธอในเรื่องเงินๆ ทองๆ อยู่เรื่อยๆ และถึงแม้ว่าครอบครัวของป้าใหญ่จะไม่เคยมองว่าเธอเป็นคนในครอบครัวเลยก็ตาม แต่คำว่าบุญคุณที่เลี้ยงดูมาก็ทำให้เธอเฉยเมยกับเรื่องพวกนี้ไม่ได้เหมือนกัน
50สิ้นสุดคำว่าเพื่อน (จบบริบูรณ์)เช้าวันใหม่ที่สดใส ทุกคนต่างทยอยกันลงมาที่โต๊ะอาหารในช่วงสาย เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุดพักผ่อน ทุกคนภายในบ้านก็ไม่ต้องรีบร้อนอะไรมาก ทำตัวกันตามสบาย“เอ๊ะ สายใจ ทำไมวันนี้จัดโต๊ะหกที่หล่ะ ใครมีแขกเหรอ”คุณหญิงลินดา เอ่ยถามสายใจ หัวหน้าแม่บ้านด้วยความสงสัย“สงสัยอะไรตั้งแต่เช้าหล่ะคุณหญิง”ประมุขของบ้านอย่างพุฒ เอ่ยถามยังภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก ทันที ที่เดินลงมาจากชั้นสองของบ้าน“วันนี้ใครมีแขกเหรอค่ะ แม่บ้านถึงได้จัดโต๊ะหกที่ ทำไมฉันไม่รู้ หรือแขกของลูกๆ”“ไม่รู้สิคุณหญิง”“คุณปู่ คุณย่าคร๊าบบ น้องนนท์หิวข้าวคร๊าบบ”ไม่ทันที่คนเป็นปู่และย่าจะได้หันมาถามเอาความจริงจากหัวหน้าแม่บ้านอีกครั้ง น้องนนท์ที่ตอนนี้กำลังจูงมือคนเป็นพ่อและแม่ลงมายังห้องรับประทานอาหาร ก็ส่งเสียงทักทายทุกคนภายในบ้าน จนคุณอาสุดหล่ออย่างพัชระ รีบวิ่งตามลงมาจากห้องนอนทันที ที่ได้ยินเสียงหลาน“น้องนนท์ของย่า”เมื่อเห็นหลานชายตัวน้อยปรากฏตัวอยู่ภายในบ้าน คุณย่าสุดเห่อ ก็รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วตรงดิ่งไปสวมกอดร่างอ้วนป้อมของหลานชายสุดที่รักพร้อมทั้งบรรจงหอมแก้มอ้วนๆ ของน้องนนท์จนเกือบช้ำไป
เมื่อได้ยินคำตอบที่รอคอยมานานแสนนานจากปากของเนเน่ พีระถึงกับชะลอความเร็วของรถลงแล้วตบไฟเลี้ยว เพื่อเลี้ยวจอดริมฟุตบาททันที“ขะ ขอบคุณนะเน่ ขอบคุณที่ให้โอกาสผู้ชายเลวๆ คนนี้ ได้เป็นสามีของเน่ ได้เป็นพ่อของน้องนนท์”พีระเอี้ยวตัวไปกอดเนเน่และน้องนนท์ด้วยความดีใจ ในที่สุดเขาก็ได้ทั้งเมียและลูกกลับมา เขาสัญญาเลยว่าต่อจากนี้ไป ชีวิตของพีระ พงษ์นารา จะเป็นของผู้หญิงที่ชื่อเนเน่ ญานิดา แต่เพียงผู้เดียว“พะ พ่อคร๊าบ นนท์หายใจไม่ออก พ่อกอดแน่น”ไม่ทันที่คนเป็นพ่อและแม่จะได้กอดกันด้วยความเข้าใจ เสียงเจ้าเด็กแสบก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน“ฮ่า ฮ่า”ฟอด ฟอด “ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่เนี้ยตัวแสบ พ่อได้กอดแม่แค่แปปเดียวเองนะ ขัดจังหวะตลอดเลย”เมื่อได้ยินเสียงทักท้วงจากลูกชาย พีระก็รีบคลายอ้อมกอดจากคนเป็นเมียทันที ก่อนที่จะก้มฟัดแก้มขาวอวบของลูกชายสุดที่รักด้วยความหมั่นเขี้ยว“คืนนี้กลับบ้านใหญ่กันนะ”“อ่าว ไปทำไม มันดึกแล้วนะ”“พรุ่งนี้วันเสาร์ ลูกไม่ได้ไปโรงเรียน แล้วทุกคนก็หยุดพักผ่อนกัน พีอยากพาเน่กับลูกไปนอนบ้าน ทุกคนคงตื่นเต้นกันหน้าดู โดยเฉพาะคุณย่า”ใช่อยู่ว่าเนเน่ให้ครอบครัวพงษ์นาราสามารถไปมาหาสู
49ไดอารี่ กับการเปิดใจอีกครั้ง“นายไม่พูดแรงไปหน่อยเหรอ”เมื่อขึ้นรถมาได้เนเน่จึงเอ่ยถามยังพีระ ที่ตอนนี้กำลังขับรถพาเธอและน้องนนท์กลับบ้าน“ไม่หรอก ใครที่ไม่ให้เกียรติเน่ ก็เท่ากับว่าไม่ให้เกียรติพี”“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันหล่ะ”“เน่”พีระเอ่ยเรียกแม่ของลูกออกด้วยน้ำเสียงที่นิ่งแต่เต็มไปด้วยความหนักแน่น บ่งบอกว่าตอนนี้เขาจริงจังมาก พร้อมกับเอื้อมมือไปกุมมือของเนเน่เอาไว้ โดยที่มืออีกข้างของเนเน่ก็ประคองกอดน้องนนท์เอาไว้ เพราะเจ้าเด็กน้อยนั้นนอนหลับตั้งแต่ขึ้นรถมาแล้ว“ทุกสิ่งทุกอย่างที่พีทำมันลงไป พีทำเพื่อเน่กับลูกนะ พีอาจจะเคยเลว อาจจะเคยทำไม่ดีกับเน่ พีขอโทษนะ เน่รู้ไหมว่าพีรู้สึกกับเน่มากกว่าคำว่าเพื่อนตั้งแต่ตอนไหน ไม่ใช่ตอนที่พีรู้ความจริงเรื่องของคนที่มาสวมรอยเป็นเน่นะ แต่พีรู้สึกก่อนหน้านั้นอีก”“ตอนไหน”“ตอนที่เน่เดินออกมาจากชีวิตเรา”“ตอนนั้นเราดิ่ง เราสับสนมาก เราพยายามที่จะลืมเธอนะ แต่เราไม่เคยทำได้เลย จนวันหนึ่งเราทนคิดถึงเธอไม่ไหว เราจึงไปนอนที่ห้องนอนแขกที่เธอเคยนอน แล้วเราก็เจอกับไดอารี่ ที่เธอซ้อนมันไว้ใต้หมอน”“ไดอารี่งั้นเหรอ”“อืม”‘วันนี้นายเข้าเรียนช้า เราจดเน
อินทัชที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยขึ้น เพราะถึงแม้ว่าอินทัชจะเคยถือตัวแบ่งชนชั้นกับเนเน่ แต่นั้นมันเมื่อก่อน แต่ตอนนี้เขาโตพอที่จะรู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควรแล้ว ชายหนุ่มจึงไม่ชอบที่ใครจะมาพูดเหน็บแนมคนที่เขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วย“เอ๊ะ พวกฉันก็แค่อยากรู้ว่าคนอย่างเนเน่ จะหาสามีได้ดีแค่ไหน พวกฉันแค่เป็นห่วงนาง ไม่มีอะไรเสียหน่อย”“อย่าห่วงเน่เลย สามีกับพ่อของลูกเธอสามารถดูแลเธอและลูกของเธอได้ดีอยู่แล้ว”พีระที่ทนฟังเพื่อนๆ เอ่ยดูถูกดูแคลนเนเน่ไม่ไหว จึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจนัก“พีรู้จักสามีของเนเน่ด้วยเหรอค่ะ หรือว่าเป็นพนักงานในบริษัทของพี”พิมดาวที่นั่งอยู่ข้างๆ พีระเอ่ยถามขึ้น ซึ่งหญิงสาวพยายามแสดงตัวอย่างออกหน้าออกตา เพื่อให้บรรดาเพื่อนๆ รวมไปถึงนักข่าว ได้รับรู้และสร้างข่าวว่าเธอกับพีระจะต้องกลับมาเป็นคู่รักกันอีกครั้งอย่างแน่นอน“เน่ มาทางนี้ มานั่งนี้เร็ว”ไม่ทันที่พีระจะได้ตอบกลับอะไร ก็มีเสียงของกลุ่มเพื่อนสนิทของเนเน่เอ่ยเรียกหญิงสาวให้มานั่งด้วยกันที่โต๊ะ ซึ่งห่างจากโต๊ะของพีระไปเพียงหนึ่งโต๊ะเท่านั้นเองเมื่อเนเน่เห็นว่าบรรดาเพื่อนๆ สมัยเรียนเอ่ยเรียก หญิงสาวจึงไม่รอช้า
22เตือนแล้วนะท่ามกลางแสง สี เสียง ก็เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวราตรีที่มากหน้าหลายตา ยิ่งดึกมากเท่าไหร่ บรรดานักท่องเที่ยวก็ยิ่งตบเท้ากันเข้ามาเพื่อหาความสุข สนุกสนาน ในคลับหรูแห่งนี้จนเต็มแน่นไปทุกโต๊ะ ยิ่งเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง จองคิวจนแทบไม่ทันกันเลยทีเดียวอีกอย่างที่รู้กันดีว่าค
17คำสั่งของเจ้ากรรมนายเวร21.35 พีระแหงนมองนาฬิกาที่ติดอยู่ฝาผนังห้องรับแขกด้วยใบหน้าโกรธจัด นี้เขาส่งข้อความหาเนเน่ตั้งแต่บ่ายสองโมง แล้วตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบจะสี่ทุ่มแล้ว แต่ไม่มีวี่แววว่าเธอจะอ่านข้อความที่เขาส่งไปเลยซักนิด“แค่วันแรกก็คิดจะขัดคำสั่งฉันแล้วเหรอเนเน่”จนเวลาล่วงเลยเข้าสู่สี่ทุ่ม
6สาเหตุของปัญหา“พี่กรค่ะ คุณพีระไม่อยู่เหรอค่ะ เน่ไม่เห็นหลายวันแล้ว”เนเน่เอ่ยถามถึงเพื่อนสนิทที่เป็นท่านรองของบริษัทแห่งนี้กับเลขาคนสนิทของเขา เพราะหลายวันที่ผ่านมาเธอไม่เห็นพีระเข้ามาในบริษัทเลย ประชุมบอร์ดก็ไม่ได้เข้า“อ่อ ท่านรองบินไปอังกฤษกับครอบครัวนะ ยังไม่มีกำหนดกลับ เนเน่มีอะไรหรือเปล่า
5ครอบครัวของพีระครืด ครืด ครืดพีระเอื้อมไปหยิบเอาโทรศัพท์มือถือราคาแพงออกมาดูว่าใครเป็นคนโทรเข้า เมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์โทรของมารดา พีระก็ไม่รอช้าที่จะกดรับสายทันที“ครับแม่”“พี พีอยู่ไหน น้องแย่แล้ว พี!!”“แม่ครับ ใจเย็นๆ น้องเป็นอะไรครับ”“พี รีบกลับบ้านด่วนเลย ตอนนี้พ่อก็กำลังกลับมาบ้าน”“ครับ





