로그인บทที่ 3
ก๊อก ก๊อก ก๊อก “เข้ามา” อาโปเอ่ยก่อนที่ประตูบานใหญ่จะเปิดออก ตามด้วยร่างสูงโปร่งในชุดสูทดูดีของลูกน้องคนสนิท “คุณแพรส่งเอกสารรายละเอียดการซื้อ-ขายหุ้นมาให้แล้วครับ” ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกยื่นวางลงตรงหน้า “คุณแพรบอกว่าเดือนหน้าจะขอนัดวันเวลาและสถานที่ในการเซ็นสัญญาด้วยตัวเองครับ” “อืม โอเค” อาโปเปิดดูเอกสารคร่าว ๆ “ขอบใจมาก” ครืด ครืด ครืด โทรศัพท์เครื่องหรูสั่นอย่างบ้าคลั่ง เขาชะโงกหน้ามองก่อนจะเห็นว่าคนที่โทรเข้ามาคือน้องชายตัวเอง “ว่า” อาโปกดรับสาย [ ว่างไหม ] เสียงปลายสายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหล้า [ หิวกาแฟอะ ] “ใช้เลขาตัวเองสิ” คิ้วเข้มขมวดหมุ่น “มาใช้พี่ตัวเองแบบนี้ได้ไงพี” [ เลขางานยุ่ง ] “พี่แกก็กำลังยุ่ง” อาโปโกหก เพราะทั้งวันเขาเอาแต่นั่งหมุนเก้าอี้ไปมา สงบจนแอบหวั่นว่าจะมีงานใหญ่ตามมาทีหลัง [ น้าาา~ ] น้องชายตัวดีทำเสียงออดอ้อนจนเขาเผลอหลุดยิ้มออกมา “อืม เดี๋ยวไป” เขาตอบกลับแค่นั้นพร้อมกับวางสายลง บอม ลูกน้องของเขาชะเง้อคอมองอย่างสนอกสนใจเมื่อเห็นว่าเจ้านายของตัวเองยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับโทรศัพท์ แอบลุ้นว่าเจ้านายจะมีสาวสวยซุกซ่อนไว้บ้างหรือเปล่า เพราะเขาก็อยากเห็นท่านประธานของเขามีคนรักเหมือนพี่ ๆ สักที “ชะเง้อขนาดนี้เอาไปดูเลยไหม” อาโปพูดขึ้นเมื่อเห็นท่าทีของลูกน้องตัวเอง “ขอโทษครับ” บอมรีบพูด “ว่าแต่…แอบคุยกับสาวเหรอครับ” “ทำไมคิดงั้น” “เห็นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่นี่ครับ” บอมพูดพร้อมอมยิ้มนิด ๆ “มีสาวแต่ไม่ยอมบอกลูกน้องแบบนี้ เสียใจแย่เลยครับ” อาโปไม่ได้ตอบอะไรนอกจากส่ายหัวไปมาอย่างเอือมระอา เขาลุกขึ้นคว้าสูทตัวนอกมาใส่ หยิบโทรศัพท์และกุญแจรถขึ้นมา “จะไปไหนเหรอครับ” “ซื้อกาแฟให้น้อง อยากรู้อะไรอีกไหม” เขาเลิกคิ้วถามลูกน้องตัวเอง “มะ…ไม่มีแล้วครับ” บอมยิ้มแห้ง ๆ ให้เจ้านาย เขารีบเดินตามไปเปิดประตูห้องให้อาโป ขายาวก้าวเดินตรงไปอย่างไม่มีหยุดสนใจสิ่งอื่น พนักงานในบริษัทต่างก้มหัวให้เขาอย่างเคารพ ด้วยอายุที่มากขึ้น ความเด็ดขาดของอาโปก็มีมากขึ้นไม่ต่างจากศิลา พนักงานไม่ว่าอายุมากกว่าหรือน้อยกว่าต่างก็เคารพเขาอย่างดีทั้งต่อหน้าและลับหลัง รวมถึงหุ้นส่วนคนอื่น ๆ คงจะมีแต่ปฐพีที่ยังเด็ดขาดได้ไม่เท่าพี่ชายสักที “เอาช็อคโกแลตปั่นเพิ่มหวานกับวิปครีมค่ะ อ่อ วิปครีมเอานิดเดียวพอนะคะ” ไข่มุกยืนสั่งน้ำกับพนักงานที่หน้าเคาท์เตอร์ “แก้วเดียวนะครับ” พนักงานชายถาม “หนึ่งแก้วหกสิบห้าบาทครับ” “จ่ายเงินสดค่ะ” “เอาอเมริกาโน่สองแก้วครับ คิดเงินช็อคโกแลตรวมไปด้วยเลย” เสียงของใครบางคนเอ่ยสั่งน้ำกับพนักงานผ่านหัวเธอไป ไข่มุกหันกลับไปมองอย่างสงสัยก่อนจะเห็นว่าเขาคนนั้นยืนซ้อนหลังเธออยู่ ในระยะประชิด หญิงสาวตกใจขยับหนีหนึ่งก้าว เธอแหงนคอมองหน้าเขาอีกรอบก่อนจะทำตาโตใส่ผู้ชายหน้าหล่อที่กลิ่นตัวหอมซะจนน่าเอาหน้าไปซุกดมให้ชื่นใจ “อ้าว….คุณอาของเด็ก ๆ นี่เอง” เธอพูดออกมาก่อนจะนึกได้ว่าก่อนหน้านั้นเขาบอกให้คิดเงินของเธอรวมไปกับของเขาด้วย “เอ่อ…น้ำของหนูไม่ต้องจ่ายให้ก็ได้ค่ะ” “…” อาโปกดสายตาลงจ้องมองใบหน้าหวานที่วันนี้แต่งหน้าด้วยโทนสีชมพู แถมยังปล่อยผมสยายอย่างน่ารักอีกด้วย “คะ…คือ เดี๋ยวหนูจ่ายเอง” “ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวพี่จ่ายให้” เขายกยิ้มให้เธออย่างใจดี “ทั้งหมดเท่าไรครับ” “ทั้งหมดหนึ่งร้อยสี่สิบห้าบาทครับ” แบงค์พันยื่นส่งให้พนักงาน “มาคนเดียวเหรอ” อาโปเอ่ยถามคนตัวเล็กข้าง ๆ “ค่ะ หนูมาสมัครงานแถวนี้” เธอตอบกลับเขาตาแป๋ว “แต่ว่ายังไม่ถึงเวลาเลย อีกครึ่งชั่วโมงก็เลยว่าจะมานั่งเล่นรอเวลาที่นี่ก่อน” “งั้นเหรอ” อาโปพยักหน้ารับ พนักงานตรงหน้าส่งยื่นเครื่องดื่มให้ทั้งสองคน อาโปรับมาถือไว้แล้วเอ่ยปากบอกเธอว่าเขาจะนั่งรอเป็นเพื่อนจนกว่าจะถึงเวลาเรียก แม้ว่าไข่มุกจะบอกว่าไม่เป็นไรแต่เขาก็ยังยืนยันคำเดิมจนเธอไม่กล้าปฏิเสธอีก เพราะเกรงใจที่อีกคนอุตส่าห์ซื้อน้ำเลี้ยงทั้งที่เพิ่งรู้จักกันเมื่อวาน “ถามได้ไหมว่าสมัครงานแนวไหน” อาโปเอ่ยถามในขณะที่อีกคนตักวิปครีมขึ้นกินอย่างเอร็ดอร่อย น่ารักจริง “อ่อ…หนูมาสมัครเป็นนักประชาสัมพันธ์ค่ะ บริษัทเล็ก ๆ ที่เปิดใหม่ทางนั้น” เธอชี้ออกไปนอกกระจกให้เขาดู “บริษัทเกี่ยวกับอะไร” “เป็นแบรนด์เสื้อผ้าของผู้ชายค่ะ เห็นเขาลงประกาศว่ารับสมัครพนักงานเมื่อวานก่อน วันนี้ก็เลยมาลองสมัครดู” “อ่อ” อาโปพยักหน้ารับ นึกถึงคำที่สมายด์หลานสาวตัวน้อยเล่าให้ฟังเมื่อวาน “แบรนด์เสื้อผ้าผู้ชายเหรอ” “ค่ะ” เธอพยักหน้ารับหงึกหงัก “คิดว่าน่าจะทำได้ จริง ๆ ก็ไม่ได้เลือกตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง คือตำแหน่งไหนว่างก็ทำอันนั้นแหละค่ะ” เธอตอบกลับพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ “แล้วปกติ….ทำอะไรเหรอคะ?” เขาถามออกไปอย่างอยากรู้ ทั้งที่ปกติเขาไม่ได้สนใจเรื่องของใครหากคนนั้นไม่เอ่ยปากพูดเอง “ปกติเป็นนักวาดค่ะ วาดรูปขายในออนไลน์ เอ่อ…จะอธิบายยังไงดี แบบ…หนูวาดรูปปกนิยายขายค่ะ แต่ว่าช่วงนี้ค่อนข้างเงียบเลยว่าจะหางานประจำทำ” เธออธิบายยาว “อ่อ…” “แล้วทำไมวันนี้คุณอาถึงมาแถวนี้ล่ะคะ มีธุระแถวนี้เหรอ หนูว่าหนูก็แวะร้านนี้บ่อยแต่ไม่เคยเจอคุณอาเลย” “คุณอา?” อาโปมองหน้าเธอขำ ๆ “ทำไมเรียกแบบนั้นล่ะครับ” “เห็นเด็ก ๆ เรียกเลยเผลอเรียกตามน่ะค่ะ ขอโทษด้วยนะคะหากหนูเสียมารยาท” ไข่มุกทำตาเหลือกลาน รีบก้มหัวขอโทษคนตรงหน้าที่เสียมารยาทเรียกเขาแบบนั้น “ฮะ ๆ ไม่เป็นไร” อาโปบอกขำ ๆ เมื่อคนตรงหน้าตอบเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แต่เปลี่ยนเป็นเรียกพี่ดีกว่าค่ะ” “....” ไข่มุกมองเขาตาแป๋ว แต่กลับได้รับรอยยิ้มกว้างจากอีกคนมาแทน หล่อจังแฮะ เธอคิดในใจ มือทั้งสองข้างกำชายกระโปรงตัวเองแน่น อยู่ ๆ ก็รู้สึกเขินที่จะสบตากับเขาเสียอย่างนั้น คนตรงหน้ามองเธอแต่ละทีรู้สึกเขินจนหัวใจเต้นเร็วอย่างควบคุมไม่ได้เลย ครืด ครืด ครืด โทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายดังขึ้นเรียกดึงสติของหญิงสาวที่กำลังล่องลอยไปไกลกลับมา มือเล็กรีบควานหามันก่อนจะกดรับในเวลาต่อมา “คะ…ตอนนี้เหรอคะ อ๋อ ได้ค่ะ ๆ กำลังจะเข้าไปแล้วค่ะ” ไข่มุกกดวางสาย เธอกำลังจะเงยหน้าบอกกับอีกฝ่ายว่าบริษัทที่เธอมาสมัครงานโทรตามให้เข้าไปหาได้เลยตอนนี้ แต่มือใหญ่กลับพุ่งยื่นมาตรงหน้าเธออย่างรวดเร็ว ไข่มุกตกใจนั่งนิ่งอยู่กับที่ไม่ขยับ ทิชชู่ที่เขาถือมาปาดเช็ดที่มุมปากของเธอแผ่วเบา “วิปครีมติดน่ะ” เขาเอ่ยบอกพร้อมกับชักมือกลับ “ขะ…ขอบคุณนะคะ” ไข่มุกตอบกลับอย่างตะกุกตะกัก หัวใจเต้นโครมครามไม่หยุด “คือ…เมื่อกี้ที่บริษัทโทรมาบอกว่าคนก่อนหน้าเขาไม่มาสัมภาษณ์งานแล้ว เลยเลื่อนคิวให้หนูเข้าไปได้เลยตอนนี้” “อ๋อ งั้นจะไปเลยไหมคะ เดี๋ยวพี่ไปส่ง” อาโปเอ่ยถามอย่างใจดี เธอรีบส่ายหัวระรัวแต่เขากลับคว้าซองเอกสารสมัครงานของเธอไปถือไว้เสียอย่างนั้น “ไปกันค่ะ” คนตัวโตเดินนำหน้าเธอไป ไข่มุกจึงรีบคว้าสัมภาระของตัวเองแล้วรีบวิ่งตามเขาออกจากร้านไปในทันที อาโปขับรถมาส่งเธอถึงหน้าบริษัทที่ตั้งใจมาสมัครงาน “ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะที่มาส่งวันนี้” “ไม่เป็นไรเลยค่ะ” “ไว้รอบหน้าหนูจะเลี้ยงกาแฟคืนนะคะ” เธอหันไปบอกเขาพร้อมรอยยิ้ม “ขอตัวก่อนนะคะ ไว้เจอกันใหม่ค่ะ” ไข่มุกไม่ลืมที่จะยกมือไหว้ขอบคุณเขาก่อนจะรีบเข้าไปด้านใน ส่วนอาโปที่นั่งอยู่ในรถก็ยังคงจ้องมองไปที่ร่างบางของเธอจนลับสายตา ตาคมกวาดมองไปรอบ ๆ บริเวณด้วยความสงสัย “ทำไมถึงเลือกเปิดบริษัทในที่แบบนี้” เขาพึมพำกับตัวเอง มองไปรอบ ๆ ก็ไม่เห็นว่าจะมีร้านค้าอื่น ๆ นอกจากหอพักเก่า ๆ ที่ไม่รู้ว่ามีคนอยู่หรือเปล่า เปิดแบรนด์เสื้อผ้าออนไลน์อย่างเดียวไม่หวังหน้าร้านเลยงั้นเหรอ เขาเก็บความสงสัยไว้ไม่มิดจนถึงขนาดลองเสิร์ช ค้นหาข้อมูลแบรนด์ตามป้ายที่ติดไว้ด้านหน้ากระจก [ ครับท่านประธาน ] เสียงของบอมลูกน้องคนสนิทดังขึ้นทันทีที่อีกฝ่ายกดรับสาย “หาข้อมูลให้หน่อยสิ”บทที่ 3ก๊อก ก๊อก ก๊อก“เข้ามา” อาโปเอ่ยก่อนที่ประตูบานใหญ่จะเปิดออก ตามด้วยร่างสูงโปร่งในชุดสูทดูดีของลูกน้องคนสนิท“คุณแพรส่งเอกสารรายละเอียดการซื้อ-ขายหุ้นมาให้แล้วครับ” ซองเอกสารสีน้ำตาลถูกยื่นวางลงตรงหน้า “คุณแพรบอกว่าเดือนหน้าจะขอนัดวันเวลาและสถานที่ในการเซ็นสัญญาด้วยตัวเองครับ”“อืม โอเค” อาโปเปิดดูเอกสารคร่าว ๆ “ขอบใจมาก”ครืด ครืด ครืดโทรศัพท์เครื่องหรูสั่นอย่างบ้าคลั่ง เขาชะโงกหน้ามองก่อนจะเห็นว่าคนที่โทรเข้ามาคือน้องชายตัวเอง“ว่า” อาโปกดรับสาย[ ว่างไหม ] เสียงปลายสายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหล้า [ หิวกาแฟอะ ]“ใช้เลขาตัวเองสิ” คิ้วเข้มขมวดหมุ่น “มาใช้พี่ตัวเองแบบนี้ได้ไงพี”[ เลขางานยุ่ง ]“พี่แกก็กำลังยุ่ง” อาโปโกหก เพราะทั้งวันเขาเอาแต่นั่งหมุนเก้าอี้ไปมา สงบจนแอบหวั่นว่าจะมีงานใหญ่ตามมาทีหลัง[ น้าาา~ ] น้องชายตัวดีทำเสียงออดอ้อนจนเขาเผลอหลุดยิ้มออกมา“อืม เดี๋ยวไป” เขาตอบกลับแค่นั้นพร้อมกับวางสายลงบอม ลูกน้องของเขาชะเง้อคอมองอย่างสนอกสนใจเมื่อเห็นว่าเจ้านายของตัวเองยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับโทรศัพท์ แอบล
บทที่ 2“วันนี้เรียนสนุกไหมคะ” อาโปเอ่ยถามสมายด์หลานสาวที่กำลังนั่งกินเค้กกับน้อง ๆ อย่างเอร็ดอร่อย“สนุกมากค่ะ ครูปลาดาวสอนวาดรูปอมยิ้มด้วย” หลานสาวหันมาตอบก่อนจะลุกไปเปิดกระเป๋านักเรียนที่วางอยู่บนโซฟาอีกตัว “นี่ค่ะ”กระดาษเอสี่ที่มีภาพวาดจากฝีมือของเด็กน้อยถูกส่งยื่นให้คุณอาสุดแสนใจดีพร้อมกับรอยยิ้มสดใส สมายด์ปีนขึ้นนั่งโซฟาข้างกายอาโป ใบหน้าน้อย ๆ แนบชิดกับต้นแขนของเขา“สวยไหมคะ”“สวยมากเลยค่ะ หลานอาวาดรูปเก่งที่สุดเลย” อาโปหอมหัวสมายด์อย่างเอ็นดู“สมายด์อยากไปเรียนกับครูปลาดาวแล้วก็พี่ไข่มุกทุกวันเลยค่ะ”“ทำไมไม่เรียกพี่ไข่มุกว่าคุณครูล่ะคะ” อาโปเอ่ยถามอย่างสงสัย เพราะเด็ก ๆ ต่างก็พากันเรียกเธอว่าพี่กันหมดไม่มีใครแทนสรรนามว่าคุณครูสักคน“เพราะพี่ไข่มุกไม่ใช่คุณครูไง” สไปร์ทหันมาตอบ ในปากยังเคี้ยวเค้กแจ๊บ ๆ อยู่“กินให้หมดก่อนพูดสิไปร์ท” สมายด์ดุน้อง “เดี๋ยวพ่อก็ดุเอาหรอก!”“พ่อไม่อยู่สักหน่อย” สไปร์ททำหน้าหงิกใส่ก่อนจะหันไปกินเค้กสลับกับดูการ์ตูนในหน้าจอโทรทัศน์ที่อาโปเลือกเปิดไว้ให้“พี่ไข่มุกเป็นน้องสาวครูปลาดาวค่ะ” สมายด์หันมาตอบคุณอา “ปกติพี่ไข่มุกจะมาช่วยตลอด มีแค
บทที่ 1ไข่มุก สาวสวยวัยยี่สิบห้าปี ที่อาสามาช่วยพี่สาวสอนวิชาศิลปะกับเด็ก ๆ ที่นี่เป็นประจำ เพราะเธอเรียนจบมาก็ยังไม่ได้งานทำเป็นหลักเป็นแหล่งสักที จึงเวียนมาช่วยพี่สาวอยู่บ่อยครั้ง จนแทบจะเป็นคุณครูสอนพิเศษให้เด็ก ๆ อีกคนแล้วกำลังล้างถาดสีกับถังพู่กันอยู่ดี ๆ ก็ดันบังเอิญไปชนกับผู้ปกครองของนักเรียนซะงั้น แล้วเธอดันหวังดีเทสีใส่ถาดเตรียมพร้อมให้เด็ก ๆ แต่ตอนนี้สีพวกนั้นมันเปรอะเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาหมดแล้ว“ถอดเสื้อมาเลยค่ะ” ไข่มุกเอ่ยบอกเมื่อเดินนำมาถึงจุดล้างมือ เธอมองหน้าเขาตาแป๋ว“ถอดเลยเหรอครับ” อาโปเลิกคิ้วถาม “มันจะดีเหรอ นี่ในโรงเรียนนะครับ”“เอ่อ….คือ…แค่ถอดเสื้อล้างสีเอง คงไม่เป็นไรมั้งคะ” หญิงสาวพูดตะกุกตะกักเมื่อสบตากับเขาตรง ๆ คนตรงหน้ามองมาด้วยแววตาเป็นประกายทั้งยังยิ้มกริ่มพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงชวนคิดไปไกล จนเธอรู้สึกร้อนผ่าวที่หน้าเล็กน้อย“ถ้าคนอื่นมาเห็นเขาจะคิดไปไกลเอานะ” “งะ….งั้นล้างแบบนี้ก็ได้ค่ะ” ไข่มุกบอกเขา เธอเปิดก๊อกน้ำก่อนจะหันไปมองเขาอีกรอบ “ขยับมาใกล้ ๆ หน่อยสิคะ”คนตัวโตเดินเข้าไปใกล้จนทั้งคู่แทบจะแนบติดกัน ไข่มุกเงยหน้ามองเขาอย่างตกใจ
บทนำ“อ้าว จะไปรับหลานแล้วเหรอ” ปานวาดผู้เป็นมารดาเดินเข้ามาถามลูกชายที่ถือกุญแจรถกำลังจะออกจากบ้านไปอีกรอบหลังจากที่เพิ่งกลับมาจากบริษัทไม่ถึงชั่วโมง“ครับ” อาโปพยักหน้าตอบรับ“รับแต่หลานแล้วเมื่อไหร่จะได้รับลูกตัวเองบ้าง” ขายาวชะงักกึกเมื่อได้ยินผู้เป็นแม่เอ่ย “อายุเข้าเลขสามแล้วนะลูก หลาน ๆ ก็โตกันหมดแล้ว”“โตที่ไหนครับ เพิ่งไม่กี่ขวบเอง”“นั่นแหละ แกควรมีเมียมีลูกได้แล้วนะอาโป ดูอย่างศิลาสิ มันมีลูกตั้งสามคนแล้วนะ”“…” เขาเงียบไม่ได้ตอบอะไร“ไว้แม่จะหาผู้หญิงดี ๆ ที่เหมาะกับแกมาให้แล้วกัน”“ไม่เป็นไรครับ ผมยังไม่อยากมีใครตอนนี้ แค่งานที่บริษัทก็ยุ่งมากพอแล้ว”“ไม่ได้ แม่อยากเห็นลูก ๆ ของแกแล้ว” ปานวาดเอ่ยแทรก “ไว้แม่จะโทรบอกแล้วกัน”“ครับ งั้นผมขอตัว” อาโปตอบรับส่ง ๆ ก่อนจะหันหลังเดินมาที่รถของตัวเอง เขาพ่นลมหายใจเสียงดังกับสิ่งที่แม่ตัวเองเอ่ยบอกอาโป ชายวัยสามสิบสองปี ลูกคนกลางของตระกูลฤทธิ์ศิลา ตระกูลใหญ่ที่มากพร้อมไปด้วยอสังหาริมทรัพย์มากมาย ธุรกิจในเครือครอบครัวที่มากกว่าสิบอย่างและเขาก็ดูแลหลายส่วนจนแทบไม่มีเวลาหยุดพักทั้งพี่ชายคนโตและน้องคนเล็กก็พากันมีครอบครัว







